‘อรุณานนท์ชัย’ลดเสี่ยงธุรกิจโรงงานน้ำตาลปั้นเสาหลักใหม่โรงแรม

ครอบครัว‘อรุณานนท์ชัย’ลดเสี่ยงธุรกิจโรงงานน้ำตาล เร่งเครื่องปั้นเสาหลักใหม่ปิดดีลซื้อ‘โรงแรม’เชียงราย ขอนแก่น สมุย ลุยขยายพอร์ตระดับพันล้านสวนกระแสเศรษฐกิจ
ในโลกธุรกิจ ชื่อของ ดร.สุนทร อรุณานนท์ชัย และ ดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ถูกจดจำในฐานะเจ้าของธุรกิจน้ำตาลและพลังงาน ที่เติบโตมาพร้อมวินัยแบบแบงก์เกอร์กว่า 40 ปี วันนี้ทั้งคู่กำลังเล่น “เกมใหม่” เกมที่ใช้เงินลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท และใช้ความเชื่อ มากกว่าตัวเลขในงบดุล
ด้วยการเข้าซื้อโรงแรม 22 ชั้น บนที่ดิน 9 ไร่ ใจกลางขอนแก่น พื้นที่ใช้สอยกว่า 66,000 ตร.ม. 300 ห้องพัก ฮอลล์ประชุม 1,800 ที่นั่ง และอีก 1,200 ที่นั่งโรงแรม ที่เคยบริหารภายใต้แบรนด์ Pullman Khon Kaen Raja Orchid ในเครือ Accor วันนี้ถูกชุบชีวิตใหม่ในชื่อ The Heritage Grand Khon Kaen Hotel & Convention คำถามคือ ทำไมต้องซื้อ “ของใหญ่” ในวันที่ผลตอบแทนยังไม่ชัด?
ซื้อในวันที่ “ยังไม่คุ้ม”
“ถ้าถามว่าคุ้มไหม วันนี้ยังไม่คุ้ม” ดร.สุนทร อรุณานนท์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด บริษัทในเครือโรงงานน้ำตาลราชบุรี ตอบตรงๆ พร้อยขยายความว่า ดีลนี้ไม่ใช่การขยายพอร์ตแบบนักเก็งกำไร แต่คือการวางหมาก 30 ปี ที่ผูกพันกับขอนแก่นมากว่า 3 ทศวรรษ ในฐานะอาจารย์พิเศษ เข้าออกโรงแรมแห่งนี้นับครั้งไม่ถ้วน เมื่อเจ้าของเดิมประกาศขาย จึงไม่ได้เห็นแค่สินทรัพย์แต่เห็น “ความทรงจำของเมือง”
ราคาซื้อกว่าพันล้านบาทตามด้วยงบรีโนเวตอีกหลายร้อยล้าน แต่กำไรปีแรกไม่ใช่คำตอบ! เพราะคำถามสำคัญคือ อีก 10 ปี ขอนแก่นจะโตแค่ไหน
รีโนเวตสิ่งที่แขกมองไม่เห็นสู่ “จุดขาย”
หลายคนคิดว่ารีโนเวตโรงแรมคือเปลี่ยนพรม เปลี่ยนเตียงแต่สิ่งที่ครอบครัวอรุณานนท์ชัยทำ เริ่มจากรื้อ “ระบบใต้ดิน” ทั้งหมดเปลี่ยน Chiller ใหม่ทั้งระบบ เปลี่ยน Cooling Tower รื้อท่อแอร์ฝังผนัง อัปเกรดระบบไฟฟ้าและเครื่องกำเนิดไฟ ติดตั้งคีย์การ์ดตัดไฟอัตโนมัติ บางรายการแตะ 20 ล้านบาทต่อชุด เหตุผลไม่ใช่ความหรูหราแต่คือ ต้นทุนพลังงาน
“โรงแรมขนาดใหญ่ คือ เครื่องจักรกินไฟขนาดยักษ์ถ้าไม่จัดการตั้งแต่วันนี้ อีก 10 ปีจะเสียเปรียบ”
ดร.อารยา อรุณานนท์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอส แอนด์ เอ เอ็นเทอร์ไพรส์ จำกัด บริษัทในเครือโรงงานน้ำตาลราชบุรี กล่าวว่า
“เราทำโรงแรม ต้องทำให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมจริงๆ นี่คือการลงทุนเพื่อเป็น Green Hotel และควบคุมต้นทุนระยะยาว”
โดยห้องพักเริ่มต้น 42 ตร.ม. ใหญ่กว่ามาตรฐานตลาด มีเพนต์เฮาส์ 600 ตร.ม. 5 ห้องนอน ฮอลล์ประชุมระดับ 1,800 คน คือหัวใจของตลาดประชุมและสัมมนา (MICE) ในภาคอีสาน และยังมี “โรงเบียร์สด” สไตล์เยอรมนีที่ผลิตขายเฉพาะในโรงแรมต่อเนื่องกว่า 30 ปี คือ “Soft Power” ที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งและสร้างความประทับใจให้กับแขกที่เข้ามาพัก
ก่อนหน้านี้ ช่วงปี 2562 ครอบครัวอรุณานนท์ชัย เข้าซื้อและรีโนเวต The Heritage Chiang Rai Hotel & Convention เป็นอาคาร 13 ชั้น 321 ห้องพัก พร้อมห้องประชุมใหญ่รองรับกว่า 1,500 คน จากโรงแรมที่เคยถูกปล่อยร้างวันนี้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์ก MICE ของเชียงราย!
ปลายปี 2568 ยังได้ปิดดีล Impiana Beachfront Resort โรงแรม 96 ห้อง ที่หาดเฉวงน้อย เกาะสมุย มูลค่า 500 ล้านบาท อัตราเข้าพักช่วงพีกทะลุ 90% และเตรียมดึงเชนต่างชาติเข้ามาบริหารเพื่อดันอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยต่อวัน หรือ ADR (Average Daily Rate) สู่ระดับ 5,000-6,000 บาท นี่ไม่ใช่การซื้อสินทรัพย์กระจายในจังหวัดต่างๆ แต่คือการสร้าง “พอร์ตโรงแรม” ของครอบครัว
ธุรกิจครอบครัว รุ่นต่อไป
จุดที่น่าสนใจที่สุด อาจไม่ใช่ตัวโรงแรมแต่คือ อรุณานนท์ชัย “รุ่นต่อไป” ซึ่งประกอบด้วย จุฑาทิพ อรุณานนท์ ลูกสาวคนโต ดูแลการเงิน จุฑามาศ อรุณานนท์ ลูกสาวคนรองดูแลแบรนด์และพัฒนาโครงการ ส่วน ตรีทิพ อรุณานนท์ ลูกชายคนสุดท้าย ดูแลโรงงานน้ำตาล ซึ่งเป็นคนที่มีความสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
ดร.อารยา ย้ำประโยคหนึ่ง “เราทำไว้ให้ลูกหลาน ไม่ได้หวังกำไรระยะสั้น” คือ Legacy Planning ในแบบธุรกิจครอบครัวไทยจากน้ำตาล สู่พลังงาน วันนี้ก้าวสู่โรงแรมพอร์ตใหม่กำลังกลายเป็นเสาหลักคู่ขนานกับธุรกิจเดิม
ซื้อกิจการ หรือซื้ออนาคตเมือง
วันนี้ ADR ขอนแก่นเฉลี่ยราว 2,000 กว่าบาท ยังต้องเร่งตัวเลข ซึ่งอาจยังไม่หวือหวา แต่ครอบครัวอรุณานนท์ชัยเลือกเดิมพันก่อนคำตอบจะชัดเพราะบางครั้งการลงทุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่ใช่การซื้อธุรกิจแต่คือการซื้อ “อนาคตของเมือง”และถ้าขอนแก่นเติบโตขึ้นอีกระดับในอีก 10-20 ปี ชื่อของ “The Heritage” อาจไม่ได้เป็นแค่โรงแรมแต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองนั่นเอง
“คำว่า Heritage ไม่ได้แปลว่าเก่าแต่ คือ ‘สิ่งที่สืบทอด’ ขอนแก่นไม่ใช่เมืองท่องเที่ยวแบบภูเก็ต แต่คือศูนย์กลางการศึกษา การแพทย์ และราชการของอีสาน คือเมืองประชุม เมืองเทศกาล เมืองที่คนอีสานมารวมตัวกัน โจทย์จึงไม่ใช่ขายห้องแพงที่สุดแต่เป็นเวทีของภูมิภาค”
หากมองให้ลึก เกมโรงแรมของครอบครัวอรุณานนท์ชัย ไม่ได้เป็นแค่การต่อยอดพอร์ตแต่คือการ “ปรับสมดุลความเสี่ยง” ของอาณาจักรธุรกิจธุรกิจน้ำตาล ซึ่งคือธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ราคาขึ้นลงตามตลาดโลก ผันผวนตามสภาพอากาศ ต้นทุนผูกกับพลังงาน กำไรขึ้นกับวัฏจักรที่ควบคุมไม่ได้ ธุรกิจพลังงาน ก็ไม่ต่างกันขึ้นกับนโยบายรัฐต้นทุนเชื้อเพลิง ทิศทางเศรษฐกิจโลกทั้งสองธุรกิจ “กำไรดีมากในปีที่ถูกจังหวะ” แต่ก็ “เสี่ยงมากในปีที่ผิดจังหวะ”
ในทางกลับกัน ธุรกิจโรงแรม คือ สินทรัพย์ระยะยาว “รายได้” มาจากการใช้พื้นที่จากการประชุมจากการท่องเที่ยวจากกิจกรรมเศรษฐกิจของเมือง ไม่ได้ขึ้นกับราคาตลาดโลกโดยตรงแต่มันเติบโตไปพร้อมการเติบโตของ “เมือง”
นี่คือการเปลี่ยนจากธุรกิจที่พึ่งพาวัฏจักรสู่ธุรกิจที่พึ่งพา “ศักยภาพภูมิภาค” เมื่อพอร์ตหนึ่งผันผวนอีกพอร์ตหนึ่งช่วยถ่วงดุล ที่สำคัญโรงแรม คือ สินทรัพย์ที่ส่งต่อรุ่นสู่รุ่นได้ง่าย มีมูลค่าเชิงที่ดิน มีมูลค่าเชิงแบรนด์ และมีมูลค่าเชิงความทรงจำ
สุดท้ายแล้ว นี่คือการสร้าง “เสาหลักเพิ่มอีกต้น” ให้ธุรกิจครอบครัวยืนได้มั่นคงกว่าเดิมในอีก 20-30 ปีข้างหน้า จากธุรกิจที่อิงราคาตลาดโลกสู่ธุรกิจที่อิงการเติบโตของเมือง ซึ่งดีลพันล้านครั้งนี้ไม่ใช่แค่การซื้อโรงแรมแต่คือการซื้อ “เสถียรภาพระยะยาว” ของธุรกิจครอบครัว
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ศรีราชา เมืองโตแรงตามดีมานด์ในโซนEECดันแนวราบคึกคัก

ศุภาลัย สบช่องเมื่อ EEC เดินหน้า เม็ดเงินอุตสาหกรรมไหลเข้า “ศรีราชา” จึงไม่ใช่แค่เมืองโรงงาน แต่กำลังกลายเป็นเมืองอยู่อาศัยเต็มรูปแบบเปิดตัวโครงการ “ศุภาลัย พรีโม่ ”
หากพูดถึง “ศรีราชา” หลายคนอาจนึกถึงนิคมอุตสาหกรรมแต่ในความเป็นจริง เมืองนี้กำลังเปลี่ยนบทบาทแรงหนุนจาก EEC
การลงทุนภาคอุตสาหกรรมและการเติบโตของธุรกิจบริการกำลังทำให้ ศรีราชา ขยับจาก “ฐานผลิต”สู่ “เมืองเศรษฐกิจครบวงจร”เมื่อมีงาน มีรายได้ความต้องการที่อยู่อาศัยคุณภาพก็เพิ่มขึ้นตามและตลาดที่เริ่มเห็นสัญญาณชัดคือ “แนวราบระดับราคาเข้าถึงได้”
ทำไมแนวราบในศรีราชาน่าจับตา
โครงสร้างประชากรของศรีราชาประกอบด้วยพนักงานอุตสาหกรรมระดับบริหาร วิศวกร ผู้ประกอบการ SMEรวมถึงแรงงานทักษะสูงกลุ่มนี้มีรายได้ประจำต้องการบ้านใกล้ที่ทำงานและมองหาพื้นที่ใช้สอยมากกว่าคอนโดบ้านระดับ 2–5 ล้านบาทจึงเป็น “จุดตัด” ของกำลังซื้อในพื้นที่เมื่อดีมานด์มีคำถามคือ ใครจะตอบโจทย์ได้เร็วที่สุด
ศุภาลัย เปิดเกมรุก CLOUD Series
ล่าสุด บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)เปิดตัวโครงการ “ศุภาลัย พรีโม่ ศรีราชา”บนทำเลถนนศรีราชา–หนองค้อพื้นที่ประมาณ 15 ไร่รวม 124 แปลงจุดเด่นคือทาวน์โฮมซีรีส์ใหม่ “CLOUD”ดีไซน์โค้งมน ได้แรงบันดาลใจจากก้อนเมฆฟังก์ชัน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำที่จอดรถ 2 คันราคาเริ่มต้น 2.39 ล้านบาทนอกจากทาวน์โฮมยังมีบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวพื้นที่ใช้สอยสูงสุด 212 ตารางเมตรสะท้อนว่าโครงการไม่ได้จับแค่ First Jobberแต่ครอบคลุมครอบครัวเริ่มต้นถึงระดับขยาย
ทำเลคือหัวใจของเกมนี้
ศรีราชามีจุดแข็งที่ชัดเจนเชื่อมต่อถนนมอเตอร์เวย์ และถนนสุขุมวิทใกล้นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทองใกล้ เซ็นทรัล ศรีราชารวมถึงโรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชาและ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชาองค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ศรีราชามีทั้ง “แหล่งงาน” และ “แหล่งใช้ชีวิต”ต่างจากเมืองนิคมแบบเดิมที่มีแต่งาน แต่ขาดไลฟ์สไตล์
บ้านยุคใหม่ ต้องคิดเรื่องพลังงาน
อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการใส่แนวคิดประหยัดพลังงานและเทคโนโลยี
- กรอบประตูหน้าต่าง UPVC
- กระจกเขียวตัดแสง
- ฉนวนกันความร้อน
- อิฐมวลเบา
- ระบบ Home Automation
บ้านไม่ได้เป็นแค่ที่พักแต่ต้องช่วย “ลดต้นทุนการอยู่อาศัยระยะยาว”โดยเฉพาะในพื้นที่อุตสาหกรรมที่อุณหภูมิและฝุ่นเป็นปัจจัยสำคัญ
ศรีราชา…เมืองที่กำลังสร้างฐานใหม่
ในภาพใหญ่ตลาดอสังหาฯ กรุงเทพฯ อาจเริ่มอิ่มตัวในบางเซกเมนต์แต่หัวเมืองเศรษฐกิจอย่างศรีราชายังมีพื้นที่ให้เติบโตเมื่อการลงทุนภาคอุตสาหกรรมยังเดินหน้า
เมื่อเมืองมีโรงเรียน โรงพยาบาล ห้างสรรพสินค้าที่อยู่อาศัยแนวราบจึงไม่ใช่แค่สินค้าเพื่ออยู่อาศัยแต่เป็น “โครงสร้างพื้นฐานของเมือง”คำถามจึงไม่ใช่ว่าศรีราชาจะโตหรือไม่แต่คือใครจะเข้ามาปักหมุดได้ก่อนในเมืองเศรษฐกิจที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่เมืองชีวิตเต็มรูปแบบ
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 5 มี.ค.69 ‘อ่อนค่า‘ หลังดอลลาร์-ทองรีบาวด์

- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงจากระดับปิดของวันก่อนหน้าที่ 31.41 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่ามาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด และการดีดตัวขึ้นของราคาทองคำ
- นักวิเคราะห์ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.35-31.70 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.60 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 31.41 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.35-31.70 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB)ทยอยอ่อนค่าลงและยังคงแกว่งตัวเหนือโซนแนวต้าน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ หลังมีจังหวะแข็งค่าขึ้นเร็วทดสอบโซนแนวรับ 31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.28-31.61 บาทต่อดอลลาร์) จากกระแสข่าวว่า ทางการอิหร่านได้เปิดกว้างในการเจรจากับทางสหรัฐฯ ทำให้ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางลงบ้าง
ทว่าความคาดหวังของตลาดต่อแนวโน้มการเจรจาของทั้งสองฝ่ายได้ถูกลดทอนลงจากการออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าวโดยทางสำนักข่าวกึ่งทางการของอิหร่าน

กอปรกับ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ล้วนออกมาดีกว่าคาด ทั้ง ดัชนี ISM PMI ภาคการบริการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่ปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 56.1 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด สะท้อนถึง ภาวะขยายตัว) และยอดการจ้างงานภาคเอกชน โดย ADP ในเดือนกุมภาพันธ์ ได้เพิ่มขึ้น 6.3 ตำแหน่ง สูงขึ้นจากเดือนก่อนหน้า +1.1 ตำแหน่ง ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED โดยประเมินว่า FED มีโอกาสราว 73% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ และช่วยพยุงเงินดอลลาร์ ในช่วงคืนที่ผ่านมา
แม้ว่า เงินดอลลาร์จะเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการเริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด ท่ามกลางความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ เงินบาทยังเคลื่อนไหวผันผวนไปตามทิศทางราคาทองคำ โดยเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าบ้าง ในจังหวะการย่อตัวของราคาทองคำ ที่สอดคล้องกับการทยอยเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด ก่อนที่ราคาทองคำจะรีบาวด์สูงขึ้นอีกครั้ง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชียและช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า การเคลื่อนไหวของ เงินบาท (USDTHB) ในระยะนี้ ได้สะท้อนให้เห็นถึง ความผันผวนของเงินบาทที่สูงขึ้นจากช่วงก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้ง เงินบาท (และตลาดการเงินโดยรวม) ได้อ่อนไหวต่อข่าวสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ดังจะเห็นได้จากการที่เงินบาทแข็งค่าขึ้นเร็ว แรง ตามรายงานข่าวว่า ทางการอิหร่านได้เปิดกว้างในการเจรจากับทางสหรัฐฯ ก่อนที่จะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงเร็ว หลังสำนักข่าวของอิหร่านออกมาปฏิเสธรายงานข่าวดังกล่าว ทำให้ เราขอเน้นย้ำ มุมมองเดิมของเราว่า การประเมินทิศทางของเงินบาทอาจเป็นเรื่องที่ยาก ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ทว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถมั่นใจได้ว่า ความผันผวนของเงินบาทจะอยู่ในระดับสูงจากช่วงปกติอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น จำเป็นต้องผสมผสานกลยุทธ์และเครื่องมือที่หลากหลายอย่าง Options
โดยในการประเมินแนวโน้มเงินบาทนั้น เรามองว่า อาจต้องประเมินตามฉากทัศน์ (Scenarios) ต่างๆ ที่อาจเป็นไปได้ ตามผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อ Supply Chain พลังงานโลก ซึ่งจะอ้างอิงกับบทวิเคราะห์ที่เราได้เคยทำไว้ในปี 2023 ณ ตอนที่เกิดความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับฮามาส โดยเราจะขอแบ่งเป็น
1. กรณีที่รุนแรงสุด อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ เกิน 1 เดือน พร้อมลดกำลังการผลิตลง หรืออาจปิดช่องแคย Hormuz ควบคู่กับการโจมตี Oil Infrastructure ในแถบตะวันออกกลาง
ในกรณีนี้ ราคาน้ำมันดิบอาจมี upside เพิ่มเติมอีกราว 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจเห็นการปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้ อีกทั้ง ราคาน้ำมันดิบอาจอยู่ในระดับสูงได้นาน และหากทรงตัวในระดับสูงเกิน 3 เดือน จะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ทำให้เงินเฟ้อเสี่ยงเร่งตัวสูงขึ้น และเป็นปัจจัยที่บรรดาธนาคารกลางหลักมองข้ามไม่ได้ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงของการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสกัดเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในฝั่งสหรัฐฯ ทำให้ เราน่าจะเห็นการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED หรือ ตลาด price-out FED’s rate cut และเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ
จากภาพดังกล่าว ทำให้โดยรวม เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า มากกว่าอานิสงส์แข็งค่าจากราคาทองคำที่สูงขึ้น โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 32-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ในช่วงปลายไตรมาสแรก-ไตรมาสสอง และอาจทรงตัวในระดับสูงดังกล่าวได้นาน จนถึงสิ้นปี (ความเสี่ยงที่อ่อนค่ากว่าคาดมีอยู่)
2. กรณีรุนแรงปานกลาง อิหร่านประกาศปิดช่องแคบ Hormuz อย่างเป็นทางการ แต่ไม่เกิน 1 เดือน พร้อมลดกำลังการผลิตลงบ้าง หรืออาจปิดช่องแคย Hormuz ควบคู่กับการโจมตี Oil Infrastructure ในแถบตะวันออกกลาง แต่ไม่ได้กระทบต่อกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC อย่างมีนัยสำคัญ
ในกรณีนี้ แม้ ราคาน้ำมันดิบอาจมี upside เพิ่มเติมอีกราว 20-30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอาจเห็นการปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ได้แต่การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อาจอยู่ในระดับสูงได้ไม่นาน โดยหากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายลงต่อเนื่อง และมีการเพิ่มกำลังการผลิตจากกลุ่ม OPEC+ เรามองว่า ราคาน้ำมันดิบจะทรงตัวที่ระดับสูงดังกล่าว 1 เดือน ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลง สู่โซน 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หรืออาจกลับมาแถว 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลอีกครั้ง ทำให้ในการประเมินทิศทางเงินเฟ้อของบรรดาธนาคารกลาง อาจเป็นการมองภาพ one time off impacts จากราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น ทำให้ บรรดาธนาคารกลางอาจคงดอกเบี้ยที่ระดับปัจจุบันไปก่อน แต่จะยังไม่เห็นการส่งสัญญาณเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย หรือผู้เล่นในตลาดจะไม่ได้ price-in ภาพดังกล่าว ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อบ้าง ซึ่งจะจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ ในช่วงระยะแรก ก่อนที่จะย่อตัวลงเล็กน้อย หากสถานการณ์ดูคลี่คลายลง
ทำให้โดยรวม เงินบาทจะเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าในระยะสั้นก่อน โดยมีโอกาสเห็นเงินบาทปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 32-32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ในช่วงปลายไตรมาสแรก-ไตรมาสสอง จากนั้น หากสถานการณ์ทยอยคลี่คลายลง เรามองว่า เงินบาทมีแนวโน้มกลับมาทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่การแข็งค่าขึ้น อาจเกิดช้าและไม่มาก ซึ่งจะขึ้นกับ การปรับดอกเบี้ยนโยบายการเงินของ FED ว่าสุดท้ายจะคงดอกเบี้ยได้นานกว่าที่เราประเมินไว้ใน base case (เดือนมิถุนายน) หรือไม่ โดยในเบื้องต้น ประเมินว่า เงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 31.50-32.00 บาทต่อดอลลาร์ ณ สิ้นปี ได้
3. กรณี Base case สถานการณ์ไม่ได้ลุกลามบานปลายและยืดเยื้อ โดยแม้อิหร่านอาจปิดช่องแคบ Hormuz อย่างไม่เป็นทางการ แต่สุดท้าย อิหร่านอาจไม่ได้ใช้กำลังทางทหารในการปิดเส้นทางเดินเรือแบบที่กำลังเป็นอยู่ โดยเรามองว่า กรณีนี้มีความเป็นไปได้พอสมควร เนื่องจาก Chain of command ของอิหร่าน ได้ถูกทำลายลงไปมาก และมีแนวโน้มที่จะเกิด political instability ภายในประเทศ ทำให้กลุ่มผู้นำที่จะขึ้นมามีอำนาจ อาจหาทางประนีประนอมกับฝั่งสหรัฐฯ-อิสราเอลก่อน นอกจากนี้ เรามองว่า ศักยภาพทางทหารของอิหร่านได้ถูกลดทอนมาพอควร (แม้จะมีจรวดขีปนาวุธอีกมาก แต่แท่นยิงได้ถูกทำลายไปมากเช่นกัน)
ในกรณีนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจทรงตัวที่ระดับสูงต่อแถวโซน 80-90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพียงในระยะสั้น ก่อนที่จะทยอยปรับตัวลดลง กลับสู่โซนก่อนช่วงเกิดปัญหาความขัดแย้งแถว 65-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งภาพดังกล่าวอาจเกิดขึ้นภายในช่วงเวลา 1 เดือน ทำให้ บรรดาธนาคารกลางจะไม่ได้กังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อ ส่งผลให้การปรับตัวขึ้นของสินทรัพย์ปลอดภัย Safe Haven ทั้งเงินดอลลาร์และราคาทองคำ มีแนวโน้มเผชิญแรงกดดันให้ย่อตัวลงมาบ้าง โดยในส่วนของเงินดอลลาร์ ทิศทางจะขึ้นกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED หลังรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เช่นเดียวกับ ราคาทองคำ ที่เรามองว่า อาจย่อตัวลงบ้าง หากตลาดทยอยคลายความกังวลต่อปัญหาในตะวันออกกลาง และบรรยากาศในตลาดการเงินกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ทำให้ แม้เงินบาทจะอ่อนค่าลงบ้างในระยะสั้น แต่การอ่อนค่าของเงินบาทอาจยังไม่สามารถทะลุโซน 32 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ง่ายนัก ยิ่งหากสถานการณ์คลี่คลายลงได้ภายในเดือนมีนาคม เรามองว่า เงินบาทอาจจบไตรมาสแรกของปี แถวโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะอ่อนค่าลงต่อบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลในช่วงไตรมาส 2 ซึ่งจะเป็นช่วง Low Season ของการท่องเที่ยวและการส่งออกสินค้าโดยรวม ซึ่งเราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทอาจอ่อนค่าแตะโซน 32.25+/-0.25 ณ สิ้นไตรมาสที่ 2 ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง จบสิ้นปีแถวโซน 31.50 บาทต่อดอลลาร์
เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ในปีที่จะมีการเลือกตั้ง Midterm Election ซึ่งต้องจับตาแนวโน้มการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯและการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า (ในประเด็นการคืนภาษี IEEPA) รวมถึงประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มุมมองการลงทุนทั่วโลก
บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ เริ่มกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น หนุนโดยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ล้วนออกมาดีกว่าคาด ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างมีความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อ โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานข่าวว่า ทางการอิหร่านได้เปิดกว้างในการเจรจากับทางสหรัฐฯ อีกทั้ง ประธานาธิบดี Donald Trump ยังย้ำจุดยืน พร้อมรักษาเสถียรภาพตลาดน้ำมันและพร้อมดูแล คุ้มครอง การเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.78% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +1.29%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป พลิกกลับมาปรับตัวขึ้น +1.37% ท่ามกลางความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อ ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดต่างใช้จังหวะการปรับฐานของตลาดหุ้นยุโรปในช่วงที่นี้ ในการทยอยเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคฯ ธีม AI/Semiconductor และหุ้นในที่รายงานผลประกอบการสดใส ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปได้ถูกกดดันบ้าง จากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ Shell -1.5% สอดคล้องกับการปรับตัวลงบ้างของราคาพลังงาน
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้นทดสอบโซน 4.10% อีกครั้ง ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีกว่าคาด ขณะเดียวกัน บรรดาผู้เล่นในตลาดได้เริ่มทยอยเปิดรับความเสี่ยงบ้าง จากความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อกว่าที่ประเมินไว้ ทั้งนี้ เราคงมองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนและอาจปรับตัวสูงขึ้นต่อได้ไม่ยาก หากตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED เพิ่มเติม ซึ่งต้องรอลุ้น ทั้ง พัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่จะรับรู้ในช่วงคืนวันศุกร์นี้ ตามเวลาประเทศไทย และ ประเด็นการคืนภาษีนำเข้า IEEPA อนึ่ง เรายังคงมุมมอง Neutral ต่อบอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ (รวมถึงบอนด์ระยะยาวของไทย) และคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย อาทิ โซน 4.25% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และ โซน 1.90% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้จะเผชิญแรงกดดันจากการทยอยเปิดรับความเสี่ยงของผู้เล่นในตลาด ท่ามกลางความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลงได้ ทว่า เงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ล้วนออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ทำให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) แกว่งตัวแถวโซน 98.8 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.7-99.0 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่าผู้เล่นในตลาดจะเริ่มทยอยเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ท่ามกลางความหวังว่า สถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางอาจไม่ยืดเยื้อกว่าคาด กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) มีจังหวะย่อตัวลง แต่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การสู้รบยังคงมีอยู่ กอปรกับเงินดอลลาร์ได้ย่อตัวลงบ้าง หนุนให้ ราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นบ้าง โดยเฉพาะในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย ทำให้ โดยรวม ราคาทองคำยังคงสามารถแกว่งตัวเหนือโซน 5,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมกราคม พร้อมทั้งรอติดตาม รายงานการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ล่าสุด และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB
ส่วนในฝั่งเอเชีย บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.75% ตามเดิม หลังเศรษฐกิจมาเลเซียทยอยฟื้นตัวได้ดีตามคาด ส่วนในฝั่งไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งในระยะหลัง ประเด็นเงินเฟ้อเป็นสิ่งที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (BOT) ให้ความสำคัญมากขึ้น ในการดำเนินนโยบายการเงิน
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและยืดเยื้อยาวนานกว่าคาด
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ปลดล็อกความแรง! ศึกรถยนต์ทางเรียบ TSS The Super Series พร้อม “บางแสน กรังด์ปรีซ์”

นายสนธยา คุณปลื้ม ประธานจัดการแข่งขันฯ พร้อมด้วยนายปรีดา ตันเต็มทรัพย์ รองประธานจัดการแข่งขันฯ ร่วมแถลงข่าวเปิดฤดูกาลรถยนต์ทางเรียบรายการ TSS The Super Series by B-Quik / B-Quik Thailand Super Series และ Bangsaen Grand Prix 2026 ซึ่งจัดโดย บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ที่ Parade Square ศูนย์การค้า One Bangkok เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2569
นายปรีดา กล่าวว่า TSS The Super Series by B-Quik / B-Quik Thailand Super Series และ Bangsaen Grand Prix 2026 เป็นมากกว่าแค่การแข่งรถยนต์ แต่คือการยกระดับ “ระบบนิเวศมอเตอร์สปอร์ต” ของไทยให้เทียบชั้นสากล โดยในปีนี้ TSS ยังคงได้รับการรับรองจาก ร.ย.ส.ท. ภายใต้กฎเกณฑ์ของ FIA อย่างเข้มงวด
ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำเทคโนโลยี Ride Height Laser จากเยอรมนีมาใช้ในการตรวจสภาพรถเพื่อความยุติธรรมสูงสุด พร้อมผนึกกำลังกับ onGRID Digital Ecosystem เปลี่ยนผ่านข้อมูลจากสนามแข่งสู่ปลายนิ้วสัมผัสของแฟนๆ และทีมแข่งแบบ Real-time ตอกย้ำภาพลักษณ์ยุค Data-Driven มอเตอร์สปอร์ต เข้มข้นทุกรุ่นการแข่งขัน พร้อมแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ
โดยปีนี้รุ่นเรือธงอย่าง Super Car GT3 / GTM / GT4 ยังคงเป็นหัวใจหลัก โดยมีการทำงานร่วมกับ SRO ในการกำหนดค่า BOP (Balance of Performance) เพื่อให้การขับเคี่ยวสูสีและเร้าใจที่สุด แถมมีข่าวดีสำหรับนักแข่งที่สมัครแข่งรุ่น GTM โดยใช้รถ Porsche 992.1 GT3 Cup ทาง porsche asia pacific ให้การสนับสนุน Parts Voucher 5,000 ยูโร พร้อมโอกาสทองสำหรับแชมป์ปี 2026 ที่จะได้รับสิทธิ์ Free Entry ในรายการ PCCA 2027 Endurance Cup นอกจากนี้ยังเตรียมพบกับการปรากฏตัวของ DXM NP01 รถแข่งสายพันธุ์ดุจากฝรั่งเศสที่จะมาสร้างสีสันใหม่บนแทร็กไทย ขณะที่รุ่น Thailand Super Pickup ปรับโฉมใหม่ยกเลิกการแบ่งคลาส D1/D2 เพื่อปลดล็อกความแรงให้แฟนๆ ได้ลุ้นสนุกยิ่งขึ้น
ขณะที่นายสนธยา กล่าวว่า อีกสนามที่สำคัญของปีนี้นั่นคือการฉลอง 20 ปี บางแสน กรังด์ปรีซ์ ระหว่าง 1-5 ก.ค. รายการที่เริ่มจากสนามแข่งริมหาดเล็กๆ สู่สนาม FIA Grade 3 ที่สร้างเม็ดเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวกว่า 3 ล้านคนต่อปี และเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต ได้มีการอัพเกรดความปลอดภัยและทัศนียภาพครั้งใหญ่ พร้อมรับทัพ Support Race ระดับโลก อาทิ Formula 4 SEA, Porsche Carrera Cup Asia และรายการน้องใหม่อย่าง Eighty Six Challenge by Racewerks นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวหนังสือที่ระลึก “20 ปี Bangsaen Grand Prix” ที่รวบรวมทุกความทรงจำอันทรงคุณค่าไว้ในเล่มเดียว
อีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่สร้างสีสันให้กับงานคือโชว์สุดพลังจากวง Alters ศิลปิน T-POP จากค่าย XEBIS ENTERTAINMENT ที่มาปลุกอะดรีนาลีนให้คนในงาน พร้อมประกาศความร่วมมือในการถ่ายทำ Music Video ณ สนามบางแสน เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ Sport Tourism ของไทยไปสู่สายตาคนรุ่นใหม่ทั่วโลก
นายปรีดา กล่าวเสริมว่าแฟนความเร็วเตรียมตัวให้พร้อมกับตารางการแข่งขันตลอดทั้งฤดูกาลที่อัดแน่นไปด้วยความท้าทายฤดูกาล 2026 โดยจะเริ่มทดสอบรถวันที่ 22-23 เม.ย. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และเริ่มดวลความเร็วสนามแรก 21-24 พ.ค. ที่สนามช้างฯ ที่จ.บุรีรัมย์ และต่อด้วยบางแสน กรังด์ปรีซ์ ส่วนสนาม 4 และ 5 จะขนทัพนักขับไปดวลความเร็วกับสนามระดับโลกอย่าง เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลซีย ซึ่งสนาม 3 ดวลความเร็วระหว่าง 21-23 ส.ค. สนาม 4 ระหว่าง 18-20 ก.ย. ก่อนจะปิดท้ายตัดสินแชมป์ประจำปี ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ 30 ต.ค. – 1 พ.ย.
สำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตติดตามข่าวสารแบบเกาะขอบสนามได้ที่ Facebook / YouTube: Thailand Super Series / Website: www.thailandsuperseries.net / TikTok / Instagram : @thailandsuperseries
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
กรมการแพทย์ เผยอาการแทรกซ้อน ‘โรคอีสุกอีใส’ คนภูมิต่ำ เชื้ออาจกระจายไปอวัยวะภายใน

กรมการแพทย์ เผยอาการแทรกซ้อน “โรคอีสุกอีใส” ในรายที่มีภูมิต้านทานต่ำ เชื้ออาจกระจายไปยังอวัยวะภายใน -หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อช่วง 3-4 เดือนแรกอาจทําให้ทารกในครรภ์พิการ ย้ำคนเป็นแล้วมีโอกาสเป็นงูสวัดได้
นพ.อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคอีสุกอีใส เป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย โดยติดต่อได้ด้วยการไอ จามหรือหายใจรดกัน หรือโดยการสัมผัส ตลอดจนการใช้ของร่วมกับผู้ที่เป็น อีสุกอีใส หรืองูสวัด ซึ่งปกติเชื้อจะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ โรคอีสุกอีใสจะระบาดในช่วงปลายฤดูหนาวถึงต้นฤดูร้อน (มกราคมถึงเมษายน) อาการโรคอีสุกอีใส ที่พบ ได้แก่
1.) ระยะแรกขึ้นเป็นผื่นแดงราบ ต่อมาจะขึ้นเป็นตุ่มใส ตุ่มจะค่อยๆ อุ่นขึ้นคล้ายหนอง แล้วกระจายไปตามใบหน้า ลำตัว แผ่นหลังและช่องปาก
2.) อีก 2-3 วันต่อมาจะตกสะเก็ด อาจมีอาการเจ็บคอ
3.) ในเด็กเล็กจะมีไข้ต่ำ อ่อนเพลียและเบื่ออาหารเล็กน้อย
4.) ในผู้ใหญ่จะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามลำตัวคล้ายหวัด
5.ผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหนึ่งวันหลังจากมีไข้
6.บางรายมีตุ่มขึ้นในช่องปาก ทำให้ปากและลิ้นเปื่อย
อาการแทรกซ้อน โรคอีสุกอีใส
นอกจากนี้ ยังพบอาการแทรกซ้อน ดังนี้ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ผิวหนัง ทําให้กลายเป็นหนองและมีแผลเป็น ,ในรายที่มีภูมิต้านทานต่ำ เชื้อไวรัสอีสุกอีใส อาจกระจายไปยังอวัยวะภายใน เช่น ปอด สมอง ตับ และหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออีสุกอีใส ในช่วง 3-4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์อาจทําให้ทารกในครรภ์พิการได้
ด้านนพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีอาการแทรกซ้อน ดังนี้
1.การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ผิวหนัง ทําให้กลายเป็นหนองและมีแผลเป็น
2. ในรายที่มีภูมิต้านทานต่ำ เชื้อไวรัสอีสุกอีใส อาจกระจายไปยังอวัยวะภายใน เช่น ปอด สมอง ตับ
3. หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้ออีสุกอีใส ในช่วง 3 – 4 เดือนแรกของการตั้งครรภ์อาจทําให้ทารกในครรภ์พิการได้
ข้อควรรู้เกี่ยวกับโรคอีสุกอีใส คือ
- โรคนี้เมื่อเป็นแล้วหากร่างกายมีภูมิต้านทานต่ำและเกิดการกระตุ้นขึ้น มีโอกาสเป็นโรคงูสวัดได้ภายหลัง
- ระยะแพร่เชื้อจะเริ่มตั้งแต่ 24 ชั่วโมงก่อนที่ผื่นหรือตุ่มขึ้นจนตุ่มแห้งหมด ซึ่งใช้เวลาประมาณ 6 – 7 วัน ควรหยุดงานหรือหยุดเรียนเพื่อป้องกันการติดต่อ
- โรคนี้ไม่มีของแสลง
- ปัจจุบันโรคอีสุกอีใสป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน
- การเกา หรือแกะตุ่มพุพองของโรคอีสุกอีใส อาจจะทำให้เกิดรอยแผลเป็นอย่างถาวร
การรักษาโรคอีสุกอีใส
นพ.สุตศรัญย์ พรึงลำภู สถาบันโรคผิวหนัง แนะนำว่า การรักษาโรคอีสุกอีใส สามารถรักษาได้ ดังนี้
1.) ในรายที่เป็นไม่มาก อาจดูแลตนเองที่บ้านได้ หากมีไข้ให้รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน เพราะจะทำให้เกิดอาการทางสมองและตับ ใช้ยาลดอาการคัน พักผ่อนและดื่มนํ้ามากๆ
2.) กรณีที่มีไข้สูง มีผื่นขึ้นตามตัวมาก มีการติดเชื้อแทรกซ้อน มีอาการหอบ ชัก ซึม ต้องพบแพทย์
3.) ในรายที่เป็นรุนแรง หรือผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ มะเร็งหรือมีโรคประจำตัว จะทำให้โรคอีสุกอีใสมีอาการรุนแรงได้มาก และเกิดการแพร่กระจายไปตามอวัยวะต่างๆ ต้อง ปรีกษาแพทย์เพื่อลดอาการรุนแรงของโรค
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
บอกเวลาภาษาอังกฤษ แบบเป๊ะปัง! สรุปวิธีอ่านเวลาแบบง่ายและแบบฝรั่งแท้ๆ

ถ้ามีชาวต่างชาติเดินเข้ามาถามประโยคนี้พร้อมชี้ไปที่นาฬิกาของคุณ คุณจะตอบเขาว่าอย่างไรครับ? หลายคนอาจจะสตั๊นไป 3 วินาที เพราะในหัวมัวแต่คิดว่า “เอ๊ะ บ่ายสองครึ่ง มันต้องพูดว่า Two thirty หรือ Half past two นะ?” แล้วถ้าเป็น 14:00 น. จะพูดว่า Fourteen o’clock ได้ไหม?
เรื่องการ บอกเวลาภาษาอังกฤษ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่ายๆ ที่เราเรียนกันมาตั้งแต่ประถม แต่พอถึงเวลาต้องใช้จริง กลับเป็นจุดที่คนไทยหลายคนสับสนที่สุด โดยเฉพาะการนับแบบ a.m. / p.m. และการใช้ past กับ to วันนี้ Engduo Thailand จะมาแกะรหัสการบอกเวลาให้คุณเข้าใจง่ายๆ สรุปจบทั้งแบบสไตล์อเมริกัน (อ่านตรงตัว) และสไตล์บริติช (อ่านแบบดั้งเดิม) เพื่อให้คุณนำไปใช้ในชีวิตประจำวันหรือการทำงานได้อย่างมั่นใจครับ!
2 วิธีหลักในการ บอกเวลาภาษาอังกฤษ (Digital vs Traditional)
การบอกเวลาในภาษาอังกฤษแบ่งออกเป็น 2 สไตล์หลักๆ ครับ เลือกใช้แบบไหนก็ได้ ฝรั่งเข้าใจทั้งคู่!
วิธีที่ 1: แบบตัวเลข / สไตล์อเมริกัน (Digital Time)
วิธีนี้ “ง่ายที่สุด” ครับ เหมาะกับคนที่ไม่อยากคิดซับซ้อน หลักการคือ อ่านชั่วโมง ตามด้วยนาที ตรงๆ ตัวไปเลย
- 10:20 => Ten twenty (สิบ ยี่สิบ)
- 04:15 => Four fifteen (สี่ สิบห้า)
- 08:05 => Eight oh-five (แปด โอ-ไฟฟ์ เวลาที่นาทีเป็นเลขหลักเดียว 01-09 ให้อ่านเลข 0 ว่า ‘โอ’ ด้วยครับ)
วิธีที่ 2: แบบดั้งเดิม / สไตล์บริติช (Traditional Time)
วิธีนี้ฝรั่งเจ้าของภาษานิยมใช้กันมากในชีวิตประจำวันครับ หลักการจะสลับกับแบบแรกคือ อ่านนาที ก่อนชั่วโมง โดยใช้คำเชื่อม past และ to เข้ามาช่วย แบ่งเป็น 2 ฝั่งง่ายๆ ดังนี้:
ฝั่งขวาของหน้าปัด (นาทีที่ 1 ถึง 30): ใช้คำว่า PAST (ผ่านมาแล้ว)
- สูตร: นาที + past + ชั่วโมงปัจจุบัน
- 10:10 => Ten past ten (10 นาที ผ่าน 10 โมงมาแล้ว)
- 07:20 => Twenty past seven (20 นาที ผ่าน 7 โมงมาแล้ว)
ฝั่งซ้ายของหน้าปัด (นาทีที่ 31 ถึง 59): ใช้คำว่า TO (อีก…นาที จะถึง…)
- สูตร: นาทีที่เหลือ + to + ชั่วโมงถัดไป
- 10:40 => Twenty to eleven (อีก 20 นาที จะถึง 11 โมง ระวัง! ต้องปัดชั่วโมงขึ้นเสมอ)
- 08:50 => Ten to nine (อีก 10 นาที จะถึง 9 โมง)
คำศัพท์พิเศษที่ต้องรู้ (Special Time Words)
เพื่อให้ฟังดูโปรขึ้น ฝรั่งมักจะไม่พูดตัวเลข 15 หรือ 30 ตรงๆ แต่จะใช้คำศัพท์เฉพาะเหล่านี้แทนครับ:
- O’clock: ใช้กับเวลาที่ “ตรงเป๊ะ” (นาทีเป็น 00)
- 09:00 => Nine o’clock.
- A quarter (15 นาที): ใช้แทนคำว่า fifteen
- 02:15 => A quarter past two. (15 นาที ผ่านบ่ายสอง)
- 02:45 => A quarter to three. (อีก 15 นาที จะบ่ายสาม)
- Half (30 นาที): ใช้แทนคำว่า thirty (ใช้คู่กับ past เสมอ)
- 05:30 => Half past five. (ครึ่งชั่วโมง ผ่าน 5 โมงมาแล้ว)
a.m. กับ p.m. ใช้ต่างกันยังไง? (The 12-Hour System)
ภาษาอังกฤษจะไม่ใช้ระบบ 24 ชั่วโมง แบบบ้านเรา (เช่น ไม่พูดว่า 15:00 น.) แต่จะใช้ระบบ 12 ชั่วโมง โดยกำกับด้วย a.m. และ p.m.
- a.m. (Ante Meridiem): เริ่มตั้งแต่ เที่ยงคืน (00:00) ถึง ก่อนเที่ยงวัน (11:59)
- 08:00 น. => 8 a.m. (แปดโมงเช้า)
- p.m. (Post Meridiem): เริ่มตั้งแต่ เที่ยงวัน (12:00) ถึง ก่อนเที่ยงคืน (23:59)
- 20:00 น. => 8 p.m. (สองทุ่ม)
ตาราง: เปรียบเทียบการอ่านเวลา 2 สไตล์ (Time Conversion Matrix)
ลองมาดูตารางเปรียบเทียบชัดๆ กันครับ ว่าเวลาเดียวกัน อ่านแบบง่ายกับแบบดั้งเดิมต่างกันอย่างไร
| เวลาตัวเลข (Time) | อ่านแบบง่าย (Digital / American) | อ่านแบบดั้งเดิม (Traditional / British) | กฎที่นำมาใช้ (Rule Applied) |
| 03:00 | Three | Three o’clock | เวลาตรงเป๊ะ |
| 03:05 | Three oh-five | Five past three | นาที 1-30 ใช้ past |
| 03:15 | Three fifteen | A quarter past three | ใช้คำพิเศษ (15 นาที) |
| 03:30 | Three thirty | Half past three | ใช้คำพิเศษ (30 นาที) |
| 03:40 | Three forty | Twenty to four | นาที 31-59 ใช้ to (นับถอยหลังไป 4 โมง) |
| 03:45 | Three forty-five | A quarter to four | ใช้คำพิเศษ + นับถอยหลังไป 4 โมง |
ประโยคถาม-ตอบเวลา ยอดฮิต! (Useful Phrases)
เวลาจะถามใครว่ากี่โมงแล้ว:
- What time is it? (ตอนนี้กี่โมงแล้ว?)
- Do you have the time? (พอจะรู้เวลาไหมว่ากี่โมงแล้ว? ดูสุภาพกว่า)
- Could you tell me the time, please? (รบกวนบอกเวลาหน่อยได้ไหมครับ?)
เวลาจะตอบ:
- ให้ขึ้นต้นด้วย “It is…” หรือ “It’s…” เสมอครับ
- It is half past ten. (สิบโมงครึ่งแล้ว)
ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com
เจาะลึกสงคราม AI รุ่นเล็ก Google ส่ง Gemini 3.1 Flash-Lite ท้าชน

- Google เปิดตัว Gemini 3.1 Flash-Lite เพื่อเข้าสู่สงคราม AI รุ่นเล็ก แข่งขันโดยตรงกับ GPT-5 mini และ Claude 4.5 Haiku โดยเน้นกลยุทธ์ด้านความเร็วและความคุ้มค่า
- Gemini 3.1 Flash-Lite มีจุดเด่นที่ความเร็วในการประมวลผลสูงที่สุดในตลาด และมีหน้าต่างบริบท (Context Window) ขนาดใหญ่ถึง 1 ล้านโทเค็น เหมาะสำหรับงานวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก
- คู่แข่งอย่าง GPT-5 mini ใช้กลยุทธ์ราคาที่ถูกที่สุดเพื่อเจาะตลาดที่เน้นความประหยัด ในขณะที่ Claude 4.5 Haiku โดดเด่นด้านความแม่นยำสูงและการปฏิบัติตามคำสั่งที่ซับซ้อน
สนามรบ AI ในปี 2569 ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมาก เมื่อยักษ์ใหญ่ต่างส่งโมเดลรุ่นเล็ก (Small-tier) ลงมาชิงพื้นที่ โดยไม่ได้ประลองกันเพียงแค่ความฉลาด แต่เป็นการห้ำหั่นกันด้วยกลยุทธ์ “ความคุ้มค่า” และ “ความเร็ว” เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้นำแห่ง AI สำหรับนักพัฒนาระดับสเกล
ล่าสุด Google เปิดตัว Gemini 3.1 Flash-Lite ถือเป็นการประกาศศึกโดยตรงกับคู่แข่งคนสำคัญอย่าง GPT-5 mini จากค่าย OpenAI และ Claude 4.5 Haiku จากค่าย แอนโทรปิก (Anthropic) โดยแต่ละค่ายต่างชูจุดเด่นที่แตกต่างกันเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้งานในโลกธุรกิจ
Google เลือกใช้กลยุทธ์การเป็นโมเดลที่ “เร็วที่สุด” ในตลาด โดย Gemini 3.1 Flash-Lite สามารถทำความเร็วในการประมวลผลเอาต์พุตได้สูงถึง 382 โทเค็นต่อวินาที ซึ่งทิ้งห่างคู่แข่งอย่าง GPT-5 mini และ Claude 4.5 Haiku ที่มีความเร็วเฉลี่ยอยู่ในระดับหลักร้อยต้นๆ เท่านั้น
นอกจากนี้ Gemini 3.1 Flash-Lite ยังได้เปรียบอย่างมหาศาลในด้านหน้าต่างบริบท (Context Window) ที่รองรับได้สูงถึง 1 ล้านโทเค็น ช่วยให้นักพัฒนาสามารถใส่ข้อมูลมหาศาลเพื่อวิเคราะห์ได้ในครั้งเดียว ขณะที่คู่แข่งยังคงจำกัดอยู่ในระดับหลักแสนโทเค็น
ในด้านการกำหนดราคานั้น แม้ Gemini 3.1 Flash-Lite จะนำเสนอราคาอินพุตที่ 0.25 ดอลลาร์สหรัฐ (8.125 บาท) ต่อ 1 ล้านโทเค็น และเอาต์พุตที่ 1.50 ดอลลาร์สหรัฐ (48.75 บาท) แต่ยังคงต้องเผชิญกับการท้าทายจาก GPT-5 mini ที่เปิดเกมบุกด้วยราคาที่ถูกที่สุดในกลุ่ม โดยมีราคาอินพุตเพียง 0.05 ดอลลาร์สหรัฐ (1.625 บาท) และเอาต์พุต 0.40 ดอลลาร์สหรัฐ (13 บาท) เท่านั้น ซึ่งเป็นราคาที่ออกแบบมาเพื่อดึงดูดแอปพลิเคชันที่ต้องการประมวลผลคิวรี่จำนวนมหาศาลโดยเน้นความประหยัดเป็นหลัก

ขณะที่ฝั่ง Claude 4.5 Haiku แม้จะมีอัตราค่าบริการสูงที่สุดในกลุ่ม โดยราคาอินพุตขยับขึ้นไปถึง 1.00 ดอลลาร์สหรัฐ (32.5 บาท) และเอาต์พุต 5.00 ดอลลาร์สหรัฐ (162.5 บาท) แต่ แอนโทรปิก (Anthropic) ยังคงครองความได้เปรียบในแง่ของ “คุณภาพการปฏิบัติตามคำสั่ง” (Instruction Following) และความแม่นยำในการเขียนโปรแกรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญสำหรับงานประเภท AI Agents ที่ต้องทำงานแทนมนุษย์ในขั้นตอนที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน
สงครามโมเดลรุ่นเล็กเป็นการแบ่งเค้กตามความต้องการใช้งาน โดย Gemini 3.1 Flash-Lite จะโดดเด็นในงานที่ต้องการสปีดและการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมาก (Long-context) ส่วน GPT-5 mini จะเป็นเจ้าตลาดสำหรับงานที่เน้นประหยัดต้นทุน และ Claude 4.5 Haiku จะเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับงานเฉพาะทางที่ต้องการความแม่นยำสูง
ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่าความฉลาดเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบสุดท้ายอีกต่อไป แต่เป็นความเหมาะสมของประสิทธิภาพต่อต้นทุนที่นักพัฒนาจะได้รับ
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
แอปเปิ้ลไซเดอร์ กินยังไง? 6 วิธีดื่มให้คุมหิวเป๊ะ พุงยุบไว แบบไม่กัดกระเพาะ!

6 วิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์ กินยังไงให้ช่วยลดความอยากอาหารและไม่กัดกระเพาะ
เทรนด์การดูแลรูปร่างในปีนี้ การมีตัวช่วยจากธรรมชาติอย่าง Apple Cider Vinegar หรือ ACV ยังคงครองใจคุณผู้หญิงทั่วโลก เพราะสรรพคุณที่ช่วยลดความอยากอาหาร และปรับสมดุลน้ำตาลในเลือดได้ดีเยี่ยม แต่หลายคนยังกังวลเรื่องกลิ่นที่ฉุนและรสสัมผัสที่อาจกัดกระเพาะ วันนี้เรามี 6 เทคนิควิธีกินแอปเปิ้ลไซเดอร์แบบมือโปรที่จะช่วยให้สาว ๆ หุ่นดีขึ้นได้ โดยไม่ทำร้ายระบบทางเดินอาหารมาฝากค่ะ
1.กฎเหล็กคือต้องเจือจางเสมอ
ห้ามดื่ม ACV แบบเพียว ๆ เด็ดขาดนะคะคุณผู้หญิง เพราะความเป็นกรดที่สูงมากอาจทำลายเคลือบฟันและหลอดอาหารได้ค่ะ สัดส่วนที่แนะนำคือ ACV 1 ถึง 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำสะอาดอย่างน้อย 250 มิลลิลิตร การเจือจางจะช่วยให้กรดอ่อนตัวลงจนไม่เป็นอันตรายต่อผนังกระเพาะอาหาร แต่ยังคงประสิทธิภาพในการช่วยลดความอยากกินจุกจิกได้ดีเหมือนเดิมค่ะ
2.เลือกช่วงเวลาที่ใช่เพื่อคุมหิว
เทคนิคการดื่ม ACV ให้เห็นผลเรื่องการลดน้ำหนักมากที่สุดคือการดื่มก่อนมื้ออาหารประมาณ 15-20 นาที กรดอะซิติกใน ACV จะไปช่วยชะลอการย่อยแป้งและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่พุ่งสูงเร็วเกินไป หลังทานมื้อหลัก ทำให้สาว ๆ รู้สึกอิ่มนานขึ้นและไม่โหยของหวานในช่วงบ่าย ช่วยให้การคุมอาหารเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นกว่าเดิม
3.ปกป้องเคลือบฟันด้วยการใช้หลอด
ถึงแม้จะเจือจางน้ำแล้ว แต่การจิบจากแก้วโดยตรงบ่อยๆ อาจทำให้กรดสัมผัสกับฟันขาว ๆ ของเราได้ค่ะ วิธีที่ชาญฉลาดสำหรับคุณผู้หญิงคือการใช้หลอดดูด เพื่อให้เครื่องดื่มผ่านลงคอไปโดยไม่สัมผัสกับฟันโดยตรง และอย่าลืมบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดตามหลังดื่มเสร็จทุกครั้งนะคะ วิธีนี้จะช่วยให้สาว ๆ สวยทั้งหุ่นและมีสุขภาพฟันที่แข็งแรงไปพร้อมกันค่ะ
4.เพิ่มรสชาติด้วยตัวช่วยจากธรรมชาติ
หากสาว ๆ ยังไม่คุ้นเคยกับรสชาติที่ค่อนข้างแรง ลองเพิ่มตัวช่วยอย่างน้ำมะนาวสด เกลือชมพูหิมาลัย หรือผงซินนามอนลงไป สารอาหารเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมดื่มง่ายขึ้น แต่ยังช่วยเสริมระบบเผาผลาญและลดอาการบวมน้ำได้ดีขึ้นด้วย เป็นม็อกเทลสุขภาพที่ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้านและดื่มได้แบบเพลิน ๆ
5.สังเกตสัญญาณจากร่างกาย
ร่างกายของคุณผู้หญิงแต่ละคนมีความไวต่อกรดไม่เท่ากันค่ะ หากสาว ๆ เริ่มดื่มครั้งแรก แนะนำให้เริ่มจากปริมาณน้อย เช่น 1 ช้อนชาต่อวันก่อน เพื่อดูว่ากระเพาะอาหารของเรารับได้ไหม หากมีอาการแสบท้องหรือพะอืดพะอม ควรหยุดพักและลองปรับลดปริมาณลง การดูแลตัวเองที่ถูกต้องคือการฟังเสียงของร่างกายและค่อย ๆ ปรับให้เหมาะสมกับเราที่สุดนะคะ
6.เลือกใช้แบบที่มี Mother
เวลาไปเลือกซื้อที่ซูเปอร์มาร์เก็ต ให้คุณผู้หญิงมองหาขวดที่มีตะกอนขุ่น ๆ อยู่ก้นขวดนะคะ ซึ่งระบุว่า With Mother ค่ะ เพราะตะกอนเหล่านั้นคือกลุ่มของโปรตีนและเอนไซม์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ การมีจุลินทรีย์ที่ดีในท้องจะช่วยลดการอักเสบและทำให้การดูดซึมสารอาหารทำงานได้มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและลดพุงหมาน้อยได้เห็นผลชัดเจน
การดื่ม Apple Cider Vinegar เป็นหนึ่งในเคล็ดลับความงามที่ทำได้ง่าย และได้ผลจริงหากใช้อย่างถูกวิธี เพียงแค่คุณผู้หญิงใส่ใจเรื่องการเจือจาง เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม และหมั่นสังเกตการตอบสนองของร่างกาย สาว ๆ ก็จะได้รับคุณประโยชน์ในการคุมหิวและเร่งการเผาผลาญได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการระคายเคืองกระเพาะอาหารอีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 5/3/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 77,200.00 | 77,400.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,991.00 | 75,663.56 | 78,200.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,491.90 | 68,097.20 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,992.80 | 60,530.85 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,245.95 | 34,048.60 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,746.85 | 26,482.25 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 5,172.02 | 78,407.82 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 5/3/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 30.55 | 30.55 | 31.85 | 30.55 | 30.55 | 30.55 | 30.55 | 30.55 | 30.55 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 30.18 | 30.18 | 31.28 | 30.18 | 30.18 | 30.18 | 30.18 | 30.18 | 30.18 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 28.34 | 28.34 | 29.44 | 28.34 | – | 28.34 | 28.34 | 28.34 | 28.34 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 26.29 | 26.29 | – | – | – | – | – | – | 26.29 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 40.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 40.04 |
| เบนซิน 95 | 39.14 | – | – | 49.51 | – | 39.64 | 39.29 | – | 39.14 |
| ดีเซล | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.44 | 45.64 | 49.84 | 45.64 | – | – | – | – | 43.44 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |







