สาระน่ารู้ประจำวันที่ 07 กุมภาพันธ์ 2568

อสังหาฯอ่วมที่ดิน-ค่าก่อสร้างต้นทุนพุ่งดันโครงการใหม่บ้านคอนโดปรับราคา

  • ตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเผชิญกับการปรับตัวของราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • ปัจจัยหลายด้านที่มีอิทธิพลต่อการตั้งราคาขายคือต้นทุนการก่อสร้าง-ราคาที่ดินแนวรถไฟฟ้า
  • ไตรมาส 4 ปี2567ย่านมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด 
  • ขณะที่คอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง จตุจักร ดินแดง ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด

หลายปีที่ผ่านมา ตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทยเผชิญกับการปรับตัวของราคาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงปัจจัยหลายด้านที่มีอิทธิพลต่อการตั้งราคาขาย ตั้งแต่ต้นทุนการก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้นไปจนถึงราคาที่ดินในทำเลสำคัญ โดยเฉพาะกรุงเทพฯบริเวณที่มีการคมนาคมสะดวก เช่น แนวรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC)เผยผลสำรวจโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ช่วงไตรมาส 4 ปี 2567ย่านมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ขณะที่คอนโดมิเนียมย่านห้วยขวาง จตุจักร ดินแดง ราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด

โดยบ้านจัดสรรใหม่ ราคาปรับขึ้น 0.8% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ขณะที่ห้องชุดใหม่ หรือคอนโดมิเนียม เพิ่มขึ้น 3.6% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 8เป็นผลมาจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งราคาที่ดิน ราคาวัสดุก่อสร้าง และค่าก่อสร้าง รวมถึงค่าแรงที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้ที่อยู่อาศัยในโครงการเปิดขายใหม่มีราคาสูงขึ้นโดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และแนวรถไฟฟ้า BTS และ MRT ที่มีความต้องการสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คอนโด “สมุทรปราการ-นนทบุรี” ขยับแรง 4.2%

ดัชนีราคาห้องชุดใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ไตรมาส 4 ปี 2567 ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล มีค่าดัชนีเท่ากับ 159.9 จุด เพิ่มขึ้น 3.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) สะท้อนถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการที่สูงขึ้น โดยเฉพาะ “ที่ดิน” แนวรถไฟฟ้าที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก อาทิ รถไฟฟ้า BTS สายสีลม และ MRT สายสีน้ำเงิน

โดยราคาห้องชุดในพื้นที่กรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้น 3.4% แต่ราคาเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าราคาห้องชุดในพื้นที่ 2 จังหวัดปริมณฑล สมุทรปราการ และนนทบุรี  เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ส่วนอาคารชุดในกรุงเทพฯ ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ ย่านห้วยขวาง-จตุจักร-ดินแดง ในกลุ่มราคา 3-5 ล้านบาท ส่วนทำเลปริมณฑล ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาสนี้ ได้แก่ ย่านสมุทรปราการ-พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์ ในกลุ่มราคา 2-3 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการจัดรายการส่งเสริมการขายห้องชุด โดยให้ส่วนลดเงินสดในสัดส่วน 25.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งมีสัดส่วน 21.7% เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้ซื้อเช่นเดียวกับโครงการบ้านจัดสรร

กรุงเทพฯ และปริมณฑล ปรับราคา

สำหรับดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ที่อยู่ระหว่างการขาย ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล  ค่าดัชนี 131.4 จุด เพิ่มขึ้น 0.8% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยพื้นที่กรุงเทพฯ มีค่าดัชนีเพิ่มขึ้น 2.3%  สูงกว่าพื้นที่ 3 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่มีค่าดัชนีลดลง 1.0% โดยการลดลงดังกล่าวเกิดจากการ “ลดราคา” ของดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์

เมื่อแยกประเภทบ้านจัดสรร พบว่า ราคาบ้านเดี่ยวปรับเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 2.1%  ทาวน์เฮ้าส์ปรับราคาเพิ่มขึ้น 0.3% นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการจัดรายการส่งเสริมการขาย โดยการให้ส่วนลดเงินสดในไตรมาสนี้สูงถึง 29.6% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีสัดส่วน 21.0% ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้ซื้อที่อยู่อาศัย

บ้านเดี่ยวในกรุงเทพ ฯ ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาสนี้ ได้แก่ ย่านมีนบุรี หนองจอก ลาดกระบัง ในกลุ่มราคาเกิน 10 ล้านบาท ส่วนทำเลบ้านเดี่ยวใน 3 จังหวัดปริมณฑล ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ ย่านลำลูกกา คลองหลวง ธัญบุรี ในกลุ่มราคา 7.5-10 ล้านบาท ส่วนทาวน์เฮ้าส์ในกรุงเทพฯ ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ ย่านพระโขนง บางนา สวนหลวง ประเวศ ในกลุ่มราคา 5-7.5 ล้านบาท ส่วนทาวน์เฮ้าส์

ใน 3 จังหวัดปริมณฑล ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ได้แก่ ย่านบางกรวย บางใหญ่ บางบัวทอง ไทรน้อย ในกลุ่มราคา 2-3 ล้านบาท

ส่วนต้นทุนค่าก่อสร้างบ้านมาตรฐาน (HCCI) ค่าดัชนีเท่ากับ 139.9 เพิ่มขึ้น 4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า  แสดงให้เห็นถึงต้นทุนค่าก่อสร้างที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน โดยสุขภัณฑ์ ราคาเพิ่มขึ้นถึง 12% กระเบื้อง 5.6% อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา 3.7% ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ 2.2% และวัสดุอื่นๆ 5.7% เป็นผลจากราคาน้ำมันและราคาพลังงานที่สูงขึ้นในตลาดโลก ส่วนค่าแรงงานเพิ่มขึ้น 4%

ทั้งนี้ ภาวะที่ต้นทุนค่าก่อสร้างปรับราคาเพิ่มขึ้น ผลักดันให้ราคาขายที่อยู่อาศัยสร้างใหม่ปรับเพิ่มขึ้น! ขณะที่กำลังซื้อของประชาชน “ลดลง” จากภาวะเศรษฐกิจขยายตัวในอัตราที่ต่ำ ดังนั้น คาดว่าโครงการสินเชื่อที่อยู่อาศัย “ดอกเบี้ยต่ำ” ของสถาบันการเงินรัฐ จะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ส่งผลดีต่อตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงต้นปี 2568 ได้

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


REIC เผยราคาบ้าน-คอนโดพุ่งต่อเนื่อง เหตุต้นทุนขยับขึ้นสูง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยราคาที่อยู่อาศัยไตรมาส 4/67 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากต้นทุนที่ดิน ก่อสร้าง และค่าแรงที่เพิ่มขึ้น คาดมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำช่วงต้นปี 2568 กระตุ้นกำลังซื้อ

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) เผยดัชนีราคาที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ไตรมาส 4 ปี 2567 ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากต้นทุนที่ดิน วัสดุก่อสร้าง และค่าแรง ส่งผลให้โครงการใหม่เปิดขายในราคาสูงขึ้น ด้านสถาบันการเงินเตรียมแคมเปญสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หนุนการซื้อขายต้นปี 2568

โดย REIC ระบุว่า ราคาบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมใหม่ที่อยู่ระหว่างการขายยังคงเพิ่มขึ้น โดยดัชนีราคาบ้านจัดสรรใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล อยู่ที่ 131.4 จุด เพิ่มขึ้น 0.8% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ขณะที่ราคาคอนโดมิเนียมใหม่เพิ่มขึ้น 3.6% แตะระดับ 159.9 จุด สะท้อนต้นทุนที่ดินและค่าก่อสร้างที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะโครงการตามแนวรถไฟฟ้าหลัก

ในพื้นที่กรุงเทพฯ ปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3.4% แต่ราคาเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าราคาห้องชุดในพื้นที่ 2 จังหวัดปริมณฑล (สมุทรปราการ และนนทบุรี) ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ราคาบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ ปรับเพิ่มสูงสุดในย่านมีนบุรี-หนองจอก-ลาดกระบัง ส่วนในปริมณฑล ได้แก่ ลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี ขณะที่ราคาทาวน์เฮาส์ขยับขึ้นสูงสุดในย่านพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ และในปริมณฑลที่บางกรวย-บางใหญ่-บางบัวทอง-ไทรน้อย

สำหรับอาคารชุด ในกรุงเทพฯ ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุดในไตรมาสนี้ ได้แก่ ย่านห้วยขวาง–จตุจักร–ดินแดง ในกลุ่มราคา 3.01–5.00 ล้านบาท ส่วนทำเลพื้นที่ปริมณฑล 2 จังหวัด (สมุทรปราการ-นนทบุรี) ที่มีราคาเพิ่มขึ้นสูงสุด ในไตรมาสนี้ ได้แก่ ย่านสมุทรปราการ–พระประแดง–พระสมุทรเจดีย์ ในกลุ่มราคา 2.01–3.00 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการจัดรายการส่งเสริมการขายห้องชุด โดยให้ส่วนลดเงินสดในไตรมาสนี้ในสัดส่วน 25.2% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนซึ่งมีสัดส่วน 21.7% เพื่อเร่งรัดการตัดสินใจของผู้ซื้อเช่นเดียวกับ โครงการบ้านจัดสรร

ด้านต้นทุนค่าก่อสร้าง (HCCI) ไตรมาส 4/67 ขยับขึ้น 4% จากปีก่อน โดยราคาสุขภัณฑ์เพิ่มสูงสุด 12% ตามด้วยกระเบื้อง 5.6% อุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา 3.7% และไม้ 2.2% ขณะที่ค่าแรงงานปรับขึ้น 4%

แม้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้น แต่ตลาดอาจได้รับแรงหนุนจากมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำของสถาบันการเงิน โดยเฉพาะธอส. ที่เตรียมโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้ปานกลาง-รายได้น้อย รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยกระตุ้นการซื้อขายในช่วงต้นปี 2568

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้7ก.พ. “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง” ที่ระดับ 33.77 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทราคาทองคำยังมีปัจจัยกดดันจากแนวโน้มเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดตอบรับต่อยอดการจ้างงานที่ออกมาดีกว่าคาดมาก

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 7ก.พ.2568ที่ระดับ  33.77 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว ไม่เปลี่ยนแปลง”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังมีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น

หรืออย่างน้อยก็แกว่งตัวในกรอบ Sideways หากประเมินตามกลยุทธ์ Trend Following ตราบใดที่เงินบาทไม่ได้กลับมาอ่อนค่าลงชัดเจน เหนือโซนแนวต้าน 34.10 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ดี เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าลงทดสอบโซนแนวต้านแถว 34.00 บาทต่อดอลลาร์ได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในคืนนี้ ออกมาดีกว่าคาดชัดเจน ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาสที่เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้งในปีนี้

โดยเรามีความกังวลว่า รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ในเดือนมกราคม อาจออกมา เพิ่มขึ้น 1.8-2.2 แสนตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดประเมินไว้แถว 1.7 แสนตำแหน่ง

โดยคาดการณ์ของเราก็ใกล้เคียงกับมุมมองของทางทีมนักวิเคราะห์ Bloomberg Economics (ซึ่งเป็นทีมที่ประเมินยอดการจ้างงานได้แม่นยำที่สุดในการประเมินยอดการจ้างงานเดือนธันวาคม)

ทำให้มีโอกาสที่ผู้เล่นในตลาดจะตอบรับต่อ ยอดการจ้างงานฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดไปมากได้ หากการประเมินของเราและทาง Bloomberg Economics นั้นถูกต้อง ซึ่งอาจเห็นเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ดี เรามองว่า มีโอกาสที่เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมากนัก เนื่องจากรายงานยอดการจ้างงานฯ ในครั้งนี้ จะมีการปรับปรุงข้อมูลย้อนหลังจนถึงช่วงเดือนมีนาคมปี 2024 ซึ่งเรามองว่า มีโอกาสที่จะเห็นการปรับลดยอดการจ้างงานฯ ในอดีตลง เฉลี่ยเดือนละ 6-8 หมื่นตำแหน่ง ทำให้ภาพรวมตลาดแรงงานสหรัฐฯ ยังคงเป็นแนวโน้มทยอยชะลอตัวลง (Gradual Cooling Labor Market) ทำให้ผู้เล่นในตลาดลดความกังวลต่อยอดการจ้างงานฯ ที่จะออกมาดีกว่าคาดไปมากได้ รวมถึงในกรณีที่ อัตราการว่างงาน (Unemployment) ปรับตัวขึ้นบ้างสู่ระดับ 4.2% ก็อาจช่วยชะลอการปรับตัวขึ้นของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้เช่นกัน

ทั้งนี้ เราขอเน้นย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนของตลาดการเงินในช่วงทยอยรับรู้รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ เนื่องจากสถิติย้อนหลัง 1 ปี ที่ผ่านมา ชี้ว่า เงินบาท (USDTHB) อาจผันผวนกว่า +0.65%/-0.35% โดยเฉลี่ย ในช่วง  30 นาที หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าว

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.60-34.00 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ)

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 33.74-33.85 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะอ่อนค่าลงบ้าง หลังเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ทยอยอ่อนค่าลง ตามการปรับลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 4.50% ของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ที่แม้จะเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

ทว่า มีกรรมการ 2 ท่านที่สนับสนุนให้ BOE ปรับลดดอกเบี้ยลง 50bps ในการประชุมครั้งนี้ อีกทั้งผู้ว่าฯ BOE ยังได้ส่งสัญญาณว่า BOE มีแนวโน้มทยอยลดดอกเบี้ยลงเพิ่มเติมได้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า การลดดอกเบี้ยของ BOE ในครั้งนี้ มีลักษณะ Dovish Cut

อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์กลับแข็งค่าขึ้นได้ไม่นาน หลังรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาดเล็กน้อย ขณะเดียวกัน บรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินยุโรปก็มีส่วนหนุนให้ทั้งเงินยูโร (EUR)

และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ซึ่งเงินปอนด์อังกฤษก็สามารถทรงตัวเหนือระดับก่อนรับรู้ผลการประชุม BOE ได้ ซึ่งการย่อตัวลงบ้างของเงินดอลลาร์ในช่วงคืนที่ผ่านมา ก็มีส่วนช่วนหนุนการรีบาวด์ขึ้นบ้างของทั้งราคาทองคำและเงินบาท

แม้ว่าบรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยรวมยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ทว่ารายงานผลประกอบการของบางบริษัทที่ออกมาแย่กว่าคาดก็มีส่วนกดดันบรรยากาศในตลาดหุ้นสหรัฐฯ

อีกทั้งผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ขณะเดียวกัน การปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ ก็มีส่วนกดดันบรรดาหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ Exxon Mobil -1.3% ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาดเพียง +0.36%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้นกว่า +1.17% ทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ หนุนโดยรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาสดใส

โดยเฉพาะกลุ่มเหมืองแร่ นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปโดยรวมยังได้แรงหนุนจากความหวังว่าสงครามรัสเซีย-ยูเครนอาจยุติลงได้ หลังมีแนวโน้มที่จะเกิดการประชุมสุดยอดผู้นำระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ภายในช่วงไตรมาส 1 ของปีนี้

ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์นั้น บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แถวโซน 4.43% หลังผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้ ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด

ซึ่งจะขึ้นกับการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเราคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาว (เน้นกลยุทธ์ Buy on Dip) เพื่อให้ได้ Risk-Reward ที่มีความน่าสนใจและคุ้มค่า

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Down แม้จะมีจังหวะแข็งค่าขึ้น ตามการอ่อนค่าของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) หลังตลาดรับรู้ผลการประชุม BOE

ทว่าเงินดอลลาร์ก็ย่อตัวลงบ้าง ตามรายงานยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานของสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด รวมถึงการรีบาวด์ขึ้นของเงินยูโรและเงินปอนด์อังกฤษ ตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของตลาดหุ้นยุโรป

ทั้งนี้ เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ ส่งผลให้โดยรวมเงินดอลลาร์ย่อตัวลงสู่โซน 107.7 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 107.6-108.1 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ การเคลื่อนไหวของราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2025) ยังคงสอดคล้องกับทิศทางเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทำให้โดยรวมราคาทองคำแกว่งตัวในลักษณะ Sideways แถวโซน 2,880-2,890 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง ซึ่งจะทยอยรับรู้ในช่วงราว 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) โดยเฉพาะในส่วนของอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะยาว

รวมถึงรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด เพื่อประเมินแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของเฟดในปีนี้ ที่ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า เฟดมีโอกาสราว 76% ที่จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง หรือ 50bps ในปีนี้ และมีโอกาสราว 74% ที่จะลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง 25bps ในปีหน้า

ส่วนในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางอินเดีย (RBI) ซึ่งผู้เล่นในตลาดต่างคาดว่า RBI อาจลดดอกเบี้ยลง 25bps สู่ระดับ 6.25% หลังภาพรวมเศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอลงมากขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็ได้ทยอยชะลอตัวลงและมีแนวโน้มกลับสู่เป้าหมายของ RBI 

นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน รวมถึงรอติดตามท่าทีของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า (รอจับตาว่า ทางการสหรัฐฯ จะมีการเจรจากับทางการจีน จนอาจนำไปสู่การชะลอมาตรการเก็บภาษีนำเข้าได้หรือไม่) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


“หมิว-ปอป้อ” นำทัพแบดมินตันไทยลุยศึกทีมผสมชิงแชมป์เอเชีย

“หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย นำทัพ 16 นักแบดมินตันไทยเตรียมลุยศึกทีมผสมชิงแชมป์เอเชีย 2025 สัปดาห์หน้าวันที่ 11-16 ก.พ.68 นี้

ในสัปดาห์หน้าจะมีการแข่งขันแบดมินตันรายการ แบดมินตัน เอเชีย มิกซ์ ทีม แชมเปี้ยนชิพ หรือ ศึกทีมผสมชิงแชมป์เอเชีย 2025 ระหว่างวันที่ 11-16 ก.พ.68 นี้ ที่เมืองชิงเต่า สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งฝ่ายพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการประกาศรายชื่อนักแบดมินตันที่ได้เช้าร่วมแข่งขันรายการนี้จำนวน 16 คน ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็นดังนี้

ทีมชาย 8 คน ได้แก่ “อัปเปอร์” วงศ์ทรัพย์ วงษ์ทรัพย์อินทร์ , “อิคคิว” พณิชพล ธีระรัตน์สกุล , “โอโม่” พรคพล ธีระรัตน์สกุล , “พี” พีรัชชัย สุขพันธ์ , “โอ๊ต” เฉลิมพล เจริญกิจอมร , “มิกซ์” รัชพล มรรคศศิธร และ “เอ็ม” สุภัค จอมเกาะ

ทีมหญิง 8 คน ประกอบไปด้วย “ครีม” บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธุ์ , “หมิว” พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ , “อันนา” นันทน์กาญจน์ กับ “มูนา” เบญญาภา เอี่ยมสอาด , “เกน” ลักษิกา กัลละหะ , “จ๋อมแจ๋ม” ผไทมาส เหมือนวงศ์ , “หว่าหวา” นัทธมน ไล้สวน และ “ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย

สำหรับทีมผสมแบดมินตันไทย อยู่ในกลุ่มซี ร่วมกับ ญี่ปุ่น และ คาซัคสถาน 

ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th


“งูสวัด” กับ 3 สิ่งยอดฮิต ที่คุณอาจเข้าใจผิดมาโดยตลอด

โรคงูสวัด เป็นโรคที่เป็นที่รู้จักกันตั้งแต่เรายังเด็กๆ เพราะส่วนใหญ่แล้วเราอาจจะเคยเห็นเพื่อนเป็น ญาติของเราเป็น หรือเราอาจจะเป็นเองโดยมีอาการที่เห็นกันชัดๆ คือ มีตุ่มพุพอง หรือมีน้ำใสๆ อยู่ข้างใน ขึ้นตามบริเวณของร่างกา ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา หน้าปก แผ่นหลัง หรือใบหน้า และอาจมาพร้อมกับการมีไข้

แม้ว่าตอนเด็กๆ เป็นแล้วเราจะห่วงเรื่องของแผลเป็นที่อาจฝากรอบทิ้งเอาไว้บนร่างกาย แต่ที่น่ากังวลกว่า คือโรคงูสวัดในคนชรา ศาสตราจารย์ นายแพทย์สมศักดิ์ โล่ห์เลขา กล่าวว่า โรคงูสวัดอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตผู้ป่วย อาทิ เกิดอาการเหน็บชา ขยับร่างกายไม่ได้ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ซึมเศร้า วิตกกังวล อารมณ์แปรปรวน สูญเสียความมั่นใจ ไม่อยากเข้าสังคม และยิ่งผู้ป่วยมีอายุมาก อาการก็อาจจะรุนแรงตามไปด้วย และอาจเรื้อรังเป็นแรมปี

โรคงูสวัด คืออะไร?

อาจารย์ พญ. อรพิชญา ไกรฤทธิ์ หน่วยเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีกล่าวว่า “โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสอีสุกอีใสที่หลบซ่อนอยู่ในปมประสาทใต้ผิวหนังหลังจากมีการติดเชื้อชนิดนี้ครั้งแรก โดยเชื้อไวรัสจะแฝงตัวอยู่เป็นเวลานานหลายสิบปี จนเมื่อใดที่ร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยเฉพาะจากการที่อายุมากขึ้น เชื้อที่แฝงตัวอยู่จะกระจายตัวตามปมประสาททำให้เส้นประสาทถูกทำลาย โดยจะแสดงอาการออกมาเป็นผื่นแดงและตุ่มน้ำใสๆ เรียงตัวเป็นกลุ่มตามแนวเส้นประสาท ซึ่งผู้ป่วยจะต้องทนทุกข์ทรมานกับอาการที่ตามมา นั่นคืออาการปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณผิวหนัง แม้บางครั้งถูกสัมผัสเพียงเบาๆ ซึ่งอาการปวดดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันโดยตรง ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการปวดรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการนอนได้”

อาการของโรคงูสวัด

อาการของโรคงูสวัด จะเริ่มจากการปวดแสบร้อนบริเวณชายโครง, ใบหน้า และแขน เมื่อผ่านไปได้สัก 2-3 วันจะมีผื่นแดงขึ้นตรงบริเวณที่ปวดแสบและกลายเป็นตุ่มน้ำใส โดยผื่นมักเรียงกันเป็นกลุ่มหรือเป็นแนวยาวตามแนวเส้นประสาท ตามปกติผื่นอาจจะหายเองได้ภายใน 2 สัปดาห์

ภาวะแทรกซ้อนของโรคงูสวัด

โรคงูสวัด อาจหายได้เองโดยไม่มีอันตรายใดๆ มาก แต่หากมีอาการแทรกซ้อน อาจทำให้เป้นอันตรายต่อร่างกายได้มากกว่าเดิม เช่น อาการปวดเรื้อรังอีก 3-12 เดือน การติดเชื้อแบคทีเรียบริเวณตา ภาวะแทรกซ้อนทางหู หรืออาจรุนแรงระดับปอดอักเสบและเยื้อหุ้มสมองอักเสบที่ทำให้เสียชีวิตได้ ซึ่งภาวะแทรกซ้อนพบมากถึงร้อยละ 50 ของผู้ป่วยอายุเกิน 50 และมากกว่าร้อยละ 70 ในผู้ป่วยอายุเกิน 70 ปี

“งูสวัด” กับ 3 สิ่งยอดฮิตที่คุณอาจเข้าใจผิดมาโดยตลอด

  1. งูสวัด พันรอบเอวแล้วจะเสียชีวิต?

    ตอบ ไม่จริง 
    โรคงูสวัดจะก่อให้เกิดผื่นขึ้นเพียงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย แต่ในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่ำ โรคอาจลุกลามมากกว่าปกติ และเสี่ยงต่อชีวิต โดยเฉพาะหากมีอาการติดเชื้อซ้ำซ้อน
  1. เคยเป็นงูสวัดแล้ว จะไม่เป็นซ้ำอีก?

    ตอบ ไม่จริง 
    แม้ว่าโดยส่วนใหญ่ โรคงูสวัดจะไม่เป็นซ้ำอีก แต่หากร่างกายอยู่ในสภาวะอ่อนแอ โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิต้านทานต่ำ ก็มีโอกาสที่จะเป็นซ้ำได้

  2. เคยฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสแล้ว สามารถป้องกันโรคงูสวัดได้ ไม่ต้องฉีดวัคซีนซ้ำ?

    ตอบ ไม่จริง 
    เราสามารถฉีดวัคซีนโรคงูสวัดเพิ่มได้ เพราะถึงแม้ว่าเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคอีสุกอีใส กับโรคงูสวัดจะเป็นชนิดเดียวกัน แต่สำหรับวัคซีนโรคงูสวัด จะมีความเข้มข้นมากกว่าวัคซีนโรคอีสุกอีใสถึง 14 เท่า ดังนั้นถึงแม้ว่าวัคซีนทั้งสองชนิดจะสามารถปกป้องร่างกายจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน แต่ไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้

 ดังนั้น หากสงสัยว่าตัวเองเป็นโรคงูสวัด ควรรีบพบแพทย์เพื่อป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ และหากใครที่ยังไม่เคยเป็นโรคงูสวัด หรือไม่อยากเป็นซ้ำเพราะมีความเสี่ยง สามารถสอบถามแพทย์เพื่อขอรับวัคซีนป้องกันโรคงูสวัดได้

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


Anthropic ออกนโยบาย ห้ามใช้เครื่องมือ ‘เอไอ’ ช่วยเขียนเรซูเม่

บริษัทเอไอที่ไม่ให้ใช้เอไอ! Anthropic ออกนโยบาย ห้ามใช้เครื่องมือเอไอในกระบวนการสมัครงานทุกตำแหน่ง ชี้ ต้องการประเมินทักษะการสื่อสารจริงของผู้สมัคร

แอนโทรพิค (Anthropic) บริษัทวิจัยปัญญาประดิษฐ์ ผู้พัฒนาแชตบอตเอไออย่าง “คลอดด์ (Claude)” กำหนดนโยบายให้ผู้สมัครงานทุกตำแหน่งต้องกรอกใบสมัครด้วยตนเอง ไม่ผ่านการช่วยเหลือจากเครื่องมือเอไอ เนื่องจากต้องการประเมินทักษะการสื่อสารที่แท้จริงของผู้สมัคร

แม้ว่า Anthropic จะเป็นบริษัทที่พัฒนาเอไอและส่งเสริมให้ใช้งานในภาคธุรกิจ แต่สำหรับกระบวนการรับสมัครพนักงาน บริษัทกลับมีจุดยืนชัดเจนว่า ผู้สมัครต้องเขียนจดหมายสมัครงาน และตอบคำถามว่า “ทำไมถึงอยากร่วมงานกับเรา” ด้วยตนเอง

รายละเอียดของนโยบายระบุว่า “แม้เราจะสนับสนุนให้พนักงานใช้เอไอช่วยทำงานให้เร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ขอความร่วมมือไม่ใช้เอไอในขั้นตอนการสมัครงาน เพราะเราอยากเข้าใจว่าคุณสนใจบริษัทเราจริงๆ แค่ไหน และอยากเห็นว่าคุณสื่อสารได้ดีขนาดไหนโดยไม่ต้องพึ่งเอไอ โดยนโยบายนี้ใช้กับทุกตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นนักวิเคราะห์กฎหมาย ผู้จัดการฝ่ายบัญชี หรือเจ้าหน้าที่ประสานงานภายนอก”

จากการสำรวจของ CV Genius ในปี 2024 พบว่า ผู้จัดการฝ่ายบุคคล (HR) ราว 80% ไม่ชอบเห็นประวัติย่อและจดหมายสมัครงานที่ใช้เอไอเขียน และ 74% บอกว่าดูออกเลยว่าใช้เอไอเขียน นอกจากนี้ ผู้จัดการมากกว่าครึ่งแสดงความเห็นว่า หากทราบว่าผู้สมัครใช้เอไอเขียนใบสมัคร โอกาสที่จะได้งานก็น้อยลงทันที

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Neurosight ชี้ว่า ผู้สมัครงาน 57% ใช้ ChatGPT ช่วยเขียนใบสมัคร ขณะที่บริษัทต่างๆ ก็ส่งเสริมให้พนักงานใช้เทคโนโลยีนี้ โดยพนักงาน 70% ได้เรียนรู้วิธีใช้เอไออย่างถูกต้อง และผู้บริหาร 90% ก็เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

Anthropic มีมูลค่าบริษัทกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ได้พัฒนา Claude for Enterprise ซึ่งเป็นระบบเอไอที่ใช้งานภายในองค์กรขนาดใหญ่ และได้รับการลงทุนจาก Google มูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ในปี 2023 แต่พวกเขากลับมองหาทักษะด้านมนุษย์ในกระบวนการคัดเลือกพนักงาน โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร การเล่าเรื่อง และความฉลาดทางอารมณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เอไอยังทำไม่ได้ดีเท่ามนุษย์

ฝ่ายบุคคลที่ต้องอ่านใบสมัครเป็นพันๆ ฉบับ อาจใช้เอไอช่วยคัดกรองเบื้องต้น แต่พวกเขาก็อยากเห็นตัวตนที่แท้จริงของผู้สมัครมากกว่าข้อความที่ผ่านการขัดเกลาจากเอไอ ประเด็นเหล่านี้อาจสะท้อนให้เห็นว่า องค์กรยังคงให้คุณค่ากับความคิดและการสื่อสารของมนุษย์มากกว่าความสามารถในการใช้เครื่องมือดิจิทัล

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน ง่ายๆ ไว้พูดกับเพื่อน

ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน ง่ายๆ ที่ควรรู้

ฝึกสนทนาภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้บ่อยๆ

ประโยคภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจําวัน

ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน ง่ายๆ คำที่ใช้พูดทั่วๆ ไป และคุยกับเพื่อนได้ มีดังนี้

ประโยคคําถามภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน

What have you been doing? แปลว่า ช่วงนี้คุณทำอะไรบ้าง?
What’s on your mind? แปลว่า คุณคิดอะไรอยู่?
Is that so? แปลว่า อย่างนั้นหรือ?
How come? แปลว่า ทำไมล่ะ?
How’s it going? แปลว่า เป็นอย่างไรบ้าง?
Got a minute? แปลว่า มีเวลาไหม?
About when? แปลว่า เมื่อไหร่?
Anything else? แปลว่า มีอะไรอีกไหม?
So we’ve met again, eh? แปลว่า เราจะได้พบกันอีกใช่ไหม?

ประโยคคําสั่งภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจําวัน

Help yourself! แปลว่า เชิญตามสบาย
Speak up! แปลว่า พูดซิ
Come here. แปลว่า มานี่
Do as I say. แปลว่า ทำอย่างที่ฉันพูด
Explain to me why. แปลว่า อธิบายฉันมาซิว่าทำไม
Stop it right away! แปลว่า หยุดเดี๋ยวนี้เลย
No litter. แปลว่า ห้ามทิ้งขยะ
Go for it! แปลว่า ลงมือทำเลย
Be good! แปลว่า อย่าซน ทำตัวดีๆ
Mark my words! แปลว่า จำคำพูดฉันเอาไว้นะ
Give me a certain time! แปลว่า ให้เวลาที่แน่นอนกับฉันด้วย

ประโยคภาษาอังกฤษในชีวิตประจําวัน ใช้พูดกับเพื่อน

Absolutely! แปลว่า อย่างแท้จริง
Nothing much. แปลว่า ไม่มีอะไรมาก
I was just thinking. แปลว่า ฉันแค่กำลังคิด
I was just daydreaming. แปลว่า ฉันแค่ฝันกลางวัน
It’s none of your business. แปลว่า ไม่ใช่เรื่องของคุณ
Definitely! แปลว่า อย่างแน่นอน
Of course! แปลว่า แน่นอน
You better believe it! แปลว่า เป็นจริงอย่างไม่ต้องสงสัย
I guess so แปลว่า ฉันเห็นด้วย
I’ll be shot if I know. แปลว่า ฉันต้องตายแน่ถ้าฉันรู้
There’s no way to know. แปลว่า ไม่มีทางที่จะรู้เลย
I can’t say for sure. แปลว่า ฉันบอกได้ไม่ชัดหรอกนัก
This is too good to be true! แปลว่า มันดีเกินกว่าที่จะเป็นจริง (เหลือเชื่อ)
No way! (Stop joking!) แปลว่า ไม่มีทาง
I got it. แปลว่า ฉันเข้าใจแล้ว
Right on! (Great!) แปลว่า ถูกต้อง!
I did it! (I made it!) แปลว่า ฉันทำได้แล้ว
I won’t take but a minute. แปลว่า ฉันใช้เวลาไม่นานหรอก
To argue hot and long. แปลว่า ข้อโต้แย้งที่รุนแรง
This one is on me! แปลว่า ฉันเลี้ยงเอง
Never mind! แปลว่า ช่างมันเถอะ
Come over. แปลว่า มาเยี่ยม
Don’t go yet. แปลว่า อย่าเพิ่งไป
Please go first. After you. แปลว่า เชิญไปก่อนเลยครับ
Thanks for letting me go first. แปลว่า ขอบคุณที่ให้ฉันไปก่อนนะคะ
What a relief. แปลว่า โล่งอกไปที
bad luck! แปลว่า โชคร้าย
You’re a life saver. แปลว่า คุณช่วยชีวิตฉันไว้
I know I can count on you. แปลว่า ฉันรู้ว่าฉันสามารถไว้ใจคุณได้
That’s a lie! แปลว่า นั่นเป็นเรื่องโกหก
This is the limit! แปลว่า นี่คือขีดจำกัด
Ask for it! แปลว่า แส่หาเรื่อง
In the nick of time. แปลว่า ทันเวลาพอดี
Don’t forget แปลว่า อย่าลืมนะ
How cute! แปลว่า ช่างน่ารักอะไรอย่างนี้
None of your business! แปลว่า ไม่ใช่ธุระของคุณ
Don’t peep! แปลว่า ห้ามแอบดู
What I’m going to do if… แปลว่า ฉันจะทำยังไงถ้า…
A wise guy, eh?! แปลว่า คนที่อวดฉลาดหรอ?
You’d better stop dawdling. แปลว่า คุณควรจะหยุดทำตัวอืดอาดได้แล้ว
Say cheese! แปลว่า ยิ้มหน่อย
what a pity! แปลว่า น่าเสียดายจัง
Please speak more slowly แปลว่า กรุณาพูดช้าๆกว่านี้หน่อย
Scratch one’s head. แปลว่า เวลาที่เราพบความยากลำบากในการทำความเข้าใจกับบางสิ่งบางอย่าง
Take it or leave it! แปลว่า ยอมรับหรือลืมมันเสียเถอะ
Just kidding (joking) แปลว่า ล้อเล่น
No, not a bit. แปลว่า ไม่แม้แต่น้อยเลย, ไม่เลย
Nothing particular! แปลว่า ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ
I’ll take your word for it. แปลว่า ฉันจะเชื่อคุณละกัน
The same as usual! แปลว่า เหมือนเดิม
It serves you right! แปลว่า สมน้ำหน้า
The more, the merrier! แปลว่า คนยิ่งเยอะก็ยิ่งครึกครื้น
Boys will be boys! แปลว่า ผู้ชายก็เป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำ
Good job! / Well done! แปลว่า ดีมาก
Just for fun! แปลว่า แค่สนุกๆ, ขำๆ
Try your best! แปลว่า พยายามให้ถึงที่สุด
Make some noise! แปลว่า ขอเสียงหน่อย
Calm down! แปลว่า ใจเย็นๆ
Go for it! แปลว่า ลงมือทำเลย
Strike it lucky. แปลว่า โชคดี
What a relief! แปลว่า โล่งอกไปที
Always the same. แปลว่า เหมือนเดิมตลอด
Hit it off. แปลว่า ถูกชะตากัน
Hit or miss. แปลว่า อย่างไม่ระมัดระวัง, อย่างไร้ทิศทาง
Add fuel to the fire. แปลว่า เติมเชื้อไฟ
Don’t mention it! / Not at all. แปลว่า ไม่เป็นไร
Enjoy your meal! แปลว่า ทานอาหารให้อร่อยนะ
Provincial! แปลว่า บ้านนอก
Discourages me much! แปลว่า ฉันรู้สึกท้อมาก
It’s a kind of once-in-life! แปลว่า มันคือครั้งหนึ่งในชีวิต
The God knows! แปลว่า พระเจ้าทรงทราบ, พระเจ้าทรงเป็นพยาน
Poor you/me/him/her..! แปลว่า น่าสงสารจัง
Almost done! แปลว่า เกือบเสร็จแล้ว
You ‘ll have to step on it. แปลว่า คุณต้องรีบๆหน่อย
I’m in a hurry. แปลว่า ฉันกำลังรีบ
Sorry for bothering! แปลว่า ขอโทษที่รบกวน
Congrats! แปลว่า ยินดีด้วยนะ!
Congratulations! แปลว่า ขอแสดงความยินดีด้วย
Congratulations on your success. แปลว่า ขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของเธอน้า
Sincere Congratulations! แปลว่า ขอแสดงความยินดีด้วยจากใจเลย!
Let me congratulate you. แปลว่า ขอชั้นยินดีกับเธอด้วยคนนะ
Well done! หรือ Good job! แปลว่า ทั้งสองคำนี้แปลว่า ทำได้ดีมากๆ เลย!
I’m so happy for you. แปลว่า ชั้นรู้สึกยินดีกับเธอมากๆ เลย
We’re so proud of you. แปลว่า พวกเราภูมิใจในตัวเธอนะ

ประโยคภาษาอังกฤษชวนเพื่อนคุย หลังวันหยุดยาว

How was your vacation? วันหยุดของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
Where did you go? คุณไปที่ไหนมา
Who did you travel with? คุณไปเที่ยวกับใคร?
What was the most enjoyable thing that you did during your vacation? อะไรคือสิ่งที่คุณรู้สึกสนุกที่สุดในช่วงวันหยุด
Did you have any bad experiences? คุณเจออะไรแย่ๆ ไหม?

ขอบคุณข้อมูลจาก edufirstschool.com


ดื่ม “คาปูชิโน” ทุกวัน เกิดประโยชน์อะไรกับร่างกายบ้าง

หลายคนคงเคยสงสัยกับกาแฟหลากหลายชนิดที่มีอยู่ในร้านกาแฟและความแตกต่างของวิธีการทำ แต่คุณรู้หรือไม่ว่ากาแฟหลากหลายชนิดเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีรสชาติอร่อย แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมากมาย และนี่คือประโยชน์ของคาปูชิโน

ประโยชน์ของคาปูชิโน

คาปูชิโนเป็นกาแฟเอสเปรสโซที่ทำจากนมสดอุ่นในปริมาณน้อยและมีฟองนมหนา มีรสชาติเข้มข้นและเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมมากที่สุด

  • ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่นของคอเลสเตอรอล การศึกษาเผยว่าคาปูชิโนหนึ่งถ้วยขนาด 180 มล. ต่อวันสามารถช่วยเรื่องเหล่านี้ได้ และป้องกันปัญหาหัวใจได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดโอกาสการเกิดโรคหลอดเลือดสมองได้ 20 เปอร์เซ็นต์ และควรดื่มโดยไม่ใส่น้ำตาลเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งยังช่วยในการย่อยอาหารอีกด้วย
  • ป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 การบริโภคกาแฟช่วยให้ร่างกายของเราต้านทานอินซูลิน ซึ่งส่งผลให้ลดโอกาสในการเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 คุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระยังช่วยป้องกันความเสียหายต่อเนื้อเยื่อ การวิจัยบางอย่างเผยให้เห็นว่าสารประกอบบางอย่างในกาแฟกระตุ้นการปิดกั้นโพลีเปปไทด์อะไมลอยด์ของมนุษย์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการทำให้เกิดโรคเบาหวาน
  • ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ คาเฟอีนที่อยู่ในกาแฟช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ซึ่งส่งผลให้การทำงานของสมองดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้มากกว่าหกสิบเปอร์เซ็นต์
  • ลดความเสี่ยงนิ่วในถุงน้ำดี คาเฟอีนมีผลบางอย่างที่ช่วยเพิ่มการบีบตัวของถุงน้ำดี ซึ่งส่งผลให้ช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ ดังนั้นคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำจึงมีโอกาสน้อยกว่าที่จะเป็นนิ่วในถุงน้ำดี
  • ลดความเสี่ยงของโรคมะเร็ง สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในกาแฟช่วยป้องกันปัญหาผิวหนังทุกชนิดรวมถึงมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้กาแฟยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่ช่วยลดโอกาสในการเกิดโรคมะเร็งอีกด้วย
  • ช่วยเผาผลาญไขมัน กาแฟมีคุณสมบัติเป็นยาขับปัสสาวะ ซึ่งช่วยในการเผาผลาญไขมัน ช่วยลดความเหนื่อยล้าและส่งเสริมกระบวนการเผาผลาญไขมันนี้
  • สุขภาพช่องปาก นอกจากสารต้านอนุมูลอิสระแล้ว กาแฟยังมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียบางอย่าง ซึ่งส่งผลให้ช่วยลดโอกาสการเกิดฟันผุได้
  • ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นและต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า คาเฟอีนช่วยเพิ่มกิจกรรมของระบบประสาทส่วนกลางและยังผลิตสารสื่อประสาท เช่น เซโรโทนิน โดปามีน และนอร์อะดรีนาลีน ซึ่งช่วยให้รู้สึกดีขึ้น การมีอารมณ์ดีหมายถึงภาวะซึมเศร้าน้อยลงและยังช่วยลดความเสี่ยงของการฆ่าตัวตาย

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 07/02/2568

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a45,600.0045,700.00
ทองรูปพรรณ 96.5%2,954.0044,782.6446,200.00
ทองรูปพรรณ 90%2,658.6040,304.38n/a
ทองรูปพรรณ 80%2,363.2035,826.11n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,329.0020,147.64n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,034.0015,675.44n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%3,061.0046,404.76n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 07/02/2568



ปตท.

บางจาก

เชลล์

เอสโซ่

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9535.3535.3535.8535.3535.3535.3535.3535.3535.3535.35
แก๊สโซฮอล์ 9134.9834.9835.4834.9834.9834.9834.9834.9834.9834.98
แก๊สโซฮอล์ E2033.1433.1433.6433.1433.1433.1433.1433.1433.14
แก๊สโซฮอล์ E8532.0932.0932.09
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม43.9449.8449.8449.8443.94
เบนซิน 9543.6449.8144.1443.7943.64
ดีเซล32.9432.9432.9432.9432.9432.9432.9432.9432.9432.94
ดีเซลพรีเมี่ยม44.9447.1449.8447.1447.1444.94
แก๊ส NGV17.9017.9017.90
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า