สาระน่ารู้ประจำวันที่ 3 เมษายน 2568

‘คุณภาพ-ความปลอดภัย’ ปัจจัยเลือกคอนโดยุคใหม่!หลังอาฟเตอร์ช็อก

เหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” และอาฟเตอร์ช็อกที่ตามมา! ได้เปลี่ยนความคิดการเลือกซื้อคอนโดจากทำเล ราคา สิ่งอำนวยความสะดวกเป็น “คุณภาพ“ และ ”ความปลอดภัย”มากขึ้น

สุมิตรา วงภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท เทอร์ร่า มีเดีย แอนด์ คอนซัลติ้ง จำกัด กล่าวว่า แผ่นดินไหวล่าสุดสะเทือนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยนั้นได้สะท้อนถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อมทั้งด้านการออกแบบโครงสร้าง และการป้องกันภัยพิบัติในอาคารที่พักอาศัย โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม การตรวจสอบและเข้าใจข้อมูลเกี่ยวกับการรองรับแผ่นดินไหวของอาคารจึงเป็นสิ่งที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม

การเลือกซื้อหรือพิจารณาคอนโดมิเนียมต่อจากนี้ ผู้บริโภคจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลัก 3 ประการที่ไม่สามารถมองข้ามได้ ได้แก่ Quality & Safety  ไม่ใช่แค่มีมาตรฐานการก่อสร้างที่ดี แต่ยังต้องคำนึงถึงการรองรับแผ่นดินไหว การมีการตรวจสอบโครงสร้างอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่รองรับภัยธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ

Design การออกแบบที่ไม่เพียงสวยงามแต่ต้องคำนึงถึงหลักธรรมชาติ เช่น การให้ความสำคัญกับการระบายอากาศที่เหมาะสม การมีพื้นที่เปิดโล่งสามารถรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การเข้าถึงของรถดับเพลิง การหลบภัยกรณีเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน และ Brand  เลือกผู้ประกอบการที่มีวิสัยทัศน์และความรับผิดชอบ ไม่เพียงแค่การขยายธุรกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน และการมีทีมบริการหลังการขายที่พร้อมช่วยเหลือผู้อยู่อาศัย

นิติบุคคลต้องพร้อม! ปรับตัวรับมือแผ่นดินไหว

นอกจากนี้ สิ่งสำคัญ “ไม่ใช่” แค่การเลือกซื้อที่อยู่อาศัยที่มีความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของ “นิติบุคคล” หรือ “เจ้าของโครงการ” ที่ต้องรับผิดชอบต่อการดูแลพื้นที่ส่วนกลางให้พร้อมรับมือกรณีเกิดเหตุการณ์วิกฤติ หากตัวอาคารได้รับความเสียหาย นิติบุคคลต้องแสดงความรับผิดชอบในการจัดการพื้นที่ส่วนกลางและจัดหาทีมงานที่พร้อมช่วยซ่อมแซม รวมทั้งมีการติดตั้ง เซ็นเซอร์ตรวจจับแรงสั่นสะเทือน และการมี แผนฝึกซ้อมอพยพ อย่างสม่ำเสมอ

“การเตรียมตัวที่ดีสามารถช่วยลดความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจให้กับผู้อยู่อาศัยได้ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างที่มีความเสี่ยงก็เป็นสิ่งที่นิติบุคคลควรคำนึงถึงเพื่อการรักษาความปลอดภัยในระยะยาว”

บทเรียนจากญี่ปุ่น…มุมมองใหม่ที่อสังหาฯ ไทยต้องปรับตัว

อย่างไรก็ดี “ญี่ปุ่น” เป็นหนึ่งในประเทศที่ประสบภัยแผ่นดินไหวบ่อยที่สุดในโลก ได้ให้บทเรียนสำคัญในเรื่องการเตรียมความพร้อมรับมือภัยธรรมชาติ โดยอาคารสูงในญี่ปุ่นมักถูกออกแบบให้มีเทคโนโลยีรองรับแรงสั่นสะเทือน เช่น Base Isolation หรือ Damping Systems รวมถึงติดตั้งระบบเตือนภัยที่ทันสมัย ซึ่งสามารถแจ้งเตือนประชาชนได้ภายในไม่กี่วินาทีหลังจากที่เซ็นเซอร์ตรวจพบแรงสั่นสะเทือน การฝึกซ้อมอพยพและการเตรียมชุดฉุกเฉินยังเป็นสิ่งที่ทุกคนในญี่ปุ่นทำเป็นประจำเพื่อความปลอดภัย

“ในประเทศไทย เราควรเรียนรู้จากตัวอย่างของญี่ปุ่นในการออกแบบอาคารที่รองรับแผ่นดินไหว และการเตรียมการที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยสามารถรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที”

จุดเปลี่ยนอสังหาฯ กับการสร้างมาตรฐานใหม่

สุมิตรา กล่าว่า เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า “ภัยธรรมชาติ” สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ! และอาจส่งผลกระทบกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดคอนโดมิเนียมที่มีความสูงและความหนาแน่นสูง ผู้บริโภคจะมีความระมัดระวังและคำนึงถึงมาตรฐานความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติมากขึ้น

การซื้อคอนโดมิเนียมในอนาคตจะไม่ใช่แค่การพิจารณาถึงทำเลที่ตั้ง หรือสิ่งอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่การพิจารณาความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวจะกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ หากผู้ประกอบการไม่สามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ๆ อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในแนวโน้มการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเตรียมตัวและการตระหนักถึงความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติถือเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคและเจ้าของโครงการทุกคนควรคำนึงถึง เพื่อให้มั่นใจว่า “ที่อยู่อาศัย” ที่เลือกจะไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังสามารถตอบสนองความปลอดภัยในทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

“รู้ไว้ก่อน ปลอดภัยกว่า!” เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถรับมือกับความเสี่ยงในอนาคตได้อย่างมั่นใจ

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


Game Changer อสังหาฯ ตลาดเช่า คอนโดโลว์ไรส์-มือสอง แนวราบ มาแรง

เหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา สร้างอาฟเตอร์ช็อก! สะเทือนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวสู่ “Game Changer” ตลาดเช่า คอนโดโลว์ไรส์-มือสอง แนวราบ มาแรง

หากย้อนกลับไปดูแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ก่อนหน้านี้ ดูเหมือนจะเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้นหลังปลดล็อกเกณฑ์ควบคุมสินเชื่อ แอลทีวี (LTV : Loan to Value) ตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มฟื้นตัวขึ้นจากสต็อกที่ลดลง บางทำเลเริ่มไม่เหลือสินค้าคงค้างให้ขายแล้ว แต่แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ “แผ่นดินไหว” เมื่อวันที่ 28 มี.ค.ที่ผ่านมา สร้างอาฟเตอร์ช็อก! สะเทือนตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยก้าวสู่ “Game Changer” ที่ไม่อาจมองข้ามอีกครั้ง

“แผ่นดินไหวครั้งนี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการปรับตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในส่วนของการพัฒนา การเช่า รวมถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน”  

ศ.วิทวัส รุ่งเรืองผล อาจารย์ประจำโครงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวนี้ต่อว่า

“หลังจากเหตุการณ์นี้ ในระยะสั้น วัสดุก่อสร้างและบริการรับเหมาอาจได้รับการกระตุ้นจากเจ้าของอาคารที่ต้องการซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย”

การปรับตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวมีหลายแง่มุมที่ควรจับตามอง! ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในส่วนของพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมา ”เช่า” มากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงภาระระยะยาวจากการซื้อบ้านที่อาจเสี่ยงต่อการเกิดภัยธรรมชาติ หรือการย้ายไปอยู่ในคอนโดมิเนียม ”มือสอง” ที่มีราคาถูกกว่า สามารถรีโนเวทให้เหมาะสมกับความต้องการที่เปลี่ยนไปจากเดิม

นอกจากนี้ พบความกังวลเรื่องความปลอดภัยในที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะคอนโดสูง ทำให้ผู้บริโภคบางกลุ่มหันมองทางเลือกในการเช่าแทนการซื้อคอนโด เพื่อหลีกเลี่ยงการผ่อนยาวซึ่งเป็นภาระและความไม่แน่นอนในอนาคตในกรณีที่เกิดภัยธรรมชาติซ้ำซ้อน

“กลุ่มคนมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวจะเลือกเช่าคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์มากขึ้น”

ศ.วิทวัส กล่าวย้ำว่า ทิศทางตลาดเช่ามีแนวโน้มเติบโตขึ้นและเป็นทางเลือกที่ดี เพราะผู้เช่าไม่ต้องรับภาระการซ่อมแซมที่ตามมาในอนาคต คือตัวแปรที่สำคัญ

กระแสนิยมแนวราบพุ่ง

สำหรับตลาด “แนวราบ” จะเห็นได้ว่ากลุ่มบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์มีโอกาสที่จะได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงนี้ เพราะหลายคนเริ่มมองหาที่อยู่อาศัยที่มีความปลอดภัยมากกว่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงต่อแผ่นดินไหวหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติอื่นๆ

“ความกังวลในเรื่องความปลอดภัยทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันมามองแนวราบมากขึ้น บ้านเดี่ยว หรือ ทาวน์เฮาส์ สามารถตอบโจทย์ในแง่ของความปลอดภัยจากภัยธรรมชาติได้ดี ที่สำคัญการสร้างที่อยู่อาศัยประเภทนี้สามารถทำได้รวดเร็ว”

นอกจากนี้ คอนโดโลว์ไรส์ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ได้รับความนิยม โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ต้องการเสี่ยงกับอาคารสูง ขณะเดียวกันบ้านเดี่ยวหรู หรือโฮมออฟฟิศก็ได้รับความสนใจจากผู้ที่ต้องการทั้งบ้านและที่ทำงานในที่เดียวกันมากขึ้นเช่นกัน

คอนโดมือสองขุมทรัพย์ใหม่อสังหาฯ

ไม่เพียงแค่ตลาดเช่าและอสังหาริมทรัพย์แนวราบที่ได้รับการกระตุ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว แต่ ”คอนโดมือสอง” ก็เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญอีกครั้ง! โดยเฉพาะในกลุ่มนักลงทุน ที่มีการซื้อคอนโดมือสอง ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวมารีโนเวทและขายใหม่

“ปีนี้จะเป็นปีทองของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ชำนาญตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ การซื้อคอนโดมือสองที่ราคาต่ำกว่าตลาดแล้วนำมาปรับปรุงขาย จะเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในยุคที่คอนโดมือสองเริ่มคึกคักขึ้น”

แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวจะมีผลกระทบต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในระยะสั้น ในมุมมองของ ศ.วิทวัส เชื่อว่า ในระยะยาวไม่น่ากังวลจนถึงขั้นที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะหดตัวแรง!  เชื่อว่าหากไม่มีภัยธรรมชาติรุนแรงเกิดขึ้นในอีก 1-2 ปีข้างหน้า พฤติกรรมการซื้อและตลาดจะฟื้นตัวขึ้น 

“หากมองย้อนวิกฤติน้ำท่วมปี 2554 ที่หลายคนกังวลว่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเปลี่ยนไปอย่างถาวร! แต่สุดท้ายก็ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว คอนโดกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง เพราะสามารถตอบสนองความสะดวกสบายในการเดินทางและความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นจากระบบป้องกันภัยที่ดีขึ้น แทนที่จะซื้อบ้านอยู่ไกลจากที่ทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่กลางใจเมือง”

แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในปี 2568 จะเป็น “Game Changer” ที่ทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนในตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทย แต่เชื่อว่าเป็นการปรับตัวในระยะสั้นเท่านั้น ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อไป และพฤติกรรมผู้บริโภคจะทำให้เกิด “โอกาส” ใหม่ สำหรับนักลงทุนอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 3เม.ย. “อ่อนค่าลงหนัก” ที่ระดับ 34.38 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทเสี่ยงเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายหุ้นไทยเพิ่ม หลังมาตรการภาษีนำเข้านำเข้าตอบโต้ของสหรัฐมีความรุนแรงมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 3เม.ย.2568ที่ระดับ  34.38 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงหนัก”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ  34.16 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงได้ และจากการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาท (USDTHB) ได้กลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง โดยเงินบาทเสี่ยงที่จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ที่อาจทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาด

 โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายสินทรัพย์ไทย อย่าง หุ้นไทยเพิ่มเติม หลังมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ล่าสุด อย่าง มาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) นั้นมีความรุนแรงมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ (สินค้านำเข้าจากไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงถึง 36% ซึ่งสูงกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ในโซน 20%-25%)

อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าว อาจถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วนอย่างฝั่งผู้ส่งออก นอกจากนี้ ความกังวลผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และ

ทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ก็กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง แทนที่จะแข็งค่าขึ้นชัดเจน หลังผู้เล่นในตลาดต่างลดความเชื่อมั่นในธีม US Exceptionalism อย่างไรก็ดี เรามองว่า เงินดอลลาร์นั้นเสี่ยงเผชิญความผันผวนแบบ Two-Way Volatility ซึ่งจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ว่าจะออกมาอย่างไร และทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้หรือไม่ 

เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะเริ่มจากยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

จนถึงรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการที่จะทยอยรับรู้ในช่วง 21.00 น. โดยสถิติย้อนหลัง 1 ปี สะท้อนว่า เงินบาท (USDTHB) อาจมีกรอบการแกว่งตัวระดับ +/- 1 SD ได้ราวถึง +/-0.20% หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าว 30 นาที

ท่ามกลางความผันผวนในตลาดการเงินที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะในช่วงปีหน้าที่จะเผชิญกับ Trump’s Uncertainty ทำให้เรายังคงแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการปิดความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ทั้งการใช้เครื่องมือเช่น Options หรือ สกุลเงินท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.60 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ)

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงหนัก (แกว่งตัวในกรอบ 34.07-34.45 บาทต่อดอลลาร์) หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่

โดยเฉพาะในส่วนของมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่สินค้านำเข้าจากประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงถึง 36% (ลดลงจากที่ทางการสหรัฐฯ ประเมินไว้ 72%)

ซึ่งการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าวนั้นสูงกว่าที่ตลาดได้ประเมินไว้พอสมควร กดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หลังการประกาศดังกล่าว

อย่างไรก็ดี เงินบาทยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้างหลังราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ก็ทยอยอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากผลกระทบของนโยบายการค้าล่าสุดของสหรัฐฯ สะท้อนผ่านมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 39% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ถึง 4 ครั้ง ในปีนี้ 

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ก่อนที่จะรับรู้มาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ “Liberation Day” ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.67%

อย่างไรก็ดี บรรยากาศในตลาดการเงินพลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงชัดเจน หลังมาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดของสหรัฐฯ นั้นรุนแรงกว่าที่ตลาดประเมินไว้ ดังจะเห็นได้จากสัญญาฟิวเจอร์สดัชนี S&P500 ที่ล่าสุด ดิ่งลง -3%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวลง -0.50% ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งจะมีการประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ ซึ่งส่งผลให้บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างขายทำกำไรบรรดาหุ้นที่ปรับตัวขึ้นได้ดีในช่วงก่อนหน้า อย่างกลุ่มอุตสาหกรรมการบินและทหาร เช่น Airbus -3.2% 

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ 4.06% หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ที่รุนแรงกว่าคาด กดดันให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 39% ที่จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยถึง 4 ครั้ง ในปีนี้

ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูง ซึ่งต้องรอติดตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน อย่างใกล้ชิด และแม้ว่า เราจะมองว่า บอนด์ระยะยาวของสหรัฐฯ ยังมีความน่าสนใจอยู่

แต่เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ นั้นปรับตัวลงเร็วและลึกเกินไป ทำให้เราขอเน้นย้ำว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อสะสมบอนด์ระยะยาว ในช่วงที่บอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น (เน้นรอ Buy on Dip)

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้ว่าจะแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าที่รุนแรงกว่าคาด แต่เงินดอลลาร์ก็กลับมาอ่อนค่าลง ตามการปรับตัวลงหนักของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ

ท่ามกลางความกังวลผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงสู่โซน 103.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 103.1-104.2 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ การปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ล่าสุด ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2025) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 3,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้ง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) ในเดือนมีนาคม และ

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะหลังตลาดได้รับรู้มาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รุนแรงกว่าคาดพอสมควร

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ผ่านถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB และรายงานการประชุม ECB ล่าสุด

และในฝั่งเอเชีย ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี Caixin PMI ภาคการบริการ ในเดือนมีนาคม ที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 51.5 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด สะท้อนถึง ภาวะขยายตัว)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนครึ่งที่ 34.44 บาทต่อดอลลาร์ฯ (ประมาณช่วงที่ ปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่ง) ก่อนจะกลับมาปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.36-34.38 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.07 น.) อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 34.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ทั้งนี้ แม้จะมีแรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินเยน ความแข็งแกร่งของราคาทองคำในตลาดโลก และสัญญาณซื้อสุทธิต่อเนื่องพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติ แต่เงินบาทก็ยังคงมีทิศทางอ่อนค่าลงในช่วงเช้าวันนี้สอดคล้องกับสกุลเงินอื่น ๆ ในเอเชีย นำโดย เงินหยวน ท่ามกลาง Sentiment ที่อ่อนแอ และบรรยากาศการลงทุนที่เป็น Risk-Off หลังจากที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาษีตอบโต้กับประเทศคู่ค้าที่เกินดุลกับสหรัฐฯ ซึ่งโดยรวมมีความรุนแรงมากกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ ซึ่งทำให้เกิดความกังวลว่า สถานการณ์ของสงครามการค้าที่อาจมีความตึงเครียดมากขึ้นจะมีผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 34.25-34.55 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ สัญญาณของสงครามการค้าและการตอบโต้กลับหลังมีการเปิดเผยรายละเอียดของ Reciprocal Tariff ของสหรัฐฯ กับประเทศคู่ค้า สัญญาณฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ และทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ (อาทิ  ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์) และตัวเลข PMI ภาคบริการเดือนมี.ค. ของประเทศชั้นนำอื่นๆ 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


“ลีโอ-ณิชวรัชญ์” ซิวแชมป์รุ่น 12 ปี เทนนิสเยาวชนประเทศไทย

ลีโอ โกวิทวัฒนชัย ควง ณิชวรัชญ์ พลอยเกษมสุข โชว์แกร่งผงาดคว้าแชมป์ รุ่น 12 ปี เทนนิสเยาวชนเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 63 ประจำปี 2568

การแข่งขันเทนนิสเยาวชนเพื่อความชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 63 ประจำปี 2568 ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อ 2 เม.ย.68 เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของรุ่นอายุไม่เกิน 8 และ 12 ปี

โดยในประเภทชายเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ลีโอ โกวิทวัฒนชัย นักหวดดาวรุ่งจากชลบุรี คว้าแชมป์ได้ตามคาด ในฐานะมือวางอันดับ 1 ของรายการ โดยเอาชนะ นวธรณ์ ผลากรกุล มือวางอันดับ 7 จากกรุงเทพฯ ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์ 7-5 ทั้งสองเซต ส่งผลให้ ลีโอ ขึ้นแท่นแชมป์ประเทศไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ทันที โดย ลีโอ และ นวธรณ์ นั้นต่างมีดีกรีเป็นเยาวชนทีมชาติไทยชุดปัจจุบัน

ด้านแชมป์ประเภทหญิงเดี่ยว รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี เป็นของ ณิชวรัชญ์ พลอยเกษมสุข มือวางอันดับ 1 จากกรุงเทพฯ หลังจากออกแรงหวดถึง 3 เซต ในรอบชิงชนะเลิศ โดยพลิกจากที่แพ้เซตแรก กลับมาเป็นฝ่ายเฉือนชนะ ศิริกร พูลผล มือวางอันดับ 6 จากพิษณุโลก 2-1 เซต 5-7, 6-4 และ 6-4 สำหรับ ณิชวรัชญ์ และ ศิริกร เป็นนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทยทั้งคู่

ทั้งนี้ หลังจบการแข่งขันได้มีพิธีมอบรางวัลเพื่อเป็นเกียรติแก่นักกีฬา โดย นายคชาชาญ มงคลเจริญ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานมอบรางวัลให้แก่นักกีฬา รุ่นอายุไม่เกิน 8 และ 12 ปี

ส่วนผลการแข่งขันคู่อื่นๆ มีดังนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 8 ปี ชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ พิชญ์ แสนบัวหลวง (เชียงราย) ชนะ เขตต์ตะวัน บุษดี (ปทุมธานี) 1-4, 4-1 และซูเปอร์ไทเบรก 10-7 ด้านหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ธรัญญา วิสุทธิธาดา (นนทบุรี) ชนะ ทาวิตา วโรกร (ฉะเชิงเทรา) 4-2, 4-2

 ชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ เขตต์ตะวัน บุษดี (ปทุมธานี) /พิชญ์ แสนบัวหลวง (เชียงราย) ชนะ อคิน จินดาสุข (กทม.) /วิวิศน์ โฆษิตชัยวัฒน์ (ปทุมธานี) 4-0, 4-1 ส่วนหญิงคู่ รอบชิงชนะเลิศ ทาวิตา วโรกร (ฉะเชิงเทรา) /พรนัชชา ประจันบาล (กทม.) ชนะ ธรัญญา วิสุทธิธาดา (นนทบุรี) /คณินพิชญ์ วโรภาษ (กทม.) 0-4, 4-2 และซูเปอร์ไทเบรก 10-8 ขณะที่รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ชายคู่ รอบชิงชนะเลิศ ภาสุร อุดมโชค (กทม.) /ธนกร ไชยลังการ (อยุธยา) ชนะ พิชญ์พงษ์ จีนาพันธุ์ (ปทุมธานี) /ภูวริศ บุญวิริยะ (สงขลา) 6-3, 6-4

นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันของรุ่นอายุไม่เกิน 10 กับ 14 ปี เริ่มขึ้นเป็นวันแรกด้วย ซึ่งรุ่นนี้จะแข่งขันถึงวันที่ 6 เม.ย. 2568 และช่วงสุดท้าย แข่งขันระหว่างวันที่ 6 – 10 เม.ย. ซึ่งเป็นการแข่งขันของรุ่นอายุไม่เกิน 16 และ 18 ปี โดยในรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี จะเป็นการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานฯ

ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th


วิธีดูแลจิตใจ จากภาวะ PTSD วิตกกังวล นอนไม่หลับ หลังเกิดภัยพิบัติ

แพทย์เตือน “PTSD หลังภัยพิบัติ” อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมแนะวิธีดูแลใจให้กลับมาแข็งแกร่ง ก่อนเกิดปัญหาสุขภาพจิตเรื้อรัง

พญ.ดุจฤดี อภิวงศ์ จิตแพทย์ โรงพยาบาลพระรามเก้า กล่าวว่า โรค PTSD เป็นภาวะทางจิตใจที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลต้องเผชิญกับเหตุการณ์ร้ายแรง กระทบกระเทือนร่างกายและจิตใจอย่างรุนแรง เช่น ภัยธรรมชาติ อุบัติเหตุร้ายแรง หรือแม้แต่เห็นภาพหรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักจากเหตุการณ์รุนแรง 

โดยอาการ PTSD เป็นผลต่อเนื่องมาจากภาวะเครียดรุนแรงฉับพลัน Acute Stress Disorder เกิดขึ้นในช่วงเดือนแรกหลังเผชิญเหตุการณ์ แต่ในบางครั้ง PTSD เป็นภาวะที่อาจเป็นนานนับเดือนหรือนานเป็นปี หากไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม อาการอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต ความสัมพันธ์ และอาจจะมีภาวะแทรกซ้อนเช่นโรคซึมเศร้าตามมาได้

อาการเหล่านี้ เกิดจากการทำงานของระบบประสาทและสมอง ที่เปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทฮอร์โมนความเครียด จากระบบประสาทอัตโนมัติของคนสองระบบ ได้แก่ ระบบซิมพาเทติก (Sympathetic) ซึ่งเป็นฝั่งกระตุ้นที่ทำให้ร่างกายตื่นตัว พร้อมรับมือกับภัยอันตราย และระบบพาราซิมพาเทติก (Parasympathetic) ฝั่งผ่อนคลาย ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากความเครียด ระบบทั้งสองต้องทำงานสมดุลกัน หากระบบซิมพาเทติกทำงานมากเกินไป จะทำให้เกิดผลให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็วตื้น ตื่นตัว กล้ามเนื้อเกร็ง วิตกกังวล และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตและร่างกาย

ผู้ที่มีความเสี่ยงเป็นภาวะ PTSD

  • ผู้ที่ประสบภัยพิบัติหรือเหตุการณ์สะเทือนขวัญโดยตรง 
  • บุคคลที่สูญเสียคนใกล้ชิดในเหตุการณ์รุนแรง 

อาการของ PTSD 

  • นึกภาพเหตุการณ์ย้อนกลับ (Flashbacks) 
  • ฝันร้ายและนอนไม่หลับ 
  • มีความวิตกกังวลและตื่นตระหนกง่าย 
  • หวาดกลัว 

พญ.ดุจฤดี กล่าวว่า ผู้ที่มีภาวะ PTSD ควรเลี่ยงสถานการณ์ที่กระตุ้นความทรงจำเหตุการณ์ หลีกเลี่ยงการเหม่อลอย เพราะอาการเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หากพบว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ควรรีบขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะ PTSD เป็นภาวะที่ซับซ้อน แต่การดูแลตัวเองอย่างถูกต้องสามารถช่วยบรรเทาอาการได้ ดังนี้

  • สังเกตและยอมรับอารมณ์ของตัวเอง 
  • การฝึกหายใจ (Breathing Exercise) 
  • จดบันทึกความรู้สึก (Journaling) 
  • ฝึกอยู่กับปัจจุบัน (Mindfulness & Meditation) 
  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และคาเฟอีน เนื่องจากอาจกระตุ้นให้เกิดอาการวิตกกังวลและนอนไม่หลับ

วิธีที่กล่าวมาจะช่วยลดความเครียดได้ นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมเสริมที่ช่วยลดความเครียดและฟื้นฟูจิตใจ เช่น 

  • ศิลปะบำบัด (Art Therapy) การวาดภาพหรือปั้นดิน ที่จะช่วยให้สมองจดจ่อและลดความเครียด
  • การใช้ดนตรีบำบัด (Music Therapy) เช่น ฟังเพลงที่ให้ความรู้สึกสงบหรือเล่นดนตรีเพื่อช่วยให้สมองผ่อนคลาย 
  • ออกกำลังกายแบบผ่อนคลาย (Relaxing Exercise) เช่น โยคะ ไทชิ ว่ายน้ำหรือการเดินเล่นในธรรมชาติ ออกกำลังกาย 
  • ทำงานอดิเรกที่ชอบและผ่อนคลาย 
  • เข้าสังคมและทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เช่น การพบปะเพื่อนฝูงหรือเข้าร่วมกิจกรรมอาสาสมัครเพื่อสร้างความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง

“PTSD เป็นภาวะที่ต้องได้รับการดูแล อย่าปล่อยให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิดต้องเผชิญกับมันตามลำพัง หากรู้สึกว่ายังรับมือไม่ไหว หรือมีอาการรุนแรงจนกระทบต่อชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการได้รับการรักษาที่เหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม

เช่น การนอนหลับให้เพียงพอ แบ่งเวลาพักระหว่างวัน และพูดคุยกับคนที่ไว้ใจได้ ก็ช่วยให้จิตใจกลับมาแข็งแกร่ง รวมถึงการรู้เท่าทันตนเองและการหยุดเสพข่าวที่สร้างความเครียดมากเกินไป จะเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะ PTSD และรักษาสุขภาพจิตให้แข็งแรง”

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


‘การ์ทเนอร์’ คาดการณ์ลงทุน ‘Gen AI’ ปี 68 ทะยาน 6.44 แสนล้านดอลล์

การ์ทเนอร์ อิงค์ คาดการณ์ มูลค่าการใช้จ่าย GenAI ทั่วโลก ปี 2568 จะเพิ่มขึ้น 76.4% จากปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่ารวม 6.44 แสนล้านดอลลาร์

จอห์น-เดวิด เลิฟล็อค รองประธานนักวิเคราะห์อาวุโส การ์ทเนอร์ เผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์ที่ความคาดหวังต่อความสามารถของ GenAI กำลังลดลงเนื่องจากอัตราความล้มเหลวที่สูงในการทำงานพิสูจน์เชิงแนวคิด หรือ Proof-Of-Concept (POC) เบื้องต้นและความไม่พอใจกับผลลัพธ์ของ GenAI ในปัจจุบัน

แม้จะเป็นเช่นนี้ แต่ผู้ให้บริการโมเดลพื้นฐานยังคงลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปีเพื่อเพิ่มขนาด ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือให้กับโมเดล GenAI ซึ่งความไม่สัมพันธ์กันนี้จะยังคงมีอยู่ตลอดปีนี้และปีหน้า

ทั้งนี้ โปรเจกต์ภายในที่มีเป้าหมายสำคัญจากปีก่อนจะเผชิญการตรวจสอบอย่างละเอียดในปีนี้ เนื่องจากผู้บริหาร ซีไอโอเลือกใช้โซลูชันสำเร็จรูปเชิงพาณิชย์เพื่อนำไปใช้และสร้างคุณค่าทางธุรกิจที่คาดการณ์ได้มากขึ้น

แม้ว่าจะมีการปรับปรุงโมเดล แต่ผู้บริหารจะลดการทำ POC และการพัฒนาเทคโนโลยีด้วยตนเอง โดยมุ่งเน้นไปที่คุณสมบัติ GenAI จากผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่มีอยู่แทน

กระทบทุกมิติ ‘ลงทุนไอที’

การ์ทเนอร์ระบุว่า ปี 2568 ยอดการใช้จ่าย GenAI มีแนวโน้มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในทุกตลาดหลักและตลาดย่อย โดย GenAI จะมีผลกระทบสร้างการเปลี่ยนแปลงทุกแง่มุมของการใช้จ่ายด้านไอทีในตลาด

บ่งชี้ถึงอนาคตที่เทคโนโลยี AI จะกลายเป็นส่วนสำคัญของการดำเนินธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับผู้บริโภคมากขึ้น

หากแบ่งตามประเภทการคาดการณ์ล่าสุดของการ์ทเนอร์เดือนมี.ค.ระบุว่า มูลค่าใช้จ่าย GenAI ระดับโลก ด้านบริการจะมีมูลค่า 27,760 ล้านดอลลาร์ เติบโต 162.6% ขณะที่ซอฟต์แวร์ มีมูลค่า 37,157 ล้านดอลลาร์ เติบโต 93.9%

ส่วนดีไวซ์ มีมูลค่า 398,323 ล้านดอลลาร์ เติบโต 99.5%, เซิร์ฟเวอร์ มีมูลค่า 180,620 ล้านดอลลาร์ เติบโต 33.1 % ส่งผลให้ในภาพรวมตลาดจะมีมูลค่า 643,860 ล้านดอลลาร์ เติบโต 76.4% ดังกล่าว

ดังนั้น ซีไอโอต้องเตรียมพร้อมรับมือกับการใช้จ่าย GenAI ที่เพิ่มขึ้นในปีนี้ จากโมเดลพื้นฐานที่ดีขึ้นและความต้องการผลิตภัณฑ์ AI ที่เพิ่มขึ้น

กว่า 80% จ่ายไปกับ ‘ฮาร์ดแวร์’

อีกมุมหนึ่งได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์สำหรับคอนซูเมอร์ (Consumer Devices) ที่มีความสามารถด้าน AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนมูลค่าใช้จ่าย GenAI

โดยยอดการใช้จ่าย GenAI ในปี 2568 จะได้รับการขับเคลื่อนเป็นอย่างมาก โดยการผสมผสานความสามารถด้าน AI เข้ากับฮาร์ดแวร์ เช่น เซิร์ฟเวอร์ สมาร์ตโฟน และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือพีซี โดย 80% ของยอดการใช้จ่าย GenAI จะเป็นการใช้จ่ายสำหรับฮาร์ดแวร์

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดเป็นผลมาจากความแพร่หลายที่เพิ่มขึ้นของอุปกรณ์ที่รองรับ AI ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมตลาด Consumer Device เกือบทั้งหมด ภายในปี 2571

อย่างไรก็ตามผู้บริโภคไม่ได้ไล่ตามคุณสมบัติเหล่านี้ เหตุเพราะผู้ผลิตฝังเทคโนโลยี AI เป็นคุณสมบัติมาตรฐานไว้ในอุปกรณ์ ทำให้ผู้บริโภคเสมือนถูกบังคับให้ซื้อสินค้าเหล่านี้

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


95 แคปชั่นฮีลใจ ภาษาอังกฤษ คิดบวก ให้กำลังใจตัวเอง แจกรอยยิ้มให้คนรอบข้าง

แคปชั่นฮีลใจ ภาษาอังกฤษ คิดบวก คำคมให้กำลังใจ

  • Your love helps your heart to heal.
    ให้ความรักของคุณเยียวยา รักษาหัวใจของคุณ
  • The journey of a thousand miles begins with one step.
    การเดินทางนับพันไมล์ เริ่มต้นได้ด้วยก้าวเดียวเสมอ
  • Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
    ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเรา ไม่ได้อยู่ที่การไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่การลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งที่ล้ม
  • Don’t cry because it is over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้กับสิ่งที่จบไปแล้ว แต่จงยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น
  • Smile on, Chin up.
    ยิ้มไว้ เชิดไว้
  • Try and fail but never fail to try.
    พยายามและล้มเหลว แต่อย่าล้มเหลวโดยที่ยังไม่พยายาม
  • Life isn’t as easy as it seems, but it’s not as difficult as we think.
    ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราเห็น แต่มันก็ไม่ได้ยากเหมือนที่เราคิด
  • You can get through this.
    คุณจะผ่านมันไปได้
  • It is better to walk alone, then with a crowd going in the wrong direction.
    เดินไปคนเดียว ดีกว่าเดินกับผู้คนมากมายที่เดินผิดทาง 
  • Turn your wounds into wisdom.
    เปลี่ยนบาดแผลของคุณให้กลายเป็นปัญญา
  • en you cease to dream you cease to live.
    เมื่อคุณหยุดฝัน ก็เท่ากับคุณหยุดมีชีวิต
  • Every day may not be good but there is something good in every day.
    ทุกวันอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันต้องมีสิ่งดีๆ เข้ามาในทุกๆ วัน
  • Learn from the past, but don’t get stuck in it.
    เรียนรู้จากอดีต แต่อย่าจมอยู่กับมัน
  • Be you, not them
    จงเป็นตัวเอง ที่ไม่เหมือนใคร
  • Confidence is sexy.
    ความมั่นใจคือความเซ็กซี่
  • Learning to love myself unconditionally.
    จงเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข 
  • Self-love is the greatest revolution.
    การรักตนเองคือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  • Too many of us are not living our dreams because we are living our fears.
    หลายๆ คน ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตกับความกลัว
  • As we grow old, we learn that life is not always easy.
    เมื่อเราโตขึ้น เราได้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้ง่ายเสมอไป
  • Mindfulness is the key to inner peace.
    สติเป็นกุญแจสู่ความสงบสุขภายในใจ
  • Life is like riding a bicycle. To keep your balance, you must keep moving.
    ชีวิตก็เหมือนกับการปั่นจักรยาน เพื่อประคองการทรงตัว คุณจะต้องปั่นต่อไปข้างหน้า
  • If you have the ability to love, love yourself first.
    ถ้าคุณเก่งกาจในเรื่องรัก จงรักตัวเองเป็นอันดับแรก
  • Beauty starts from within.
    ความสวยเริ่มจากภายใน
  • You’re allowed to scream, you’re allowed to cry, but do not give up.
    คุณกรีดร้องได้ ร้องไห้ได้ แต่อย่ายอมแพ้
  • The only person who can pull me down is myself.
    คนเดียวที่สามารถทำให้ฉันอ่อนแอได้ คือตัวฉันเอง
  • Hope is the only thing stronger than fear.
    ความหวังเป็นสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งกว่าความกลัว
  • You are enough just as you are.
    คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นก็พอ
  • It’s never too late to start over, never too late to be happy.
    ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่ และไม่สายเกินไปที่จะมีความสุข
  • Set your goals high , and don’t stop till you get there.
    ตั้งเป้าหมายให้สูงและอย่าหยุด จนกว่าคุณจะไปถึงจุดนั้น
  • Don’t cry because it’s over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้เพราะมันจบลง แต่จงยิ้มที่มันเคยเกิดขึ้น
  • I’m not perfect, but I’m still damn sexy.
    ฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ฉันโคตรจะเซ็กซี่เลยล่ะ
  • If you want to be happy, do not dwell in the past.
    ถ้าคุณอยากมีความสุข ก็อย่าจมอยู่กับอดีต
  • Life becomes easier and more beautiful when we can see the good in other people.
    ชีวิตจะง่ายขึ้นและสวยงามขึ้น เมื่อเรามองเห็นสิ่งที่ดีในตัวคนอื่น
  • A bad day doesn’t mean you have a bad life.
    วันที่แย่ไม่ได้หมายความว่าคุณนั้นมีชีวิตที่แย่
  • Winners are losers who got up and gave it one more try.
    ผู้ชนะคือผู้แพ้ที่ลุกขึ้นและลองอีกครั้ง
  • I am more than just a pretty face.
    ฉันมีดีมากกว่าแค่ใบหน้าสวย ๆ
  • Do what makes you feel alive and happy.
    จงทำในสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีความสุข
  • Mindfulness is the anchor that keeps me grounded amidst life’s storms.
    การมีสติเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวฉันให้ยืนหยัด ท่ามกลางมรสุมแห่งชีวิต
  • Love is a journey, not a destination.
    ความรักคือการเดินทางไม่ใช่จุดหมายปลายทาง

คปชั่นกำลังใจ คิดบวก สู้ชีวิต 

  • No one can make you feel inferior without your consent.
    ไม่มีใครสามารถทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้ หากคุณไม่ยอมรับมัน
  • Life is too short to be shy. 
    ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมานั่งเขินอาย
  • Life isn’t about finding yourself. Life is about creating yourself.
    ชีวิตไม่ได้เกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง ชีวิตคือการสร้างตัวคุณเอง
  • Life is better when you’re laughing.
    ชีวิตดีขึ้นเมื่อคุณหัวเราะ
  • Happiness is not having what you want. It is appreciating what you have.
    ความสุขไม่ใช่การได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่คือการเห็นคุณค่าในสิ่งที่มี
  • Tough situations build strong people in the end.
    สถานการณ์ที่ยากลำบาก จะสร้างคนที่แข็งแกร่งในที่สุด
  • You are never too old to be cute. 
    คุณไม่ได้แก่เกินไปที่จะน่ารัก
  • Growing and glowing.
    จงเติบโตและเปล่งประกาย
  • Even with a broken crayon, I can still draw a rainbow.
    แม้ว่าดินสอสีจะหัก ฉันก็ยังวาดสายรุ้งได้
  • It is never too late to be what you might have been.
    ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น
  • Cute is the new cool.
    น่ารัก คือความเท่แบบใหม่
  • Believe you can and you’re halfway there.
    เชื่อว่าคุณทำได้ คุณก็มาถึงครึ่งทางแล้ว
  • No one is perfect – that’s why pencils have erasers.
    ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ – นั่นคือเหตุผลว่าทำไมดินสอจึงมียางลบ
  • Turning wounds into wisdom and pains into gains.
    เปลี่ยนบาดแผลให้เป็นปัญญา และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นกำไร
  • Keep your head up, things will get better.
    ยืนหยัดเข้าไว้ เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้น
  • You can always start again.
    คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
  • It’s okay not to be okay.
    ถึงจะไม่โอเค แต่ก็ไม่เป็นไร 
  • You’re stronger than you know.
    คุณแข็งแกร่งกว่าที่คุณรู้
  • If you ever want to love someone, love yourself unconditionally first.
    ถ้าคุณอยากจะรักใครสักคน จงรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไขเสียก่อน
  • What’s meant to be will always find a way 
    สิ่งที่เราตั้งใจไว้ จะหาทางได้เสมอ
  • Life lesson to learn is… sometimes the good guys don’t win.
    บทเรียนชีวิตที่ต้องเรียนรู้คือ… บางครั้งคนดีก็ไม่ชนะเสมอไป
  • No matter what you’re going through, there’s a light at the end of the tunnel.
    ไม่ว่าคุณจะเจออะไรก็ตาม มีแสงที่ปลายอุโมงค์เสมอ
  • Tough times don’t last, tough people do. 
    ช่วงเวลาที่มันแย่ๆ มันจะไม่อยู่กับเรานาน แต่คนที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่ได้นาน
  • Happiness is the secret to all beauty.
    ความสุขเป็นเคล็ดลับของทุกความงาม
  • Success is not the key to happiness, happiness is the key to success.
    ความสำเร็จไม่ใช่กุญแจสู่ความสุข ความสุขคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
  • You’re not alone, we’re in this together. 
    คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เราจะผ่านไปด้วยกัน
  • I’m the best you’ll never ever get.
    ฉันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่คุณไม่มีทางได้ครอบครอง
  • Sun is alone too, but still shines.
    ดวงอาทิตย์ก็โดดเดี่ยวเหมือนกัน แต่ก็ยังส่องแสงอยู่
  • Forgive yourself for your faults and move on.
    จงให้อภัยตัวเองสำหรับความผิดพลาดและก้าวต่อไป
  • Don’t look for happiness, Create it.
    อย่าพยายามมองหาความสุข แต่จงหาทางสร้างมันขึ้นมา
  • Beauty begins the moment you decide to be yourself.
    ความงามเริ่มต้นในชั่วขณะที่คุณตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง
  • The Best way to be loved is to love yourself.
    วิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ใครมารัก คือ การรักตัวเอง
  • Face challenges with confidence.
    จงเผชิญกับความท้าทายด้วยความมั่นใจ
  • Love is all around you. You just have to take the time to feel it.
    ความรักอยู่รอบตัวคุณ คุณเพียงแค่ต้องใช้เวลาในการรู้สึกมัน
  • Inner beauty will always be in fashion.
    ความงามจากภายในจะคงอยู่ในแฟชั่นเสมอ
  • Stars don’t shine without darkness.
    ดวงดาวไม่ส่องแสงโดยปราศจากความมืด
  • Be a shining star in the darkest of nights.
    จงเป็นดาวที่ส่องแสงในคืนที่มืดมนที่สุด
  • Happiness is not by chance, but by choice.
    ความสุขไม่ใช่เกิดโดยบังเอิญ แต่เป็นทางเลือก
  • There are beautiful days ahead.
    มีวันที่สวยงามรออยู่ข้างหน้า
  • The best thing to hold onto in life is each other.
    สิ่งที่ดีที่สุดที่จะยึดมั่นในชีวิต คือกันและกัน
  • What you believe, remember, you can achieve.
    สิ่งที่คุณเชื่อจำไว้ว่า คุณทำได้
  • Motivation gets you moving, but determination keeps you going.
    แรงบันดาลใจทำให้คุณเคลื่อนไหวได้ แต่ความมุ่งมั่นจะทำให้คุณก้าวต่อไป
  • The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams.
    อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเอง
  • You don’t need to see the whole staircase, just take the first step.
    คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด ขอแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก
  • Sometimes the heart sees what is invisible to the eye.
    บางครั้งหัวใจจะมองเห็น สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา
  • Don’t give up the beginning is always the hardest.
    อย่าเพิ่งยอมแพ้ จุดเริ่มต้นนั้นมักจะยากที่สุดเสมอ
  • Our attitude toward life determines life’s attitude towards us.
    ทัศนคติของเรา เป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา
  • Believe in yourself
    เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้
  • We failed, we cried, we lost but then we will rise and strong again.
    เราล้มเหลว เราร้องไห้ เราแพ้พ่าย แต่เราจะลุกขึ้นและกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
  • Don’t be the same. Be better!
    อย่ามัวแต่เป็นเหมือนเดิม เราต้องดีกว่าเดิม!
  • Don’t be afraid to choose a different path than others.
    อย่ากลัวที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง ถึงแม้มันจะแตกต่างจากคนอื่น
  • Life always offers you a second chance.
    ชีวิตจะให้โอกาสคุณครั้งที่สองเสมอ
  • No matter how much it hurts, you have to hold your head up and keep going.
    ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน จงเชิดหน้าขึ้น.. และก้าวต่อไป
  • If you get tried, learn to rest not to quit
    ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อย จงเรียนรู้ที่จะพัก แต่อย่าล้มเลิก
  • A smile is happiness you’ll find right under your nose.
    รอยยิ้มคือความสุข ที่คุณหาพบได้ แค่ใต้ปลายจมูก
  • It’s hard to beat a person who never gives up.
    มันยากที่จะเอาชนะคนที่ไม่เคยยอมแพ้

ขอบคุณข้อมูลจาก women.trueid.net


7 อาหารลดอาการขี้ลืม แถมเพิ่มความจำดีที่ผู้หญิงไม่ควรพลาด

เรื่องของความจำและการเรียนรู้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะในคุณผู้หญิงที่ต้องทำหลายหน้าที่พร้อมกัน ทั้งในชีวิตส่วนตัวและการทำงาน หากบางครั้งเริ่มรู้สึกว่าความจำไม่ค่อยดี หรือขี้ลืมไปบ้าง ก็ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะมีอาหารบางชนิดสามารถช่วยเสริมสร้างความจำและทำให้สมองทำงานได้ดีขึ้น ลองมาอ่านกันค่ะว่าอาหารลดอาการขี้ลืม หรือ อาหารบำรุงความจำ ที่สามารถช่วยให้สมองของสาว ๆ ทำงานได้ดีขึ้นมีอะไรบ้าง

7 อาหารลดอาการขี้ลืม บำรุงความจำ

1.กะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นแหล่งของวิตามิน C สูง ซึ่งมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนภายในร่างกาย และช่วยในการบำรุงสมอง  วิตามิน C ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันความเสื่อมของสมองจากสารอนุมูลอิสระ ซึ่งสามารถช่วยให้ความจำของสาว ๆ ทำงานได้ดีขึ้น หากทานเป็นประจำจะช่วยให้สมองไม่ล้าจนเกินไปด้วยค่ะ

2.มะม่วง

มะม่วงไม่เพียงแค่รสชาติอร่อย แต่ยังเต็มไปด้วยวิตามิน A และ C ที่ช่วยในการบำรุงสมอง โดยเฉพาะวิตามิน A ซึ่งช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์สมอง และช่วยในการทำงานของระบบประสาท ทั้งยังมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยป้องกันการทำลายเซลล์สมองจากภาวะที่เกิดจากการอักเสบอีกด้วย

3.กล้วย

กล้วยเป็นแหล่งของโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยในกระบวนการส่งสัญญาณสื่อประสาทของสมอง ทำให้การตัดสินใจและการคิดอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีวิตามิน B6 ซึ่งช่วยให้สมองทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยลดความเครียดและลดความหงุดหงิดที่อาจจะส่งผลต่อความจำได้

4.ฟักทอง

ฟักทองเต็มไปด้วยเบต้าแคโรทีน ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ และช่วยเสริมการทำงานของสมอง การทานฟักทองเป็นประจำ จะช่วยให้สมองของคุณผู้หญิงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพลังทางความคิดและความสามารถในการจดจำได้ดีด้วยค่ะ

5.ข้าวกล้อง

ข้าวกล้องเป็นแหล่งของคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่มีไฟเบอร์สูง ซึ่งช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ให้อยู่ในระดับที่สมดุลและไม่สูงเกินไป ซึ่งทำให้สมองสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีอาการเหนื่อยล้าหรือเครียดมากเกินไป

6.โยเกิร์ต

โยเกิร์ตมีโปรไบโอติกส์ ที่ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้ดี และมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพสมอง การมีลำไส้ที่ดีจะส่งผลต่อสมองโดยตรง เพราะเชื่อมโยงกับการผลิตสารสื่อประสาท ที่เกี่ยวข้องกับการจดจำและการเรียนรู้

7.ดาร์กช็อกโกแลต

ดาร์กช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้สูง ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง ซึ่งส่งผลให้สมองทำงานได้ดีขึ้น  นอกจากนี้ ยังมีสารฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจำ และลดความเสื่อมของสมองจากอนุมูลอิสระ การทานดาร์กช็อกโกแลตในปริมาณที่เหมาะสมทุกวัน จึงเป็นหนึ่งในตัวช่วยให้ความจำดีขึ้นได้

การเลือกทานอาหารที่ช่วยเสริมสร้างความจำและลดอาการขี้ลืม เป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพ ในการดูแลสุขภาพสมอง การทานอาหารที่มีสารอาหารสำคัญ เช่น วิตามินและแร่ธาตุ ที่ส่งเสริมการทำงานของระบบประสาท จะช่วยให้คุณสาว ๆ รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิมากขึ้น พร้อมทั้งช่วยเสริมความจำในระยะยาวได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย 

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 3/04/2568

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a51,050.0051,150.00
ทองรูปพรรณ 96.5%3,307.0050,134.1251,950.00
ทองรูปพรรณ 90%2,976.3045,120.71n/a
ทองรูปพรรณ 80%2,645.6040,107.30n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,488.0022,560.35n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,157.0017,546.94n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%3,427.0051,952.46n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 3/04/2568



ปตท.

บางจาก

เชลล์

เอสโซ่

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9534.1534.1534.6534.1534.1534.1534.1534.1534.1534.15
แก๊สโซฮอล์ 9133.7833.7834.2833.7833.7833.7833.7833.7833.7833.78
แก๊สโซฮอล์ E2031.9431.9432.4431.9431.9431.9431.9431.9431.94
แก๊สโซฮอล์ E8530.2930.2930.29
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม42.7449.3449.8449.3442.74
เบนซิน 9542.4449.3142.9442.5942.44
ดีเซล32.4432.4432.4432.4432.4432.4432.4432.4432.4432.44
ดีเซลพรีเมี่ยม44.4446.6449.8446.6446.6444.44
แก๊ส NGV17.9017.9017.90
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า