พฤกษาฯ รุกหน้าตรวจความเสียหายแผ่นดินไหว พร้อมเร่งซ่อมคืนสภาพ

พฤกษาฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการแนวสูง-แนวราบ หลังแผ่นดินไหว ตรวจแล้ว 44 โครงการ ไม่พบความเสียหายกระทบโครงสร้างหลัก พร้อมเร่งซ่อมแซมรอยร้าวคืนสภาพ
บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เดินหน้ามาตรการเชิงรุกตรวจสอบโครงการที่อยู่อาศัยทุกแห่ง หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหว โดยจัดตั้งทีมเฉพาะกิจ ประกอบด้วยผู้บริหาร ทีมวิศวกร และนิติบุคคลประจำโครงการ ลงพื้นที่ตรวจสอบทั้งโครงสร้างอาคาร ระบบสาธารณูปโภค และองค์ประกอบสำคัญอื่น ๆ เบื้องต้นได้ตรวจแล้ว 44 โครงการ และยังไม่พบความเสียหายที่กระทบโครงสร้างหลัก
นายธีระ ทองวิไล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ระบุว่าบริษัทให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด โดยร่วมมือกับพันธมิตรทั้งผู้รับเหมา บริษัทประกันภัย และกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เพื่อลดผลกระทบต่อลูกบ้านให้มากที่สุด ขณะนี้ได้เริ่มกระบวนการซ่อมแซมโครงการที่มีการตรวจสอบแล้ว พบว่าความเสียหายส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่สามารถแก้ไขได้โดยเร็ว โดยเน้นมาตรฐานความปลอดภัยเป็นหลัก
นายภัคริน ทัตติพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า บริษัทมีมาตรการช่วยเหลือลูกบ้านในหลายด้าน เช่น ให้คำแนะนำด้านโครงสร้าง การเคลมประกัน และการเข้าซ่อมแซมโดยผู้รับเหมาพันธมิตร นอกจากนี้ ยังร่วมมือกับธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวกด้านสินเชื่อสำหรับลูกค้าที่ต้องการปรับปรุงที่อยู่อาศัย รวมถึงสนับสนุนมาตรการพักชำระหนี้สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
พฤกษาฯ ยังเผยว่าได้ ให้ความสำคัญกับสุขภาพของลูกบ้าน โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลวิมุต ให้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ (Telemedicine) โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านทีมแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวและสุขภาพจิต เพื่อช่วยดูแลลูกบ้านในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
บริษัทฯ ยังมีความมุ่งมั่นในการดูแลลูกบ้านทุกท่าน และจะดำเนินมาตรการต่าง ๆ ภายใต้การคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ด้วยความใส่ใจเพื่อชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข และ ความมั่นใจของลูกบ้านพฤกษา ทางบริษัทขอขอบคุณลูกบ้านทุกท่าน ที่เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
15บิ๊กอสังหาฯ รวมพลังช่วยลูกบ้านฟื้นความเชื่อมั่นคอนโด เหตุแผ่นดินไหว

เหตุแผ่นดินไหว กระทบตึกสูงกลางกรุง 15บิ๊กอสังหาฯ รวมพลัง ช่วยลูกบ้านฟื้นเชื่อมั่นคอนโด ยกทีมวิศวกร นิติบุคล ประกันภัยตรวจสอบอาคาร ซ่อม สร้าง
เหตุการณ์แผ่นดินไหว มีผลให้อาคารสูงในเขตกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย ซึ่งผู้ประกอบการ ลงพื้นที่ตรวจสอบอาคาร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกบ้านและลูกค้าในอนาคตให้กลับมาโดยเร็ว
เริ่มจาก บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN ร่วมกับ แอล พี พี พรอพเพอร์ตี้ ฯ ตรวจสอบอาคาร เบื้องต้นไม่พบความเสียหายที่มีผลกระทบต่อโครงสร้างหลัก
ค่ายอนันดาฯตรวจสอบสภาพอาคารในทุกโครงการโดยทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญเพื่อยืนยันความปลอดภัยสูงสุดให้กับลูกบ้าน
ขณะค่าย เอพี ไทยแลนด์ จัดตั้งทีมชำนาญการพิเศษซึ่งประกอบด้วยวิศวกรผู้ออกแบบ คณาจารย์ผู้ชำนาญการ ฯลฯ ลุยตรวจสอบคอนโดมิเนียมยืนยันความปลอดภัย
แสนสิริ ระดมพาร์ตเนอร์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางดูแลลูกบ้านทุกโครงการอย่างใกล้ชิด พร้อมตั้งจุดรับแจ้งเรื่องเคลมประกันให้กับลูกบ้านที่ห้องชุดได้รับความเสียหาย
ด้าน ศุภาลัยตรวจสอบทุกโครงการทั่วประเทศแล้วเสร็จทั้ง 90 โครงการ ขณะคอนโดฯที่เชียงใหม่ทั้งสองโครงการได้รับการยืนยันจากภาครัฐว่าโครงสร้างมั่งคงแข็งแรง
ค่ายพฤกษา ใช้มาตรการเชิงรุกเร่งสร้างความเชื่อมั่นลูกค้าและเน้นความปลอดภัยในอาคาร โดยมีทีมวิศวกรตรวจสอบทุกโครงการเช่นกัน
ค่าย เอสซี แอสเสท เร่งตรวจสอบและซ่อมแซมสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยผ่านมาตรการเชิงรุกด้วยการส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่องทันที ทั้งทีมผู้บริหาร ,วิศวกรผู้เชี่ยวชาญ และทีมบริหารงานนิติบุคคล
ค่าย อรสิริน ตรวจสอบโครงการแนวสูง-แนวราบทุกโครงการทางภาคเหนือและภูเก็ต โดยส่งผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทีมวิศวกรก่อสร้าง ลงพื้นที่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ขณะค่ายเสนา ผนึกกำลังพันธมิตรญี่ปุ่น ฮันคิว ฮันชิน พร็อพเพอร์ตี้ส์ เพื่อยกระดับมาตรการช่วยเหลือลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ค่ายออริจิ้น นำทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม ผู้ออกแบบ และผู้รับเหมา เข้าตรวจสอบสะพานทางเชื่อมอาคารโครงการ พาร์ค ออริจิ้น ทองหล่อ ที่เสียหายจากแผ่นดินไหว โดยโครงสร้างอาคารยังแข็งแรงและใช้งานได้ตามปกติ
ค่ายสิงห์ เอสเตท จัดตั้งทีมวิศวกรและฝ่ายบริหารโครงการเฉพาะกิจ ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพอาคาร โครงสร้าง ระบบสาธารณูปโภค และองค์ประกอบต่างๆ ภายในโครงการอย่างละเอียดเพื่อประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงมาตรการแก้ไข
ไรมอน แลนด์ ตรวจสอบความปลอดภัยของลูกบ้านและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงการทั้งหมดทันที พร้อมยืนยันว่าทุกโครงการยังคงมีความแข็งแรง ทั้งคอนโดมิเนียมและอาคารสำนักงาน
MQDCส่งทีมวิศวกรเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารในทุกโครงการเบื้องต้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่พบความเสียหายที่รุนแรงรวมถึง การตรวจสอบโครงสร้างโดยละเอียดเพื่อความมั่นใจยิ่งขึ้น
ค่ายเมเจอร์ฯ ตรวจสอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการเร่งด่วนโดยทีมวิศวกร พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญของบริษัท รวมถึงโครงการที่ทำการส่งมอบเรียบร้อยแล้ว

ด้านไซมิส ฯตรวจสอบอาคารทุกโครงการทั้งแนวสูงและแนวราบรวม ที่แล้วเสร็จและอยู่ระหว่างการก่อสร้างอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยทีมวิศวกรของบริษัท
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 2เม.ย “อ่อนค่าลง เล็กน้อย” ที่ระดับ 34.20 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทอาจถูกชะลอการอ่อนค่าลงได้บ้าง หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์สูงขึ้น หรือ แกว่งตัว Sideways ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์อยู่ที่ การประกาศมาตรการกีดกันทางการค้าสหรัฐ-ภาษีนำเข้าตอบโต้ ของเช้าวันที่ 3 เม.ย.ตามเวลาประเทศไทย
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 2เม.ย.2568ที่ระดับ 34.20 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง เล็กน้อย”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 34.14 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เรายิ่งมั่นใจและเราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทอาจทยอยอ่อนค่าลงได้ หลังเงินบาท (USDTHB) ได้อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 34.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน โดยในช่วงนี้ เรามองว่า เงินบาทยังเสี่ยงเผชิญปัจจัยกดดันพอสมควร
โดยเฉพาะประเด็นการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ที่ประเทศไทยอาจอยู่ในรายชื่อของประเทศที่จะเผชิญมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) นอกจากนี้ บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างยิ่งกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยมากขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว
ดังจะเห็นได้จากการทยอยปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจของไทยจากบรรดานักวิเคราะห์ หรือการประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจในระดับ 2-3 หมื่นล้านบาท จากเหตุการณ์ดังกล่าว
ซึ่งภาพดังกล่าวยังได้สะท้อนผ่านมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่มั่นใจมากขึ้นว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยต่อเนื่องได้ในการประชุมเดือนเมษายน หรืออย่างน้อยอาจต้องลดดอกเบี้ยถึง 2 ครั้ง ในปีนี้
อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทก็อาจถูกชะลอลงได้บ้าง หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์สูงขึ้น หรือ แกว่งตัว Sideways ขณะเดียวกัน แม้ว่าเงินดอลลาร์จะได้แรงหนุนจากความกังวลนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ
แต่เรามองว่า เงินดอลลาร์ก็เสี่ยงเผชิญความผันผวนแบบ Two-Way Volatility ขึ้นกับความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ของผู้เล่นในตลาด โดยหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจจำกัดการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หรืออาจกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงได้
นอกจากนี้ เราประเมินว่า ความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจากบรรดาผู้เล่นในตลาดอาจยังพอช่วยหนุนเงินบาท ผ่านแรงซื้อบอนด์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้บ้าง แต่แรงขายหุ้นไทยจากนักลงทุนต่างชาติก็อาจลดทอนอานิสงส์จากแรงซื้อบอนด์ดังกล่าวในช่วงนี้
ทั้งนี้ เราประเมินว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจมีโซนแนวต้านในช่วงระยะสั้นแถว 34.40-34.50 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่โซนแนวรับได้ขยับขึ้นมาแถว 34.00-34.10 บาทต่อดอลลาร์
ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.00-34.40 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้นโยบายการค้าของสหรัฐฯ)
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 34.10-34.24 บาทต่อดอลลาร์) ตามจังหวะการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดต่างยังคงกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ “Liberation Day”
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการทยอยอ่อนค่าลงของเงินยูโร (EUR) หลังอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ในเดือนมีนาคม ชะลอตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 2.2% ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ก็ชะลอลงสู่ระดับ 2.4% ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะสามารถเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้อีกราว 2-3 ครั้ง ในปีนี้
อย่างไรก็ดี การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ก็ถูกชะลอลง หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งดัชนี ISM PMI ภาคการผลิตเดือนมีนาคม ที่ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 49.0 จุด (ดัชนีต่ำกว่า 50 จุด สะท้อนภาวะหดตัว)
และยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) เดือนกุมภาพันธ์ ก็ลดลงสู่ระดับราว 7.57 ล้านตำแหน่ง แย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่
นอกจากนี้ เงินบาทยังถูกกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลดลงของราคาทองคำ ซึ่งทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนต่างทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัวอยู่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะระมัดระวังตัว เพื่อรอติดตามแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ “Liberation Day”
อย่างไรก็ดี ในภาพรวมตลาดหุ้นสหรัฐฯ พอได้แรงหนุนบ้าง จากการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ นำโดย Tesla +3.6%, Nvidia +1.6% ทำให้โดยรวมดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq รีบาวด์ขึ้น +0.87% ส่วนดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.38%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 รีบาวด์ขึ้น +1.07% หนุนโดยการรีบาวด์ขึ้นบ้างของบรรดาหุ้นกลุ่มเทคฯ ยุโรป อย่าง ASML +2.3% นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมการบิน
จากอานิสงส์การปรับตัวขึ้นของ Airbus +3.2% หลังบริษัทสามารถส่งมอบเครื่องบินได้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปก็ถูกจำกัดลงบ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เคลื่อนไหวผันผวน แม้จะมีจังหวะย่อตัวลงบ้าง จากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาแย่กว่าคาด แต่การรีบาวด์ขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็พอช่วยหนุนให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นบ้าง เข้าใกล้ระดับ 4.19%
ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูง ขึ้นกับแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้
โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน และเนื่องจาก เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจอยู่ ทำให้เราคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาว ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นได้ (เน้นรอ Buy on Dip)
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้จะพอได้แรงหนุนจากความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ และการอ่อนค่าลงของเงินยูโร (EUR) หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของยูโรโซน ชะลอตัวลงต่อเนื่องเข้าใกล้เป้าหมายของ ECB
ทว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ล้วนออกมาแย่กว่าคาด ก็กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดยังคงมีความกังวลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ยังคงแกว่งตัวแถวโซน 104.2 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.0-104.4 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่า ผู้เล่นในตลาดจะมีความกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ แต่ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2025) ก็เริ่มเผชิญแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาดบางส่วน
รวมถึงจังหวะการรีบาวด์ขึ้นของตลาดหุ้นยุโรปและสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังคงรอจังหวะเข้าซื้อทองคำในช่วงการย่อตัวลง ทำให้โดยรวมราคาทองคำยังคงแกว่งตัว แถวโซน 3,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ การประกาศมาตรการกีดกันทางการค้า อย่าง ภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีขึ้นในช่วงราว 02.00-03.00 น. ของเช้าวันที่ 3 เมษายน ตามเวลาประเทศไทย
ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าสนใจของสหรัฐฯ นั้น จะอยู่ที่ รายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP เดือนมีนาคม ที่อาจสะท้อนถึงแนวโน้มยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ในวันศุกร์นี้ได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานข้อมูลยอดคำสั่งซื้อสินค้าภาคโรงงาน (Factory Orders) และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders)
และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลดังกล่าว ผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะฝั่งตลาดน้ำมัน จะรอลุ้นรายงานยอดสต็อกน้ำมันคงคลังของสหรัฐฯ โดย EIA ที่อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางราคาน้ำมันดิบได้ในระยะสั้น
ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 1 เดือนที่ 34.22 ก่อนจะกลับมาปรับตัวตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.15-34.17 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.27 น.) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 34.10 บาทต่อดอลลาร์ฯ
ทั้งนี้ ทิศทางของเงินบาทยังคงอ่อนแอลง สอดคล้องกับ Sentiment ของสกุลเงินเอเชียอื่นๆ ในช่วงก่อนการเปิดเผยรายละเอียดของ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ ในวันนี้ นอกจากนี้เงินบาทน่าจะเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั้งจากเรื่องแผ่นดินไหว และภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มทำให้มีโอกาสเห็นกนง. ปรับลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายเดือนนี้มากขึ้น
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 34.10-34.35 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ รายละเอียดของ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า สัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือนมี.ค. และยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนก.พ.
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
“ภูริ ภูริธัช” ความหวังใหม่ชายเดี่ยวแบดมินตันไทย

ในวงการแบดมินตันไทยมักจะมีนักกีฬาดาวรุ่งฝ่ายหญิงหลายๆคนที่กำลังพัฒนาฝีมือ และตระเวนออกไปแข่งขันทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และไล่ล่าคะแนนสะสมโลกกันอย่างมากมาย อาทิ “น้องบูม” ธิดาพร กลีบยี่สุน , “พิ้งค์” พิชฌามลณ์ โอภาสนิพัทธ์, “มินนี่” ธมนวรรณ นิธิอิทธิไกร ฯลฯ
ส่วนนักกีฬาชายเดี่ยวจากประเทศไทยนั้นต้องยอมรับว่าหลังจากที่ “วิว” กุลวุฒิ วิทิตศานต์ แจ้งเกิดในวงการแบดมินตันโลกขึ้นมา ก็จะมีเพียงแค่ชื่อของ “อิคคิว” พณิชพล ธีระรัตน์สกุล เท่านั้นที่ฉายแววเด่นขึ้นมาเสริมทีมชาติไทยในประเภทชายเดี่ยว
จนกระทั่งมาถึงการแข่งขันแบดมินตันรายการ โยเน็กซ์ ซันไรส์ เวียดนาม อินเตอร์เนชั่นแนล ชาเลนจ์ 2025 ซึ่งเป็นรายการระดับอินเตอร์เนชั่นแนล ชาเลนจ์ ที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม วงการแบดมินตันไทยในประเภทชายเดี่ยวก็ได้หนุ่มน้อยวัย 22 ปี “ภูริ” ภูริธัช อารีย์ มาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวด้วยการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์อาชีพแรกมาครองได้สำเร็จด้วยการปราบคู่แข่งที่อันดับโลกเหนือกว่ามากอย่าง ก๊ก จิงฮง มือวางอันดับ 86 ของโลกจากมาเลเซีย ไปได้ 2-1 เกม
“ภูริ” ภูริธัช อารีย์ เกิดวันที่ 28 มกราคม 2003 เป็นนักศึกษณาหนุ่มจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สังกัดสโมสรทหารอากาศ นับเป็นอีกหนึ่งนักกีฬาที่เคยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในระดับเยาวชน ก่อนที่จะกลับมามีชื่อเสียงอีกครั้งหลังจากที่คว้ารองแชมป์ชายเดี่ยวประเทศไทย ปี 2567 ปัจจุบันเก็บตัวฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นที่สมาคมกีฬาแบดมินตันฯ ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของโค้ช “โอ๊ต” สิทธิคมน์ ธรรมศิลป์
แน่นอนว่าการคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติได้สำเร็จจะเป็นแรงผลักดันให้กับ “ภูริ” ได้มุ่งมั่น ตั้งใจฝึกซ้อมให้หนักมากยิ่งขึ้นหากต้องการที่ทำผลงานเก็บคะแนนสะสมเพื่อก้าวขึ้นชั้นไปลงสนามแข่งขันในรายการระดับเวิลด์ทัวร์ต่อไป
แฟนๆกีฬาแบดมินตันมาร่วมใจกันส่งแรงเชียร์ “ภูริ” ภูริธัช อารีย์ และบรรดานักกีฬาแบดมินตันดาวรุ่งของไทยอีกมากมายที่จะพาเหรดไปเข้าร่วมการแข่งขันแบดมินตันในศึก “โตโยต้า ภูเก็ต อินเตอร์เนชั่นแนล ซีรี่ส์ 2025” ชิงเงินรางวัลรวม 5,000 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 170,000 ระหว่างวันที่ 1-6 เม.ย.68 นี้ ที่โรงยิมเนเชียม 4,000 ที่นั่ง ศูนย์กีฬาสะพานหิน จังหวัดภูเก็ต
ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th
สัญญาณเตือน 9 โรคอันตรายในช่องท้อง “ปวดท้อง” แบบไหนควรระวัง

อวัยวะภายในช่องท้อง ไม่ว่าจะเป็น กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ตับ ถุงน้ำดี ท่อน้ำดี ตับอ่อน ล้วนเป็นอวัยวะภายในที่สำคัญ เริ่มตั้งแต่ที่เรารับประทานเข้าไป รวมทั้งย่อยและขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เมื่อใดก็ตามที่อวัยวะเหล่านี้ทำงานผิดปกติ ย่อมส่งสัญญาณเตือนอันตรายออกมา ที่สังเกตได้ง่ายคืออาการปวดท้อง ซึ่งเราไม่ควรอย่านิ่งนอนใจ เพราะแม้อาการปวดเพียงเล็กน้อยก็อาจมีภาวะผิดปกติอย่างร้ายแรงที่ เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้
สารพัดโรคในช่องท้อง กับอาการปวดท้องที่แตกต่างกัน
นพ.คมเดช ธนวชิระสิน ศัลยแพทย์ด้านการผ่าตัดผ่านกล้องและส่องกล้อง รพ.กรุงเทพ กล่าวว่า โรคในช่องท้องแต่ละโรค มีอาการแสดงถึงความผิดปกติเช่น การปวดท้อง ที่คล้ายคลึงกัน จนหลายๆ ครั้งอาจได้รับการวินิจฉัยผิดพลาดหรือผู้ป่วยนิ่งนอนใจคิดว่าเป็นเพียงโรคกระเพาะ จนได้รับการวินิจฉัยที่ล่าช้าและส่งผลอันตรายได้ จริงๆ แล้วอาการปวดท้องในแต่ละโรคนั้นไม่เหมือนกัน ต้องอาศัยการสังเกตและความชำนาญของแพทย์เฉพาะทางในการวินิจฉัย รวมทั้งการตรวจสุขภาพด้วยการเจาะเลือดเพียงอย่างเดียวก็อาจไม่พบความผิดปกติ การเข้ารับการตรวจภายในช่องท้องด้วยการอัลตราซาวด์จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อการวินิจฉัย ให้การรักษาเป็นไปอย่างทันท่วงที
โรคในช่องท้องที่พบบ่อย
- นิ่วในถุงน้ำดี โดยปกติแล้วถุงน้ำดีจะทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำดี และเพิ่มความเข้มข้นในการย่อยสลายอาหารประเภทไขมันให้ดียิ่งขึ้น การเกิดนิ่วในถุงน้ำดีอาจเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อาทิ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูงๆ หรือคนที่อ้วนมากๆ และโรคเลือดต่างๆ ทำให้องค์ประกอบน้ำดีเสียไปจนเกิดการตกตะกอนกลายเป็นนิ่วขึ้น อาการของนิ่วในถุงน้ำดีมีได้ตั้งแต่
สัญญาณเตือนเบื้องต้นคือ แค่ท้องอืด แน่นท้อง อาหารไม่ย่อยโดยเฉพาะ แต่จะไม่ปวดแสบเหมือนโรคกระเพาะ ผ่านไปสักพักคนไข้จะรู้สึกดีขึ้นเอง จนบางครั้งอาจเข้าใจผิดว่ากินแค่ยาลดกรดขับลมก็หาย แต่หากในกรณีที่ปล่อยทิ้งไว้ถึงขั้นถุงน้ำดีอักเสบอาการอาจรุนแรงขึ้นได้ เช่น คนไข้จะมีอาการปวดจุกๆ ขยับตัวไม่ได้ หายใจเข้าก็เจ็บ เพราะเวลาหายใจเข้ากระบังลมจะดันลงต่ำจนไปดันถุงน้ำดีที่อักเสบอยู่ ปวดชายโครงขวาหรือร้าวไปหลัง และอาจเกิดเป็นหนองและติดเชื้อในกระแสเลือดได้ หรือถ้านิ่วหลุดและหล่นลงมาอุดตันบริเวณท่อน้ำดี คนไข้จะมีอาการไข้หนาวสั่น ตัวเหลือง ตาเหลือง เกิดการอักเสบติดเชื้อของทางเดินท่อน้ำดี ต้องได้รับการผ่าตัดเร่งด่วนและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และหากมีนิ่วค้างอยู่เป็นเวลานาน อาจกระตุ้นให้เกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดีได้ หรือทำให้ตับอ่อนอักเสบ
นอกจากนี้ถ้าก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่มากยังเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งถุงน้ำดีได้ ดังนั้นหากตรวจพบนิ่วในถุงน้ำดี ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับคำปรึกษา เพราะนิ่วนั้นโอกาสน้อยมากที่จะหายไปได้เอง ทั้งนี้ควรหมั่นเข้ารับการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ หรือหากมีอาการตามเบื้องต้น ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยงของโรคด้วยการอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบนเพื่อทำการรักษาต่อไป - ไส้เลื่อนหน้าท้อง ขาหนีบ คือ การที่ผนังของกล้ามเนื้ออ่อนแอลง หรือความดันในช่องท้องมากขึ้น ทำให้เกิดการหย่อนหรือฉีกขาด ส่งผลให้อวัยวะในช่องท้องเคลื่อนออกมา ทำให้เกิดอาการปวดจุกๆ ท้อง ร่วมกับเราจะสังเกตเห็นการนูนเป็นก้อนในตำแหน่งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่ที่พบได้บริเวณ สะดือ ขาหนีบ ผนังหน้าท้องที่เคยมีการผ่าตัดมาก่อน
ปัจจัยของการเกิดไส้เลื่อนเกิดได้จาก
1) ความอ้วน นน.ตัวที่เพิ่มจะทำผนังหน้าท้องจะขยายจนทำให้ผิวบริเวณหน้าท้องตึงและบาง
2) อายุที่เพิ่มขึ้นผนังหน้าท้องจะเริ่มบางและอ่อนแอลง
3) ความดันในช่องท้องมากกว่าปกติ เช่น ยกของหนัก การเบ่งปัสสาวะหรืออุจจาระแรงๆ ต่อมลูกหมากโต ท้องผูก หรือโรคบางชนิดที่ทำให้มีน้ำในช่องท้องเพิ่มขึ้น
โดยอาการของไส้เลื่อนคือ คนไข้จะปวดท้องแบบจุกๆ รู้สึกแน่นๆบริเวณใกล้ๆ ก้อน หากสังเกตว่ามีส่วนใดบริเวณหน้าท้องหรือขาหนีบนูนขึ้นมาเป็นก้อนผิดปกติ ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย สิ่งอาการเหล่านี้หากเป็นจากไส้เลื่อนไม่สามารถหายได้เอง หากปล่อยทิ้งไว้มีโอกาสความรุนแรงหรือความยุ่งยากในการผ่าตัดมากขึ้น เช่นลำไส้เน่าหรือ อุดตัน เพราะลำไส้ไม่สามารถกลับเข้าไปได้ โดยคนไข้จะมีอาการ ปวดที่ก้อนมาก อาเจียน ปวดท้องแบบบีบๆ ถ่ายไม่ออก - ไส้ติ่ง อวัยวะที่มีลักษณะเป็นท่อตัน เป็นส่วนหนึ่งที่ยื่นออกจากลำไส้ใหญ่ ไส้ติ่งอักเสบเกิดจากอุดตันจากเศษอาหาร ต่อมน้ำเหลืองจากการติดเชื้อของลำไส้ อาการของไส้ติ่งอักเสบคือ ในช่วงแรกจะคล้ายคลึงกับโรคกระเพาะ ต้องอาศัยการซักประวัติตรวจอย่างละเอียด โดยคนไข้จะมีอาการเบื้องต้นคือคลื่นไส้ เบื่ออาหาร ร่วมกับอาการปวดท้องบริเวณลิ่นปี่หรือกลางท้อง ต่อมาผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวามากขึ้นหรือร้าวไปด้านหลังก็ได้ ขึ้นกับตำแหน่งการวางตัวของไส้ติ่ง หากอาการปวดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนไข้มักขยับตัวไม่ค่อยได้จะรู้สึกเจ็บมาก เริ่มมีไข้ ซึ่งอาการปวดไส้ติ่งไม่สามารถหายเองได้ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอาจจะทำให้ไส้ติ่งแตก เป็นอันตรายได้ ทั้งนี้ควรสังเกตตนเองหากมีอาการปวดท้องด้านขวาสักพักแล้วไม่หาย และยังมีอาการเจ็บเพิ่มขึ้นควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว
- แผลในกระเพาะอาหาร/ลำไส้อักเสบ โรคแผลในกระเพาะอาหารสามารถเกิดได้กับคนทุกเพศทุกวัยรวมไปถึงเด็กเล็ก โดยกระเพาะอักเสบมักจะพบได้กับผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี ส่วนลำไส้เล็กอักเสบพบในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า ปัจจัยเสี่ยงที่พบมากคือ กลุ่มคนที่ทานยาละลายลิ่มเลือด ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบบ่อยๆ ทานข้าวไม่ตรงเวลา ทานรสเผ็ดจัด ดื่มกาแฟเป็นประจำ รวมถึงความเครียด หรือการติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหาร คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบมักมีอาการปวดท้องทั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร แต่จะค่อยๆ หายไปเมื่อรับประทานอาหารเข้าไปสักพัก ไม่สบายท้องส่วนบน เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ รู้สึกเหมือนมีลมในท้องมาก คลื่นไส้ อาเจียน
ขณะที่โรคลำไส้อักเสบมักพบในกลุ่มวัยทำงานได้มากกว่า สังเกตอาการเบื้องต้นคือ อาการแสบท้อง คนไข้จะมีอาการแสบท้องก่อนรับประทานอาหาร แต่เมื่อได้ทานเข้าไปแล้วจะมีอาการดีขึ้น การวินิจฉัยโรคทำได้โดยการส่องกล้องเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่เกิดภายในลำไส้ การปฏิบัติตัวเป็นสิ่งสำคัญคือ ทานอาหารให้ตรงเวลา ทานอาหารย่อยง่าย งดอาหารรสจัด อาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ และลดความเครียด - กรดไหลย้อน อาการสังเกตเบื้องต้นของโรคกรดไหลย้อน เช่น เรอเปรี้ยว ปวดแสบปวดร้อนในช่องท้องส่วนบน ไปถึงบริเวณกลางอก บางคนอาจมีอาการไอ สะอึก เจ็บคอบ่อยๆ ก็มีสาเหตุมาจากโรคกรดไหลย้อนได้เช่นกัน
ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงคือ อ้วน สูบบุหรี่จัด ดื่มชา กาแฟ ทานช็อคโกแลต เป็นประจำ หรือคนที่ชอบเคี้ยวหมากฝรั่งบ่อยๆ เพราะเป็นการเรียกน้ำย่อยและกระตุ้นกรดในกระเพาะอาหาร หรือคนที่ทานอาหารแล้วนอนทันที
การดูแลตัวเองหากเป็นกรดไหลย้อน
1) งดปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ลดการทานช็อคโกแลต สเต๊ก เปปเปอร์มิ้นท์ หมากฝรั่ง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
2) ควรนอนหนุนหัวสูง (หมอนหนุนถึงหัวไหล่) หรือตะแคงซ้าย อย่านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
3) รับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง จะช่วยให้อาการกรดไหลย้อนดีขึ้นได้
4) หากการรักษาดังกล่าวไม่ดีขึ้น อาจมีไส้เลื่อนหูรูดกะบังลมร่วมด้วย ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมด้วยการส่องกล้อง หรือเครื่องตรวจวัดกรดที่หลอดอาหารและกระเพาะใน 24 ชม. ซึ่งอาจให้ยาเพิ่มเติมหรือจำเป็นพิจารณาผ่าตัดรักษาต่อต่อไป - ตับอ่อนอักเสบ คือภาวะที่เกิดการอักเสบของตับอ่อน ทำให้มีอาการปวดท้องเฉียบพลันรุนแรงได้ หน้าที่ของตับอ่อนคือผลิตน้ำย่อยและฮอร์โมนบางชนิด สาเหตุของตับอ่อนอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากนิ่วในถุงน้ำดี หรือคนที่ดื่มแอลกอฮอล์ ตับอ่อนอักเสบจะมีอาการปวดท้อง และคลื่นไส้อาเจียนมาก โดยเฉพาะคนที่ดื่มเหล้าหนักๆ จะมีอาการปวดท้องจนต้องงอตัวเพื่อให้ความปวดทุเลาลง ซึ่งมักพบบ่อยในเพศชาย สามารถตรวจวินิจฉัยด้วยอาการอัลตราซาวน์ด
- ตับอักเสบ เป็นภาวะอักเสบที่เกิดขึ้นบริเวณตับ สาเหตุเกิดได้ทั้งจากการติดเชื้อไวรัส หรือสาเหตุอื่นๆ เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือผลข้างเคียงจากการใช้ยา และติดเชื้อไวรัสตับ ซึ่งหากตับอักเสบเรื้อรัง อาจทำให้การทำงานของตับผิดปกติ เกิดตับแข็ง หรือเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับตามมาได้ อาการที่พบโดยส่วนใหญ่คือ ผู้ป่วยจะมีไข้ และอาการปวดท้องด้านบนขวา ตัวเหลืองขึ้น การวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดช่วยให้พบค่าการทำงานของตับผิดปกติได้
- กระเปาะลำไส้ใหญ่โป่งพองอักเสบ ผู้ป่วยมักมีประวัติท้องผูกเรื้อรัง อาการที่พบมักปวดท้องบริเวณด้านล่างขวา หรือ ด้านล่างซ้าย นอกจากนี้เมื่อปล่อยทิ้งไว้อาจมีการแตก หรือ การอุดตัน หรือถ่ายเป็นเลือดได้ การรักษาเริ่มตั้งแต่การให้ยา ไปจนถึงการผ่าตัด
- โรคทางนรีเวช อาการปวดท้องของโรคทางนรีเวช อาการสังเกตคือ การปวดบริเวณท้องน้อยด้านล่าง ตรงกลางหรืออาจจะซ้ายและขวาก็ได้ อาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนของโรคที่เกี่ยวกับมดลูก หรือปีกมดลูกในผู้หญิง หรือการสังเกตความผิดปกติของประจำเดือน เช่น ประจำเดือนมามากหรือน้อยผิดปกติ มากระปริดกระปรอย คุณผู้หญิงควรเข้ารับการตรวจภายในหรืออัลตราซาวด์เพื่อวินิจฉัยความผิดปกติที่เกิดขึ้น
อาการปวดในช่องท้องทั้ง 9 โรคที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่กระทบการทำงานทั้งสิ้น เมื่อมีสัญญาณเตือนอย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัย ให้การรักษาเป็นไปอย่างทันท่วงที ช่วยลดภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นตามมาได้
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
เปิดตัว Honda CUV e: มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า 100% เช่าเดือนละ 4,000 บาท จำกัด 100 สิทธิ์

Honda CUV e: ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกที่งาน Bangkok International Motor Show 2025 วางจำหน่ายรูปแบบเช่าสัญญา 12 เดือน เริ่มต้นเดือนละ 4,000 บาท จำกัด 100 สิทธิ์เท่านั้น

Honda CUV e: เป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แนวคิด Smart Ride, Future Ready เน้นดีไซน์ล้ำสมัย รองรับการใช้งานในเมือง ติดตั้งไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED เป็นมาตรฐาน มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ Standard และ Connectivity
Honda CUV e: รุ่น Standard ติดตั้งหน้าจอแสดงผล TFT ขนาด 5 นิ้ว และรุ่น Connectivity เพิ่มขนาดหน้าจอเป็น 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อแอปพลิเคชัน Honda Roadsync Duo สามารถตรวจสอบข้อมูลรถ ข้อมูลนำทาง โทรออก รับสาย ฟังเพลง และค้นหาสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่

มอเตอร์ไฟฟ้าของ Honda CUV e: สามารถขับขี่ได้ด้วยความเร็วสูงสุด 83 กม./ชม. พร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion มาตรฐาน UNR136 น้ำหนักเบา สามารถสับเปลี่ยนได้ที่สถานี Honda e: SWAP STATION ทั่วกรุงเทพฯ ระยะทางขับขี่สูงสุดมากกว่า 70 กม. ต่อการสลับแบตเตอรี่หรือชาร์จเต็มแต่ละครั้ง
Honda CUV e: มีโหมดการขับขี่ 3 โหมด ได้แก่ Standard, Sport และ ECON พร้อมระบบกุญแจรีโมท Honda SMART Key และระบบช่วยถอยหลัง Reverse Assist มีช่องเก็บของด้านหน้า พร้อมช่องชาร์จ USB Type-C

ตัวรถมีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ Mat Gun Powder Black Metallic และสีดำ-ขาว Pearl Jubilee White
Honda CUV e: วางจำหน่ายในรูปแบบเช่าเท่านั้น สัญญาเช่า 12 เดือน
- รุ่น Standard ราคา 4,000 บาทต่อเดือน (ปกติ 4,500 บาท)
- รุ่น Connectivity ราคา 4,500 บาทต่อเดือน (ปกติ 4,800 บาท)
จำกัด 100 สิทธิ์ เฉพาะลูกค้าที่จองในงานมอเตอร์โชว์ 2025
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
วิธีอธิบายอาการเจ็บป่วยเป็นภาษาอังกฤษ

อาการเจ็บป่วยเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่ลองคิดดูว่า ถ้ามันดันเกิดตอนที่เราไม่ได้อยู่ในประเทศตัวเองล่ะ จะลำบากขนาดไหน การอธิบายอาการเจ็บป่วยอย่างถูกต้องให้แก่คุณหมอทราบ เป็นสิ่งที่อาจชี้เป็นชี้ตายได้ในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะการพูดเป็นภาษาอังกฤษด้วยแล้ว วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่า อาการเจ็บป่วยในภาษาอังกฤษพูดแบบไหนได้บ้าง
1. ปวดหัว
อาการปวดหัวนั้น เรารู้ว่าต้องพูดว่า I have a headache. แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น เราอาจจะต้องอธิบายมากกว่านั้นเช่น I have a severe headache. (ปวดหัวรุนแรง) I have an acute headache. (ปวดหัวเฉียบพลัน) หรือ I have chronic headaches. (ปวดหัวเรื้อรัง) นอกจากนี้ เรายังสามารถอธิบายเพิ่มได้อีกว่าปวดหัวทำให้รู้สึกอย่างไร เช่น throbbing (ปวดตุบๆ) dull (ปวดตื้อๆ) หรือ stabbing (ปวดหัวจี๊ด) headache เป็นต้น
2. ปวดท้อง
เรานิยมพูดว่า I have a stomach ache. เพื่อบอกว่าเราปวดท้อง แต่อาการนี้สามารถอธิบายแบบเจาะจงได้อีกว่า I have an upset stomach. หรือ I have an indigestion. (ปวดท้องแบบอาหารไม่ย่อย) หรือถ้าเป็นสาวๆ อาจมีอาการปวดประจำเดือน หรือ I have period cramps. โดยถ้าไม่แน่ใจว่าปวดท้องแบบไหน เราอาจจะชี้ตำแหน่งแล้วพูดว่า I have pain in this area. ก็ได้เช่นกัน
3. ปวดอื่นๆ
นอกจากปวดหัวปวดท้องแล้ว เราอาจจะมีการปวดหลัง (back pain) ปวดฟัน (toothache) เจ็บหน้าอก (chest pain) โดยวิธีที่ง่ายก็คือ ใส่ชื่ออวัยวะไว้ข้างหน้า ตามด้วยคำว่า pain จะเซฟที่สุด
4. หายใจไม่ออก
ถ้าพูดง่ายๆเลยก็คือ I can’t breathe. (ฉันหายใจไม่ออก) แต่เราสามารถพูดอีกอย่างได้ว่า I have trouble breathing. นอกจากนี้ ถ้าเราหายใจไม่สะดวก เราสามารถพูดได้ว่า I’m short of breath. โดยที่สาเหตุการหายใจไม่สะดวก อาจจะมาจากการมีน้ำมูก (I have a runny nose.) หรือรูจมูกอุดตัน (I have a stuffy nose.)
5. มีผื่นขึ้น
การมีผื่นขึ้นสามารถพูดได้ว่า I have a rash. ซึ่งอาจเกิดได้จากอาการแพ้ที่เรารู้ตัวอยู่แล้ว หรือแพ้จากสาเหตุอื่น ถ้าเรารู้ตัวอยู่แล้วว่าเราแพ้อะไร เราสามารถพูดได้ว่า I’m allergic to เช่น I’m allergic to nuts. (ฉันแพ้ถั่ว) ซึ่งเราสามารถอธิบายได้ว่ามีผื่นขึ้นตรงไหน เช่น I have a rash on my neck. (ผื่นขึ้นคอ) หรือถ้าเราไม่รู้ว่าแพ้อะไร เราอาจจะต้องอธิบายว่าเราไปทำอะไรมาก่อนหน้านี้ หรือโดนแมลงกัดต่อยหรือเปล่า (insect bites) เพื่อให้คุณหมอได้ข้อมูลที่ครบถ้วนที่สุด
6. มีอาการบวมแดง
เราสามารถพูดอธิบายว่ามีอาการบวมแดงเกิดขึ้นที่ไหน เช่น My ankle is red and swollen. (ข้อเท้าของฉันบวมแดง) โดยเราสามารถอธิบายได้ว่าส่วนไหนในร่างกายที่บวมแดง โดยเราสามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ว่ามีอาการอะไรควบคู่มาบ้างเช่น I feel itchy on my ankle. (ข้อเท้าคัน) หรือ My ankle is stiff and sore (ข้อเท้าแข็งและปวด) เป็นต้น
7. ท้องเสีย ท้องผูก
อาการปวดท้องอาจส่งผลให้เกิดอาการตามมา เช่น I’m having diarrhea. (ท้องเสีย) I’m having constipation. (ถ่ายไม่ออก) โดยการปวดท้องจากการกินอาหารแปลกๆในต่างแดน อาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษ (food poisoning) ได้ง่ายกว่าปกติ โดยอาการอาจรวมถึงการคลื่นไส้ (I feel nauseous.) อาการเวียนหัว (I feel dizzy.) และอาจมีการอาเจียนตามมา (I have been vomiting for 2 hours. – ฉันอ้วกมาสองชั่วโมงแล้ว)
8. มีไข้
เราสามารถพูดว่า I’ve got a fever. (ฉันมีไข้) โดยที่สามารถพูดได้ว่ามีไข้กี่องศา เช่น I have a fever of 39 degrees Celsius. (มีไข้ 39 องศาเซลเซียส) โดยเราสามารถขยายได้อีกว่ารู้สึกอย่างไรตอนเป็นไข้ เช่น I have trouble sleeping. (นอนไม่ได้) I’m sweating all the time. (เหงื่ออกตลอดเวลา) หรือ I feel cold and shivery. (รู้สึกหนาวสั่น)
9. มีอาการลงน้ำหนักแล้วเจ็บ
เราสามารถอธิบายได้ว่าส่วนใดของร่างกายเราที่ลงน้ำหนักแล้วเจ็บ เช่น My foot hurts when I put pressure on it. (เท้าของฉันเจ็บเมื่อลงน้ำหนัก) หรือ My arm hurts when I press it. (แขนเจ็บเวลาที่ฉันกด) หรือ This area hurts when I touch it. (ส่วนนี้แค่แตะก็เจ็บแล้ว) เป็นต้น
10. บอกเล่าว่าเกิดอาการขึ้นนานแค่ไหนแล้ว
สิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ เราต้องพูดเป็นว่าอาการเกิดขึ้นเมื่อไร เพื่อให้คุณหมอวินัจฉัยได้ถูก เช่น I started experiencing the symptoms one day ago. (ฉันเริ่มมีอาการเหล่านี้หนึ่งวันแล้ว) โดยที่ถ้าเราคิดว่ามันเกิดหลังจากเราไปทำอะไรมา เราก็ควรบอกด้วย เช่น I got this after I …..(มันเกิดขึ้นหลังจากที่ฉัน…)
ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th
เสริมภูมิให้สูง ด้วยวิตามินเอ

หากกล่าวถึง วิตามินเอ นอกจากช่วยเรื่องโรคทางสายตา ผลิตสารสีที่ช่วยให้เรามองเห็นได้ในที่มืดแล้ว วิตามินเอยังมีหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้ระบบภูมิต้านทานของร่างกายทำงานได้ดีเต็มประสิทธิภาพเพียงพอที่จะต่อสู้กับเชื้อโรค ลดความเสี่ยงการติดเชื้อจากโรคติดต่อในระบบทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส
แหล่งของวิตามินเอที่พบมากในอาหาร พบได้ทั้งในผักสุก ได้แก่ แครอท ผักโขม บร็อคโคลี ผักคะน้าหรือในกลุ่มเนื้อสัตว์ เช่น ตับ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า นมและผลิตภัณฑ์จากนม
รู้หรือไม่!! วิตามินเอ เป็นวิตามินที่ละลายในไขมัน การรับประทานพร้อมอาหารที่มีไขมันจะช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินเอเข้าสู่ร่างกายได้ดียิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม การได้รับวิตามินเอในปริมาณที่มีมากเกินไปก็อาจเกิดโทษต่อร่างกายได้เช่นกัน จึงแนะนำการรับประทานวิตามินเอในรูปแบบอาหารมากกว่าสารสกัดหรือผลิตภัณฑ์เสริม
โดย
บุญญริน ชาคริยานุกูล RD., CDT., CDE.
นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน
ศูนย์โภชนาการและการกำหนดอาหาร รพ.วิมุต-เทพธารินทร์
ขอบคุณข้อมูลจาก theptarin.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 2/04/2568
ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
---|---|---|---|
ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 50,450.00 | 50,550.00 |
ทองรูปพรรณ 96.5% | 3,268.00 | 49,542.88 | 51,350.00 |
ทองรูปพรรณ 90% | 2,941.20 | 44,588.59 | n/a |
ทองรูปพรรณ 80% | 2,614.40 | 39,634.30 | n/a |
ทองรูปพรรณ 50% | 1,471.00 | 22,294.30 | n/a |
ทองรูปพรรณ 40% | 1,144.00 | 17,340.01 | n/a |
ทองรูปพรรณ 99.99% | 3,387.00 | 51,339.77 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 2/04/2568
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | เอสโซ่ | คาลเท็กซ์ | ![]() ไออาร์พีซี | พีที | ![]() ซัสโก้ | ![]() เพียว | ![]() พรุ่งนี้ | |
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
แก๊สโซฮอล์ 95 | 34.15 | 34.15 | 34.65 | 34.15 | 34.15 | 34.15 | 34.15 | 34.15 | 34.15 | 34.15 |
แก๊สโซฮอล์ 91 | 33.78 | 33.78 | 34.28 | 33.78 | 33.78 | 33.78 | 33.78 | 33.78 | 33.78 | 33.78 |
แก๊สโซฮอล์ E20 | 31.94 | 31.94 | 32.44 | 31.94 | 31.94 | – | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 |
แก๊สโซฮอล์ E85 | 30.29 | 30.29 | – | – | – | – | – | – | – | 30.29 |
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 42.74 | 49.34 | 49.84 | 49.34 | – | – | – | – | – | 42.74 |
เบนซิน 95 | 42.44 | – | – | – | 49.31 | – | 42.94 | 42.59 | – | 42.44 |
ดีเซล | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 | 32.44 |
ดีเซลพรีเมี่ยม | 44.44 | 46.64 | 49.84 | 46.64 | 46.64 | – | – | – | – | 44.44 |
แก๊ส NGV | 17.90 | 17.90 | – | – | – | – | – | – | – | 17.90 |