แสนสิริ ส่งโปรฯเด็ดเจิมต้นปี’69 ขนทัพ 111 โครงการ ลดสูงสุด 12 ล้าน

แสนสิริ จัดโปรฯรับต้นปี “DEAL POP TOP CHART ดีลแรงติดท็อป พ็อปทุกโครงการ” ทั้งบ้าน คอนโดฯ และทาวน์โฮม 111 โครงการ ทำเลศักยภาพทั่วกรุงเทพฯ มั่นใจช่วยดันยอดขายทุบสถิติไตรมาส 1/68 กับ 3 ไฮไลต์ 1.ส่วนลดสูงสุด 12 ล้านบาท 2.ดึงเพลง Dynamite จากวงดังระดับโลก BTS เป็นแกนหลักของการตลาดแคมเปญ และ 3.ผนึกพันธมิตรบัตรเครดิต KTC มอบคะแนน KTC FOREVER เพิ่ม 10 เท่า (สูงสุด 1,000,000 คะแนน) ตั้งแต่วันนี้-28 กุมภาพันธ์ 2569…
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เริ่มต้นปีใหม่ 2569 แสนสิริเปิดตัวแคมเปญ “DEAL POP TOP CHART ดีลแรงติดท็อป ป็อปทุกโครงการ” โดยหยิบเพลงฮิตระดับโลก Dynamite จาก BTS ศิลปินบอยแบนด์จากประเทศเกาหลีใต้ มาเป็นแกนกลางของแคมเปญ เชื่อมโยงพลังของเสียงเพลงเข้ากับโปรโมชั่นอย่างกลมกลืน เพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัย และสร้างแรงบันดาลใจให้การเลือกบ้านกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสุขในปีใหม่นี้
โปรโมชั่นนี้ยกขบวนโครงการพร้อมอยู่กว่า 11 โครงการ ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ทุกทำเลศักยภาพ ตอบโจทย์ทุกระดับราคาและไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
บ้านและทาวน์โฮม ลดสูงสุด 12 ล้านบาท อาทิ เศรษฐสิริ บางนา กม.10 บ้านเดี่ยว Georgian Design ใกล้ทางด่วนและห้าง ลดสูงสุด 12 ล้านบาท พิเศษ 24.9 ล้านบาท, เศรษฐสิริ สะพานมหาเจษฎาบดินทร์ บ้านเดี่ยวที่ดินใหญ่ ใกล้โรงเรียนนานาชาติ ลดสูงสุด 3 ล้านบาท เริ่ม 15.9-30 ล้านบาท, บุราสิริ จตุโชติ บ้านดีไซน์ใหม่ใกล้ทางด่วนจตุโชติ ลดสูงสุด 2 ล้านบาท เริ่ม 13.99 ล้านบาท,
สราญสิริ แกรนเด พุทธมณฑล สาย 3 บ้านเดี่ยว ที่ดินใหญ่ 100 ตร.ว. เชื่อมต่อถนนบรมราชชนนี เพียง 5 นาที ลดสูงสุด 3 ล้านบาท พิเศษ 13.9 ล้านบาท, อณาสิริ เวสต์เกต บ้านเดี่ยว บ้านแฝดโซนบางใหญ่ ใกล้ MRT คลองบางไผ่ ลดสูงสุด 1.2 ล้านบาท เริ่ม 5.19-9 ล้านบาท, สิริ เพลส วงแหวน-ลําลูกกา ทาวน์โฮมฟังก์ชั่นบ้านเดี่ยว ลดสูงสุด 1 ล้านบาท พิเศษ 2.09 ล้านบาท
คอนโดฯ พร้อมอยู่ ลดสูงสุด 2.5 ล้านบาท อาทิ เอ็กซ์ที พญาไท (XT Phayathai) คอนโดฯใกล้รามาฯ-ใกล้จุฬาฯ ลดสูงสุด 2.5 ล้านบาท พิเศษ 4.69 ล้านบาท, โฟล บาย แสนสิริ (FLO by Sansiri) คอนโดฯวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้ไอคอนสยาม ลดสูงสุด 1 ล้านบาท พิเศษ 2.69 ล้านบาท, เดอะ ไลน์ ไวบ์ (The Line Vibe) คอนโดฯตรงข้ามเซ็นทรัลลาดพร้าว ลดสูงสุด 1 ล้านบาท พิเศษ 4.29 ล้านบาท
เดอะ เบส ไรส์ (THE BASE Rise) คอนโดฯ ภูเก็ต ใกล้เซ็นทรัลและหาดป่าตอง ลดสูงสุด 2 แสนบาท พิเศษ 2.69 ล้านบาท, เดอะ มูฟ สุขุมวิท 107 (THE MUVE Sukhumvit 107) คอนโดฯแต่งครบพร้อมอยู่ เลี้ยงสัตว์ได้ ลดสูงสุด 2 แสนบาท พิเศษ 1.69 ล้านบาท
ขอบคุณข้อมูลจาก prachachat.net
ตลาดคอนโดกรุงเทพฯฝืดเคืองหนัก เทรนด์กำลังซื้อปี’69 ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์

1 มกราคม 2569 ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยบิ๊กดาต้าร้อนแรง เกี่ยวกับตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ
โดย “ภัทรชัย ทวีวงศ์” ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส ประเทศไทย จำกัด ระบุว่า สรุปยอดปี 2568 มีการเปิดตัวคอนโดฯใหม่ 40 โครงการ 17,110 ยูนิตเท่านั้น เป็นสถิติ Low Supply Cycle ในรอบ 17 ปี ลดลง -21.84% เทียบกับปี 2567 มูลค่ารวมเหลือ 70,368 ล้านบาท เทียบกับค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1 แสนล้านบาท ลดลง -38.53% โดยผู้เล่นหลักเป็นบิ๊กแบรนด์อสังหาริมทรัพย์ 14,323 ยูนิต สัดส่วน 83.71% มูลค่ารวม 63,947 ล้านบาท และบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ 2,787 ยูนิต สัดส่วน -16.29% มูลค่ารวม 6,416 ล้านบาท
ทั้งนี้ ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา มีคอนโดฯเปิดขายใหม่รวม 347,650 ยูนิต หรือเฉลี่ยปีละ 34,700 หน่วย ดังนั้น สรุปยอดเปิดใหม่ในปี 2568 จึงเท่ากับตลาดหดตัวครึ่งหนึ่ง
2569 คอนโดฯใหม่ทรงตัว
แนวโน้มปี 2569 คาดว่าจะมีซัพพลายเปิดขายใหม่ 15,000 ยูนิตเท่านั้น ลดลงต่อเนื่องอีก -12.33% มูลค่ารวม 60,000 ล้านบาท กลยุทธ์การลงทุนหลักมีการปรับลดจำนวนโครงการลง เลื่อนการเปิดตัวออกไป ในด้านทำเลมีแนวโน้มกระจุกตัวอยู่ในโครงการขนาดกลาง-เล็ก เฟ้นทำเลศักยภาพชัดเจนอย่างแนวรถไฟฟ้า และย่านศูนย์กลางธุรกิจ รวมทั้งเน้นลงทุนบ้านและคอนโดฯในเมืองท่องเที่ยว จุดโฟกัสอยู่ที่ “EEC-ภูเก็ต”
“สถานการณ์ปัจจุบันยังคงไม่ใช่ช่วงเวลาเหมาะสม ที่จะเปิดตัวคอนโดฯโครงการใหม่ เนื่องจากกำลังซื้อทั้งในส่วนของลูกค้าต่างชาติและคนไทยยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว ปี 2569 ตลาดห้องชุดกรุงเทพฯมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงของการปรับสมดุลอย่างค่อยเป็นค่อยไป ภาพรวมตลาดจึงไม่น่าจะเป็นการฟื้นตัวแบบก้าวกระโดด หากแต่เป็นการฟื้นตัวในลักษณะประคองตัว โดยมีสัญญาณบวกบางประการเริ่มปรากฏชัดขึ้นในเชิงโครงสร้าง”
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ปี 2569 มีการแข่งขันดุเดือดอย่างยิ่งในเซ็กเมนต์ระดับไฮเอนด์กับลักเซอรี่ทำเลใจกลางเมือง แม้จำนวนโครงการเปิดขายใหม่มีจำกัด แต่ผู้พัฒนารายใหญ่จะเร่งเปิดตัวโครงการระดับเรือธงในทำเลหายาก อาทิ สุขุมวิทตอนต้น เพลินจิต-วิทยุ สีลม-สาทร และราชดำริ-ลุมพินี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อช่วงชิงกำลังซื้อระดับ High Net Worth และ Ultra High Net Worth ซึ่งมีอำนาจซื้อเกินต้านทาน
เทรนด์สำคัญยังรวมถึงจะได้เห็นอีเวนต์เปิดพรีเซลโครงการ ด้วยการกำหนดราคาขายเป็นทางการที่ 1 ล้านบาท/ตารางเมตร โดยเฉพาะโครงการที่เป็น Rare Item ยูนิตจำกัดจำนวน และตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพระดับ Prime CBD
ได้เวลาเศรษฐีแผลงฤทธิ์
ข้อเสนอแนะสำหรับผู้ประกอบการ มอง 5 เรื่องด้วยกัน คือ 1.โอกาสคอนโดฯหรูใจกลางเมือง จากซัพพลายใหม่ในทำเลซูเปอร์ไพรมมีจำกัด เหมาะสำหรับคนที่มีแลนด์แบงก์เก่าในมือ หรือจัดหาแลนด์แบงก์ศักยภาพสูง ทำให้สามารถพัฒนาโครงการระดับแฟลกชิป เพื่อสร้างมูลค่าและภาพลักษณ์ระยะยาว 2.กำลังซื้อกลุ่ม High Net Worth และ Ultra High Net Worth มีความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงและสินทรัพย์เพื่อรักษามูลค่า มีกำลังซื้อห้องชุดตารางเมตรละ 8 แสน-1 ล้านบาทได้
3.โอกาสในการสร้าง New Price Benchmark จากต้นทุนที่ดินและการพัฒนาใน CBD สนับสนุนการตั้งราคาสูง โปรดักต์นำเสนอเหมาะกับโครงการ Rare Item, Low Density และ Branded Residence 4.การแข่งขันด้านคุณภาพ มากกว่าปริมาณ เน้นการออกแบบ บริการหลังการขาย และประสบการณ์การอยู่อาศัย ลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคา
5.โอกาสจากตลาดเช่าในเมือง จากลูกค้าชาวต่างชาติ ผู้บริหารระดับสูง และ Expats โดยโครงการที่รองรับทั้งอยู่อาศัยและลงทุนช่วยกระจายความเสี่ยง และทำเลใกล้ CBD กับแนวรถไฟฟ้าหลักยังมีดีมานด์ต่อเนื่อง
เศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง
“ภัทรชัย” กล่าวถึงความท้าทายสำคัญในปี 2569 มีอีก 5 ด้าน ประกอบด้วย 1.ภาพรวมเศรษฐกิจฟื้นตัวไม่ทั่วถึง จากกำลังซื้อในตลาดกลางและล่างยังเปราะบาง การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น ส่งผลต่ออัตราการขายและความเร็วในการดูดซับซัพพลายในตลาด 2.ภาคการเงิน จากการพิจารณาสินเชื่อยังคงเข้มงวด ผู้ซื้อบางกลุ่มเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก กระทบต่อยอดโอนและกระแสเงินสดของโครงการ 3.ต้นทุนการพัฒนาที่อยู่ในระดับสูง ราคาที่ดินใจกลางเมืองยังทรงตัวในระดับสูง ต้นทุนก่อสร้าง วัสดุ และค่าแรงยังไม่ลดลง เป็นตัวกดดันอัตรากำไรของโครงการ
4.ความไม่แน่นอนจากการเปลี่ยนรัฐบาล ซึ่งการเลือกตั้งต้นปี 2569 อาจทำให้นโยบายเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจนในระยะสั้น ต้องติดตามมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ภาษี และสินเชื่อ และอาจเกิดการชะลอการตัดสินใจลงทุนของผู้ซื้อและนักลงทุนบางกลุ่ม 5.ความเสี่ยงจากการกำหนดจังหวะเปิดโครงการ กรณีเปิดเร็วเกินไปอาจเผชิญตลาดที่ยังไม่ฟื้น กรณีเปิดช้าเกินไปอาจพลาดโอกาสในทำเลหายาก จึงจำเป็นต้องบริหาร Timing อย่างแม่นยำ
โดยมีข้อเสนอเชิงกลยุทธ์จากคอลลิเออร์ส ประเทศไทยด้วยว่า 1.เลือกลงทุนเฉพาะโครงการที่มีทำเลและกลุ่มเป้าหมายชัดเจน 2.เน้นตลาดบนและลักเซอรี่ ที่มีดีมานด์ซื้อแท้จริง 3.ควบคุมขนาดโครงการและอัตราการลงทุนอย่างรอบคอบ 4.บริหารสภาพคล่องและกระแสเงินสดเป็นหัวใจหลัก และ 5.ติดตามนโยบายรัฐบาลใหม่อย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับกลยุทธ์อย่างยืดหยุ่น

ขอบคุณข้อมูลจาก prachachat.net
บาทแข็งค่าขึ้น 0.79% ปิดตลาดที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ

เงินบาทปิดที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 0.79% หลังราคาทองโลกพุ่งจากปมขัดแย้งสหรัฐฯ-เวเนซุเอลา พร้อมแรงหนุนฟันด์โฟลว์ไหลเข้าตลาดหุ้น-พันธบัตรไทย จับตากรอบพรุ่งนี้ 31.15-31.40 บาท
ศูนย์วิจัย กสิกรไทย รายงานการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทว่า เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 5 มกราคม 2569 เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับประมาณ 31.53-31.55 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากสิ้นปี แต่ระหว่างวันกลับมีแรงซื้อคืนอย่างต่อเนื่องจนมาปิดตลาดที่ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ คิดเป็นการแข็งค่าขึ้นราว 0.79% เมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดของวันทำการก่อนหน้าที่ 31.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ทั้งนี้ เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามจังหวะการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลก ซึ่งได้รับอานิสงส์จากประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และเวเนซุเอลา ประกอบกับน่าจะมีปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ซึ่งในวันนี้มีสถานะซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทย 2,371.54 ล้านบาท และ 929 ล้านบาทตามลำดับ
ส่วนค่าเฉลี่ย Indicative forward points ของธุรกรรมระยะ 3 เดือนสำหรับผู้ประกอบการที่มีรายได้ 50-200 ล้านบาทต่อปี รายงานข้อมูล ณ 10.00 น. วันที่ 5 มกราคม 2569 จากเว็บไซต์ ธปท. อยู่ที่ -22.43 สำหรับผู้ส่งออก (ขายเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า) และที่ -19.04 สำหรับผู้นำเข้า (ซื้อเงินดอลลาร์ฯ ล่วงหน้า)
ทั้งนี้ ค่า Forward Points คือ ส่วนต่างระหว่าง “ราคาปัจจุบัน (Spot)” กับ “ราคาล่วงหน้า (Forward)” ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการล็อกอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อป้องกันความเสี่ยงได้
ทั้งนี้ ผู้ส่งออก (ขาย $ ล่วงหน้า) -22.43 ต้องนำไป หัก ออกจาก Spot rate ทำให้ราคาที่จะได้รับในอีก 3 เดือนข้างหน้า “ต่ำกว่า” ราคาปัจจุบัน
ขณะ ที่ผู้นำเข้า (ซื้อ $ ล่วงหน้า) -19.04 ต้องนำไป หัก ออกจาก Spot rate ทำให้ราคาที่จะต้องจ่ายในอีก 3 เดือนข้างหน้า “ถูกกว่า” ราคาปัจจุบัน
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันพรุ่งนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 31.15-31.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ การเคลื่อนไหวของสกุลเงินเอเชียและราคาทองคำในตลาดโลก ถ้อยแถลงจากเจ้าหน้าที่เฟด และดัชนี PMI ภาคบริการเดือนธ.ค. ของยูโรโซน อังกฤษ และสหรัฐฯ
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ทั่วโลกรู้จักเธอแล้ว! FIVB ยก 1 นักตบลูกยางสาวไทย แจ้งเกิดในศึกเนชันส์ลีก

เตรียมที่จะกลับมาระเบิดความันกันอีกครั้งสำหรับการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 ที่จะแข่งกันในช่วงระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 26 กรกฎาคม 2569
โดย สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้โหมโรงก่อนเปิดฉากด้วยการยกให้ “น้องเฟิร์น” วริศรา สีทาเลิศ ลูกยางสาวไทยถือเป็นนักกีฬาที่น่าจับตามอง หลังจากที่แจ้งเกิดจากการแข่งขันเนชันส์ลีก 2025 ที่ผ่านมา
“ด้วยวัยเพียงแค่ 19 ปี วริศรา สีทาเลิศ ก้าวสู่เวทีทีมชาติเป็นครั้งแรก พร้อมพลังอันไร้ความกลัว และได้รับประสบการณ์อันล้ำค่าจากการสู้กับผู้เล่นตำแหน่งบล็อกเกอร์ระดับโลก และเหล่านักกีฬาระดับสูงของโลก”
“การเปิดตัวในครั้งนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งน่าตื่นเต้นมากมาย และยังมีอีกหลายสิ่งที่รอเธออยู่ข้างหน้า” สื่อหลักของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ เขียนในบทความ
ซึ่งผลงานของ ดาวตบหัวเสาทีมไทย ในศึกเนชันส์ลีก 2025 ต้องบอกว่าโดดเด่นเกินวัย หลังทำแต้มไปได้มากถึง 97 คะแนน ทั้งที่ลงเล่นเป็นฤดูกาลแรกเท่านั้น
สำหรับ วริศรา สีทาเลิศ เจ้าของส่วนสูง 173 ซม. ถูกยกให้เป็นสาวน้อยมหัศจรรย์ในวงการลูกยางไทยหลังฉายแววโดดเด่นตั้งแต่อายุเพียงแค่ 16 ปี จนถูกเรียกตัวติดทีมชาติชุดใหญ่ ในศึกซีเกมส์ 2023 ก่อนกลายเป็นความหวังใหม่ของทีมชาติในตอนนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
7 ข้อรับมือ ‘ภาวะNew Year’s Blue’ หดหู่ ซึมเศร้า ช่วงเทศกาลปีใหม่

กรมสุขภาพจิต เตือนประชาชนตระหนักถึงภาวะ “New Year’s Blue” อาการเหงา-ซึมเศร้าช่วงปีใหม่ อาจเกิดขึ้นได้หลังเทศกาล หากอาการกระทบต่อการใช้ชีวิต รีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ภาวะ New Year’s Blue หรือ “อาการเหงา-ซึมเศร้าช่วงปีใหม่” คือ ภาวะที่ประชาชนบางส่วนอาจรู้สึกหดหู่ ว้าเหว่ หมดแรงจูงใจ หรือวิตกกังวลในช่วงก่อน ระหว่าง หรือหลังเทศกาลปีใหม่ แม้จะเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองก็ตาม ภาวะดังกล่าวพบได้บ่อยและมักเกิดขึ้นชั่วคราว ยังไม่ถือเป็น โรคทางจิตเวช
มีสาเหตุจากหลายปัจจัยร่วมกัน อาทิ การเปรียบเทียบชีวิตตนเองกับผู้อื่นหรือรู้สึกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ยังไม่ประสบความสำเร็จ ความเหงาหรือการขาดคนร่วมฉลอง การอยู่ห่างไกลครอบครัว ความเครียดด้านการเงิน การงาน หรือความสัมพันธ์ ความอ่อนล้าทางกายและใจจากการทำงานหรือการเดินทางตลอดปีที่ผ่านมา รวมถึงการสูญเสียหรือการระลึกถึงบุคคลสำคัญในช่วงเทศกาล
อาการที่อาจพบ ได้แก่ ความเบื่อหน่าย ไม่อยากทำกิจกรรม นอนไม่หลับหรือนอนมากเกินไป รู้สึกหดหู่ วิตกกังวล ไม่อยากพบผู้คน สมาธิลดลง ไม่สนุกกับสิ่งที่เคยชอบ รวมถึง การเปลี่ยนแปลงด้านการรับประทานอาหาร ทั้งนี้ หากมีความคิดทำร้ายตนเองหรือสิ้นหวังอย่างรุนแรง ต้องรีบขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที
กรมสุขภาพจิตขอแนะนำแนวทางดูแลสุขภาพจิตในช่วงปีใหม่ เพื่อช่วยให้ประชาชนดูแลใจของตนเองได้อย่างเหมาะสม ได้แก่
1. ยอมรับความรู้สึกของตนเอง โดยตระหนักว่าความรู้สึกหดหู่หรือไม่สบายใจสามารถเกิดขึ้นได้ และไม่จำเป็นต้องฝืนให้ตนเองมีความสุขเหมือนผู้อื่น
2. ดูแลสุขภาพร่างกายขั้นพื้นฐานให้เหมาะสม ด้วยการนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ลดการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีน รวมถึงการเคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายเบา ๆ อย่างน้อยวันละ 20–30 นาที
3. วางเป้าหมายปีใหม่ในลักษณะเล็กและสามารถทำได้จริง โดยโฟกัสทีละเรื่อง ไม่สร้างความกดดันต่อตนเอง และหมั่นชื่นชมความสำเร็จเล็ก ๆ ที่ตนเองทำได้ตลอดปีที่ผ่านมา
4.เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับคนรอบตัว ผ่านการพูดคุย พบปะ หรือทำกิจกรรมร่วมกัน หากอยู่เพียงลำพังอาจเข้าร่วมกิจกรรมอาสาหรือกิจกรรมในชุมชน เพื่อช่วยลดความรู้สึกโดดเดี่ยว
5.จำกัดการเปรียบเทียบตนเองผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเลือกเสพข่าวสารหรือเนื้อหาที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย และตระหนักว่าสิ่งที่ปรากฏในสื่อมักเป็นเพียงช่วงเวลาที่ถูกคัดเลือกมาแล้ว
6.ใช้เทคนิคผ่อนคลายอย่างง่ายเป็นประจำ เช่น การหายใจลึกและช้า 3–5 นาที การเขียนระบายความคิดและจัดลำดับความกังวล หรือการฝึกสติอยู่กับปัจจุบันและทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จทีละอย่าง
7.ร่วมกันดูแลและช่วยเหลือในครอบครัวและชุมชน ด้วยการสังเกตคนรอบข้างที่มีพฤติกรรมเงียบ ซึมเศร้า หรือแยกตัว ชวนพูดคุย รับฟังโดยไม่ตัดสิน และพาไปพบผู้เชี่ยวชาญเมื่อสังเกตเห็นว่าอาการคงอยู่หรือรุนแรงเกินไป โดยย้ำว่าการขอความช่วยเหลือเป็นเรื่องสำคัญและประชาชนไม่จำเป็นต้องเผชิญกับภาวะ New Year’s Blue เพียงลำพัง
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้นได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ www.วัดใจ.com ซึ่งให้บริการประเมินครอบคลุมภาวะซึมเศร้า ความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย และภาวะหมดไฟในการทำงาน โดยเมื่อพบความเสี่ยง จะมีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญติดต่อกลับเพื่อให้คำปรึกษา พร้อมทั้งสามารถขอรับความช่วยเหลือผ่าน สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถก้าวผ่านช่วงเริ่มต้นปีใหม่ได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยทางใจ
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
รวมประโยคภาษาอังกฤษในที่ประชุม (English for Meetings) พูดให้ดูมั่นใจ ไม่ Dead Air | Wall Street English

รวมประโยคภาษาอังกฤษในที่ประชุม (English for Meetings) พูดให้ดูมั่นใจ ไม่ Dead Air
ประโยคเปิดการประชุม (Starting the Meeting)
การเริ่มต้นดีมีชัยไปกว่าครึ่ง หากคุณเป็นคนนำการประชุม หรือต้องเป็นคนเริ่มบทสนทนา ลองใช้ประโยคเหล่านี้เพื่อทำลายกำแพงน้ำแข็ง (Break the Ice) ครับ
- “Shall we get started?” (เรามาเริ่มกันเลยไหมครับ/คะ?)
- “Thank you everyone for coming today.” (ขอบคุณทุกคนที่มาในวันนี้ครับ/คะ)
- “Let’s get down to business.” (งั้นเรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า) – ใช้เมื่อต้องการเข้าเนื้อหาอย่างจริงจัง
- “The main purpose of this meeting is to discuss…” (จุดประสงค์หลักของการประชุมนี้คือเพื่อหารือเรื่อง…)
ประโยคเสนอความคิดเห็น (Expressing Opinions)
หัวใจสำคัญของการประชุมคือการแลกเปลี่ยนไอเดีย อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป ใช้ ประโยคเสนอความคิดเห็น ภาษาอังกฤษ เหล่านี้เพื่อให้ไอเดียของคุณดูมีน้ำหนัก:
- “From my point of view, I think we should…” (ในมุมมองของผม ผมคิดว่าเราควร…)
- “I personally believe that…” (ส่วนตัวฉันเชื่อว่า…)
- “It seems to me that…” (สำหรับผม มันดูเหมือนว่า…)
- “I’d like to share my thoughts on this.” (ฉันขอแชร์ความคิดเห็นเรื่องนี้หน่อยครับ/ค่ะ)
ประโยคแสดงความเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย (Agreeing & Disagreeing)
ในวัฒนธรรมตะวันตก การเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องทำอย่างสุภาพ (Polite) เพื่อรักษาบรรยากาศการทำงานครับ
แบบเห็นด้วย (Agreeing)
- “I couldn’t agree more.” (เห็นด้วยมากๆ / เห็นด้วยที่สุดเลย)
- “I think you’re right.” (ฉันคิดว่าคุณพูดถูกนะ)
- “That’s exactly how I feel.” (ฉันก็รู้สึกแบบนั้นเลย)
แบบไม่เห็นด้วยอย่างสุภาพ (Disagreeing Politely)
หลีกเลี่ยงการพูดว่า “You are wrong” ตรงๆ แต่ให้ใช้การ “เห็นด้วยบางส่วนแล้วค่อยแย้ง” แทน:
- “I see your point, but…” (ฉันเข้าใจประเด็นของคุณนะ แต่…)
- “I’m afraid I have to disagree.” (เกรงว่าฉันต้องขอเห็นต่างในเรื่องนี้)
- “That’s a good point, but have you considered…?” (เป็นประเด็นที่ดีครับ แต่คุณได้ลองพิจารณาเรื่อง… ดูหรือยัง?)
ประโยคแก้สถานการณ์ฉุกเฉิน (Survival Kit for Dead Air)
นี่คืออาวุธลับ! เมื่อคุณฟังไม่ทัน หรือต้องการเวลาคิด อย่าเงียบกริบ (Dead Air) ให้ใช้ประโยคเหล่านี้ “ซื้อเวลา” ครับ
- ฟังไม่ทัน / ไม่เข้าใจ:
- “Could you please repeat that?” (ช่วยพูดอีกทีได้ไหมครับ?)
- “Could you clarify what you mean by…?” (ช่วยขยายความตรงคำว่า… หน่อยได้ไหมครับ?)
- “Sorry, I didn’t quite catch that.” (ขอโทษที เมื่อกี้ฟังไม่ทันครับ)
- ต้องการเวลาคิด (ซื้อเวลา):
- “That’s an interesting question. Let me think about it for a moment.” (เป็นคำถามที่น่าสนใจ ขอผมคิดสักครู่นะครับ)
- “Let me get back to you on that.” (ขอฉันไปหาข้อมูลแล้วกลับมาตอบทีหลังนะ) – ใช้เมื่อตอบไม่ได้จริงๆ
ประโยคแทรกหรือขอพูด (Interrupting Politely)
ถ้าการประชุมดุเดือด แล้วเราอยากแทรก การยกมืออย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องมีประโยคขอทางด้วย:
- “May I have a word?” (ขอพูดอะไรหน่อยได้ไหม?)
- “Sorry to interrupt, but I’d like to add something.” (ขอโทษที่ขัดจังหวะ แต่อยากขอเสริมอะไรหน่อย)
- “Excuse me, can I jump in here for a second?” (ขอโทษครับ ขอแทรกตรงนี้แป๊บนึงได้ไหม?)
ประโยคปิดการประชุม (Closing the Meeting)
- “I think we’ve covered everything.” (คิดว่าเราคุยกันครบทุกเรื่องแล้วนะ)
- “Let’s wrap this up.” (งั้นเรามาสรุปจบการประชุมกันเถอะ)
- “Thank you for your time / contributions.” (ขอบคุณสำหรับเวลา / ความเห็นของทุกคนครับ)
เปลี่ยนจาก “ท่องจำ” เป็น “พูดได้เอง” ตามธรรมชาติ
การมีโพยประโยค (Script) ช่วยให้คุณรอดจากการประชุมวันนี้ได้ แต่การจะพูดให้คล่อง มั่นใจ และดูเป็นมืออาชีพในระยะยาว คุณต้องฝึกให้ภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของความคิด ไม่ใช่แค่การท่องจำ
ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th
วิธีลบประวัติการโทร Line Out แบบหมดจด ทำง่ายด้วยวิธีนี้

หลังจากที่ Sanook Hitech ได้นำเสนอวิธีเช็คประวัติการโทรผ่านฟีเจอร์ Line Out ไปแล้ว ซึ่งทำเอาหลายบ้านร้อนๆ หนาวๆ กันไปเป็นแถบ แต่สำหรับใครที่ต้องการเคลียร์พื้นที่ หรือต้องการจัดการ Digital Footprint ของตัวเองให้สะอาดหมดจด เพื่อความเป็นส่วนตัว วันนี้เรามีวิธีการ “ลบประวัติการโทร” ออกจากระบบ Line Out มาฝากกัน
วิธีเข้าไปที่ LINE OUT
ก่อนจะไปลบ ต้องเข้าไปที่หน้าประวัติการโทรให้ได้ก่อนเริ่มจาก

- เปิดแอป LINE ที่หน้าหลัง
- เลือกบริการ (Service) จากนั้นกดปุ่ม ดูทั้งหมด (See All)
- กดเข้าเมนู Line Out
- สังเกตด้านบน จะมีประวัติเบอร์โทรล่าสุดโชว์อยู่ โดยจะแสดงผลชื่อ/ วัน/ เวลาในการโทร
วิธีการลบประวัติโทรทั้งหมด
เมื่อดูประวิตแล้วต้องการจะลบต้องทำอย่างไร วันนี้มีคำแนะนำมาบอกเล่ากันครับ
ลบทั้งหมด!

- ในหน้าประวัติการโทร ให้มองไปที่ มุมขวาบน จะเห็นไอคอน จุด 3 จุด (…) ให้กดเข้าไป
- จะมีเมนูเด้งขึ้นมา ให้เลือกคำว่า “ลบประวัติการโทรทั้งหมด” (Delete All Call History)
- หากกดตกลงก็จะหายไปทั้งหมด
วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเคลียร์รายการจำนวนมากในทีเดียว หรือต้องการเลือก Select ลบเฉพาะบางเบอร์แบบเจาะจงโดยไม่ต้องกดหลายรอบ
ลบแค่บางคน

- ในหน้าประวัติการโทร ให้เลื่อนหา ชื่อ หรือ เบอร์โทรศัพท์ ที่ต้องการลบ
- ใช้นิ้ว “กดค้าง” (Long Press) ไปที่รายชื่อนั้นๆ
- จะมีเมนู Pop-up เด้งขึ้นมา ให้เลือกคำว่า “ลบ” (Delete)
- กดยืนยัน เพียงเท่านี้รายชื่อนั้นก็จะหายไปจากประวัติทันที
วิธีนี้เหมาะสำหรับการลบแบบเร่งด่วน เฉพาะเบอร์ล่าสุดที่เพิ่งโทรออก หรือต้องการลบแค่คนเดียวไม่อยากให้ใครเห็น
การลบประวัติใน Line Out นี้ จะเป็นการลบข้อมูลออกจากตัวแอปพลิเคชันในเครื่องของเราเท่านั้นนะครับ เมื่อลบไปแล้วจะไม่สามารถกู้คืนกลับมาดูได้อีก ดังนั้นก่อนกดลบ ซึ่งการลบนั้นอาจจะไม่มีผลถ้าคนๆ นั้นติดต่อไม่บ่อย ถ้าติดต่อบ่อยแนะนำให้ตั้ง PIN ในหน้า Chat ดีกว่าจะได้หาเจอ เพราะการเข้า LINE Out ค่อยข้างซับซ้อนกว่า
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ทำไมคนญี่ปุ่นถึงกิน “ข้าวโอ๊ต” แทน “ข้าวสวย”

ว่ากันว่าอยากสุขภาพดีก็ต้องกินของดีๆ เราจึงเอาเคล็ดลับการรักษาสุขภาพจากนักโภชนาการญี่ปุ่นมาฝากกัน นั่นก็คือ การทานข้าวโอ๊ตแทนข้าวสวยนั่นเอง เพื่อนๆ คนไหนอยากเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง หรือกำลังไดเอ็ตอยู่ อยากหาคาร์โบไฮเดรตคุณภาพดีมาทดแทนข้าวสวยแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดบทความนี้ เพราะเราจะเผยสูตรเมนูอาหารญี่ปุ่นจากข้าวโอ๊ตแสนน่ากิน รสชาติอร่อย และดีต่อสุขภาพด้วย
การทานข้าวโอ๊ตแทนข้าวสวย
ข้าวโอ๊ตสามารถนำไปแปรรูปได้หลากหลาย แต่เทรนด์ที่กำลังมาในญี่ปุ่นตอนนี้ก็คือ การนำข้าวโอ๊ตมาหุงกับข้าวแล้วกินแทนข้าวสวยไปเลยค่ะ วิธีทำก็แสนง่ายดาย เพียงนำข้าวโอ๊ต (แนะนำเป็นโรลล์โอ๊ต) 30 กรัม และน้ำ 50 cc ใส่ลงไปในภาชนะทนความร้อน คนให้เข้ากัน แล้วนำเข้าไมโครเวฟโดยไม่ต้องปิดฝา 600W ใช้เวลา 1 นาที 30 วินาที เราก็จะได้ข้าวโอ๊ตเม็ดสวยที่มองเผินๆ ก็ไม่แตกต่างจากข้าวสวยเลย แถมเวลากินยังได้สัมผัสหนึบๆ เคี้ยวเพลินอีกด้วย
เปรียบเทียบแคลอรี่ระหว่างข้าวโอ๊ตและข้าวสวย
แล้วข้าวโอ๊ตดีกว่าข้าวสวยยังไงล่ะ ความจริงแล้วต้องบอกว่าในแง่ของแคลอรี่นั้นแทบจะไม่แตกต่างกันเลย แต่ข้าวโอ๊ตมีเส้นใยเยอะกว่า ทำให้เราอิ่มง่ายและอยู่ท้องกว่าข้าวสวย อีกทั้งยังมีปริมาณน้ำตาลน้อยกว่าด้วย เปรียบเทียบง่ายๆ สมมุติว่าปกติแล้วเรากินข้าวสวย 1 ถ้วย (ประมาณ 150 กรัม) ถึงจะอิ่ม เราจะได้แคลอรี่ 234 kcal และน้ำตาล 53.4 กรัม แต่ถ้าเป็นข้าวโอ๊ต เรากินเพียง 30 กรัม ก็จะอิ่มเหมือนกับกินข้าวสวยแล้ว ซึ่งแคลอรี่ที่ได้รับจะลดเหลือ 105 kcal และน้ำตาล 17.9 กรัมเท่านั้น
เมนูอาหารญี่ปุ่นจากข้าวโอ๊ต
ข้าวโอ๊ตที่หุงแล้วสามารถนำไปทำเมนูได้หลากหลาย เมนูแรกที่เราจะแนะนำก็คือ “ข้าวปั้นปลาแห้งใส่ชีส” แค่ชื่อเมนูก็น่าอร่อยแล้วใช่ไหมล่ะคะ วิธีทำก็ง่ายสุดๆ เพียงนำข้าวโอ๊ตที่หุงแล้วมาผสมกับชีสและปลาแห้ง ปรุงรสด้วยโชยุ จากนั้นก็นำมาปั้นเป็นสามเหลี่ยมเท่านั้นเอง เหมาะกับการเป็นอาหารเช้าเวลารีบๆ หรือจะห่อใส่ปิ่นโตไปกินเป็นอาหารกลางวันก็ได้
เมนูต่อไปเป็น “ข้าว(โอ๊ต)ผัดไข่” เมนูง่ายๆ แต่รับรองว่าจะติดใจ เราเริ่มจากการนำไข่ลงไปผัดในกระทะ จากนั้นก็ใส่ต้นหอมญี่ปุ่นซอย และข้าวโอ๊ตหุงสุกลงไป ตบท้ายด้วยปูอัดเพิ่มสีสัน ปรุงรสด้วยโชยุและเกลือ เป็นอันเสร็จสิ้นได้ข้าวผัดไข่หอมฉุยเพื่อสุขภาพ
ปิดท้ายกันด้วย “คิมบับข้าวโอ๊ต” แม้ว่าจะเป็นเมนูเกาหลี แต่ช่วงนี้คนญี่ปุ่นนิยมทำกินกันเองและปรับรสชาติให้เป็นญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเริ่มจากเอาแผ่นสาหร่ายมากางและแผ่ข้าวโอ๊ตหุงสุกลงไปให้ทั่ว จากนั้นใส่ทูน่า ไข่ม้วน ถั่วงอกคลุกน้ำมันงาลงไปตามชอบ จากนั้นก็ม้วนให้สาหร่ายบรรจบกัน เมนูนี้เราจะได้สารอาหารครบถ้วนทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และวิตามิน อีกทั้งยังลดปริมาณแคลอรี่ได้เยอะเลยนะคะ
ข้าวโอ๊ตยังสามารถนำไปรังสรรค์เป็นเมนูได้อีกมากมายไม่มีเบื่อ แถมกินได้จนท้องอิ่มโดยไม่รู้สึกผิดอีกด้วย เพื่อนๆ ที่รักสุขภาพอย่าลืมลองไปทำตามกันดูนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 06/1/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 65,800.00 | 65,900.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,254.00 | 64,490.64 | 66,700.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 3,828.60 | 58,041.58 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,403.20 | 51,592.51 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 1,914.30 | 29,020.79 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,488.90 | 22,571.72 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,408.29 | 66,829.68 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 06/1/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 31.35 | 31.35 | 31.85 | 31.35 | 31.35 | 31.35 | 31.35 | 31.35 | 31.35 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 30.98 | 30.98 | 31.28 | 30.98 | 30.98 | 30.98 | 30.98 | 30.98 | 30.98 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 29.14 | 29.14 | 29.44 | 29.14 | – | 29.14 | 29.14 | 29.14 | 29.14 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 27.09 | 27.09 | – | – | – | – | – | – | 27.09 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 40.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 40.04 |
| เบนซิน 95 | 39.64 | – | – | 49.51 | – | 40.14 | 39.79 | – | 39.64 |
| ดีเซล | 30.44 | 30.44 | 30.44 | 30.44 | 30.44 | 30.44 | 30.44 | 30.44 | 30.44 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.44 | 45.64 | 49.84 | 45.64 | – | – | – | – | 43.44 |
| แก๊ส NGV | 16.48 | – | – | – | – | – | – | – | 16.48 |







