สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2563

รถไฟฟ้าสายสีส้ม ยักษ์รับเหมาสู้หมัดต่อหมัด ตัดเชือกเกณฑ์ใหม่

นับเป็นรถไฟฟ้าอีก 1 สายทางที่มีประเด็นร้อนกลายเป็น “ทอล์กออฟเดอะทาวน์” ต่อเนื่อง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงบางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี (สุวินทวงศ์ ) วงเงินรวม 235,320 ล้านบาท เค้กประมูลส่งท้ายปี 2563 มี “รฟม.-การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย” เป็นเจ้าของโครงการ

สีส้มตะวันออกสร้างคืบ 70%

ปัจจุบันรถไฟฟ้าสายสีส้มเดินหน้าก่อสร้างช่วงตะวันออก “ศูนย์วัฒนธรรมฯ – มีนบุรี” ระยะทาง 22.57 กม. ไปแล้ว ล่าสุดมีความคืบหน้า 69.82% สร้างเร็วกว่าแผน 2.77% ตามสัญญางานก่อสร้างจะเสร็จปลายปี 2565 และจะเปิดให้บริการในปี 2567 หรือในอีก 4 ปีข้างหน้า

แต่การเปิดให้บริการในปี 2567 จะเป็นไปได้หรือไม่ ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ฝั่งตะวันตกของโครงการ “ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมฯ” ที่ รฟม.ประมูล PPP net cost เป็นแพ็กเก็จให้เอกชนลงทุน 1.28 แสนล้านบาท ก่อสร้างงานโยธาช่วงตะวันตกและเหมาเดินรถตลอดสาย เป็นระยะเวลา 30 ปี จากบางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทางรวม 35.9 กม. รัฐจ่ายค่าเวนคืนให้ 1.4 หมื่นล้านบาท

ปัจจุบัน “รฟม.” อยู่ระหว่างเปิดประมูล มีเอกชนสนใจซื้อเอกสารประมูล 10 บริษัท ได้แก่

  1.  บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM)
  2.  บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC)
  3.  บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS)
  4.  บมจ.ซิโน–ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น
  5.  บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์
  6.  บมจ.ราช กรุ๊ป จำกัด
  7.  บมจ.ช.การช่าง จำกัด
  8.  บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์
  9.  บจ.ซิโนไฮโดร คอร์ปอเรชั่น ลิมิเต็ด
  10.  บจ.วรนิทัศน์ ดีเวลอปเม้นท์

ดูเหมือนกระบวนประมูลจะเดินหน้าฉลุย แต่แล้วกลับปรากฎความเคลื่อนไหวสำคัญขึ้น ที่ว่ากันว่าทำให้กลายเป็น “จุดเปลี่ยน” ของสนามแข่งขันของรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ITD – BTS สู้เกมหลักเกณฑ์ใหม่

หลังเปลี่ยนประธานคณะกรรมการมาตรา 36  และ บมจ.อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ พี่ใหญ่วงการรับเหมา สวมบทหัวใจสิงห์ ร่อนหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) และ รฟม. ให้พิจารณาปรับปรุงการประเมินข้อเสนอใหม่ ให้นำข้อเสนอ “ด้านเทคนิค” เข้ามาเป็นอีกหนึ่งเกณฑ์หลัก นอกเหนือจากการตัดเชือกที่ “ราคาต่ำสุด” เพียงอย่างเดียว

ขณะที่ “รฟม.” และคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 แห่ง พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 เห็นพ้องและปรับหลักเกณฑ์คัดเลือกใหม่ เปิดซอง “เทคนิค-ราคา” พร้อมกัน โดยนำคะแนนเทคนิค 30% มาพิจารณาร่วมกับราคา 70%

พร้อมกับขยับวันยื่นซองออกไปอีก 45 วัน จากเดิมจะต้องยื่นซองในวันที่ 23 ก.ย. 2563 เป็นวันที่ 9 พ.ย. 2563 แทน เพื่อให้ผู้ซื้อซองสามารถเตรียมตัวเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับเกณฑ์ใหม่ดังกล่าว

พลันที่ “รฟม.” ประกาศเกณฑ์ใหม่ ทาง “บีทีเอสซี-บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ” เดินสายยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ รฟม. และยื่นหนังสือองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) ให้จับตาการประมูลโครงการดังกล่าว

และยื่นต่อศาลปกครองกลางให้มีคำสั่งเพิกถอนมติคณะกรรมการมาตรา 36 และเอกสารตาม RFP ที่เกี่ยวกับการปรับปรุงเกณฑ์การประเมินข้อเสนอโครงการ และยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเพื่อให้ระงับการดำนินการใด ๆ เกี่ยวกับการคัดเลือกเอกชนลงทุนโครงการไว้ก่อน ซึ่งศาลฯนัดทั้งสองฝ่ายมาไต่สวนนัดแรกวันที่ 14 ต.ค. 2563

บีทีเอสกังขา 3 ประเด็น

“สุรพงษ์ เลาหะอัญญา” กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.บีทีเอสซี ได้ตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งในประเทศไทยไม่เคยมีการใช้เกณฑ์ดังกล่าวประมูลมาก่อน โดยมีข้อกังขา 3 ข้อ ประกอบด้วย

1. การเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การพิจารณาแบ่งเป็นด้านการเงิน 70% และเทคนิค 30% มีความไม่ชอบมาพากล เพราะเมื่อดูไส้ในทีโออาร์แล้ว เป็นการใช้ดุลยพินิจของคณะกรรมการมาตรา 36 มากเกินไป แถมการเปลี่ยนหลักเกณฑ์เกิดขึ้นภายหลังจากการซื้อซองทีโออาร์ ทำให้เห็นคู่ชกก่อนจะขึ้นเวที เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบขึ้น

2. ในสัดส่วนการตัดสินด้านการเงิน 70% มีการแบ่งการให้คะแนนเป็นราคาที่ดีที่สุด 60% และราคาที่สมเหตุสมผลอีก 10% ซึ่งการใช้คำว่า “สมเหตุสมผล” ทางคณะกรรมการตามมาตรา 36 จะใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณาว่าราคาใดสมเหตุสมผล

3. มีการกำหนดเรื่องของการมีประสบการณ์เพิ่มว่า ต้องเคยก่อสร้างอุโมงค์รถไฟฟ้า ซึ่งมี 3 บริษัทที่มีประสบการณ์โดยหนึ่งในนั้นมี บมจ.ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์คอนสตรัคชั่น ที่มีประสบการณ์ แต่ภายหลังทราบมาว่ามีการพูดกันว่า ต้องเคยทำอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย

ทำให้เหลือเพียง 2 บริษัทเท่านั้น ที่เคยมีประสบการณ์ทางอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้การหาพันธมิตรที่มีประสบการณ์เป็นไปได้ยาก เพราะตามทีโออาร์ให้หาพันธมิตรเฉพาะผู้ที่ยื่นซองทีโออาร์เท่านั้น

“ได้เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงในนัดไต่สวนนัดแรกวันที่ 14 ต.ค.แล้ว ยืนยันว่ากระบวนการเปลี่ยนรูปแบบการคัดเลือกโดยใช้คะแนนด้านเทคนิคพ่วงเข้ามาด้วย เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แถมใน RFP มีการระบุว่า หากเป็นผู้ประกอบการชาวไทยที่มีประสบการณ์ด้านการก่อสร้างอุโมงค์จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ จึงเห็นว่าการระบุเงื่อนไขและการเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การประมูลเป็นเรื่องไม่ชอบธรรม” นายสุรพงษ์กล่าวและย้ำว่า

ทั้งนี้ หากศาลไม่คุ้มครองและให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามเดิม กลุ่มบีทีเอสก็พร้อมที่จะเข้าร่วมประมูลโครงการตามเดิม เพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์ของบริษัท โดยจะร่วมกับพันธมิตรเดิม คือ ซิโนไทยฯ และราชกรุ๊ป

รฟม.เปิดโต๊ะแถลง 2 ครั้ง

ด้าน “ภคพงศ์ ศิริกันทรมาศ” ผู้ว่าการ รฟม. ออกมาตอบโต้ถึง 2 ครั้ง 2 ครา โดยยืนยันการเปลี่ยนหลักเกณฑ์ดังกล่าวว่า สามารถทำได้ตามพ.ร.บ.ร่วมทุน 2562 มาตรา 35 และมาตรา 38 และเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน (RFP) เล่มที่ 1 ข้อแนะนำผู้ยื่นข้อเสนอ ข้อ 17.1 สอดคล้องตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน 2563 ข้อ 4 (8) และ 4 (9) และเป็นการดำเนินการตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2563 อีกด้วย

เปิดทางพ่วงประสบการณ์ผู้รับจ้าง

สำหรับข้อกังวลว่าจะมีข้อได้เปรียบเสียเปรียบ นั้น คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 36 มีข้อสรุปร่วมกันให้จัดทำเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนเพิ่มเติม (RFP Addendum) และขยายเวลายื่นซองประมูลออกไปอีก 45 วันให้แล้ว รวมถึงในทีโออาร์เปิดช่องให้ใช้ประสบการณ์ของผู้รับจ้างมาเพิ่มเติมลงไปในการยื่นซองประมูลได้ ไม่ได้บังคับเฉพาะผู้ซื้อซอง และมีเกณฑ์การตัดสินเท่าเทียมกัน

ไม่ระบุสเปกอุโมงค์ลอดเจ้าพระยา

ส่วนที่ระบุว่า ต้องเคยทำอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาก็ไม่เป็นความจริง ในทีโออาร์กำหนดเพียงว่า จะต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ก่อสร้างอุโมงค์ใต้ดินแบบหัวเจาะ (Underground Tunnel by Tunnel Boring Machine) ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในไม่น้อยกว่า 5 เมตร ซึ่ในไทยมีบริษัทที่เคยทำประมาณ 4-5 ราย และยังไม่รับเหมาต่างชาติที่มีประสบการณ์อีกหลายบริษัทด้วย

“ยืนยันว่าทุกอย่างทำตามกฎหมายหลักและกฎหมายลูกอย่างถูกต้อง ทั้ง พ.ร.บ.ร่วมทุน 2562, ประกาศทีโออาร์ และกฎหมายประกาศคณะกรรมการ PPP ส่วนประสบการณ์การก่อสร้างก็ไม่ได้เขียนเน้นว่าต้องเคยก่อสร้างอุโมงค์ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา และกำหนดให้คะแนนผู้ประกอบการไทยมากกว่าผู้ประกอบการรายอื่นแต่อย่างใด” นายภคพงศ์กล่าว

“ประยุทธ์” ห่วงสร้างเสร็จช้า

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ขอให้เป็นเรื่องของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทรวงคมนาคม และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องไปชี้แจง ถ้ามีปัญหาก็เอาหลักฐานและข้อมูลที่มีไปชี้แจงแล้วกัน เพราะสั่งอะไรไม่ได้

“ผมห่วงเรื่องก่อสร้างล่าช้า แต่ต้องทำให้ถูกต้อง ส่วนจะกระทบความเชื่อมั่นในการลงทุนโครงการใหญ่หรือไม่ ก็อยู่ที่คำชี้แจง ถ้าชี้แจงได้ก็จบ ก็ช่วยกัน ถ้ามีการรับผลประโยชน์ก็แจ้งมา และต้องดูผลประโยชน์ประชาชนด้วย”

“ศักดิ์สยาม” ย้ำความโปร่งใส

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกมาระบุว่า จากการรายงานของ รฟม.ก็ยืนยันดำเนินการอย่างโปร่งใสและถุกต้องตามกฎหมายให้สามารถดำเนินการได้ โดยมีเอกสารยืนยันจาก สคร.ว่าปรับรายละเอียดได้และที่ผ่านมา รฟม.ประมูลรถไฟฟ้ามาหลายสายทั้งสีชมพู สีเหลือง สีม่วง สีน้ำเงิน ไม่ใช่โครงการสายสีส้มตะวันตกเป็นโครงการแรก แต่ก็อย่างไปปิดกั้นสิทธิในการตั้งข้อสังเกตต่างๆ รฟม.ต้องแสดงข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงทั้งหมด

“รฟม.ยืนยันพร้อมจะรายงานข้อมูลทั้งหมดต่อศาลปกครองว่าได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ใช่โครงการแรกที่มีการร้องเรียน ขอยืนยันว่าทุกโครงการที่กระทรวงคมนาคมดำเนินการนั้นโปร่งใสตรวจสอบได้”

รับเหมาแบ่งเค้กสร้าง

ด้านแหล่งข่าวจากรับเหมาก่อสร้างกล่าวว่า การแข่งขันครั้งนี้เป็นการช่วงชิงสัมปทานเดินรถ 30 ปี มากกว่างานก่อสร้าง เพราะงานก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่และรถไฟฟ้าในเมืองไทย มีรับเหมา 4-5 ราย ที่เป็นผู้ก่อสร้าง และไม่ว่าใคระจะชนะ ก็หนีไม่พ้นจะเป็นรับเหมาขาใหญ่ในวงการที่ได้สร้าง

“การทำธุรกิจไม่มีมิตรแท้และศักตรูที่ถาวร ดูได้จากสายสีส้มตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรม งานก่อสร้างอุโมงค์จาก ศูนย์วัฒนธรรม-หัวหมาก ที่มี 2 บิ๊กรับเหมาจับมือกันก่อสร้างมาแล้ว”

ดูท่าจะไม่จบง่ายๆ เพราะงานนี้คงจะมีข้อโต้เถียงกันอีกยาว ถึงเกณฑ์การพิจารณาที่ใช้ “ดุลพินิจ” มากกว่าตัดเชือกกันที่ “ราคา” และอาจจะกระทบต่อไทม์ไลน์การก่อสร้างและการเปิดบริการ ล่าช้าออกไปได้ไม่มากก็น้อย

ขอบคุณข้อมูลจาก prachachat.net


กทพ. เดินหน้าลงทุน 2 แสนล้าน สร้างด่วนใหม่ 9 สาย

กทพ. ทุ่มกว่า 2 แสนล้าน ผุดทางด่วน 9 สายใหม่ ทะลวงคอขวดในเมือง เชื่อมโยงการเดินทางกรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ซินเนอร์จี้กรมทางหลวง จ่อดึง 2 โครงการมาพัฒนาเอง ทั้งมอเตอร์เวย์ศรีนครินทร์-สุวรรณภูมิ และทางยกระดับรังสิต-องครักษ์ เชื่อมทางด่วนศรีรัชและอุดรรัถยา

นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กทพ.ยังเดินหน้าพัฒนาทางด่วนสายใหม่ ในแผนมี 9 โครงการ แยกเป็นโครงการอยู่ระหว่างก่อสร้างมีทางด่วนพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกตะวันตก 18.7 กม. วงเงิน 31,244 ล้านบาท

โครงการเป็นแผนงานเร่งด่วน มีทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2-วงแหวนรอบนอกตะวันออก 10.5 กม. วงเงิน 17,551 ล้านบาท และส่วนทดแทน N1 แยกเกษตรฯเชื่อมทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ อยู่ระหว่างเจรจาแบบก่อสร้างทางยกระดับช่วงหน้า ม.เกษตรศาสตร์, ทางเชื่อมโทลล์เวย์กับทางด่วนศรีรัช-วงแหวนฯ 2.6 กม. วงเงิน 4,640 ล้านบาท, ทางด่วนกะทู้-ป่าตอง จ.ภูเก็ต 3.98 กม. วงเงิน 13,917 ล้านบาท

โครงการอยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม มีทางด่วนฉลองรัช-นครนายก-สระบุรี 104.7 กม. วงเงิน 80,594 ล้านบาท, ทางเชื่อมต่อทางด่วนบูรพาวิถี และถนนเลี่ยงเมืองชลบุรี 4.4 กม. วงเงินประมาณ 7,000 ล้านบาท, ทางเชื่อมต่อท่าเรือกรุงเทพ และทางด่วนบางนา-อาจณรงค์ (S1) 1.8 กม. วงเงินประมาณ 1,600 ล้านบาท

และโครงการจะสร้างในระยะถัดไปมีแนวคิดจะซินเนอร์จี้ร่วมกับกรมทางหลวง เพื่อเดินหน้าโครงการ โดยกรมทางหลวงมีผลศึกษาเดิมอยู่แล้ว มี 2 แนวทาง คือ กทพ.จะนำมาก่อสร้างและบริหารจัดเก็บค่าผ่านทาง หรือกรมทางหลวงก่อสร้าง แล้ว กทพ.บริหารจัดเก็บค่าผ่านทาง

มี 2 โครงการ ได้แก่ ทางด่วนศรีรัช-สุวรรณภูมิ 18.5 กม. เป็นโครงการมอเตอร์เวย์สาย 7 ส่วนต่อขยายทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-สนามบินสุวรรณภูมิ วงเงิน 35,685 ล้านบาท เนื่องจากเป็นเส้นทางที่ต่อเชื่อมกับทางด่วนศรีรัชส่วน D ของ กทพ. มี บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) รับสัมปทานอยู่แล้ว จึงคิดว่าน่าจะให้ กทพ.เป็นผู้ดำเนินการ

อีกสายทางด่วนสายอุดรรัถยา-ปทุมธานี 20.5 กม. ซึ่งกรมทางหลวงได้ศึกษาไว้แล้ว โดย กทพ.มองว่าน่าจะทำเส้นทางเชื่อมต่อกับทางด่วนอุดรรัถยา มี BEM เป็นผู้รับสัมปทานจะทำให้โครงข่ายทางด่วนเชื่อมโยงกันได้ทุกเส้นทาง

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับโครงการทางยกระดับช่วงปทุมธานี-รังสิต-องครักษ์ จะสร้างเป็นทางยกระดับตลอดสาย โดยแนวเส้นทางโครงการเริ่มต้นบริเวณจุดบรรจบทางหลวงหมายเลข 3100 บริเวณโค้งเมืองเอก

จากนั้นแนวเส้นทางโครงการจะมีทิศทางไปทางทิศตะวันออกขนานกับแนวคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ไปบรรจบกับถนน 305 รังสิต-องครักษ์ โดยแนวจะเลียบคลองรังสิตประยูรศักดิ์ฝั่งเหนือโดยตลอด มีจุดสิ้นสุดโครงการอยู่บริเวณ กม.16+700 ช่วงคลอง 7 เป็นแนวตัดใหม่ขนาด 4-6 ช่องจราจร มีค่าก่อสร้าง 10,740 ล้านบาท และเวนคืน 320 ล้านบาท

ขอบคุณข้อมูลจาก prachachat.net


หนี้ครัวเรือนเกินครึ่งผ่อนหนี้ต่อไม่ไหว

หนี้ครัวเรือนเกินครึ่งผ่อนหนี้ต่อไม่ไหว

ผลสำรวจหนี้ครัวเรือนเกินครึ่งผ่อนหนี้ต่อไม่ไหว ดัชนีเชื่อมั่นค่าครองชีพยังต่ำ 50

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีภาวะเศรษฐกิจและการครองชีพของครัวเรือนไทย (KR-ECI) ในเดือนก.ย. 2563 อยู่ที่ 38.1 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนส.ค. 2563 ที่ 36.4 ขณะที่ดัชนี ECI ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 39.7 ในการสำรวจช่วงเดือนก.ย. 2563 เมื่อเทียบกับที่ระดับ 38.4 ในการสำรวจช่วงเดือนส.ค. 2563 โดยครัวเรือนมีมุมมองที่ดีขึ้นเกือบในทุกมิติ

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับ 50 บ่งชี้ว่าครัวเรือนยังคงมีความระมัดระวังเกี่ยวกับการใช้จ่าย ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ในต่างประเทศยังคงไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากต่างชาติยังคงหดตัว 100% ติดต่อกัน 5 เดือน

อีกทั้งสถานการณ์ด้านตลาดแรงงานยังคงน่ากังวล โดยล่าสุดในเดือนก.ค. 2563 จำนวนข้อมูลผู้ประกันตนที่รับประโยชน์ทดแทนกรณีการว่างงานปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 410,061 คน (ในปี 2562 อยู่ที่ 170,445) ภาวะการว่างงานที่ยังคงเปราะบางจะเป็นปัจจัยกดดันต่อระดับกำลังซื้อของครัวเรือนไทยในระยะต่อไป

นอกจากนี้ ครัวเรือนยังคงมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาระในการชำระหนี้ หลังมาตรการพักชำระหนี้เป็นการทั่วไปที่จะสิ้นสุดในเดือนต.ค. 2563 นี้ โดยระดับหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูง ล่าสุดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนของไทยเพิ่มสูงขึ้นอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบ 18 ปีครั้งใหม่ที่ 83.8% ต่อจีดีพี ซึ่งระดับหนี้ที่ยังสูงจะยังคงกระทบกระแสเงินสดใช้จ่ายในการดำรงชีพต่อเนื่อง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้สำรวจเพิ่มเติมในประเด็นเกี่ยวกับภาระการชำระหนี้ของครัวเรือนพบว่า หลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้แล้วครัวเรือนไทยส่วนใหญ่ยังไม่สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ หรือเพิ่มรายได้จนทำให้ความสามารถในการชำระหนี้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยครัวเรือนไทยจำนวนมากกว่า 50% ยังต้องการเข้าร่วมมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยในระยะที่ 2 เพิ่มเติม (เน้นเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ เช่น ลดอัตราการผ่อนขั้นต่ำ)

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


“กระแต” อารียา ประกาศเลิกเฝ้าเสา หันเอาดีด้านผู้ตัดสินฟุตบอล

“กระแต” อารียา กฤษวงศ์ ผู้รักษาประตูสาว ฟุตซอลทีมชาติไทย ชุดเหรียญทองประวัติศาสตร์ เอเชี่ยนอินดอร์เกมส์ และซีเกมส์ 2017 ตัดสินใจขอเลิกเฝ้าเสา และผันตัวเองสู่เส้นทางผู้ตัดสินอย่างเต็มตัว โดยเจ้าตัวฝันไกลต้องก้าวไปถึงจุดสูงสุดเป็นผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าให้ได้

ผู้รักษาประตูสาวหน้าหวานโต๊ะเล็กไทย กล่าวอีกว่าเมื่อตนก้าวมาสู่เส้นทางของการเป็นผู้ตัดสินแล้วก็ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้เต็มที่และจะต้องก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดให้ได้ โดยตั้งเป้าก้าวเป็นผู้ตัดสินระดับฟีฟ่าให้ได้ ซึ่งต้องใช้เวลาอบรมและสอบทั้งหมด 4 ปี ตอนนี้ผ่านไป 1 ปีแล้ว

โดยอารียา กฤษวงศ์ เริ่มทำหน้าที่ครั้งแรกในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ เมื่อปี 2019 ที่ จ.บุรีรัมย์ จากนั้นต้นปี 2020 ที่ผ่านมา มาทำหน้าที่ในกีฬามหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย ที่ ม.รังสิต เป็นเจ้าภาพ และล่าสุดลงทำหน้าที่ผู้ตัดสินในศึก “ไทยวีเมนส์ลีก”.

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th


แนะเลี่ยงการบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงอาหารเป็นพิษ

แนะเลี่ยงการบริโภคอาหารสุกๆ ดิบๆ เสี่ยงอาหารเป็นพิษ thaihealth

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข แนะเลี่ยงการบริโภคอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ เนื่องจากไม่ผ่านการปรุงสุกด้วยความร้อนเสี่ยงปนเปื้อนพยาธิ และหากไม่มีการปรุงประกอบอาหารที่ถูกหลักสุขาภิบาลอาจทำให้เสี่ยงอาหารเป็นพิษตามมาได้

นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย  รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวซึ่งเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์คลิปที่ตัวเองโพสต์ลงในแอปพลิเคชั่น TikTok ซึ่งเป็นคลิปขณะเทส้มตำลงจาน เป็นส้มตำปูที่สดมาก เพราะเป็นปูนาตัวเป็น ๆ 3 ตัว ที่เดินพล่านอยู่ในจานนั้น การบริโภคอาหารลักษณะนี้ถือว่าไม่ถูกสุขลักษณะ เนื่องจากอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ ไม่ผ่านการปรุงสุกหรือไม่ผ่านความร้อนเลย หรือใช้ความร้อนในระเวลาสั้น ๆ เช่น ส้มตำหลากหลายรูปแบบ ลาบหมู ก้อยเนื้อ รวมถึงอาหารประเภทยำต่าง ๆ ที่มักจะรวนเนื้อสัตว์พอสุกเท่านั้นแล้วใส่เครื่องปรุง และเน้นรสชาติที่เผ็ดจัดหรือเปรี้ยวจัด อาจทำให้เพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการปนเปื้อนเชื้อโรคที่เป็นอันตรายในอาหาร ที่นำมาเป็นวัตถุดิบได้ ดังนั้น จากข่าวที่นำเสนอเป็นส้มตำปูนา จึงทำให้ผู้บริโภคเสี่ยงพยาธิใบไม้ในปอด เพราะเวลากินปูดิบ ๆ เข้าไปก็มีโอกาสกินไข่หรือตัวอ่อนของพยาธิตัวนี้เข้าไป ซึ่งนํ้าย่อยในกระเพาะไม่สามารถฆ่าให้ตายได้ แม้พยาธิตัวนี้จะไม่สามารถแพร่พันธุ์ในตัวคนเราได้ แต่จะชอนไชเข้าไปในปอดฟักตัวอยู่ประมาณ 1 เดือน จนทำให้มีอาการไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด และทำให้เสียชีวิตได้ เพื่อความปลอดภัยหากเป็นเมนูส้มตำปู ควรนำปูมากลวกสุกด้วยความร้อนก่อนนำมาปรุงอาหาร

นายแพทย์สุวรรณชัย กล่าวต่อไปว่า  การปรุงประกอบอาหารไม่ว่าจะเป็นเมนูใด ก่อนนำวัตถุดิบมาปรุง ต้องล้างน้ำให้สะอาดเพื่อลดการปนเปื้อนเชื้อโรค พยาธิ สารเคมีตกค้าง และต้องปรุงให้สุกโดยใช้ความร้อนให้อาหารสุกอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ต้องสุกถึงข้างในไม่ควรปรุงรสชาติเผ็ดจัดหรือเปรี้ยวจัดจนเกินไป ที่สำคัญคือให้เลือกซื้อจากร้านที่ได้รับป้ายสัญลักษณ์อาหารสะอาด รสชาติอร่อย หรือ Clean Food Good Taste ของกรมอนามัยรับรอง ที่สร้างความมั่นใจในเรื่องความสะอาดปลอดภัยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ร้านอาหารหรือแผงลอยจำหน่ายอาหารต้องมีการปกปิดอาหาร ผู้ปรุงไม่ใช้มือหยิบจับอาหารปรุงสำเร็จโดยตรง สวมผ้ากันเปื้อน หมวกคลุมผม

“ทั้งนี้ กรมอนามัยได้ออกกฎกระทรวงสุขลักษณะของสถานที่จำหน่ายอาหาร พ.ศ. 2561 ซึ่งบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2561 เพื่อพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหารให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการจัดการอบรมผู้ประกอบกิจการและผู้สัมผัสอาหาร พ.ศ. 2561 และคุ้มครองสุขภาพผู้บริโภคและพิทักษ์สิทธิของประชาชนในการรับบริการด้านอาหาร ไม่ให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อโรค สารเคมี หรือโลหะหนักในอาหาร รวมทั้งลดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคที่มีอาหารและน้ำเป็นสื่อ เช่น โรคอุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ เป็นต้น” รักษาราชการแทนอธิบดีกรมอนามัย กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก thaihealth.or.th


บทสนทนาภาษาอังกฤษ ร้านแว่นตา วัดสายตา คำศัพท์ เกี่ยวกับสายตา

เมื่อไปที่ที่ร้านขายแว่นตา เราจะพูดเกี่ยวกับสายตา หรือแว่นตา แว่นสายตา แว่นกันแดด เป็นภาษาอังกฤษได้อย่างไรบ้าง มาเรียนรู้ศึกษาจากบทความสอนภาษาอังกฤษหน้านี้กันครับ

optic (ออพ’ทิค) /ˈɑːp.tɪk/
เกี่ยวกับตา, การมองเห็น
relating to light or the eyes

optical (ออพ’ทิค-เคิล) /ˈɑːp.tɪ.kəl/
เกี่ยวกับสายตา, การมองเห็น
relating to light or the ability to see

optician (ออพทิช’เชิน) /ɑːpˈtɪʃ.ən/
ผู้เชี่ยวชาญทำแว่นสายตาหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวกับตา, ช่างทำหรือพ่อค้าแว่นตา

ประโยคภาษาอังกฤษที่ควรรู้ เมื่อใช้บริการที่ร้านแว่นตา

Do you offer free eye tests?
= คุณวัดสายตาให้ฟรีหรือเปล่า

I’d like to have an eye test, please.
= ฉันอยากจะวัดสายตาสักหน่อย

I need a new … = ฉันต้องการ…ใหม่
pair of glasses = แว่นตา
pair of reading glasses = แว่นตาสำหรับอ่านหนังสือ
glasses’ case = กล่องใส่แว่นตา

Could I order some more contact lenses?
= ขอสั่งคอนแทคเลนส์เพิ่มค่ะ/ครับ

The frame on these glasses is broken
= กรอบแว่นตาอันนี้หัก

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ
frame (เฟรม) กรอบ,โครง
glasses (กลาซ-ซิส) แว่นตา

Can you repair it?
= คุณซ่อมมันได้ไหม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ
repair (รีแพรฺ’) ซ่อมแซม

Do you sell sunglasses?
= คุณขายแว่นกันแดดไหม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ
sunglasses (ซัน’กลาสซิส) แว่นตากันแดด

How much are these designer frames?
= กรอบนี่ราคาเท่าไหร่

My eyesight’s getting worse.
= สายตาของฉันแย่ลง

คำศัพท์ภาษาอังกฤษต้องรู้
eyesight /ˈaɪ.saɪt/ สายตา

Do you wear contact lenses?
= คุณใส่คอนแทคเลนส์หรือเปล่า

Are you short-sighted or long-sighted?
= คุณสายตาสั้นหรือสายตายาว

Could you read out the letters on the chart, starting at the top?
= โปรดอ่านตัวอักษรบนกระดานเริ่มจากด้านบน

Could you close your left eye, and read this with your right?
= โปรดปิดตาข้างซ้ายและอ่านข้อความนี้ด้วยตาข้างขวา

ขอบคุณข้อมูลจาก tonamorn.com


Apple เปิด HomePod mini จิ๋วแต่แจ๋ว

Apple เปิดตัวผู้ช่วยส่วนตัว HomePod mini จิ๋วแต่แจ๋ว ที่ช่วยเปลี่ยนบ้านเป็นสมาร์ทโฮม ราคาประมาณ 3,000 บาท

เริ่มแล้วสำหรับงาน AppleEvent โดย Apple อวดโฉมของเล่นใหม่ผู้ช่วยส่วนตัว ที่ช่วยเปลี่ยนบ้านเป็นสมาร์ทโฮม “ HomePod mini” ที่มีขนาดเล็ก เพียง3.3 นิ้ว แต่มีพลังเสียงดีขึ้น สั่งการด้วย Siri  รองรับการใช้งาน Podcast Apple Music และการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่น มีฟีเจอร์เป็นอินเตอร์คอม สื่อสารภายในบ้าน  ราคา 99 ดอลล่าร์สหรัฐ. หรือ ประมาณ 3,000 บาท

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


เพชรสังฆาต สมุนไพรชื่อแปลก แต่สรรพคุณกลับไม่ธรรมดาเลยสักนิด

เพชรสังฆาต สมุนไพรชื่อแปลก แต่สรรพคุณกลับไม่ธรรมดาเลยสักนิด

เนื่องจากสรรพคุณของสมุนไพรตัวนี้ไม่ได้รักษาโรคที่เกิดขึ้นทั่วไปอย่าง โรคหวัด โรคไขมัน โรคเบาหวาน ฯลฯ แต่เพชรสังฆาตเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยบรรเทาอาการของโรคริดสีดวงทวาร ที่โดดเด่นของ สมุนไพรชนิดนี้ สรรพคุณของสมุนไพรชื่อแปลกชนิดนี้ไม่ได้มีแค่รักษาริดสีดวงเท่านั้น สรรพคุณอันหลากหลาย เช่น โรคที่เกี่ยวกับกระดูกได้ โรคท้องผูก และที่กำลังเป็นที่น่าสนใจก็คือ เพชรสังฆาตช่วยลดน้ำหนัก สารสกัดจากเพชรสังฆาตนำมาจากส่วนของใบ เถา และน้ำคั้นจากต้น สามารถคั้นเอาน้ำมาดื่มแก้ท้องอืด จากส่วนของเถาอ่อน โรคเลือดออกตามไรฟัน แก้อาการประจำเดือนมาไม่ปกติ 

เพชรสังฆาต สมุนไพรชื่อแปลกไม่คุ้นหู

เพชรสังฆาตมีสรรพคุณเด่นๆในการใช้เป็นยาแก้โรคริดสีดวงทวารหนัก. จากงานวิจัยของ ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ พบว่าความสามารถของสมุนไพรเพชรสังฆาต กับผู้ป่วยที่เป็นโรคริดสีดวงมานานลองรับประทานเพชรสังฆาตและวัดผลกับยาแผนปัจจุบันที่ชื่อFlavonoidic+Diosmin (Daformin)ซึ่งเป็นยารักษาโรคริดสีดวง จากผลการศึกษาจะพบว่าค่าเฉลี่ยของการวัดผลของ 

สมุนไพรเพชรสังฆาตเปรียบเทียบผลกับยาFlavonoidic+Diosmin (Daformin)ผลลัพธ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ. ข้อดีนอกเหนือจากผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกัน ยังพบว่าราคายาแคปซูลเพชรสังฆาตมีราคาถูกกว่ายาFlavonoidic+Diosmin (Daformin) มากกว่า20เท่าอีกด้วย จากผลการวิจัยนี้จึงสรุปได้ว่าแคปซูลเพชรสังฆาตสามารถใช้ทดแทนยาFlavonoidic+Diosmin (Daformin)ในการรักษาโรคริดสีดวงทวารได้เป็นอย่างดี.

ปัจจุบันเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาได้ยืนยันถึงสรรพคุณของ เพชรสังฆาตแล้วว่ามีประสิทธิภาพสูง สามารถรักษาโรคริดสีดวงทวารได้ผลดีเทียบเท่ายาแผนปัจจุบันยา Flavonoidic+Diosmin (Daformin) และได้รับการบรรจุขึ้นบัญชียาหลักแห่งชาติอีกด้วย โดยมีการใช้แทนยาแผนปัจจุบันในโรงพยาบาลรัฐบางแห่งสำหรับแพทย์แผนโบราณ 

รับประทานเพชรสังฆาตเพื่อรักษาริดสีดวงอย่างไร? 

รับประทานเพชรสังฆาตแบบแคปซูล 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 3 แคปซูล เช้า กลางวัน เย็นหลังอาหาร เพื่อรักษาโรคริดสีดวงทวารหนัก ยาเพชรสังฆาต จะมีฤทธิ์เพิ่มการขับถ่าย สามารถลดขนาดยาลงได้ ตามความเหมาะสม 

เพชรสังฆาตช่วยเรื่องข้อต่อกระดูก

เพชรสังฆาตช่วยเรื่องกระดูกได้นั้นเนื่องจากในเพชรสังฆาตอุดมไปด้วยสารกลุ่มไฟโตเอสโตเจน ซึ่งสารกลุ่มนี้ไปเร่งกระบวนการสร้างคอลลาเจนtype b ที่เกี่ยวกับกระดูกโดยตรงมีผลให้กระดูกมีมวลมากขึ้น หนาขึ้น ไม่แตกเปราะบางหักง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงวัยทองที่มีการผลิตฮอร์โมนเอสโตเจนลดลง มีนักวิชาการได้ทำการศึกษาวิจัยเปรียบเทียบในสัตว์ทดลองโดยตัดรังไข่ของสัตว์ชนิดนั้นไม่ให้ผลิตฮอร์โมน เปรียบเสมือนหญิงวัยทอง และให้รับประทาน 

เพชรสังฆาต พบว่าสัตว์ดังกล่าวมีปริมาณของวิตามินดี ที่เกี่ยวกับการสังเคราะห์การสร้างกระดูกและฮอร์โมนเอสโตเจนในกระแสเลือดก็เพิ่มขึ้นสูงด้วย การทดลองดังกล่าวได้ทำการศึกษาโดยการเปรียบเทียบกับยาแผนปัจจุบันชื่อว่า Raloxifene (ราโลซิฟีน) เป็นยาในกลุ่มเซิร์ม (Selective Estrogen Receptor Modulators: SERMs ซึ่งใช้รักษาภาวะกระดูกพรุนให้เพศหญิงวัยหมดประจำเดือน เป็นยาที่ช่วยการทำงานของกระดูก ผลการทดลองบอกว่าเพชรสังฆาตสามารถช่วยในเรื่องการเพิ่มของมวลกระดูก ทำให้ไม่แตกหักง่าย แต่ยาRaloxifene ไม่ได้ทำให้มวลกระดูกมีความหนาแน่นมากขึ้น ในขณะที่เพชรสังฆาตนอกจากจะเพิ่มมวลกระดูแล้วยังลดอาการอักเสบของกระดูกอีกด้วย

รับประทานเพชรสังฆาตเพื่อรักษาโรคกระดูกอย่างไร? 

รับประทานเพชรสังฆาตแบบแคปซูล 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 แคปซูล เช้า กลางวัน เย็นเพื่อเพิ่มมวลกระดูกหรือ ป้องกันข้อเข่าเสื่อม อาจปรับลดการรับประทานยาแคปซูลเพชรสังฆาตได้เป็น สองเวลาหลังอาหารเช้า เย็น ได้ตามความเหมาะสม 

รับประทานนานมั้ยถึงจะเห็นผลลัพธ์และรับประทานต่อเนื่องได้หรือไม่

การรักษาโรคริดสีดวงทวารจะรับประทานยาเม็ดแคปซูลเพชรสังฆาต 500 มิลลิกรัม อย่างต่อเนื่อง 1 เดือน หรือรับประทานได้จนกว่าอาการดีขึ้น 

ส่วนโรคกระดูก บำรุงกระดูก รับประทานยาเม็ดแคปซูลเพชรสังฆาต 500 มิลลิกรัมต่อเนื่อง 3 เดือนเป็นอย่างต่ำ และหยุดพัก 1 เดือน จึงสามารถรับประทานต่อ จนอาการดีขึ้นเป็นลำดับ 

ลดความอ้วนด้วยเพชรสังฆาต

มีการศึกษาในผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน สำหรับคนไทยหรือคนเอเชีย คือ มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 27 กิโลกรัม/ตารางเมตร รับประทานแคปซูลเพชรสังฆาตขนาด 150 มิลลิกรัม ก่อนอาหาร เช้า และเย็น ประมาณ30 นาที นานเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน โดยรับประทานอาหารเหมือนเดิมที่เคยทานและไม่มีการออกกำลังกาย ปรากฎว่าน้ำหนักลดลง 8.8% เทียบจากน้ำหนักเดิม น้ำหนักเฉลี่ยของผู้ทดลองก่อนรับประทานเพชรสังฆาตแคปซูล 98.92 กิโลกรัม ลดเหลือ 90.19 กิโลกรัม. วัดความยาวรอบเอวลดลงเหลือ36นิ้วจาก40 นิ้ว ผลระดับไขมันในเลือดคอเลสเตอรอลรวม LDL และระดับน้ำตาลในเลือด มีการลดลงโดยประมาณ 20% เนื่องจากเพชรสังฆาตมีสารเซโรโทนิน ช่วยทำให้สมองเกิดความรู้สึกอิ่ม ไม่อยากอาหาร จึงทำให้น้ำหนักลด และเพชรสังฆาตยังมีไฟเบอร์อยู่มากจึงทำให้ผู้ที่รับประทานอิ่มเร็วขึ้นมีผลทำให้น้ำหนักลด

ทำความรู้จักกับเพชรสังฆาต

เพชรสังฆาตเป็นไม้เถาเลื้อยมีลักษณะเป็นข้อๆ สั้นๆ คล้ายสายโซ่ต่อกันขนาดยาวราว8-9เซนติเมตรสีเขียวสด ปลูกได้กับดินทุกชนิด โตไว มีดอกสวยงาม ใช้ประดับสวนในบ้านอีกทั้งยังมีคุณประโยชน์ คนท้องถิ่นเรียกไม้เถาเพชรสังฆาตว่า “ขันข้อ” (ราชบุรี) เนื่องจากช่วยเรื่องข้อต่อของกระดูก

“เพชรสังฆาต” (ชื่อวิทยาศาสตร์  Cissus guadrangularis L.) 

ส่วนที่เป็นยา 

เถา ใบ ราก 

ผลข้างเคียง ข้อห้ามใช้ 

เนื่องจากเพชรสังฆาตมีสารชื่อ Calcium Oxalate เป็นผลึก รูปเข็ม อาจเกิดการระคายเคืองในเยื่อบุช่องปาก คันปาก แสบในลำคอ จากการรับประทานสด ๆ ได้ 

เพชรสังฆาตมีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ การรับประทานอย่างต่อเนื่อง จึงอาจทำให้เกิดท้องเสียได้ ต้องระมัดระวังในการสูญเสียแร่ธาตุในร่างกาย 

ขอบคุณข้อมูลจาก atherbth.com


ชนิดทอง ราคารับซื้อ กรัมละ ราคารับซื้อ บาทละ ราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5% n/a 27,900.00 28,000.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,807.00 27,394.12 28,500.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,626.30 24,654.71 n/a
ทองรูปพรรณ 80% 1,445.60 21,915.30 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 813.00 12,325.08 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 632.00 9,581.12 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,873.00 28,394.68 n/a

ราคาน้ำมัน ประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 14/10/2563 

ราคาน้ํามันปตท
ปตท.
ราคาน้ํามันบางจาก
บางจาก
ราคาน้ํามันเชล์ Shell
เชลล์
ราคาน้ํามันเอสโซ่ Esso
เอสโซ่
ราคาน้ํามันคาลเท็กซ์ caltex
คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี
ราคาน้ํามันพีที PT
พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 22.05 22.05 22.05 22.05 22.05 22.05 22.05 22.05 22.05 22.05
แก๊สโซฮอล์ 91 21.78 21.78 21.78 21.78 21.78 21.78 21.78 21.78 21.78 21.78
แก๊สโซฮอล์ E20 20.54 20.54 20.54 20.54 20.54 20.54 20.54 20.54 20.54
แก๊สโซฮอล์ E85 18.14 18.14 18.14
เบนซิน 95 29.46 29.91 29.96 29.46 29.46
ดีเซล B7 21.89 21.89 21.89 21.89 21.89 21.89 21.89 21.89 21.89 21.89
ดีเซล 18.89 18.89 18.89 18.89 18.89 18.89 18.89 18.89 18.89 18.89
ดีเซล B20 18.64 18.64 18.64 18.64 18.64 18.64 18.64 18.64
ดีเซลพรีเมี่ยม 26.34 26.36 28.34 28.04 26.34
แก๊ส NGV 14.17 14.17 14.17
By :
Comments : Off
About the Author