สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 19 ตุลาคม 2563

สกพอ.เร่งอีไอเอ”บูรพาชลทิต” หนุนรายได้ท่องเที่ยวชุมชน

สกพอ.เร่งอีไอเอ”บูรพาชลทิต”  หนุนรายได้ท่องเที่ยวชุมชน

สกพอ.เร่งทำ “อีไอเอ” ถนนเลียบชายทะเล ยกระดับท่องเที่ยวเส้นทางเฉลิมบูรพาชลทิต 100 กม.เน้นดึงชุมชนมีส่วนร่วมมากที่สุด สร้างรายได้ท่องเที่ยวเข้าสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน

แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) กล่าวว่า นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สกพอ.ได้ติดตามความคืบหน้าการจัดทำรายงานประเมินผลผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สำหรับโครงการศึกษาออกแบบถนนเลียบชายทะเล พร้อมเก็บชายหาดชายทะเลไว้คู่กับธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมและยกระดับการท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวไม่ควรพลาด (Unseen Thailand) บริเวณถนนเฉลิมบูรพาชลทิต เลียบชายทะเลภาคตะวันออก 100 กิโลเมตร 

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวจะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ทำให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้เข้าสู่ชุมชน และประชาชนในพื้นที่อีอีซีอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทและสำรวจออกแบบรายละเอียดและวิเคราะห์อีไอเอ ถนนเฉลิมบูรพาชลทิต (ระยะที่2) ใช้งบประมาณ 77 ล้านบาท

สำหรับโครงการนี้เกิดขึ้นเพราะถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกจาก จังหวัดระยอง มีการแบ่งความรับผิดชอบเป็นช่วงหลายหน่วยงาน ทำไห้ขาดความต่อเนื่องในการพัฒนาให้ได้มาตรฐานเดียวกันในการเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวอย่างเหมาะสม รวมทั้งทำให้พื้นที่เลียบชายฝังทะเลตะวันออกที่มีความสวยงานและมีศักยภาพที่จะพัฒนาให้เป็นเส้นทางท่องเที่ยวยังใช้ประโยชได้ไม่เต็มที่

160285207367

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องพัฒนาโครงข่ายถนนสายรองเลียบชายฝั่งทะเลให้ได้มาตรฐานสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย เชื่อมต่อสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา และป้องกันการบุกรุกพื้นที่สาธารณะชายฝั่งทะเล รวมทั้งยังเป็นการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปที่เดินทางจากสนามบินอุตะเภามายังแหล่งท่องเที่ยว 

รวมทั้งการพัฒนาถนนเส้นนี้จะช่วยพัฒนายกระดับอุตสหกรรมการท่องเที่ยว และเกิดการกระจายรายได้ไปสู่ประชาชนในท้องถิ่น จึงควรศึกษาและจัดทำแผนแม่บทเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวจากชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกช่วงจาก อ.แกลง จ.ระยอง เชื่อมโยงต่อเนื่องจากถนนเฉลิมบูรพาชลทิต กับ อ.นาจอมเทียน อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

นอกจากนี้ สกพอ.มีเป้าหมายที่จะพัฒนาถนนสายนี้ให้เป็นถนนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยได้มีการบูรณาการการทำงานกับหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะการดึงชุมชนตามแนวถนนเฉลิมบูรพาชลทิตให้เข้ามามีส่วนร่วมในการออกแบบ และพัฒนา เพื่อให้เกิดการเป็นเจ้าของร่วมกัน และสามารถสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนมากที่สุด ซึ่งถือได้ว่าเป็นถนนที่เปิดให้ทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


คอนโดล้นสต๊อก ขายไม่ออก1.4ล้านล้าน

บิ๊กเนมเดือด ชิงกำลังซื้อโค้งท้ายปี ระบายสต๊อกเต็มสูบ เผยสต๊อกบ้าน-คอนโด ยังวังวนในอ่าง รอขาย สิ้นปีทะลัก 3.19 แสนหน่วย มูลค่า 1.4 ล้านล้าน จี้รัฐบาลอุ้มด่วน สายสีนํ้าเงิน-ม่วงหนักสุด

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ หรือ REIC ระบุ สต๊อกที่อยู่อาศัย หรือหน่วยเหลือขาย ช่วงครึ่งปีแรก 2563 มีมากถึง 293,319 หน่วยมูลค่า 1.32 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นช่วงการระบาดจากสถานการณ์โควิดรุนแรง ทุบกำลังซื้อในประเทศหด สถาบันการเงินปฎิเสธสินเชื่อ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสายการบินพังพาบ กำลังซื้อหลักจากต่างชาติอย่างจีนหาย กลายเป็นทางตันที่ยากลำบาก

                ทั้งนี้หากไม่สามารถระบายขายออกในเวลาอันรวดเร็วคาดการณ์ว่า ณ สิ้นปีนี้ จะมีสต๊อกบ้านและคอนโดมิเนียม สะสมในตลาดมากถึง 3.19แสนหน่วย มูลค่าไม่ตํ่ากว่า 1.4 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะมาตราการช่วยเหลือของรัฐบาลยังไม่ตรงจุดเช่นเดียวกับ รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง หากไม่สามารถแตะต้องเกี่ยวกับการขยับของการปล่อยสินเชื่อสถาบันการเงินได้ฟันธง ว่าตลาดที่อยู่อาศัยนับจากนี้ตกอยู่ในสถานการณ์อันตราย

ค่ายใหญ่อ่วม

                ขณะสต๊อกพร้อมขายอสังหาฯ เบอร์ใหญ่ เฉลี่ย 2-3 ล้านบาทต่อหน่วยพบว่ายังมีมูลค่าสูง ไล่เรียงจากค่ายศุภาลัย 1.6 หมื่นล้านบาท เสนา 2.4 หมื่นล้านบาท แสนสิริ 1.1 หมื่นล้านบาท ออริจิ้น 2.5 หมื่นล้านบาท พฤกษา 1.8 หมื่นล้านบาท แอลพีเอ็น 9 พันล้านบาท ขณะอนันดา 1.7 หมื่นล้านบาท เอพี 3.1 พันล้านบาท (เฉพาะคอนโดฯ) และ เมเจอร์ ฯ 8.5 ล้านบาท

                แม้ที่ผ่านมา ดีเวลอปเปอร์จะปรับแผนลด จำนวนหน่วย ไม่ให้เกิดซัพพลายใหม่ เข้ามาเติมและเร่งระบายสต๊อกเก่า ทั้งลดแลกแจกแถมตลอดทั้งปี

4 บิ๊กแบรนด์ผ่าวิกฤติ

                สำหรับดีลปิดท้ายปีของบริษัทใหญ่นั้นพบบมจ.แสนสิริ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถสร้างยอดขายใหม่ เติบโตได้ดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มโปรดักต์แนวราบ เติบโตเฉียด 100% ขณะคอนโดฯ มีโครงการแล้วเสร็จทยอยออกมา จึงกระตุ้นยอดขายด้วยแคมเปญแรงต่อเนื่องโดยเฉพาะในแง่ การหวังช่วยแบ่งเบาภาระผู้ซื้อ ในยุคที่เศรษฐกิจหดตัว ผ่านแคมเปญ “ผ่อนไร้ดอก 24 เดือน” ลักษณะผ่อนเริ่มในอัตราตํ่าไม่ถึง 3,000 บาทต่อเนื่อง นาน 2 ปี ดึงดูดใจลูกค้า ในโครงการคอนโดฯพร้อมอยู่ขนาดใหญ่ 9 โครงการ

แจก iPhone 12

                ด้านบมจ.เอพี ไทยแลนด์ ซึ่งสร้างสมดุลได้ดี ในแง่สต๊อกพร้อมอยู่พร้อมขายซึ่งมีค้างเฉพาะในกลุ่มคอนโดมิเนียม ก็เตรียมจัดงาน เฮอริเคนเซลล์ในวันที่ 17-18 ต.ค.นี้ จองในงานแจกเพิ่ม iPhone 12 Pro รุ่นใหม่ พร้อมทั้งฟรีทุกค่าใช้จ่ายวันโอน

                ขณะบมจ.ออริจิ้น ปล่อยหมัดเด็ด ผ่าน “โปรไม่อั้น ลดเต็มเหนี่ยว x2” ในคอนโดฯใหม่พร้อมอยู่ โดยให้ส่วนลดสูงสุด 1 ล้านบาท และ จองเพียง 5,000 บาท

                ส่วนบมจ.ศุภาลัย งัด 6 โครงการพร้อมอยู่ กระตุ้นผู้ซื้อ ด้วยโปรโมชั่น​พิเศษ​ “ลดไฟลุก รับไฟแล่บ” เช่น ฟรี ค่าใช้จ่ายวันโอนฯ ฟรีค่า​ส่วนกลาง​ และรับส่วนลดเพิ่ม ณ วันโอนฯ หรือ Gift Voucher Central มูลค่า​สูงสุด 140,000 บาท และชุดเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยการันตี หากกู้ไม่ผ่านยินดีคืนเงิน​ เช่นคอนโดฯ พร้อมอยู่ ใจกลางรัชดาฯ “ศุภาลัย เวลลิงตัน”และ “ศุภาลัย เวลลิงตัน II”

พฤกษาแบก6.1พันหน่วย

                 ขณะสายสีนํ้าเงินส่วนต่อขยาย มีสต๊อกคอนโดฯ เหลือขายสูง ไม่ตํ่ากว่า 3-4 หมื่นหน่วยในทำเลย่านฝั่งธนบุรี นายปิยะ ประยงค์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตท (CEO-PS) ยอมรับว่า ทำเลสาหัสหนัก ตั้งแต่ ปิ่นเกล้าไปถึงจรัญสนิทวงศ์ สำหรับพฤกษาขณะนี้เหลือสต๊อกคอนโดฯทุกทำเลที่ 6.1พันหน่วย ลดราคาเฉลี่ย 10-30%

“สีม่วง” เหลือบาน

อีกทำเลที่น่ากังวล คือ แนวรถไฟฟ้าสายสีม่วงที่เจอวิกฤติโควิดซํ้าเติมการขายนาย เลิศมงคล วราเวณุชย์ กรรมการผู้จัดการ บจก.เดวา เรียลเอสเตท อดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ นนทบุรี เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าคอนโดฯ ทำเลรถไฟฟ้าสายสีม่วงประสบปัญหาขายไม่ออกมานาน แต่ เนื่อง จากผู้ประกอบการไม่เติมซัพพลายเข้ามาในระบบส่งผลให้การระบายสต็อก ลดลงไปได้บ้างแม้จะเหลือ กว่า 8,000 หน่วยก็ตาม หากเทียบ 1-2 ปีก่อนมีจำนวนกว่า 10,000หน่วย และเมื่อ รวมตลอดแนว นับตั้งแต่เริ่มก่อสร้างรถไฟฟ้า มีทั้งหมดกว่า 3 หมื่นหน่วย

                สำหรับราคาขายยอมรับว่าแต่ละค่ายลดราคา ซึ่งส่วนใหญ่ขายจำนวนเหลือ 1 ล้านปลายๆ ทำให้ มีนักลงทุนคนทำงาน ซื้อเพื่อลงทุนและอยู่อาศัยใกล้แหล่งงาน

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


หากเพิ่มรายละเอียดอีกนิดจะเกิดความสบายใจได้มากขึ้น

หากเพิ่มรายละเอียดอีกนิดจะเกิดความสบายใจได้มากขึ้น

เศรษฐกิจคิดง่ายๆ ตอนที่ 42/2563 โดย…สุรพล โอภาสเสถียร ผู้จัดการใหญ่ เครดิตบูโร

ตามที่ได้มีการแจ้งข้อมูลในสไตล์ภาษาบ้านๆ เข้าใจง่ายของท่านผู้ช่วยผู้ว่าการสายเสถียรภาพระบบการเงินและยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ระบุถึงมาตรการ ผ่อนผันให้ลูกหนี้ SME ที่ได้รับการพักการชำระหนี้/ชะลอการชำระหนี้ตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ที่จะครบกำหนด 6 เดือน ในวันที่ 22 ตุลาคม 2563 ธปท. ซึ่งมีประเด็นสำคัญเป็นข้อๆ ในความคืบหน้าของการดำเนินการดังนี้

1. ลูกหนี้ SME ที่ขอรับความช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าวมีจำนวน 1.05 ล้านบัญชี เป็นยอดหนี้ประมาณ 1.35 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นยอดที่ไม่รวมถึงกลุ่มสินเชื่อรายย่อยหรือพวก consumer loan ความเห็นเพิ่มเติมผู้เขียนคือหากจะมีการจัดทำตาราง 4 ช่องให้ชัดจะช่วยได้มากช่องที่หนึ่งระบุการแยกประเภทตามขนาดของ SME ตั้งแต่ Micro ขึ้นมาจนถึงขนาดกลาง ช่องที่สองระบุจำนวนราย ช่องที่สามระบุยอดสินเชื่อคงค้าง ช่องที่สี่ระบุมาตรการช่วยเหลือที่ได้รับ เราก็จะเห็นภาพการกระจายตัวชัดเจนว่ากลุ่มใด ขนาดใด ด้วยวิธีการใดที่ได้รับการช่วยเหลือ

2. ธปท. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และคาดว่าจะไม่เกิดปัญหาผิดนัดชำระหนี้จำนวนมากในเวลาอันรวดเร็ว (cliff effect) หลังมาตรการพักหนี้ครบกำหนด เนื่องจากลูกหนี้ของสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่เข้ามาตรการวงเงินประมาณ 4 แสนล้านบาท ได้รับการขยายระยะเวลาการพักหนี้ไปอีก 3-6 เดือนแล้ว

ความเห็นผู้เขียน ข้อนี้นับเป็นข่าวดีแต่ก็ยังวางใจไม่ได้เพราะมี SME บางส่วนมีหนี้ทั้งฝั่งธนาคารพาณิชย์กับสถาบันการเงินเฉพาะกิจ การครบกำหนดมาตรการช่วยเหลือไม่เป็นเวลาเดียวกันจะช่วยให้มีเวลามากขึ้นในการหาทางออกในการปรับโครงสร้างหนี้ ตรงนี้ควรจะระบุให้ชัดว่าเป็นจำนวนราย ขนาดจำนวนเงิน และมาตรการที่ได้รับการขยายเวลาออกไปคืออะไร เพื่อให้ผู้คนที่เกี่ยวข้องสบายใจตามที่ได้รับข่าวในทางบวกว่า สี่แสนล้านตรงนี้ไปรอด

ส่วนลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ (ธพ.) อีกประมาณ 9.5 แสนล้านบาท ธพ. ได้ติดตามดูแลลูกหนี้อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานะและให้ความช่วยเหลือ พบว่าลูกหนี้ส่วนใหญ่แสดงเจตจำนงว่าจะสามารถจ่ายชำระหนี้ได้ตามปกติหลังหมดมาตรการ ตรงจุดนี้หากมีการขยายความให้ชัดว่า 9.5 แสนล้าน เป็น SME ขนาดไหน กี่ราย กี่บัญชี อยู่ในประเภทธุรกิจอุตสาหกรรมใด ที่ได้กลับมาชำระหนี้ได้ (ขยายความอีกนิดว่าเป็นการชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขเดิมไม่เปลี่ยนแปลงหรือเงื่อนไขใหม่ที่มีการปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกัน) ข่าวดีนี้จะได้ขจัดความสงสัยใคร่รู้ของบรรดานักวิเคราะห์ว่า “เป็นข่าวที่น่ายินดียิ่งแบบสิ้นข้อสงสัย”

สำหรับลูกหนี้ของ ธพ. ที่ยังไม่สามารถกลับมาจ่ายชำระหนี้ได้ตามปกติหรืออาจจ่ายได้บางส่วน ธพ.ยังคงให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นมากพอที่จะชำระหนี้ได้ โดยมีหลายมาตรการมารองรับ ได้แก่ การปรับเงื่อนไขการชำระหนี้ตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายเพื่อไม่ให้กลายเป็นหนี้เสีย หรือ NPL รวมถึงใช้มาตรการอื่นตามความเหมาะสม เช่น การลดอัตราดอกเบี้ย ในจุดนี้ผู้เขียนคิดว่านี่คือการส่งสัญญาณให้ผู้ที่อยู่ใต้การกำกับดูแลเร่งดำเนินการเชิงรุก ในการปรับโครงสร้างหนี้ มิฉะนั้นเหตุการณ์เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย มันจะได้ไม่คุ้มเสียถ้าไม่เร่งดำเนินการ ถ้ามีตัวเลขรายละเอียดของกลุ่มนี้อีกนิดจะช่วยให้จินตนาการในทางเลวร้ายว่าจะมี NPL มากมายก่ายกองนั้นลดลงไปอย่างแน่นอน เพราะว่าในเวลานี้กรอบการปฏิบัติในการแก้ไขปัญหามีเครื่องมือที่หลากหลาย สถาบันการเงินก็มีหลังพิงในการทำงาน

พร้อมยอมรับว่าในช่วงดังกล่าวมีลูกหนี้เพียง 6% ของยอดสินเชื่อที่ได้รับการพักหนี้ที่ยังอยู่ระหว่างการติดต่อของ ธพ. หรือยังติดต่อไม่ได้ ตรงจุดนี้ผู้เขียนคิดว่าเป็นการบอกถึงปริมาณความเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดในระยะถัดไป เพราะการที่ติดต่อลูกหนี้ไม่ได้นั้น ถือได้ว่าเป็นสัญญานไม่ดี หากจะมีข้อมูลเพิ่มว่าเป็นสินเชื่อประเภทใด จำนวนราย จำนวนบัญชี เป็น SME ขนาดใดจะช่วยให้ใครหลายคนเบาใจมากขึ้นว่าน่าจะ “เอาอยู่”

“จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ธปท. จึงปรับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้จากการให้สถาบันการเงินช่วยเหลือเป็นการทั่วไป เป็นการให้ความช่วยเหลือเชิงรุกและตรงจุดที่เหมาะสมกับความต้องการของลูกหนี้แต่ละราย (Targeted)” จุดนี้ผู้เขียนเห็นด้วยเป็นอย่างมาก มาตรการต้องไม่เหวี่ยงแห แต่เลือกรักษาตามอาการ เพียงแต่การเข้ารักษาต้องเร่ง ต้องเร็ว เปิดเผยข้อมูล โปร่งใสให้เกิดการประเมินผลในระยะถัดไปได้ เพราะถ้าเป็นข้อมูลในทางบวกแล้ว มันก็เป็นข่าวดีที่ครบสมบูรณ์ สิ้นข้อสงสัย กระจ่างใจในเวลาที่เริ่มระทึกใจจากปัจจัยเสี่ยงใหม่จากการชุมนุมแสดงความคิดเห็นทางการเมืองแบบดาวกระจาย..

ขอความอนุเคราะห์ท่านที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาในการสื่อสารเพิ่มเติมด้วยนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


ส.ปิงปองตั้งเป้าติดท็อป 20 โลก ห้ามพลาดทองซีเกมส์ 2021

สมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสฯ ประเดิมประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมนัดแรก วาง 6 นโยบายใหญ่ ใช้พัฒนาวงการตลอดช่วง 4 ปีข้างหน้า เน้นหนักทัพตบทีมชาติไทยต้องติดอยู่ในท็อป 20 โลก และท็อป 6 เอเชีย ต้องมีผู้เล่นไปเล่นลีกอาชีพต่างแดน และห้ามพลาดเหรียญทองจากมหกรรมซีเกมส์

นายพีรเดช พฤฒิพฤกษ์ นายกสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 โดยมีนายณัฐวุฒิ เรืองเวส อุปนายกสมาคมฯ, นาวาเอก (พิเศษ) สมศักดิ์ ตรีธาร อุปนายกสมาคมฯ และนายดอน มุดตางาม เลขาธิการสมาคมฯ พร้อมด้วยบรรดาคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง ที่โรงแรมแกรนด์โฟร์วิงส์ ศรีนครินทร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา

สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารสมาคมกีฬาเทเบิลเทนนิสแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2563 นี้เป็นการประชุมใหญ่ครั้งแรกหลังจากทางสมาคมฯได้แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารชุดใหม่ที่จะดำรงตำแหน่งไปในอีก 4 ปีข้างหน้า หลังจากที่ทางสมาคมฯได้มีมติเห็นชอบจากการเลือกตั้ง ให้นายพีรเดช พฤฒิพฤกษ์ ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ ต่อเป็นสมัยที่ 4 อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ดังนั้น การประชุมครั้งนี้จึงมีวาระสำคัญคือการวางนโยบายแผนงานทิศทางของสมาคมฯ ที่จะมุ่งเน้นดำเนินงานในตลอดช่วงระยะเวลาปี 2563-2567

นายณัฐวุฒิ เรืองเวส อุปนายกสมาคมกีฬาเทเบิล เทนนิสแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายในการดำเนินงานของสมาคมฯ ในตลอดช่วง 4 ปีข้างหน้านี้จะถูกแบ่งออกเป็น 6 ข้อใหญ่ ดังนี้ 1.ดำเนินพัฒนาการการบริหารของสมาคมฯ ให้เป็นไปตามรูปแบบและแผนการของการกีฬาแห่งประเทศไทย เป้าหมายให้สมาคมฯอยู่ในระดับไม่น้อยกว่ากลุ่ม 2 หรือได้คะแนนประเมินไม่น้อยกว่า 4. 5, 2.เพื่อพัฒนานักกีฬาทีมชาติ และเยาวชนทีมชาติให้ประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันระดับนานาชาติ ประกอบด้วย 2.1 ทีมชาติไทยต้องได้เหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์, ทีมได้อันดับ 1-6 ในระดับเอเชีย และทีมได้ 1-20 ของโลก ส่วนประเภทบุคคลต้องอยู่ในอันดับ 1-50 ของโลก, 2.2 นักกีฬาเยาวชนเป็นเจ้าอาเซียน ทีมได้ 1-6 ในระดับเอเชียทีมได้อันดับ 1-10 ของโลก ประเภทบุคคลได้อันดับ 1-20 ของโลก และ 2.3 มีนักกีฬาทีมชาติไปเล่นลีกอาชีพในต่างประเทศ

3.เพื่อสร้างนักกีฬาอย่างเป็นระบบตั้งแต่ระดับโฮป (ไม่เกิน 12 ปี), ยุวชน, เยาวชน เพื่อต่อยอดการเป็นนักกีฬาทีมชาติที่มีคุณภาพและมีจำนวนที่มากขึ้น ประกอบด้วย 3.1 ให้มีนักกีฬาระดับโฮปเพิ่มขึ้น 20%, 3.2 ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพัฒนาในระดับเอเชียที่สหพันธ์เทเบิลเทนนิสแห่ง เอเชีย หรือ เอทีทียู ให้การรับรอง และ 3.3 พัฒนานักกีฬาโดยใช้รูปแบบของอะคาเดมีอย่างน้อย 1 ศูนย์

4.พิจารณาการจัดแข่งขันภายในประเทศทั้งระดับชาติ และนานาชาติ โดยส่งเสริมสนับสนุนให้เอกชนเป็นผู้จัดการแข่งขันให้มากขึ้นโดยมีการแบ่งระดับที่มาตรฐานที่ชัดเจน ประกอบด้วย 4.1 กำหนดมาตรฐานในแต่ละระดับให้ชัดเจนในการแข่งขันกีฬามวลชนกีฬาพื้นฐาน กีฬาเป็นเลิศและกีฬาอาชีพ และ 4.2 เอกชนจัดการแข่งขันมากขึ้น สามารถมีรายได้พอเลี้ยงตัวเองได้

5.พัฒนาบุคลากรในด้านต่างๆ โดยเฉพาะผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน ให้มีคุณภาพ และเพื่อขยายบุคลากรในแต่ละระดับให้มากขึ้น ตลอดจนการนำมาใช้งานในด้านต่างๆ ประกอบด้วย 5.1 จัดทำหลักสูตรและพัฒนาผู้ฝึกสอนให้เหมาะสมกับประเทศไทย สอดคล้องกับสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ หรือไอทีทีเอฟ หรือประเทศชั้นนำ โดยผู้ฝึกสอนของแต่ละทีมจะต้องผ่านหลักสูตรของสมาคมฯไม่น้อยกว่าสโมสรละ 1 คน และ 5.2 แต่ละจังหวัดต้องมีผู้ตัดสินที่ผ่านการ อบรมจากสมาคมฯทุกจังหวัดที่สามารถทำหน้าที่ตัดสิน หรือจัดการแข่งขันภายในจังหวัดได้

และ 6.ดำเนินการเผยแพร่ ขยายฐาน สร้างเครือข่าย เพื่อเพิ่มมูลค่ากีฬาเทเบิลเทนนิสให้เป็นที่สนใจของเยาวชน ประชาชน และผู้สนับสนุนที่จะเข้ามาสนับสนุนกีฬาเทเบิลเทนนิส ประกอบด้วย 6.1 จัดทำช่องทางการถ่ายทอดการแข่งขัน เช่น ทีทีเอทีแชนแนล, 6.2 จัดกิจกรรมกีฬามวลชนเพื่อขยายฐาน โดยมีผู้ลงทะเบียนไม่น้อยกว่าปีละ 100,000 คน และ 6.3 มีผู้สนับสนุนรายใหม่เพิ่มขึ้น 20%.

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th


โรควัณโรคหลังโพรงจมูก เป็นวัณโรคชนิดที่ติดต่อกันได้น้อย พบเพียง 1%

วัณโรคปอด - โรงพยาบาลธนบุรี

โรควัณโรคหลังโพรงจมูก เป็นวัณโรคชนิดที่ติดต่อกันได้น้อย พบเพียง 1%

หลังจากที่ น้ำตาล เดอะสตาร์ เสียชีวิตลงด้วยอาการเลือดออกไม่หยุด คณะแพทย์ศิริราช ได้ทำการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุการเสียชีวิตแล้ว โดยทำการตัดชิ้นเนื้อหลังโพรงจมูก

ผลตรวจชิ้นเนื้อ พบว่า มีเชื้อวัณโรคที่ด้านหลังโพรงจมูก ซึ่งเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก ซึ่งวัณโรคเป็นโรคที่พบเจอได้บ่อยในประเทศไทย แต่เป็นโรคที่รักษาได้ โดยสถิติพบว่า คนไทยเป็นวัณโรคประมาณ 80,000 คนจากประชากร 69 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่ 83% จะเจอในปอด แต่ 17% เจอนอกปอด ส่วนวัณโรคที่ด้านหลังโพรงจมูกนั้นพบเพียง 1% วัณโรคสามารถเป็นได้ตามอวัยวะอื่นๆ ในร่างกาย ซึ่งวัณโรคหลังโพรงจมูกนั้นมีรายงานทางการแพทย์ทั่วโลกพบว่า ผู้ป่วย 1 ใน 3 อาจไม่มีอาการใดๆ และ 70% อาจมีต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หรือมีก้อนที่หลังบริเวณโพรงจมูก โดยการวินิจฉัยโรคนั้นทำได้โดยการตรวจชิ้นเนื้อที่ก้อนที่โต

ส่วนกรณีที่พบกับ น้ำตาล เดอะสตาร์ นั้นเป็นกรณีที่ไม่ปกติจริงๆ พบได้น้อยมากๆ เนื่องจากไม่มีอาการใดๆ เตือนเลย ดังนั้น หมอจึงแนะนำว่าควรตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ หากพบสิ่งผิดปกติควรค้นหาจนพบเจอสาเหตุของความผิดปกตินั้น และแม้ว่าจะตรวจร่างกายอยู่แล้ว แต่หากพบมีอาการผิดปกติในร่ายกาย เช่น น้ำหนักลดลงอย่างไม่รู้สาเหตุ เบื่ออาหาร มีไข้ต่ำๆ หรือคลำได้ก้อนผิดปกติ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

วัณโรค

เป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจมาตั้งแต่อดีต ปัจจุบันโรคนี้ได้รับความสนใจจากองค์การอนามัยโลก เนื่องจากอัตราการติดเชื้อเริ่มมากขึ้นและมีเชื้อที่ดื้อยามากขึ้น ประมาณว่าปีหนึ่งจะมีคนติดเชื้อใหม่ประมาณ 8 ล้านคนและเสียชีวิตประมาณ 3 ล้านคนต่อปี

การแพร่ของเชื้อโรค Transmission

เชื้อวัณโรคจะแพร่โดยเชื้อจนอยู่ในเสมหะที่มีขนาด 1-5 ไมครอนซึ่งจะไปถึงถุงลมในปอดและทำให้เกิดการติดเชื้อ เสมหะนี้จะเกิดจากการไอ จาม พูดหรือร้องเพลง เชื้อโรคอาจจะอยู่ที่กล่องเสียงหรือในปอด หากเสมหะมีขนาดใหญ่กว่านี้จะถูกติดที่เยื่อบุโพรงจมูกซึ่งไม่ทำให้เกิดโรค

สภาวะที่เอื้อต่อการติดเชื้อได้แก่

จำนวนเชื้อวัณโรคที่อยู่ในอากาศ ความเข้มข้นของเชื้อโรคซึ่งขึ้นกับปริมาณเชื้อและการถ่ายเทของอากาศ ระยะเวลาที่คนอยู่ในห้องที่มีเชื้อโรค ภูมิคุ้มกันของคนที่สัมผัสโรค

วิธีการที่จะทำให้เชื้อในอากาศมีน้อยลง

หากเชื้อที่อยู่ในอากาศมีปริมาณมากคนที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมก็มีโอกาสที่จะติดเชื้อโรค

สำหรับท่านที่พักอาศัยกับผู้ที่เป็นวัณโรคปอด ก็สามารถนำวิธีนี้ไปใช้เพื่อลดเชื้อในอากาศซึ่งจะทำให้ลดการติดเชื้อได้ วิธีที่จะลดปริมาณเชื้อได้แก่

เพิ่มการถ่ายเทของอากาศโดยให้มีปริมาตรของอากาศที่ไหลเวียนประมาณ 6 เท่าของห้องต่อชั่วโมงซึ่งจะทำให้เชื้อในห้องเจือจางลง ให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้องซึ่งมี ultraviolet สามารถฆ่าเชื้อโรคได้ ให้ผู้ป่วยรับยารักษาวัณโรค ให้ผู้ป่วยผูกหน้ากากซึ่งจะต้องคลุมทั้งปากและจมูก

กลไกการเกิดโรควัณโรค

หลังจากที่เราหายใจเอาเชื้อโรคเข้าในปอด หากร่างกายเรามีภูมิก็จะฆ่าเชื้อโรคได้ หากฆ่าได้ไม่หมดเนื่องจากจำนวนหรือความรุนแรงของเชื้อ เชื้อก็จะอยู่ในเม็ดเลือดขาว และแบ่งตัวอย่างช้าประมาณว่าจะแบ่งตัวทุก 25-32 ชมจนกระทั่งเวลาผ่านไป 2-12 สัปดาห์จะมีปริมาณเชื้อ 1000-10000 เซลล์ซึ่งมีปริมาณมากพอที่จำทำให้ร่างกายสร้างภูมิต่อโรคซึ่งสามารถตรวจพบภูมิโดยการทดสอบทางผิวหนัง ก่อนที่ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันเชื้อจะแพร่กระจายไปยังระบบน้ำเหลืองและกระแสเลือดไปยังอวัยวะต่างๆ เช่น ต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูก ตับ ม้าม ปอดกลีบบน ไต กระดูก และสมอง เมื่อร่างการสร้างภูมิเต็มที่เชื้อจะไม่แบ่งตัวหรือแบ่งตัวช้ามากและจะไม่ติดต่อหรือเกิดโรค
สำหรับในบางภาวะที่ภูมิอ่อนแอเช่น ผู้ป่วยโรคเอดส์ เบาหวาน silicosis ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิ จะมีโอกาสเกิดติดโรคได้ง่ายโดยเฉพาะใน 2 ปีแรก

อาการและอาการแสดงของโรควัณโรค

คนที่ติดเชื้อวัณโรคมีอาการได้หลายรูปแบบ บางคนอาจจะไม่มีอาการบางคนอาจจะมีอาการมากทั้งนี้ขึ้นกับปัจจัยดังต่อไปนี้
– ปัจจัยที่ตัวผู้ป่วย
ได้แก่อายุ สำหรับเด็กและคนสูงอายุ จะมีความรุนแรงมากกว่าคนหนุ่มสาว
สภาวะของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วย เช่นคนที่เป็นโรคเอดส์ คนที่รับประทานยากดภูมิ ขาดอาหาร
โรคที่พบร่วม เช่นโรคถุงลมโป่งพอง เบาหวาน
ปฎิกิริยาระหว่างผู้ป่วยและตัวเชื้อโรค มีปฎิกิริยามากก็จะเกิดอาการมาก เช่นไข้หรือไอเป็นต้น

ความรุนแรงของโรควัณโรค

ก่อนหน้าที่จะมีการระบาดของโรคเอดส์เราจะพบว่าวัณโรคจะเป็นที่ปอดประมาณร้อยละ 85 ส่วนอีกร้อยละ 15 จะเป็นวัณโรคที่ปอดและนอกปอด แต่หลังจากที่มีโรคเอดส์พบว่าร้อยละ 38 เป็นวัณโรคปอด ร้อยละ 30 เป็นวัณโรคนอกปอด ร้อยละ 32 เป็นทั้งวัณโรคปอดและนอกปอด

อาการทั่วๆ ไปของโรควัณโรค

เป็นอาการที่เกิดจากโรคแต่ไม่ได้บอกว่าเป็นวัณโรคที่ตำแหน่งไหน อาการที่สำคัญได้แก่
ไข้ พบว่าผู้ป่วยโรควัณโรคจะมีไข้ได้ตั้งแต่ร้อยละ 37-80 แต่ก็มีผู้ป่วยร้อยละ 21 ที่ไม่มีไข้เลย หลังจากได้รับยารักษาวัณโรคพบว่าไข้จะลงในหนึ่งและสองสัปดาห์ ร้อยละ34,64 ตามลำดับระยะเวลาเฉลี่ยที่ไข้ลงประมาณ 10 วัน อาการอื่นๆ ที่พบได้ได้แก่ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ครั่นเนื้อครั่นตัว เหงื่อออกกลางคืน พบว่าเม็ดเลือดขาวอาจจะต่ำ ปกติหรือสูงก็ได้ ในรายที่เป็นมานานจะพบภาวะโลหิตจางด้วย อาการของเลือดแรโซเดียมต่ำซึ่งจากปอดที่ติดเชื้อวัณโรสร้าง antidiuretic hormone-like substance

อาการของวัณโรคปอด

อาการเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดในระยะแรกๆอาจจะไอแห้งๆไม่มีเสมหะ หากไม่รักษาเมื่อมีการอักเสบเพิ่มมากขึ้นและมีการทำลายเนื้อเยื่อก็จะทำให้มีเสมหะ ไอเสมหะมีเลือดออก ผู้ป่วยที่เป็นวัณโรคมักจะไม่มีเลือดออกในเสมหะนอกจากจะเกิดจากผู้ป่วยมีโรคอยู่เก่าเช่น ถุงลมโป่งพองจากวัณโรค (Tuberculosis bronchiectasis) เส้นเลือดที่ผนังฝีในปอดแตก การติดเชื้อราในปอด หรือการติดเชื้อแบคทีเรีย

การวินิจฉัยโรควัณโรค

การวินิจที่ถูกต้องจะต้องตรวจพบตัวเชื้อโรค โดยการนำสารหลั่งต่างมาตรวจ เช่น เสมหะ น้ำจากกระเพาะอาหาร น้ำจากช่องปอด น้ำไขสันหลัง นอกจากนั้นหากสามารถเพาะเชื้อโรคได้จะทำให้การวินิจฉัยถูกต้อง การนำมาเพาะเชื้อก็มีความจำเป็นเนื่องจากเชื้อวัณโรคมีการดื้อยาบ่อยทำให้ต้องทราบว่าเชื้อดื้อต่อยาอะไรบ้าง เพื่อจะได้ปรับยาที่ใช้รักษา นอกจากนั้นระยะเวลาก็มีความสำคัญ

ขอบคุณข้อมูลจาก vibhavadi.com


นิทานภาษาอังกฤษ เรื่อง นกยูงกับเทพจูโน

เรียนภาษาอังกฤษกับนิทานอีสป 2 ภาษา เรื่อง นกยูงกับเทพจูโน The Peacock and Juno A […]

นิทานอังกฤษ แปลไทย

เรียนภาษาอังกฤษกับนิทานอีสป 2 ภาษา เรื่อง นกยูงกับเทพจูโน

The Peacock and Juno
A peacock once asked Juno to have the voice of a nightingale in addition to his other attractions. Juno refused his request. When he asked again and pointed out that he was her favorite bird, she said, “Be content with your lot. “One cannot be first in everything.”

The Moral
One cannot be first in everything.

บทแปลภาษาไทย นิทานเรื่อง นกยูงกับเทพจูโน
มีนกยูงอยู่ตัวหนึ่งได้ขอให้เทพจูโนประทานเสียงอันไพเราะอย่างนกไนติงเกลให้แก่มัน แต่เทพจูโน ปฏิเสธคำขอของมัน เมื่อมีโอกาสมันจึงถามขึ้นว่า ทำไมมันจึงถูกปฏิเสธ ทั้งที่มันเป็นนกยูงตัวโปรดของนาง เทพจูโนจึงตอบว่า “เจ้าจงพอใจในสิ่งที่เจ้าเป็นเถิด ไม่มีใครเป็นหนึ่งในทุกๆ ด้านได้หรอก”

สุภาษิตเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ไม่มีใครสามารถเป็นที่หนึ่งได้ทุกๆ ด้าน

ขอบคุณข้อมุลจาก tonamorn.com


รู้จัก Telegram สุดยอดแอพ ความปลอดภัยสูง

 

หลังจากกลุ่มแนวร่วมราษฎร โพสต์ข้อความว่าอาจถูกรัฐบาลสั่งปิดเฟสบุ๊ก พร้อมเชิญชวนให้ไปใช้ แอปพลิเคชัน Telegram ทำให้ประชาชนจำนวนมาก โหลดแอพ Telegram มาใช้ 

Telegram แอพส่งข้อความ สัญชาติรัสเซียจาก Pavel Durov ผู้ก่อตั้ง VKontakte โซเชียลเน็ตเวิร์ครายใหญ่ในยุโรป

Telegram เป็นแอพสำหรับการส่งข้อความที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเนื่องจากเป็นแอพที่มีความปลอดภัยสูงและใช้งานได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถดาวน์โหลดฟรีทั้งบน iOS และ Android 

Telegram มีอยู่สองแบบ คือคุยทั่วไป กับ คุยแบบปลอดภัยสูง หรือที่เรียกว่า Secret Chat โดยใช้งานต่างกันตรงที่แบบคุยทั่วไปสามารถกดเริ่มได้จากรายชื่อที่ต้องการทันที แต่แบบปลอดภัยสูงจะต้องกดที่ “New Secret Chat” ซึ่งต้องรอให้อีกฝ่ายออนไลน์ก่อนจึงจะเริ่มต้นคุยได้ จุดเด่นของแอพ Telegram

1. สร้างกลุ่มสนทนาโดยเพิ่มจำนวนสมาชิกในกลุ่มได้สูงสุด 200 รายชื่อ

2. สามารถบอกได้ว่าคู่แชทของเราออนไลน์อยู่หรือไม่ และออนไลน์อยู่กี่คน

3. ข้อความทั้งหมดของคุณจะถูกเก็บไว้บน Cloud ทำให้คุณสามารถเข้าถึงข้อความทั้งหมดได้จากอุปกรณ์ที่หลากหลายในการเข้าถึง

4. ปลอดภัยสูง ด้วยการสร้างการสนทนาลับ (Secret Chats) โดยคุณสามารถตั้งค่าให้ข้อความในการสนทนาลับถูกทำลาย ไม่เหลือการบันทึกข้อมูลเก็บไว้ได้

5. สามารถตั้งเวลาทำลายข้อความที่พิมพ์ไป (เริ่มนับเวลาหลังจากปลายทางเห็นข้อความ)

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


พุดซ้อน ไม้พุ่มดอกสวย กลิ่นหอมแรง แถมประโยชน์เพียบ

รวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ ต้นพุดซ้อน ไม้พุ่มขนาดเล็ก ดอกสีขาวสวย กลิ่นหอมชื่นใจ รวมถึงการปลูกพุดซ้อน วิธีดูแล ประโยชน์ และสรรพคุณเลย

วิธีปลูกและดูแลต้นพุดซ้อน

สำหรับคนที่กำลังมองหาไม้ดอก-ไม้ประดับ ไว้จัดสวนสวย ๆ ที่บ้าน แต่ยังสับสนไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี วันนี้กระปุกดอทคอมมีข้อมูลน่าสนใจของ พุดซ้อน ไม้พุ่มดอกสีขาว กลิ่นหอมแรงมาฝาก รับรองปลูกง่าย ดูแลไม่ยาก แถมประโยชน์และสรรพคุณเยอะมาก จะใช้แต่งสวนก็สวย จะใช้ไหว้พระก็แจ่ม จะนำใบมาบดแก้ปวดหัวก็ได้ จะนำไปปลูกในห้องนอนช่วยให้หลับสนิทดี โอ้โห เก๋กู้ดขนาดนี้ ไม่มีไม่ได้แล้ว !

ต้นพุดซ้อน

          พุดซ้อน (Cape jasmine/Gardenia jasmine) หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ พุดจีน พุดใหญ่ อินถะหวา และเค็ดถวา มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Gardenia augusta (L.) Merr. หรือ Gardenia jasminoides จัดอยู่ในวงศ์ Rubiaceae เช่นเดียวกับพุดน้ำบุศย์และเข็มป่า ต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ไทย ไต้หวัน และญี่ปุ่น เป็นไม้พุ่มสมุนไพร ดอกสีขาวสวย กลีบซ้อนเป็นชั้น กลิ่นหอมสดชื่น คนส่วนใหญ่จึงนิยมปลูกประดับบ้าน ประดับสวน แถมยังนำไปร้อยเป็นพวงมาลัยบูชาพระ และใช้เป็นดอกไม้ปักแจกันไหว้พระด้วย

พุดซ้อน ต้นไม้มงคล

          พุดซ้อนเป็นต้นไม้ที่มีความเป็นมงคลเหมือนกันกับพุด ว่ากันว่าถ้าหากปลูกติดไว้ที่บ้าน จะช่วยให้มีความเจริญ มั่นคง เนื่องจากคำว่า พุด หมายถึง ความสมบูรณ์ แข็งแรง ยิ่งไปกว่านั้นยังสื่อถึงความบริสุทธิ์ เนื่องจากดอกพุดซ้อนมีสีขาวสะอาดและบานใหญ่ โดยเคล็ดมงคลเกี่ยวกับต้นพุดหรือพุดซ้อน แนะนำให้ปลูกทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ที่สำคัญควรปลูกในวันเสาร์และให้ผู้ชายเป็นคนปลูก

วิธีปลูกและดูแลต้นพุดซ้อน

ลักษณะต้นพุดซ้อน

          พุดซ้อนเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ทรงกลมหนาทึบ ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นเรียว เปลือกเรียบ ผิวสีน้ำตาล แตกกิ่งก้านมาก ใบเป็นใบเดี่ยว รูปไข่ ปลายใบเรียว โคนใบสอบ ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนดอกออกตามซอกใบตลอดทั้งปี สีขาวสะอาด กลิ่นหอมแรงตอนเย็นถึงเช้า ปลายดอกแยกซ้อนกันหลายชั้น มีผลสด รูปไข่ มีเมล็ดจำนวนมาก

วิธีปลูกต้นพุดซ้อน

          ต้นพุดซ้อนนิยมปลูกลงในแปลง ชอบดินร่วนซุยที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดี ผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักในอัตรา 1:2 ส่วน โดยควรขุดหลุมปลูกให้มีขนาดประมาณ 50x50x50 เซนติเมตร พร้อมทั้งเว้นระยะห่างให้เหมาะสม เพราะต้นพุดซ้อนเป็นทรงพุ่มหนา ที่สำคัญควรปลูกกลางแจ้ง เนื่องจากพุดต้นซ้อนต้องการแดดจัด ส่วนการขยายพันธุ์สามารถทำได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเพาะเมล็ด ปักชำ หรือตอนกิ่ง แต่จะนิยมการตอนกิ่งมากที่สุด เพราะใช้เวลาประมาณ 3-4 สัปดาห์ ก็จะเริ่มออกรากแล้ว
วิธีปลูกและดูแลต้นพุดซ้อน
วิธีดูแลต้นพุดซ้อน

          ต้นพุดซ้อนเจริญเติบโตค่อนข้างช้า ชอบดินร่วนที่อุดมสมบูรณ์และระบายน้ำดี ชอบแสงแดดจัดเต็มวันหรือกลางแจ้ง หากปลูกในที่ร่มจะไม่ค่อยออกดอก แต่ก็สามารถควบคุมได้ด้วยการให้น้ำและให้ปุ๋ย โดยต้นพุดซ้อนต้องการความชื้นปานกลาง ให้รดน้ำประมาณ 5-7 วัน/ครั้ง และต้องการปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ครั้งละประมาณ 2-3 กิโลกรัม/ต้น หมั่นตัดแต่งทรงพุ่มบ่อย ๆ ส่วนโรคและแมลงไม่ค่อยพบ มีความแข็งแรง ทนทานดี อาจจะมีเพลี้ยสีขาวกวนใจอยู่บ้าง ทว่าสามารถป้องกันได้ด้วยการทำความสะอาดแปลงปลูกและกำจัดมดที่เป็นพาหะแพร่ระบาด

ประโยชน์และสรรพคุณของต้นพุดซ้อน

          เพราะพุดซ้อนมีดอกสวยงามและกลิ่นหอมแรง ดังนั้นผู้คนจึงนิยมปลูกประดับบ้าน ประดับสวน ทั้งยังนำดอกไปร้อยพวงมาลัยไหว้พระและปักแจกันไหว้พระอีกด้วย ส่วนสรรพคุณใช้ได้เกือบทั้งลำต้น รากสามารถแก้ไข้ได้ เปลือกสามารถแก้บิดได้ ใบสามารถแก้อาการปวดหัวหรือเคล็ดขัดยอกได้ ดอกสามารถทำน้ำมันหอมระเหยหรือทาแก้โรคผิวหนังได้ ผลสามารถขับปัสสาวะและพยาธิได้ ส่วนเมล็ดสามารถทำเป็นสีแต่งอาหารได้

          นอกเหนือจากนั้น ผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นยังพบว่า พุดซ้อนมีฤทธิ์เช่นเดียวกับยาไดอะซีแพมหรือยาแวเลียม ที่ช่วยคลายความกังวลและช่วยให้นอนหลับสนิทขึ้น จึงถือเป็นต้นไม้อีกหนึ่งชนิดที่ช่วยในนอนหลับสบายและผ่อนคลายอารมณ์นั่นเอง

          เชื่อว่ามาถึงตอนนี้คนที่ชื่นชอบดอกไม้สีขาวต้องหลงรักดอกพุดซ้อนแน่นอน ก็แหม ทั้งสวยงาม กลิ่นหอม ปลูกง่าย และดูแลไม่ยาก เอาเป็นว่าในเมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ก็ห้ามพลาดปลูกติดบ้านกันเชียวล่ะ !

ขอบคุณข้อมูลจาก home.kapook.com


ชนิดทอง ราคารับซื้อ กรัมละ ราคารับซื้อ บาทละ ราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5% n/a 28,000.00 28,100.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,814.00 27,500.24 28,600.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,632.60 24,750.22 n/a
ทองรูปพรรณ 80% 1,451.20 22,000.19 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 816.00 12,370.56 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 635.00 9,626.60 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,880.00 28,500.80 n/a

ราคาน้ำมัน ประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 19/10/2563 

ราคาน้ํามันปตท
ปตท.
ราคาน้ํามันบางจาก
บางจาก
ราคาน้ํามันเชล์ Shell
เชลล์
ราคาน้ํามันเอสโซ่ Esso
เอสโซ่
ราคาน้ํามันคาลเท็กซ์ caltex
คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี
ราคาน้ํามันพีที PT
พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55 21.55
แก๊สโซฮอล์ 91 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28 21.28
แก๊สโซฮอล์ E20 20.04 20.04 20.04 20.04 20.04 20.04 20.04 20.04 20.04
แก๊สโซฮอล์ E85 17.84 17.84 17.84
เบนซิน 95 28.96 29.41 29.46 28.96 28.96
ดีเซล B7 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59 21.59
ดีเซล 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59 18.59
ดีเซล B20 18.34 18.34 18.34 18.34 18.34 18.34 18.34 18.34
ดีเซลพรีเมี่ยม 26.04 26.06 28.04 27.74 26.04
แก๊ส NGV 13.83 13.83 13.83

 

By :
Comments : Off
About the Author