ทำเลรัชดาฯ-พระราม9 บูมรับ รถไฟฟ้าสายสีส้ม-New CBD ออฟฟิศให้เช่า AIA ทุ่มหมื่นเปิดพื้นที่

- ทำเลรัชดาฯ-พระราม 9 กำลังเติบโตเป็นศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ (New CBD) โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงข่ายรถไฟฟ้า 2 สาย คือสายสีน้ำเงินและสายสีส้ม
- ความต้องการพื้นที่สำนักงานเกรดเอในย่านนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทำให้มีโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าแห่งใหม่ทยอยเปิดตัวเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
- ล่าสุดมีการเปิดตัวอาคาร “เอไอเอ คอนเนคท์” (AIA Connect) อาคารสำนักงานพรีเมียมเกรดเอแห่งใหม่บนถนนรัชดาภิเษก ที่มีทางเชื่อมตรงกับรถไฟฟ้า MRT
ทำเล รัชดาฯ–พระราม 9 กำลังก้าวขึ้นเป็น “ทำเลทอง” บนแกนเศรษฐกิจใหม่ของกรุงเทพฯ ด้วยแรงหนุนจากโครงข่ายรถไฟฟ้าสองสายหลัก ได้แก่ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีน้ำเงิน และ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีส้ม ที่เชื่อมโยงตะวันออก–ตะวันตก และเหนือ–ใต้ เข้าสู่ใจกลางเมืองอย่างไร้รอยต่อ ยกระดับพื้นที่จากโซนที่อยู่อาศัยสู่ “เมืองผสมผสาน” ที่ครบวงจรทั้งสำนักงาน ค้าปลีก และไลฟ์สไตล์
แรงส่งจากสถานีสำคัญอย่าง สถานีพระราม 9 และ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทำให้ดีมานด์อาคารสำนักงานเกรดเอและคอนโดมิเนียมระดับกลาง–บนเติบโตต่อเนื่อง สะท้อนภาพการขยายตัวของภาคธุรกิจ เทคโนโลยี และบริการสมัยใหม่ที่มองหาทำเลต้นทุนคุ้มค่า แต่เข้าถึงศูนย์กลางเศรษฐกิจเดิมได้รวดเร็ว
โครงสร้างพื้นฐานที่ทยอยแล้วเสร็จ ผสานกับแปลงที่ดินขนาดใหญ่และโครงการมิกซ์ยูส ทำให้รัชดาฯ–พระราม 9 ถูกจับตาในฐานะ “นิวซีบีดี” (New CBD) ที่รองรับการกระจายตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจจากสุขุมวิท–สีลม สู่แกนตะวันออกของเมือง ในมุมการลงทุน ราคาที่ดินและค่าเช่ามีทิศทางขยับขึ้นตามศักยภาพ ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการเร่งเติมซัพพลายคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ทั้งองค์กรข้ามชาติและผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง
ภาพรวมจึงไม่ใช่เพียงทำเลที่เติบโตตามรถไฟฟ้า หากแต่เป็น “เมืองเศรษฐกิจใหม่” ที่กำลังก่อรูปชัดเจน บนฐานโครงข่ายคมนาคม การลงทุนภาคเอกชน และดีมานด์เชิงคุณภาพที่ไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง สะท้อนศักยภาพระยะยาวของรัชดาฯ–พระราม 9 ในฐานะศูนย์กลางธุรกิจยุคใหม่ของกรุงเทพฯ
ท่ามกลางความร้อนแรงของการแข่งขัน ทั้งตลาดที่อยู่อาศัย อาคารสำนักงานทันสมัย เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ เอไอเอ ประเทศไทย เปิด อาคารสำนักงาน เอไอเอ คอนเนคท์ (AIA Connect) อย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดให้บริการอาคารสำนักงานพรีเมียมเกรดเอ บนพื้นที่ให้เช่ารวม 58,000 ตารางเมตร ใจกลางถนนรัชดาภิเษก ซึ่งเป็นย่านธุรกิจ ของกรุงเทพฯ มูลค่าการลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาท
AIA Connect เป็นอาคารสำนักงานแห่งที่ 4 โดย เอไอเอ ประเทศไทย ซึ่งได้รับออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์องค์กรชั้นนำทั้งในและต่างประเทศที่มองหาพื้นที่ทำงานทันสมัย (Modern) ยืดหยุ่น (Hybrid) และใส่ใจสุขภาวะของพนักงาน (Wellbeing) พร้อมเชื่อมต่อแหล่งธุรกิจสำคัญและไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ได้อย่างสะดวก
ตอบโจทย์ตลาดออฟฟิศยุคใหม่ บนทำเลเชื่อมต่อครบวงจร
ภายใต้“Where Possibilites Connect” จะเชื่อมต่อทุกความเป็นไปได้ทั้งธุรกิจและการเดินทาง โดยขณะนี้ AIA Connect นับเป็นอาคารเดียวในย่านรัชดาภิเษกที่มีทางเดินเชื่อมตรงเข้าตัวอาคารจากรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT สายสีน้ำเงิน ที่สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สะดวกสบายสำหรับบริษัท ร้านค้า และผู้ที่เดินทางมายังอาคาร รวมถึงผู้ที่ต้องการเดินทางมายังย่านรัชดาและอนาคตจะเชื่อมต่อ MRT สายสีส้ม ซึ่งเตรียมเปิดให้บริการเฟสแรก ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี ในช่วงปลายปี 2570 ช่วยเสริมศักยภาพการเชื่อมต่อกรุงเทพฯ ให้ครอบคลุมพื้นที่หลากหลาย ทำให้รัชดาภิเษกกลายเป็นจุดเชื่อมต่อธุรกิจที่สำคัญมากยิ่งขึ้นด้วยทำเลและโครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตของอาคารสำนักงานในย่านรัชดาฯ-พระราม 9 ที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจใหม่ “New CBD”
นิคฮิล แอดวานี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอไอเอ ประเทศไทย กล่าวว่า ได้เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของย่านรัชดาภิเษกอย่างต่อเนื่องจากการผสานพื้นที่ธุรกิจเข้ากับไลฟ์สไตล์เมืองที่ครบครัน ทำให้เป็นย่านที่มีศักยภาพโดดเด่น ดึงดูดทั้งองค์กรและรีเทลชั้นนำ ซึ่ง AIA Connect ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์เมกะเทรนด์ในตลาดออฟฟิศโลก ไม่ว่าจะเป็น Hybrid Work การทำงานที่ยืดหยุ่นและคำนึงถึงคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดี (Wellbeing) ของพนักงานซึ่งองค์กรชั้นนำให้ความสำคัญมากขึ้น
“เราเลือกทำเลใจกลางการเชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีส้มในอนาคต เราเชื่อมั่นว่าอาคารแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับรัชดาภิเษกสู่ศูนย์กลางธุรกิจที่แข็งแกร่งของกรุงเทพฯ พร้อมขับเคลื่อนมาตรฐานใหม่ของสำนักงานพรีเมียมที่ใส่ใจผู้คนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ”
ผสานพื้นที่สีเขียวและสิ่งอำนวยความสะดวกเสริม Wellbeing
โดยเสนอแนวคิด “A Home-inspired Workplace” ที่ยกระดับพื้นที่ทำงานให้เอื้อต่อการใช้ชีวิตจริง โดยผสานองค์ประกอบด้านสุขภาวะและพื้นที่สีเขียวเข้าด้วยกัน อาคารได้รับการออกแบบตามมาตรฐานสากล พร้อมได้การรับรอง Pre-Certified LEED Gold, Pre-Certified WELL Gold และ Pre-Certified WiredScore Platinum ครอบคลุมทั้งประสิทธิภาพพลังงาน คุณภาพอากาศภายใน และสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมสุขภาพด้วยพื้นที่สีเขียวหลากหลายรูปแบบ AIA Connect เป็นอาคารสูง 34 ชั้น มีพื้นที่สำนักงานให้เช่า 27 ชั้น รวม 53,500 ตารางเมตร ขนาดพื้นที่ต่อชั้นอยู่ที่ 1,700-2,100 ตารางเมตร
ศักยภาพรัชดาภิเษกเติบโตอย่างต่อเนื่อง
รุ่งรัตน์ วีระภาคย์การุณ กรรมการผู้จัดการ ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าวว่าซีบีอาร์อี ระบุว่าเห็นศักยภาพของรัชดาภิเษกที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ทำให้ AIA Connect โดดเด่นคือความพร้อมรองรับการเติบโตของธุรกิจทุกสเกล ทั้งทำเล การออกแบบที่ตอบโจทย์การทำงานยืดหยุ่น และมาตรฐานที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยพร้อมผลักดันให้อาคารแห่งนี้เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้ย่านรัชดาฯขณะเดียวกัน โจนส์ แลง ลาซาลล์ แมนเนจเม้นท์ (JLL) จะเข้ามาบริหารจัดการอาคาร AIA Connect อย่างครบวงจร เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้อาคารที่มีคุณภาพและสะดวกสบายให้แก่ผู้เช่า
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
‘เพอร์เฟค’ ประกาศตัดขายที่ดิน 7 แปลง4,800 ล้าน ดูแลสภาพคล่อง -ยกระดับคุณภาพบ้าน -เพิ่มศักยภาพทำเล

- พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ประกาศขายที่ดินและอาคารรวมมูลค่า 4,800 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงิน
- มุ่งยกระดับคุณภาพสินค้า โดยปรับแบบบ้านในโครงการหลักครั้งใหญ่ในรอบ 40 ปี ภายใต้แนวคิด Timeless Collection
- เพิ่มศักยภาพทำเลโครงการผ่านการเปิดถนนเส้นใหม่เชื่อมรามคำแหง-กรุงเทพกรีฑา และปรับโฉมสโมสร 30 แห่งให้เป็น Health Club
ลาดอสังหาริมทรัพย์ปี2569 ดีเวลลอปเปอร์ต่างปรับตัว และขยายฐานธุรกิจ สร้างสภาพคล่องเพื่อความมั่นคงมากขึ้น เช่นเดียวกับ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด(มหาชน) มุ่งเน้นพัฒนาคุณภาพสินค้า ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย พร้อมแผนขายที่ดินทำเลศักยภาพกลางใจเมืองมูลค่า 4,800 ล้านบาทนายศานิต อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจปีนี้ บริษัทวางเป้ายอดขายไว้ที่ 8,000 ล้านบาท โดยไม่มีแผนการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติม แต่จะมุ่งโฟกัสเฉพาะทำเลและกลุ่มลูกค้าที่มีศักยภาพ และขับเคลื่อนธุรกิจด้วย“คุณภาพ” เป็นแกนหลักในทุกมิติ
เริ่มตั้งแต่การพัฒนาคุณภาพสินค้า ด้วยการปรับแบบบ้านให้ดีที่สุดในรอบ 40 ปี ลงทุนปรับโฉมสโมสร 30 แห่ง ให้เป็น “Health Club” ปรับรูปแบบสวนส่วนกลางเป็นสวนสุขภาพ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ตลอดจนการเปิดถนนเส้นใหม่เพิ่มศักยภาพของทำเลที่ตั้งโครงการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
ควบคุมต้นทุนลดค่าใช้จ่าย ขายที่ดิน 4,800 ล้าน เพิ่มสภาพคล่อง
ในด้านการเงิน บริษัทให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างให้แข็งแกร่ง และรักษาสภาพคล่อง ผ่านการควบคุมต้นทุนและลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ควบคู่กับการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการจำหน่ายที่ดิน ซึ่งอยู่ระหว่างเจรจา รวมมูลค่าประมาณ 4,800 ล้านบาท
ประกอบด้วยที่ดินและอาคารใจกลางเมือง 3 แห่ง รวมมูลค่า 3,000 ล้านบาท ได้แก่
1.ที่ดิน 8 ไร่ถนนเจริญนครริมแม่น้ำเจ้าพระยา
2.ที่ดิน 3 ไร่บนถนนรัชดาภิเษกห่างจากสถานีรถไฟฟ้า 500 เมตร
3. อาคารสำนักงาน 6 ชั้นริมถนนสีลม
ที่ดินในทำเลที่มีการเติบโตสูง 4 แปลง รวม 140 ไร่ เป็นมูลค่ารวม 1,800 ล้านบาทได้แก่
1.ที่ดิน 25 ไร่ทำเลกรุงเทพกรีฑา
2.ที่ดิน 20 ไร่ทำเลรามคำแหงติดโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี
3.ที่ดิน 50 ไร่ทำเลกิ่งแก้ว
4. ที่ดิน 45 ไร่ทำเลถนนหอการค้าไทย
เปิดถนนเส้นใหม่เชื่อมรามคำแหง-กรุงเทพกรีฑา
นายศานิตกล่าวอีกว่า “ในไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทมีแผนเปิดถนนเส้นใหม่เชื่อมระหว่างถนนรามคำแหงและกรุงเทพกรีฑา ซึ่งเป็นสองทำเลหลักที่สร้างยอดขายให้บริษัทอย่างต่อเนื่อง และบริษัทได้พัฒนาโครงการมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะบนถนนรามคำแหง บริษัทมีการพัฒนาโครงการมาตั้งแต่ปี 2536 จนถึงปัจจุบันมีจำนวนรวมกว่า 3,250 หน่วย บนพื้นที่รวม 1,050 ไร่ สำหรับทำเลกรุงเทพกรีฑา มีการพัฒนาโครงการอีกกว่า 1,150 หน่วย พื้นที่รวม 326 ไร่ การตัดถนนเชื่อมต่อสองทำเลสำคัญนี้ ประกอบกับการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มในช่วงปี 2570 ไม่เพียงสร้างความได้เปรียบให้กับทำเลที่มีโครงการตั้งอยู่ แต่ยังเพิ่มความสะดวกในการเดินทางให้กับลูกบ้านทั้งหมดด้วย”
ยกระดับคุณภาพสินค้า ปรับแบบบ้านให้ดีที่สุดในรอบ 40 ปี
นายวสันต์ ศรีรัตนพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ปีนี้บริษัทมีการปรับแบบบ้านครั้งใหญ่ในกลุ่มแบรนด์ “เพอร์เฟค เพลส” และ “เพอร์เฟค พาร์ค” รวม 15 โครงการ ซึ่งเป็นบ้านระดับกลางที่เป็นกลุ่มสินค้าหลักของบริษัท นำเสนอแบบบ้านที่ดีที่สุดในรอบ 40 ปี ด้วยการปรับเปลี่ยนดีไซน์ภายนอก ในแนวคิด Timeless Collection ซึ่งเป็นรูปแบบที่มักใช้ในบ้านระดับบน แต่บริษัทนำมาประยุกต์ใช้กับบ้านระดับกลางเป็นครั้งแรก พร้อมขยายขนาดตัวบ้านให้ใหญ่ขึ้น ออกแบบฟังก์ชั่นใหม่ “Life Living” ที่เชื่อมโยงทุกพื้นที่ภายในบ้านให้ต่อเนื่องกัน และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกปรับเปลี่ยนวัสดุได้ตามความชอบ
ปรับรูปแบบบ้านโครงการร่วมทุน และโครงการเขาใหญ่
สำหรับโครงการร่วมทุน บริษัทมีแผนปรับรูปแบบบ้านในโครงการ “เลค เลเจ้นด์” ซึ่งร่วมทุนกับฮ่องกง แลนด์ บนทำเลบางนา–สุวรรณภูมิ ภายใต้แนวคิด Timeless Collection ที่สะท้อนถึงความประณีต สำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยใกล้สนามบิน ขณะที่โครงการ “เลค ฟอเรสต์” ซึ่งร่วมทุนกับซูมิโตโม ฟอเรสทรี จะมีการเปิดตัวทะเลสาบขนาด 20 ไร่ พร้อมสโมสรริมทะเลสาบในปี 2570 เพื่อสร้างภาพลักษณ์โครงการให้โดดเด่นและแตกต่าง
นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดบ้านแบบใหม่พร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัว ในโครงการ“เบลล่า เดล มอนเต้ เขาใหญ่” จำนวน 5 หลัง ในช่วงปลายปี รองรับการเปิดใช้มอเตอร์เวย์ M6 บางปะอิน–นครราชสีมา ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาเดินทางจากกรุงเทพสู่เขาใหญ่เหลือเพียง 1 ชั่วโมง 30 นาที คาดว่าจะกระตุ้นดีมานด์ในทำเลเขาใหญ่ให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความสะดวกในการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งการเป็นบ้านพักตากอากาศและการอยู่อาศัยระยะยาว
พัฒนา Health Club 30 แห่ง พร้อมสวนสุขภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า
บริษัทยังเดินหน้าปรับโฉมสโมสร 30 แห่ง ให้เป็น “Health Club” ตอบสนองความต้องการผู้บริโภค ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน นับเป็นแนวคิดใหม่ของการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย เพื่อการใช้ชีวิตแบบสมดุลเป็นแห่งแรกของเมืองไทย โดยเตรียมเปิดให้บริการ 3 แห่งแรกในช่วงกลางปีนี้ ในโครงการทำเลสุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิ, แจ้งวัฒนะ(ถนนหอการค้าไทย) และกรุงเทพกรีฑา จากนั้น ในไตรมาส 4 มีแผนเปิดให้บริการเพิ่มอีก 5 แห่ง ในโครงการ เพอร์เฟค เพลส รัตนาธิเบศร์, เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ รัตนาธิเบศร์, เพอร์เฟค เพลส รามคำแหง-สุวรรณภูมิ, เมโทร พาร์ค กัลปพฤกษ์ และ เลค เลเจ้นด์ แจ้งวัฒนะ
พร้อมกันนี้ ยังมีการพัฒนาและออกแบบสวนส่วนกลางภายใต้แนวคิด “สวนเพื่อสุขภาพ” ให้มีพื้นที่สำหรับกิจกรรมและการออกกำลังกายกลางแจ้ง พร้อมมุมพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ เบื้องต้นใน 3 โครงการ ได้แก่โครงการ เพอร์เฟค มาสเตอร์พีซ กรุงเทพกรีฑา ที่มีสวนส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 5 ไร่, โครงการเพอร์เฟค เพลส และเพอร์เฟค พาร์ค แจ้งวัฒนะ(ถนนหอการค้าไทย) จะมีการปรับภูมิทัศน์สวนส่วนกลางและถนนทางเข้าโครงการให้ส่งเสริมทั้งการพักผ่อนและการออกกำลังกาย และโครงการในทำเลสุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิ ซึ่งจะปรับปรุงสวนรอบทะเลสาบ 20 ไร่ เพื่อเน้นย้ำจุดเด่นด้านการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางที่เหนือกว่ามาตรฐาน
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16ก.พ.69 ‘ทรงตัว‘ หลังดอลลาร์รีบาวด์

- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ทรงตัวที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า
- การแข็งค่าของเงินบาทชะลอตัวลง หลังเงินดอลลาร์สหรัฐฯ รีบาวด์แข็งค่าขึ้นในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย
- นักวิเคราะห์คาดการณ์กรอบค่าเงินบาทสำหรับวันนี้ไว้ที่ 31.00-31.15 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยที่ต้องจับตาคือรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้เงินดอลลาร์ผันผวนและส่งผลต่อค่าเงินบาท
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.08 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัวไม่เปลี่ยนแปลง”
จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 30.85-31.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.00-31.15 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท(USDTHB) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 31.01-31.16 บาทต่อดอลลาร์) แม้เงินบาทจะมีจังหวะทยอยแข็งค่าขึ้นตามการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์และการย่อตัวลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่มาพร้อมกับการทยอยปรับตัวขึ้นของ ราคาทองคำ (XAUUSD) หลังรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคมของสหรัฐฯ ที่ชะลอลงสู่ระดับ 2.4% ต่ำกว่าคาด ได้หนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ทว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ชะลอลงบ้าง หลังเงินดอลลาร์รีบาวด์แข็งค่าขึ้นในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย สอดคล้องกับการอ่อนค่าลงบ้างของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) สู่โซน 153 เยนต่อดอลลาร์ หลังเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ขยายตัวเพียง +0.1% จากไตรมาสก่อนหน้า แย่กว่าที่ตลาดคาดไว้ราว +0.4%q/q

แนวโน้มค่าเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท เราประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาท (USDTHB) อาจมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป สอดคล้องกับโมเมนตัมการแข็งค่าที่อาจชะลอลงในระยะสั้น โดยแรงซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติหลังรับรู้ผลการเลือกตั้งของไทยอาจชะลอลงบ้างและอาจเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรเพิ่มเติม หลังนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มทำผลตอบแทนที่โดดเด่นจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นไทย รวมถึงบอนด์ยีลด์ระยะยาวที่ปรับตัวลดลง
อีกทั้งเงินบาทยังได้ทยอยแข็งค่าขึ้นเช่นกัน ส่วนการแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งของญี่ปุ่นอาจชะลอลงเช่นกัน เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ)
นอกจากนี้ เรามองว่า ควรระวังการรีบาวด์ขึ้นของเงินดอลลาร์ หลังผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังแนวโน้มการลดดอกเบี้ย ของ FED ไปพอควร ทำให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พร้อมรีบาวด์สูงขึ้นได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด อนึ่ง เราขอย้ำว่า ควรติดตามทิศทางราคาทองคำเช่นเดิม ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยการเคลื่อนไหวของราคาทองคำยังคงส่งผลกระทบต่อเงินบาทอยู่
ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทอาจแกว่งตัว Sideways หรือทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ส่วนในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ แถวโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์
เราขอย้ำว่ามองว่า เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงได้อย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องเห็น 1. การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาดมาก 2. การปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ หรือ ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานใหม่ นอกจากนี้ หากราคาทองคำเร่งตัวสูงขึ้น ก็สามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน ผ่านโฟลว์ธุรกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ หรือ Fear of Missing Out Buying Flows (FOMO Buy) และ 3. ปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งควรจะต้องเห็นความเสี่ยงที่รุนแรงต่อปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว การส่งออก อาทิ มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และSemiconductor หรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ นักลงทุนต่างชาติแห่เทขายสินทรัพย์ไทย เช่น วิกฤตการเมือง
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจรีบาวด์ขึ้นบ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED อีกทั้ง การแข็งค่าขึ้นของเงินเยนญี่ปุ่นหลังการเลือกตั้งอาจเริ่มชะลอลงได้
สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทและเงินเยนญี่ปุ่นต่างแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง รับอานิสงส์ผลการเลือกตั้งของไทยและญี่ปุ่นที่เหนือความคาดหมายของผู้เล่นในตลาด
สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ และรอลุ้นรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึง รายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
▪ ฝั่งสหรัฐฯ – บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ PCE ในเดือนธันวาคม อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 รวมถึงยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (Durable Goods Orders) ในเดือนธันวาคม และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ โดย S&P (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของ FED โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า FED มีโอกาสราว 53% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ครั้งละ 25bps ในปีนี้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมคอยติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
▪ ฝั่งยุโรป – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานข้อมูลดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ ในเดือนกุมภาพันธ์ จากฝั่งอังกฤษและยูโรโซน นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของอังกฤษ อาทิ ข้อมูลตลาดแรงงาน อัตราเงินเฟ้อ CPI และยอดค้าปลีก (Retail Sales) ในเดือนมกราคม เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจอังกฤษ และแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) โดยล่าสุด บรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสราว 92% ที่จะลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้
▪ ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจญี่ปุ่นและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ อาทิอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 อัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคม และดัชนี PMI ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ในส่วนของการประชุมบรรดาธนาคารกลางฝั่งเอเชียนั้น นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ต่างประเมินว่า ธนาคารฟิลิปปินส์ (BSP) อาจลดดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 4.25% เพื่อช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) อาจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 4.75% ต่อ จนกว่า BI จะคลายกังวลเสถียรภาพค่าเงินอินโดนีเซียรูเปียะห์ (IDR) ซึ่งเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าในช่วงที่ผ่านมา
▪ ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 ซึ่งอาจได้แรงหนุนจากช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามรายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนมกราคม
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
สรุปผลบอลเมื่อคืน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ประจำวันที่ 16 ก.พ. 69

ผลการแข่งขันฟุตบอล 5 ลีกใหญ่ยุโรป ประจำวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ผลบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ, ลาลีกา สเปน,บุนเดสลีกา เยอรมนี, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และ ลีกเอิง ฝรั่งเศส แต่ละคู่ต่างมีความสำคัญต่อการลุ้นแชมป์และพื้นที่ยุโรป ลองมาดู ผลบอล ล่าสุดที่น่าสนใจกันเลย
ผลบอล เอฟเอ คัพ
- เบอร์มิงแฮม 1-1 ลีดส์ (ลีดส์ ชนะจุดโทษ 4-2)
- กริมสบี้ ทาวน์ 0-1 วูล์ฟแฮมป์ตัน
- อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด 0-1 ซันเดอร์แลนด์
- สโต๊ค 1-2 ฟูแลม
- อาร์เซนอล 4-0 วีแกน
ผลบอล ลา ลีกา สเปน
- เรอัล โอเบียโด้ 1-2 แอธ.บิลเบา
- ราโย บาเยกาโน 3-0 แอต.มาดริด
- เลบานเต้ 0-2 บาเลนเซีย
- มายอร์ก้า 1-2 เรอัล เบติส
ผลบอล บุนเดสลีกา เยอรมนี
- เอาส์บวร์ก 1-0 ไฮเดนไฮม์
- แอร์เบ ไลป์ซิก 2-2 โวล์ฟสบวร์ก
ผลบอล กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี
- อูดิเนเซ่ 1-2 ซาสซูโอโล่
- เครโมเนเซ 0-0 เจนัว
- ปาร์ม่า 2-1 เวโรน่า
- โตริโน่ 1-2 โบโลญญา
- นาโปลี 2-2 โรม่า
ผลบอล ลีกเอิง ฝรั่งเศส
- เลอ อาร์ฟ 2-1 ตูลูส
- ลอริยองต์ 2-0 อองเช่ร์
- เม็ตซ์ 1-3 โอแซร์
- ลียง 2-0 นีซ
ผลบอล ไทยลีก
- เมืองทอง ยูไนเต็ด 1-1 ลำพูน วอร์ริเออร์
- ระยอง เอฟซี 1-1 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
7 อาการฟ้องว่าคุณกำลัง “หมดไฟ” ที่ผู้หญิงวัยทำงานมักเจอแต่ไม่รู้ตัว!

7 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟ (Burnout) ในผู้หญิง พร้อมวิธีรีเซ็ตใจให้กลับมามีไฟอีกครั้ง
ท่ามกลางตารางชีวิตที่อัดแน่น ทั้งเรื่องงานที่ต้องรับผิดชอบและความคาดหวังจากคนรอบข้าง หลายครั้งที่คุณผู้หญิงอาจเผลอฝืนตัวเองจนพลังงานในตัวค่อย ๆ มอดดับลงโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกเหนื่อยล้าที่สะสมนานวันเข้าอาจไม่ใช่แค่ความง่วงทั่วไป แต่มันคือสัญญาณของภาวะหมดไฟค่ะ วันนี้เราจึงขอแนะนำให้สาว ๆ ลองสำรวจใจตัวเอง ด้วย 7 สัญญาณเตือนภาวะหมดไฟ (Burnout) พร้อมรู้วิธีรีเซ็ตพลังให้กลับมาเปล่งประกายได้อีกครั้งกันค่ะ
1.เหนื่อยล้าทางอารมณ์อย่างรุนแรง
ความรู้สึกเหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ แม้จะนอนเยอะแค่ไหนก็ยังรู้สึกเพลียเหมือนไม่ได้นอน คุณจะเริ่มรู้สึกว่าแค่ต้องตื่นมาเผชิญหน้ากับงานในเช้าวันใหม่ก็เป็นเรื่องที่หนักหนาสาหัสเกินไปแล้วค่ะ
2.มองโลกในแง่ร้ายและรู้สึกเหินห่างจากงาน
จากที่เคยสนุกกับโปรเจกต์ใหม่ สาว ๆ จะเริ่มรู้สึกเฉยชา มองว่างานที่ทำไร้ความหมาย หรือเริ่มมีทัศนคติเชิงลบต่อเพื่อนร่วมงานและองค์กรอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
3.ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างเห็นได้ชัด
สมาธิที่เคยมีเริ่มหลุดลอย การตัดสินใจทำได้ช้าลง หรือเรื่องง่าย ๆ ที่เคยทำได้คล่องแคล่วกลับกลายเป็นเรื่องยากและใช้เวลานานขึ้นผิดปกติ จนรู้สึกว่าตัวเองทำงานได้ไม่ดีพอ
4.หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวน
ความอดทนต่อเรื่องเล็กน้อยลดต่ำลงอย่างมาก คุณผู้หญิงอาจจะรู้สึกอยากร้องไห้โดยไม่มีสาเหตุ หรือระเบิดอารมณ์ใส่คนรอบข้างได้ง่ายขึ้น เพราะพลังในการควบคุมอารมณ์ถูกใช้จนหมดเกลี้ยงไปแล้วค่ะ
5.ปลีกตัวออกจากสังคม
เริ่มไม่อยากออกไปเจอเพื่อนฝูง หรือไม่อยากพูดคุยกับใครหลังเลิกงาน ความรู้สึกที่อยากจะอยู่คนเดียวเงียบ ๆ ในที่มืด ๆ เพื่อหลบหนีความวุ่นวาย คือหนึ่งในสัญญาณการป้องกันตัวเองจากภาวะหมดไฟค่ะ
6.มีอาการทางกายที่หาสาเหตุไม่ได้
ความเครียดเรื้อรังมักแสดงออกผ่านร่างกายค่ะ เช่น อาการปวดหัวตุบ ๆ บ่อยครั้ง ปวดบ่าและคอเรื้อรัง หรือมีปัญหาเรื่องระบบทางเดินอาหาร ท้องอืด ท้องเสีย โดยที่แพทย์ตรวจไม่พบความผิดปกติทางกายชัดเจน
7.มีปัญหาเรื่องการนอน
แม้จะเหนื่อยล้าแทบขาดใจ แต่พอถึงเวลานอนจริง ๆ กลับนอนไม่หลับ หรือหลับ ๆ ตื่น ๆ เพราะสมองยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องงานและความกังวลใจ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนที่แท้จริง
3 วิธีรีเซ็ตใจ กู้คืนพลังบวกให้ตัวเอง
เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มเข้าข่ายภาวะหมดไฟแล้ว สาว ๆ อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เรามีวิธีรีเซ็ตใจมาฝากค่ะ
- ขีดเส้นแบ่งให้ชัดเจน (Set Boundaries) เรียนรู้ที่จะปฏิเสธงานที่เกินกำลัง หรือกำหนดเวลา ปิดสวิตช์ เรื่องงานหลังกลับถึงบ้านอย่างเด็ดขาดเพื่อให้ใจได้พักค่ะ
- หาความสุขเล็ก ๆ ระหว่างวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องใหญ่ แค่ได้จิบกาแฟที่ชอบ ฟังเพลงที่รัก หรือเดินเล่นรับลม 15 นาที ก็ช่วยเติมพลังงานสำรองได้แล้วค่ะ
- ใจดีกับตัวเองบ้าง ลดความคาดหวังที่ต้อง สมบูรณ์แบบ (Perfectionist) ลง ยอมรับว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เหนื่อยได้ พักได้ และไม่จำเป็นต้องเก่งตลอดเวลาก็ได้นะคะ
การกู้คืนพลังใจจากภาวะหมดไฟต้องใช้เวลาและความเข้าใจในตัวเองเป็นอย่างมากค่ะ การยอมรับว่าเรากำลังเผชิญกับปัญหานี้คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเยียวยา เราจึงมีแนวทางเบื้องต้นมาให้สาว ๆ ได้ลองปรับใช้กันแล้ว อย่าลืมใส่ใจสัญญาณเตือนจากหัวใจและหาเวลาพักเบรกให้ตัวเองบ้างนะคะ เพื่อให้ไฟในใจกลับมาสว่างไสวและพร้อมก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นคงค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
Comparison ขั้นกว่า ขั้นสุด คืออะไร? สรุปวิธีเปลี่ยน Adjective ให้เป๊ะ พร้อมตารางและข้อยกเว้น

เวลาเราพูดภาษาไทยแล้วอยากบอกว่า “อันนี้ดีกว่า” หรือ “คนนั้นสวยที่สุด” เราแค่เติมคำว่า “กว่า” หรือ “ที่สุด” ต่อท้ายคำคุณศัพท์ก็จบใช่ไหมครับ? ง่ายนิดเดียว แต่พอเป็นภาษาอังกฤษปุ๊บ ความวุ่นวายเริ่มบังเกิด! เดี๋ยวก็เติม -er เดี๋ยวก็ใช้ more บางทีเปลี่ยนรูปไปเลยก็มี
เรื่อง Comparison ขั้นกว่า ขั้นสุด ถือเป็นไวยากรณ์พื้นฐานที่สำคัญมาก เพราะเราใช้ในการเปรียบเทียบสิ่งต่างๆ ในชีวิตประจำวันตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นราคา (Cheaper vs More expensive), ขนาด (Bigger vs Smaller), หรือคุณภาพ (Better vs Worse) วันนี้ EngDuo Thailand จะมาสรุปกฎการเปลี่ยนรูป Adjective ให้เข้าใจง่ายๆ พร้อมตารางและเทคนิคการจำที่ไม่ทำให้คุณสับสนอีกต่อไปครับ
นิยาม: Comparison คือ อะไร? มีกี่ระดับ?
Comparison of Adjectives คือ การเปลี่ยนแปลงรูปของคำคุณศัพท์ (Adjective) เพื่อแสดง “ระดับ” ของคุณสมบัตินั้นๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ (Degrees) ครับ
1. Positive Degree (ขั้นปกติ)
ใช้บอกคุณสมบัติของสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือเปรียบเทียบความ “เท่ากัน”
- โครงสร้าง: as + adjective + as
- Ex: Harry is tall. (แฮร์รี่ตัวสูง – พูดเฉยๆ)
- Ex: Harry is as tall as Ron. (แฮร์รี่ตัวสูง เท่ากับ รอน)
2. Comparative Degree (ขั้นกว่า)
ใช้เปรียบเทียบของ 2 สิ่ง ว่าสิ่งไหน “กว่า” กัน (ต้องมี than เสมอ)
- โครงสร้าง: Adjective + -er / more + Adjective + than
- Ex: Harry is taller than Ron. (แฮร์รี่ตัว สูงกว่า รอน)
- Ex: This car is more expensive than that one. (รถคันนี้ แพงกว่า คันนั้น)
3. Superlative Degree (ขั้นสุด)
ใช้เปรียบเทียบของ 3 สิ่งขึ้นไป ว่าสิ่งไหน “ที่สุด” (ต้องมี the นำหน้าเสมอ)
- โครงสร้าง: the + Adjective + -est / the most + Adjective
- Ex: Harry is the tallest boy in class. (แฮร์รี่เป็นเด็กผู้ชายที่ ตัวสูงที่สุด ในห้อง)
กฎเหล็ก 5 ข้อ: เปลี่ยน Adjective อย่างไรให้ถูกต้อง?
นี่คือหัวใจสำคัญครับ! เราจะรู้ได้ไงว่าคำไหนเติม -er คำไหนใช้ more? ให้ดูที่ “จำนวนพยางค์” และ “ตัวสะกด” ครับ
กฎข้อที่ 1: คำพยางค์เดียวทั่วไป (General 1-Syllable)
เติม -er (ขั้นกว่า) และ -est (ขั้นสุด) ได้เลย
- Tall $\rightarrow$ Taller $\rightarrow$ The Tallest (สูง)
- Short $\rightarrow$ Shorter $\rightarrow$ The Shortest (เตี้ย)
- Cheap $\rightarrow$ Cheaper $\rightarrow$ The Cheapest (ถูก)
กฎข้อที่ 2: คำพยางค์เดียว สระเสียงสั้น ตัวสะกดตัวเดียว (CVC Rule)
ต้อง เบิ้ลตัวสะกดตัวท้าย ก่อน แล้วค่อยเติม
- Big $\rightarrow$ Bigger $\rightarrow$ The Biggest (ใหญ่)
- Hot $\rightarrow$ Hotter $\rightarrow$ The Hottest (ร้อน)
- Fat $\rightarrow$ Fatter $\rightarrow$ The Fattest (อ้วน)
กฎข้อที่ 3: ลงท้ายด้วย Y (Ending in Y)
เปลี่ยน y เป็น i แล้วค่อยเติม -er หรือ -est (แม้จะมี 2 พยางค์ก็ตาม)
- Happy $\rightarrow$ Happier $\rightarrow$ The Happiest (มีความสุข)
- Easy $\rightarrow$ Easier $\rightarrow$ The Easiest (ง่าย)
- Heavy $\rightarrow$ Heavier $\rightarrow$ The Heaviest (หนัก)
กฎข้อที่ 4: คำ 2 พยางค์ขึ้นไป หรือคำยาวๆ (Long Adjectives)
ห้ามเติม -er/-est ให้ใช้ more (ขั้นกว่า) และ the most (ขั้นสุด) นำหน้า
- Expensive $\rightarrow$ More expensive $\rightarrow$ The most expensive (แพง)
- Beautiful $\rightarrow$ More beautiful $\rightarrow$ The most beautiful (สวย)
- Important $\rightarrow$ More important $\rightarrow$ The most important (สำคัญ)
กฎข้อที่ 5: กลุ่มเปลี่ยนรูป (Irregular Adjectives)
กลุ่มนี้ “ดื้อ” ครับ ไม่ตามกฎใดๆ เลย ต้องท่องจำเท่านั้น!
- Good (ดี) $\rightarrow$ Better (ดีกว่า) $\rightarrow$ The Best (ดีที่สุด)
- Bad (แย่) $\rightarrow$ Worse (แย่กว่า) $\rightarrow$ The Worst (แย่ที่สุด)
- Far (ไกล) $\rightarrow$ Farther / Further (ไกลกว่า) $\rightarrow$ The Farthest / Furthest (ไกลที่สุด)
ตาราง: สรุป Comparison ขั้นกว่า ขั้นสุด (Reference Table)
ลองดูตารางนี้เพื่อทบทวนความเข้าใจครับ (เซฟเก็บไว้ดูตอนสอบได้เลย!)
| คำศัพท์ (Adjective) | Comparative (ขั้นกว่า: …กว่า) | Superlative (ขั้นสุด: …ที่สุด) | กฎที่ใช้ (Rule) |
| Small (เล็ก) | Smaller | The Smallest | พยางค์เดียวทั่วไป |
| Sad (เศร้า) | Sadder | The Saddest | สระสั้น ตัวสะกดเดียว (เบิ้ล) |
| Busy (ยุ่ง) | Busier | The Busiest | ลงท้ายด้วย y |
| Famous (มีชื่อเสียง) | More famous | The most famous | 2 พยางค์ขึ้นไป |
| Dangerous (อันตราย) | More dangerous | The most dangerous | 3 พยางค์ (คำยาว) |
| Little (น้อย) | Less | The Least | เปลี่ยนรูป (Irregular) |
| Much / Many (มาก) | More | The Most | เปลี่ยนรูป (Irregular) |
เทคนิคการใช้และข้อควรระวัง (Usage Tips)
- ห้ามเบิ้ล (No Double Comparatives):
- ❌ He is more taller than me. (ผิด! ใช้ more ซ้อนกับ -er ไม่ได้)
- ✅ He is taller than me. (ถูก)
- Than vs. Then:
- Than (แดน): ใช้เปรียบเทียบ (More than)
- Then (เด็น): ใช้บอกเวลา/ลำดับ (After that / Next)
- ระวังเขียนผิดนะครับ ออกเสียงคล้ายกันแต่ความหมายคนละเรื่องเลย
- Farther vs. Further:
- Farther: ใช้กับ ระยะทาง จริงๆ (My house is farther.)
- Further: ใช้กับ นามธรรม หรือแปลว่า “เพิ่มเติม” (Any further questions? – มีคำถามเพิ่มเติมไหม?)
ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com
สแปมอีเมลพุ่ง ‘แคสเปอร์สกี้’ พบไฟล์แนบอันตรายทะลุ 144 ล้านไฟล์

- แคสเปอร์สกี้เผย ปี 2025 พบไฟล์แนบอีเมลที่เป็นอันตรายและไม่พึงประสงค์มากกว่า 144 ล้านไฟล์ เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2024
- ข้อมูลระบุว่าเกือบครึ่งหนึ่ง (44.99%) ของอีเมลที่ส่งทั่วโลกในปี 2025 เป็นสแปม ซึ่งรวมถึงภัยคุกคามต่างๆ เช่น ฟิชชิงและมัลแวร์
- ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นพื้นที่ที่มีการตรวจจับไวรัสทางอีเมลมากที่สุด
- ประเทศจีนมีอัตราการพบไฟล์แนบอีเมลที่เป็นอันตรายสูงที่สุดในโลก
จากข้อมูลการวัดผลของ “แคสเปอร์สกี้” พบว่า ในปี 2025 อีเมลที่รับส่งทั่วโลกจำนวน 44.99% เป็นสแปม
ทั้งนี้ สแปมไม่ได้หมายถึงเฉพาะอีเมลที่ไม่พึงประสงค์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงภัยคุกคามทางอีเมลต่างๆ เช่น การหลอกลวง การฟิชชิง และมัลแวร์
สถิติระบุว่า ในปี 2025 ผู้ใช้รายบุคคลและผู้ใช้องค์กรพบไฟล์แนบอีเมลที่เป็นอันตรายและอาจเป็นไฟล์แนบไม่พึงประสงค์มากกว่า 144 ล้านไฟล์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปี 2024
โดยภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกมีสัดส่วนการตรวจจับไวรัสอีเมลมากที่สุด คิดเป็น 30% ตามมาด้วยยุโรป (21%) ถัดมาคือละตินอเมริกา (16%) และตะวันออกกลาง (15%) รัสเซียและกลุ่มประเทศ CIS (12%) และแอฟริกา (6%)
ทั้งนี้ จีนมีอัตราการพบไฟล์แนบอีเมลที่เป็นอันตรายและไม่พึงประสงค์สูงที่สุด โดยมีสัดส่วนการตรวจจับโดยโปรแกรมป้องกันไวรัสในอีเมลสูงถึง 14% รัสเซียอยู่ในอันดับที่สอง (11%) ตามด้วยเม็กซิโก (8%) สเปน (8%) และตุรกี (5%)
การตรวจจับโดยโปรแกรมป้องกันไวรัสในอีเมลมีจำนวนสูงสุดในเดือนมิถุนายน กรกฎาคม และพฤศจิกายน
แนวโน้มสำคัญ ‘อีเมลสแปมและฟิชชิง’
การวิเคราะห์ประจำปีของแคสเปอร์สกี้ระบุแนวโน้มหลายประการในภูมิทัศน์ภัยคุกคามจากอีเมลสแปมและฟิชชิง ซึ่งคาดว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงปี 2026 ดังนี้
การผสมผสานช่องทางการสื่อสารต่างๆ ผู้โจมตีล่อลวงผู้ใช้อีเมลให้เปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันส่งข้อความหรือโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ปลอม
ตัวอย่างเช่น อีเมลหลอกลวงเกี่ยวกับการลงทุนอาจนำเหยื่อไปยังเว็บไซต์ปลอม ซึ่งเหยื่อจะระบุข้อมูลติดต่อ จากนั้นอาชญากรไซเบอร์จะโทรติดตามผล
การใช้เทคนิคการหลบเลี่ยงที่หลากหลายในอีเมลฟิชชิงและอีเมลที่เป็นอันตราย ผู้คุกคามมักพยายามปลอมแปลง URL ฟิชชิง ตัวอย่างเช่น ด้วยความช่วยเหลือจากบริการป้องกันลิงก์และคิวอาร์โค้ด
คิวอาร์โค้ดเหล่านี้มักฝังอยู่ในเนื้อหาอีเมลโดยตรงหรือในไฟล์แนบ PDF ซึ่งไม่เพียงแต่ซ่อนลิงก์ฟิชชิงเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นให้ผู้ใช้สแกนด้วยโมบายดีไวซ์ ซึ่งอาจเป็นช่องโหว่ของมาตรการรักษาความปลอดภัยที่อ่อนแอกว่าพีซีขององค์กร
การส่งอีเมลโดยใช้แพลตฟอร์มถูกต้องที่หลากหลาย ตัวอย่างเช่น ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ค้นพบกลยุทธ์การฉ้อโกงที่ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติการสร้างองค์กรและการเชิญทีมของ OpenAI เพื่อส่งอีเมลสแปมจากที่อยู่ OpenAI ที่ถูกต้อง ซึ่งอาจหลอกลวงผู้ใช้ให้คลิกลิงก์หลอกลวงหรือโทรไปยังหมายเลขโทรศัพท์ปลอม
นอกจากนี้ กลโกงฟิชชิงที่ส่งการแจ้งเตือนปฏิทินปลอม ซึ่งมีต้นกำเนิดในช่วงปลายทศวรรษ 2010 ได้กลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งเมื่อปีที่แล้ว โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ในองค์กร
การพัฒนาเทคนิคในการโจมตีแบบ Business Email Compromise (BEC) ในปี 2025 ผู้โจมตีพยายามทำให้การหลอกลวงดูน่าเชื่อถือยิ่งขึ้นโดยการแทรกอีเมลส่งต่อปลอมเข้าไปในการติดต่อสื่อสาร อีเมลเหล่านี้ไม่มีส่วนหัวหรือหัวข้ออื่นๆ ทำให้ยากต่อการตรวจสอบความถูกต้องภายในอีเมล
โรมัน เดเดน็อก ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันสแปม แคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า ไม่ควรประมาทการโจมตีแบบฟิชชิงทางอีเมล รายงานของแคสเปอร์สกี้เผยให้เห็นว่า การโจมตีทางธุรกิจหนึ่งในสิบครั้งเริ่มต้นด้วยการโจมตีแบบฟิชชิง โดยมีสัดส่วนที่สำคัญเป็นการโจมตีแบบ APT
ในปี 2025 เราพบว่าการโจมตีทางอีเมลแบบกำหนดเป้าหมายมีความซับซ้อนมากขึ้น แม้แต่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็ถูกสร้างอย่างพิถีพิถันในแคมเปญที่เป็นอันตรายเหล่านี้
รวมถึงการสร้างแอดเดรสผู้ส่งและการปรับแต่งเนื้อหาให้เข้ากับเหตุการณ์และกระบวนการทำงานขององค์กรจริง การนำ AI มาใช้ในเชิงพาณิชย์ได้เพิ่มภัยคุกคามนี้อย่างมาก ทำให้ผู้โจมตีสามารถสร้างข้อความฟิชชิงที่น่าเชื่อถือและเป็นส่วนตัวได้ในวงกว้าง ด้วยความพยายามเพียงเล็กน้อย โดยปรับโทน ภาษา และบริบทให้เข้ากับเป้าหมายเฉพาะโดยอัตโนมัติ
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
หากเรากิน “ไข่วันละฟอง” เปิดผลวิจัย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?

มหัศจรรย์ “ไข่วันละฟอง” แหล่งโปรตีนถูกและดี วิจัยยืนยันช่วยลดเสี่ยง 3 โรคร้าย ส่งเสริมสุขภาพให้อายุยืนยาว
ไข่ไก่ถือเป็นอาหารที่หาซื้อง่าย ราคาประหยัด และรับประทานสะดวก แต่คุณค่าทางโภชนาการนั้นกลับสูงเกินราคา เพราะอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพดี เลซิติน รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ล่าสุดมีงานวิจัยระบุว่าการรับประทานไข่ในปริมาณที่เหมาะสมในแต่ละสัปดาห์ มีส่วนช่วยส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงและช่วยให้อายุยืนยาวขึ้นได้
ข้อมูลจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nutrients เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2025 ระบุว่า การรับประทานไข่ไก่ 1–6 ฟองต่อสัปดาห์ มีส่วนช่วยยืดอายุของผู้สูงอายุและลดความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้อย่างมีนัยสำคัญ
สถิติที่น่าสนใจจากการบริโภคไข่
จากการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มผู้ที่รับประทานไข่และไม่รับประทานไข่ พบผลลัพธ์ที่น่าทึ่งดังนี้:
- กลุ่มที่กินไข่ 1–6 ฟองต่อสัปดาห์: มีความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจลดลงร้อยละ 29 และลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุลงร้อยละ 15
- กลุ่มที่มีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ: หากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ยังคงสามารถลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึงร้อยละ 27
นอกจากนี้ ทีมวิจัยจาก มหาวิทยาลัยบอสตัน (Boston University) สหรัฐอเมริกา ยังได้เผยแพร่ผลการศึกษาในวารสาร Nutrients เมื่อปี 2023 ว่าการรับประทานไข่ตั้งแต่ 5 ฟองขึ้นไปต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานประเภทที่ 2 ได้ร้อยละ 28 และลดความเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ 32

ปริมาณไข่ที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล
ตามคำแนะนำของ คู่มืออาหารสำหรับชาวจีน (Dietary Guidelines for Chinese Residents 2022) ระบุว่าโดยปกติแล้วผู้ใหญ่ควรบริโภคไข่ประมาณ 300–350 กรัมต่อสัปดาห์ ซึ่งสำหรับคนสุขภาพดีทั่วไป การรับประทานไข่ทั้งฟองวันละ 1 ฟอง ถือเป็นปริมาณที่เหมาะสมอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม มีข้อแนะนำสำหรับกลุ่มเฉพาะดังนี้:
- กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและไขมันสูง: ผู้ที่มีภาวะคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจหลอดเลือด หรือกลุ่มเสี่ยงสูง ไม่จำเป็นต้องเลิกกินไข่โดยเด็ดขาด แต่ควรจำกัดปริมาณให้อยู่ที่ประมาณ 1 ฟอง วันเว้นวัน
- ผู้ป่วยระยะพักฟื้น: ในกรณีที่ได้รับโปรตีนจากเนื้อสัตว์อื่นไม่เพียงพอ สามารถรับประทานไข่ได้วันละ 1–2 ฟอง
- กลุ่มที่ต้องการพลังงานและโปรตีนสูง: เด็กและวัยรุ่นในวัยเจริญเติบโต หญิงตั้งครรภ์ หญิงให้นมบุตร และผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ สามารถรับประทานไข่ได้วันละ 1–2 ฟอง
วิธีประกอบอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีที่สุด
การเลือกวิธีปรุงไข่ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนและย่อยง่าย นักโภชนาการแนะนำวิธีการปรุงดังนี้:
- ไข่ต้ม: เป็นวิธีที่ดีที่สุดเพราะรสชาติเข้มข้นพอดี ไม่ต้องเติมน้ำมันหรือเกลือเพิ่ม ทำให้รักษาคุณค่าทางโภชนาการไว้ได้ครบถ้วนและร่างกายดูดซึมได้ง่าย
- ไข่ตุ๋น หรือ แกงจืดไข่: เป็นทางเลือกที่ดีรองลงมาสำหรับการเปลี่ยนรสชาติ
- ไข่ดาวน้ำ (Poached Egg): ช่วยเลี่ยงการใช้น้ำมันจากการทอดได้เป็นอย่างดี
การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินด้วยการเพิ่มไข่ไก่ในปริมาณที่พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการรับประทานผัก ผลไม้ และธัญพืช จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีอายุที่ยืนยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 16/2/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 73,350.00 | 73,550.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,742.00 | 71,888.72 | 74,350.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,267.80 | 64,699.85 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,793.60 | 57,510.98 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,133.90 | 32,349.92 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,659.70 | 25,161.05 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,913.99 | 74,496.09 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 16/2/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 30.85 | 30.85 | 31.35 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 30.48 | 30.48 | 30.78 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 28.64 | 28.64 | 28.94 | 28.64 | – | 28.64 | 28.64 | 28.64 | 28.64 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 26.59 | 26.59 | – | – | – | – | – | – | 26.59 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 40.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 40.04 |
| เบนซิน 95 | 39.14 | – | – | 49.51 | – | 39.64 | 39.29 | – | 39.14 |
| ดีเซล | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.44 | 45.64 | 49.84 | 45.64 | – | – | – | – | 43.44 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |







