ความท้าทายใหม่ที่เจ้าของที่ดินต้องรับมือ

ในปี 2568 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีการปรับอัตราการเก็บใหม่ กลายเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและเจ้าของที่ดินต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการกำหนดเก็บภาษีเต็ม 100% เป็นความท้าทายใหม่
ในปี 2568 ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่มีการปรับอัตราการเก็บใหม่ กลายเป็นประเด็นที่ภาคธุรกิจและเจ้าของที่ดินต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากมีการกำหนดเก็บภาษีเต็ม 100% ซึ่งไม่ใช่แค่ความท้าทายทางการเงิน แต่ยังสะท้อนถึงความพยายามในการกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินมาใช้ประโยชน์จริงๆ แทนการปล่อยทิ้งว่างไว้
ตามที่ประกาศใหม่ในปี 2568 ภาษีที่ดินจะแบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยอัตราภาษีที่กำหนดมีตั้งแต่ 0.01% ถึง 0.7% ขึ้นอยู่กับการใช้งานของที่ดิน เช่น ที่ดินเกษตรกรรมจะจัดเก็บภาษีที่อัตราต่ำสุด 0.01% ส่วนที่ดินพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมจะเก็บภาษีที่สูงสุด 0.7% การเก็บภาษีที่ดินในลักษณะนี้สะท้อนถึงการมุ่งเน้นให้ที่ดินที่ไม่ทำประโยชน์ถูกใช้ให้เต็มประสิทธิภาพ
จุดที่น่าสนใจ คือ การจัดเก็บภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือที่ “ทิ้งว่าง” เกิน 3 ปี ในกรณีนี้จะมีการเก็บภาษีเพิ่มขึ้นทุก 3 ปี โดยจะเพิ่มขึ้น 0.3% ทุกๆ 3 ปี จนสูงสุดไม่เกิน 3% ซึ่งหมายความว่า หากเจ้าของที่ดินไม่ได้ใช้ประโยชน์จากที่ดินนั้นๆ จะต้องเสียภาษีที่สูงขึ้นจาก 0.3% เป็น 0.6% หรือ 0.9% เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าของที่ดินที่ปล่อยทิ้งไว้เกิน 3 ปี ภาระภาษีอาจเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าอย่างชัดเจน เช่น จากการเก็บภาษีในอัตรา 0.3% ของมูลค่าที่ดินจาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท ต่อหนึ่งล้านบาท
แนวคิดนี้มุ่งผลักดันให้เจ้าของที่ดินเริ่มพิจารณาใช้ที่ดินที่ไม่ได้ใช้งานให้เกิดประโยชน์ เช่น การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หรือ การทำเกษตรกรรม ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับที่ดินและส่งเสริมเศรษฐกิจในภาพรวมได้ อย่างไรก็ตาม การเก็บภาษีในรูปแบบนี้ก็อาจสร้างความกังวลให้กับผู้ที่ถือครองที่ดินในระยะยาว ซึ่งอาจต้องวางแผนการเงินและการใช้ประโยชน์จากที่ดินอย่างรอบคอบ
ขณะเดียวกัน กระทรวงมหาดไทย ได้ขยายเวลาการดำเนินการเกี่ยวกับภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างออกไปอีก 2 เดือน เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและสามารถบรรเทาภาระให้กับผู้เสียภาษีได้มากขึ้น โดยมีการขยายกำหนดเวลาในการดำเนินการหลายประการ เช่น การจัดทำบัญชีที่ดิน การประกาศราคาประเมินมูลค่าที่ดิน และการส่งแบบประเมินภาษี ซึ่งยืดออกไปจนถึงช่วงเดือนมิถุนายน ถึง สิงหาคม 2568
การขยายเวลานี้น่าจะช่วยให้เจ้าของที่ดินและผู้ประกอบการสามารถจัดการกับภาระภาษีได้ดีขึ้น และมีเวลามากขึ้นในการวางแผนการเงิน รวมถึงการปรับตัวให้ทันกับการเก็บภาษีที่สูงขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่ต้องจับตาคือผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของที่ดินที่มีที่ดินว่างหรือไม่ได้ใช้งานอย่างเต็มที่ เพราะการเก็บภาษีที่ดินในลักษณะนี้อาจสร้างแรงกดดันให้เจ้าของที่ดินต้องเร่งพัฒนาและใช้ที่ดินของตนให้เกิดประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงภาระภาษีที่สูงขึ้นตามมา
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ORN ขยายพอร์ตอสังหาฯ ปรับกลยุทธ์ เจาะตลาดบ้านหรู ปี68 เปิด3โครงการ 2,148 ล้าน

ORNปรับกลยุทธ์ รองรับความท้าทาย -สร้างโอกาสในตลาดที่เปลี่ยนแปลง ลุยขยายพอร์ตธุรกิจอสังหาฯ ชูกลยุทธ์ เจาะตลาดบ้านหรู ปี68 เปิด3โครงการ 2,148 ล้าน พร้อมเร่งเครื่องธุรกิจใหม่
ปี2568 ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ยังเผชิญกับความท้าทาย กำลังซื้อหายไปจากตลาดขณะเดียวกัน หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และหนี้ครัวเรือน สถาบันการเงินเข้มงวดโดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน3ล้านบาท หลายค่ายต่างปรับตัว รองรับความท้าทายและมองหาน่านน้ำใหม่ เจาะกลุ่มกำลังซื้อลูกค้าระดับบนทั้งแนวราบแนวสูง เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิเสธสินเชื่อ
อย่างไรก็ตามตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มกลับมาเป็นที่ต้องการ สินค้าออกสู่ตลาดมีไม่มากผู้ประกอบการชะลอการพัฒนาโครงการ นับตั้งแต่หรือช่วงสถานการณ์โควิด นับเป็นผลดี ขณะจังหวัดหัวเมืองท่องเที่ยวยังขยายตัว โดยเฉพาะเชียงใหม่และภูเก็ต กระแสตอบรับลูกค้าค่อนข้างดีจากอานิสงส์ภาคท่องเที่ยวฟื้นตัว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การเบิกจ่ายภาครัฐการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
นายปรีดิกร บูรณุปกรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จํากัด (มหาชน) (ORN) กล่าวว่า บริษัทฯ เดินหน้าลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่และภูเก็ตเต็มกำลัง โดยมุ่งมั่นพัฒนาโครงการอสังหาฯ แนวราบ แนวสูง ระดับกลาง-บน ที่มีคุณภาพตอบโจทย์ความต้องการกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติได้อย่างครอบคลุม
โดยปีนี้บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ 3 โครงการ มูลค่ารวม 2,148 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการแนวราบ HABITAT ซึ่งเป็นบ้านหรู มูลค่าโครงการ 568 ล้านบาท เปิดตัวภายในไตรมาส 4/2568 โครงการคอนโดมิเนียม THE ASTRA คอนโดฯระดับลักชัวรี มูลค่าโครงการ 1,380 ล้านบาท
เปิดตัวภายในไตรมาส 4/2568 และโครงการคอมมูนิตี้มอลล์ THE BACKYARD ขนาด 4,000 ตร.ม. มูลค่าโครงการรวม 200 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจเรือธงใหม่ของ ORN ตั้งอยู่ภายในโครงการ ทั้งร้านค้า ร้านอาหาร ศูนย์สุขภาพ และ พื้นที่การศึกษา บนอาคาร 2 ชั้น พร้อมให้บริการภายใน ไตรมาส 4/2568
ส่วนงบประมาณลงทุนปีนี้อยู่ที่ 2,595 ล้านบาท แบ่งเป็น ลงทุนซื้อที่ดินในจ.เชียงใหม่ และภูเก็ต จำนวน 500 ล้านบาท งบรองรับการพัฒนาโครงการใหม่จำนวน 1,469 ล้านบาท และงบปรับปรุงการดำเนินงาน การก่อสร้าง ให้สอดรับต่อการดำเนินการด้าน ESG จำนวน 626 ล้านบาท
มุมสะท้อนของ นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ORN กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ยังสามารถขยายตัวต่อได้ ปัจจัยสนับสนุนจากการขยายตัวของเมือง การเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและนโยบายภาครัฐกระตุ้นภาคอสังหาฯ เปิดโอกาสให้ชาวต่างชาติสามารถเช่าอสังหาฯ ในประเทศไทยระยะยาว เป็นกลไกสำคัญในการดึงดูดนักลงทุนชาวไทยที่ต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนปล่อยเช่า และ ชาวต่างชาติเข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่มากขึ้น

ORN ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความท้าทาย และสร้างโอกาสในตลาดที่เปลี่ยนแปลง โดยมุ่งเน้นพัฒนาบ้านและคอนโดฯ ให้สอดรับกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ การให้ความสำคัญด้านการออกแบบพื้นที่สอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์และความปลอดภัยด้านสุขภาพ พัฒนานวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัยตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลยุทธ์การตลาดส่งเสริมการขายอย่างเข้มข้นและการบริการหลังการขาย อีกทั้งให้ความสำคัญกับการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน โดยผสานแนวคิดด้าน ESG ในการกำหนดนโยบายแนวทางการดำเนินงาน รวมถึงการพัฒนาโครงการอสังหาฯแนวราบ-แนวสูงทุกโครงการ ช่วยเพิ่มโอกาสทางการขาย
ทั้งนี้ โครงการแนวราบ-แนวสูงกลุ่มราคาระดับกลาง-บน ยังคงมีความต้องการจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ แม้ตลาดอสังหาฯเชียงใหม่จะเผชิญความท้าทายจากการแข่งขันที่สูงขึ้น ORN มั่นใจในศักยภาพการแข่งขัน ด้วยคุณภาพของโครงการที่ตอบโจทย์ด้านการออกแบบให้รองรับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแต่ละกลุ่มได้อย่างลงตัว พิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ก่อสร้างด้วยเทคโนโลยีที่มีมาตรฐาน ควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน การกำหนดราคามี่เหมาะสม-คุ้มค่า เพื่อส่งมอบโครงการคุณภาพบนทำเลศักยภาพแก่ลูกค้า
ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการอยู่ระหว่างขายทั้งหมด 27 โครงการ แบ่งเป็นโครงการแนวราบ 14 โครงการ แนวสูง 13 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4,551 ล้านบาท และมียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ที่ประมาณ 1,763 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในปี 2568 -69 โดยตั้งเป้ารายได้ในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 2,218 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 60%
สำหรับความคืบหน้าของธุรกิจโรงเรียนนานาชาติ Mill Hill International School Thailand โรงเรียนสัญชาติอังกฤษแห่งแรกในจังหวัดเชียงใหม่ มีเป้าหมายนำปรัชญาและคุณค่าตามมาตรฐานการศึกษาระดับโลก เข้ามาเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาการศึกษาที่มีคุณภาพในจังหวัดเชียงใหม่และภาคเหนือ
ปัจจุบันการก่อสร้างเฟสแรกแล้วเสร็จ ประกอบด้วย อาคารอำนวยการ และอาคารเรียนชั้นปฐมวัย โดยอยู่ระหว่างก่อสร้างอีก 4 อาคาร มีนักเรียนให้ความสนใจสมัครแล้วกว่า 130 ราย และอยู่ระหว่างการคัดเลือกคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ โดยจะรองรับนักเรียนตั้งแต่อายุ 3 ถึง 10 ปี มีกำหนดเปิดทำการในเดือนกันยายนปีพ.ศ. 2568 เปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล-Year 6 ซึ่งจะสามารถเริ่มทยอยรับรู้รายได้เข้ามาในช่วงไตรมาส 4/2568 เป็นต้นไป พร้อมแผนขยายไปยังระดับYear 13 ในอนาคต ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจ สร้างความมั่นคงของรายได้ในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 10ก.พ. “อ่อนค่าลงหนัก”ที่ระดับ 33.89 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทเสี่ยงกลับมาอ่อนค่าลง โดยเฉพาะหากอ่อนค่าทะลุโซน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ จับตาทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ และทิศทางเงินหยวน
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้10ก.พ.2568 ที่ระดับ 33.89 บาทต่อดอลลาร์
“อ่อนค่าลงหนัก”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ 33.64 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่านับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน แต่โดยรวมเป็นการอ่อนค่าลงหนัก (แกว่งตัวในกรอบ 33.55-33.92 บาทต่อดอลลาร์) โดยเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงต่อเนื่องชัดเจน หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ
โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ออกมาผสมผสาน โดยยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) เพิ่มขึ้นเพียง 1.43 แสนตำแหน่ง น้อยกว่าที่ตลาดคาดพอสมควร ขณะที่อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) ลดลงสู่ระดับ 4.0% ดีกว่าคาดเล็กน้อย ส่วนอัตราการเติบโตของค่าจ้าง (Average Hourly Earnings) เพิ่มขึ้น +4.1%y/y สูงกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดเริ่มกังวลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อสหรัฐฯ บ้าง
ทว่าในช่วงหลังจากนั้น อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้น (1-year Inflation Expectations) ในรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ได้ออกมาสูงถึง 4.3% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้มาก ท่ามกลางความกังวลผลกระทบจากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0
ซึ่งภาพดังกล่าว
รวมถึงคำขู่ขึ้นภาษีนำเข้าในลักษณะ Reciprocal Tariffs ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ส่งผลให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างกังวลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ และปรับลดโอกาสที่เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง หรือ 50bps ในปีนี้ เหลือเพียงราว 40%-50% จากเกือบ 70% ในช่วงก่อนตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่งผลให้ ทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น กดดันราคาทองคำและค่าเงินบาท รวมถึงบรรดาสกุลเงินอื่นๆ
โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) ท่ามกลางความกังวลว่าสหรัฐฯ อาจเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้ากับสินค้าจากยุโรปด้วยเช่นกัน
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทยังพอได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ ลดทอนแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าจากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 ไปได้บ้าง
สำหรับในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรจับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาล Trump 2.0 หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่เก็บภาษีนำเข้า “Reciprocal Tariffs” พร้อมจับตา รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคม โดยเฉพาะในช่วงที่ผู้เล่นในตลาดรวมถึงบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดต่างกังวลกับผลกระทบของนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล Trump 2.0 อย่างนโยบายกีดกันทางการค้าที่อาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเสี่ยงที่สหรัฐฯ จะเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้า ในลักษณะ “Reciprocal Tariffs” กับบรรดาประเทศต่างๆ ที่เก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าสหรัฐฯ พร้อมทั้ง รอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ซี่งในสัปดาห์นี้ จะมีกำหนดการเข้าแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการเงินของสภาผู้แทนฯ ของประธานเฟด นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ด้วยเช่นกัน
▪ ฝั่งยุโรป – บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ผ่านรายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจยูโรโซนและเศรษฐกิจอังกฤษ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2024 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และ BOE
โดยล่าสุด หลังจากที่ทั้ง ECB และ BOE ได้เดินหน้าลดดอกเบี้ยลง 25bps ในการประชุมต้นปีที่ผ่านมา ผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า ECB อาจเดินหน้าลดดอกเบี้ยอีก 4 ครั้ง หรือ 100bps (โอกาส 34%) ส่วน BOE ก็อาจลดดอกเบี้ยอีก 3 ครั้ง หรือ 75bps (โอกาส 67%)
▪ ฝั่งเอเชีย – ในส่วนของนโยบายการเงินนั้น ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) อาจลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 5.50% เพื่อช่วยหนุนภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอลงในระยะหลัง อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อก็ได้ชะลอลงต่อเนื่องและอยู่ในกรอบเป้าหมาย 2%-4% ในช่วงที่ผ่านมา
▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมกับ รอลุ้นรายงานผลการดำเนินงานของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอาจช่วยหนุนตลาดหุ้นไทยได้ หากรายงานผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาสดใส ขณะที่ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับตัวลงมาพอสมควร จนในเชิง Valuation (หากประเมินจาก Forward P/E) ก็อยู่ในระดับที่ถูก Z-score ในรอบ 10 ปี น้อยกว่า -1
สำหรับ แนวโน้มเงินบาท นั้น การอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วของเงินบาทในช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มโอกาสเงินบาทกลับมาอ่อนค่าลงได้ โดยเฉพาะหาก เงินบาทสามารถอ่อนค่าลงต่อเนื่องจนทะลุโซนแนวต้าน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน เมื่อประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following
ทั้งนี้ โอกาสที่เงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นได้ ต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่แย่กว่าคาด เช่น อัตราเงินเฟ้อ CPI ต่ำกว่าคาด หรือเห็นแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน พร้อมทั้งควรจับตาทิศทางราคาทองคำอย่างใกล้ชิด หลังราคาทองคำเริ่มเผชิญความเสี่ยงย่อตัวลงบ้าง
สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า เงินบาทเสี่ยงกลับมาอ่อนค่าลง โดยเฉพาะหากอ่อนค่าทะลุโซน 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำ นอกจากนี้ ยังคงต้องจับตาทิศทางเงินหยวนจีน (CNY) ซึ่งอาจขึ้นกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ส่วนฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติในตลาดทุนไทย อาจพอได้ลุ้นเห็นแรงซื้อหุ้นไทยทยอยกลับมาบ้าง
ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด หรือ รัฐบาลสหรัฐฯ เดินหน้านโยบายกีดกันทางการค้าเพิ่มเติม ทว่า หาก อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด หรือบรรยากาศในตลาดการเงินยังคงเปิดรับความเสี่ยง ก็อาจกดดันเงินดอลลาร์ได้บ้าง
เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 33.50-34.30 บาท/ดอลลาร์
ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วงโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.75-34.00 บาท/ดอลลาร์
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ปลื้มจิตร์ นำทัพ สาวสุพรีม เข้ารอบไฟนอลโฟร์ วอลเลย์บอลไทยลีก

“หน่อง” ปลื้มจิตร์ ถินขาว นำทัพ สุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค เอาชนะ นครปฐม 3 เซตรวด มี 32 แต้ม จบในอันดับ 2 ผ่านเข้ารอบไฟนอลโฟร์ ต่อไป ส่วน นครปฐม จบอันดับ 5
การแข่งขันวอลเลย์บอลอาชีพ รายการ วอลเลย์บอล ไทยแลนด์ ลีก เลกที่ 2 สัปดาห์สุดท้าย เมื่อวันที่ 9 ก.พ. 2568 ที่เทอร์มินอล 21 โคราช จ.นครราชสีมา ประเภททีมหญิง แฮนด์อินแฮนด์ รือเสาะ ราชมงคลธัญบุรี วีซี ที่ต้องชนะเพื่อเข้ารอบไฟนอลโฟร์ นำมาโดย นันท์นภัส มูลจะคำ , สุทัตตา เชื้อวู้หลิม , นารีรัตน์ บุตรเครือ , กัลยกร ลังบุบผา และ อัมพร หญ้าผา ตบเอาชนะ แก่นนคร ม.การกีฬาแห่งชาติ วีซี ที่ตกรอบไปแล้ว 3-0 เซต (25-15, 25-14, 25-23) ส่งผลให้ สาวแฮนด์อินแฮนด์ รือเสาะ ทำผลงานชนะ 5 แพ้ 7 มี 15 คะแนน ผ่านเข้ารอบไฟนอลโฟร์ ในฐานะทีมอันดับ 4 แน่นอนแล้ว ส่วน สาวแก่นนคร ทำผลงาน ชนะ 3 แพ้ 9 มี 7 แต้มจบในอันดับ 6
ส่วนทีมหญิงอีกคู่ สุพรีม ทิพย ชลบุรี-อี.เทค ที่นำโดย ปลื้มจิตร์ ถินขาว ,วริศรา สีทาเลิศ, กุลภา เปี่ยมพงษ์สานต์ , กนกพร แสงทอง , กัญญารัตน์ ขุนเมือง และ กัตติกา แก้วพิน ตบเอาชนะ นครปฐม เอสเอสอาร์ยู วีซี 3-0 เซต (25-12, 25-20, 25-10) ส่งผลให้ สาว สุพรีม ทิพย ชลบุรี – อี.เทค ทำผลงาน ชนะ 10 แพ้ 2 มี 32 แต้ม จบในอันดับ 2 ผ่านเข้ารอบไฟนอลโฟร์ต่อไป ส่วน สาวนครปฐม ทำผลงาน ชนะ 4 แพ้ 8 มี 12 คะแนน จบในอันดับ 5 ไม่เพียงพอที่จะเข้ารอบไฟนอลโฟร์
สรุปทีมเข้ารอบไฟนอลโฟร์ ในประเภททีมหญิง อันดับ 1. นครราชสีมา คิวมิน ซี วีซี, อันดับ 2. สุพรีม ทิพย ชลบุรี – อี.เทค, อันดับ 3. ม.ขอนแก่น ขอนแก่นสตาร์ และ อันดับ 4. แฮนด์อินแฮนด์ รือเสาะ ราชมงคลธัญบุรี วีซี
สำหรับรอบไฟนอลโฟร์ หรือรอบ 4 ทีมสุดท้าย จะไปแข่งขันที่ ยิม 4,000 ที่นั่ง สนามกีฬาเทศบาลนครนครปฐม จ.นครปฐม สัปดาห์แรก วันที่ 15-16 ก.พ. 2568 และสัปดาห์ที่สอง วันที่ 22-23 ก.พ.2568 เริ่มคู่แรก เวลา 12.00 น.
ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th
รู้ก่อนพลาด! ตรวจสุขภาพแบบไหนไร้ประโยชน์

รู้ก่อนพลาด! ตรวจสุขภาพแบบไหนไร้ประโยชน์ (แต่คนยังทำ) ในรายการ Tuck Talk สัปดาห์นี้ พบกับความจริงที่ไม่เคยมีใครบอก ตรวจสุขภาพแบบไหนเหมือนเอาเงินไปเททิ้ง การแพทย์ไทยพัฒนาไปไกล แต่คนไทยกลับมีอัตราป่วยสูงขึ้น เพราะระบบป้องกันโรคล้มเหลว? ตรวจคัดกรองมะเร็งไปก็เสียเงินเปล่า 3 โปรแกรมสุขภาพที่ควรตรวจถ้าไม่อยากตายไว แชร์ความรู้โดย นพ.อรรถสิทธิ์ ศักดิ์สุธาพร แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาการแพทย์บูรณาการ เจ้าของเพจอย่าฝากชีวิตไว้กับหมอ ไปฟังคำตอบพร้อมกัน
การตรวจสุขภาพประจำปี เราควรจะเริ่มต้นตรวจตอนอายุสักเท่าไหร่ ?
หมออรรถ : จริงๆ ตัวเลขมันมีอยู่ประมาณ 2 ตัวนะ อันแรกก็คือ 25 อีกอันหนึ่งคือ 32 อันนี้คือช้าสุดๆ แล้วนะ
การตรวจสุขภาพดีหรือไม่ดียังไง ?
หมออรรถ: เป้าหมายจริงๆ ของการตรวจสุขภาพประจำปี คือป้องกันโรค ผมยกตัวอย่างก่อนนิดหนึ่ง สมมุติว่า เช่น คนหนึ่งไปตรวจค่าน้ำตาล ปีนี้ร้อยนิดๆ คุณหมอบอกว่าน้ำตาลเริ่มสูงนะ ไปคุมน้ำตาลหน่อย ปีต่อมาตรวจ เป็น 110 เพิ่มขึ้น ก็ไปคุมเพิ่มเติมอีกหน่อย ปีต่อมา 126 แล้ว คุณเป็นเบาหวาน และมากินยา อันนี้ตรวจเพื่อคัดคนว่าคุณป่วยแล้วหรือยัง ถูกไหม กับการตรวจเพื่อป้องกันโรค มันคนละเรื่องกันนะ ดูใกล้เคียงกันถูกไหม แต่มันเป็นคนละเรื่องกัน อันหนึ่งคือตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคว่าคุณป่วยหรือยัง ป่วยแล้วมากินยา ถูกไหม อ้าวน้ำตาลเกินแล้วคุณเป็นเบาหวานแล้ว
ยิ่งกินยาหนักเข้าไปอีก ?
หมออรรถ: คือจะต้องบอกว่าวันแรกที่เราถูกวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวาน เซลล์ตับอ่อนของเราตายไปแล้วครึ่งหนึ่งนะ 50% ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนะครับ ทีนี้เวลาที่เราถูกวินิจฉัยเบาหวานวันแรก ตายไปแล้วตั้งครึ่งหนึ่ง ทำไมเวลาตายไป 10% 20% ทำไมเราไม่จัดการก่อนตั้งแต่ตอนนั้น
โปรแกรมพื้นฐานที่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องตรวจมีอะไรบ้าง ?
หมออรรถ: อันแรกเรื่องน้ำตาลก่อนก็ได้ การตรวจน้ำตาลบางคนทำตัวดีในช่วงตรวจนะ สมมุติคนเป็นเบาหวาน บางคนจะหลอกหมอ 2-3 วัน ซึ่งการจะไปตรวจสุขภาพเช็คอัพที่ดีต้องทำตัวเหมือนเดิม คุณกินยังไง ขอให้กินอย่างงั้น คือเราอยากรู้สภาพที่แท้จริง เพราะฉะนั้นจะไปตรวจให้ทำตัวเหมือนเดิม ผมจะแนะนำว่าถ้าอยากตรวจให้มันดีขึ้นสักหน่อย ให้ตรวจเป็นน้ำตาลสะสม ฮีโมโกลบิน A1C นะครับ เป็นการตรวจน้ำตาลย้อนหลัง 3 เดือน
ตัวนี้สำคัญ ?
หมออรรถ: สำคัญครับ สะสมน้ำตาล ถ้าเกิดคุณจะทำให้มันดีขึ้นคุณต้องทำทั้ง 3 เดือนไง
ดูย้อนหลัง 3 เดือนเฉลี่ยแล้วน้ำตาลในเลือดคุณอยู่เท่าไหร่ ตัวการตรวจฮีโมโกลบิน A1C ไม่จำเป็นต้องอดอาหารเลย เพราะอดไปมันก็เท่านั้น มันเป็นเพียงแค่วันเดียว มันย้อนหลังไปตั้ง 3 เดือน
อย่างงี้ไปแยกตรวจได้ไหม ?
หมออรรถ: ได้ ผมว่าค่าใช้จ่ายการตรวจน้ำตาลสะสมมันก็ไม่ได้เยอะมากนะ ซึ่งเราเองเราจะได้รู้ด้วยว่า 3 เดือนที่ผ่านมา ฉันกินน้ำตาลเยอะไปไหม กินขนมเยอะไปหรือเปล่า แล้วก็มาปรับตัวเองนะครับ ค่าที่ดีคือให้ได้น้อยกว่า 5.5 ซึ่งการต่ำกว่า 5.5 แสดงว่าความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรัง หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง เกิดเบาหวานใดๆ ต่ำกว่าคนปกติ
เรื่องของการเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวานก็คือตัวนี้ไหม ?
หมออรรถ : การเสี่ยงที่จะเป็นเบาหวาน ถ้าเราอยากจะตรวจเพิ่มไปอีกนิดหนึ่ง จริงๆผมจะบอกว่าก่อนที่คนเราจะเป็นเบาหวาน เราจะเกิดภาวะหนี่งก่อน ภาวะนี้เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน ปกติถ้าเกิดเรากินน้ำตาล หรือกินขนมเข้าไปเรายังไม่ได้เป็นเบาหวานนะครับ เวลาเรากินน้ำตาลเข้าไปสมมติ น้ำตาลกินเข้าไปปั๊บ ดูดซึมเข้าไปในเลือด พอดูดซึมเข้าไปในเลือดแล้ว ร่างกายเราเห็นแล้วว่าน้ำตาลในเลือดมันสูง ตับอ่อนเราจะสร้างอินซูลินออกมาเพื่อไปคุมระดับน้ำตาลในเลือดนะครับ ภาวะนี้เรียกว่าภาวะดื้อต่ออินซูลิน เรียกง่ายๆ คืออินซูลินมันไปลดน้ำตาลได้ไม่ดีแล้ว พอลดได้ไม่ดีเกิดอะไรขึ้น ตับอ่อนเราจะต้องสร้างอินซูลินเยอะขึ้นอีก เพื่อหวังจะไปคุมน้ำตาลในเลือดนะครับ เพราะฉะนั้นภาวะนี้จะเกิดก่อนเป็นเบาหวาน 5-10 ปี ซึ่งเราจะรู้ก่อนที่จะเป็นเบาหวาน แต่ถ้าเราไม่ตรวจก็เลยไม่รู้ว่าจะป้องกันเบาหวานยังไง เรามีภาวะนี้แล้วหรือยัง บางคนบอกว่ามีอะไรง่ายๆที่ไม่ต้องเสียเงินไหม ดัชนีหนึ่งที่ดีมากๆเลยเมื่อก่อนเราดูน้ำหนักส่วนสูง เดี๋ยวนี้เขาเรียกว่าดัชนีที่ดีกว่าแล้วกันนะ คือรอบเอวต่อส่วนสูงครับ สมมุติว่าเราสูง 160 รอบเอวเราต้องไม่เกิน 80 เซนติเมตร คนที่อ้วนลงพุงเสี่ยง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ หลอดเลือดสมอง
โดยเฉพาะเบาหวานก็จะเป็นกรรมพันธุ์ด้วย ?
หมออรรถ : ผมมองว่าเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งนะครับ โดยมากแล้วมันเป็นพฤติกรรมร่วมด้วย อย่าไปโทษกรรมพันธุ์ทั้งหมด อย่าลืมดูพฤติกรรมเราด้วยแต่ว่าโดยมากแล้วคนอยู่ในครอบครัวเดียวกัน ก็มักจะทานอาหารหรือมีไลฟ์สไตล์ที่มันเหมือนกัน
ตรวจไขมันคอเลสเตอรอลถ้าจะตรวจให้ได้ผลต้องตรวจยังไง ?
หมออรรถ : เวลาตรวจไขมัน ต้องบอกก่อนว่าการตรวจไขมันค่าจะออกมามี 4 ค่าด้วยกันนะครับ ค่าหนึ่งคือค่าคอเลสเตอรอล ผมแบ่งฝั่งหนึ่งก่อนนะฝั่งนี้คือคอเลสเตอรอลโดยรวมนะครับ ซึ่งมันจะมีอีก 2 ค่าซึ่งจะอยู่ในคอเลสเตอรอลก็คือ ไขมันดี ไขมันเลว กลุ่มนี้คือกลุ่มคอเลสเตอรอล กลุ่มคอเลสเตอรอลจะแบ่งเป็นตัวดีกับแบ่งเป็นตัวเลว ตัวเลวมันก็จะไปเกาะหลอดเลือดเราให้หลอดเลือดเราตีบลง ตัวดีเหมือนรถเปล่าลอยไปในหลอดเลือดแล้วพอไปเจอตัวเลวเกาะอยู่เขาจะไปดูดออกแล้วไปทำลายทิ้งที่ตับ ไขมันอีกค่าหนึ่งคือ ไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งคนไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นักซึ่งมันสำคัญ เพราะโรคไขมันพอกตับเกิดจากไตรกลีเซอไรด์ที่มันสูง ซึ่งคอเลสเตอรอลร่างกายเราสร้างเอง 80 % เกิดจากอาหารการกิน 20%
กินยาลดคอเลสเตอรอลออกฤทธิ์ยังไง ?
หมออรรถ: ออกฤทธิ์โดยลดการสร้างที่ตับ ยาลดไขมันถ้าแบ่งคร่าวๆ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งคือลดการสร้างที่ตับ อีกกลุ่มนึงคือลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากทางเดินอาหาร ถ้าเกิดคิดว่าคอเลสเตอรอลมันมาจากอาหาร คุณต้องให้ยากลุ่มนี้สิ ถูกไหม ลดการดูดซึมคอเลสเตอรอลจากทางเดินอาหารแต่กลุ่มเนี้ยกินไปลดได้สัก 10-15% เท่านั้น แต่ถ้าอีกกลุ่มนึงลดการสร้างที่ตับกินไปปุ๊บ ลดได้เลยครึ่ง
มันต้องให้ถูกทางด้วย ?
หมออรรถ: อันนี้เป็นสิ่งที่ผมจะบอกว่ามันคอนเฟิร์มว่าคอเลสเตอรอลมันไม่ได้มาจากอาหาร สาเหตุที่สำคัญที่สุดที่ทำให้คอเลสเตอรอลมันสูงคือความเครียดครับ พอเวลาเราเครียดร่างกายเราจะสร้างฮอร์โมนขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตความเครียด แล้วไอ้ฮอร์โมนเหล่านี้มันใช้คอเลสเตอรอลเป็นสารตั้งต้น พอเครียดปุ๊บ ร่างกายอยากสร้างฮอร์โมนเหล่านี้ขึ้นมา ร่างกายก็เลยสร้างคอเลสเตอรอลเยอะขึ้น เพื่อหวังว่าคอเลสเตอรอลเหล่านี้มันจะเปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนมา
แล้วการออกกำลังกายช่วยไหม เรื่องคอเลสเตอรอล ที่บอกว่านอกจากความเครียด เราไปแก้ด้วยการออกกำลังกายได้ไหม ?
หมออรรถ : คือถ้าสมมุติว่าในคนที่เครียด การออกกำลังกายถ้าออกกำลังกายเบาๆ โอเค แต่ถ้าออกกำลังกายหนักมากๆ มันก็เครียดอีกนะ มันเป็นความเครียดทางกาย คือถามว่าจริงๆแล้วในเรื่องคอเลสเตอรอลทำไมเรากลัวคอเลสเตอรอล เรากลัวคอเลสเตอรอลมันจะไปอุดหลอดเลือดถูกไหม อุดหลอดเลือดหัวใจ อุดหลอดเลือดสมอง เพราะฉะนั้นในเรื่องของคอเลสเตอรอล ผมแนะนำว่าถ้าเกิดพอมีบัดเจท ลองตรวจเพิ่มเติมกันอีกสัก 3 อย่าง นะครับ อันนี้แนะนำไว้นะครับ คอเลสเตอรอล ผมต้องบอกว่ามันเป็นเหมือนแบบ bad guy มานานมากแล้วเป็นเหมือนเป็นผู้ร้ายในทางการแพทย์ เขาดูว่าในหลอดเลือดเวลามันตัน มันเป็นคอเลสเตอรอลนี่นา ทุกวันนี้มันยาลดคอเลสเตอรอลออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งติดอันดับต้นๆ ของยาขายดี คนใช้ยาเยอะมาก แต่โรคหลอดเลือดสมอง หลอดเลือดหัวใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะอะไร ผู้ร้ายผิดตัวหรือเปล่า
การตรวจคัดกรองมะเร็ง 50-60 ตัว อันนี้ดีไหม ?
หมออรรถ : ย้อนไปถึงการตรวจเบสิคสุขภาพมะเร็งก่อน โดยมากการตรวจคัดกรองมะเร็งเราจะตรวจสิ่งที่เรียกว่า Tumor Marker ดู CA ต่างๆ มะเร็งรังไข่ , มะเร็งเต้านม , มะเร็งตับอ่อน จะต้องบอกว่าการตรวจค่าเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันโรคมะเร็งได้ แต่คนตรวจกันทุกปีนะ บางทีเวลาเราตรวจแล้วถ้าค่ามันไม่สูง ก็ไม่สามารถฟันธงได้ว่าเราไม่มีมะเร็งนั้นๆ หรือบางคนถ้าค่ามันสุงก็อาจจะไม่ได้เกิดจากมะเร็งก็ได้ ค่าพวกนี้จริงๆแล้วมันเอามาไว้ใช้ติดตามการรักษามะเร็ง เพื่อติดตามการรักษาดูว่า CA เราลดลงไหม การตรวจมะเร็งผมมองว่าด้วยความที่มันมีหลายอวัยวะ ถามว่ามันจะมีการตรวจที่ครอบจักรวาลหรือเปล่าค่อนข้างยาก การตรวจง่ายๆที่เสียเงินไม่มาก คนเป็นมะเร็งโดยมากจะมีค่าอยู่ 3 ค่าที่มักจะสูง คือ 1. LDH สูง 2. Ferritin สูง 3. Fibrinogen สูง เพราะฉะนั้นลองตรวจ 3 ตัวนี้ก็ได้ โดยมากแล้วถ้ามีมะเร็งมันมักจะสูง
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
สถิติชัด! ประเทศไทยพบภัยคุกคามบนเว็บ เฉลี่ย 28,000 รายการต่อวัน

รายงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ประจำปีล่าสุดสำหรับประเทศไทยปี 2567 ระบุว่าผลิตภัณฑ์ของแคสเปอร์สกี้ตรวจพบและบล็อกภัยคุกคามบนเว็บมากกว่า 10 ล้านรายการ โดยเฉลี่ยแล้วพบภัยคุกคามบนเว็บมากกว่า 28,000 รายการต่อวัน
รายงานความปลอดภัยทางไซเบอร์ประจำปีล่าสุดสำหรับประเทศไทยปี 2567 แคสเปอร์สกี้ตรวจพบและบล็อกภัยคุกคามบนเว็บที่แตกต่างกันที่กำหนดเป้าหมายโจมตีผู้ใช้ในประเทศไทยจำนวน 10,267,403 รายการ โดยเฉลี่ยแล้วพบภัยคุกคามจำนวน 28,130 รายการต่อวัน คิดเป็นจำนวนน้อยกว่าปี 2023 ถึง 20.55% ซึ่งแคสเปอร์สกี้ตรวจพบความพยายามโจมตีผู้ใช้ในประเทศไทยจำนวน 12,923,280 รายการ

สรุปโดยรวมแล้วผู้ใช้ในประเทศไทยจำนวน 24.40% ตกเป็นเป้าหมายของภัยคุกคามบนเว็บในปี 2567

ทั้งนี้ จากข้อมูลที่บันทึกโดย Kaspersky Security Network แคสเปอร์สกี้พบว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมานั้นตัวเลขภัยคุกคามบนเว็บของประเทศไทยมีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ปี 2565 ซึ่งพบภัยคุกคามเว็บต่อผู้ใช้ชาวไทยจำนวน 17,295,702 รายการ
ภัยคุกคามบนเว็บ (web threat) หรือภัยคุกคามออนไลน์ (online threat) คือการโจมตีผ่านเว็บเบราว์เซอร์ ซึ่งเป็นวิธีหลักในการแพร่กระจายโปรแกรมที่เป็นอันตราย วิธีที่อาชญากรไซเบอร์ใช้กันมากที่สุดในการเจาะระบบคือวิศวกรรมทางสังคม และการใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในเบราว์เซอร์และปลั๊กอิน (การดาวน์โหลดแบบไดรฟ์บาย)

จากข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช. หรือ NCSA) ระบุว่าในช่วงสามปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์อย่างหนัก โดยรูปแบบการฉ้อโกงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนักจากปีก่อนหน้า แต่มูลค่าความเสียหายกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2022 – 2024 (2565 – 2567) คนไทยสูญเสียเงินจากการฉ้อโกงทางออนไลน์สูงถึง 79,569,412,608 บาท คิดเป็นเฉลี่ยวันละ 77 ล้านบาท
จากจำนวนการร้องเรียน 773,118 เรื่องที่ยื่นผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ การฉ้อโกงที่พบบ่อยที่สุดนั้นเกี่ยวข้องกับสภาพทางเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้คนต่างต้องการหารายได้พิเศษ การฉ้อโกงที่พบบ่อยที่สุดคือการขายผลิตภัณฑ์ในราคาต่ำอย่างเหลือเชื่อ อีกวิธีหนึ่งคือการหลอกให้ทำงานทางออนไลน์ เช่น การดูวิดีโอคลิปและการบรรจุสบู่ โดยมิจฉาชีพจะเรียกเก็บเงินจากเหยื่อโดยอ้างว่าเหยื่อยจะได้รับเงินค่าตอบแทนราคาสูง
ทั้งนี้ จำนวนภัยคุกคามที่ตรวจจับได้ที่ลดลงในประเทศไทยนั้นมีปัจจัยและสัมพันธ์กับข้อมูลจากทั่วโลกที่พบปริมาณภัยคุกคามหลายประเภทที่ลดลงในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเช่นกัน
นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “จำนวนภัยคุกคามไซเบอร์มีความผันผวน ไม่ได้ลดลงอย่างสม่ำเสมอ จำนวนที่ลดลงเกิดจากหลายปัจจัยรวมถึงเทคโนโลยีการตรวจจับและป้องกันที่ดีขึ้นซึ่งปกปิดปริมาณภัยคุกคามที่แท้จริง การเปลี่ยนแปลงกลวิธีของผู้โจมตีเป็นการโจมตีที่ซับซ้อนมากขึ้น การมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายที่มีมูลค่าสูงอย่างเฉพาะเจาะจง และการลดการรายงานจำนวนการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีผลกระทบน้อยต่อสาธารณะ รวมถึงการลงทุนเพิ่มขึ้นด้านการฝึกอบรมเรื่องความตระหนักด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งส่งผลให้แคมเปญฟิชชิงที่ประสบความสำเร็จน้อยลง คำอธิบายเหล่านี้ชี้ให้เห็นภาพรวมที่ซับซ้อน มากกว่าการลดลงโดยรวมของการโจมตีทางไซเบอร์ที่เป็นอันตราย”
“อาชญากรไซเบอร์ตั้งเป้าหมายโจมตีทุกคนโดยไม่คำนึงถึงอายุหรือเพศของเหยื่อ และให้ความสำคัญกับ ‘คุณภาพมากกว่าปริมาณ’ แคสเปอร์สกี้คาดการณ์และสังเกตการเปลี่ยนการโจมตีครั้งใหญ่เป็นการรุกล้ำเข้าระบบที่เล็กลงแต่มีเป้าหมายและซับซ้อนมากขึ้น ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ที่เป็นข่าวโด่งดังหลายกรณีในหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยด้วย แคสเปอร์สกี้ขอให้ผู้ใช้ทุกคนระมัดระวัง ผู้เชี่ยวชาญของเราได้พัฒนาการป้องกันที่ดีที่สุดจากภัยคุกคามเหล่านี้สำหรับผู้ใช้ชาวไทย และปกป้องผู้ใช้จากการสูญเสียต่างๆ เพื่อให้ผู้ใช้มีประสบการณ์ออนไลน์ที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ในแต่ทุกๆ วัน” นายโยงกล่าวเสริม
แคสเปอร์สกี้แนะนำปฏิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ 5 ขั้นตอน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงความปลอดภัยออนไลน์ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตได้อย่างมาก ดังต่อไปนี้
• สร้างพาสเวิร์ดอัตโนมัติ
สร้างพาสเวิร์ดทั้งหมดสำหรับเว็บไซต์และแอปให้ยาวมากพออย่างน้อย 12 อักขระ และใช้ไม่ซ้ำกัน (อย่าใช้เกินหนึ่งครั้ง) อย่างไรก็ดี ไม่มีใครสามารถคิดและจดจำพาสเวิร์ดได้มากมายขนาดนี้ ขอแนะนำให้ใช้แอปจัดการพาสเวิร์ด (password manager) เพื่อสร้าง จัดเก็บ และป้อนพาสเวิร์ด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สร้างและจดจำพาสเวิร์ดหลักเพียงรหัสเดียวเท่านั้น ส่วนขั้นตอนอื่นๆ ทั้งหมด ตั้งแต่การสร้างไปจนถึงการป้อนพาสเวิร์ด แอปจะดำเนินการให้โดยอัตโนมัติ
• เปิดใช้งานการตรวจสอบซ้ำ
การตรวจสอบซ้ำ (double checking) หรือการตรวจสอบสิทธิ์สองขั้นตอน (two-factor authentication – 2FA) จะปกป้องผู้ใช้จากแฮกเกอร์ที่ขโมยพาสเวิร์ดเพื่อเข้าบัญชีของผู้ใช้โดยใช้ข้อมูลประจำตัวที่รั่วไหล นอกจากพาสเวิร์ดแล้ว แฮกเกอร์ยังต้องป้อนรหัสครั้งเดียว (one-time code) ที่ส่งทางข้อความหรือแอปตรวจสอบสิทธิ์ แอปธนาคารจะเปิดใช้งาน 2FA โดยอัตโนมัติ แต่ในบริการออนไลน์อื่นๆ หลายแห่งยังคงไม่บังคับใช้ ดังนั้นไม่ว่าข้อมูลของคุณจะเป็นความลับแม้เพียงเล็กน้อย (โซเชียลเน็ตเวิร์ก โปรแกรมส่งข้อความ บริการภาครัฐ อีเมล) ขอแนะนำให้เปิดใช้งาน 2FA ในการตั้งค่าเสมอ
• ตรวจสอบลิงก์และไฟล์แนบอีกครั้ง
ไม่กดลิงก์และไม่เปิดไฟล์ที่ส่งผ่านแอปแมสเซ็นเจอร์และอีเมล หากคุณไม่รู้จักผู้ส่งหรือไม่ได้รอรับข้อความใดๆ นอกจากนี้หากเพื่อน เพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักส่งข้อความถึงคุณ แต่ข้อความนั้นดูแปลกไปเล็กน้อย ให้โทรไปหรือตอบกลับผ่านช่องทางการสื่อสารอื่นเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าเป็นคนรู้จักจริงๆ ไม่ใช่มิจฉาชีพ
• เปิดใช้งานการอัปเดตอัตโนมัติ
ตั้งค่าการอัปเดตอัตโนมัติเพื่อป้องกันไม่ให้อาชญากรไซเบอร์ใช้ประโยชน์จากจุดบกพร่องในระบบปฏิบัติการ เบราว์เซอร์ แอปพลิเคชันสำนักงาน หรือซอฟต์แวร์อื่นๆ เมื่อได้รับแจ้งเตือนให้รีสตาร์ทโปรแกรมหรือคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้ไม่ควรชะลอการดำเนินการดังกล่าว
• คิดให้ดีก่อนแชร์ออนไลน์
รูปภาพที่ส่งถึงคนแปลกหน้าหรือเอกสารที่สแกนแล้วโพสต์บนโซเชียลมีเดียอาจย้อนกลับมาเล่นงานได้ อาจทำให้ตัวเองหรือสมาชิกในครอบครัวตกเป็นเหยื่อของการกรรโชกทรัพย์ นอกจากนี้มิจฉาชีพอาจใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อสร้างเรื่องราวน่าเชื่อถือเพื่อหลอกเอาเงิน ดังนั้น แนะนำให้พิจารณาให้รอบคอบก่อนส่งและโพสต์ส่งใดๆ ทางออนไลน์เพราะอาจลบออกได้ยากมากหรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
20 ประโยคหวานๆ ภาษาอังกฤษ สำหรับส่งต่อให้คนที่ชอบวันวาเลนไทน์

เข้าใกล้ช่วง เทศกาลแห่งความรักประจำเดือนกุมภาพันธ์เข้าไปทุกที หลายคนอาจจะเริ่มแอบเตรียมเซอไพรส์ให้กับคนที่ชอบแล้วกันบ้างแล้ว แต่ก็คงอยากจะได้ประโยคเด็ดๆ เพื่อเติมความหวานเข้าไปอีก ยิ่งเป็นภาษาอังกฤษที่มีการเล่นคำและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายก็ยิ่งโดนเข้าไปใหญ่ วอลล์สตรีท อิงลิช ได้รวมรวบประโยคหวานๆ ภาษาอังกฤษไว้สำหรับส่งให้คนที่ชอบมาให้แล้ว ไปชมกันเลย
My feelings for you know no end.
ความรู้สึกของฉันที่มีต่อคุณนั้นไม่มีที่สิ้นสุด
You are the missing piece that completes the puzzle of my happiness.
คุณคือชื้นส่วนที่ขาดหายไปสำหรับเติมเต็มความสุขของฉัน
Your love is the gentle breeze that refreshes my soul on the hottest days.
ความรักของคุณเหมือนสายลมที่อ่อนโยนที่ช่วยพัดพาสดชื่นให้กับดวงวิญญาณของฉันในวันที่ร้อนที่สุด
You are the dream I never want to wake up from, and the reality I am grateful for every day.
คุณคือความฝันที่ทำให้ไม่อยากตื่น และคือความเป็นจริงที่ฉันยินดีที่จะได้พบในทุกๆ วัน
Your love is the melody that plays in my heart.
ความรักของคุณคือท่วงทำนองที่บรรเลงอยู่ในใจของฉัน
You’re the reason I believe in forever.
คุณคือเหตุผลที่ทำให้ฉันเชื่อในคำว่า “ตลอดไป”
You’re my favorite hello and my hardest goodbye.
คุณคือคำทักทายที่ฉันโปรดปราณที่สุด และเป็นคำบอกลาที่ยากที่สุดสำหรับฉัน
You’re the rainbow after every storm.
คุณเป็นดั่งสายรุ้ง ในทุกครั้งที่ฉันต้องผ่านอะไรร้ายๆ
You may hold my hand for a while, but you hold my heart forever.
คุณอาจจะกุมมือฉันไว้ได้แค่เพียงครู่หนึ่ง แต่คุณกุมหัวใจฉันไว้ตลอดกาล
Words are not enough to explain how much I love you.
ไม่มีคำใดที่จะสามารถอธิบายได้ว่าฉันรักคุณมากแค่ไหน
I never knew what love was until I met you.
ฉันไม่เคยรู้ว่าความรักคืออะไร จนกระทั่งฉันได้พบคุณ
I thought “true love” was just a fairy tale. Then…I met you.
ก่อนหน้านี้ฉันคิดว่ารักแท้มีแค่ในเทพนิยาย จนฉันได้พบกับคุณ
Every love story is wonderful, but ours is my favorite.
ทุกเรื่องราวความรักนั้นสวยงามเสมอ แต่เรื่องราวของเราคือเรื่องที่ฉันชอบที่สุด
You may just be one person, but to me, you are the world.
คุณอาจเป็นแค่คนธรรมดาคนนึง แต่สำหรับผมคุณคือโลกทั้งใบ
Thinking of you keeps me awake. Dreaming of you keeps me asleep. Being with you keeps me alive.
การคิดถึงคุณทำให้ผมตื่น การฝันถึงคุณทำให้ผมหลับไหล การอยู่กับคุณทำให้ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวา
Before I met you, I never knew what it was like to smile for no reason.
ก่อนที่จะได้พบกับคุณ ฉันไม่เคยเข้าใจว่าการยิ้มได้โดยไม่มีเหตุผลมันคืออะไร
I love you more than yesterday but less than tomorrow.
ฉันรักคุณมากกว่าเมื่อวาน แต่น้อยไปกว่าวันพรุ่งนี้
You’re the sunlight that breaks through my darkest hours.
คุณคือแสงแดดที่แทรกเข้ามาในวันที่ฉันมืดมน
If loving you is wrong, then I don’t ever want to be right.
ถ้าการรักคุณนั้นมันผิด ฉันก็ไม่ต้องการเป็นสิ่งที่ถูกต้องใดๆ อีกแล้ว
The sound of your name makes my heart skip a beat.
เสียงชื่อเรียกของคุณ ทำให้หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะ
ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th
เลี่ยงให้ไว! 5 เครื่องดื่มอันตรายทำลายสุขภาพ แถมทำน้ำหนักพุ่งปรี๊ด

การเลือกเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ เป็นเรื่องสำคัญของสาว ๆ ที่ใส่ใจสุขภาพและการควบคุมน้ำหนัก แต่คุณรู้หรือไม่ว่าเครื่องดื่มบางประเภทที่ดูเหมือนจะเป็นตัวเลือกที่ดี กลับทำให้สุขภาพเสียและเพิ่มน้ำหนักได้โดยไม่รู้ตัว? เราจึงจะพาคุณไปดู 5 เครื่องดื่มที่คุณอาจไม่รู้ว่าทำลายสุขภาพและทำให้คุณอ้วนได้ง่ายมาก! ดังนั้น มาดูกันว่ามีเครื่องดื่มอะไรบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดีและหุ่นที่เฟิร์มอย่างยั่งยืน ตามนี้เลย
5 เครื่องดื่มอันตรายทำลายสุขภาพ
1.น้ำอัดลม
น้ำอัดลมถือเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่คนส่วนใหญ่ดื่มกันบ่อยๆ เพราะรสชาติหวานซ่าและมักจะเป็นตัวเลือกที่ดึงดูดใจ แต่สิ่งที่คุณไม่รู้ คือ น้ำอัดลมเต็มไปด้วยน้ำตาลและสารให้ความหวานที่เพิ่มแคลอรี่โดยไม่รู้ตัว หากดื่มในปริมาณมาก ๆ บ่อยครั้ง จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันในร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณพุง และยังเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อีกด้วย
2.น้ำผลไม้พร้อมดื่ม
น้ำผลไม้พร้อมดื่มหรือแบบสำเร็จรูป ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะทำจากผลไม้ แต่จริง ๆ แล้วมักจะมีการเติมน้ำตาลและสารเคมี เพื่อยืดอายุการเก็บรักษาและเพิ่มรสชาติให้หวานขึ้น นอกจากนี้ น้ำผลไม้บางชนิดยังมีปริมาณแคลอรีและน้ำตาลที่สูงมาก จึงทำให้เสี่ยงต่อการเพิ่มน้ำหนักโดยไม่รู้ตัว แทนที่จะเลือกน้ำผลไม้พร้อมดื่ม จึงควรเลือกดื่มน้ำผลไม้สดที่คั้นเองจะดีกว่า
3.เครื่องดื่มใส่ครีมและน้ำตาล
เครื่องดื่มที่มีการใส่ครีมและน้ำตาลในปริมาณมาก เช่น กาแฟเย็น ชานมเย็น หรือชานมคาราเมล อาจจะทำให้คุณได้รับแคลอรีเกินความจำเป็นในแต่ละวัน หลายคนมักจะดื่มเครื่องดื่มเหล่านี้ในตอนเช้า เพื่อกระตุ้นความตื่นตัว แต่สิ่งที่ไม่คาดคิด คือ การใส่น้ำตาล นมข้นหวาน และครีมเทียมเติมรสชาติที่มากเกินไป ซึ่งส่งผลให้แคลอรีในแต่ละแก้วมีจำนวนมาก โดยอาจทำให้เกิดการเพิ่มน้ำหนักในระยะยาวและเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมาได้ง่ายค่ะ
4.เครื่องดื่มกาแฟสำเร็จรูป
เครื่องดื่มกาแฟสำเร็จรูปที่มีการเติมน้ำตาลและครีมในตัว จะมีแคลอรีสูง กาแฟชนิดนี้อาจดูเหมือนสะดวก แต่การดื่มบ่อย ๆ สามารถทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลและแคลอรีสูงมาก ซึ่งอาจทำให้การควบคุมน้ำหนักยากขึ้นและเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพต่าง ๆ อีกด้วย
5.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มผสมแอลกอฮอล์ประเภทอื่น ๆ อาจทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลายและสนุกสนานในปาร์ตี้ แต่ในความจริงแล้วมีแคลอรีสูง และเป็นสาเหตุของการเพิ่มน้ำหนักได้ง่าย นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ยังส่งผลต่อการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ทำให้กระบวนการเผาผลาญช้าลง และยังลดความสามารถในการย่อยอาหาร ทำให้ร่างกายสะสมไขมันได้มากขึ้น
เครื่องดื่มที่สาว ๆ ดื่มเข้าไปทุกวัน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยไม่ทันตั้งตัวได้ค่ะ การเลือกเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญในการรักษาน้ำหนักและป้องกันโรคต่าง ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว จึงควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง แคลอรีเกิน และสารเคมีที่เป็นอันตราย แล้วแทนที่ด้วยน้ำเปล่า น้ำสมุนไพร หรือเครื่องดื่มที่ให้สารอาหารที่มีประโยชน์ เท่านี้สาว ๆ ก็สามารถดูแลสุขภาพกับรูปร่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 10/02/2568
ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
---|---|---|---|
ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 45,950.00 | 46,050.00 |
ทองรูปพรรณ 96.5% | 2,976.00 | 45,116.16 | 46,550.00 |
ทองรูปพรรณ 90% | 2,678.40 | 40,604.54 | n/a |
ทองรูปพรรณ 80% | 2,380.80 | 36,092.93 | n/a |
ทองรูปพรรณ 50% | 1,339.00 | 20,299.24 | n/a |
ทองรูปพรรณ 40% | 1,042.00 | 15,796.72 | n/a |
ทองรูปพรรณ 99.99% | 3,084.00 | 46,753.44 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 10/02/2568
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | เอสโซ่ | คาลเท็กซ์ | ![]() ไออาร์พีซี | พีที | ![]() ซัสโก้ | ![]() เพียว | ![]() พรุ่งนี้ | |
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
แก๊สโซฮอล์ 95 | 35.35 | 35.35 | 35.85 | 35.35 | 35.35 | 35.35 | 35.35 | 35.35 | 35.35 | 35.35 |
แก๊สโซฮอล์ 91 | 34.98 | 34.98 | 35.48 | 34.98 | 34.98 | 34.98 | 34.98 | 34.98 | 34.98 | 34.98 |
แก๊สโซฮอล์ E20 | 33.14 | 33.14 | 33.64 | 33.14 | 33.14 | – | 33.14 | 33.14 | 33.14 | 33.14 |
แก๊สโซฮอล์ E85 | 32.09 | 32.09 | – | – | – | – | – | – | – | 32.09 |
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 43.94 | 49.84 | 49.84 | 49.84 | – | – | – | – | – | 43.94 |
เบนซิน 95 | 43.64 | – | – | – | 49.81 | – | 44.14 | 43.79 | – | 43.64 |
ดีเซล | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 |
ดีเซลพรีเมี่ยม | 44.94 | 47.14 | 49.84 | 47.14 | 47.14 | – | – | – | – | 44.94 |
แก๊ส NGV | 17.90 | 17.90 | – | – | – | – | – | – | – | 17.90 |