สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2563

สมาคมอาคารชุด  บี้‘ขุนคลังใหม่’  ต่อลมหายใจธุรกิจ    

สมาคมอาคารชุดบี้ขุนคลัง ช่วยต่อลมหายใจ อสังหา

การกลับเข้ามารับตำแหน่งในรัฐบาล ผ่านหน้าที่สำคัญสูงสุด ในการกำกับดูแล ออกนโยบายทางเศรษฐกิจ กำหนดทิศทางประเทศ ของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ กับ ตำแหน่ง “ขุนคลัง” หรือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ที่ว่างลงแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นั้น ดูเหมือนจะเป็นความหวัง ที่ค่อนข้างสดใสของภาคธุรกิจอีกครั้ง เนื่องด้วยประสบการณ์และบุคลิก ต่างเป็นที่ยอมรับนับถือ เช่นเดียวกับความหวังในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียม ที่อยู่ในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562  จากภาวะกำลังซื้อภายในประเทศ และต่างประเทศหดตัว อีกทั้งสถานการณ์โควิดได้กระทบลุกลามภาวะเศรษฐกิจ และความมั่นใจในการซื้ออย่างรุนแรง เกิดภาพตลาดชะลอตัวมากที่สุดนับจากวิกฤติเศรษฐกิจไทยปี 2540 ผ่านการขออนุญาตก่อสร้างคอนโดฯ ตลอด 8 เดือนที่ผ่านมา (ม.ค.-ส.ค.) มีตัวเลข ลดลง -62.6% ส่วนการเปิดโครงการใหม่ หดตัวมากกว่า 40% ขณะการโอนกรรมสิทธิ์ คาดอาจต้องใช้เวลาถึง 5 ปี จึงจะมียอดกลับมาเทียบเท่าปี 2562 จากสถานการณ์ดังกล่าว นางอาภา อรรถบูรณ์วงศ์ นายกสมาคมอาคารชุดไทย เผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า รายนามขุนคลังคนใหม่นั้น ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ต่อทิศทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของตลาดอสังหาฯ  ซึ่งกำลังติดหล่มจากปัจจัยลบหลายด้าน หลังเชื่อมั่นในฝีมือประสบการณ์ก่อนหน้า พร้อมฝากการบ้าน 3 เรื่องใหญ่ ให้รัฐมนตรีคลังคนใหม่ พิจารณาดำเนินการ ทั้งมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และตลาดอสังหาฯ ภาพรวม ย้ำ! ต้องงัดกลุ่มคนมีเงินมาขับเคลื่อน
 
รมว.ใหม่คุณภาพคับแก้ว 
    ถือเป็นเรื่องที่น่าชื่มชมอยู่ไม่น้อย หลังรัฐบาลตัดสินใจ ดึงนายอาคม เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ณ ขณะนี้ เนื่องด้วย มองว่า นายอาคม ถือเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพคับแก้วคนหนึ่งในกลไกขับเคลื่อนประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา ทั้งจากเคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อให้เกิดแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่หลายด้าน ทั้งรถไฟฟ้าสายใหม่ๆ และสาธารณูปโภคสำคัญ อีกทั้ง ยังเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจอยู่ก่อนแล้ว ผ่านการเคยดำรงตำแหน่ง เลาธิการสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญ ในการวางกรอบและแนวทางการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ จึงมองว่า ท่านเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสมมากที่สุด กับ สถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทย ณ เวลานี้ ที่ต้องการได้รับการฟื้นฟูจากคนที่มีความรู้ความสามารถอย่างเร่งด่วนที่สุด

ร้องต่อลมหายใจเอกชน 
    โดยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างมากนั้น ที่ผ่านมา รัฐบาลออกมาตรการมาช่วยเหลือกระตุ้น โดยเฉพาะอุ้มกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องดี แต่อย่างไรก็ตาม คาดหวังว่า หลังนายอาคมเข้ารับตำแหน่งแล้ว จะมีมาตรการกระตุ้นด้านอื่นๆออกมาเพิ่มเติม โดยเฉพาะการช่วยเหลือในกลุ่มเอกชน -ผู้ประกอบการ ทั้งระดับเล็ก-กลาง-ใหญ่ ซึ่งไม่ค่อยได้รับการดูแลเท่าที่ควร ทั้งที่เป็นกลุ่มผู้จ้างงาน ซึ่งจะมีผลต่อรายได้ แรงซื้อของคนในประเทศ ขับเคลื่อนทั้งระบบ 
    “การกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากนี้ ต้องทำอย่างครบเครื่อง ครบทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการ ทำอย่างไรให้กลุ่มคนเหล่านี้ มีลมหายใจต่อ เกิดการจ้างงานได้ต่อไป จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น ฝากให้รัฐมนตรีใหม่ดูแล”

ตลาดคอนโดฯรอมาตรการ
    นายกสมาคมอาคารชุดไทย ยังกล่าวว่า สำหรับตลาดคอนโดมิเนียม หรืออสังหาฯ ภาพรวมนั้น เบื้องต้นตัวแทนผู้ประกอบการ รวมถึง 3 สมาคมได้มีการเสนอแนะแนวทางการกระตุ้นผ่านรัฐบาลไปแล้วก่อนหน้า ซึ่งเข้าใจว่า รัฐบาลคงเร่งดำเนินการ ช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนักๆ ก่อนกลับมาดูแลอสังหาฯ อย่างไรก็ตาม ต้องการย้ำว่า ขณะนี้ ตลาดขาดแรงซื้อที่ดี รัฐบาลจะช่วยเหลือได้ ผ่านการออกมาตรการที่เพิ่มแรงจูงใจให้ผู้ซื้อให้น่าซื้อหรือซื้อได้ง่าย โดยเฉพาะเรื่องภาษี ที่อยู่ในอำนาจรัฐมนตรีคลัง พิจารณาตัดสินใจได้ทันที ซึ่งมาตรการที่เร็ว, แรงและคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้ซื้อ คือ การขอให้รัฐขยายเพดานราคาบ้าน ที่ให้สิทธิ์ลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอนและจำนอง  0.01% ให้ครอบคลุมทุกระดับราคา ไม่ใช่เพียงบ้านกลุ่มต่ำกว่า 3 ล้านบาทเท่านั้น เช่นเดียวกับการเข้าถึงสินเชื่อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ซื้อมากขึ้น ซึ่งแม้สถาบันการเงินส่วนใหญ่ จะขึ้นอยู่กับธปท. แต่ในส่วนของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ย่อมสามารถดำเนินการได้ จึงฝากให้รัฐพิจารณา 
    “เอกชนในภาคอสังหาฯ เคยเสนอไปแล้วหลายครั้ง ว่าจะต้องใช้แรงขับของผู้ซื้อทุกกล

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ทีดีอาร์ไอ  ผ่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ

นักวิชาการ ทีดีอาร์ไอ ประเมินความเหมาะสม 5 มาตรการเสนอรัฐกระตุ้นอสังหาฯ ของภาคเอกชน ระบุ เลิก LTV ไม่ได้อยู่ในอำนาจรัฐ หากจะทำต้องแค่หย่อนหลักเกณฑ์ ไม่เพิ่มความเสี่ยงให้ตลาด ขณะเพิ่มเพดานลดค่าโอน 0.01% ได้ไม่คุ้มเสีย อีกด้านเห็นด้วยชูบ้านหลัง 2 ซีเนียร์ลิฟวิ่งให้ต่างชาติผ่านการจัดโซนนิ่ง

ภายใต้สถานการณ์ที่ทั่วโลกได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ทั้งเศรษฐกิจภายในประเทศล่มสลาย จำนวนผู้ติดเชื้อในหลายประเทศยังเพิ่มขึ้นรายวัน แต่สำหรับประเทศไทย ซึ่งถือว่า การบริหารจัดการควบคุมโรคเป็นไปอย่างดีเยี่ยมนั้น สิ่งที่บรรดาภาคธุรกิจทวงถามรัฐ คือ การให้เร่งเรียกความเชื่อมั่น ทั้งจากเอกชน และผู้บริโภคกลับคืนมาฟื้นฟูภาคเศรษฐกิจภายใน โดยเฉพาะการกระตุ้นกำลังซื้อ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจต่างๆ ส่งต่อการจ้างงาน และลดความเสี่ยงการปิดกิจการลงที่อาจลุกลามเป็นวงโซ่

ขณะภาคอสังหาริมทรัพย์ หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัวกลับมารวดเร็ว ย่อมสะท้อนไปยังความต้องการ (ดีมานด์) ของผู้ซื้อเพราะคนจะหันไปซื้อของที่มีความจำเป็นก่อน ไม่ต้องการก่อหนี้ก้อนใหญ่ระยะยาว อสังหาฯจึงเป็นภาคที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างต่อเนื่อง ไม่นับรวมกลุ่มผู้ซื้อ ที่กระจุกตัวอยู่ในภาคการท่องเที่ยว การบริการ และการบิน ที่กลายเป็นศูนย์ไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการ ยังเชื่อมั่นต่อตลาด มองบวกว่ากำลังซื้อทั้งในประเทศ และต่างประเทศยังมี โดยรัฐควรใช้โอกาสที่แฝงอยู่ในภาคอสังหาฯ เป็นตัวขับเคลื่อน ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย จากเม็ดเงินอุตสาหกรรมต้นน้ำ-ปลายน้ำ นับหลายแสนล้านบาทต่อปี 
    กันยายน หลังจากรัฐเคาะระฆัง เปิดเวทีรับฟังข้อมูลจากภาคธุรกิจอสังหาฯ ทั้งจากตัวแทน 3 สมาคมอสังหาฯ, ผู้ประกอบการรายใหญ่, สมาคมรับสร้างบ้านและแวดวงกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ผ่านการรับแนวทางข้อเสนอแนะร่วม 20 ข้อ ทั้งการขอปลดล็อกสินเชื่อที่อยู่อาศัย, การขอสนับสนุนเรื่องภาษี ไล่ไปยังถึงผังเมืองและบูรณาการทำงานของหน่วยที่เกี่ยว ข้องนั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดี ว่ารัฐมีความจริงใจที่จะช่วยกระตุ้น และขับเคลื่อนตลาด อย่างไรก็ตาม ในแนวทางการพิจารณาและออกมาเป็นมาตรการปฎิบัติ  จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนใดๆ เกิดขึ้น
    “ฐานเศรษฐกิจ” วิเคราะห์ร่วมกับ นาย นณริฏ พิศลยบุตร นักวิชาการอาวุโส จากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (TDRI) ซึ่ง คว่ำหวอดในการศึกษา ต่อวิกฤติและโอกาสของตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในหลายหัวข้อ ตลอดช่วงที่ผ่านมา ว่า ในบรรดามาตรการต่างๆที่ผู้ประกอบการเสนอไปยังรัฐบาล เพื่อขอกระตุ้น กำลังซื้อในตลาดนั้น มีหัวข้อสำคัญ 5 เรื่อง ที่มีโอกาสจะได้รับการพิจารณา แต่ต้องยอมรับว่า บางมาตรการ ไม่ได้อยู่ในขอบเขตอำนาจของรัฐ ขณะเดียวกัน บ้างในทางปฎิบัติทำได้ แต่ไม่คุ้มเสียต่อเสถียรภาพในระยะยาว
    เริ่มที่ การขอยกเลิก หรือ เลื่อน บังคับใช้มาตรการควบคุมสินเชื่อที่อยู่อาศัย (LTV) ที่ประกาศใช้โดยธนาคารแห่งประเทศ (ธปท.) หวังกู้กำลังซื้อกลับคืนมาได้ไม่ต่ำกว่า 10% ประเด็นดังกล่าว นายนณริฏ มีมุมมองว่า ในเชิงวิชาการ ซึ่งให้น้ำหนักต่อการรักษาเสถียรภาพในระยะยาวนั้น การบังคับใช้ LTV ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญต่อการรักษาเสถียรของตลาด ฉะนั้น ภาพใหญ่ เห็นควรให้คงไว้  หลัง ธปท. มีการเฝ้าติดตามผลของ LTV ตลอดช่วงมากกว่า 1 ปีที่ผ่านมา พบสามารถช่วยลดความร้อนแรงของการเก็งกำไร และลดความเสี่ยงของผู้ซื้อในตลาดได้อย่างดี  อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าว เป็นมาตรการในเชิงนโยบายการเงิน ซึ่งขึ้นอยู่กับ ธปท. เป็นผู้กำหนด การคาดหวังให้รัฐปลดล็อก อาจเป็นไปได้ยาก แต่ทั้งนี้ แม้ไม่เห็นด้วยในการขอยกเลิก LTV แต่ในแง่ปฎิบัติ ธปท.สามารถยืดหยุ่นหลักเกณฑ์สำคัญลงได้อีก ซึ่งคาดจะเกิดขึ้นเอง เมื่อ ธปท. เห็นสภาพจังหวะของตลาดที่เหมาะสม 
    “LTV เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพตลาด กีดกั้นผู้ซื้อที่ไม่พร้อมให้เข้ามามีความเสี่ยง ฉะนั้น ควรต้องคงไว้  ส่วนเงื่อนไขที่ผ่านมา ธปท.ไม่ได้ใจร้าย มีการปรับลด หยืดหยุ่นมาแล้ว 2 ครั้ง ซึ่งเชื่อว่า หาก ธปท.เล็งเห็น ว่าสถานการณ์ตลาดอยู่ในจุดสมดุล เหมาะสมแล้ว ก็คงมีการลดหลักเกณฑ์ที่ซีเรียส ให้อ่อนแรงได้ โดยไม่จำเป็นต้องยกเลิก ให้ตลาดกลับมามีความเสี่ยงอีก”

ขณะประเด็นชงอึกทึก  โดยงัดความโดดเด่นในด้านการจัดการโควิด-19 ได้อย่างยอดเยี่ยม ให้เป็นจุดแข็งของอสังหาฯไทย ชูแนวคิด “Thailand Best Second Home” (บ้านหลังที่สองที่ดีที่สุด) เพื่อส่งเสริมให้ชาวต่างชาติครอบครองอสังหาฯไทยได้ง่ายขึ้น ช่วยดูดซับซัพพลายพร้อมอยู่ในตลาด เช่น การขอให้รัฐให้วีซ่าระยะยาวกับต่างชาติที่ซื้ออสังหาฯ , การเพิ่มโควต้าถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมได้มากกว่า 49% ต่อโครงการ ,ให้ถือครองกรรมสิทธิ์แนวราบได้ หรือไม่ได้ ก็ขอขยายสิทธิ์การเช่ายาวๆเกิน 30 ปี เป็นต้นนั้น เรื่องนี้ เห็นด้วยอย่างมาก แต่หัวใจสำคัญ นักวิชาการทีดีอาร์ไอคนเดิม ระบุว่า การรับต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาฯไทย คือ การผูกโยงกับนโยบายเปิดประเทศ ซึ่งจังหวะนี้ยังไม่ 100% แต่มีโอกาส หากรัฐมีมาตรการข้างต้นออกมากระตุ้น โดยเฉพาะ การเจาะกลุ่มชาวยุโรปวัยเกษียณ ซึ่งมีกำลังซื้อสูง รับเข้ามากักตัวช่วงโควิด ไม่ว่าจะผ่านการเช่า หรือ ซื้ออสังหาฯ ก็ตาม ในรูปแบบลองสเตย์ แลกกับการให้วีซ่า ส่วนในระยะยาว มีโจทย์สำคัญ ที่เปิดช่องได้ คือ การกำหนดโซนนิ่งผ่านผังเมือง โดยเฉพาะ การเปิดให้ครอบครองกรรมสิทธิ์แนวราบได้ เช่น ในเมืองท่องเที่ยว อย่างจังหวัดภูเก็ต ส่วนคอนโดฯ รัฐสามารถเปลี่ยนกฎหมายเพิ่มโควต้าการถือครอง แม้จะเต็ม 100% ก็ไม่มีความเสี่ยง หากมีแนวบริหารจัดการที่ดี
    “ความต้องการให้ภาคอสังหาฯ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขาดไม่ได้ คือ กลุ่มผู้ซื้อต่างชาติ โอกาสมากสุด คือ สังคมผู้สูงวัย หรือ ซีเนียร์ลิฟวิ่ง”
    ส่วนมาตรการที่ผู้ประกอบการทุกราย ต่างแนะให้รัฐขยายเพดานราคาบ้าน จากมาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง ที่อยู่อาศัย 0.01% ที่เลือกใช้แค่กลุ่มบ้านราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท มาสู่การเอื้อประโยชน์ต่อบ้านทุกระดับราคา หรือ อย่างน้อยที่สุด ควรขีดเส้นให้ยาวถึงกลุ่มบ้านราคา 3- 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุด มีสัดส่วนการโอนกรรมสิทธิ์สูง ที่สำคัญ มีมูลค่าเหลือขายสูงสุดในตลาด ณ ขณะนี้ ราว 356,500 ล้านบาทนั้น ส่วนตัว และในเชิงวิชาการ กังวลในหลักการ เพราะเมื่อไหร่ที่รัฐบาลสนับสนุนคนทุกกลุ่ม คนที่ได้ประโยชน์สูงสุด คือ กลุ่มคนมีเงิน หรือ คนรวย ไม่ใช่คนฐานล่างตามนโยบายหลักซึ่งต้องการสนับสนุนกลุ่มคนรายได้น้อย ทั้งยังต้องแลกมาด้วยการสูญเสียภาษี ซึ่งเป็นงบประมาณของรัฐ โดยคนที่ได้รับประโยชน์สูงสุด คือ กลุ่มผู้ประกอบการซึ่งมีสต็อกเหลือขาย เพราะมาตรการไม่ได้จูงใจให้เกิดการพัฒนาใหม่ แล้วขายออกไปเพื่อคนเหล่านั้น แต่เพื่อดูดซับสต็อก
    “เป็นมาตรการ เพื่อเคลียร์ล้างสต็อก ไม่ได้มีผลต่อการสร้างเม็ดเงิน หรือ การจ้างงานในอุตสาหกรรม ซึ่งการทำให้ตลาดเดินต่อได้ อาจต้องเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ ที่ต้องลดราคาบ้านลงเอง ซึ่งขณะนี้เป็นจังหวะที่ทำได้ โดยมีดีมานด์รอตอบรับ”

ประการต่อมา ข้อเสนอขอแก้ไขในแง่การจัดสรรโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งถูกคลุมโดยหลักเกณฑ์เข้มงวด จากผังเมืองฉบับใหม่ ที่จะพร้อมประกาศใช้ช่วงปี 2564 ผ่านการเปลี่ยนรายละเอียดยกแผง เช่น การเปลี่ยนสีผังของทำเล, อัตราส่วนพื้นที่อาคารต่อที่ดิน (FAR) เป็นต้น แต่ที่สมาคมอสังหา ริมทรัพย์ เสนอแนะเพิ่มเติม คือ การขอให้เปิดพื้นที่สีน้ำเงินของรัฐ ซึ่งเป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธาณูปโภค และสาธารณูปการ  ให้เอกชนเข้ามาลงทุนพัฒนาที่อยู่อาศัย รองรับคนมีรายได้น้อย ประเด็นนี้ นายนณริฏ กล่าวว่า ยังมีความก่ำกึ่ง ถึงความเหมาะสมในการดำเนินการ เพราะที่ผ่านมา เมื่อไหร่ที่รัฐใช้กลไกให้เอกชน
เข้าไปประมูลสัมปทาน มักเกิดปัญหาความไม่โปร่งใส ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ตามมา ผ่านการแข่งขันที่มีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง ต่างจากการซื้อที่ดินและพัฒนาโดยเอกชนเอง 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


บาทเปิด 31.18/20 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มทรงตัว

บาทเปิด 31.18/20 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มทรงตัว

เงินบาทเปิดตลาด 31.18/20 บาทต่อดอลลาร์ แนวโน้มทรงตัว ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ ให้กรอบวันนี้ 31.15-31.25 บาทต่อดอลลาร์

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้อยู่ที่ระดับ 31.18/20 บาท/ดอลลาร์ แข็งค่าเล็กน้อยจากเย็นวานที่ปิดตลาดที่ระดับ 31.20/23 บาท/ดอลลาร์

วันนี้คาดว่าเงินบาทยังคงนิ่งๆ เพราะปัจจัยยังคงเป็นเรื่องเดิม ขณะที่การชุมนุมทางการเมืองในประเทศไม่ได้ส่งผลกระทบต่อค่าเงินมากนัก ฝั่งตลาดหุ้นและพันธบัตรในส่วนของนักลงทุนต่างชาติก็ไม่ได้ไหลออกมากเช่นกัน ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศยังคงเป็นประเด็นเดิม คือ จับตาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมีการลงมติโดยวุฒิสภาสัปดาห์หน้า และการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในต้นเดือนพ.ย. นักบริหารเงิน คาดว่า วันนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 31.15-31.25 บาท/ดอลลาร์

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


มาแล้ว “โอเวน” ทำนายผลคู่ “เอฟเวอร์ตัน-ลิเวอร์พูล” ศึกพรีเมียร์ลีก

ไมเคิล โอเวน อดีตดาวยิงชื่อดัง ออกมาฟันธงผลการแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่บิ๊กแมตช์ เอฟเวอร์ตัน ปะทะ ลิเวอร์พูล…

วันที่ 16 ต.ค. 63 ไมเคิล โอเวน อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ มองว่า “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล จะบุกมาเอาชนะ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ถึงสนาม กูดิสัน พาร์ค 2-1 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บีแมตช์ วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมนี้ เวลา 18.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย

สำหรับ เอฟเวอร์ตัน โชว์ฟอร์มได้อย่างร้อนแรง เก็บชัยชนะ 4 นัดรวด จากการลงเล่น 4 นัดแรกในพรีเมียร์ลีกซีซั่นนี้ นำเป็นจ่าฝูงของตาราง ขณะที่ ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัด แพ้ 1 นัด มี 9 คะแนน อยู่อันดับ 5 ของตาราง

โอเว่น กล่าวว่า ”นี่จะเป็นเกมเมอร์ซี่ไซด์ดาร์บี้ที่ผู้คนตั้งตารอคอยมากที่สุดในรอบหลายปี ใครจะไปคาดคิดล่ะว่า เอฟเวอร์ตัน จะออกสตาร์ตได้ยอดเยี่ยมขนาดนี้? ส่วน ลิเวอร์พูล ต้องใช้เวลาถึง 2 สัปดาห์เพื่อลบความเจ็บปวดหลังจากที่พวกเขาเพิ่งแพ้ แอสตัน วิลลา มา 2-7 เราจะได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขาหรือไม่ ต้องมารอดูกัน แต่สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่าลิเวอร์พูลจะคว้าชัยชนะไปได้แบบหวุดหวิด 2-1”

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th


ปั้นทีมเมดิคัลฮับ เป็นศูนย์สุขภาพนานาชาติ

ปั้นทีมเมดิคัลฮับ เป็นศูนย์สุขภาพนานาชาติ thaihealth

ปั้นทีมเมดิคัลฮับ ผลักดันเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวว่า สบส.ได้สนับสนุนให้บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐมาปฏิบัติงาน โดยร่วมกันจัดการวางแผนศึกษาการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ แบ่งการดำเนินงานเป็น 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านคลังข้อมูล 2) ด้านยุทธศาสตร์ 3) ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ 4) ด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่น การแพทย์สมัยใหม่ที่มีความสามารถสูง การศัลยกรรมเสริมความงาม การผ่าตัดแปลงเพศ การตรวจสุขภาพประจำปี การดูแลผู้สูงอายุ ทันตกรรม การแก้ไขภาวะผู้มีบุตรยาก การศัลยกรรมดูดไขมัน การดูแลสุขภาพด้วยการนวดไทย สปาไทย และการบริการการแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย

นพ.สุชาติ  เลาบริพัตร ผู้อำนวยการสำนักผู้เชี่ยวชาญ กล่าวว่า นักยุทธศาสตร์เพื่อการปฏิรูปประเทศเชิงบูรณาการ ได้ดำเนินการศึกษาข้อมูล จัดทำคลังความรู้ข้อมูลวิชาการที่เกี่ยวข้องด้าน Medical hub จากหน่วยงานในประเทศและต่างประเทศ เพื่อจัดทำเป็นต้นแบบคลังข้อมูล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชาวต่างชาติสามารถค้นหาข้อมูลสถานพยาบาลเอกชน และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในประเทศได้ ค้นหาได้สะดวก รวดเร็ว อีกทั้งมีการศึกษาด้านกฎหมายการเปรียบเทียบและปรับปรุงกฎหมายด้านการสร้างรายได้ให้กับประเทศ รวมถึงการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับชาวต่างชาติเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น

อีกทั้ง ได้มีการศึกษาดูงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมนโยบาย Medical hub เช่น โรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน JCI ในระดับสากล เป็นต้น เพื่อนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร รวมทั้งได้มีเครือข่ายในการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกัน เสริมสร้างศักยภาพในการเตรียมพร้อมเป็นบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ เป็นผู้นำองค์กรในอนาคตที่มีศักยภาพในการดำเนินงานด้านการส่งเสริมรายได้ประเทศ ตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี พัฒนาคน พัฒนางาน พัฒนาประเทศ.

ขอบคุณข้อมูลจาก thaihealth.or.th


ประโยคพูดอังกฤษอารมณ์ความรู้สึก

Image

ภาษาอังกฤษน่ารู้ในวันนี้ เป็นบทเรียนเกี่ยวกับอารมณ์ความรู้สึก วันนี้เรามารู้จักกับประโยค
ที่พูดแทนความรู้สึกต่างๆ วันนี้เรามาดูกันว่ามีประโยคไหนที่น่าสนใจบ้าง…> ไปเรียนรู้ได้เลยค่ะ

รูปประโยคที่ใช้บอกความรู้สึกทางบวกมีดังนี้

You look happy.

ยู ลุค แฮพพิ.

= คุณดูมีความสุขนะครับ

I feel great.

ไอ ฟีล เกรท.

= ผมรู้สึกดีมากๆ ครับ

I feel relaxed.

ไอ ฟีล รีแล็กซท์.

= ผมรู้สึกผ่อนคลาย

I am impressed with her smile.

ไอ แอม อิมเพรสท์ วิธ เฮอร์ สไมล์.

= ผมประทับใจในรอยยิ้มของหล่อน

I was amazed about her abilities.

ไอ วอซ อะเมซด์ อะเบาท์ เฮอร์ อะบิลิทีซ์.

= ผมรู้สึกทึ่งในความสามารถของหล่อน

I am hopeful that we can find a solution.

ไอ แอม โฮพฟูล แดท วี แคน ไฟนด์ อะ โซลูเชิน.

= ผมรู้สึกมีความหวังว่าเราจะหาวิธีแก้ปัญหาได้

^^ คำศัพท์ที่น่าสนใจ ^^

Happy  แฮพ’พี  = มีความสุข

Hopefulโฮพฟูล  = มีความหวัง

Relaxed  รีแล็กซท์  = ผ่อนคลาย

เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะกับประโยคภาษาอังกฤษที่แสดงความรู้สึกต่างๆที่นำมาฝากน้องๆในวันนี้ ตอนนี้น้องๆกำลังมีอารมณ์ความรู้สึกเป็นอย่างไรบ้างค่ะ เรียนรู้กันไปแล้วน้องๆคงสามารถแต่งประโยคแสดงความรู้สึกกันได้เองแล้วนะค่ะ แล้วเรามาติดตามภาษาอังกฤษง่ายๆกันต่อที่โรงเรียนสอนภาษา Ubon Academy ค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก ubonac.com


ดีแทค ชวนลงทะเบียน e-KYC มุ่งสู่ธุรกรรมดิจิทัล

ดีแทค แจ้งผู้ใช้บริการชำระเงินผ่านบิล Direct operator billing หรือ pay via dtac DOB ลงทะเบียน e-KYC ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563  เป็นต้นไป

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค แจ้งลูกค้าที่ใช้บริการชำระเงินซื้อแอพ เติมเกม ซื้อสติกเกอร์ไลน์ และสมัครบริการต่างๆ ผ่านเบอร์ดีแทคได้ง่ายๆ ใช้ได้ทั้งเติมเงินและรายเดือน ผ่านบิลดีแทค DOB* (Direct Operator Billing) หรือ pay via dtac ให้ลงทะเบียน e-KYCยืนยันตัวตนผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้ถูกต้อง ทั้งนี้ผู้ใช้บริการที่ลงทะเบียนแล้วสามารถใช้อัตลักษณ์บุคคลในการทำธุรกรรมทางการเงินได้ง่าย มีความปลอดภัย ยืนยันตัวตนได้สะดวกโดยไม่ต้องเจอหน้า

ดีแทคยังได้มอบสิทธิพิเศษเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาลงทะเบียนครบภายในเวลาที่กำหนด โดยให้ลูกค้าในระบบรายเดือน และระบบเติมเงินที่ลงทะเบียนสำเร็จ จะได้รับโบนัสฟรีมูลค่า 20 บาท สำหรับใช้ชำระเงินซื้อบริการครั้งต่อไป พร้อมรับสิทธิพิเศษ โดยลูกค้าแบบเติมเงินจะได้ไป โบนัสค่าโทรในเครือข่ายดีแทคมูลค่า 100บาท และลูกค้าแบบรายเดือนจะได้อินเตอร์เน็ต 2GB ใช้ได้นาน 30 วัน พร้อมสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย โดยดีแทคได้เร่งส่งข้อความ SMS ชวนลูกค้าลงทะเบียน e-KYC ให้สำเร็จ ได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

เนื่องด้วยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลเพื่อป้องกันการโจรกรรมทางการเงิน ด้วยเหตุนี้ ดีแทค จึงมีความจำเป็นต้องให้ลูกค้าผู้ใช้บริการที่ใช้จ่ายผ่านเบอร์ดีแทคทุกท่าน ลงทะเบียนการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (KYC) ผ่านช่องทางออนไลน์ คลิก https://www.dtac.co.th/s/kycth

การลงทะเบียน e-KYC (Electronic Know Your Customer) คือ การทำความรู้จักลูกค้าผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้เก็บข้อมูลของสถาบันการเงินต้องใช้ทักษะและความชำนาญของการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการระบุตัวตนบุคลากร (Identification) และยืนยันตัวตน (Verification) แทนการใช้ KYC หรือ การทำความรู้จักลูกค้า แบบเดิมที่ยุ่งยาก เสียเวลา เพราะลูกค้าต้องกรอกข้อมูล ส่งเอกสาร และต้องเดินทางไปแสดงตัวตนด้วยตนเอง (face-to-face) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงิน

วิธีลงทะเบียนและเอกสารที่ใช้ยืนยันตัวตน e-KYC

1. ผู้ใช้บริการดีแทคจะได้รับข้อความ SMS แจ้งเตือนที่มี link ใน SMS ยืนยันการทำรายการ เมื่อผู้ใช้บริการทำการชำระค่าซื้อบริการ

2. ผู้ใช้บริการดีแทคจะได้รับข้อความ SMS แจ้งเตือน ให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป

ขั้นตอนการลงทะเบียนยืนยันตัวตน e-KYC สำหรับการชำระเงินเพื่อซื้อสินค้าและบริการผ่านเบอร์ดีแทค ทำได้ง่ายๆ เพียงกดลิ้งค์เข้าไปในระบบ กรอกเบอร์โทรศัพท์มือถือ กรอกข้อมูล อัพโหลดภาพบัตรประชาชน และเซลฟี่ภาพใบหน้า โดยดีแทคได้ออกแบบหน้าลงทะเบียนถึง 4 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ เมียนมาและกัมพูชา เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับฐานลูกค้าดีแทคอย่างทั่วถึง

เอกสารที่ใช้สำหรับลงทะเบียนคือบัตรประชาชน หรือพาสปอร์ตสำหรับชาวต่างชาติ หรือใบอนุญาตทำงานสำหรับแรงงานต่างด้าว

ผู้ใช้บริการจะทำธุรกรรมได้ง่าย และปลอดภัยเมื่อลงทะเบียน e-KYC

การลงทะเบียน e-KYC ช่วยให้ทุกคนทำธุรกรรมการเงินง่ายขึ้นด้วยอัตลักษณ์บุคคล เช่น การจดจำใบหน้า ช่วยระบุไอดีที่เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล ทำให้ปลอมแปลงหรือเลียนแบบได้ยาก ช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบบุคคล ลดความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างดำเนินการได้ ควบคุมความปลอดภัยของข้อมูลโดย Multi risk signal-based ได้แบบเรียลไทม์ ช่วยสถาบันทางการเงินทั่วโลกแก้ปัญหาและความท้าทายต่างๆ เช่น ป้องกันการโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว ตรวจสอบธุรกรรมการเงิน โดยเฉพาะเมื่ออาชญากรไซเบอร์มีความเชี่ยวชาญในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อโจรกรรมข้อมูลจากบริษัทและลูกค้า และช่วยจัดสรรทรัพยากรให้ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นของลูกค้า

ประโยชน์ของ e-KYC นั้น ชัดเจนในเชิงพาณิชย์และมีกฎระเบียบข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตาม ซึ่งเมื่อเทียบกับกระบวนการทำงานแบบเดิมแล้ว แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้สถาบันการเงินลดขั้นตอนการบริการลง โดยลูกค้าบริการตนเองแบบอัตโนมัติด้วยไอดี ใช้อัตลักษณ์บุคคลในการทำธุรกรรมทางการเงิน ยืนยันตัวตนได้โดยไม่ต้องเจอหน้า

DOB (Direct Operator Billing) คือบริการสำหรับลูกค้าดีแทคที่ชำระค่าบริการซื้อแอพ เติมเกม ซื้อสติกเกอร์ไลน์ และสมัครบริการต่างๆ ผ่านเบอร์ดีแทคได้ง่ายๆ ใช้ได้ทั้งเติมเงินและรายเดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


เม็ดบัว!! คุณประโยชน์เหลือล้น

เม็ดบัว!! คุณประโยชน์เหลือล้น

หลายท่านจะยังไม่เคยทาน”เม็ดบัว”และอาจคาดไม่ถึง ว่าเจ้าเม็ดบัวน้อยๆ นี้จะมีสรรพคุณทางยาสามารถช่วยบำรุงโลหิต แต่เชื่อเถอะ เป็นเช่นนั้นจริงๆ หลายท่านที่มักมีอาการวิงเวียนหน้ามืด หรือมีอาการแน่นหน้าอก เพราะปัญหาเลือดน้อย ขอแนะนำสมุนไพรพื้นบ้าน ที่ทานง่าย ราคาไม่แพง ที่สำคัญมีอยู่ในบ้านเรา อย่างเช่นเม็ดบัว มีสรรพคุณทางการบำรุงเลือดที่ดี

สรรพคุณของเม็ดบัวนั้น อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบอยู่ถึงประมาณ 23 เปอร์เซนต์ และมีเกลือแร่ ฟอสฟอรัส นอกจากนี้ตัวเม็ดบัวยังมีสรรพคุณ บำรุงสมอง บำรุงประสาท บำรุงไต ช่วยรักษาอาการท้องร่วง และบิดเรื้อรัง และสรรพคุณพื้นบ้านที่ใช้กันเป็นยาบำรุงเลือด หรือเพิ่มเลือด

“การทานเม็ดบัว เพื่อการบำรุงเลือด มีข้อแม้ว่าต้องเป็นการทานเม็ดบัวสดเท่านั้น” เม็ดบัวที่ผ่านการแปรรูปมาแล้ว หรือการนำมาต้มให้สุกจะใช้ไม่ได้ เม็ดบัวเชื่อมที่ใส่ไอศกรีมก็ใช้ไม่ได้

โดยหาซื้อฝักบัวสดที่มีขายเป็นกำๆ ตามตลาด ซึ่งหนึ่งฝักจะมีเม็ดบัวอยู่ในฝัก7-10 เม็ด แล้วแต่ความอ้วนของฝัก ดังนั้นเวลาทานต้องแกะออกจากฝัก แล้วนำมาแกะเปลือกออกจากเม็ด เพื่อจะทานเม็ดบัวสีขาวอมเหลืองที่อยู่ในเปลือก เมื่อได้เม็ดบัวที่แกะเปลือกออกแล้ว ให้ทานเข้าไปทั้งเม็ด โดยไม่เอาต้นอ่อนภายในเม็ด หรือที่เราเห็นเป็นเส้นเขียวๆ อยู่กลางเม็ดออก พูดง่ายๆ คือทานเข้าไปหมด รสชาติก็จะมีขมฝาดเล็กน้อย ใหม่ๆ อาจจะไม่คุ้นลิ้น แต่เมื่อทานไปสักระยะก็จะเฉยๆ

ที่สำคัญต้นอ่อนในเม็ดบัว หรือดีบัวที่หลายคนชอบหยิบออกนั้น คือต้นอ่อนสีเขียวขมๆ สรรพคุณทางยาของจีน กล่าวว่าหากทานเข้าไปแล้วก็จะช่วยบำรุงถุงน้ำดี ช่วยเพิ่มแรงบีบตัวของหัวใจ และบำรุงหลอดเลือดหัวใจอีกด้วย

ข้อสำคัญ พยายามเลือกฝักที่แก่ จะได้เม็ดบัวที่โตเต็มที่ ทานวันละไม่น้อยกว่า 20 เม็ด จะทานมากกว่าก็ไม่ห้าม เพราะเม็ดบัวปกติเป็นของทานเล่นพื้นบ้านเราอยู่แล้ว ทีนี้คุณก็ได้อาหารบำรุงเลือด บำรุงหัวใจ แบบธรรมชาติราคาแสนจะคุ้มกับประโยชน์เลยทีเดียว 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ชนิดทอง ราคารับซื้อ กรัมละ ราคารับซื้อ บาทละ ราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5% n/a 28,050.00 28,150.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,817.00 27,545.72 28,650.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,635.30 24,791.15 n/a
ทองรูปพรรณ 80% 1,453.60 22,036.58 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 818.00 12,400.88 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 636.00 9,641.76 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,883.00 28,546.28 n/a

ราคาน้ำมัน ประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 16/10/2563 

ราคาน้ํามันปตท
ปตท.
ราคาน้ํามันบางจาก
บางจาก
ราคาน้ํามันเชล์ Shell
เชลล์
ราคาน้ํามันเอสโซ่ Esso
เอสโซ่
ราคาน้ํามันคาลเท็กซ์ caltex
คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี
ราคาน้ํามันพีที PT
พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 21.55 21.55 21.55 21.55 22.05 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55
แก๊สโซฮอล์ 91 21.28 21.28 21.28 21.28 21.78 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28
แก๊สโซฮอล์ E20 20.04 20.04 20.04 20.04 20.54 20.04 20.04 20.04 20.04
แก๊สโซฮอล์ E85 17.84 17.84 17.84
เบนซิน 95 28.96 29.91 29.46 28.96 28.96
ดีเซล B7 21.59 21.59 21.59 21.59 21.89 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59
ดีเซล 18.59 18.59 18.59 18.59 18.89 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59
ดีเซล B20 18.34 18.34 18.34 18.34 18.64 18.34 18.34 18.34
ดีเซลพรีเมี่ยม 26.04 26.06 28.04 27.74 26.04
แก๊ส NGV 14.17 14.17 14.17
By :
Comments : Off
About the Author