สาระน่ารู้ประจำวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569

เพอร์เฟค-ลลิล ฝ่าหลุมอากาศปีม้าแรงซื้อสะดุด! เปลี่ยนเกมตั้งรับ

‘เพอร์เฟค-ลลิล’ ปรับยุทธศาสตร์ ฝ่าหลุมอากาศปีม้าแรงซื้อสะดุด! เปลี่ยนเกมตั้งรับความผันผวนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชะลอการรุก เน้นสภาพคล่อง และวินัยทางการเงิน

ปี 2569 เปิดฉากภายใต้ภาพเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบาง แม้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก ประเมินการเติบโตไว้ในกรอบ 2.6-3.3% แต่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และมาตรการกีดกันทางการค้ายังเป็นตัวแปรสำคัญ ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่า 2% ท่ามกลางหนี้ครัวเรือนสูง! และความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย

เศรษฐกิจไทยถูกเปรียบเปรยว่า “ตกท้องช้าง” บรรดาดีเวลอปเปอร์ทั้งรายกลาง รายใหญ่ เลือกที่จะตั้งหลักใหม่! ชะลอเกมรุก เร่งเสริมสภาพคล่องและบริหารหนี้อย่างมีวินัย เพื่อประคองธุรกิจผ่านวัฏจักรขาลง รอจังหวะฟื้นตัว

โดย “ตลาดที่อยู่อาศัย” หดตัวกว่า 17% ในปีก่อนหน้า สะท้อนกำลังซื้อที่ชะลอและความเข้มงวดสินเชื่อของสถาบันการเงิน ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยเลือก “ชะลอเปิดโครงการ” เพื่อลดความเสี่ยงด้านอุปทานล้นตลาด ในห้วงเวลาที่ผู้บริหารบางรายเปรียบเศรษฐกิจไทยว่าเหมือนเครื่องบินที่กำลัง “ตกหลุมอากาศ” คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ใครจะโตเร็วที่สุด หากแต่คือใครจะ “รอดและแข็งแรงพอ” เมื่อพายุผ่านพ้น

ศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วางเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 8,000 ล้านบาท โดยไม่มีแผนเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม กลยุทธ์หลักมุ่ง “โฟกัสทำเล-โฟกัสลูกค้า” และขับเคลื่อนธุรกิจด้วยคุณภาพเป็นแกนกลาง มีการปรับแบบบ้านแบรนด์ “เพอร์เฟค เพลส” และ “เพอร์เฟค พาร์ค” รวม 15 โครงการ

ถือเป็นการยกเครื่องครั้งสำคัญในรอบ 40 ปี ภายใต้แนวคิด “Timeless Collection” ซึ่งมักพบในบ้านระดับบน มาประยุกต์ใช้กับตลาดระดับกลาง ขยายขนาดพื้นที่ใช้สอย เชื่อมฟังก์ชันภายใต้แนวคิด “Life Living” และเปิดทางให้ลูกค้าเลือกวัสดุได้มากขึ้น

ในเชิงยุทธศาสตร์ การยกระดับดีไซน์โดยไม่กระโดดไปสู่เซกเมนต์ที่เสี่ยงกว่า เป็นการเพิ่ม “มูลค่าต่อหน่วย” แทนการเพิ่ม “จำนวนหน่วย” เพื่อลดแรงกดดันด้านสต็อก

พร้อมลงทุนปรับสโมสร 30 แห่งเป็น “Health Club” และออกแบบสวนส่วนกลางแนวคิด “สวนเพื่อสุขภาพ” เติมพื้นที่ออกกำลังกายกลางแจ้งและมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ นี่ไม่ใช่เพียงการตกแต่งภาพลักษณ์ แต่เป็นการเพิ่ม “คุณภาพชีวิต” ซึ่งกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจซื้อหลังยุคโควิด การสร้างชุมชนที่ส่งเสริมสุขภาพ ช่วยยืดอายุแบรนด์และเพิ่มความผูกพันของลูกบ้านลดแรงขายต่อรองในตลาดมือสอง

เปิดถนน-ขายที่ดิน-เสริมสภาพคล่อง

ในไตรมาส 2 บริษัทเตรียมเปิดถนนเชื่อม “รามคำแหง-กรุงเทพกรีฑา” สองทำเลหลักที่พัฒนารวมกว่า 4,000 หน่วย การเชื่อมโครงข่ายถนน ประกอบกับแผนเปิดรถไฟฟ้าสายสีส้มในปี 2570 คือการ “ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระดับไมโคร” เพื่อยกระดับมูลค่าทรัพย์สินในมือ เมื่อดีเวลอปเปอร์สามารถเพิ่มศักยภาพทำเลด้วยตนเอง ย่อมสร้างความได้เปรียบเชิงแข่งขันมากกว่าการรอปัจจัยภายนอกเพียงอย่างเดียว

ด้านการเงิน เพอร์เฟคเลือกเดินเกมรัดกุม ควบคุมต้นทุน ลดค่าใช้จ่าย และเจรจาขายที่ดินและอาคาร รวมมูลค่า 4,800 ล้านบาท ทั้งในย่านเจริญนคร รัชดาภิเษก สีลม และทำเลเติบโตสูงอีก 4 แปลง 

“การแปลงสินทรัพย์เป็นเงินสดในช่วงตลาดชะลอ คือการเสริมสภาพคล่องและลดภาระดอกเบี้ย สะท้อนแนวคิด ‘รักษากระสุน’ เพื่อรองรับโอกาสในอนาคต”

“ลลิล” ชูวินัยการเงินประคองตัว

ไชยยันต์ ชาครกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ประกาศชัดว่าปี 2569 คือปีแห่ง Competitive Survival with Quality, Lean and Innovation for Resilience & Sustainable Growth โดยตั้งเป้ายอดขาย 4,200 ล้านบาท รับรู้รายได้ 3,350 ล้านบาท พร้อมเปิด 4-6 โครงการใหม่ มูลค่า 3,500-4,500 ล้านบาท

“ลลิล” วางแนวทาง 5 ด้าน ได้แก่ รักษาสภาพคล่อง ควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุน เปิดโครงการอย่างรอบคอบ บริหารคุณภาพทั้งสินค้าและบุคลากร และยกระดับองค์กรตามแนวทาง ESG การมีอัตราหนี้สินต่อทุนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และมีวงเงินสินเชื่อสำรองจากหลายธนาคาร คือ “กันชน” สำคัญในภาวะสินเชื่อเข้มงวด

“ดีไซน์”สร้างการจดจำแบรนด์

หนึ่งในจุดแข็งของ “ลลิล” คือการพัฒนาแบบบ้านสไตล์ French Colonial ผสานความคลาสสิกกับฟังก์ชันสมัยใหม่ สร้างการจดจำในตลาดระดับกลางถึงบนในยุคที่ผู้บริโภคเปรียบเทียบข้อมูลได้ง่ายผ่านดิจิทัล “แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน” ย่อมลดการแข่งขันด้านราคา และรักษามาร์จินได้ดีกว่า แม้ตั้งเป้าขยายสู่การเป็น National Property Company แต่ลลิลย้ำการเติบโตบนฐาน ESG การใช้ Customer Insight และเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร

ท่าทีดังกล่าวของ 2 ค่ายอสังหาริมทรัพย์ สะท้อนการมองเกมยาว มากกว่าเร่งยอดขายระยะสั้นในปีที่ตลาดยังไม่ฟื้นเต็มที่! จุดร่วมชัดเจน คือ “ชะลอการรุก” มุ่งเสริมความแข็งแกร่งภายใน ทั้งด้านคุณภาพสินค้า สภาพคล่อง และวินัยทางการเงิน

เพราะในอุตสาหกรรมที่อ่อนไหวต่อวัฏจักรเศรษฐกิจ การอยู่รอดไม่ใช่เรื่องของความเร็ว หากคือความสมดุลระหว่างความทะเยอทะยานกับความระมัดระวัง

เมื่อเครื่องบินผ่านพ้นหลุมอากาศ ผู้ที่ยังรักษาระดับการบินได้มั่นคง ย่อมพร้อมเร่งเครื่องสู่ระดับใหม่ได้ก่อนใคร และในเกมอสังหาริมทรัพย์รอบนี้ ดูเหมือนสองค่ายกำลังเลือก “ตั้งหลักให้แน่น” เพื่อรอวันฟ้าเปิดอีกครั้ง!

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ย่านฝั่งธนบุรีบูมรับอานิสงส์ ต่อขยายสายสีเขียว ‘บางหว้า-ตลิ่งชัน’ -ผังกทม.ใหม่

  • ย่านฝั่งธนบุรีได้รับอานิสงส์จาก 2 ปัจจัยหลัก คือ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน และการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพฯ ครั้งที่ 4
  • ผังเมืองใหม่จะปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินตลอดแนวรถไฟฟ้าจากพื้นที่สีเขียวลาย (เกษตรกรรม) เป็นพื้นที่สีส้ม (ที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง) ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม
  • การพัฒนาทั้งสองส่วนส่งผลให้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้น โดยคาดว่าราคาจะขยับจากตารางวาละ 2 แสนบาท เป็น 5-6 แสนบาท และในทำเลสถานีบางหว้าอาจสูงถึง 7 แสนบาทต่อตารางวา

ย่านฝั่งธนบุรี ถูกจับตามอง อย่างมาก จากเมืองขยายตัวอย่างรวดเร็ว ตามความต้องการของที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะกลุ่มคนทำงานต่างถิ่น ขยับจากฝั่งพระนครเข้ามาอยู่อาศัยในย่านนี้กันมากเพราะนอกจากฝั่งธนบุรีจะมีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินเชื่อมผ่านสร้างความเจริญจากแนวราบสู่โครงการแนวสูงแล้ว ยังมีรถไฟฟ้าอีกหลายเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีแดงพาดผ่าน เชื่อมต่อย่านใจกลางเมืองฝั่งพระนครสู่แหล่งงานใหญ่ได้อย่างสะดวก

ล่าสุด กรุงเทพมหานคร  มีแผนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสายสีลม ตอนที่ 3 ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชัน  วงเงิน 30,000 ล้านบาท ระยะทาง7.5กิโลเมตร 6 สถานี ต่อจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวสายสีลมและสายสุขุมวิท ซึ่งเป็นสายหลักที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน

นับเป็น จิ๊กซอว์ตัวสำคัญช่วยเติมเต็มการดินทางให้สมบูรณ์ รองรับการเดินทางเข้าออกเมืองได้สะดวกรวดเร็ว ขณะเดียวกันผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่4) เปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินรองรับ รถไฟฟ้าเส้นนี้ ไว้ล่วงหน้าเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเนื่องจากอยู่ในแผนของกรุงเทพมหานครที่จะขยายเส้นทาง มีผลดีต่อพื้นที่ โดยคาดว่าจะเปิดประมูลปี 2572 พร้อมเปิดให้บริการปี 2577

จุดประกายทำเลทองใหม่ จากเดิมผังเมืองรวมปี 2556 กำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวลาย (ที่ดินประเภทอนุรักษ์ชนบทและเกษตรกรรม) มีข้อจำกัดพัฒนาเฉพาะบ้านจัดสรร ขนาด 100 ตารางวาขึ้นไป แต่ผังมืองรวม (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ปรับเป็นพื้นที่สีส้ม (ที่ดินประเภทหนาแน่นปานกลาง) พัฒนาคอนโดมิเนียมได้ ย่อมมีผลต่อราคาที่ดิน

 นายวสันต์ คงจันทร์ นายกสมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์ (RESAM) และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัทวิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์และประเมินราคาที่ดิน ระบุว่า  ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่4)เพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินในหลายทำเล ส่งผลให้เกิดทำเลทองใหม่ที่น่าจับตา พื้นที่ที่เลยจากสถานีบางหว้าออกไป จนถึงตลิ่งชัน หรือ ตั้งแต่ จรัญสนิทวงศ์13 จนเกือบถึงถนนพรานนกผังเมืองรวม (ปรับปรุงครั้งที่4 ) ได้ปรับการใช้ประโยชน์ที่ดิน จากพื้นที่เขียวลาย เป็นพื้นที่สีส้ม

ทั้งนี้หากประกาศใช้และตลาดอสังหาฯกลับฟื้นตัว มีความต้องการที่ดินพัฒนาโครงการตามดีมานด์ ราคาที่ดินจะขยับไปที่5-6 แสนบาทต่อตารางวา จากปัจจุบันราคาอยู่ที่ 2 แสนบาทต่อตารางวา

ในขณะที่ราคาที่ดิน ทำเลบางหว้า ซึ่งอยู่บริเวณสถานีปลายทางของรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีการพัฒนาเต็มพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว ราคาที่ดินอยู่ที่ประมาณ 6-7แสนบาทต่อตารางวา ปัจจุบันผังเมืองกำหนดเป็นพื้นที่สีส้ม ตั้งแต่ ย.5-ย9 พัฒนาคอนโดมิเนียมได้ ซึ่งผังเมืองกทม.ใหม่ปรับเพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นพื้นที่สีน้ำตาล (ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก) บางบริเวณคาดว่าจะวิ่งไปที่1ล้านบาทต่อตารางวาอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งราคาย่านนี้ขยับใกล้เคียงกับทำเลในฝั่งพระนครในหลายทำเล ที่มีอิทธิพลมาจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรัฐ ทั้งโครงข่ายถนน ระบบราง รวมถึงการเคลื่อนตัวของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ตบเท้าเข้าพื้นที่ย่านฝั่งธนบุรี

ที่น่าจับตา พื้นที่รอบโดย6 สถานี ของรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียว ช่วงบางหว้า-ตลิ่งชันได้แก่  สถานีบางแวก สถานีบางพรม สถานีบรมราชชนนี สถานีบางเชือกหนัง สถานีอินทราวาส และสถานีตลิ่งชัน กำลังกลายเป็นทำเลที่อยู่อาศัยที่น่าจับตาและสามารถเชื่อมต่อกับโครงข่ายรถไฟฟ้า 4 สาย ประกอบด้วย 

1.รถไฟฟ้าสายสีเขียว (สีลม) ช่วงเวียนใหญ่-บางหว้า เชื่อมต่อที่สถานีตลิ่งชัน

2.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงเตาปูน-หลักสอง เชื่อมต่อที่สถานีบางหว้า

3.รถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน เชื่อมต่อที่สถานีตลิ่งชัน

และ 4.รถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีแดง ช่วงศิริราช -ตลิ่งชัน-ศาลายา เชื่อมต่อที่สถานีตลิ่งชัน 

สำหรับแนวเส้นทาง ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียว (บางหว้า- ตลิ่งชัน) มีจุดเริ่มต้นบริเวณจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายสายสีลม ตากสินเพชรเกษม ที่สถานีบางหว้าจากนั้นไปตามแนวเกาะกลางถนนราชพฤกษ์ ผ่านทางแยกตัดถนนบางแวก (ซอยจรัญฯ 13) แยกตัดถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย 4

จากนั้นยกข้ามทางแยกถนนบรมราชชนนี ทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตกที่อยู่ในแนวรถไฟสายใต้มาสิ้นสุดบริเวณทางลาดลงของสะพานข้ามรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อตลิ่งชัน และเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีส้มสายบางขุนนนท์-มีนบุรี ที่สถานีตลิ่งชัน ฮับใหญ่ย่านพาณิชยกรรมรอง จุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง ที่จะมาพร้อมกับความเจริญในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


หุ้นไทยวันนี้ 12 ก.พ.69 โบรกเผยลุ้นยืน 1,400–1,420 จุด จับตางบ บจ.

  • บล.พาย ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทย (SET INDEX) วันนี้จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,400-1,420 จุด
  • นักลงทุนจะหันมาให้ความสำคัญกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนมากขึ้น เนื่องจากตลาดเริ่มชะลอตัวและได้สะท้อนปัจจัยบวกทางการเมืองไปแล้ว
  • ต้องจับตาการประกาศผลประกอบการของ AOT ในวันนี้ ซึ่งคาดว่ากำไรจะลดลง และหากลดลงมากกว่าที่คาดการณ์อาจเป็นแรงกดดันต่อตลาด
  • โอกาสที่ดัชนีจะปรับตัวขึ้นต่อมีจำกัด หากผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่จะประกาศออกมาไม่ได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
  • กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ทยอยทำกำไร และสำหรับลงทุนระยะสั้นให้เน้นหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย เช่น กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม, ท่องเที่ยว, ค้าปลีก และสายการบิน

หุ้นไทยวันนี้ 12 ก.พ.69 บล.พาย เปิดเผยว่า ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 66 จุด -0.1% ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ค่อนข้างผันผวนแม้จะบวกในช่วงแรกแต่หลังจากนั้นก็ปรับลงเพราะกังวลกับทิศทางดอกเบี้ย ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.87% นักลงทุนประเมินว่าอุปทานน้ำมันอาจตึงตัวจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

เมื่อคืนที่ผ่านมาสหรัฐฯ ได้ประกาศการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ 1.3 แสนราย ดีกว่าที่ Bloomberg Consensus คาดการณ์ไว้ที่ 6.6 หมื่นราย พร้อมกับอัตราการว่างงานที่ 4.3% ดีกว่าคาดการณ์ที่ 4.4% ความกังวลเกี่ยวกับทิศทางดอกเบี้ยจึงกลับมาเป็นปัจจัยกดดันอีกครั้ง สะท้อนผ่านการปรับขึ้นของ US Bond Yield อายุ 2 ปีและ CME FED Watch กลับมาให้โอกาสลดดอกเบี้ยในเดือน มี.ค. ลดลง กดดันหุ้นในกลุ่ม Technology ของสหรัฐฯ (Alphabet -2.4% MSFT -2%)

แต่สวนทางกับผู้ขายอุปกรณ์อย่าง NVIDIA +0.8% ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะนักลงทุนยังไม่มั่นใจกับทิศทางเงินลงทุน อย่างน้อยจนกว่าจะเห็นผลประกอบการ 1Q26 ว่า Capex ที่ใส่ไปได้เห็นผลกับกำไร 

คืนนี้ฝั่งสหรัฐฯ รอติดตามผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ 2.2 แสนรายทั้งนี้ด้วยแรงงานสหรัฐที่ดีกว่าคาดการณ์ในระยะสั้นอาจสร้างแรงหนุนเชิงบวกต่อหุ้นที่มีรายได้ในสหรัฐฯ อย่าง TU ITC 

กลับมาที่ปัจจัยในประเทศพบว่า SET INDEX เริ่มชะลอตัวโดยวานนี้ +0.09% หากไม่รวม DELTA คาดว่าดัชนีจะพลิกสู่แดนลบ ปัจจัยดังกล่าวสอดคล้องกับที่ประเมินไว้ก่อนหน้าว่า Upside อาจเริ่มจำกัดและนักลงทุนจะกลับมาให้น้ำหนักกับผลประกอบการ 

วันนี้จะมีการประกาศของ AOT คาดการณ์ว่ากำไรปกติจะลดลง 20%YoY หากลดลงมากกว่าคาดการณ์จะเป็นแรงกดดันต่อราคาหุ้นรวมถึง Sentiment ตลาด 

โดย วันนี้ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1400-1420 เชื่อว่าความร้อนแรงจะชะลอลงและหันมาพิจารณาที่ผลประกอบการ จากนี้หากการประกาศผลประกอบการไม่ได้ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์โอกาสที่ SET จะเดินหน้าต่ออาจเริ่มจำกัดประกอบกับได้ Price In ปัจจัยการเมืองไปแล้ว 

ชิงกลยุทธ์การลงทุน จึงแนะทยอยทำกำไรในส่วนที่ Trading จากด้านล่างขึ้นมา แต่หากจะลงทุนระยะสั้นเน้นหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อย อาทิ นิคมอุตสาหกรรม (AMATA WHA) ท่องเที่ยว (MINT) ค้าปลีก (CPALL CRC HMPRO) สายการบิน (AAV)

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


กระหึ่มวงการ! “โปรจีน” อาฒยา ผงาดคว้ารางวัลนักกอล์ฟหญิงยอดเยี่ยมปี 2025

“โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล นักกอล์ฟสาวมือ 1 ของโลกจากประเทศไทย เตรียมเข้ารับรางวัลนักกอล์ฟหญิงยอดเยี่ยมแห่งปี 2025 หลังได้รับคะแนนโหวตจากสมาคมผู้สื่อข่าวกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา (Golf Writers Association of America)

สมาคมผู้สื่อข่าวกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1946 ได้ประกาศผลโหวตรางวัลนักกอล์ฟยอดเยี่ยมประจำปี โดยผลปรากฏว่า “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล คว้ารางวัลประเภทนักกอล์ฟหญิงไปครอง จากผลงานอันโดดเด่นตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา นักกอล์ฟสาวชาวราชบุรีที่กำลังจะมีอายุครบ 23 ปีในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ ได้รับคะแนนเสียงถึง 68.2 เปอร์เซ็นต์ เอาชนะผู้เข้าชิงอย่าง มินจี ลี จากออสเตรเลีย และ มิยุ ยามาชิตะ จากญี่ปุ่น

ฤดูกาลที่ผ่านมา อาฒยา สร้างผลงานยอดเยี่ยมในศึก LPGA โดยสามารถป้องกันแชมป์รายการ CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นรายการปิดฤดูกาลได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์รวม 3 รายการ พร้อมทำสถิติคะแนนเฉลี่ยต่อรอบต่ำสุดของ LPGA ที่ 68.681 สโตรกต่อรอบ อีกทั้งยังครองตำแหน่งผู้นำเงินรางวัลสะสมประจำปี 2025 และก้าวขึ้นเป็นนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลกอย่างต่อเนื่อง

โปรจีน เปิดเผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัลว่า รางวัลนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับเธอ พร้อมกล่าวขอบคุณสมาคมผู้สื่อข่าวกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกา ทีมงาน และครอบครัวที่ให้การสนับสนุนมาโดยตลอด โดยระบุว่าเป็นความภาคภูมิใจที่ได้รับการยอมรับในฤดูกาลที่เต็มไปด้วยความท้าทายและช่วยหล่อหลอมตัวเองให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ขณะเดียวกัน รางวัลนักกอล์ฟชายยอดเยี่ยมแห่งปีตกเป็นของ สก็อตตี เชฟเฟลอร์ โปรมือ 1 ของโลกชาวอเมริกัน ที่ได้รับคะแนนโหวต 62.7 เปอร์เซ็นต์ ส่วนรางวัลนักกอล์ฟอาวุโสแห่งปีเป็นของ สจวร์ต ซิงก์ จากคะแนนโหวต 38.2 เปอร์เซ็นต์

ทั้งนี้ สมาคมผู้สื่อข่าวกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกามีกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลให้แก่นักกอล์ฟทั้งสามรายในงานเลี้ยงประจำปี วันที่ 8 เมษายนนี้ ที่สนามออกัสตา รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา ก่อนการแข่งขันกอล์ฟเมเจอร์ชาย “เดอะ มาสเตอร์ส”

สำหรับโปรแกรมต่อไป “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันรายการ Honda LPGA Thailand 2026 ระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี โดยแฟนกีฬาสามารถรับชมการถ่ายทอดสดทาง PPTV HD ช่อง 36 รวมถึง Facebook PPTV HD 36 และ YouTube PPTV SPORTS ตามวันและเวลาที่กำหนด

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


7 พฤติกรรมในบ้าน ที่ทำให้นอนหลับไม่ลึก บางคนทำไปโดยไม่รู้ตัว

พฤติกรรมในบ้านที่ทำให้นอนหลับไม่ลึก รู้ไว้ แก้ได้ หลับสบายขึ้นแน่นอน

เคยนอนไปตั้งนาน แต่ตื่นมารู้สึกเหมือนไม่ได้นอน หรือหลับๆ ตื่นๆ ตลอดคืนไหม? หลายคนอาจโทษความเครียดหรือร่างกายเป็นหลัก แต่รู้หรือไม่ว่า “พฤติกรรมในบ้าน” ที่เราทำเป็นประจำ ก็เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้การนอนหลับไม่มีคุณภาพ มาดูกันว่ามีพฤติกรรมอะไรบ้าง และควรปรับอย่างไร เพื่อให้หลับได้ลึกขึ้น ตื่นมาสดชื่นกว่าเดิม

1. เปิดไฟสว่างจ้าในห้องนอน

แสงไฟที่สว่างเกินไป โดยเฉพาะไฟสีขาวหรือแสงโทนเย็น จะรบกวนการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยควบคุมการนอนหลับ ทำให้ร่างกายไม่รู้สึกง่วง ควรเปลี่ยนมาใช้ไฟโทนอุ่น หรือไฟหัวเตียงแสงนวล เพื่อช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและหลับง่ายขึ้น

2. เล่นมือถือหรือดูทีวีก่อนนอน

แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และทีวี จะกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ส่งผลให้นอนหลับยากและหลับไม่ลึก ควรหลีกเลี่ยงการใช้หน้าจออย่างน้อย 30–60 นาทีก่อนเข้านอน แล้วเปลี่ยนเป็นกิจกรรมผ่อนคลาย เช่น อ่านหนังสือ หรือฟังเพลงเบาๆ แทน

3. เปิดแอร์เย็นหรืออุ่นเกินไป

อุณหภูมิห้องที่ไม่เหมาะสม ส่งผลต่อการนอนโดยตรง หากอากาศเย็นเกินไป ร่างกายจะหดเกร็ง ส่วนถ้าร้อนเกินไป จะทำให้นอนกระสับกระส่าย อุณหภูมิที่เหมาะสมควรอยู่ประมาณ 24–26 องศาเซลเซียส เพื่อให้ร่างกายรู้สึกสบายตลอดคืน

4. ปล่อยให้ห้องรกและไม่เป็นระเบียบ

ห้องนอนที่เต็มไปด้วยของวางระเกะระกะ จะทำให้สมองรู้สึกตึงเครียดโดยไม่รู้ตัว ส่งผลให้หลับยากและนอนไม่สบาย การจัดห้องให้สะอาด เป็นระเบียบ และโปร่งโล่ง จะช่วยสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการพักผ่อนได้ดีขึ้น

5. มีกลิ่นอับหรือกลิ่นไม่พึงประสงค์

กลิ่นอับ กลิ่นอาหาร หรือกลิ่นอับชื้นในห้องนอน สามารถรบกวนการนอน ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ควรเปิดหน้าต่างระบายอากาศ ทำความสะอาดห้องสม่ำเสมอ หรือใช้กลิ่นอโรม่าอ่อนๆ เช่น ลาเวนเดอร์ เพื่อช่วยผ่อนคลาย

6. ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนช่วงเย็น

กาแฟ ชา น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง มีคาเฟอีนที่สามารถออกฤทธิ์ได้นานหลายชั่วโมง แม้จะดื่มในช่วงเย็น ก็อาจส่งผลให้นอนหลับยากและหลับไม่สนิท ควรหลีกเลี่ยงหลังบ่ายสองเป็นต้นไป เพื่อให้ร่างกายพร้อมพักผ่อนตอนกลางคืน

7. ทำกิจกรรมที่กระตุ้นอารมณ์ก่อนนอน

การดูข่าวเครียด เล่นเกมแข่งขัน หรือถกเถียงในเรื่องที่ทำให้เกิดอารมณ์รุนแรง จะกระตุ้นสมองให้ตื่นตัว ทำให้หลับยาก ควรเปลี่ยนเป็นกิจกรรมเบาๆ เช่น ฟังเพลงสบายๆ ยืดเส้นยืดสาย หรือทำสมาธิสั้นๆ ก่อนนอน

ปรับพฤติกรรมเล็กๆ หลับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

การนอนหลับที่มีคุณภาพ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนชั่วโมงเพียงอย่างเดียว แต่ สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมในบ้าน ก็มีผลอย่างมาก ลองปรับพฤติกรรมเหล่านี้ดู แล้วคุณจะพบว่าหลับง่ายขึ้น หลับลึกขึ้น และตื่นมาสดชื่น พร้อมเริ่มต้นวันใหม่อย่างสดใส

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


10 คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารัก ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มเสน่ห์ให้การพูดอังกฤษของคุณ

1. Snuggle (v.) – กอดแบบอ้อน ๆ

ความหมาย: กอดเบา ๆ แนบตัวในแบบที่รู้สึกสบายใจ ใช้บ่อยเวลาพูดถึงการอยู่กับคนรัก เพื่อน หรือสัตว์เลี้ยง

ตัวอย่าง:
Let’s snuggle and watch a movie tonight.
(มากอดกันแล้วดูหนังคืนนี้นะ)

2. Cuddle (v./n.) – กอดแน่นแบบน่ารัก

ความหมาย: การกอดแบบน่ารัก ๆ ใช้แสดงความรัก ความห่วงใย

ตัวอย่าง:
I need a cuddle right now.
(ตอนนี้ฉันต้องการอ้อมกอดมากเลย)

3. Doodle (v./n.) – วาดเล่น, เขียนเล่น

ความหมาย: ขีดเขียนเล่นแบบไม่มีจุดหมาย ใช้บรรยายความน่ารักของการวาดรูปง่าย ๆ

ตัวอย่าง:
I love to doodle while I’m on the phone.
(ฉันชอบวาดเล่นตอนคุยโทรศัพท์)

4. Bubbly (adj.) – ร่าเริง สดใส

ความหมาย: ใช้อธิบายบุคลิกของคนที่สดใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี

ตัวอย่าง:
She has such a bubbly personality!
(เธอมีบุคลิกที่ร่าเริงสุด ๆ เลย)

5. Giggle (v./n.) – หัวเราะคิกคัก

ความหมาย: หัวเราะเบา ๆ แบบกลั้นไม่อยู่ น่ารักมากเวลาผู้หญิงหรือเด็กหัวเราะ

ตัวอย่าง:
The baby started to giggle when I made funny faces.
(เจ้าหนูหัวเราะคิกคักเมื่อฉันทำหน้าตลก)

6. Sprinkle (v./n.) – โรย (เช่นน้ำตาล, สี, ความสุข)

ความหมาย: ใช้ในความหมายตรงคือการโรย และยังมีความหมายเชิงอารมณ์ เช่น “เติมความน่ารักเข้าไป”

ตัวอย่าง:
Sprinkle a little kindness wherever you go.
(เติมความใจดีเล็ก ๆ ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน)

7. Sweetie (n.) – ที่รัก / คนใจดี

ความหมาย: ใช้เรียกคนที่เรารัก หรือคนที่นิสัยน่ารัก

ตัวอย่าง:
Thanks for the gift, sweetie!
(ขอบคุณสำหรับของขวัญนะที่รัก!)

8. Cozy (adj.) – อบอุ่น สบาย

ความหมาย: ใช้บรรยายความรู้สึกสบาย ๆ อบอุ่น เช่น อยู่บ้าน ดูหนัง จิบโกโก้

ตัวอย่าง:
Let’s have a cozy night in with blankets and popcorn.
(มาใช้เวลาสบาย ๆ ที่บ้านกับผ้าห่มและป๊อปคอร์นกันเถอะ)

9. Peekaboo (interj.) – แป๊บเดียว / จ๊ะเอ๋

ความหมาย: คำอุทานน่ารักที่ใช้เล่นกับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

ตัวอย่าง:
Peekaboo! I see you!
(จ๊ะเอ๋! ฉันเห็นเธอนะ!)

10. Poppy (n.) – ดอกป๊อปปี้ / คำเรียกคนหรือสัตว์เลี้ยงแบบน่ารัก

ความหมาย: ใช้เรียกชื่อสัตว์เลี้ยง หรือเรียกชื่อเล่นคนได้น่ารักมาก ๆ

ตัวอย่าง:
My puppy’s name is Poppy!
(ลูกหมาของฉันชื่อน้องป๊อปปี้!)

ศัพท์อังกฤษน่าใช้ = ภาษาอังกฤษที่มีชีวิต

การเรียนภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเสมอไป การเรียนรู้ คำศัพท์น่ารักภาษาอังกฤษ แบบนี้ จะช่วยให้คุณใช้ภาษาได้อย่างมั่นใจ เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือ “สนุก” มากขึ้นอีกด้วย

เริ่มต้นเรียนคำศัพท์อย่างไรดี?

  1. ตั้ง Theme ที่ชอบ เช่น คำศัพท์น่ารัก คำศัพท์แฟชั่น คำศัพท์ร้านกาแฟ
  2. ใช้ Flashcard App อย่าง Anki หรือ Quizlet เพื่อทบทวน
  3. ใช้จริงทันที ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ใน IG, เขียนแคปชัน หรือพูดกับเพื่อน
  4. ดูคอนเทนต์ภาษาอังกฤษแนวน่ารัก เช่น Vlog, ซีรีส์วัยรุ่น, หรือวิดีโอสัตว์เลี้ยง
  5. พูดบ่อย ๆ ไม่ต้องอาย ยิ่งพูดยิ่งคล่อง และคุณจะจำได้ดีขึ้น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารัก ๆ ไม่ได้มีแค่ไว้ใช้แค่ในนิยายหรือในการ์ตูนเท่านั้น แต่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังทำให้เราดูมีเสน่ห์ เป็นคนอัธยาศัยดี และพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th


Google อัปเกรดเครื่องมือ สั่งลบผลค้นหาพาสปอร์ต-ใบขับขี่ ป้องกันโจรกรรม

  • Google อัปเดตเครื่องมือ ‘Results about you’ ให้ผู้ใช้สามารถส่งคำขอลบข้อมูลบัตรประจำตัวที่ออกโดยรัฐ เช่น พาสปอร์ต และใบขับขี่ ออกจากผลการค้นหาได้
  • ระบบจะเฝ้าระวังและแจ้งเตือนผู้ใช้อัตโนมัติเมื่อพบข้อมูลส่วนตัวที่ระบุไว้ปรากฏบน Google Search เพื่อให้ดำเนินการลบได้ทันที
  • ฟีเจอร์นี้จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วโลกในอนาคต

ล่าสุด Google (กูเกิล) ได้ประกาศขยายขีดความสามารถของเครื่องมือ Results about you’ (ผลการค้นหาเกี่ยวกับคุณ) เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น หลังผู้ใช้งานมากกว่า 10 ล้านคนทั่วโลก เพื่อควบคุมการแสดงผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนบนโลกออนไลน์ เช่น หมายเลขโทรศัพท์หรือที่อยู่บ้าน

โดยล่าสุดเพิ่มฟีเจอร์ให้สามารถตรวจสอบและส่งคำขอเพื่อลบผลการค้นหาที่มีข้อมูลบัตรประจำตัวที่ออกโดยรัฐ เช่น ใบขับขี่ พาสปอร์ต หรือหมายเลขประกันสังคม

สำหรับขั้นตอนการใช้งานมีดังนี้

  • เข้าใช้งานผ่านศูนย์รวม Results about you: สามารถเข้าถึงได้ผ่านแอป Google โดยคลิกที่รูปโปรไฟล์บัญชี Google แล้วเลือกเมนู “Results about you” หรือเข้าผ่านเว็บไซต์กูเกิล
  • การเพิ่มข้อมูลส่วนบุคคล: หากใช้งานครั้งแรกให้เลือก “Get started” (เริ่มต้นใช้งาน) เพื่อระบุข้อมูลติดต่อที่ต้องการเฝ้าระวัง จากนั้นระบบจะให้เพิ่มหมายเลขบัตรประจำตัวต่างๆ สำหรับผู้ที่ใช้งานอยู่แล้วสามารถเลือกเพิ่มหมายเลขบัตรที่ต้องการให้ระบบติดตามตรวจสอบได้ทันที
  • ระบบเฝ้าระวังอัตโนมัติ: เมื่อยืนยันข้อมูลเรียบร้อยแล้ว Google จะทำหน้าที่ตรวจสอบผลการค้นหาอย่างต่อเนื่อง และจะส่งการแจ้งเตือนทันทีหากพบข้อมูลดังกล่าวปรากฏบนระบบการค้นหา เพื่อให้เจ้าของข้อมูลดำเนินการจัดการได้ทันท่วงที

ฟีเจอร์นี้มาพร้อมกับโปรโตคอลความปลอดภัยที่เข้มงวดและการเข้ารหัสขั้นสูงของ Google เพื่อป้องกันการรั่วไหลและการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ผิด อย่างไรก็ตาม การลบข้อมูลออกจาก Google Search เป็นเพียงการนำข้อมูลออกจากระบบการค้นหาเท่านั้น ไม่ได้เป็นการลบข้อมูลออกจากเว็บไซต์ต้นทางทั้งหมด แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการช่วยให้ผู้ใช้งานควบคุมตัวตนและความเป็นส่วนตัวบนโลกออนไลน์ได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ความสามารถใหม่จะเริ่มเปิดให้ใช้งานในสหรัฐอเมริกาเป็นแห่งแรกในช่วงไม่กี่วันข้างหน้า และอยู่ระหว่างการเตรียมขยายการให้บริการไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลกในอนาคต

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


มันเทศ vs มันฝรั่ง: แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน? (เจาะลึกความต่างที่คุณอาจไม่เคยรู้)

มันเทศ vs มันฝรั่ง: ศึกชิงแชมป์ “หัวมัน” ชนิดไหนคือที่สุดของสายสุขภาพ?

หากพูดถึงอาหารประเภทแป้งที่เป็นแหล่งพลังงานชั้นดี หลายคนคงนึกถึง “มันเทศ” และ “มันฝรั่ง” เป็นอันดับต้นๆ แต่คำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนคือ “แบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?” บ่อยครั้งที่ “มันเทศ” ถูกยกย่องว่าเป็นทางเลือกที่ดีกว่าสำหรับคนลดน้ำหนัก แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์กลับเผยให้เห็นว่า ทั้งคู่มีความลับที่น่าสนใจและมีประโยชน์ที่กินกันไม่ลงเลยทีเดียว บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกความจริงโภชนาการแบบหมัดต่อหมัด!

1. แฝดคนละฝา: ความต่างทางสายพันธุ์

รู้หรือไม่ว่า… แม้จะมีชื่อว่า “มัน” เหมือนกัน แต่ในทางพฤกษศาสตร์ ทั้งคู่ไม่ได้เป็นญาติกันเลย!

  • มันเทศ (Sweet Potato): อยู่ในตระกูล Convolvulaceae (ตระกูลเดียวกับผักบุ้งและดอกมอร์นิ่งกลอรี่)
  • มันฝรั่ง (White Potato): อยู่ในตระกูล Solanaceae (ตระกูลเดียวกับมะเขือเทศ พริก และมะเขือยาว)

ด้วยความต่างของสายพันธุ์นี้เอง ทำให้สารอาหารรองอย่างวิตามินและแร่ธาตุของทั้งคู่มีความโดดเด่นไปคนละด้าน

2. วัดกันที่โภชนาการ: ใครเหนือกว่า?

จากการเปรียบเทียบสารอาหารในปริมาณ 100 กรัม (แบบดิบพร้อมเปลือก) พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

สารอาหารมันเทศ (Sweet Potato)มันฝรั่ง (White Potato)
พลังงาน86 แคลอรี่77 แคลอรี่
โปรตีน1.57 กรัม2.05 กรัม
น้ำตาล4.2 กรัม0.8 กรัม
ใยอาหาร (ไฟเบอร์)3.0 กรัม2.1 กรัม
คาร์โบไฮเดรต20.1 กรัม17.5 กรัม
  • มันเทศ: ชนะขาดเรื่อง ใยอาหาร (สูงกว่า 42%) และมี วิตามิน A (เบต้าแคโรทีน) สูงมาก ช่วยบำรุงสายตาและภูมิคุ้มกัน
  • มันฝรั่ง: ชนะเรื่อง แคลอรี่ที่น้อยกว่า มีโปรตีนสูงกว่าเล็กน้อย และเป็นแหล่ง โพแทสเซียมกับวิตามิน C ที่ยอดเยี่ยม

3. ดัชนีน้ำตาล (GI) จุดเปลี่ยนที่ต้องระวัง!

หลายคนเลือกกินมันเทศเพราะเชื่อว่ามีดัชนีน้ำตาลต่ำกว่า แต่ความจริงแล้ว “วิธีการปรุง” คือตัวกำหนดที่แท้จริง:

  • แบบต้ม: มันเทศมีค่า GI ประมาณ 44 (ต่ำกว่ามันฝรั่งที่ 54)
  • แบบอบ: ค่า GI ของมันเทศจะพุ่งสูงถึง 94 (สูงกว่ามันฝรั่งอบที่ 73)

ดังนั้น หากคุณเป็นผู้ป่วยเบาหวานหรือควบคุมน้ำตาล “การต้มหรือนึ่ง” คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับมันเทศ

4. เคล็ดลับการกินให้ผอมและสุขภาพดี

ทั้งมันเทศและมันฝรั่งสามารถช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะเป็นอาหารที่ให้ความอิ่มท้องสูง (Satiety Index) แต่หัวใจสำคัญคือ:

  1. เลี่ยงการทอด: เฟรนช์ฟรายส์หรือมันฝรั่งทอดคือตัวการของไขมันอิ่มตัว
  2. กินพร้อมเปลือก: เพื่อให้ได้รับใยอาหารสูงสุด
  3. คุมเครื่องปรุง: การเติมเนย ชีส หรือน้ำตาล จะเปลี่ยนจากอาหารสุขภาพให้กลายเป็นระเบิดแคลอรี่ทันที

สรุป: เลือกอันไหนดี?

ไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจนในศึกนี้! มันเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการไฟเบอร์และวิตามิน A ส่วน มันฝรั่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโพแทสเซียมและวิตามิน C ในราคาที่ย่อมเยากว่า

ทางเลือกที่ดีที่สุด: คือการรับประทานสลับหมุนเวียนกันไป เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 12/2/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a74,300.0074,500.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,803.0072,813.4875,300.00
ทองรูปพรรณ 90%4,322.7065,532.13n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,842.4058,250.78n/a
ทองรูปพรรณ 50%2,161.3532,766.07n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,681.0525,484.72n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,977.2075,454.35n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 12/2/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9530.8530.8531.3530.8530.8530.8530.8530.8530.85
แก๊สโซฮอล์ 9130.4830.4830.7830.4830.4830.4830.4830.4830.48
แก๊สโซฮอล์ E2028.6428.6428.9428.6428.6428.6428.6428.64
แก๊สโซฮอล์ E8526.5926.5926.59
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม40.0449.5449.8440.04
เบนซิน 9539.1449.5139.6439.2939.14
ดีเซล29.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม43.4445.6449.8445.6443.44
แก๊ส NGV16.6916.69
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า