สาระน่ารู้ประจำวันที่ 19 มกราคม 2569

บีทีเอส เปิดตัวคอนโด’บ้านชาวไทย’ ผนึกธอส. ช่วยคนเข้าถึงที่อยู่อาศัย วันนี้( 19 ม.ค.69)

  • บีทีเอส กรุ๊ป ร่วมมือกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยได้ง่ายขึ้น
  • โครงการจะพัฒนาคอนโดมิเนียมราคาเริ่มต้น 1 ล้านกว่าบาท รวม 10,000 ยูนิต ใน 3 ทำเลศักยภาพ ได้แก่ ศรีนครินทร์, ปทุมธานี และธนาซิตี้
  • ธอส. จะสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษสำหรับผู้ซื้อโครงการ โดยไม่ต้องวางเงินดาวน์ และสามารถผ่อนชำระในระยะยาวได้

สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมาอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภค กลายเป็นความท้าทายที่สร้างแรงกดดันให้กับตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย ท่ามกลางความต้องการที่อยู่อาศัยที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง ขณะที่สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ  ภาครัฐที่เคยสร้างความหวังเพื่อให้ประชาชนคนไทยมีบ้านอยู่อาศัยเป็นของตนเองแต่พอเอาเข้าจริงพวกเขาเหล่านั้นไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตามความฝันและความหวังยังมีเมื่อ   บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือBTS ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายแรกของเมืองไทย มีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยภายใต้แบรนด์”บ้านชาวไทย” เป้าหมาย3 ทำเลเพื่อรองรับคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มต้นทำงาน เป็นบ้านหลังแรก

ได้แก่ ทำเลปทุมธานี(ตลาดไท) ศรีนครินทร์ (ศรีเอี่ยม)แนวรถไฟฟ้าสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง และ ธนาชิตี้(สมุทรปราการ) เป้าหมายรวมประมาณ10,000หน่วย ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมในราคาจับต้องได้ 1ล้านกว่าบาทต่อหน่วย 

โดยเฟสแรก เริ่มต้นพัฒนาที่ทำเลศรีนครินทร์ บนที่ดิน40ไร่เศษประมาณ4,000หน่วย เริ่มต้น 1 ล้านกว่า ๆ มีให้เลือกทั้ง 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ขนาดเริ่มต้น 30 ตารางเมตรซึ่งเป็นห้องแบบ Fully furnished

ที่เป็นไฮไลต์ BTS ร่วมกับธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับผู้จองโครงการสามารถเข้าอยู่ได้เลยโดยไม่มีเงินดาวน์ และสามารถผ่อนได้ในระยะยาว  ด้านความคืบหน้าล่าสุดโครงการบ้านชาวไทย ทำเลศรีนครินทร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ)

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริษัทBTS ระบุว่า  มีแนวคิดจะลงทุนพัฒนาโครงการเพื่อรองรับกลุ่มคนรุ่นใหม่และวัยทำงานที่ยังไม่มีบ้านหลังแรก เนื่องจากการขอสินเชื่อที่ค่อนข้างลำบากโดย เปรียบเทียบ คือ “คุณอยากได้ มากกว่า ผมอยากขาย “

นายคีรีย้ำว่า  โครงการบ้านชาวไทย ต้องการสนับสนุน ประชาชน และสังคม จริงๆ แม้ปัจจัยแวดล้อม เศรษฐกิจ จะเปลี่ยนไปอย่างไร คน ก็อยากมีที่อยู่อาศัย  โดยวันนี้ (วันที่ 19 มกราคม 2569)  BTS ได้จัดแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและเพื่อการอยู่อาศัย อย่างเป็นทางการ รวมทั้งวางแผนพัฒนาโครงการในทำเลอื่นต่อไป เพราะมองว่า3ทำเลดังกล่าว เป็นทำเลที่มีศักยภาพ มีดีมานด์อย่างต่อเนื่องและราคาผู้บริโภคเข้าถึงได้ทั้งที่อยู่อาศัยและสินเชื่อ

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


เจาะ3ทำเลทองเมืองขยาย ปทุมธานี(ตลาดไท) -ศรีนครินทร์ /บางนา-ตราด ดีมานด์ที่อยู่อาศัยยังดี

  • ทำเลปทุมธานี (โซนตลาดไท) มีความต้องการที่อยู่อาศัยแข็งแกร่งจากกลุ่มแรงงานและธุรกิจค้าส่งขนาดใหญ่ เน้นบ้านแนวราบราคาเข้าถึงง่ายเพื่อการอยู่อาศัยจริง
  • ทำเลศรีนครินทร์เติบโตจากโครงข่ายรถไฟฟ้าหลายสาย ดึงดูดกลุ่มคนทำงานและครอบครัวในเมือง โดยมีความต้องการหลักเป็นคอนโดใกล้รถไฟฟ้าและบ้านระดับกลางถึงบน
  • ทำเลบางนา-ตราด เป็นประตูเศรษฐกิจฝั่งตะวันออกที่เชื่อมต่อ EEC และสนามบิน รองรับดีมานด์จากกลุ่มผู้บริหาร พนักงานระดับสูง และชาวต่างชาติสำหรับบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียมและคอนโด

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังผันผวน ตลาดที่อยู่อาศัยไม่ได้ชะลอทุกทำเลยังมีบางพื้นที่ที่ “ดีมานด์จริง” ขับเคลื่อนตลาดต่อเนื่อง จากการเติบโตของงาน โครงสร้างพื้นฐาน และการใช้ชีวิตที่ครบจบในพื้นที่เดียว

ปทุมธานี – โซนตลาดไท

ทำเลศูนย์กลางโลจิสติกส์และค้าส่งอาหารที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีแรงงาน ผู้ค้าส่ง และธุรกิจเกี่ยวเนื่องหมุนเวียนตลอดปีความต้องการที่อยู่อาศัยเน้น “อยู่อาศัยจริง” ราคาเข้าถึงได้ทาวน์โฮม บ้านแฝด และบ้านเดี่ยวระดับกลางยังขายได้ดีเชื่อมต่อถนนพหลโยธิน วงแหวน และใกล้รถไฟฟ้าสายสีแดงในอนาคตเหมาะทั้งอยู่อาศัยและปล่อยเช่าแบบระยะยาว

ศรีนครินทร์

ทำเลเมืองชั้นใน-ชั้นกลาง ที่เติบโตจากโครงข่ายรถไฟฟ้าหลายสายทั้งสายสีเหลือง สีเขียว และใกล้แอร์พอร์ตลิงก์
รายล้อมด้วยศูนย์การค้า โรงพยาบาล และโรงเรียนชั้นนำดีมานด์หลักคือคนทำงาน ครอบครัวเมือง และผู้ซื้อเพื่ออยู่เองคอนโดใกล้รถไฟฟ้า และบ้านแนวราบระดับกลาง-บนยังได้รับความสนใจเป็นทำเลที่ “ราคาไม่ถูก แต่มีเสถียรภาพ”

บางนา-ตราด จ.สมุทรปราการ

ประตูเศรษฐกิจฝั่งตะวันออก เชื่อมเมือง-นิคม-สนามบินใกล้โครงการเมกะโปรเจกต์ EEC และสนามบินสุวรรณภูมิมีออฟฟิศ คลังสินค้า และนิคมอุตสาหกรรมจำนวนมากดีมานด์มาจากผู้บริหาร พนักงานระดับกลาง-สูง และต่างชาติบ้านเดี่ยวระดับกลางถึงพรีเมียม และคอนโดโลว์ไรส์ยังไปต่อเป็นทำเลที่ “เติบโตตามเศรษฐกิจจริง”

ทั้งนี้ประเมินว่า ทั้ง 3 ทำเลมีจุดร่วมคือ มีงาน มีคน และมีการใช้ชีวิตจริงไม่ใช่ตลาดเก็งกำไร แต่เป็นฐานที่อยู่อาศัยระยะยาวจึงยังเป็นทำเลที่ “ที่อยู่อาศัยไปต่อได้” ในระยะกลางถึงยาว

หากเจาะลึกลงไปตลาดไท เป็นหนึ่งในศูนย์กลาง ค้าส่งอาหารและเกษตรครบวงจร ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทั้งผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ และสินค้าเกษตรแปรรูป ทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมต่อผู้ค้ารายย่อย ผู้ส่งออก และแรงงานจำนวนมากในระบบซัพพลายเชนอาหาร

  • จากฐานค้าส่งขนาดใหญ่ ส่งผลให้มี แรงงานทั้งรายวัน รายเดือน และผู้ประกอบการธุรกิจรายเล็ก–กลางกระจายตัวในรัศมีใกล้เคียง ทำให้ความต้องการ ที่พักอาศัยรายยาว มีฐานชัดเจน
  • ปัจจัยแหล่งงานจึงไม่ได้มาจากบริษัทใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เป็น ระบบเศรษฐกิจฐานราก + โลจิสติกส์อาหาร ซึ่งเดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง

การขยายตัวของเมือง และโครงข่ายขนส่งอนาคต

  • ปทุมธานีถูกมองว่ากำลังถูกพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของ เมืองขยาย (Urban Expansion) ของกรุงเทพฯ ทั้งในด้านที่อยู่อาศัยและโครงสร้างพื้นฐาน 
  • ปัจจุบันยังไม่มีรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อสายถึงตลาดไทโดยตรง แต่จังหวัดอยู่ในแผนศึกษาการเพิ่มระบบรางท้องถิ่นหลายรูปแบบ (LRT, BRT ฯลฯ) เพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อกับกรุงเทพฯ มากขึ้น 
  • นอกจากนั้น ปทุมธานียังได้รับอานิสงส์จากการมี รถไฟฟ้าสายสีแดงช่วงรังสิต–บางซื่อ ที่ดันให้แนวราบของที่อยู่อาศัยและที่ดินแนวรางพุ่งขึ้นมาต่อเนื่องในพื้นที่รอบ ๆ รถไฟฟ้า 
  • ความคืบหน้าแพลนระบบรางในพื้นที่ ยังอยู่ระหว่างศึกษารูปแบบและแผนงาน ซึ่งหมายความว่าการเข้าสู่เมืองผ่านรางไฟฟ้าจะได้ประโยชน์ในระยะกลางและยาวมากกว่าในทันที

ที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับตลาดนี้

  • ทาวน์โฮม / ทาวน์เฮาส์ — เหมาะกับกลุ่มแรงงานและครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง ต้องการพื้นที่ใช้งานจริง ราคาเข้าถึงง่าย
  • บ้านเดี่ยวระดับกลาง — สำหรับครอบครัวที่อยู่อาศัยจริงและไม่ต้องเดินทางเข้าเมืองทุกวัน
  • คอนโดมิเนียม — ยังไม่เป็นที่นิยมหลักเพราะตลาดแรงงานในตลาดไทยังเน้นการเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวและรถเมล์มากกว่า
  • ที่อยู่อาศัยเพื่อปล่อยเช่า — เนื่องจากมีแรงงานหมุนเวียนจำนวนมาก

 ช่วงราคาและตัวอย่างราคาตลาดจริง

ทาวน์โฮม/ทาวน์เฮาส์

  • ตัวอย่างราคาโครงการทาวน์โฮม 2–3 ห้องนอนในเมืองปทุมธานีใกล้ตลาดไท อยู่ประมาณ ราว 2.4–2.6 ล้านบาท (พื้นที่ประมาณ 90–100 ตร.ม.) 
  • ตัวเลือกที่ใกล้ระดับนี้ยังพบหลายดีมานด์ โดยเฉพาะผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

บ้านเดี่ยวระดับกลาง

  • ราคาจะเริ่มตั้งแต่ ประมาณ 4–7 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่และขนาด

 คอนโดใกล้สถาบันการศึกษา/ถนนหลัก

  • ราคาต่อ ตร.ม.โดยเฉลี่ยรอบพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย/ทำเลใกล้เมือง อาจ 70,000–80,000 บาท/ตร.ม. สำหรับโครงการที่มีความต้องการสูง 

 โอกาสและแนวโน้ม

ตลาดไทยังมีฐาน ความต้องการอยู่อาศัยจริง (Absorption Demand) เพราะมีแรงงานและครอบครัวอาศัยในพื้นที่ ราคาที่อยู่อาศัยระดับกลางลงมา ยังเข้าถึงได้มากกว่าโซนกรุงเทพฯ ใกล้เคียงแต่ โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีแดงยังไม่เข้าโดยตรง ทำให้การเติบโตแบบ “กรุงเทพฯ ใจกลาง” ยังต้องรอการพัฒนาในอนาคต แต่แนวโน้มราคาที่ดินและแรงซื้อยังเติบโตสอดคล้องกับการขยายเมือง 

ทำเลศรีนครินทร์ – ศรีเอี่ยม

ทำเลศรีนครินทร์ อยู่บนแนว ถนนศรีนครินทร์–บางนา เป็นแกนหลักคมนาคมฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ–สมุทรปราการ เชื่อมใจกลางเมืองกับย่านเศรษฐกิจทั้งบางนา–ตราด และโซนอุตสาหกรรม/คลังสินค้า ทำให้ยังเป็นทำเลที่อยู่อาศัยเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะรอบ MRT ศรีเอี่ยม ที่ให้การเชื่อมต่อระบบรางกับอีกหลายโซนในเมืองได้ดีขึ้นในระยะยาว 

รูปแบบที่อยู่อาศัยตามสไตล์

 1. ทาวน์โฮม – บ้านแนวราบระดับกลาง

  • เป็นประเภทอสังหาฯ พบมากที่สุด ในซอยรอบศรีเอี่ยม เพราะราคาเข้าถึงง่ายกว่าเมื่อเทียบกับบ้านเดี่ยว
  • เหมาะกับ ครอบครัวรุ่นใหม่ / คู่แต่งงานแรก / คนทำงานโซนกรุงเทพฝั่งตะวันออก
  • ราคาโดยประมาณมักอยู่ในช่วง 10–20+ ล้านบาท ขึ้นกับทำเลแยกย่อยและขนาดพื้นที่ 

2. บ้านเดี่ยวแนวสูงระดับพรีเมียม

  • มีเฉพาะบางโครงการใหญ่และแปลงที่ดินแปลงใหญ่ โดยเฉพาะบริเวณใกล้แยกใหญ่ และบนถนนศรีนครินทร์หลัก
  • ขนาดบ้านหน้ากว้าง พร้อมพื้นที่จอดรถ และส่วนกลาง เช่น คลับเฮ้าส์หรือสวนใหญ่
  • ช่วงราคาอยู่ประมาณ 20–30+ ล้านบาท ขึ้นไป โดยเฉพาะใกล้โครงการ Transit และศูนย์การค้า 

 3. คอนโดมิเนียม – โลว์ไรส์ใกล้ระบบราง

  • มีโครงการคอนโดแทรกในซอยและพื้นที่เชื่อมต่อกับถนนหลัก
  • ตัวอย่างเช่นโครงการคอนโดในย่านศรีนครินทร์ ราคาขายเริ่มราว 1.9 ล้านบาท++ สำหรับห้องขนาดมาตรฐาน และอาจสูงขึ้นตามพื้นที่และส่วนกลางของโครงการ 
  • เหมาะกับ คนทำงานโสด / คู่รักรุ่นใหม่ / นักลงทุนปล่อยเช่า

ราคาประเมินภาพรวมตลาด

ทาวน์โฮม ~ 10-20+ ล้านบาทต่อหน่วย

บ้านเดี่ยวระดับกลาง~ 20–30+ ล้านบาท / หลัง 

บ้านหรูระดับสูง30 ล้านบาทขึ้นไป (บ้านใหญ่ใกล้แยกหลัก) 

คอนโด เริ่ม~ 1.9–3+ ล้านบาท (บางโครงการ)

หมายเหตุ: ราคาจริงขึ้นอยู่กับทำเลเฉพาะ (ใกล้ MRT ศรีเอี่ยม / ใกล้ถนนใหญ่ / ติดแหล่งไลฟ์สไตล์)

กลุ่มเป้าหมายที่อยู่อาศัยในโซนนี้

 ผู้ซื้อเพื่อ อยู่อาศัยจริง

  • คนทำงานในโซนตะวันออกและกรุงเทพฝั่งใต้
  • ครอบครัวที่ต้องการบ้านแนวราบ แต่ไม่อยากเข้าเมืองชั้นในทุกวัน
  • คนรุ่นใหม่ที่ต้องการระบบระเบียบชีวิตใกล้ระบบราง

 ผู้ประกอบการและนักลงทุน

  • นักลงทุนปล่อยเช่า คอนโด ให้คนทำงานต่างจังหวัดหรือชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในพื้นที่
  • ปล่อยเช่า บ้านแนวราบ ให้ครอบครัวยาวหรือคนทำงานช่วงย้ายงาน/งานประจำชั่วคราว

โอกาสด้านโครงสร้างพื้นฐาน

แม้โครงการ MRT ศรีเอี่ยม จะไม่ได้เชื่อมตรงกับรถไฟฟ้าพร้อมใช้ทุกสาย ณ วันนี้ แต่แนวถนนศรีนครินทร์เป็นแกนสำคัญที่อยู่ในแผนขยายระบบรางและเชื่อมต่อกับโครงสร้างหลักอื่น ๆ ทำให้ราคาที่อยู่อาศัยเติบโตได้ต่อเนื่องในระยะกลางถึงยาว และลูกค้ามักมองว่าการเข้าถึงการเดินทางสาธารณะคือจุดขายเชิงอนาคตของทำเล 

จุดเด่นทำเลศรีนครินทร์ – ศรีเอี่ยม

 เหมาะกับ ครอบครัวใหม่/คนทำงาน ที่ต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบราคาเข้าถึงได้
 มีตัวเลือกตั้งแต่ คอนโดราคาจับต้องได้ ถึง บ้านเดี่ยวระดับสูง
 โครงสร้างพื้นฐานขยายตัว รองรับการใช้ชีวิตและเชื่อมต่อเข้าสู่กรุงเทพฯ ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ

ภาพรวมทำเลบางนา–ตราด

โซน บางนา–ตราด ถือเป็นหนึ่งในทำเลที่อยู่อาศัย ดาวรุ่งของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เพราะเชื่อมเมืองชั้นในกับพื้นที่ EEC และสนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้พื้นที่นี้เติบโตทั้งด้านที่อยู่อาศัย การค้า สำนักงาน และไลฟ์สไตล์อย่างต่อเนื่อง ราคาที่ดินในบางนา–ตราดอยู่ในกลุ่มที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ใกล้ BTS / ทางด่วน / ห้าง โดยเฉพาะเส้นบางนา-ตราดใกล้สุวรรณภูมิ มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับอดีต 

 รูปแบบที่อยู่อาศัยตามความต้องการ

1) ทาวน์โฮม – บ้านแนวราบ

  • รูปแบบ: ทาวน์โฮม 2–3 ชั้น / บ้านแฝด
  • ราคา: โดยรวมตั้งแต่ ประมาณ 2.5–10 ล้านบาท ขึ้นไปตามขนาดและทำเลย่านต่าง ๆ 
  • เหมาะสำหรับ:
    – ครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่บ้านพร้อมที่จอดรถ
    – คนที่อยู่อาศัยระยะยาว แต่ไม่ต้องการบ้านเดี่ยวราคาแพง

2) บ้านเดี่ยวระดับกลาง–พรีเมียม

  • รูปแบบ: บ้านเดี่ยว / บ้านแฝดขนาดใหญ่
  • ราคา:
    – บ้านเดี่ยวทั่วไป ประมาณ 5–10+ ล้านบาท ขึ้นกับพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวก 
    – บ้านหรูพรีเมียม อาจเริ่มตั้งแต่ 20 ล้านบาท ขึ้นไป โดยเฉพาะโครงการระดับบนใกล้ถนนใหญ่หรือไลฟ์สไตล์เซ็นเตอร์ 
  • เหมาะสำหรับ:
    – ครอบครัวขนาดกลาง–ใหญ่
    – ผู้ที่ต้องการบ้านคุณภาพสูงพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

 3) คอนโดมิเนียม

  • รูปแบบ: คอนโดความสูงต่าง ๆ ตั้งแต่ Low-rise ถึง High-rise
  • ราคา: โดยทั่วไปประมาณ ฿80,000–200,000+ / ตร.ม. ขึ้นกับทำเล ความใกล้ BTS และส่วนกลางโครงการ 
  • เหมาะสำหรับ:
    – คนโสด / คู่รักรุ่นใหม่
    – ผู้เช่าระยะยาวหรือปล่อยเช่า
    – นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนค่าเช่า

กลุ่มผู้ซื้อ/เป้าหมายหลัก

ครอบครัวคนไทยทั่วไปต้องการบ้านแนวราบทาวน์โฮมหรือบ้านเดี่ยวราคาปานกลางในทำเลที่เดินทางสะดวก และสามารถเข้าถึงห้างใหญ่ โรงเรียน และทางด่วนได้ง่าย

ผู้บริหาร & คนทำงานระดับสูงกลุ่มกำลังซื้อในบ้านพรีเมียม หรือคอนโดระดับสูง ใกล้จุดเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ หรือใกล้สำนักงานใหญ่ในพื้นที่

นักลงทุน & Expat คอนโดมิเนียมที่อยู่ในรัศมี BTS หรือเชื่อมกับระบบขนส่งสาธารณะ และใกล้ห้างใหญ่ เหมาะปล่อยเช่าให้พนักงานบริษัทต่างชาติ และผู้เช่าระยะยาว 

โครงสร้างพื้นฐานรองรับ

รถไฟฟ้า / ระบบราง

– BTS บางนา / อุดมสุข / แบริ่ง – ช่วยการเข้าถึงเมืองชั้นในได้สะดวก
– โครงการ LRT Bangna–Suvarnabhumi และการเชื่อม Airport Rail Link / High-speed rail 3 สนามบินในอนาคต จะทำให้พื้นที่นี้เชื่อมต่อทั้งกรุงเทพฯ และโซน EEC มากขึ้น 

ทางด่วน / ถนนหลัก

– ถนนบางนา–ตราดเป็นแกนหลักเชื่อมต่อกับทางด่วนและ MMAP / มอเตอร์เวย์ ทำให้การเดินทางสะดวกทั้งเข้าเมืองและออกไปภาคตะวันออก

แหล่งไลฟ์สไตล์และห้างใหญ่

โซนบางนา–ตราดมีศูนย์การค้าขนาดใหญ่และครบวงจรหลายแห่ง เช่น:
 Mega Bangna – ไลฟ์สไตล์มอลล์ขนาดใหญ่
 Central Bangna / IKEA Bangna – แหล่งช้อปปิ้ง–อาหาร–บริการ
 Bangkok Mall – หนึ่งในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
 BITEC – ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมระดับนานาชาติ
นอกจากนั้นยังมี Community Mall และร้านค้าระดับท้องถิ่นเพื่อรองรับการใช้ชีวิตประจำวันอีกมาก 

สรุป “บางนา–ตราด = โซนครบชีวิต”ทำเลรองรับ ทุกกลุ่มที่อยู่อาศัย ตั้งแต่คนทำงานทั่วไปจนถึงระดับบนโครงสร้างพื้นฐาน เติบโตต่อเนื่อง ทั้งระบบรางและถนนหลักไลฟ์สไตล์ครบทั้งช้อปปิ้ง โรงเรียน โรงพยาบาล และพื้นที่ทำงานราคาที่อยู่อาศัยมีช่วงกว้าง ตอบโจทย์ทุกงบประมาณ และยังมีแนวโน้มเติบโตตามราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง 

นี่คือ3ทำเลศักยภาพที่น่าจับตาจากเมืองขยายตัวและมีดีมานด์ต่อเนื่อง

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 19 ม.ค.69 ‘แข็งค่า‘ ลดความหวังดอกเบี้ยเฟด

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 19 ม.ค. แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์
  • การแข็งค่าเป็นผลจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงและราคาทองคำที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
  • การแข็งค่าของเงินบาทเกิดขึ้นสวนทางกับปัจจัยที่ตลาดลดความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะลดดอกเบี้ย
  • แนวโน้มเงินบาทยังคงมีความผันผวนสูงและอาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทาง โดยมีปัจจัยสำคัญคือนโยบายการเงินของเฟดและราคาทองคำ

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้”เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  31.30 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  31.39 บาทต่อดอลลาร์ 

มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.00- 31.75 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.20-31.45 บาทต่อดอลลาร์  

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนสูงขึ้น (แกว่งตัวในกรอบ 31.27-31.54 บาทต่อดอลลาร์) แม้จะมีจังหวะอ่อนค่าลงจนทะลุโซนแนวต้าน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของ เงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และการย่อตัวลงของ ราคาทองคำ (XAUUSD) หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด 

ทว่า ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย เงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทดสอบโซนแนวรับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ ตามอานิสงส์การอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ ที่มาพร้อมกับการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจนทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ (New All-Time High) ของราคาทองคำ หลังความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ร้อนแรงในช่วงวันหยุด จากการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าต่อเดนมาร์กและอีก 7 ประเทศยุโรป โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงซื้อ Greenland ทั้งนี้ ในช่วงวันจันทร์จะเป็นวันหยุด Martin Luther King Jr. ของฝั่งสหรัฐฯ ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินอาจเบาบางลงและส่งผลกระทบให้ตลาดการเงินเสี่ยงผันผวนสูงขึ้นได้ 

แนวโน้มค่าเงินบาท 

แนวโน้มค่าเงินบาท เรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ในกรอบ Sideways เพราะแม้ว่า เงินดอลลาร์จะทยอยแข็งค่าขึ้นและยังมีโมเมนตัมการปรับตัวขึ้นอยู่ แต่เงินบาทก็ยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ โดยเฉพาะในจังหวะที่ตลาดมีความกังวลต่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะความขัดแย้งล่าสุดระหว่าง สหรัฐฯ กับพันธมิตร NATO ในประเด็น Greenland ที่นำไปสู่การประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่กับเดนมาร์กและอีก 7 ประเทศยุโรป จนกว่าสหรัฐฯ จะบรรลุข้อตกลงซื้อ Greenland

อย่างไรก็ดี โดยผู้เล่นในตลาดควรระวัง ว่า เงินบาทเสี่ยงเคลื่อนไหว Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง บนความผันผวนที่สูงขึ้น ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ประเด็นความเป็นอิสระของเฟด ซึ่งต้องรอติดตามการพิจารณาคดี Trump v. Cook โดยศาลสูงสุดสหรัฐฯ ประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมถึง ประเด็นการเมืองญี่ปุ่น และการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่จะส่งผลกระทบต่อเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) เป็นหลัก แต่ก็สามารถส่งผลกระทบต่อเนื่อง มายังเงินบาทได้

ในเชิงเทคนิคัลนั้น เรามองว่า หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังไม่ได้กลับสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวไร้ทิศทางไปก่อนในระยะสั้น (ประเมินด้วย Time Frame Daily) แต่ในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ หรือโซน 32.20 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเราขอย้ำว่ามองว่า เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงได้อย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องเห็น 1. การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาดมาก 2. การปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ หรือ ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานใหม่

นอกจากนี้ หากราคาทองคำเร่งตัวสูงขึ้น ก็สามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน ผ่านโฟลว์ธุรกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ หรือ Fear of Missing Out Buying Flows (FOMO Buy) และ 3. ปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งควรจะต้องเห็นความเสี่ยงที่รุนแรงต่อปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว การส่งออก อาทิ มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และSemiconductor หรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ นักลงทุนต่างชาติแห่เทขายสินทรัพย์ไทย เช่น วิกฤตการเมือง

ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่าต้องจับตาประเด็นภูมิรัฐศาสตร์และการเมืองญี่ปุ่นที่อาจกระทบเงินดอลลาร์ได้

สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้น ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด

สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวัง ความผันผวนท่ามกลางประเด็นการเมืองญี่ปุ่น ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึง การประชุม BOJ และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง ดัชนี PMI ของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) เดือนมกราคม อัตราเงินเฟ้อ PCE ในเดือนธันวาคม และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) เป็นต้น โดยข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อการปรับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดได้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การพิจารณาคดี Trump v. Cook (Lisa Cook, หนึ่งใน Board of Governors ของเฟด และ Voting members ของ FOMC) โดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ซึ่งจะมีการอภิปรายหรือแถลงด้วยวาจา (Oral Argument) ในวันที่ 21 มกราคม นี้ ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ (จะยังไม่ทราบคำตัดสิน) โดยการพิจารณาคดีดังกล่าว รวมถึงการฟ้องอาญาต่อประธานเฟด Jerome Powell จะกระทบต่อประเด็นความเป็นอิสระของเฟด สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงินได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอาจกระทบต่อบรรยากาศของตลาดการเงินได้ รวมถึงรอจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้ากับเดนมาร์กและอีก 7 ประเทศในยุโรป จนกว่าจะสามารถบรรลุข้อตกลงซื้อ Greenland ได้สำเร็จ  

▪ ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษและยูโรโซน ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต-ภาคการบริการ ในเดือนมกราคม รวมถึง ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญฝั่งอังกฤษ อย่าง ข้อมูลตลาดแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ CPI และยอดค้าปลีก (Retail Sales) เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของ BOE และ ECB

▪ ฝั่งเอเชีย – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ประเด็นการเมืองญี่ปุ่น โดยนายกฯ Sanae Takaichi อาจประกาศยุบสภาในการประชุมสภาวันที่ 23 มกราคม นี้ เพื่อเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจญี่ปุ่น อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึงยอดการส่งออก-นำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนธันวาคม และดัชนี PMI ภาคการผลิต-ภาคการบริการ ในเดือนมกราคม พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่อาจมีการคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.75% ตามเดิม ไม่ต่างกับ ผลการประชุมธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) และ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ที่อาจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.75% และ 4.75% ตามลำดับ นอกเหนือจากประเด็นการเมืองญี่ปุ่น รวมถึงผลการประชุมบรรดาธนาคารกลางฝั่งเอเชียดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจีน อาทิ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) และยอดการลงทุนสินทรัพย์ถาวร (Fixed Assets Investment) ในเดือนธันวาคม เป็นต้น

▪ ฝั่งไทย – แม้จะไม่มีรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการพิจารณาคดี Trump v. Cook โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ เนื่องจากประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อประเด็นความเป็นอิสระของเฟด รวมถึงติดตามประเด็นการเมืองญี่ปุ่น ที่อาจมีการประกาศยุบสภาในวันที่ 23 มกราคม นี้ เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2025-26 ประจำวันที่ 19 ม.ค. 69

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 กลับมาแข่งขันกันในสัปดาห์ที่ 22 ภาพรวมของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ระหว่างวันเสาร์ที่ 17 มกราคม – วันจันทร์ที่ 19 มกราคม 2569

โดยหลังจากแข่งขันกันไป 9 คู่ในสัปดาห์นี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล นำเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 50 คะแนน ขณะที่ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ที่รั้งอันดับ 2 มี 43 คะแนน โดนทิ้งห่างออกไปเป็น 7 คะแนน

ส่วน “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา สะดุดแพ้ทำให้มี 43 คะแนน รั้งอันดับ 3 ตามเดิม ด้าน “แชมป์เก่า” ลิเวอร์พูล ผลงานยังเอาแน่เอานอนไม่ได้รั้งอันดับ 4 ด้วยการมี 36 คะแนน ตามหลังจ่าฝูงมากถึง 14 คะแนน

สรุปตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษล่าสุด

อันดับที่ 1 : อาร์เซนอล ชนะ 15 เสมอ 5 แพ้ 2 นัด 50 คะแนน ประตูได้ +26
อันดับที่ 2 : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 13 เสมอ 4 แพ้ 5 นัด 43 คะแนน ประตูได้ +24
อันดับที่ 3 : แอสตัน วิลลา ชนะ 13 เสมอ 5 แพ้ 4 นัด 43 คะแนน ประตูได้ +8
อันดับที่ 4 : ลิเวอร์พูล ชนะ 10 เสมอ 6 แพ้ 6 นัด 36 คะแนน ประตูได้ +4
อันดับที่ 5 : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 9 เสมอ 8 แพ้ 5 นัด 35 คะแนน ประตูได้ +6
อันดับที่ 6 : เชลซี ชนะ 9 เสมอ 7 แพ้ 6 นัด 34 คะแนน ประตูได้ +12
อันดับที่ 7 : เบรนท์ฟอร์ด ชนะ 10 เสมอ 3 แพ้ 9 นัด 33 คะแนน ประตูได้ +5
อันดับที่ 8 : นิวคาสเซิล 9 เสมอ 6 แพ้ 7 นัด 33 คะแนน ประตูได้ +5
อันดับที่ 9 : ซันเดอร์แลนด์ ชนะ 8 เสมอ 9 แพ้ 5 นัด 33 คะแนน ประตูได้ 0
อันดับที่ 10 : เอฟเวอร์ตัน ชนะ 9 เสมอ 5 แพ้ 8 นัด 32 คะแนน ประตูได้ -1

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


‘วัคซีนพ่นจมูก’ ทางเลือกป้องกันไข้หวัดใหญ่

‘วัคซีนพ่นจมูก’ ทางเลือกป้องกันไข้หวัดใหญ่ : Tricks for Life

ไข้หวัดใหญ่” เป็นโรคทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัส มีอาการตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง  โดยเฉพาะในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัว “วัคซีน” จึงเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญที่ช่วยลดการแพร่ระบาดและป้องกันภาวะแทรกซ้อน

ทำความรู้จัก “วัคซีนพ่นจมูก”

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิดพ่นจมูก (Live Attenuated Influenza Vaccine: LAIV) ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อเพิ่มความสะดวกและช่วยให้การสร้างภูมิคุ้มกันเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีด

จุดเด่นของ “วัคซีนพ่นจมูก”

  • ไม่ต้องใช้เข็ม : ให้วัคซีนโดยการพ่นเข้าโพรงจมูก ทำให้เป็นมิตรต่อเด็กและผู้ที่กลัวการฉีดยา
  • สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ด่านแรกของร่างกาย: จมูกเป็นจุดที่เชื้อไวรัสเข้าสู่ร่างกาย วัคซีนชนิดนี้สามารถสร้างภูมิคุ้มกันได้ตั้งแต่จุดเริ่มต้น
  • ประสิทธิภาพสูงในเด็ก : งานวิจัยพบว่าสามารถลดโอกาสติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ในเด็กได้มากถึง 88%
  • ลดความรุนแรงของโรค : แม้ติดเชื้อ วัคซีนก็ยังช่วยลดโอกาสการนอนโรงพยาบาลได้กว่า 60%
  • ป้องกันโรคได้ยาวนาน : วัคซีนนี้สามารถป้องกันเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้นานถึง 1 ปี ทำให้ไม่จำเป็นต้องฉีดบ่อย
  • ปลอดภัย ใช้มายาวนานทั่วโลก : วัคซีนนี้ถูกใช้มานานกว่า 20 ปี และได้รับการแนะนำให้เป็นทางเลือกแรกในเด็กอายุ 2–17 ปี ในหลายประเทศ

การใช้วัคซีนพ่นจมูก จึงเหมาะกับเด็กและผู้ใหญ่ที่มีอายุ 2–49 ปี, ผู้ที่ไม่ชอบการฉีดวัคซีน หรือกลัวเข็ม และผู้ที่ต้องการทางเลือกที่ปลอดภัยและไม่เจ็บตัว ขณะที่การใช้วัคซีนพ่นจมูก จะมีอาการข้างเคียงที่อาจพบ ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล, ไข้ต่ำๆ ซึ่งอาการเหล่านี้ไม่รุนแรง และจะหายได้เองภายใน 1–3 วัน

อย่างไรก็ดีไวรัสไข้หวัดใหญ่เปลี่ยนแปลงสายพันธุ์ได้ตลอดเวลา การฉีดหรือพ่นวัคซีนเป็นประจำทุกปีจึงสำคัญ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่สอดคล้องกับเชื้อที่ระบาดในปีนั้น ๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


Present Perfect Tense คืออะไร? สรุปหลักการใช้ฉบับเข้าใจง่าย เลิกงง 100%

ถ้ามีการจัดอันดับ Tense ที่ทำให้คนไทยปวดหัวที่สุด ผมเชื่อว่า Present Perfect Tense ต้องติด Top 3 แน่นอนครับ! เพราะในภาษาไทยเราไม่มี Tense นี้ เรามักจะพูดแค่ว่า “กินข้าวแล้ว” ซึ่งอาจหมายถึงเพิ่งกินเสร็จ หรือกินไปเมื่อวานก็ได้ แต่ในภาษาอังกฤษ ความรู้สึกของสองประโยคนี้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง

Present Perfect Tense เปรียบเสมือน “สะพาน” ที่เชื่อมระหว่าง อดีต กับ ปัจจุบัน เข้าด้วยกัน มันไม่ได้บอกแค่ว่าทำอะไรไปแล้ว แต่ยังแฝงนัยว่า “สิ่งที่ทำไปนั้นยังส่งผลถึงตอนนี้” หรือ “ทำมาเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้” วันนี้ EngDuo Thailand จะพาคุณมาถอดรหัส Tense ปราบเซียนตัวนี้ให้กลายเป็นเรื่องกล้วยๆ ด้วยเทคนิคการจำที่ไม่เหมือนใครครับ

เจาะลึกนิยาม: Present Perfect Tense คือ อะไรกันแน่?

โครงสร้างของมันคือ: Subject + have/has + V.3 (Past Participle)

หัวใจสำคัญของ Tense นี้ไม่ได้อยู่ที่ว่า “ทำตอนไหน” (แบบเจาะจงเวลา) แต่อยู่ที่ “ผลลัพธ์ของการกระทำ” หรือ “ประสบการณ์” ครับ เรามักใช้ใน 3 สถานการณ์หลักดังนี้:

1. ใช้เล่าถึง “ประสบการณ์” ในชีวิต (Experience)

เน้นว่า “เคย” หรือ “ไม่เคย” ทำ โดยไม่สนใจว่าทำเมื่อไหร่ (ขอแค่เกิดขึ้นก่อนตอนนี้)

  • Keywords: Ever (เคยไหม?), Never (ไม่เคย), Once (ครั้งหนึ่ง)
  • Ex: I have been to Japan twice. (ฉันเคยไปญี่ปุ่นมา 2 ครั้งแล้ว – ประสบการณ์ชีวิต)
  • Ex: She has never eaten Durian. (เธอไม่เคยกินทุเรียนเลย – ตั้งแต่อดีตจนถึงตอนนี้)

2. ใช้กับเหตุการณ์ที่ “เพิ่งจบลง” หมาดๆ (Recent Actions)

เน้นว่าทำเสร็จแล้วนะ ผลลัพธ์ยังอุ่นๆ อยู่เลย

  • Keywords: Just (เพิ่งจะ), Already (เรียบร้อยแล้ว), Yet (ยัง)
  • Ex: I have just finished my work. (ฉันเพิ่งทำงานเสร็จตะกี้เลย)
  • Ex: Have you had lunch yet? (คุณกินข้าวเที่ยงหรือยัง? – ถามถึงผลลัพธ์)

3. ใช้กับเหตุการณ์ที่ “เริ่มในอดีต และทำต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน” (Unfinished Actions)

อันนี้สำคัญมาก! คือยังทำไม่จบ หรือสถานะยังคงอยู่

  • Keywords: Since (ตั้งแต่), For (เป็นเวลา)
  • Ex: We have lived here since 2010. (เราอยู่ที่นี่มาตั้งแต่ปี 2010 – ตอนนี้ก็ยังอยู่)
  • Ex: He has worked here for 5 years. (เขาทำงานที่นี่มา 5 ปีแล้ว – ตอนนี้ก็ยังทำอยู่)

ตารางประลอง: Present Perfect vs. Past Simple (คู่ปรับตลอดกาล)

คนส่วนใหญ่มักสับสนระหว่าง 2 Tense นี้ เพราะแปลเป็นไทยว่า “ทำแล้ว” เหมือนกัน ตารางนี้จะช่วยคุณแยกแยะความแตกต่างได้อย่างชัดเจนครับ

ประเด็นเปรียบเทียบPast Simple Tense (อดีตจบแล้วจบเลย)Present Perfect Tense (อดีตที่ส่งผลถึงปัจจุบัน)
โครงสร้างS + V.2S + have/has + V.3
จุดเน้น (Focus)เน้น “เวลา” ที่เกิดและจบลงเน้น “ผลลัพธ์” หรือ “ประสบการณ์”
เวลา (Time)ระบุเวลาเจาะจง (Yesterday, Last year, In 2019)ไม่ระบุเวลา หรือระบุช่วงเวลา (Since, For, Just, Already)
ความเชื่อมโยงเป็นอดีตล้วนๆ ไม่มีผลต่อปัจจุบันส่งผลถึงปัจจุบัน หรือยังเป็นจริงอยู่
ตัวอย่าง: ทำกุญแจหาย“I lost my key yesterday.”
(ทำหายเมื่อวาน – ตอนนี้อาจจะหาเจอแล้วก็ได้)
“I have lost my key.”
(ทำหาย – และตอนนี้ก็ยังหาไม่เจอ ยังเข้าบ้านไม่ได้)
ตัวอย่าง: การอาศัยอยู่“I lived in Bangkok for 2 years.”
(เคยอยู่ 2 ปี – ตอนนี้ย้ายไปที่อื่นแล้ว)
“I have lived in Bangkok for 2 years.”
(อยู่มา 2 ปีแล้ว – และตอนนี้ก็ยังอยู่)

เทคนิคการใช้ Have/Has ให้แม่นยำ

อีกหนึ่งปัญหาตกม้าตายคือการเลือกใช้ Have หรือ Has จำง่ายๆ ดังนี้ครับ:

  • I, You, We, They และประธานพหูพจน์ (หลายคน) → ใช้ Have
  • He, She, It และประธานเอกพจน์ (คนเดียว) → ใช้ Has

กับดักที่ต้องระวัง! (Common Mistakes)

  1. ห้ามใส่เวลาเจาะจงเด็ดขาด:
    • ❌ I have seen that movie yesterday. (ผิด! ถ้ามี yesterday ต้องใช้ Past Simple: I saw…)
    • ✅ I have seen that movie. (ถูก! บอกแค่ว่าเคยดู)
  2. Gone vs. Been:
    • He has gone to Paris. = เขาไปปารีส (ตัวไปแล้ว ตอนนี้ไม่อยู่ที่นี่)
    • He has been to Paris. = เขาเคยไปปารีส (ไปแล้วกลับมาแล้ว เป็นประสบการณ์)

ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com


จีน โชว์ต้นแบบแบตเตอรี่โซเดียม-ซัลเฟอร์ ถูก-ทน-พลังงานสูง ท้าชนลิเธียม

  • นักวิจัยจีนพัฒนาแบตเตอรี่โซเดียม-ซัลเฟอร์ต้นแบบ ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนหลายเท่า
  • มีต้นทุนวัตถุดิบต่ำกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมเกือบ 10 เท่า เนื่องจากใช้โซเดียมและซัลเฟอร์ที่หาได้ง่ายและราคาถูก
  • มีความทนทานสูง สามารถชาร์จซ้ำได้มากกว่า 1,400 รอบ และเก็บประจุได้นานข้ามปี แต่ยังคงเป็นงานวิจัยในห้องทดลองที่ต้องแก้ปัญหาการกัดกร่อน

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวทง (Shanghai Jiao Tong University) ประเทศจีน ประสบความสำเร็จในการพัฒนาต้นแบบแบตเตอรี่โซเดียม-ซัลเฟอร์ (RT-Na/S) รุ่นใหม่ที่สามารถทำงานได้ในอุณหภูมิปกติ

โดยมีจุดเด่นด้านความหนาแน่นพลังงานที่สูงถึง 2,021 Wh/kg ซึ่งสูงกว่าแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนที่ใช้ในปัจจุบันหลายเท่าตัว

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดจากการคิดค้นอิเล็กโทรไลต์ที่มีส่วนผสมของคลอรีน ช่วยแก้ปมปัญหา “ซัลเฟอร์เสื่อมสภาพเร็ว” ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้แบตเตอรี่ชนิดนี้ไม่สามารถกักเก็บไฟได้นานในอดีต

ผลการทดสอบพบว่าสามารถชาร์จซ้ำได้มากกว่า 1,400 รอบ และรักษาประจุไฟฟ้าไว้ได้สูงถึง 95% แม้จะวางทิ้งไว้นานกว่าหนึ่งปี

ในด้านเศรษฐศาสตร์ ทีมวิจัยประเมินต้นทุนวัตถุดิบทางเคมีไว้เพียงประมาณ 5 ดอลลาร์สหรัฐ (162.5 บาท) ต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งถูกกว่าต้นทุนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต (LFP) ที่ครองตลาดอยู่ในปัจจุบันเกือบ 10 เท่า เนื่องจากใช้โซเดียมและซัลเฟอร์ที่เป็นวัสดุพื้นฐานราคาถูกและหาได้ง่ายกว่าลิเธียมและโคบอลต์

อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ แต่เทคโนโลยีนี้ยังติดข้อจำกัดเรื่องฤทธิ์กัดกร่อนสูงของคลอรีน ซึ่งส่งผลต่อความทนทานของวัสดุภายในและความปลอดภัยในระยะยาว รวมถึงต้นทุนดังกล่าวยังไม่รวมค่าระบบความปลอดภัยและการจัดการโรงงานที่ซับซ้อน

ปัจจุบันนวัตกรรมนี้จึงยังเป็นเพียงผลงานในห้องทดลองที่ต้องรอการพัฒนาวัสดุศาสตร์เพิ่มเติม ก่อนจะก้าวสู่การผลิตจริงเพื่อเขย่าตลาดแบตเตอรี่ในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


95% ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน อาการดีขึ้น ผลักดัน ‘ตำรับยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย’ รักษาฟรี

กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เตรียมดัน “ตำรับยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย” รักษาโรคสะเก็ดเงิน เข้าสิทธิบัตรทอง หลังพบผู้ป่วยกว่า 95% อาการดีขึ้น

นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า   กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กำหนดทิศทางการพัฒนาระบบสุขภาพของประเทศ ที่มุ่งเน้นการดูแลประชาชนแบบองค์รวม เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพในระยะยาว และเพิ่มการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์ที่มีอยู่ในประเทศอย่างคุ้มค่า จากข้อมูลสธ. พบว่าในช่วงปี 2565 – 2567 มีผู้ป่วยนอกที่เข้ารับการวินิจฉัยด้วยโรคสะเก็ดเงิน ในโรงพยาบาลรัฐเฉลี่ยสูงถึงปีละเกือบ 60,000 ราย

ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 45 – 80 ปี และเพศชายมีอัตราการเกิดโรคสูงกว่าเพศหญิง อีกทั้ง ร้อยละ 25 ของผู้ป่วยมีอาการรุนแรงระดับปานกลางถึงมาก ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตทั้งทางร่างกายและจิตใจ แม้การแพทย์แผนปัจจุบันจะควบคุมอาการได้ แต่ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยประสบปัญหาค่าใช้จ่ายสูง และอาจพบผลข้างเคียงการใช้ยาในระยะยาว     

“การผลักดันยาสมุนไพรปรุงเฉพาะรายเข้าสู่ระบบบัตรทอง ไม่เพียงเป็นการเพิ่มทางเลือกการรักษาให้ประชาชน แต่ยังเป็นการยกระดับภูมิปัญญาไทยให้ก้าวสู่การแพทย์แม่นยำ หรือ Personalized Medicine อย่างเป็นรูปธรรม” นายวรโชติกล่าว

ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การแพทย์แผนไทยมีองค์ความรู้ในการดูแลโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคสะเก็ดเงินที่แพทย์แผนไทยมีศักยภาพในการรักษาและมีหลักฐานยืนยันการใช้ตำรับยารักษาโรคสะเก็ดเงินในสถานบริการของรัฐที่ได้ผลดี

ตัวอย่าง จากการเก็บข้อมูลที่ รพ.พระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี หรือ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ. ราจีนบุรี พบว่าผู้ป่วยกว่า 95% อาการดีขึ้น ผื่นยุบลง ผิวหนังดูดีขึ้นชัดเจน

 ดังนั้น จึงมีการพัฒนาตำรับยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย เพื่อรักษาโรคสะเก็ดเงิน ทั้งในรูปแบบยารับประทาน ยาทา และยาอาบ ตามองค์ความรู้คัมภีร์แพทย์แผนไทยดั้งเดิมที่อาศัยหลักการปรับสมดุลธาตุให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย โดยคัดเลือกสมุนไพรอย่างรอบคอบกว่า 137 ชนิด ผ่านการพิจารณาจากผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

ขณะนี้ สปสช. ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว และอยู่ในขั้นตอนเสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร เพื่อพิจารณาลงใน “บัญชีรายการพิเศษ (บัญชี 3)”  เพื่อให้หน่วยบริการระดับปฐมภูมิและทุติยภูมิสามารถเบิกจ่ายผ่านระบบ Service Package ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง)

การดำเนินการครั้งนี้นับเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้ “ยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย” (Personalized Medicine) ได้รับการยอมรับในระดับสากล ผ่านความร่วมมือกับหน่วยงานชั้นนำอย่าง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสถาบันโรคผิวหนัง  ติดตามและประเมินผลของการรักษาด้วยยาปรุงเฉพาะราย

โดยเปรียบเทียบคะแนน PASI ก่อน-หลัง การรักษาในแต่ละระยะ และวิเคราะห์แนวโน้มการตอบสนองต่อการรักษา (treatment response trajectory) ในระดับรายบุคคลและระดับภาพรวมมีการตรวจติดตามผลและเฝ้าระวังผลข้างเคียงอย่างเป็นระบบ

“หากโครงการนี้ผ่านการพิจารณา จะเป็นกลไกสำคัญในการสร้างหลักฐานเชิงระบบ ทั้งด้านประสิทธิผล ความปลอดภัย และความคุ้มค่า ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างยั่งยืน” นายพงศธร กล่าวย้ำ 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 19/1/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a68,850.0068,950.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,451.0067,477.1669,750.00
ทองรูปพรรณ 90%4,005.9060,729.44n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,560.8053,981.73n/a
ทองรูปพรรณ 50%2,002.9530,364.72n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,557.8523,617.01n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,612.4469,924.59n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 19/1/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9530.8530.8531.3530.8530.8530.8530.8530.8530.85
แก๊สโซฮอล์ 9130.4830.4830.7830.4830.4830.4830.4830.4830.48
แก๊สโซฮอล์ E2028.6428.6428.9428.6428.6428.6428.6428.64
แก๊สโซฮอล์ E8526.5926.5926.59
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม40.0449.5449.8440.04
เบนซิน 9539.1449.5139.6439.2939.14
ดีเซล29.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม43.4445.6449.8445.6443.44
แก๊ส NGV16.4816.48
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า