วิลล่าภูเก็ตมาแรง!ครึ่งแรกปี67ยอดขายพุ่ง500%ทำเลบางเทายืนหนึ่ง

วิลล่าภูเก็ตมาแรง! ซีบีอาร์อี เผยครึ่งแรกปี67สร้างปรากฏการณ์ยอดขายพุ่งทะลุ 500% ทำเลบางเทายืนหนึ่ง ดึงดูดผู้พัฒนาโครงการแห่พัฒนาโครงการวิลล่าระดับลักชัวรี่ขายเพิ่มขึ้น
นางสาวประกายเพชร มีชูสาร หัวหน้าแผนกซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่า การเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในบางเทาเป็นที่จับตามองมากที่สุดแห่งหนึ่งในภูเก็ต ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ พบว่า ตั้งแต่ช่วงการระบาดของโควิด-19 อัตราการขายวิลล่าภูเก็ตได้พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะได้รับความสนใจจากผู้ซื้อทั้ง”ชาวไทยและต่างชาติ”สูงถึง 500% จากครึ่งแรกของปี 2564 ถึงครึ่งแรกของปี 2567 และภายในครึ่งแรกของปี 2567 เพียงอย่างเดียว ตลาดมีการเติบโต 45.8% เมื่อเปรียบเทียบปีต่อปีกับครึ่งแรกของปี 2566
ตลาดวิลล่าบนชายฝั่งตะวันตกมีจำนวนซัพพลายปัจจุบันและซัพพลายที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตสูงที่สุดเมื่อเทียบกับพื้นที่อื่นจากครึ่งแรกของปี 2567 ผู้พัฒนาได้เปิดตัววิลล่าทั้งหมด 679 หลังจาก30โครงการใหม่ ซึ่งเพิ่มขึ้น 57.9% เมื่อเทียบกับครึ่งหลังของปี 2566 และเพิ่มขึ้น 60.9% เมื่อเทียบกับครึ่งแรกของปี 2566 กระแสการเติบโตนี้ยิ่งดึงดูดผู้พัฒนาโครงการให้มีแผนพัฒนาโครงการวิลล่าลักชัวรี่สำหรับขายในภูเก็ตเพิ่มขึ้นอีก ทั้งนี้ ทางผู้พัฒนาโครงการยังคงหาที่ดินในทำเลทองอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการขยายโครงการใหม่ในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น

การคาดการณ์จากผู้ซื้อทั้งไทยและต่างประเทศบ่งชี้ถึงดีมานด์ที่สูง ทั้งสำหรับการอยู่อาศัยส่วนตัวและการลงทุน อสังหาริมทรัพย์ให้เช่ามีผลตอบแทนที่น่าประทับใจเฉลี่ยที่ 6%-8%* โดยแรงผลักดันจากผู้ซื้อชาวไทย นักท่องเที่ยวที่เดินทางกลับมาพักผ่อนซ้ำ และชาวต่างชาติที่ย้ายเข้ามาเพื่ออยู่อาศัยพร้อมครอบครัวที่ต้องการเช่าระยะสั้นและระยะยาว

ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีแนวโน้มว่าจะสร้างรายได้จากการเช่าและสร้างรายได้จากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์นี้ โดยเฉพาะทำเลบางเทาและเชิงทะเลกำลังกลายเป็น”ศูนย์กลาง”ของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตลาดวิลล่าหรูอย่างรวดเร็ว โดยมีชื่อเสียงในเรื่องชายหาดที่กว้างขวาง ผสมผสานความเงียบสงบ ที่มาพร้อมกับกิจกรรมริมชายหาด
ในไตรมาส 4 ปี 2567 ตลาดวิลล่าระดับลักซ์ชัวรี่จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่สำหรับขายในภูเก็ตโดยมีวิลล่าที่พักระดับ Branded Residences สุดพิเศษซึ่งอยู่ระหว่างการออกแบบก่อสร้าง การพัฒนาที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องนี้นำโดยกลุ่มบันยันทรี เรสซิเดนซ์ , ลากูน่า เลคแลนด์ และศรีพันวา ซึ่งบริหารงานโดยกลุ่มบริษัทชาญอิสสระที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาโครงการรีสอร์ทสุดหรูทางตะวันออกเฉียงใต้ของภูเก็ต บริเวณแหลมพันวา โดยโครงการใหม่ที่จะเปิดตัวนี้ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโครงการคุณภาพ ทั้งในการออกแบบ ก่อสร้าง และบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยมและเป็นอีกหนึ่งโครงการที่สะท้อนศักยภาพของการลงทุนที่แข็งแกร่ง สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนวิลล่าในทำเลภูเก็ต

ล่าสุดโครงการใหม่ที่ “ศรีพันวา ลากูน” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างวิลล่าพักอาศัย พื้นที่เชิงพาณิชย์ และแผนการพัฒนาโรงแรมในอนาคต ทั้งหมดออกแบบจาก DNA ของศรีพันวา เพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด การบริการที่เหนือระดับ และประสบการณ์การใช้ชีวิตอย่างหรูหราในคอมมูนิตี้ที่มีชีวิตชีวาในพื้นที่บางเทา – เชิงทะเล ซึ่งเป็นทำเลที่ผสมผสานระหว่างพื้นที่ที่มอบเงียบสงบและพื้นที่สำหรับการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างลงตัว ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทั้งการพักผ่อนและการทำกิจกรรม การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่นี้ ไม่เพียงแต่เปิดโอกาสให้ได้เข้าถึงการใช้ชีวิตริมทะเลของภูเก็ตเท่านั้น แต่ยังสร้างมูลค่าระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
“ซีคอน”พลิกเกมเจาะข้าราชการ”กลุ่มกำลังซื้อมั่นคง

กำลังซื้อผู้บริโภคอ่อนแอ “ซีคอน” พลิกเกมรุกรับสร้างบ้าน เจาะข้าราชการ” กลุ่มกำลังซื้อมั่นคงจัดโปรยาว ถึง 28 ก.พ. 68 ผนึก แบงก์กรุงเทพ ปล่อยกู้ ดอกเบี้ยตํ่า 2.50% นาน 3 ปี ราคาค่าก่อสร้าง บ้านตํ่าสุด 1.399 ล้านบาท
ปี 2567 เศรษฐกิจไทยอยู่ในภาวะชะลอตัว มีผลกระทบต่อกำลังซื้อเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ ที่หนี้ครัวเรือนสูงเป็นกับดักทำให้สถาบันการเงินเข้มงวดปล่อยสินเชื่อ ขณะกลุ่มที่มีกำลังซื้อจริง ลังเลการตัดสินใจ จากความไม่เชื่อมั่นรอดูท่าทีมาตรการรัฐบาลเพิ่มเติม รวมถึงโปรโมชันที่จูงใจ และในโอกาสช่วงโค้งสุดท้ายของปีไปจนถึงต้นปีหน้ามองว่า การแข่งขันจะรุนแรงขึ้น

บริษัท ซีคอน จำกัด บริษัทรับสร้างบ้านอันดับ หนึ่ง ที่มีประสบการณ์มากว่า 63 ปี จากความเก๋าเกม ได้ผนึกธนาคารกรุงเทพ เจาะลูกค้ากลุ่มข้าราชการ ปล่อยสินเชื่อ 2.50% นาน 3 ปี และหากเป็นลูกค้าชั้นดี ลูกค้ามีโอกาสได้รับดอกเบี้ยที่ตํ่ามากยิ่งขึ้น ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ในราคาแบบบ้านตํ่าสุด1.399 ล้านบาทเท่านั้น มองว่าเป็นราคาจับต้องได้
โดยมองว่าเป็นกลุ่มกำลังซื้อที่มั่นคง ไม่มีผลกระทบต่อรายได้ ในทางกลับกัน เงินเดือนปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี และเป็นกลุ่มที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยอย่างแท้จริงทั้งในกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและ ตามต่างจังหวัด
อย่างไรก็ตามกลยุทธ์ที่มาของแคมเปญนี้ มีแรงบันดาลใจมากจาก ช่วงเดือนตุลาคม ยอด ขายลดลงค่อนข้างมากโดยมีตัวแปรมาจาก เศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลให้มีลูกค้าชะลอการตัดสินใจตาม ขณะเดียวกัน ส่วนใหญ่ ลูกค้ามีความเปราะบาง บริษัทจึงจำเป็นต้องกระตุ้นยอดขายในช่วงไตรมาสสุดท้าย และเล็งเห็นกลุ่มกำลังซื้อข้าราชการจึงออกแคมเปญดังกล่าวขึ้นมา ซึ่งมีผลตอบรับที่ดี
“ผลการดำเนินงานในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2567 มียอดเซ็นสัญญารวมประมาณ 1,060 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันในปีก่อนราว 10% ที่อยู่ที่ 1,170 ล้านบาท”
นายมนู ตระกูลวัฒนะกิจ กรรมการผู้จัดการ ซีคอนเปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจในปัจจุบันจะยังเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยต่างๆ ทั้งจากผลกระทบด้านนโยบายภูมิรัฐศาสตร์และการเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้างโดยเฉลี่ย 5% และความไม่แน่นอนของค่าแรงขั้นตํ่า
แต่ซีคอนยังสามารถรักษาสมดุลทางการเงินและการเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งโดยปกติของธุรกิจรับสร้างบ้านส่วนใหญ่แล้วจะมีการเติบโตแบบออร์แกนิก และไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการการเข้าตลาดหลักทรัพย์

นายมนูกล่าวว่า “แคมเปญนี้เน้นส่งเสริมให้กลุ่มข้าราชการสามารถมีบ้านได้ง่ายขึ้น ด้วยแบบบ้านที่หลากหลายถึง 6 แบบ ครอบคลุมทั้งบ้านชั้นเดียวและบ้านสองชั้น ราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท ไปจนถึง 2.29 ล้านบาท พร้อมโปรโมชันดอกเบี้ยพิเศษ 2.50% สำหรับผู้จองภายในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 เท่านั้น”
โดยตั้งเป้าหมายของแคมเปญนี้อยู่ที่จำนวนหน่วยประมาณ 50 หลัง เป็นมูลค่าราว 100 ล้านบาทภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ซึ่งหากได้รับผลตอบรับดีอาจจะมีการต่อยอดต่อไปในอนาคต
นายมนู ยังเสริมว่า ผู้บริโภคยุคปัจจุบันมีพฤติกรรมเน้นความคุ้มค่าและระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ซีคอนจึงมุ่งควบคุมต้นทุนการก่อสร้างอย่างเข้มงวดผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ 1.การผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปคุณภาพสูงในโรงงานของบริษัทที่ลดการพึ่งพาวัสดุภายนอก 2.การคงราคาเดิมที่สามารถแข่งขันได้เพื่อช่วยเหลือลูกค้าท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจ และ3.การใช้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีสำหรับบ้านสั่งสร้าง ซึ่งช่วยลดต้นทุนให้ผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 13ธ.ค. “อ่อนค่า”ที่ระดับ 33.97 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทยังมีปัจจัยกดดันทั้งแรงขายสินทรัพย์ไทยที่เริ่มกลับมาเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ และเงินเยนอ่อนค่า มีโอกาสจะเห็นเงินบาทกลับมาทยอยแข็งค่าบ้าง หรือแกว่งตัว Sideways
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 13ธ.ค.2567ที่ระดับ 33.97 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ที่ระดับ 33.81 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทยเปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า การอ่อนค่าลงของเงินบาทในช่วงคืนที่ผ่านมา (ซึ่งเรายอมรับว่า สวนทางกับสิ่งที่เราประเมินไว้) อาจเริ่มชะลอลงบ้างแถวโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ เนื่องจากบรรดาผู้เล่นในตลาดอาจทยอยขายเงินดอลลาร์ในโซนดังกล่าว
นอกจากนี้ เรามองว่า เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง หากราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถรีบาวด์ขึ้นจากโซนแนวรับ 2,680 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินดอลลาร์อาจเผชิญแรงขายทำกำไรจากผู้เล่นในตลาดได้บ้าง หลังดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ปรับตัวขึ้นใกล้โซน 107 จุด และเข้าใกล้จุดสูงสุดของปีนี้
อีกทั้ง ผู้เล่นในตลาดต่างก็คาดหวังแนวโน้มเฟดชะลอการลดดอกเบี้ยในปีหน้าไปพอสมควรแล้ว ทำให้อาจมีความเสี่ยงที่ในสัปดาห์หน้า คาดการณ์แนวโน้มดอกเบี้ยเฟด (Dot Plot) ใหม่ อาจสะท้อนว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดอาจต้องปรับมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด (Repricing Fed’s rate cuts) ซึ่งอาจกดดันทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ได้
อย่างไรก็ดี ปัจจัยกดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่ายังคงมีอยู่ ทั้งแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติที่เริ่มกลับมาเพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ อีกทั้งเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ก็เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงพอสมควร ตามการปรับลดความคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ในเดือนธันวาคม
หากเงินบาทอ่อนค่าลงทะลุโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ก็อาจอ่อนค่าลงต่อทดสอบโซน 34.20-34.30 บาทต่อดอลลาร์ แต่หากเงินบาทยังไม่ได้อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านดังกล่าว เราจะยังคงประเมินว่า เงินบาทมีโอกาสกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หรืออย่างน้อยก็แกว่งตัว Sideways จากกลยุทธ์ Trend-Following
ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.90-34.10 บาท/ดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ได้เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง เข้าใกล้โซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ (กรอบการเคลื่อนไหว 33.79-34.00 บาทต่อดอลลาร์)
กดดันโดยการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ซึ่งได้แรงหนุนจากทั้งการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสชะลอการลดดอกเบี้ยในปี 2025 เหลือราว 2 ครั้ง ตามรายงานข้อมูลดัชนีราคาผู้ผลิต PPI เดือนพฤศจิกายน ที่ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาด
ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ อยู่ นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กอปรกับรายงานข่าวว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) อาจพิจารณาคงดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ได้กดดันให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่องทะลุระดับ 152.50 เยนต่อดอลลาร์
ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ก็ได้แรงหนุนบ้าง จากการอ่อนค่าลงเล็กน้อยของเงินยูโร (EUR) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) เดินหน้าลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 3.00% ตามคาด พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปี 2025 ตามภาพเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอลง
ส่วนอัตราเงินเฟ้อก็มีแนวโน้มชะลอลงเข้าสู่เป้าหมายของ ECB และนอกเหนือจากปัจจัยดังกล่าว เงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติม จากการปรับตัวลงหนักของราคาทองคำ (XAUUSD) ราว -40 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ต่างปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ การอ่อนค่าลงของเงินบาทก็ถูกชะลอลงบ้างแถวโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ตามแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วน
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกกดดันโดยแรงขายทำกำไรบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ อาทิ Alphabet -1.6%, Nvidia -1.4% ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นจากการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ประเมินว่า แม้เฟดจะเดินหน้าลดดอกเบี้ยได้ในการประชุม FOMC เดือนธันวาคมนี้ แต่ในปีหน้า เฟดก็อาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ทำให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ลดลง -0.66% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.54%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ย่อตัวลงเล็กน้อย -0.14% กดดันโดยแรงขายหุ้น Inditex -2.8% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการที่น่าผิดหวังในวันก่อนหน้า รวมถึงแรงขายหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ อาทิ Rio Tinto -1.6% ตามการปรับตัวลงของราคาแร่โลหะในช่วงนี้
ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้าง จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคฯ และหุ้นสไตล์ Growth อาทิ SAP +1.2%, Hermes +1.2% หลัง ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ลดดอกเบี้ยตามคาด พร้อมส่งสัญญาณเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ท่ามกลางแนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
ในฝั่งตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวสูงขึ้น สู่ระดับ 4.32% หลังรายงานดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ที่ออกมาสูงกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า เฟดมีโอกาสที่จะลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้ง ในปีหน้า อีกทั้งผู้เล่นในตลาดต่างคงกังวลต่อแนวโน้มการขาดดุลงบประมาณ (Budget Deficit)
อย่างไรก็ดี เราขอเน้นย้ำว่า การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในช่วงนี้ ก็ถือว่า เป็นการเคลื่อนไหวที่เข้าทางกลยุทธ์ Buy on Dip บอนด์ระยะยาวของเรา เนื่องจากเราคงประเมินว่า Risk-Reward ของผลตอบแทนรวม (Total Return) ของบอนด์ระยะยาวนั้นยังมีความน่าสนใจอยู่
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่เชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยราว 2 ครั้ง ในปีหน้า
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ตามส่วนต่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่กว้างขึ้น รวมถึงการอ่อนค่าลงเล็กน้อยของเงินยูโร (EUR) ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 107 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 106.5-107.0 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รวมถึงแรงขายทำกำไรทองคำของผู้เล่นในตลาด ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ก.พ. 2025) พลิกกลับมาปรับตัวลดลงต่อเนื่อง สู่โซน 2,700-2,710 ดอลลาร์ อีกครั้ง
สำหรับวันนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานผลสำรวจความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (BOJ Tankan Survey) ที่จัดทำโดย BOJ
และในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอังกฤษ และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE)
นอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามความชัดเจนของเป้าหมายการเติบโตเศรษฐกิจและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมจากทางการจีน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทิศทางของตลาดการเงินจีน โดยเฉพาะในส่วนของค่าเงินหยวนจีน (CNY) ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
“วิว กุลวุฒิ” พ่าย มือ 1 โลกหวิว ลุ้นเข้ารอบแมตช์สุดท้ายแบดมินตันเวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์

“วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ ชายเดี่ยวมือ 5 ของโลก สู้ได้อย่างเต็มที่สุดๆ แต่มาพลาดในช่วงท้ายเกมแพ้ ฉี ยู่ฉี มือ 1 ของโลกจากจีนไปอย่างน่าเสียดาย 1-2 เกม ต้องลุ้นเข้ารอบรองชนะเลิศ แบดมินตันเวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2024 ในแมตช์สุดท้าย
การแข่งขันแบดมินตันรายการใหญ่ส่งท้ายปี เอชเอสบีซี บีดับเบิลยูเอฟ เวิลด์ทัวร์ ไฟนอลส์ 2024 ชิงเงินรางวัลรวม 2,500,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 85,000,000 บาท ที่เมืองหางโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ธ.ค.67 ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม แมตช์ที่สอง
ประเภทชายเดี่ยว กลุ่มบี แมตช์ที่สอง “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มืออันดับ 5 ของโลก พบกับ ฉี ยู่ฉี มืออันดับ 1 ของโลกจากจีน เกมการแข่งขันในช่วงต้นเกมแรกทั้งคู่ยังหาจังหวะทำแต้มกันสนุก แต่หลังจากนั้นเกมกลับมาเป็นของ วิว กุลวุฒิ ที่จับจังหวะเกมได้แล้วค่อยๆทำแต้มออกไปเรื่อยๆจนมาปิดเกมแรกได้ก่อนที่ 21-14
เกมสอง วิว กุลวุฒิ เริ่มเกมได้ดีกว่าในช่วงต้นนำห่างถึง 6-1 จากนั้น ฉี ยู่ฉี มาเร่งเกมและบุกอย่างต่อเนื่องจนทำแต้มขึ้นนำและปิดเกมสองไปแบบสนุกที่ 21-19 ในเกมตัดสิน วิว กุลวุฒิ เป็นฝ่ายที่เริ่มต้นได้เหนือกว่าทำแต้มทิ้งห่างไปก่อน 15-8 แล้ว ฉี ยู่ฉี เน้นเกมรับที่เหนียวแน่นจน วิว กุลวุฒิ ที่เสียเองเป็นชุดใหญ่ ตามตีเสมอเป็น 15-15 แล้วเกมมาสนุกในช่วงปลายเกมผลัดกันทำแต้มอย่างดุเดือด แต่เป็นฉี ยู่ฉีที่ชิงจังหวะได้เปรียบกว่าปิดแมตช์เอาชนะไปได้ที่ 25-23 ทำให้เอาชนะไปได้ 2-1 เกม ใช้เวลาแข่งขันไป 90 นาที ส่งผลให้ วิว กุลวุฒิ แข่ง 2 แมตช์ ชนะ 1 แพ้ 1 ยังต้องเข้ารอบรองชนะเลิศในแมตช์สุดท้าย
ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th
แพทย์จุฬาฯ เผย ทำไมเวลา 4.30 ชม. จึงสำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke

จากงานแถลงข่าวการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างบริษัทเบอริงเกอร์ อินเกลไฮม์ (ไทย) จำกัด กับคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโครงการ ” Chula Stroke Academy : The Stroke Excellence สโตรค โรคหลอดเลือดสมอง รู้ เร็ว รอด” ได้มีการเปิดเผยข้อมูลว่า
โรคหลอดเลือดสมองถือเป็นภัยด้านสุขภาพใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้ามได้ และเป็นเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรของคนไทย โดยในปี 2567 (ข้อมูลจากระบบรายงานฐานข้อมูลสุขภาพ (HDC)กระทรวงสาธารณสุขปี 2567) พบว่าในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมองไปแล้วกว่า 39,086 ราย และมียอดผู้ป่วยสะสมราว 358,062 ราย
จากการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของการดูแลและรักษาโรคหลอดเลือดสมอง (Advance Stroke care in Thailand) มีรายละเอียดเกี่ยวกับการรักษาโรคหลอดเลือดสมองคือเป็นโรคที่ “รู้ เร็ว รอด” ดังนั้นผู้ป่วยต้องได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ฉับไว เฉียบพลันภายในเวลา 4.30 ชม.

ทำไมต้องภายในเวลา 4.30 ชม.? และเริ่มนับจากเวลาใด ต่อประเด็นนี้อ.นพ.วสันต์ อัครธนวัฒน์ แพทย์สาขาประสาทวิทยา ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านโรคหลอดเลือดสมองแบบครบวงจร แห่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ได้มีการเปิดเผยว่า
“การรักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองจะต้องแข่งขันกับเวลา โดยหากพบว่ามีความผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเช่น “พูดลำบาก ปากตก ยกแขนขาไม่ขึ้น” ต้องรีบนำส่งแพทย์ภายในเวลา 4.30 ชม.เพื่อเข้าสู่การรักษา Stroke Fast Track โดยจะต้องมีการให้ยาละลายลิ่มเลือดภายในเวลา 4.30 ชม. โดยนับตั้งแต่นาทีแรกที่ผู้ป่วยมีอาการ จนถึงเวลาที่แพทย์ทำการรักษา
สำหรับใครที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วมีอาการบ่งชี้ดังที่กล่าวมาให้นับตั้งแต่เวลาเข้านอนเป็นชั่วโมงเริ่มต้น เนื่องจากในระหว่างนอนเราไม่สามารถทราบได้ชัดเจนว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อไร สาเหตุที่เวลาเป็นสิ่งสำคัญเพราะเวลาเป็นตัวกำหนดวิธีการรักษา”
โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่สามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกวัยต้องได้รับการรักษาที่รวดเร็ว ฉับไว เฉียบพลัน หากไม่ได้รับการรักษาภายในเวลาอันรวดเร็วเนื้อสมองจะตายไปทุกๆ วินาทีที่ผ่านไป ดังนั้นถ้าเรารักษาช้าจะพิการเหลืออยู่เยอะ หรือเสียชีวิต แต่ถ้าเรารักษาเร็วคนไข้ก็จะรอดชีวิต หรือกลับมาเป็นปกติได้เลย
สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมองมีดังนี้
-เป็นโรคเบาหวาน
-เป็นโรคความดันโลหิตสูง
-เป็นโรคไขมันในเลือดสูง
-หัวใจเต้นผิดจังหวะ
หากเป็นโรคเหล่านี้ก็มีโอกาสเสี่ยงที่ในอนาคตจะเป็นโรคหลอดเลือดสมอง
ดังนั้นหากสังเกตตนเอง หรือคนใกล้ตัวแล้วพบอาการบ่งชี้สำคัญต่างๆ เช่น “พูดลำบาก ปากตก ยกแขนขาไม่ขึ้น” ให้รีบไปพบแพทย์หรือนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด รวมถึงสามารถติดต่อสายด่วนป่วยฉุกเเฉิน 1669 ได้
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
30 สำนวนภาษาอังกฤษ คำสแลง ใช้ในชีวิตประจำวัน

30 สำนวนภาษาอังกฤษ ใช้ในชีวิตประจำวัน
“สำนวนภาษาอังกฤษ คำสแลง วลีภาษาอังกฤษที่วัยรุ่นมักชอบใช้กัน พร้อมความหมายและคำแปลภาษาไทย”
สำนวนภาษาอังกฤษ (Idioms)
สำนวนภาษาอังกฤษ (Idioms) คือ ประโยคหรือคำศัพท์ ที่มีความหมายไม่ตรงตัว หรือแปลตรงตัวไม่ได้ เปรียบเทียบคล้ายๆ กับสำนวนสุภาษิตของไทย ในการใช้สำนวนภาษาอังกฤษนี้ ทำให้เราพูดเหมือนเจ้าของภาษา และสามารถนำไปใช้สื่อสารในชีวิตประจำวันได้
สำนวนภาษาอังกฤษ ในชีวิตประจำวัน (English Phrases for Everyday Use)
สำนวนภาษาอังกฤษ คำสแลง ใช้ในชีวิตประจำวัน มีอะไรบ้างมาดูกันเลย
1. Twenty-four Seven “ตลอดเวลา หรือ ไม่มีวันหยุด”
“Twenty-four Seven” เนื่องจากหนึ่งวันมี 24 ชั่วโมง และหนึ่งอาทิตย์ก็มี 7 วัน สำนวนนี้จึงมีความหมายว่า “ตลอดเวลา ทุกๆนาทีของทุกๆวัน”
2. Get the ball rolling. “เริ่มต้น เริ่มดำเนินการ”
“Get the ball rolling” ความหมายของสำนวนภาษาอังกฤษนี้ ก็คือ เริ่มทำอะไรสักอย่าง แค่จำไว้ว่า “Let’s get the ball rolling” ความหมายเหมือนกับ Let’s start now เราเริ่มกันเถอะ
3. Take it easy. “ทำตัวสบาย ๆ”
“Take it easy” ถ้ามีคนพูดกับคุณว่า “I don’t have any plans this weekend. I think I’ll take it easy.” ความหมายของสำนวนนี้ก็คือ ทำตัวสบาย ๆ “ผ่อนคลาย” หรือ “พักผ่อน” ค่ะ สำนวนนี้ก็เข้าใจง่ายเหมือนกันค่ะ “I’m going to take it easy.” ความหมายก็คือ “I’m going to relax. ฉันจะพักผ่อนสักหน่อย”
4. Sleep on it. “คิดทบทวน พิจารณาอย่างหนัก”
“Sleep on it” ถ้ามีคนๆหนึ่งพูดว่า “I’ll sleep on it.” ความหมายของเขาก็คือ “ฉันขอใช้เวลาในการตัดสินใจสักหน่อย” เพราะฉะนั้น ถ้ามีคนพูดกับคุณว่า “I’ll get back to you tomorrow. I have to sleep on it.” ความหมายของเขาก็คือ “ฉันขอเวลาตัดสินใจสักหน่อย แล้วจะบอกคำตอบพรุ่งนี้” เพราะฉะนั้น “Sleep on it คือ ขอเวลาตัดสินใจ แล้วจะบอกคำตอบทีหลัง”
5. I’m broke. “ฉันไม่มีเงินเลย ถังแตก”
“I’m broke.” อันนี้ได้ยินบ่อยมากๆเลยค่ะ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่า ในร่างกายไม่ได้มีส่วนหนึ่งส่วนใดเสียหรือใช้การไม่ได้ แต่ความหมายจริงๆ ของสำนวนนี้ ก็คือ “ฉันไม่มีเงินเลย” หรือ “ถังแตก” นั่นเองค่ะ
“I’m broke.” เท่ากับ “I have no money ฉันไม่มีเงินเลย” สำนวนนี้ใช้กันมาก และได้ยินกันบ่อยๆค่ะ
6. Sharp. “ตรง (เวลา)”
“Sharp” ใช้กับเวลา ยกตัวอย่างเช่น “The meeting is at 7 o’clock sharp!” ความหมายก็คือ “การประชุมจะเริ่มตอนเจ็ดโมงเป๊ะ” เวลามีคนใช้คำว่า “Sharp” ตามหลังเวลาพูดกับคุณ ความหมายก็คือเขาต้องการย้ำเวลานั้นๆ และบอกคุณว่า “อย่ามาสายนะ”
7. Like the back of my hand “รู้เรื่องดี คุ้นเคยดี ราวกับหลังมือของเราเอง”
“Like the back of my hand” ความหมายคือ “the back of my hand หรือ หลังมือของตัวเอง” เป็นสิ่งที่ตัวเองต้องคุ้นเคยเป็นอย่างดี คุณรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับหลังมือคุณ คุณเห็นอยู่ทุกวัน
เพราะฉะนั้นถ้าฉันพูดว่า “I know this city like the back of my hand.” ความหมายก็คือ “ฉันรู้จักเมืองนี้ดีมากๆ ฉันคุ้นเคยกับเมืองนี้” สำนวนนี้ก็ใช้กันบ่อยมาก
เราอาจปรับเปลี่ยนใช้สำนวนนี้ได้ว่า “He knows this city like the back of ‘his’ hand” ก็ได้นะคะ ความหมายก็จะยังเหมือนกัน ก็คือ “รู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งดี หรือ คุ้นเคยเป็นอย่างดี” ค่ะ
8. Give me a hand. “ช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
“Give me a hand.” ถ้ามีคนพูดกับคุณว่า “Do you want to give me a hand?” เขาหมายความว่า “Do you want to help me?” สมมุติว่ามีคนๆ หนึ่งถือของมา แล้วเขาพูดว่า “Would you give me a hand?” เขาไม่ได้ขอมือคุณเฉยๆ นะ เขากำลังขอให้คุณช่วยเขาหน่อยค่ะ “Would you give me a hand?” คือ “Would you help me? คุณช่วยฉันหน่อยได้ไหม”
9. In ages. “เป็นเวลานาน”
“In ages” ยกตัวอย่างเช่นใช้ในประโยคว่า “I haven’t seen him in ages” ความหมายของ “in ages” ก็คือ “for a long time “เป็นเวลานานมาก” นั่นเองค่ะ เพราะฉะนั้น “I haven’t seen him in ages” ก็เท่ากับ “I haven’t seen him for a long time ฉันไม่ได้เจอเขามานานมากแล้ว” จำไว้นะคะ “in ages” แปลว่า “เป็นเวลานานมาก”
10. Sick and tired. “ไม่ชอบ”
“Sick and tired” สำนวนนี้แปลได้ว่า “ไม่ชอบ หรือ เกลียด” ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณพูดว่า “I’m sick and tired of doing homework.” ความหมายก็คือ “ฉันไม่อยากทำการบ้านแล้ว ฉันไม่ชอบทำการบ้านเลย”
11. Behind one’s back. “พูดลับหลัง”
“behind one’s back” แปลว่า พูดหรือกระทำโดยอีกคนหนึ่งไม่รู้ตัว หรือ พูดลับหลัง ตัวอย่างเช่น Pete loves to gossip Jay behind his back. (พีทชอบที่จะนินทาเจลับหลัง โดยเขาไม่รู้ตัว)
12. Turn one’s back on. “ไม่สนใจ, ทอดทิ้ง”
“turn one’s back on” แปลว่า ไม่สนใจ ไม่ช่วยเหลือ ทอดทิ้ง ตัวอย่างเช่น John never turn his back on his girlfriend when she needs help. (จอห์นไม่เคยไม่เคยทอดทิ้งเฉยเมยต่อแฟนสาวของเขา เมื่อเธอต้องการความช่วยเหลือ)
13. Get back at. “แก้แค้น”
“get back at” แปลว่า แก้แค้น แก้เผ็ด เอาคืน ตัวอย่างเช่น If it takes me 10 years I will get back at him. (ถึงแม้จะต้องเสียเวลาสัก 10 ปี ผมก็จะต้องแก้แค้นมัน)
14. Hold something back “ซ่อน, ไม่เปิดเผย”
“hold something back” แปลว่า ซ่อน ไม่เปิดเผย ไม่เต็มใจเปิดเผย ตัวอย่างเช่น I could tell from his nervousness that he was holding back something. (ฉันสามารถจะบอกจากอาการตื่นเต้นของเขาได้ว่า เขากำลังปิดบังอะไรบางอย่าง)
15. Be my guest. “ตามสบายเลย”
“be my guest” แปลว่า พูดหรือทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเกรงใจกัน
16. Be oneself. “เป็นปกติธรรมดา”
“You haven’t been yourself lately. Is anything wrong?” (เธอดูเหมือนมีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ มีอะไรรึเปล่า)
17. Be tired of. “รำคาญ, เบื่อ”
เช่น I was tired of working for other people, so now I’m self-employed. (ผมเบื่อที่เป็นลูกจ้าง ขณะนี้ได้ออกมาทำกิจการของตนเองแล้ว)
18. Beyond hope “ไม่มีโอกาสที่จะดีขึ้น”
ตัวอย่างเช่น Everyone has tired to help him with his drink problem, but I think he is beyond hope. (ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเขาได้พยายามทุกวิถีทางที่จะช่วยให้เขาพ้นจากปัญหาดื่มเหล้า แต่ฉันว่าไร้ประโยชน์)
19. Big-headed “หยิ่งยะโส”
ตัวอย่างเช่น “Here she comes! she always boasts about her success. I don’t know why she’s so big-headed.” (นี่ไงล่ะ คนที่ชอบคุยโวว่าตัวเองเก่ง ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงชอบอวดตัวเองนัก)
20. A great deal. “จำนวนมาก”
ตัวอย่างเช่น We’ve heard a great deal about you. (พวกเราได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคุณมากมาย)
21. After all. “อย่างไรก็ตาม”
ตัวอย่างเช่น But after all, they are our children. (แต่อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นลูกๆ ของเรานะ)
22. After one’s own heart “ได้ดังใจ, สมใจ, ถูกใจจริงๆ”
ตัวอย่างเช่น I love you, boy. You are always a child after my own heart. (พ่อรักลูกนะ ลูกเป็นลูกที่สมใจพ่อเสมอ)
23. All over the place. “ทั่วทุกที่”
“All over the place” แปลว่า ทั่วทุกที่ ทุกหนทุกแห่ง กระจัดกระจาย เกลื่อน ตัวอย่างเช่น Your books are all over the place. (หนังสือของคุณวางอยู่ทั่วไปหมด)
24. Around the corner “อยู่ใกล้ๆ”
“Around the corner” แปลว่า อยู่ใกล้ๆ อยู่ไม่ไกล ใกล้เข้ามาแล้ว ตัวอย่างเช่น The examination is right around the corner. (การสอบใกล้เข้ามาเต็มทีแล้ว)
25. As a matter of fact. “อันที่จริง”
“As a matter of fact” แปลว่า อันที่จริง ตามที่จริง จริงๆ แล้วตัวอย่างเช่น As a matter of fact, l don’t like them either. (อันที่จริงแล้วฉันก็ไม่ชอบพวกเขาเหมือนกัน)
26. As far as I am concerned. “ตามความเห็นของฉัน”
“As far as I am concerned” แปลว่า ตามความเห็นของฉัน ตามความคิดฉัน เท่าที่ทราบ ตัวอย่างเช่น As far as I am concerned, he should get fired. (ตามความเห็นฉันนะ เขาควรจะถูกไล่ออก)
27. Watch your mouth. “ระวังคำพูด”
“Watch your mouth” แปลว่า ระวังปาก ระวังคำพูด มีความหมายเดียวกับ Watch your tongue
28. Let the cat out of the bag. “หลุดปากเผยความลับออกมา”
ตัวอย่างเช่น “I let the cat out of the bag about their wedding plans.”
29. To feel under the weather. “ไม่สบาย ป่วย”
ตัวอย่างประโยค “I’m really feeling under the weather today; I have a terrible cold.”
30. Jack of all trades. “รู้ทุกเรื่อง แต่ไม่เก่งจริงสักอย่าง”
ตัวอย่างประโยค “A jack of all trades,master of none.” แปลว่า รู้ไปหมด แต่ไม่เก่งสักอย่าง
31. Bear with me. “ การบอกให้ใครสักคน อดทนกับคุณ”
ตัวอย่างประโยค “Please bear with me, our computer system is running very slowly today.” แปลว่า อดทนหน่อยนะ วันนี้ระบบคอมพิวเตอร์ของเราทำงานช้ามาก
สำนวนภาษาอังกฤษ ใช้บ่อยในชีวิตประจำวัน ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน
(Daily Routines Idioms and Phrases)
Crash a Party “แขกไม่ได้รับเชิญ”
“Let’s go out and crash a party. There are dozens of parties tonight, and nobody will be keeping track of guest lists.”
Hit the Books “อ่านหนังสือสอบ”
“OK, I’ll come to the party Friday. But Saturday it’ll be time to hit the books.”
In Touch “ติดต่อ, ไปมาหาสู่”
“I’ll be out of town this weekend, but I’ll be in touch when I get back Sunday night.”
On a Roll “ทำสำเร็จ อย่างต่อเนื่อง”
“I’m on a roll! I got a top score on my exam, I got a new job, and I have a date with a great guy on Saturday.”
Play With Fire “ทำเรื่องเสี่ยงอันตราย”
“You’re playing with fire if you keep driving that car-the floor under the seat is almost completely rusted out.”
Ring a Bell “เหมือนเคยได้ยิน”
“The name Susan Thompson rings a bell. I think she worked here-let me look it up.”
Spin A Yarn “พูดพล่าม”
“Sophia spun a long yarn about missing the bus, getting caught in traffic, and having to visit a sick friend, but I think she just overslept.”
Trip the Light Fantastic “การเต้นรำ”
“ She’s our flat mate. We take the mickey out of her all the time, but we love her.”
ขอบคุณข้อมูลจาก edufirstschool.com
ยุค AI ครองเมือง Coursera เผยคนไทยลงทะเบียนเรียน Gen AI เพิ่ม 330%

Coursera เจาะเทรนด์ผู้เรียนไทยพุ่งทะยานสู่ยุค AI ด้วยยอดเรียน Gen AI เพิ่มขึ้น 330% ในปี 67 ทักษะพื้นฐานดิจิทัลมาแรง! 60% ของหลักสูตรยอดนิยมได้รับการบูรณาการเข้ากับหลักสูตรระดับไมโครที่เป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรม
Coursera, Inc. (NYSE: COUR), แพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ระดับโลก เปิดเผยแนวโน้มผู้เรียนของประเทศไทย อ้างอิงจากข้อมูลเชิงลึกจากผู้ลงทะเบียนกว่า 1 ล้านคนในปีนี้ โดยพบว่า ประเทศไทยมีจำนวนผู้เรียนเพิ่มขึ้น 20% จากกลุ่มผู้เรียนทั้งหมดใน Coursera ซึ่งตอกย้ำถึงเป้าหมายและความมุ่งมั่นของคนไทยในการพัฒนาทักษะและรักษาความสามารถการแข่งขันในตลาดแรงงานโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

โดยแนวโน้มสำคัญสองประการเกิดที่ขึ้นในปี 2024 ได้แก่ ความต้องการการเรียนรู้ Generative AI (Gen AI) ที่ไม่เคยมีมาก่อน และความต้องการเนื้อหาเฉพาะบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานที่อาศัยความรู้เฉพาะด้าน
ข้อมูลจากรายงาน Work Trend Index 2024 ของ Microsoft เผยว่าทักษะสำคัญที่ผู้บริหารชาวไทยใช้พิจารณาในการจ้างงานคือ ทักษะด้าน AI โดยผู้บริหาร 74% ระบุว่าจะไม่จ้างผู้สมัครที่ไม่มีทักษะด้าน AI และ 90% ระบุว่าต้องการผู้สมัครที่มีประสบการณ์การทำงานน้อยแต่มีทักษะด้าน AI มากกว่าผู้สมัครที่มีประสบการณ์การทำงานมากกว่า แต่ไม่มีทักษะดังกล่าว การเปลี่ยนแปลงนี้ยังสะท้อนผ่านจำนวนผู้เรียนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยในปี 2024 มีผู้สมัครเข้าเรียนเนื้อหาเกี่ยวกับ Gen AI บน Coursera ทุก ๆ 2 นาที ตอกย้ำความสำคัญของทักษะ AI ที่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับทุกอาชีพในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

ความสนใจในการเรียนรู้เกี่ยวกับ Gen AI ที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทยสะท้อนถึงแนวโน้มทั่วโลกและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ในปี 2567 Coursera มีจำนวนผู้ลงทะเบียนเรียน Gen AI เพิ่มขึ้น 330% โดยได้รับการผลักดันจากหลักสูตรต่าง ๆ เช่น Google AI Essentials, Generative AI for Everyone และ Generative AI: Introduction and Applications แม้ว่าหลักสูตร GenAI ขั้นพื้นฐานยังคงได้รับความนิยม แต่ได้เริ่มมีการเปลี่ยนไปให้ความสำคัญที่การนำ Gen AI ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานมากยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีนี้ในการทำงานจริง
นอกเหนือจาก AI แล้ว ผู้เรียนชาวไทยยังแสวงหาทักษะในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ธุรกิจ การวิเคราะห์ข้อมูล การบริหารจัดการโครงการ และการเรียนภาษา คอร์สยอดนิยมอย่างเช่น Chinese for Beginners และ Introduction to Psychology แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญทั้งในด้านการพัฒนาตนเองและการพัฒนาในสายอาชีพ นอกจากนี้ ประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับเริ่มต้นก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น ซึ่งจุดเด่นของประกาศนียบัตรนี้คือไม่จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์หรือวุฒิการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในการสมัครเรียน และยังได้รับการรับรองจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ โดย 60% ของคอร์สยอดนิยม เช่น Foundations: Data, Data, Everywhere และ Foundations of Project Management เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมเหล่านี้
นายรากาฟ กุปตา กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ Coursera กล่าวว่าผู้เรียนชาวไทยหันมาให้ความสำคัญกับอนาคตของการทำงานในปี 2567 โดยมุ่งเน้นพัฒนาทักษะด้าน Gen AI และทักษะสำคัญที่สอดคล้องกับงานที่ทำ เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดแรงงานที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยความก้าวหน้าของผู้เรียนชาวไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจาก Gen AI แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว และแรงผลักดันที่จะเป็นผู้นำในเวทีระดับโลก
“ในปี 2568 เราคาดว่าการแข่งขันทางความรู้ด้าน AI ระดับโลกจะสูงขึ้นอีก โดยเรายังคงมุ่งมั่นที่จะเสริมศักยภาพผู้เรียนชาวไทยผ่านการศึกษาที่เข้าถึงได้ง่าย และการนำเสนอเสนอประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างไปจากเดิม เพื่อช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI”
10 อันดับคอร์สยอดนิยมของประเทศไทยในปี 2567 | |
1 | Chinese for Beginners by Peking University |
2 | Google AI Essentials by GoogleGenerative AI for Everyone by DeepLearning.AI |
3 | Introduction to Psychology by Yale University |
4 | Foundations: Data, Data, Everywhere by Google |
5 | Generative AI for Everyone by DeepLearning.AIFoundations of Cybersecurity by Google |
6 | Foundations of Project Management by Google |
7 | Foundations of Digital Marketing and e-commerce by Google |
8 | Foundations of User Experience (UX) Design by Google |
9 | Technical Support Fundamentals by Google |
10 | Ask questions to make data-driven decisions by Google |
10 อันดับคอร์ส GenAI ยอดนิยมของประเทศไทยในปี 2567 | |
Google AI Essentials by Google | |
Generative AI for everyone by DeepLearning.AI | |
Introduction to Generative AI by Google Cloud | |
Prompt Engineering for ChatGPT by Vanderbilt University | |
Introduction to Vertex AI Studio by Google Cloud | |
Generative AI: Introduction and Applications by IBM | |
Generative AI with Large Language Models by Amazon Web Services and DeepLearning.AI | |
ChatGPT Prompt Engineering for Developers by DeepLearning.AI | |
Generative AI: Prompt Engineering Basics by IBM | |
GenAI in Data Analytics by Meta |
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
10 คู่อาหารสุดแปลก ทานด้วยกันแล้วอร่อยแบบคาดไม่ถึง

เชื่อไหมว่าบางคนชอบทานอาหารคู่แปลกๆ ที่อาจไม่คุ้นเคย ลองนึกภาพแอปเปิ้ลสไลซ์ทานคู่กับชีส หรือช็อกโกแลตทาเนยถั่วลิสง หลายคนอาจร้องยี้ แต่เชื่อเถอะว่ายังมีการจับคู่ที่แปลกกว่านี้อีกเยอะ แม้ว่าบางคู่จะดูขัดแย้งกัน เช่น อาหารคาวกับหวาน แต่เชื่อเถอะว่าบางคู่ก็อร่อยลงตัว ลองเปิดใจและพร้อมสำหรับการผจญภัยทางรสชาติ นี่คือตัวอย่างอาหารคู่แปลกๆ ที่หลายคนโปรดปราน
10 คู่อาหารสุดแปลก แต่ทานด้วยกันแล้วอร่อย
1.ไอศกรีมกับเฟรนซ์ฟราย
เชื่อไหมว่าหลายคนชอบทานเฟรนช์ฟรายส์คู่กับไอศกรีม ฟังดูแปลก แต่นี่คือการผสมผสานรสชาติเค็ม หวาน ร้อน และเย็น เข้าไว้ด้วยกัน ลองนึกภาพความร้อนของเฟรนช์ฟรายส์ที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ จิ้มกับไอศกรีมเย็นๆ เค็ม หวาน ลงตัวสุดๆ ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนแรกที่ลองทานคู่กัน แต่ต้องขอบคุณพวกเขาจริงๆ
2.อะโวคาโดกับช็อกโกแลต
หลายคนอาจไม่เคยลองทานอะโวคาโดคู่กับช็อกโกแลต ฟังดูแปลก แต่เชื่อเถอะว่าอร่อยลงตัวสุดๆ เนื้ออะโวคาโดมีสัมผัสครีมมี่ คล้ายเนย เข้ากันได้ดีกับช็อกโกแลต มีหลายสูตรให้เลือกลอง เริ่มต้นด้วยเมนูง่ายๆ อย่าง “อะโวคาโดและช็อกโกแลตมิลค์เชค” ผสมผงโกโก้และอะโวคาโด ¼ ลูก ปั่นรวมกันจนเนื้อเนียน
3.สตรอเบอร์รี่กับน้ำส้มสายชูบัลซามิก
เชื่อหรือไม่ว่า สตรอเบอร์รี่และน้ำส้มสายชูบัลซามิก เป็นคู่หูอมตะจากอิตาลีที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัวน้ำส้มสายชูบัลซามิกมีรสเปรี้ยวอมหวาน ช่วยเสริมรสชาติให้สตรอเบอร์รี่หวานฉ่ำยิ่งขึ้น
4.แอปเปิ้ลพายกับชีส
หลายคนคงเคยทานแอปเปิ้ลสดคู่กับชีส ฟังดูแปลก แต่นี่คือการผสมผสานรสชาติที่ลงตัวสุดๆ และแล้ว ความคิดสร้างสรรค์ก็เกิดขึ้น! แอปเปิ้ลพายกับชีส คู่หูที่อร่อยไม่แพ้กันจากข้อมูลของ Atlas Obscura ประเพณีการใส่ชีสในแอปเปิ้ลพายมีต้นกำเนิดมาจากประเทศอังกฤษ และสืบทอดมายาวนานหลายศตวรรษ ปัจจุบัน แอปเปิ้ลพายโรยชีสเชดดาร์เป็นที่นิยมในแหล่งผลิตนมของสหรัฐอเมริกา เช่น ภูมิภาคตะวันตกกลางและนิวอิงแลนด์
5.ช็อกโกแลตกับมันฝรั่งทอด
หากคุณเคยเท M&Ms หนึ่งกล่องลงในป๊อปคอร์นที่โรงภาพยนตร์ เช่นกันกับการผสมผสานระหว่างรสเค็มและหวานนั้นอร่อยมาก มีเหตุผลหลายประการที่มันฝรั่งทอดเคลือบช็อคโกแลตเป็นสิ่งที่สำคัญ Lay’s เปิดตัวมันฝรั่งทอดเคลือบช็อคโกแลตครั้งแรกในปี 2013
6.กล้วยหอม เนยถั่ว และเบคอน
แซนด์วิชกล้วยหอม เนยถั่ว และเบคอน เป็นอาหารที่หลายคนอาจไม่เคยลอง ฟังดูแปลก แต่เชื่อเถอะว่าอร่อยลงตัวสุดๆ ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าแซนด์วิชนี้มีต้นกำเนิดมาจากไหน แต่หลายคนเชื่อกันว่า Elvis Presley เป็นผู้ริเริ่มทานคู่กับเนยถั่ว
7.บลูเบอร์รี่กับสเต็ก
คุณจะพบสูตรอาหารมากมายสำหรับซอสที่ทำจากบลูเบอร์รี่เพื่อเพิ่มลงในเนื้อของคุณ ผลไม้มีรสหวานแต่ไม่หวานเกินไป และไม่บดบังรสชาติของเนื้อสัตว์ หากการทำซอสสเต็กของคุณดูซับซ้อนเกินไป ให้เริ่มด้วยสลัดสเต็กบลูเบอร์รี่
8.แตงโมกับเกลือ
หลายคนอาจไม่เคยลองทานแตงโมกับเกลือ ฟังดูแปลก แต่นี่คือการผสมผสานรสชาติหวานเค็ม ที่อร่อยลงตัวสุดๆ เพราะเกลือช่วยดึงรสหวานธรรมชาติของแตงโมออกมาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับแตงโม
9.สตรอเบอร์รี่กับใบโหระพา
หากคุณเปิดใจกับความเป็นไปได้ที่จะผสมสตรอเบอร์รี่กับน้ำส้มสายชูบัลซามิก สตรอเบอร์รี่และโหระพาก็ได้เช่นกัน ไม่ว่าคุณจะอยากลองใส่ผลไม้แช่อิ่มใบโหระพาสตรอเบอร์รี่ไว้โรยหน้าของหวาน หรือจะลองโยเกิร์ตแช่แข็งใส่ใบโหระพา และสตรอเบอร์รี่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งสองก็เข้ากันได้ดี
10.งาขาวกับช็อกโกแลต
หลายคนอาจคุ้นเคยกับงาขาวในเมนูอาหารจีน หรือขนมปังจาก McDonald’s แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่างาขาวสามารถนำมาจับคู่กับช็อกโกแลตได้อย่างลงตัว งาขาวนั้นทั้งหอมและมัน ส่วนช็อกโกแลตมีรสหวานมัน
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 12/12/2567
ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
---|---|---|---|
ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 43,150.00 | 43,250.00 |
ทองรูปพรรณ 96.5% | 2,795.00 | 42,372.20 | 43,750.00 |
ทองรูปพรรณ 90% | 2,515.50 | 38,134.98 | n/a |
ทองรูปพรรณ 80% | 2,236.00 | 33,897.76 | n/a |
ทองรูปพรรณ 50% | 1,258.00 | 19,071.28 | n/a |
ทองรูปพรรณ 40% | 978.00 | 14,826.48 | n/a |
ทองรูปพรรณ 99.99% | 2,896.00 | 43,903.36 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 12/12/2567
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | เอสโซ่ | คาลเท็กซ์ | ![]() ไออาร์พีซี | พีที | ![]() ซัสโก้ | ![]() เพียว | ![]() พรุ่งนี้ | |
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
แก๊สโซฮอล์ 95 | 36.15 | 36.15 | 36.65 | 36.15 | 36.15 | 36.15 | 36.15 | 36.15 | 36.15 | 36.15 |
แก๊สโซฮอล์ 91 | 35.78 | 35.78 | 36.28 | 35.78 | 35.78 | 35.78 | 35.78 | 35.78 | 35.78 | 35.78 |
แก๊สโซฮอล์ E20 | 34.04 | 34.04 | 34.54 | 34.04 | 34.04 | – | 34.04 | 34.04 | 34.04 | 34.04 |
แก๊สโซฮอล์ E85 | 33.79 | 33.79 | – | – | – | – | – | – | – | 33.79 |
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 44.74 | 49.84 | 49.84 | 49.84 | – | – | – | – | – | 44.74 |
เบนซิน 95 | 44.44 | – | – | – | 49.81 | – | 44.94 | 44.59 | – | 44.44 |
ดีเซล | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 31.94 | 32.94 | 32.94 |
ดีเซลพรีเมี่ยม | 44.94 | 47.14 | 49.84 | 47.14 | 47.14 | – | – | – | – | 44.94 |
แก๊ส NGV | 17.90 | 17.90 | – | – | – | – | – | – | – | 17.90 |