สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564

SC โชว์รายได้ 19,051 ลบ. ปี 63 กำไรพุ่ง 1,898 ลบ.

SC โชว์รายได้ 19,051 ลบ. ปี 63 กำไรพุ่ง 1,898 ลบ.

SC ฝ่าวิกฤติโควิดฉลุย สรุปปี 63 ทำนิวไฮทั้งรายได้และยอดขาย โชว์รายได้รวม 19,051 ลบ. กำไรสุทธิ 1,898 ลบ. เตรียมปันผล 0.18 บาท/หุ้น ปี 64 พร้อมลุยต่อยอดความสำเร็จ

นายอรรถพล สฤษฎิพันธาวาทย์ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านสนับสนุนองค์กร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC  เปิดเผยถึงความสำเร็จของผลการดำเนินงานในปี 2563 ว่า “ SC สอบผ่านปีโควิดฉลุยด้วยกลยุทธ์เชิงรุกที่ปรับตัวอย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น และการรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการ  

โดยในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำสถิติสูงสุดทั้งรายได้และยอดขาย โดยมีรายได้รวม 19,051   ล้านบาท เติบโต 7% (YoY) เป็นรายได้จากการดำเนินงาน 18,977 ล้านบาท มาจากแนวราบที่เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 14,265 ล้านบาท เติบโต 27% (YoY) สัดส่วนรายได้แบ่งเป็นรายได้จากการขายร้อยละ 95 และรายได้จากค่าเช่าและบริการร้อยละ 5 ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,898 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น เท่ากับ 0.46 บาท พร้อมกับยอดขายรวม 16,602 ล้านบาท เติบโต 15% (YoY) โดยมียอดขายรอโอน หรือ Backlog รวม 5,634 ล้านบาท 54% พร้อมโอนในปีนี้  

SC โชว์รายได้ 19,051 ลบ. ปี 63 กำไรพุ่ง 1,898 ลบ.

ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 บริษัทฯและบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมและหนี้สินรวมเท่ากับ 44,319 ล้านบาท และ 25,676 ล้านบาทตามลำดับ มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น เท่ากับ 4.46 บาท

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเห็นชอบให้เสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นขออนุมัติจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 0.18 บาท โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 20 พฤษภาคม 2564

สำหรับในปีนี้ บริษัทจะเดินหน้าต่อเต็มสปีด โดยเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ มูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 โครงการคอนโดมิเนียม มูลค่า 8,000 ล้านบาท และ 8 โครงการแนวราบ มูลค่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นพอร์ตหลักของบริษัท แบ่งเป็น

1. บ้านราคามากกว่า 10 ล้านบาทขึ้นไป ภายใต้แบรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด กับ บางกอก บูเลอวาร์ด ซิกเนเจอร์  บนหลากหลายทำเลคุณภาพ ได้แก่ เพชรเกษม-ปิ่นเกล้า, ดอนเมือง-แจ้งวัฒนะ และวัชรพล-รามอินทรา

2. บ้านราคา 5-10 ล้านบาท   เป็นบ้านแบรนด์ใหม่ ‘เวนิว ไอดี’  รองรับกลุ่มเป้าหมายคน Gen Y  บนทำเลพระราม 5, เวสต์เกตุ, ศรีนครินทร์-บางนา 
  
3. พร้อมกับโฮมออฟฟิศเริ่ม 5 ล้านบาท แบรนด์  ‘เวิร์คเพลส’ ทำเลรามคำแหง-วงแหวน กับทาวน์โฮมเริ่ม 2 ล้านบาท แบรนด์  ‘เวิร์ฟ’  ทำเลสายไหม-พหลโยธิน 

SC โชว์รายได้ 19,051 ลบ. ปี 63 กำไรพุ่ง 1,898 ลบ.

ในส่วน ‘บ้านคนโสด’ บ้านซีรี่ส์พิเศษภายใต้แนวคิด  ‘One Size doesn’t Fit All’  พร้อมเปิดจองครั้งแรกที่โครงการเวนิว พระราม 9 วันที่ 6-7 มี.ค. เป็นต้นไป  

บริษัทมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีสภาพคล่องสูงพร้อมรองรับการลงทุน ปัจจุบันมีเงินสดและวงเงินพร้อมเบิกมากกว่า 10,000 ล้านบาท  โดยแหล่งเงินทุนที่บริษัทใช้มาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินการ เงินกู้ยืมจากธนาคาร และการออกหุ้นกู้

นายอรรถพล กล่าวสรุปว่า “ ด้วยความเชื่อมั่นของลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ ประกอบกับความพร้อมในทุกด้านของ SC มั่นใจว่า ปี 2564 บริษัทจะประสบความสำเร็จเติบโตทั้งยอดขายและรายได้เช่นที่ผ่านมา โดยมาจากทั้งพอร์ตหลักของแนวราบทุกระดับราคา จำนวน 58 โครงการ มูลค่าโครงการ 36,900 ล้านบาท และโครงการแนวสูง 11 โครงการ  มูลค่าโครงการ 20,600 ล้านบาท ”

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


อนันดา ลุยตลาดคอนโดฯ ปี 64 เปิดใหม่ 5 โครงการ 2.4 หมื่นล.

อนันดา ลุยตลาดคอนโดฯ ปี 64 เปิดใหม่ 5 โครงการ 2.4 หมื่นล.

บมจ. อนันดา เชื่อมั่นตลาดคอนโดฯ ลุยเปิดใหม่โครงการติดรถไฟฟ้า 5 โครงการ กว่า 24,000 ล้านบาท รับแผนพัฒนาเมือง ฟื้นกำลังซื้อคนเมืองและต่างชาติ ขณะเร่งอัดแคมเปญแรง กระตุ้นยอดขายไตรมาสแรก โครงการพร้อมอยู่ทุกโครงการ

นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 64 ยังเป็นปีที่มีความท้าทาย และความไม่แน่นอน  อนันดาฯ เป็นอีกองค์กรที่ต้องปรับ     กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปให้ได้เช่นเดียวกับธุรกิจอื่นๆ 

โดยได้มีการวางแผนเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเสี่ยง และความไม่แน่นอนต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น  พร้อมรองรับ ปรับเปลี่ยน ยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่วัคซีนคือความหวังของ มวลมนุษยชาติก็ว่าได้ที่จะสามารถเป็นตัวช่วยให้แนวโน้มและความมั่นใจกลับมาดีขึ้น และเชื่อว่าเมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงทุกอย่างก็จะกลับสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม คาดว่าแผนพัฒนาเมือง และระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ การพัฒนาส่วนต่อขยายเพิ่มเติมของสถานีรถไฟฟ้า BTS-MRT ที่เน้นทำเลศักยภาพใหม่จะมีทั้งสิ้นจำนวน 320 สถานีภายในปี พ.ศ. 2572    (โดยปัจจุบันมีการเปิดใช้บริการแล้วทั้งสิ้น 9 สาย จำนวน 128 สถานี) ด้วยการลงทุนจากภาครัฐจำนวนเม็ดเงินกว่า 3 แสนล้านบาท จะช่วยสนับสนุน ให้ “กรุงเทพฯ” ยังคงเป็นหนึ่งในใจนักท่องเที่ยว รวมถึงนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะกำลังซื้อของชาวจีน ที่เรียกได้ว่าเป็น MEGA TREND ของทั่วโลก“ประเทศไทย” 

โดยเฉพาะในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากำลังซื้อของชาวจีนเข้ามามีบทบาทในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมากขึ้น (ซึ่งข้อมูลจากเว็บไซต์ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ของจีนอย่าง Juwai พบว่าตั้งแต่ในปี 2561 เป็นต้นมาลูกค้าชาวจีนสอบถามถึงอสังหาริมทรัพย์ไทยมากที่สุดในโลก) จำนวนโครงการร่วมทุนระหว่างผู้ประกอบการไทยและจีนก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ด้วยจากสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้เกิดการชะลอตัว 

ดังนั้นเมื่อประชากรโลกเข้าถึงวัคซีนมากขึ้น ด้วยชื่อเสียงเรื่องการท่องเที่ยว การแพทย์และระบบ       สาธารณสุขที่ดี การเปิดรับด้านการลงทุนจากต่างชาติจากภาครัฐ ประเทศไทย คือ ตัวเลือกอันดับต้นๆ เชื่อมั่นได้ว่าชาวต่างชาติจะกลับมาท่องเที่ยว และการลงทุนจากต่างชาติและชาวจีนจะกลับมาอย่างแน่นอน

ด้านนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ภาพรวมของปี 2563 ที่ผ่านมาว่า “ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดขายของตลาดคอนโดทั้งหมดในปี 2563 ดูลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้าเนื่องมาจากการลดลงของการเปิดโครงการ และการขายโครงการใหม่ที่มีอัตราการลดลงถึง 63% 

แต่ทั้งนี้เมื่อมองดูตัวเลขภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ของคอนโด พบว่าลดลงจากปีก่อนหน้าเพียง 10% เท่านั้น ดังนั้น จากข้อมูลนี้ แสดงให้เห็นว่า คอนโดพร้อมเข้าอยู่ยังคงเป็นสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และยังคงมีการโอนอยู่ เพราะยอดการโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเพียงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะผ่านสถานการณ์ Lock down ประเทศ และกำลังซื้อของชาวต่างชาติที่ลดลงก็ตามที และในส่วนภาพรวมของอนันดาฯในปี 2563 

อนันดาฯมียอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมด 18,340 ล้านบาท ซึ่งมีสัดส่วนของลูกค้าต่างชาติถึง 21% (สัดส่วนไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักจากปี 2562 ที่ 22%) รวมถึงกลุ่มลูกค้าของอนันดาฯ ที่มีศักยภาพทางการเงินยังอยู่ในสัดส่วนที่สูง กล่าวคือลูกค้าที่ใช้เงินสดในการโอนกรรมสิทธิ์สูงถึง 38% และในส่วนของยอดขายปี 2563 มียอดขายรวมทั้งหมด 17,495 ล้าน โดยสามารถปิดการขายโครงการไปได้ถึง 9 โครงการทั้งคอนโดติดรถไฟฟ้าและบ้านเดี่ยว”

สำหรับปี 2564 ทางอนันดาฯได้ตั้งเป้ายอดโอนรวมทั้งสิ้น 16,008 ล้านบาท และเป้าการขายรวมที่ 18,570 ล้านบาท พร้อมเชื่อมั่นทิศทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะดีขึ้น แม้ว่าจะยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้างก็ตาม พร้อมแผนเปิด 5 โครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมทั้งสิ้น 24,422 ล้านบาท บนทำเลศักยภาพ ทองหล่อ สุรวงศ์ สะพานควาย สุขุมวิท 38 และลำสาลี

ทั้งนี้ ไตรมาส 1 ของปี 2564 เตรียมเปิดตัวแคมเปญพิเศษ #อนันดาทุบไม่ยั้ง” ผ่อนให้ฟรี นานถึง 36 เดือน ในราคาที่ดีที่สุด ที่ไม่เคยมีมาก่อน กับ 26 โครงการ ทั้งคอนโดติดรถไฟฟ้า/บ้าน และทาวน์โฮม พร้อมเข้าอยู่ทุกทำเล ในวันที่ 5 มี.ค.วันเดียวเท่านั้น 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


แบงก์ไทยพาณิชย์จ่ายปันผล7,818ล้านบาท

แบงก์ไทยพาณิชย์จ่ายปันผล7,818ล้านบาท

ไทยพาณิชย์ประกาศจ่ายปันผลประจำปี 2563 หุ้นละ 2.30 บาท

การประชุมคณะกรรมการธนาคาร ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร มีมติเสนอให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2563 ซึ่งจะประชุมในวันที่ 8 เมษายน 2564 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2563 ในอัตราหุ้นละ 2.30 บาท โดยการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวจะจ่ายแก่ผู้ถือหุ้นเฉพาะผู้มีสิทธิ์ได้รับเงินปันผลตามข้อบังคับบริษัทตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ์รับปันผลในวันที่ 21 เมษายน 2564 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พฤษภาคม 2564

การจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,818 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 28.1 ของกำไรสุทธิประจำปี 2563 ตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดที่ธนาคารสามารถจ่ายได้ตามหนังสือเวียนของธนาคารแห่งประเทศไทยที่ ธปท.ฝนส.(23)ว.1236/2563 เรื่องนโยบายการจ่ายเงินปันผลเพื่อเสริมสร้างเงินกองทุนสำหรับรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ไวรัสโคโรนา ที่กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบจ่ายเงินปันผลประจำปี 2563 ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของปี 2563 และต้องไม่เกินอัตราการจ่ายเงินปันผลในปี 2562 ด้วย ทั้งนี้ ให้คำนวณอัตราการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร

อนึ่ง ธนาคารได้จ่ายเงินปันผลประจำปี 2562 เป็นจำนวน 6.25 บาทต่อหุ้นรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 21,245 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 28.1 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะธนาคาร หรือร้อยละ 52.5 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินรวม

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


เสียงเพลงช่วยให้การ WORKOUT ของเราดีขึ้น

เสียงเพลงช่วยให้การ WORKOUT ของเราดีขึ้น

แอโรบิคประกอบเพลงมันส์ๆ หรือการใส่หูฟังไม่ใช่แค่ความคูล แต่ยังส่งผลดีต่อสมรรถภาพทางกาย เมื่อออกกำลังกายที่ระดับความหนักเบาถึงปานกลาง

ประโยชน์ของดนตรี นอกจากสร้างความสุนทรีย์ช่วยบำบัดในเรื่องของอารมณ์แล้ว จังหวะมันส์ๆ ของเสียงดนดรีที่บรรเลงในเพลงที่เราฟัง ยังมีผลต่อการกระตุ้นการทำงานของอีกหลายระบบในร่างกาย นอกจากนี้ หลายคนอาจจะยังไม่ทราบถึงประโยชน์ของการฟังเพลงขณะออกกำลังกาย ที่ช่วยลดความเบื่อหน่าย  ช่วยพัฒนาคุณภาพในการออกกำลังกาย แถมยังเพิ่มความทนทานได้อีกด้วย

เสียงเพลงช่วยให้การ WORKOUT ของเราดีขึ้น

มีงานวิจัยที่ทำการวัดคลื่นสมองด้วยเครื่อง Electroencephalogram (EEG) ในขณะฟังเพลง พบว่า การฟังเพลงขณะออกกำลังกายนั้นช่วยลดคลื่นธีต้า (Theta waves) ชนิดความถี่ 4-7 เฮิร์ต (Hz) ได้ ซึ่งกระบวนการนี้เกี่ยวข้องกับการระงับอาการเมื่อยล้าต่างๆ  นี่อาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนบอกว่า หากวิ่งพร้อมฟังเพลงไปด้วย จะทำให้วิ่งได้นานขึ้นก็เป็นได้

เมื่อดูผลของการฟังเพลงที่มีต่อระบบการทำงานของร่างกายขณะออกกำลังกาย พบว่า การฟังเพลงที่ทำให้เรารู้สึกสนุกสนานจะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตขึ้น 26 เปอร์เซ็นต์ ในทางตรงข้าม หากฟังเพลงที่ฟังแล้วหดหู่ การไหลเวียนโลหิตก็จะลดลงไปถึง 6 เปอร์เซ็นต์  ซึ่งการไหลเวียนของโลหิตที่เพิ่มขึ้นก็จะช่วยให้ร่างกายนำออกซิเจนไปใช้ได้เพิ่มขึ้นเช่นกัน

ถึงตอนนี้หลายคนคงพอจะทราบถึงประโยชน์ของการฟังเพลงไปบ้างแล้ว ก็อาจจะมีคำถามเกิดขึ้นว่า แล้วต้องเลือกเพลงแบบไหนมาใช้ฟังขณะออกกำลังกาย

การเลือกระดับความเร็วของเพลงที่ฟังขณะออกกำลังกายก็ส่งผลต่อประสิทธิภาพการออกกำลังกายได้ มีงานวิจัยพบว่า การฟังเพลงที่มีจังหวะเร็วจะส่งผลดีต่อสมรรถภาพทางกายเมื่อออกกำลังกายที่ระดับความหนักเบาถึงปานกลาง   โดยที่การออกกำลังกายแต่ละชนิดก็จะมีระดับความเร็วของจังหวะเพลงที่เหมาะสมแตกต่างกัน

เช่น หากต้องการปั่นจักรยานให้มีสมรรถภาพทางกายสูงสุดก็ควรเลือกฟังเพลงที่จังหวะความเร็ว 125 – 140 BPM6  หรือเวลาวิ่งบนลู่วิ่งสายพานให้มีสมรรถภาพทางกายสูงสุดก็ควรเลือกฟังเพลงที่จังหวะความเร็ว 123-131 BPM7 

แต่ทั้งนี้ ร่างกายของแต่ละบุคคลก็จะตอบสนองต่อระดับจังหวะความเร็วของเพลงที่แตกต่างกัน ลองเลือกเพลงที่คุณชอบ ที่สามารถทำให้การออกกำลังกายของคุณสนุกสนาน มาจัดเพลย์ลิสต์ให้เหมาะสม แล้วไปออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอกันเถอะ

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


Slang ฮิตๆในหมู่ฝรั่ง

คำแสลงหรือถ้อยคำที่นิยมชอบใช้กันและเข้าใจกันเฉพาะกลุ่ม ซึ่งไม่ได้เป็นทางการแต่เป็นนิยมใช้กันมากในภาษาพูดโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่น เช่น งานดี ปังมาก ซึ่งในหมู่ฝรั่งเค้าชอบใช้กันและนี่คือสาเหตุที่ทำให้คนไทยฟังฝรั่งไม่เข้าใจ งงไม่รู้ว่าเค้ากำลังพูดถึงอะไรกันแน่

ดังนั้นเราได้รวบรวมคำสแลงยอดฮิตที่นิยมใช้กันมาฝาก เพื่อให้ทุกคนได้รู้จักและใช้มันได้อย่างถูกต้อง

Cheeky 

Cheeky แปลว่า ทะลึ่ง ทะเล้น กวนๆ มักจะใช้ในบริบทที่แหย่เล่นกัน หยอกล้อกันกับคนที่สนิทกันมากๆ 

ซึ่ง Cheeky ในบางความหมายแปลว่าหน้าด้าน ดังนั้นความหมายของมันขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและท่าทางของผู้พูดด้วย

ยกตัวอย่าง

It was funny. He is so cheeky. มันตลกมาก เค้าโคตรทะลึ่งเลย

To crack on 

To crack on แปลว่า เริ่มต้นทำอะไรบางอย่างหรือทำต่อไปด้วยความรวดเร็ว

To crack on = to start or continue doing something, especially more quickly or with more energy after a pause

ยกตัวอย่าง

The meeting needs to finish by 5, so we’d better crack on.การประชุมจำเป็นต้องเสร็จสิ้นภายใน 5 โมงเย็น ดังนั้นพวกเราเริ่มประชุมกันเลยดีกว่า

Nosh 

Nosh แปลว่า อาหารหรือมื้ออาหาร ในอังกฤษจะเรียกอาหารว่า Nosh 

Nosh = Food or a meal 

ยกตัวอย่าง

The delicious nosh will be ready in 5 minutes. อาหารแสนอร่อยจะพร้อมเสิร์ฟภายใน 5 นาที

Gobby 

Gobby แปลว่า เป็นการพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูดหรือพูดมากเกินไป ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า “มีปากเหมือนมีตูด” ไม่รู้จักกาลเทศะ

Gobby = talking too much, or saying things that should not be said

ยกตัวอย่าง

I think if you only said the negative comments. You are so gobby and would be better if you don’t say anything.  ฉันว่าถ้าคุณจะเอาแต่แสดงความคิดเห็นที่ไม่ดี คุณเป็นคนไม่รู้จักกาลเทศะและจะดีกว่านี้ถ้าคุณไม่พูดอะไรเลย

Pissed 

Pissed แปลว่า เมา หรือแปลว่าโมโหก็ได้

Pissed = drunk

ยกตัวอย่าง

He didn’t know how to come back; he was pissed at the time. เขาไม่รู้ว่ากลับมาได้ยังไง ตอนนั้นเค้าเมามาก

Lost the plot

Lost the plot แปลว่า โมโหหรือรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป ทนไม่ไหวแล้ว 

Lost the plot = to no longer be able to act normally or understand what is happening

ยกตัวอย่าง

He must lose the plot because they were not responsible for cases. 

เขาจะต้องรับไม่ได้แน่ๆเพราะพวกเขาไม่รับผิดชอบอะไรสักอย่าง

ได้คำแสลงไปแล้ว อย่าลืมเอาไปฝึกพูดด้วยสำเนียง British accent กันด้วยนะ

ก่อนจากกัน ทดสอบความเข้าใจกันนิดนึง

  • เติมคำแสลงให้ถูกต้องกับบริบทของประโยค

I can’t believe Stuart did that – he must be………

A. losing the plot B. cheeky

  • ให้เลือกคำแสลงที่ตรงกับสถานการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“They need to start the proceedings with more energy.”

A. To crack on  B. Lost the plot

  • ให้เลือกคำแสลงที่ตรงกับสถานการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ I don’t like her because she talks too much”

A. Lost the plot B. Gobby

เฉลย

  1. เติมคำแสลงให้ถูกต้องกับบริบทของประโยค

I can’t believe Stuart did that – he must be………

ตอบ losing the plot

2. ให้เลือกคำแสลงที่ตรงกับสถานการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“They need to start the proceedings with more energy.”

ตอบ To crack on 

3. ให้เลือกคำแสลงที่ตรงกับสถานการณ์สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“ I don’t like her because she talks too much” 

ตอบ Gobby

ขอบคุณข้อมูลจาก engnow.in.th


ตลาดรถยนต์ปี 64 ส่งออกเดือนแรกโต 13.53 %

ตลาดรถยนต์ปี 64 ส่งออกเดือนแรกโต 13.53 %

อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยประเดิมเดือนแรกของปี 64 ยอดส่งออกเป็นบวกโต 13.53 % ส่วนตลาดในประเทศยังหดตัว เนื่องจากประชาชนยังกังวลใจเรื่องโควิด-19

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยตัวเลขยอดผลิตรถยนต์ของประเทศไทยประจำเดือนมกราคม 2564 พบว่าทำได้ทั้งสิ้น  148,118 คัน ลดลง 5.21 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563
ขณะที่ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศเดือนมกราคม 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 55,208 คัน ลดลง 46.96 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ทั้งนี้เป็นผลมาจากปัจจัยเสี่่ยง อาทิ  ลูกค้ากังวลการระบาดของโควิด19 รอบสองในเดือนธันวาคม 2563 ที่กระจายไปหลายจังหวัด ดังนั้จึงรอดูความรุนแรงว่าจะมากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตามแม้ตลาดในประเทศจะหดตัวลง แต่ตลาดส่งออกมีสัญญาณบวก โดยเดือนมกราคม 2564 ส่งออกรถยนต์ได้ 74,132 คัน เพิ่มขึ้น 13.53 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการรถยนต์ของประเทศคู่ค้าใน 3 ตลาดได้แก่ ตลาดเอเชีย ตะวันออกกลางและแอฟริกา และยอดขายรถยนต์ในเดือนมกราคมที่ผ่านมาดีขึ้นในหลายประเทศเช่นจีน ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดส่งออกดีขึ้นเป็นลำดับ ในแง่ของมูลค่าการส่งออกก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยมีมูลค่าการส่งออก 41,435.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.40 % เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 

ด้านตลาดรถจักรยานยนต์ ในเดือนมกราคม ผลิตรถจักรยานยนต์ได้ทั้งสิ้น 219,977 คัน เพิ่มขึ้น 4.95 %  แยกเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป (CBU) 165,874 คัน เพิ่มขึ้น 1.66 % และชิ้นส่วนประกอบรถจักรยานยนต์ (CKD) 54,103 คัน เพิ่มขึ้น 16.49 % 

ขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์เดือนมกราคม ทำได้  135,641 คัน ลดลง  6.63  %  ส่วนตลาดส่งออกของรถจักรยานยนต์ พบว่า เดือนมกราคม มีจำนวนส่งออก 79,811 คัน (รวม CBU + CKD) เพิ่มขึ้น 2.28 %  โดยมีมูลค่า 7,535.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.23 % 

โดยสรุปอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเดือนมกราคม 2564 รวมมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนอื่นๆ อะไหล่รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถจักรยานยนต์ มีทั้งสิ้น 69,780.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.22 % 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com



“ชาใบหม่อน” ชายอดฮิต มีแร่ธาตุ-วิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำดื่มเองได้ที่บ้าน

 

ชาใบหม่อน เป็นชาที่กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้ชาชนิดอื่นเพราะนอกจากสรรพคุณเรื่องป้องกันรักษาโรคเบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเส้นเลือด และช่วยขจัดไขมันส่วนเกินในร่างกายได้ดีแล้ว ยังสามารถทำเองที่บ้านได้ด้วย

แถมทำได้ง่ายมากๆ เลย โดยเฉพาะสำหรับคนที่มีต้นหม่อนปลูกไว้ในบ้านเอง

ต้นหม่อนใหญ่ที่บ้าน เป็นต้นไม้เทพประจำเรือนเพราะแข็งแรงมาก สามารถมีชีวิตรอดจากน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 มาได้อย่างทระนง และยืนหยัดให้ใบและผลอย่างสมบูรณ์มาถึง 10 ปีเต็มแล้ว ต้นจึงใหญ่ยักษ์มาก

ต้นหม่อนมีเนื้อไม้เหนียวมากๆ เวลาตัดแต่งให้เตี้ยนี่แทบถอดใจเลยทีเดียว แต่จำเป็นต้องทำเพราะขืนปล่อยให้ต้นใหญ่มากไปจะเก็บกินลูกและใบได้ยาก

ปกติแล้วไม่เคยคิดสนใจจะทำชาใบหม่อนเพราะตั้งใจเลี้ยงไว้กินลูกเท่านั้น แต่กลับค้นพบว่ายิ่งตัดแต่งกิ่งลูกยิ่งดก ถ้าไม่ตัดกิ่งจะไม่ค่อยออกลูก ก็เลยสมประโยชน์เลย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ทั้งชาใบหม่อนและลูกหม่อน

ใบหม่อนนั้นในอดีตเขาปลูกไว้ใช้เลี้ยงไหม แต่ภายหลังมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้ลูกหม่อนมีรสชาติดีเป็นที่นิยมกินและกลายเป็นผลไม้ในกลุ่มลูกเบอร์รี่มีคุณค่าราคาแพง ที่เรียกกันว่า “มัลเบอร์รี่” ซึ่งมีแร่ธาตุอุดมและวิตามินซีสูง นอกจากกินสดยังนิยมเอาไปทำขนมจำพวกเค้กมัลเบอร์รี่ ราคาแพงจับจิตจับใจทีเดียว

01-3
การทำชาใบหม่อนนั้นไม่ได้มีอะไรยุ่งยากนัก ประกอบด้วยสามสี่ขั้นตอนคือ เก็บใบหม่อนมาทำความสะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก นำไปลวกน้ำร้อนฆ่าเชื้อโรคหรือจะนึ่งก็ได้ เสร็จแล้วก็เอาไปคั่วให้แห้งด้วยไฟอ่อนๆ

ถ้าเราปลูกต้นหม่อนเองในบ้านและบำรุงเลี้ยงแบบไม่ใช้สารเคมีเลยเราก็จะได้ชาใบหม่อนที่เป็นชาจากต้นหม่อนอินทรีย์เหมือนต้นที่บ้านซึ่งแข็งแรงมาก ไม่เคยมีโรคแมลงมารบกวนเลย ใบหม่อนที่ได้จึงมีขนาดใหญ่มาก สมบูรณ์และสะอาด

บรรดากูรูเรื่องชาทั้งหลายจะแนะนำว่าชาใบหม่อนจะอร่อยเด็ดดีมีคุณภาพเลอเลิศก็ต้องเป็นยอดใบหม่อน 3 ใบสุดท้ายเท่านั้น…ขอโทษค่ะแบบนั้นน่ะเขาใช้สำหรับใบชาที่ปลูกกันเป็นไร่ใหญ่ๆ เท่านั้นแหละ

ชาใบหม่อนของฉันเก็บแบบไม่ต้องมีกติกาอันใด ทำเมื่อพร้อมไม่ต้องรอพระอาทิตย์ขึ้นหรือตก กลางวันหรือกลางคืน เมื่อนึกอยากทำก็ตัดมาทั้งกิ่งเลยแล้วจับมาริดใบ เลือกเอาเฉพาะในสวยๆ แก่อ่อนปานกลาง ส่วนยอดนั้นลองแยกไว้ต่างหาก เพราะได้ยินมาว่าส่วนยอดใบหม่อนเขานิยมแยกเอาไว้ไปทำชาเขียวใบหม่อน

กรรมวิธีทำใบหม่อนในแบบอุตสาหกรรมครัวเรือนนั้นมีขั้นตอนสำคัญในการลวกหรือนึ่งฆ่าเชื้อก่อนนำไปอบแห้ง ซึ่งขั้นตอนตรงนี้ถ้าเราทำบริโภคกันเองภายในครัวเรือนเพียงเล็กน้อย ไม่ทำเยอะเพื่อทิ้งไว้กินนานก็ใช้วิธีแบบบ้านๆ ได้คือไม่ต้องลวกน้ำร้อนหรือนึ่ง แค่เด็ดใบมาหั่น ล้างทำความสะอาดแล้วตากแห้งในแดดจัดๆ เลยโดยไม่คั่วก็ได้ แต่ต้องอดทนตากสักสองสามแดดนะจนกว่าจะแน่ใจว่าใบหม่อนแห้งสนิท

05-4
ฉันลองทำมาแล้วทั้งสองแบบ คือแบบนึ่งฆ่าเชื้อแล้วคั่วกระทะไฟอ่อน กับการตากแดดสดๆ

ผลที่ได้คือการคั่วไฟให้แห้งกรอบจะได้น้ำชากลิ่นหอมกว่าและรสชาติดีกว่าแบบตากแห้งธรรมดา

แต่เท่าที่ศึกษามา ชาใบหม่อนที่กลุ่มแม่บ้านต่างๆ เขาทำบรรจุซองขายกันทั่วไปนั้นมักจะเป็นแบบนำเข้าเตาอบให้แห้งซึ่งเป็นคนละแบบกับการคั่ว บางชนิดใส่ใบเตยปนเข้าไปด้วย นัยว่าเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมของใบเตยเสริมเข้าไป

แต่ทำไมเราต้องใส่กลิ่นอื่นอีกล่ะ? ในเมื่อเราทำชาใบหม่อนนี่นา มันก็ควรเป็นกลิ่นรสของใบหม่อนเท่านั้น

เมื่อไม่กี่วันก่อนเพิ่งทำชาใบหม่อนชุดที่สาม ในรอบปีนี้

หลังตัดแต่งกิ่งเมื่อคราวก่อน ต้นหม่อนดึกดำบรรพ์ประจำบ้านก็แตกกิ่งระบัดใบสะพรั่งต้น พอฝนลงก็ทอดก้านยาวยืดออกไป 2-3 เมตร เห็นแต่ใบดกหนาเกะกะรำคาญตาไม่ค่อยมีผลหม่อนมากเหมือนตอนฤดูแล้ง จึงต้องสังคายนาตัดมาทำชาใบหม่อนอีกรอบ

ช่วงนี้บรรดาญาติมิตรต่างมาชุมนุมกันที่บ้าน พอดีน้องสาวคนหนึ่งชื่นชอบชาใบหม่อนมาก เธอบอกว่าหาซื้อที่เขาทำสำเร็จแล้วแพงมาก เราไม่อยากให้เสียสตางค์เยอะก็เลยตั้งใจว่าจะทำใบชาฝากเธอกลับไปชงดื่มที่บ้าน

ถือโอกาสตัดแต่งกิ่งต้นหม่อนใหม่ เหลือไว้เฉพาะกิ่งที่มีลูกสีแดงใกล้สุก เก็บใบหม่อนแยกเป็นสองชุด ชุดหนึ่งเด็ดเฉพาะส่วนยอดเอาไว้ทำเป็นชาเขียว อีกชุดหนึ่งเป็นใบระดับกลางรองลงมาสำหรับทำใบชาทั่วไป

คราวนี้ทำตามหลักวิชาปรุงใบชาถูกต้องทุกขั้นตอน ตั้งแต่หั่นให้เป็นชิ้นเล็กแล้วนำมานึ่งฆ่าเชื้อโรคเพื่อที่จะให้ใบชาหมาดไอน้ำด้วย เวลาคั่วใบชาจะได้ไม่กรอบฉีกขาดเป็นผง

ช่วยกันทำกับแม่สองคน ลูกจัดระเบียบซ้อนใบให้แม่หั่น ตกใจมากได้ใบชาหลังจากหั่นแล้วเต็มกะละมังใหญ่เบิ้มจนต้องลงลังถึง หนึ่งถึงสองครั้ง นึ่งเสร็จแล้วเอาใบหม่อนมาคลี่ไม่ให้พันกัน ปล่อยให้หมาด จากนั้นค่อยเอาไปคั่วไฟอ่อน ใช้เตาแก๊สหัวเตาไฟอ่อนสุด

06-3-728x555
ตอนคั่วใบหม่อนนี่แหละใช้เวลายาวนานมากเพราะไม่ต้องการเอาไปอบอีก ก็เลยต้องคั่วในกระทะจนกว่าใบหม่อนจะแห้งสนิทและกรอบ แต่ต้องไม่ไหม้

เป็นช่วงเวลาที่ต้องอดทนอย่างยิ่งยวดเพราะไม่ได้นับเป็นนาทีแต่นับเป็นชั่วโมง คนที่เขาทำขายจึงนิยมนำไปอบจะได้ไม่ต้องยุ่งยากมายืนขาแข็งคั่วให้เมื่อย

แต่บ้านนี้ต้องคั่วเท่านั้นเพื่อให้ได้กลิ่นหอมแบบปรุงผ่านเตาไฟ ก็เลยคั่วไปดูซีรีส์ไปจะได้ไม่เสียเวลา ได้กลิ่นใบหม่อนหอมกรุ่นในบรรยากาศหนังสี่มิติทะลุครัว

ดังนั้น ใครไม่ขยันอย่าได้ริอ่านทำชาใบหม่อนกินเอง มันไม่ได้ใช้ศิลปะขั้นสูงอะไรหรอก ไม่ต้องเรื่องมากเหมือนคั่วกาแฟสูตรตัวเอง

ใบชาต้องการแค่ศิลปะขั้นพื้นฐานในการทำมาหากินคือ “ความอดทน”

การคั่วใบหม่อนทำได้สองแบบ ถ้าต้องการให้รสชาติออกมาแบบเป็นชาฝรั่งหน่อยๆ ระหว่างที่คั่วก็ใช้ตะหลิวนวดใบหม่อนให้ทั่ว ไม่ต้องกลัวว่าใบชาจะแตกหรือช้ำเพราะที่ทำแบบนี้ก็เพื่อให้เซลล์ในใบหม่อนแตกตัวออกมาเยอะๆ ทำให้ใบชามีรสและกลิ่นเข้มขึ้น

ใครที่เคยไปดูการทำชาก็จะเห็นขั้นตอนการ “นวดชา” ที่ร้านใบชามักจะมานวดชาโชว์กันหน้าร้านหรือเป็นการสาธิตของโรงงานเลยทีเดียว และกลิ่นใบชาอันหอมหวนก็กำจายไปทั่วบริเวณ ชวนให้นึกดื่มชาขึ้นมาในทันใด

สรุปแล้วสมุนไพรพื้นบ้านที่เป็นอาหารของหนอนไหมได้กลายมาเป็นเครื่องดื่มบำรุงสุขภาพชั้นเยี่ยมของมนุษย์ไปเรียบร้อยแล้ว

010-3-704x1024

โดยสถาบันหม่อนไหมแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นหน่วยงานที่บุกเบิกการค้นคว้าวิจัยการผลิตชาใบหม่อนและสรรพคุณของพืชชนิดนี้มาเมื่อ 20 สิบปีก่อนร่วมกับสถาบันอาหารมหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยรังสิต มหาวิทยาลัยนเรศวร และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

ผลการวิจัยพบว่า ใบหม่อนมีกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบทุกชนิด มีแคลเซียมสูง โพแทสเซียม โซเดียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี วิตามินเอ วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี มีสารต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญหลายชนิด มีสรรพคุณลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด อีกทั้งไม่พบผลข้างเคียง จึงปลอดภัยต่อผู้บริโภค

เทียบในแง่สรรพคุณทางสมุนไพรและสารอาหารแล้ว ชาใบหม่อนมีแร่ธาตุและวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายโดยรวมสูงกว่าชาทั่วไป

น้ำชาใบหม่อนจากใบหม่อนจะมีสีเหลืองอ่อนปนน้ำตาลนิดๆ ไม่เข้มจัดเหมือนชาจีน แม้จะแช่ทิ้งไว้นาน สีก็จะออกมาเป็นสีเขียวมากกว่าโทนน้ำตาล รสหวานนวลๆ ไม่ฝาดเลย

กลิ่นหอมใบไม้คั่วนั้นหอมอย่าบอกใคร หอมยวนใจกำลังดี เป็นกลิ่นเฉพาะของใบหม่อนคนละแบบกับใบชาซึ่งหอมเข้ม

และรู้ความลับอีกอย่างของใบหม่อนคือ มีสรรพคุณแบบเดียวกับ “ผงชูรส”

สามารถช่วยเพิ่มรสชาติของอาหาร ทำให้คนในประเทศจีน เกาหลี และญี่ปุ่น นำใบหม่อนมาใช้ในการประกอบอาหารเสริมสุขภาพและใช้เป็นพืชสมุนไพรอย่างแพร่หลายมาตั้งแต่สมัยโบราณ

แม่ค้าส้มตำบางคนเอาใบหม่อนตากแห้งมาต้มกับน้ำปลาร้าใส่ส้มตำนัวขนาด เคยชิมมาแล้ว ผงชูรสชิดซ้ายไปเลย

จึงไม่แปลกที่พ่อค้าก๋วยเตี๋ยวหลายคนใส่ใบหม่อนลงในน้ำซุปเป็นกำ แถมเขียนบอกลูกค้าด้วยว่าน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวอร่อยได้เพราะใส่ใบหม่อน (ร้านก๋วยเตี๋ยวหมูตุ๋น ที่บางรัก ซอยทางเข้าด้านหลังโรงพยาบาลเลิดสิน เข้าไปประมาณกลางซอย)

คนอีสานนั้นถ้าทำต้มยำไก่ไม่พลาดใส่ใบหม่อนด้วยแน่นอน ซดเข้าไปแต่ละคำโฮกฮือพอๆ กับต้มไก่ใส่กัญชาทีเดียวเชียว

เคยได้ยินว่า คอมาม่าบางคนเพิ่มรสชาติบะหมี่สำเร็จรูปได้ด้วยใบหม่อนสองสามใบใส่ลงไปในน้ำซุป

บางคนก็ว่ารสชาติของใบหม่อนที่ชูรสอาหารให้อร่อยขึ้นนั้นมีสารที่ทำให้เกิดรสนัว หรือ “อูมามิ” คล้ายกับการใส่สาหร่ายทะเลลงไปในอาหารญี่ปุ่น

ได้ความกลมกล่อม ทั้งหวาน ทั้งหอม

ดังนั้น ชาวมังสวิรัติจึงนิยมนำใบหม่อนมาใช้ทำผงนัวในการปรุงอาหารมังสวิรัติร่วมกับส่วนผสมของผักที่มีรสหวานอีกหลายอย่าง เช่น ผักหวานป่า ผักอ่อมแซ่บ หรือตำลึงหวาน

ขอบคุณข้อมูลจาก sentangsedtee.com


ชนิดทอง ราคารับซื้อ กรัมละ ราคารับซื้อ บาทละ ราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5% n/a 25,100.00 25,200.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,626.00 24,650.16 25,700.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,463.40 22,185.14 n/a
ทองรูปพรรณ 80% 1,300.80 19,720.13 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 732.00 11,097.12 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 569.00 8,626.04 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,685.00 25,544.60 n/a

ราคาน้ำมัน ประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 19/02/2564

ราคาน้ํามันปตท
ปตท.
ราคาน้ํามันบางจาก
บางจาก
ราคาน้ํามันเชล์ Shell
เชลล์
ราคาน้ํามันเอสโซ่ Esso
เอสโซ่
ราคาน้ํามันคาลเท็กซ์ caltex
คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี
ราคาน้ํามันพีที PT
พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 25.45 25.45 26.05 25.45 25.45 25.45 25.45 25.45 25.45 25.45
แก๊สโซฮอล์ 91 25.18 25.18 25.78 25.18 25.18 25.18 25.18 25.18 25.18 25.18
แก๊สโซฮอล์ E20 23.94 23.94 24.54 23.94 23.94 23.94 23.94 23.94 23.94
แก๊สโซฮอล์ E85 20.14 20.14 20.14
เบนซิน 95 32.86 33.31 33.36 32.86 32.86
ดีเซล B7 26.79 26.79 26.99 26.79 26.79 26.79 26.79 26.79 26.79 26.79
ดีเซล 23.79 23.79 23.99 23.79 23.79 23.79 23.79 23.79 23.79 23.79
ดีเซล B20 23.54 23.54 23.94 23.04 23.54 23.54 23.54 23.54
ดีเซลพรีเมี่ยม 31.24 31.26 33.44 32.64 31.24
แก๊ส NGV 13.35 13.35 13.35

By :
Comments : Off
About the Author