สาระน่ารู้ประจำวันที่ 14 มกราคม 2569

เจาะทำเลทองย่านพหลโยธิน ฮับกรุงเทพตอนเหนือ ‘เซ็นทรัลลาดพร้าว’ต่อสัญญา ดันราคาที่ดินพุ่ง

  • การรถไฟฯ (รฟท.) มีมติต่อสัญญาเช่าที่ดินเซ็นทรัล ลาดพร้าว ให้กลุ่มเซ็นทรัลไปอีก 30 ปี ด้วยมูลค่าผลตอบแทนกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท
  • การต่อสัญญาดังกล่าวตอกย้ำศักยภาพของทำเลย่านพหลโยธินในฐานะศูนย์กลางธุรกิจและฮับคมนาคมของกรุงเทพฯ ตอนเหนือ
  • ส่งผลให้ราคาที่ดินในย่านพหลโยธิน-ห้าแยกลาดพร้าวพุ่งสูงขึ้นอย่างร้อนแรง โดยมีราคาขยับสูงกว่า 1 ล้านบาทต่อตารางวา

ทำเลย่านพหลโยธิน บริเวณห้าแยกลาดพร้าวถูกพูดถึงเป็นวงกว้างเมื่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) โดยคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทยมีมติต่อสัญญาเช่า ที่ดินสามเหลี่ยมพหลโยธิน (เซ็นทรัลลาดพร้าว) 47.22 ไร่ ให้กับกลุ่มเซ็นทรัล ออกไปอีก30ปี มูลค่าผลตอบแทน33,000ล้านบาท โดยบริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด หรือ SRTA บริษัทลูก รฟท.ได้เจรจากับบริษัท เซ็นทรัล อินเตอร์พัฒนา จำกัด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  และเสนอบอร์ดรฟท.เห็นชอบอีกครั้งวันที่15มกราคม2569 ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แปลงใหญ่สร้างรายได้ให้ รฟท.หลังหลังสัญญาเช่า20ปีจะสิ้นสุดวันที่ 18 ธันวาคม 2571  ผลตอบแทนเดิมที่ 21,298 ล้านบาท

ประเมินว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมให้กับพื้นที่ย่านพหลโยธินเป็นวงกว้าง  จากการต่อสัญญาของกลุ่มเซ็นทรัล ที่กลายเป็นจุดนัดพบสำคัญแห่งขึ้นของคนกรุงเทพมหานคร  โดยปัจจุบันย่านดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไปมาก จากการมาของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว กลายเป็นทำเลศักยภาพ ศูนย์กลางการเดินทางทางตอนเหนือของกรุงเทพมหานคร และกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจรองจากสุขุมวิท สีลม สาทร รองรับความเจริญที่หลั่งไหลในทุกมิติตามผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครใหม่(ปรับปรุงครั้งที่4) กำหนดไว้ 

ที่นอกจากจะมีสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (สถานีกลางบางซื่อ) แม่เหล็กสำคัญของการเดินทางทางรางแล้ว  รถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย นับเป็นข้อต่อสำคัญรับส่งผู้โดยสารจำนวนมากเข้าออกเมือง  สร้างความเจริญกลายเป็นย่านอยู่อาศัย ย่านพาณิชยกรรมและแหล่งงานแห่งใหม่ ที่น่าจับตา เพราะปัจจุบันมีโรงแรม อาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ของบิ๊กเนมทุกค่ายทุกแบรนด์เปิดประชัดตลอดแนวโดยเฉพาะ บริเวณ ทำเลทอง เซ็นทรัลลาดพร้าว

รวมถึงบริเวณใกล้เคียงยังมีโครงการขนาดใหญ่ของภาคเอกชนเกิดขึ้น อย่างโครงการมิกซ์ยูสของ บริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด(มหาชน) หรือCPN โดยเฉพาะศูนย์การค้าแห่งใหม่ภายใต้ชื่อ “เซ็นทรัล พหลโยธิน” คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี2571 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว บนที่ดินรฟท.จะหมดอายุสัญญาพอดี และมีเป้าหมายว่าจะพัฒนาทางเชื่อมระหว่างศูนย์การค้าแห่งใหม่กับ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวเข้าด้วยกัน

ขณะปัจจุบันราคาที่ดินขยับร้อนแรงสูงกว่า1-1.5ล้านบาทต่อตารางวาและมีแนวโน้มขยับต่อเนื่อง ที่รับช่วงความเจริญต่อมาจากพหลโยธินช่วงต้นๆที่ราคาที่ดินขยับไปที่1.8 ล้านบาทต่อตารางวา   รวมถึงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เพิ่มขึ้นให้กับบริเวณย่านหัวมุมห้าแยกลาดพร้าว ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับขึ้นและที่ดินแปลงนี้ย่อมเป็นที่หมายปองของกลุ่มนักลงทุนระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่างเลี่ยงมิได้  

เป็นเหตุผลให้ บริษัท เซ็นทรัลอินเตอร์พัฒนาจำกัด ที่ปัจจุบันบริหารงานโดยบริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) หรือ CPN สนใจต่อสัญญา ดังกล่าวเพื่อเชื่อมโยงกับโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่บนที่ดิน49ไร่  ทำเลตรงข้ามแดนเนรมิตเก่า ที่อยู่ระหว่างพัฒนาและเปิดให้บริการภายในปี2571 โดยเฉพาะศูนย์การค้าแห่งใหม่ ภายใต้ “เซ็นทรัล พหลโยธิน” ให้กลายเป็นอาณาจักรใหญ่ของCPNบนถนนพหลโยธินและ ฮับแห่งใหม่ของกรุงเทพฯตอนเหนือ

มุมสะท้อนของ นายโสภณ พรโชคชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิประเมินค่า-นายหน้าแห่งประเทศไทยและประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (AREA) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าที่ดินสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน ของรฟท.ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์การค้าเช็นทรัลลาดพร้าวในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงสูงมาก และประเมินคร่าวๆว่า หากเซ็นทรัลจะเช่าต่ออีก 30ปี จากปี 2571  มูลค่าค่าเช่าน่าจะอยู่ที่กว่า 3 หมื่นล้านบาทขึ้นไป จากก่อนหน้านี้ บริษัทเคยประเมินไว้ที่กว่า 2 หมื่นล้านบาท ตลอดสัญญาเช่า 20 ปี

อย่างไรก็ตามมองว่าตามข้อเท็จจริงที่ดินเป็นของรฟท.และเป็นที่ดินแปลงใหญ่ที่ให้ผลตอบแทนที่สูง รฟท.ควรนำที่ดินแปลงดังกล่าวออกเปิดประมูลเพื่อให้เกิดการแข่งขันเป็นการทั่วไป แต่เนื่องจาก ตามเงื่อนไขสัญญาต้องให้สิทธิ ผู้เช่ารายเดิมก่อน ซึ่งเข้าใจว่าทางเช็นทรัลจะขอเช่าต่อ

เนื่องจาก ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ เพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดิน สามารถสร้างได้มากถึง 6แสนตารางเมตร จากเดิม 3แสนตารางเมตร (พื้นที่สีแดง ประเภทพาณิชยกรรม) ดังนั้นหากรื้อทิ้งแล้วสร้างขึ้นใหม่น่าจะคุ้มค่า เพราะก่อนหน้านี้ เซ็นทรัลมี คอนแวนชันเซ็นเตอร์ ที่ประสบความสำเร็จเป็นรายแรกๆหากพัฒนาใหม่จะมีรูปแบบคล้ายโครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค ที่สามารถพัฒนาได้หลายฟังก์ชัน บนพื้นที่ 47 ไร่

ด้านแหล่งข่าวจากวงการอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ที่ดินแปลงดังกล่าว มีกลุ่มทุนหลายค่ายให้ความสนใจ อาทิ กลุ่มเดอะมอลล์ กลุ่มซีพี กลุ่มสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี และกลุ่มเซ็นทรัลเอง ต้องการ เช่าต่อ เนื่องจากต่อเนื่องอีก 20 ปี เพื่อเป็นแม่เหล็กดึงดูดคนและต่อยอด ให้กับโครงการมิกซ์ยูสและศูนย์การค้าเซ็นทรัลพหลโยธินในอนาคต เพราะหากรายอื่นคว้าที่ดินแปลง 47 ไร่ไปเท่ากับเป็นคู่แข่งสำคัญกับโครงการใหม่ของเซ็นทรัลพัฒนา

สำหรับรายละเอียดสัญญาของแปลงที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน หรือศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ซึ่งเป็นที่รู้จักกัน เริ่มต้นเช่าครั้งแรกเมื่อปี 2521 ครบสัญญารอบแรก 30 ปี เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2551จากนั้นได้เจรจาต่อสัญญาอีก 20 ปี ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2551-วันที่ 18 ธันวาคม 2571 โดยรฟท.ได้ผลตอบแทนคิดเป็นวงเงินรวมตลอดอายุสัญญา 21,298 ล้านบาททั้งนี้ในปัจจุบันสัญญาเหลือเวลา 3 ปี ขณะที่ค่าเช่าที่เหลือ ซึ่งเซ็นทรัลต้องจ่ายตามสัญญานั้น ปี 2568 จำนวน 1,470.859 ล้านบาท

ขณะที่บริษัทเอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) ระบุว่าการดำเนินการต่อสัญญาเช่าที่ดินดังกล่าว แบ่งเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก คือ ส่วนบริษัทเอสอาร์ทีฯ และรฟท. ซึ่งเป็นการรับมอบสัญญาจากรฟท.โดยมีการรายงานผลการเจรจาและตัวเลขต่างๆ ให้ที่ประชุมคณะกรรมการรฟท.พิจารณา 

ต่อมาส่วนที่สอง ระหว่างบริษัทเอสอาร์ทีฯ กับบจ.เซ็นทรัลฯ ซึ่งเป็นสัญญาในรูปแบบการเช่าช่วง ขณะนี้ประชุมคณะกรรมการบริษัทเอสอาร์ทีฯ ได้อนุมัติตัวเลขมาชุดหนึ่งแล้ว ทั้งนี้ต้องรอการอนุมัติจากรฟท.อีกครั้ง

ทั้งนี้หากที่ประชุมคณะกรรมการรฟรท.อนุมัติต่อสัญญาที่ดินเซ็นทรัลลาดพร้าวแล้ว จากนั้นจะมีการลงนามในสัญญา 3 ฝ่าย ประกอบด้วย รฟท.,บริษัทเอสอาร์ทีฯ และบจ.เซ็นทรัลฯ ส่วนจะเริ่มลงนามสัญญาได้ภายในครึ่งปีแรกของปี 2569 หรือไม่นั้น ต้องรอความพร้อมและการพิจารณาจากรฟท.เป็นหลัก

“ประเด็นที่มีการต่อสัญญาที่ดินเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยมีการพูดถึงผลตอบแทนตามสัญญาใหม่ที่ 33,000 ล้านบาท นั้น ซึ่งตัวเลขนี้ต้องรอให้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการรฟท.เพื่อสรุปตัวเลขที่แน่นอนอีกครั้ง” แหล่งข่าวจากบริษัทเอสอาร์ทีฯโดยยืนยันว่าที่ดินที่ตั้งเซ็นทรัลลาดพร้าวมีมูลค่าสูงกว่า 21,000ล้านบาทอย่างแน่นอน” 

สำหรับสัญญาเช่า “ที่ดินบริเวณสามเหลี่ยมย่านพหลโยธิน” ที่รฟท.ให้ทางเซ็นทรัลเช่า เพื่อพัฒนาเป็นห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าวนั้น มีพื้นที่รวม 47.22 ไร่ เป็นพื้นที่ก่อสร้างของห้างรวม 310,000 ตารางเมตร ประกอบด้วย ห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว โซนพลาซ่า โรงแรม ศูนย์ประชุม และอาคารสำนักงาน มีกำหนดสิ้นสุดสัญญาเช่าในวันที่ 18 ธ.ค. 2571 นี้

ต้องติดตามห้ามกระพริบตา ย่านพหลโยธิน กำลังกลายเป็นซีบีดีแห่งใหม่กรุงเทพตอนเหนือที่น่าจับตายิ่ง !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


รังสิต–ลำลูกกาดีมานด์แรง IHC ปิดดีลเช่าไอเพลินคลอง 4ครบ 3 อาคาร

  • ไอเพลิน ลำลูกกา คลอง 4 ของ IHC เครือพฤกษา ปิดการเช่าเต็ม 100% ทั้ง 3 อาคาร สะท้อนความต้องการที่อยู่อาศัยโซนรังสิต–ลำลูกกา
  • จากปัจจัยด้านทำเลที่ใกล้แหล่งงาน การคมนาคมสะดวก และพฤติกรรมผู้เช่าที่เปลี่ยนไป โดยให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า คุณภาพ และความปลอดภัย
  •  เตรียมเปิดโครงการใหม่ “ไอเพลิน รังสิต คลอง 2” เพื่อรองรับความต้องการในทำเลต้นรังสิตค่าเช่า 3,300 บาทต่อเดือน

สัญญาณบวกจากตลาดที่อยู่อาศัยให้เช่าปรากฏชัดในโซนรังสิต–ลำลูกกา เมื่อ “ไอเพลิน ลำลูกกา คลอง 4” โครงการอพาร์ตเมนต์ให้เช่าของไอเพลิน (iPlern) ภายใต้ บริษัท อินโน โฮม คอนสตรัคชัน จำกัด (IHC) ในเครือพฤกษา โฮลดิ้ง สามารถปิดการเช่า 3 อาคารแรกเต็ม 100% ในเวลาอันรวดเร็ว สะท้อนดีมานด์เช่าคุณภาพระดับกลางถึงแมสที่ยังเติบโตต่อเนื่อง

นายปิยะ ประยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร IHC ระบุว่า ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำศักยภาพของทำเลที่รายล้อมด้วยแหล่งงาน ชุมชน และการคมนาคมที่เชื่อมต่อสะดวก ขณะเดียวกันผู้เช่ายุคใหม่ให้ความสำคัญกับ “ความคุ้มค่า–คุณภาพ–ความปลอดภัย” มากกว่าการถือครองระยะยาว
 

โครงสร้างพื้นฐานหนุน พฤติกรรมผู้เช่าเปลี่ยน

แรงหนุนสำคัญมาจากการขยายตัวของการจ้างงานและที่อยู่อาศัยในโซนเหนือกรุงเทพฯ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่มองหาที่อยู่อาศัยพร้อมอยู่ ใกล้แหล่งงาน และบริหารค่าใช้จ่ายได้ ทำให้ตลาดเช่าคุณภาพกลายเป็นหนึ่งในเซ็กเมนต์ที่น่าจับตา

“การปิดการเช่าเต็ม 100% เป็นบทพิสูจน์ว่า หากพัฒนาโครงการตรงโจทย์การอยู่อาศัยจริง ผสานความเชี่ยวชาญด้านก่อสร้าง ออกแบบ และบริหารอาคาร ก็สามารถสร้างรายได้ประจำที่มั่นคงในระยะยาวได้” นายปิยะกล่าว

เปิดเกมรุก “ไอเพลิน รังสิต คลอง 2” ชิงดีมานด์ต้นรังสิต

จากกระแสตอบรับเชิงบวก IHC เตรียมเปิดโครงการใหม่ “ไอเพลิน รังสิต คลอง 2” อพาร์ตเมนต์เปิดใหม่ในทำเลต้นรังสิต ใกล้ชุมชนและสิ่งอำนวยความสะดวก โดดเด่นการออกแบบสไตล์โมเดิร์น ห้องพักใหม่ บรรยากาศน่าอยู่ พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยและ CCTV เชื่อมต่อเส้นทางคมนาคมหลายสาย รองรับกลุ่มคนทำงานและผู้อยู่อาศัยในโซนเหนือของกรุงเทพฯ

โครงการมีกำหนดเปิดให้จองในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ตั้งค่าเช่าเริ่มต้นราว 3,300 บาทต่อเดือน เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่และแรงงานคุณภาพ สอดรับแนวโน้มตลาดที่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ควบคู่มาตรฐานคุณภาพและความปลอดภัย

เสริมพอร์ต Recurring Income สู่เกมยาว

ในเชิงกลยุทธ์ ไอเพลินเดินหน้าขยายพอร์ตที่อยู่อาศัยให้เช่าอย่างเป็นระบบ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านรายได้ประจำ (Recurring Income) และยกระดับมาตรฐานอาคารเช่าของไทยให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ภายใต้วิสัยทัศน์พฤกษา โฮลดิ้ง ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตการอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน

แนวคิด “Lifetime Well-Living” ถูกถ่ายทอดสู่ธุรกิจเช่า เพื่อสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่ “อยู่ดี” ในทุกวัน ไม่เพียงตอบโจทย์เศรษฐกิจ แต่ยังยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เช่าในระยะยาว—ภาพสะท้อนเกมรุกของ IHC บนสมรภูมิอสังหาฯ เช่าที่กำลังร้อนแรงในวันนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


กูรูชี้ SET ไร้ปัจจัยใหม่ ผันผวนไร้ทิศทาง ชี้หุ้นรับอานิสงส์ค่าเงินบาทแข็งเด่น

  • ตลาดหุ้นไทย (SET) มีแนวโน้มเคลื่อนไหวผันผวนและไร้ทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาสนับสนุน
  • ปัจจัยลบในประเทศที่กดดันตลาดคือดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
  • นักวิเคราะห์แนะนำลงทุนในหุ้นที่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า โดยเฉพาะกลุ่มผู้นำเข้าและกลุ่มพลังงาน เช่น ADVICE, COM7, GULF, BGRIM , GPSC , SYNEX , SIS

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี้ยังคงเคลื่อนไหวผันผวนและไร้ทิศทางที่ชัดเจน เนื่องจากตลาดยังขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน

ขณะที่แรงซื้อขายยังคงเบาบางในช่วงต้นปี โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยว่าผลสำรวจความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ธ.ค.68 ปรับตัวลดลงจากระดับ 53.2 เป็น 51.9 ปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากการยุบสภา และปัญหาความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่อาจส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยอาจฟื้นตัวได้ช้า

ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากความกังวลว่าอุปทานน้ำมันจากรัสเซีย อิรัก และอิหร่านอาจเผชิญภาวะชะงักงันจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางและยุโรป ซึ่งปัจจัยดังกล่าวช่วยพยุงหุ้นในกลุ่มพลังงานให้มีแรงเก็งกำไรเพิ่มขึ้น

ล่าสุดสหรัฐฯ เข้ายึดเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำที่มีความเชื่อมโยงกับเวเนซุเอลาในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยหนึ่งในนั้นติดธงชาติรัสเซีย ซึ่งนับเป็นมาตรการเชิงรุกของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการควบคุมทิศทางการค้าน้ำมันในทวีปอเมริกา

อีกทั้งยังขู่ว่าอาจใช้กำลังโจมตีอิหร่านอย่างรุนแรงอีกครั้ง หากทางการอิหร่านเริ่มใช้ความรุนแรงถึงขั้นคร่าชีวิตผู้ชุมนุมประท้วงในประเทศตะวันออกกลาง

ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ มีทิศทางที่ดีขึ้น โดยฟิทช์ เรทติ้งส์ ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยประมาณการว่า GDP จะขยายตัว 2.1% ในปี 2568 และคาดว่า GDP ในปี 2569 จะขยายตัว 2.0% หลังจากนำเอาข้อมูลเศรษฐกิจที่ล่าช้าอันจากการปิดหน่วยงานของรัฐบาลในปีที่แล้ว มาใช้ในการประเมินด้วย

ด้าน เฟด สาขาแอตแลนตา จัดทำแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัว 5.4% ในไตรมาส 4/2568 ส่วนกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เผยว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ลดลง 39% สู่ระดับ 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2552 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 5.81 หมื่นล้านดอลลาร์ จากระดับ 4.81 หมื่นล้านดอลลาร์ ในเดือนก.ย.

ทั้งนี้ คาดว่าดัชนี SET ในสัปดาห์นี้ (14-16 ม.ค.69) จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,230-1,280 จุด โดยนักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและปัจจัยเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อทิศทางตลาดในระยะสั้น

ปัจจัยในประเทศที่ต้องจับตา

  • สัปดาห์ที่ 2 สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, ตลท. แถลงสรุปภาพรวมภาวะตลาดหลักทรัพย์
  • สัปดาห์ที่ 3 ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, ภายใน 21 ม.ค. กำหนดวันสุดท้ายหุ้นธนาคารส่งงบการเงินปี 2568,
  • สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, สศอ. แถลงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม, วันที่ 1 ก.พ. เลือกตั้งล่วงหน้า, วันที่ 8 ก.พ. วันเลือกตั้งและ วันที่ 25 ก.พ. ประชุมกนง. ครั้งที่ 1/69

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าจับตา

  • วันที่ 14 ม.ค. จีน รายงานยอดนำเข้า ยอดส่งออก และดุลการค้าเดือนธ.ค., สหรัฐ รายงานดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนต.ค. ยอดค้าปลีกเดือนพ.ย. ดุลบัญชีเดินสะพัดไตรมาส 3/68 ยอดขายบ้านมือสองเดือนธ.ค. สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนต.ค. และสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์
  • 15 ม.ค. สหรัฐ รายงานราคานำเข้าและราคาส่งออกเดือนพ.ย.

นายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้นั้น ทางฝ่ายแนะนำการลงทุนที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในโซนแข็งค่า เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นนำเข้าและพลังงาน โดยเฉพาะ ADVICECOM7SYNEXSISGULFBGRIM และ GPSC เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


โหดจนได้รางวัล! สื่อยกจังหวะปิดเกม “นอร์แมน” คว้า “น็อกเอาต์แห่งปี 2025”

คว้ารางวัล “น็อกเอาต์แห่งปี 2025” จากสื่อหลายสำนักสำหรับการปิดเกมสุดโหดของ ไบรอัน นอร์แมน จูเนียร์ กำปั้นชาวสหรัฐฯ เจ้าของเข็มขัด องค์กรมวยโลก (WBO) รุ่นเวลเตอร์เวต

โดยไฟต์ดังกล่าว นักชกมะกันวัย 25 ปี ขึ้นป้องกันตำแหน่งครั้งที่ 2 กับ จิน ซาซากิ กำปั้นญี่ปุ่นวัย 23 ปี ที่สังเวียน โออิตะ ซิตี้ เจเนรัล ยิมเนเซียม, ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน ปี 2025

ก่อนที่ในช่วงยกที่ 5 ไบรอัน นอร์แมน จูเนียร์ ได้จังหวะทิ้งฮุกซ้ายเข้าเต็มคางส่ง จิน ซาซากิ หงายท้องลงไปนอนแน่นิ่งสุดน่ากลัว ทำให้กรรมการตัดสินใจโบกมือยุติการชกทันที ก่อนที่ทางพี่เลี้ยงจะหามลงเปลส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน

ซึ่งภายหลังเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลในกรุงโตเกียว ทางทีมงานได้เผยว่า กำปั้นญี่ปุ่นวัย 23 ปี ถึงขั้นสูญเสียความทรงจำชั่วคราวจากจังหวะที่โดนหมัดเข้าเต็มคางล้มลงหัวฟาดพื้น

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


7 เคล็ดลับดูแลดวงตาฉบับสาวออฟฟิศ ทำได้ง่ายๆ ปลอดภัย ห่างไกลตาแห้ง-ต้อกระจก!

7 เทคนิคป้องกันอาการตาแห้งและต้อกระจกก่อนวัย ใส่ใจเนิ่นๆ ลดเสี่ยงโรคตาได้จริง! 

เพราะดวงตาคือ หน้าต่างของหัวใจ และยังเป็นอาวุธสำคัญของคุณผู้หญิงในการทำงานและใช้ชีวิตในทุกๆ วัน แต่ในยุคที่เราต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์สลับกับมือถือแทบจะตลอด 24 ชั่วโมงแบบนี้ ปัญหาตาแห้งและโรคต้อกระจกที่เคยคิดว่าเป็นเรื่องของผู้สูงอายุ กลับเริ่มมาทักทายคุณสาว ๆ เร็วขึ้นกว่าเดิม วันนี้เรามี 7 เทคนิคป้องกันอาการตาแห้งและต้อกระจกก่อนวัย พร้อมดูแลดวงตาให้ใสปิ๊งและแข็งแรงไปนาน ๆ มาฝากค่ะ

1.กฎ 20-20-20 ป้อมปราการด่านแรก

วิธีที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดสำหรับสาวออฟฟิศคือการพักสายตาค่ะ ทุกครั้งที่ทำงานครบ 20 นาที ให้ละสายตาจากหน้าจอแล้วมองออกไปไกล ๆ ประมาณ 20 ฟุต เป็นเวลา 20 วินาที วิธีนี้จะช่วยลดการเพ่งของกล้ามเนื้อตา และกระตุ้นให้เรากระพริบตามากขึ้น ลดอาการตาแห้งระคายเคืองระหว่างวันได้อย่างดีเยี่ยม

2.แว่นกันแดด ชะลอวัยให้ดวงตา

หลายคนเข้าใจว่าต้อกระจกเกิดจากอายุอย่างเดียว แต่จริง ๆ แล้ว รังสียูวี คือตัวการร้ายที่เร่งให้เลนส์ตาเสื่อมสภาพค่ะ คุณผู้หญิงควรสวมแว่นกันแดดที่มีประสิทธิภาพป้องกัน UV400 ทุกครั้งที่ออกแดด ไม่ว่าจะไปคาเฟ่หรือขับรถ เพื่อปกป้องดวงตาจากการถูกทำร้ายและป้องกันการเกิดต้อกระจกก่อนวัยอันควรค่ะ

3.ปรับความสว่างหน้าจอให้พอดี

การทำงานในที่มืดแต่หน้าจอสว่างจ้า หรือการใช้หน้าจอที่มีแสงสะท้อนมากเกินไป ทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าค่ะ ลองปรับความสว่าง (Brightness) และความต่างสี (Contrast) ให้รู้สึกสบายตาที่สุด รวมถึงการเปิดโหมดตัดแสงสีฟ้า (Night Mode) ในช่วงเย็น จะช่วยถนอมจอประสาทตาและทำให้คุณสาว ๆ ไม่ล้าจนเกินไปค่ะ

4.เติมความชุ่มชื้นจากภายในด้วยอาหาร

การดูแลจากภายในสำคัญไม่แพ้กัน คุณสาว ๆ ควรเน้นทานอาหารที่มีโอเมก้า 3 (Omega-3) เช่น ปลาทะเลหรือถั่วต่าง ๆ เพราะมีส่วนช่วยในการผลิตน้ำตาที่มีคุณภาพ รวมถึงผักผลไม้ที่มีลูทีนและซีแซนทีนอย่างผักบุ้งหรือฟักทอง เพื่อบำรุงเลนส์ตาให้ใสสะอาด ลดความเสี่ยงของการเกิดต้อกระจกได้ในระยะยาว

5.จัดวางทิศทางลมแอร์ให้เหมาะสม

บางครั้งอาการตาแห้งไม่ได้มาจากจอ แต่มาจากลมแอร์ที่เป่าลงหน้าโดยตรงค่ะ ไม่ว่าจะที่ทำงานหรือในรถ คุณผู้หญิงควรปรับช่องแอร์ไม่ให้ปะทะกับดวงตา เพราะลมเย็นจะทำให้น้ำตาที่หล่อเลี้ยงผิวตาเหือดแห้งไปอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดอาการระคายเคืองและตาอักเสบตามมาได้ง่าย

6.ดื่มน้ำให้เพียงพอและพักผ่อนให้ถึง

น้ำเปล่าคือยาสามัญประจำบ้านที่ดีที่สุดค่ะ การดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วจะช่วยให้ร่างกายรักษาความชุ่มชื้นของเยื่อบุตาได้ดีขึ้น พร้อมกับการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอเพื่อให้ดวงตาได้รีบูตตัวเอง การนอนหลับลึกจะช่วยลดอาการตาบวมและเติมความสดใสให้ดวงตาของคุณสาว ๆ ในเช้าวันใหม่ค่ะ

7.ตรวจสุขภาพตาเป็นประจำปีละครั้ง

อย่ารอจนกว่าจะมองไม่ชัดแล้วค่อยไปหาหมอนะคะ การตรวจสุขภาพตาประจำปีจะช่วยให้พบสัญญาณเตือนของต้อกระจกหรือความผิดปกติอื่น ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการตรวจที่แม่นยำและรวดเร็วมาก การรู้ทันโรคจะช่วยให้เราวางแผนการรักษาและดูแลดวงตาคู่สวยให้อยู่กับเราไปนาน ๆ ค่ะ

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและหาทดแทนไม่ได้ การสละเวลาเพียงเล็กน้อยในแต่ละวัน เพื่อดูแลตามเทคนิคข้างต้น จะช่วยให้คุณผู้หญิงไม่ต้องเผชิญกับปัญหาตาแห้งเรื้อรัง หรือต้อกระจกก่อนเวลาอันควร ซึ่งสุขภาพตาที่ดีจะช่วยให้เราสนุกกับการใช้ชีวิตและสดใสในทุก ๆ วันค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


Apple จับมือ 36 สายการบินทั่วโลก ใช้ฟีเจอร์ ตามหากระเป๋า ให้ใช้งานได้แล้ว

การไปเที่ยวหรือทำงานไปต่างประเทศนั้นมีเรื่องที่กลายเป็นปัญหาปวดหัวเวลาโหลดกระเป๋าใต้ท้องเครื่องแล้วน้องกระเป๋าไม่ตามมาด้วย หรือที่เรียกว่า “Lost & Found” กำลังจะได้รับการแก้ไขให้ง่ายขึ้น ด้วยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดใน iOS 18.2 ที่ Apple เปิดตัวออกมาเพื่อช่วยให้เราและสายการบินตามหากระเป๋าที่หายไปได้แบบ Real-time

ฟีเจอร์นี้คืออะไร?

ฟีเจอร์นี้มีชื่อว่า “Share Item Location” (แชร์ตำแหน่งที่ตั้งสิ่งของ) ซึ่งอยู่ในแอป Find My โดยปกติแล้วเราจะเห็นตำแหน่ง AirTag แค่คนเดียว แต่ฟีเจอร์นี้อนุญาตให้เราสร้าง “ลิงก์เว็บไซต์” ชั่วคราว เพื่อส่งให้เจ้าหน้าที่สายการบิน (หรือใครก็ตาม) เปิดดูตำแหน่งของกระเป๋าบนแผนที่ได้ทันที โดยที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ Apple หรือแอป Find My ก็ดูได้

Apple คิดมาให้รอบคอบ ไม่ต้องกลัวว่าใครจะแอบส่องตำแหน่งเราตลอดไป เพราะ ลิงก์จะ “หมดอายุอัตโนมัติ” ทันทีเมื่อเราได้กระเป๋าคืนหรือลิงก์จะตัดการทำงานเองเมื่อครบ 7 วัน

สำหรับคนที่อยากใช้งานนี้จะต้องมี AirTag และอุปกรณ์เสริมจากค่ายอื่นที่รองรับ Find My network เช่น Chipolo และ Pebblebee และอุปกรณ์จะต้องรองรับระบบปฏิบัติการเช่นใน iPhone (iOS 18.2), iPad (iPadOS 18.2) หรือ Mac (macOS Sequoia 15.2) ขึ้นไป

36 สายการบินพันธมิตรที่พร้อมใช้งานแล้ว

โดยรอบนี้ Apple ประกาศรายชื่อ 36 สายการบินชั้นนำ ที่รองรับระบบนี้อย่างเป็นทางการ ซึ่งรวมถึงสายการบินยอดฮิตที่คนไทยใช้บริการบ่อยๆ ด้วย

รายชื่อสายการบินบางส่วน

  • Asia & Pacific: Singapore Airlines, Cathay Pacific, Air India, Air New Zealand, Qantas, China Airlines
  • Europe: British Airways, Lufthansa, KLM, Air France, Finnair, SWISS, Turkish Airlines, Virgin Atlantic
  • Americas: Delta, United, American Airlines, Air Canada
  • และอื่นๆ อีกมากมายรวม 36 สายการบิน

ถือเป็น Game Changer ที่คนสงสัยว่ากระเป๋านเรามาหรือไม่ เพราะปกติเวลาเราบอกเจ้าหน้าที่ว่า “กระเป๋าอยู่ตรงนี้” เราต้องเอามือถือให้เขาดู แต่ระบบนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทำงานง่ายขึ้นมาก เพราะเห็นพิกัดในระบบของเขาเองเลย ใครมีแพลนบินไปต่างประเทศช่วงปีใหม่นี้ อย่าลืมอัปเดต iOS 18.2 และพก AirTag ไว้ให้อุ่นใจมากขึ้น 

แต่ประเทศไทยจะใช้เมื่อไหร่นะ!

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ขอโทษลูกค้าภาษาอังกฤษ พูดอย่างไรให้ลูกค้าหายโกรธ? รวมประโยคเด็ดกู้สถานการณ์วิกฤต

ในการทำธุรกิจ “ความผิดพลาด” เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นส่งของช้า สินค้ามีตำหนิ หรือการบริการที่ผิดพลาด แต่สิ่งที่แยกแยะระหว่าง “แบรนด์ทั่วไป” กับ “แบรนด์ที่ลูกค้ารัก” คือ วิธีการรับมือและแก้ไขปัญหา เมื่อเกิดวิกฤต การกล่าว ขอโทษลูกค้าภาษาอังกฤษ (Apologizing to Customers) ไม่ใช่แค่การพูดคำว่า “Sorry” แล้วจบไป แต่คือศิลปะการสื่อสารที่ต้องใช้ทั้งความจริงใจ (Sincerity) การแสดงความเห็นอกเห็นใจ (Empathy) และการเสนอทางออก (Solution)

หากคุณกำลังเหงื่อตกเพราะต้องรับมือกับลูกค้าชาวต่างชาติที่กำลังไม่พอใจ บทความนี้ EngDuo Thailand จะมอบ “ชุดเกราะป้องกันภัย” ให้คุณ ด้วยประโยคและเทคนิคการขอโทษที่จะเปลี่ยนเสียงบ่นให้กลายเป็นความประทับใจ

มากกว่าคำว่า Sorry: โครงสร้างการขอโทษที่ดี (The Anatomy of a Perfect Apology)

การขอโทษที่ดีต้องมีลำดับขั้นตอนครับ หากเราข้ามขั้นตอนใดไป ลูกค้าอาจรู้สึกว่าเราแค่แก้ตัว

ภาพประกอบ: แผนภาพแสดงเทคนิค LATTE (Listen, Acknowledge, Take Action, Thank, Explain) ในการรับมือลูกค้า

  1. Acknowledge & Empathize (รับรู้และเห็นใจ): แสดงให้เห็นว่าเราเข้าใจความรู้สึกของเขา
  2. Apologize Sincerely (ขอโทษอย่างจริงใจ): ยอมรับผิดโดยไม่โทษดินฟ้าอากาศ
  3. Explain (Explain, don’t excuse): อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นสั้นๆ (ถ้าจำเป็น) แต่ห้ามแก้ตัว
  4. Offer a Solution (เสนอทางออก): นี่คือส่วนสำคัญที่สุด จะแก้ไขอย่างไร จะชดเชยอย่างไร
  5. Follow Up (ติดตามผล): สัญญาว่าจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

รวมประโยค “ขอโทษลูกค้าภาษาอังกฤษ” แบ่งตามสถานการณ์

1. เมื่อตอบกลับล่าช้า (Delayed Response)

อย่าเพิ่งเริ่มด้วยการแก้ตัวว่างานยุ่ง ให้เริ่มด้วยการขอโทษที่ทำให้รอ

  • “Please accept my apologies for the delay in getting back to you.” (ต้องขออภัยที่ติดต่อกลับล่าช้าครับ)
  • “I am sorry for keeping you waiting.” (ขอโทษที่ทำให้คุณรอครับ)
  • “Thank you for your patience.” (ขอบคุณที่รอครับ – ประโยคนี้ดีมาก เพราะเปลี่ยนจากการโฟกัสความผิดเรา เป็นการชมลูกค้า)

2. เมื่อเกิดความผิดพลาดจากทางเรา (Our Mistake)

ยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชาย (Ownership)

  • “Please accept our sincere apologies for the error.” (โปรดรับคำขอโทษอย่างจริงใจจากเราสำหรับข้อผิดพลาดนี้ครับ)
  • “We take full responsibility for this mistake.” (เราขอรับผิดชอบต่อความผิดพลาดนี้แต่เพียงผู้เดียวครับ)
  • “I realize this has caused you a lot of inconvenience.” (ฉันตระหนักดีว่าสิ่งนี้สร้างความไม่สะดวกให้คุณอย่างมาก)

3. เมื่อสินค้ามีปัญหา/ส่งของผิด (Product Issues)

เน้นที่การแก้ไขทันที

  • “I am terribly sorry to hear that the product arrived damaged.” (ฉันเสียใจอย่างยิ่งที่ทราบว่าสินค้าไปถึงในสภาพเสียหาย)
  • “We will ship a replacement to you immediately at no extra cost.” (เราจะส่งสินค้าชิ้นใหม่ไปเปลี่ยนให้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มครับ)

4. เมื่อเจอลูกค้าที่กำลังโกรธจัด (Angry Customer)

ใช้ความนุ่มนวลสยบความเคลื่อนไหว

  • “I completely understand your frustration.” (ฉันเข้าใจความหงุดหงิดของคุณเลยครับ)
  • “I would feel the same way if I were in your position.” (ฉันก็คงรู้สึกแบบเดียวกับคุณถ้าฉันเจอเหตุการณ์แบบนี้)
  • “Let me make this right for you.” (ให้ฉันได้แก้ไขเรื่องนี้ให้ถูกต้องเพื่อคุณนะครับ)

ตาราง: เปลี่ยน “คำแก้ตัว” ให้เป็น “คำขอโทษแบบมืออาชีพ”

การเลือกใช้คำผิดอาจเหมือนการราดน้ำมันลงกองเพลิง ลองดูตารางเปรียบเทียบนี้เพื่อหลีกเลี่ยงประโยคที่ทำให้ลูกค้าหัวร้อนกว่าเดิมครับ

สิ่งที่อยากสื่อ❌ ประโยคที่ควรเลี่ยง (Sounds Defensive/Rude)✅ ประโยคที่ควรใช้ (Professional & Empathetic)
ฉันไม่รู้เรื่องนี้“I don’t know.” / “Not my job.”“Let me investigate this for you right away.” (ขอฉันตรวจสอบเรื่องนี้ให้ทันทีนะครับ)
ขอโทษแบบขอไปที“Sorry about that.”“Please accept my sincere apologies for the inconvenience.” (ต้องขออภัยในความไม่สะดวกอย่างสูงครับ)
ลูกค้าเข้าใจผิดเอง“You misunderstand.”“I apologize if I wasn’t clear. Let me clarify…” (ขอโทษที่ฉันอาจจะสื่อสารไม่ชัดเจน ขออนุญาตอธิบาย…)
ใจเย็นๆ ก่อน“Calm down.” (ห้ามพูดเด็ดขาด!)“I understand why you are upset. Let’s solve this together.” (ฉันเข้าใจครับว่าทำไมคุณถึงโกรธ เรามาแก้ปัญหานี้ด้วยกันนะครับ)
เราจะพยายาม“We will try to fix it.”“We are working to resolve this as quickly as possible.” (เรากำลังดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้ให้เร็วที่สุดครับ)

เทคนิคการเขียนอีเมลขอโทษ (Apology Email)

หากต้องขอโทษเป็นลายลักษณ์อักษร โครงสร้างนี้ช่วยคุณได้เสมอ:

Subject: Apology regarding your order #[Number]

Dear [Customer Name],

I am writing to sincerely apologize for [State the mistake clearly].

I understand how frustrating this must be for you, and I am truly sorry for the inconvenience caused. The mistake happened because [Brief explanation – optional], but we have taken steps to ensure it won’t happen again.

To make up for this, we have [Offer solution/compensation].

Thank you for your understanding and patience.

Sincerely, [Your Name]

ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com


รับมือฝุ่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วย 6 อาหารเสริมภูมิคุ้มกันร่างกาย

ฝุ่น PM 2.5 เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่หลายคนต้องเผชิญในปัจจุบัน ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและภูมิคุ้มกันของร่างกาย การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันด้วยอาหารเสริมที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ

และช่วยบำรุงร่างกาย จึงเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 วันนี้ เราจึงมี 6 อาหารเสริมภูมิคุ้มกันคุณผู้ชายที่จะช่วยให้ร่างกายพร้อมรับมือกับฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้

6 อาหารเสริม เพิ่มภูมิสู้ฝุ่น PM 2.5

1.วิตามิน C

วิตามิน C เป็นสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีเยี่ยม เนื่องจากวิตามิน C ช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวที่เป็นตัวช่วยในการป้องกันเชื้อโรค และการติดเชื้อจากฝุ่น PM 2.5 นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดการอักเสบและปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ซึ่งมักจะเกิดจากการหายใจเอาฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกาย โดยอาหารที่มีวิตามิน C สูง คือ ผลไม้ตระกูลส้ม, มะนาว, ฝรั่ง และบล็อกโคลี

2.วิตามิน E

วิตามิน E เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 โดยเฉพาะเซลล์ที่มีความไวต่ออนุมูลอิสระ เช่น เซลล์ของผิวหนังและปอด วิตามิน E ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น คุณสามารถได้รับวิตามิน E จากอาหาร เช่น อัลมอนด์, เมล็ดทานตะวัน และน้ำมันมะกอก

3.สารสกัดจากกระชายดำ

กระชายดำเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมในการบำรุงร่างกายและเสริมภูมิคุ้มกัน เนื่องจากกระชายดำมีสารต้านการอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและปกป้องร่างกายจากการทำลายของฝุ่น PM 2.5 การทานกระชายดำในรูปแบบอาหารเสริมหรือชา จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น ในการต่อสู้กับปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ

4.โอเมก้า 3

โอเมก้า 3 คือ กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบ และช่วยบำรุงสุขภาพโดยรวมของคุณผู้ชาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการป้องกันปัญหาจากการหายใจเอาฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกาย โอเมก้า 3 ช่วยลดความเสี่ยงของโรคที่เกิดจากการอักเสบ เช่น โรคหอบหืดและโรคปอด อาหารที่มีโอเมก้า 3 คือ ปลาแซลมอน, เมล็ดแฟลกซ์ และวอลนัท เป็นต้น

5.กระเทียม

กระเทียมเป็นสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการต้านการอักเสบและกระตุ้นภูมิคุ้มกัน มีสารที่ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาทางเดินหายใจและการอักเสบของปอด นอกจากนี้ กระเทียมยังช่วยลดการติดเชื้อและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง คุณจึงสามารถทานกระเทียมสดหรือเพิ่มในอาหาร เพื่อให้ได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่

6.โปรไบโอติกส์

โปรไบโอติกส์เป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะต่อระบบทางเดินอาหาร การทานโปรไบโอติกส์สามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง และป้องกันการติดเชื้อต่าง ๆ ที่อาจเกิดจากการสัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 การมีจุลินทรีย์ที่ดีในระบบทางเดินอาหาร ยังช่วยให้ร่างกายสามารถตอบสนองต่อสารพิษและมลพิษได้ดียิ่งขึ้น อาหารที่อุดมไปด้วยโปรไบโอติกส์ เช่น โยเกิร์ตที่ไม่เติมน้ำตาลและกิมจิ เป็นต้น

การป้องกันฝุ่น PM 2.5 อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแค่การสวมหน้ากากอนามัยเท่านั้น การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันผ่านการทานอาหาร ที่มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและบำรุงร่างกาย จะช่วยให้หนุ่ม ๆ พร้อมรับมือกับมลพิษทางอากาศได้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 14/1/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a68,750.0068,850.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,444.0067,371.0469,650.00
ทองรูปพรรณ 90%3,999.6060,633.94n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,555.2053,896.83n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,999.8030,316.97n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,555.4023,579.86n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,605.1869,814.53n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 14/1/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9530.8530.8531.3530.8530.8530.8530.8530.8530.85
แก๊สโซฮอล์ 9130.4830.4830.7830.4830.4830.4830.4830.4830.48
แก๊สโซฮอล์ E2028.6428.6428.9428.6428.6428.6428.6428.64
แก๊สโซฮอล์ E8526.5926.5926.59
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม40.0449.5449.8440.04
เบนซิน 9539.1449.5139.6439.2939.14
ดีเซล29.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม43.4445.6449.8445.6443.44
แก๊ส NGV16.4816.48
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า