‘LPN’ พลิกเกมผุดโมเดลดึงนักลงทุนขายห้องพร้อมผู้เช่าระบายสต็อก

ปัจจัยเสี่ยงบีบอสังหาฯ พลิกเกมคิดใหม่! ‘LPN’ ผุดโมเดลดึงนักลงทุนผุดโมเดล “Investor Program” ขายห้องพร้อมผู้เช่า สร้างผลตอบแทนตั้งแต่วันโอน ช่วยระบายสต็อก
ในจังหวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวังท่ามกลางแรงกดดันเศรษฐกิจ แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ เลือก “ตั้งเกมรับ” มากกว่ารุก วางยุทธศาสตร์ปี 2569 “Rebuild – Strengthening The Core” มุ่งสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน ปรับโครงสร้างรายได้ เน้นกระแสเงินสดระยะยาว และขยายฐานนักลงทุนรุ่นใหม่ผุดโมเดล “Investor Program” ขายห้องพร้อมผู้เช่า สร้างผลตอบแทนตั้งแต่วันโอน
ดารณี ฉัตรพิริยะพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN กล่าวว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังไม่ฟื้นตัวเต็มศักยภาพ ปัจจัยลบจากหนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง กำลังซื้อเปราะบาง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันภาคอสังหาฯ
สำหรับ LPN สถานการณ์ดังกล่าวไม่ใช่จังหวะของการเร่งขยายโครงการ แต่เป็น “ช่วงเปลี่ยนผ่าน” ที่ต้องกลับมาทบทวนโครงสร้างธุรกิจจริงจัง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้พร้อมรับความผันผวน สะท้อนมุมมองว่า ปี 2569 คือ “ปีแห่งการสร้างฐาน” มากกว่าการไล่ล่าการเติบโตระยะสั้น โดยเลือกใช้ความรอบคอบเป็นตัวนำเกมธุรกิจ
“Rebuild” ยุทธศาสตร์ตั้งหลักสู่ความยั่งยืน
LPN วางหมากองค์กรใหม่ผ่านกลยุทธ์ “Rebuild – Strengthening The Core” ที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งจากแกนหลัก 3 ด้าน เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความมั่นคง 1.เสริมแกร่งสินค้า ปรับดีไซน์ เจาะดีมานด์เฉพาะ แกนแรก ยกระดับ “Product Core” ผ่านการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยปี 2569 เตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 4,500 ล้านบาท ครอบคลุมบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม และคอนโดมิเนียมง Low Rise และ High Rise บนทำเลศักยภาพ
จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ “แนวคิดการออกแบบ” ที่ปรับให้ทันสมัยมากขึ้น เน้นฟังก์ชันที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์เฉพาะกลุ่มในแต่ละพื้นที่ ภายใต้แนวคิด “LPN น่าอยู่” ที่ยังคงจุดแข็งเรื่องความคุ้มค่า พร้อมกันนี้ โครงการที่อยู่ระหว่างส่งมอบในปี 2569 ยังสะท้อนทิศทางดีไซน์ใหม่ของแบรนด์ ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงการปรับตัวเชิงคุณภาพมากกว่าการแข่งขันด้านปริมาณ
2.สร้างรายได้ประจำ ปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ แกนที่สอง “Business Core” ถือเป็นหัวใจของการปรับโมเดลธุรกิจครั้งนี้ LPN เดินหน้าสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ผ่านการต่อยอดธุรกิจบริการบริหารโครงการแบบครบวงจร (Integrated Property Services) โดยมีบริษัทในเครือเป็นกำลังสำคัญในการดูแลหลังการขาย ตั้งแต่งานวิศวกรรม ระบบรักษาความปลอดภัย ไปจนถึงงานบริการภายในโครงการ
“โมเดลดังกล่าวไม่เพียงสร้างความพึงพอใจให้ลูกบ้าน แต่ยังแปลงเป็นกระแสรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว บริษัทยังมีพอร์ตปล่อยเช่ากว่า 2,000 ยูนิต มีอัตราเช่าเกือบเต็ม 100% กลายเป็นเครื่องยนต์รายได้สำคัญในช่วงที่ตลาดซื้อขายชะลอตัว”
อีกหนึ่งไฮไลต์คือการผลักดัน “Investor Program” โมเดลขายห้องพร้อมผู้เช่า ที่เปิดโอกาสให้นักลงทุนรับผลตอบแทนทันทีตั้งแต่วันโอน ตอบโจทย์นักลงทุนรุ่นใหม่ที่มองหาการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและสร้างกระแสเงินสดได้จริง กลยุทธ์นี้สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้ขายอสังหาฯ” ไปสู่ “ผู้สร้างระบบนิเวศการอยู่อาศัยและการลงทุน”
3.คุมการเงินเข้ม เสริมเสถียรภาพองค์กร แกนสุดท้าย “Financial Core” รักษาวินัยทางการเงินอย่างเคร่งครัด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา LPN ลดภาระหนี้อย่างต่อเนื่อง จากกว่า 12,000 ล้านบาท เหลือไม่ถึง 10,000 ล้านบาท
ตั้งเป้าลดลงต่ำกว่า 9,000 ล้านบาทในปี 2569 การควบคุมอัตราหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับเหมาะสม ช่วยเสริมสภาพคล่องและลดความเสี่ยงในภาวะตลาดผันผวน นอกจากนี้ บริษัทยังรักษานโยบายจ่ายเงินปันผลสม่ำเสมอระดับ 5-6% ต่อปี สะท้อนความแข็งแกร่งของกระแสเงินสด สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
“แม้เน้นตั้งรับ แต่ LPN ยังเดินหน้าเปิดโครงการใหม่ต่อเนื่อง ควบคู่เร่งระบายสินค้าคงเหลือผ่านหลากหลายช่องทาง ทั้งเอเย่นต์และแพลตฟอร์มการลงทุนกลยุทธ์ ‘ขาย+เช่า+ลงทุน’ ถูกนำมาใช้ผสมผสาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ที่มีอยู่”
ขณะเดียวกัน Backlog ที่มีอยู่ยังช่วยรองรับการรับรู้รายได้ในช่วงปี 2569-2570 ทำให้กระแสรายได้ยังคงมีความต่อเนื่อง
ดอกเบี้ยขาลง ความหวังฟื้นกำลังซื้อ
อีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยประคองตลาดคือทิศทางดอกเบี้ย หลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต้นปี การลดต้นทุนทางการเงินส่งผลโดยตรงต่อผู้บริโภค ทำให้ภาระการผ่อนชำระลดลง เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ และอาจช่วยให้กำลังซื้อในตลาดอสังหาฯ ทยอยฟื้นตัว
LPN ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 7,600 ล้านบาท เติบโต 13% จากปีก่อน พร้อมเป้ายอดขาย 8,000 ล้านบาทสะท้อนความพยายาม “เติบโตอย่างระมัดระวัง” ภายใต้ข้อจำกัดของตลาด โดยสัดส่วนรายได้มาจากการขายอสังหาฯ และรายได้ประจำจากธุรกิจบริการและปล่อยเช่า ซึ่งมีบทบาทมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปีนี้นับเป็น “จุดตั้งต้นใหม่” ของการสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน เพื่อรอจังหวะกลับมาเร่งเกมอีกครั้ง เมื่อตลาดเอื้ออำนวย
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
พราว ปิดเกมลักชัวรี “รมย์ คอนแวนต์” ยอดพุ่ง 90%รับเทรนด์Wellness Living

พราว เร่งเครื่องปิดดีลโครงการ รมย์ คอนแวนต์ กวาดยอดขายทะลุ 90% ก่อนนับถอยหลังโอนกลางปี 2569 สะท้อนเทรนด์ “Wellness Living” ที่กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของตลาดบน
ลักชัวรีใจกลางเมือง “ของหายาก” ที่ยังขายได้
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ถูกคัดกรองด้วยกำลังซื้อจริง เซ็กเมนต์ลักชัวรีย่านศูนย์กลางธุรกิจอย่างสีลม–สาทรยังคงยืนระยะได้แข็งแรง โดยเฉพาะโครงการแบบ Freehold ที่มีซัพพลายจำกัด
โครงการ”รมย์ คอนแวนต์”กลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญ เมื่อสามารถปิดยอดขายได้กว่า 90% โดยมีสัดส่วนลูกค้าไทย 75% และต่างชาติ 25% สะท้อนดีมานด์ที่ไม่ได้พึ่งพาตลาดใดตลาดหนึ่ง แต่ขับเคลื่อนด้วย “ความต้องการอยู่อาศัยจริง” ผสานมิติการลงทุนระยะยาว
ทำเล + วิว + เวลเนส = สูตรสำเร็จ
พราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร บริษัท พราว เรียล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD ระบุว่าจุดแข็งของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่ทำเล “หายาก” ในซอยคอนแวนต์ แต่ต่อยอดด้วย “คุณภาพมุมมอง” ที่แตกต่างทั้งวิวมหานครฝั่งสีลม และพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินีฝั่งสาทรขณะเดียวกัน แนวคิด Wellness Residence ถูกยกระดับจากเพียงฟังก์ชันเสริม สู่ “แกนหลัก” ของการออกแบบ ผ่านมาตรฐาน Fitwel และความร่วมมือกับ โรงพยาบาล BNH รวมถึง BDMS ที่เติมเต็มบริการสุขภาพเชิงลึกนี่คือการเปลี่ยนสมการของอสังหาฯ จาก “ทำเลนำ” สู่ “คุณภาพชีวิตนำ” อย่างชัดเจน
เกมของนักอยู่จริงและนักลงทุน
การเตรียมโอนในเดือนมิถุนายน 2569 ไม่ได้เป็นเพียงหมุดหมายด้านก่อสร้าง แต่คือ “จุดเปลี่ยนราคา” ที่นักลงทุนจับตา โดยเฉพาะสินทรัพย์ลักชัวรี Freehold ใน CBD ที่มีแนวโน้มสร้าง Capital Gain ทันทีหลังโอน
ยูนิตไฮไลต์อย่าง Duplex Sky Penthouse และ Balcony Suite ถูกวางตำแหน่งเป็น “Rare Item” สำหรับผู้ซื้อปลายทางทั้งกลุ่มอยู่อาศัยจริงที่มองหาความเป็นส่วนตัวสูง และนักลงทุนที่ต้องการสินทรัพย์พร้อมปล่อยเช่า
“ALL IS WELL” ยุทธศาสตร์ปั้นแบรนด์ในตลาดบน
ความสำเร็จของโครงการนี้ ตอกย้ำแนวทางของ PROUD ในการสร้างแบรนด์ผ่านแนวคิด “ALL IS WELL” ที่ไม่ได้ขายเพียงที่อยู่อาศัย แต่ขาย “คุณภาพชีวิตระยะยาว”
ในวันที่ผู้บริโภคระดับบนไม่ได้ตัดสินใจจากราคาเพียงอย่างเดียว แต่ให้คุณค่ากับสุขภาวะ ความเป็นส่วนตัว และบริการหลังการขาย โครงการอย่าง รมย์ คอนแวนต์ จึงไม่ใช่แค่คอนโดมิเนียม แต่คือ “สินทรัพย์ไลฟ์สไตล์” ที่ตอบโจทย์อนาคตและในสมรภูมิที่ผู้เล่นลดลง แต่ความคาดหวังเพิ่มขึ้นผู้ชนะ อาจไม่ใช่ผู้ที่สร้างได้มากที่สุด แต่คือผู้ที่ “เข้าใจชีวิต” ของลูกค้าได้ลึกที่สุด
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 24 มี.ค.69 ‘แข็งค่า’ สหรัฐชะลอโจมตีอิหร่าน

- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าขึ้นมากที่ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 33.04 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยหลักมาจากการที่สหรัฐฯ สั่งชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ทำให้นักลงทุนในตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
- การคลายความกังวลดังกล่าวส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลัก
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นมาก” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.80 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง จนเกือบเข้าใกล้โซนแนวรับสำคัญ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นการแข็งค่าขึ้นมากกว่ากรอบล่างที่เราได้ประเมินไว้สำหรับทั้งสัปดาห์ อีกทั้งเงินบาทยังผันผวนในกรอบที่กว้างกว่าปกติ สะท้อนถึงภาวะความผันผวนสูงของเงินบาทในระยะนี้ (แกว่งตัวในกรอบ 32.10-33.06 บาทต่อดอลลาร์) หลังประธานาธิบดี Donald Trump ได้ระบุผ่าน Truth Social ว่า ได้สั่งให้กองทัพสหรัฐฯ ชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หลังใกล้ครบกำหนดเส้นตาย 48 ชั่วโมง ที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้า (หากอิหร่านไม่ยอมเปิดช่องแคบ Hormuz) โดยประธานาธิบดี Donald Trump ได้กล่าวอีกว่า การเลื่อนการโจมตีดังกล่าว เป็นผลจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น

ทว่า ฝั่งทางการอิหร่านได้ออกมาระบุว่า ยังไม่ได้มีการเจรจาแต่อย่างใดกับทางฝั่งสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ภาพดังกล่าวได้ทำให้ ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง สะท้อนผ่านการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของบรรดาธนาคารกลางหลักลง ส่งผลให้ เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ตามการแข็งค่าขึ้นของบรรดาสกุลเงินหลัก ส่วน ราคาทองคำ (XAUUSD) สามารถทยอยปรับตัวสูงขึ้นเหลือโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้ หลังปรับตัวลงรุนแรงในช่วงระหว่างวัน อนึ่ง ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่สูงอยู่
กอปรกับการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาดบางส่วน ทำให้การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ และการรีบาวด์ขึ้นของราคาทองคำได้ชะลอลง กดดันให้ เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลง ทดสอบโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ อีกครั้ง
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง หลังผู้เล่นในตลาดมีความหวังมากขึ้นว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลงได้บ้าง ตามการสั่งชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน โดยประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ ซึ่งภาพดังกล่าว ได้หนุนการรีบาวด์ขึ้นแรงของบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ โดยเฉพาะ Tesla +3.5%, Amazon +2.3% ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +1.15% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +1.38%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป พลิกกลับมารีบาวด์ขึ้น +0.61% หลังผู้เล่นในตลาดมีความหวังว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลงได้ หากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน (หากเกิดขึ้นจริง) มีพัฒนาการที่ดีขึ้นต่อเนื่อง ตามการสั่งเลื่อนการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านจากประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐฯ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปเผชิญแรงกดดันบ้าง ตามการปรับตัวลงแรงของบรรดาหุ้นกลุ่มพลังงาน อาทิ BP -4.2%, Shell -2.0% หลังราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหนัก ตามท่าทีของผู้เล่นในตลาดที่ทยอยคลายกังวลสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.35% หลังผู้เล่นในตลาดทยอยคลายกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง ซึ่งทำให้ ราคาน้ำมันดิบพลิกกลับมาปรับตัวลดลง และช่วยทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า FED อาจคงดอกเบี้ยในปีนี้ จากก่อนหน้า มองว่า FED มีโอกาสราว 40% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้ 1 ครั้ง ในปีนี้ อย่างไรก็ดี เรามองว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ การเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์เสี่ยงผันผวนสูงเช่นกัน โดยบอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลกยังมีความเสี่ยงปรับตัวสูงขึ้นบ้าง หากสถานการณ์กลับมาทวีความรุนแรงมากขึ้นและเสี่ยงยืดเยื้อกว่าคาด
ทั้งนี้ เราคงมองว่า การปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้บอนด์ระยะยาว อย่าง บอนด์ 10 ปี ในหลายประเทศมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยเฉพาะหากมองว่า แม้ในกรณีที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้นและยืดเยื้อกว่าคาด หนุนให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นและอยู่ในระดับสูงได้นาน จนบรรดาธนาคารกลางหลักต่างคงดอกเบี้ยได้นานขึ้น หรือ ขึ้นดอกเบี้ย แต่ภาพดังกล่าวอาจนำไปสู่ภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจ และอาจเพิ่มความเสี่ยงที่จะกดดันเศรษฐกิจมากเกินไป หรือ เกิด Policy Mistake จนทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวลงหนัก เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ทำให้ เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ และไทย อาทิ โซน 4.25% ขึ้นไป สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และ เหนือโซน 1.90%-2.00% สำหรับ บอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย (โซนดังกล่าว สอดคล้องกับการประเมินระดับบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และไทย ที่เหมาะสม จากโมเดล Adrian, Crump, and Moench หรือ โมเดล ACM )
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงต่อเนื่อง หลังผู้เล่นในตลาดเริ่มคลายกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางลงบ้าง สะท้อนจากราคาน้ำมันดิบที่ทยอยปรับตัวลดลง โดยการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ได้สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ขณะเดียวกัน บรรดาสกุลเงินหลัก ต่างสามารถรีบาวด์แข็งค่าขึ้นได้บ้าง ตามความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ลดลง ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงสู่โซน 99.3 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY อีกครั้ง แกว่งตัวแถวโซน 98.9-100.2 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่าบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะพลิกกลับมาเปิดรับความเสี่ยง ตามความกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ลดลงบ้าง ทว่า มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ต่างปรับลดความคาดหวังต่อการใช้นโยบายการเงินที่ตึงตัวและเข้มงวดของบรรดาธนาคารกลางหลัก กอปรกับการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) สามารถรีบาวด์สูงขึ้น สู่โซน 4,400-4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ในฝั่งไทยผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดการส่งออกและนำเข้า (Exports & Imports) ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอาจยังคงสะท้อนการขยายตัวต่อเนื่องของการค้าระหว่างประเทศของไทยอยู่ โดยเฉพาะในส่วนของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor
ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ ภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนมีนาคม ของอังกฤษ และยูโรโซน เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก ทั้ง BOE และ ECB
ทางฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี S&P PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนมีนาคม เช่นเดียวกันกับฝั่งยุโรป นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานข้อมูลการจ้างงานภาคเอกชน รายสัปดาห์ โดย ADP รวมถึง รายงานดัชนีภาคธุรกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ พร้อมทั้งรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง (ทำให้การประเมินแนวโน้มของตลาดการเงิน ควรมองเป็น Scenario Analysis ตามที่เราได้วิเคราะห์แต่ละ Scenario ในสัปดาห์ก่อนหน้า)
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ฟังไม่ผิด! “รูนีย์” ยก “แข้งลิเวอร์พูล” เหนือ “สโคลส์” สารภาพอยากให้ย้ายมาเล่นที่แมนยู

เวย์น รูนีย์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ผันตัวมาเป็นนักวิเคราะห์เกมลูกหนังในปัจจุบันได้เปิดประเด็นถึงผู้เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
โดย อดีตดาวยิงวัย 40 ปี ได้จัดรายการ The Wayne Rooney Show ทางช่อง BBC Sport ก่อนชี้เป้าให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล คือกองกลางที่ครบเครื่องมากที่สุดในวงการลูกหนังอังกฤษ
นอกจากนี้เจ้าตัวที่เคยค้าแข้งกับ “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด ยังเผยด้วยว่าเคยอยากให้ “อดีตกองกลางหงส์แดง” ย้ายมาเล่นด้วยกันในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด
“มิดฟิลด์ที่ครอบเครื่องที่สุดต้องยกให้ สตีเวน เจอร์ราร์ด เขามีคุณสมบัติทุกอย่างที่ผู้เล่นตำแหน่งกองกลางควรมี พละกำลัง เทคนิค และความสามารถในการพลิกเกม”
“เขามีความสามารถในการเข้าสกัด ทำประตู ควบคุมเกม และจ่ายบอลยาว เขาเหนือกว่าผู้เล่นรุ่นเดียวกันอย่าง พอล สโคลส์, ไมเคิล คาร์ริค, ปาทริค วิเอรา และ แฟรงค์ แลมพาร์ด”
“แน่นอนผมยอมรับเลยว่าตอนนั้นผมอยากให้เขาย้ายมาเล่นที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มากๆ” อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ พูดในรายการของตัวเอง
สำหรับ สตีเวน เจอร์ราร์ด ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่ได้รับการยกย่องว่ามีฝีเท้าดีรายหนึ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าตัวไม่เคยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2004-05
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน “ไขมันพอกตับ” ภัยเงียบแม้ไม่อ้วนก็เสี่ยงสูง!

เช็กด่วน! 5 สัญญาณเตือน “ไขมันพอกตับ” ภัยเงียบคนชอบของทอด แม้ไม่อ้วนก็เสี่ยงสูง!
หลายคนเข้าใจผิดว่า “ไขมันพอกตับ” (NAFLD หรือ MASLD) จะเกิดเฉพาะคนอ้วนหรือน้ำหนักเกินเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว คนที่ “ผอมแต่มีพุง” (อ้วนลงพุง) หรือมีพฤติกรรมชอบกินของทอด ของหวาน แป้งขัดขาว ดื่มหวานบ่อย ก็เสี่ยงสูงไม่แพ้กัน เพราะไขมันส่วนเกินจะสะสมในตับ จนอาจอักเสบ ลุกลามเป็นตับแข็ง หรือมะเร็งตับได้ในอนาคต
สำคัญมาก: โรคนี้ในระยะแรก มักไม่มีอาการเลย (ภัยเงียบตัวจริง!) ส่วนใหญ่ตรวจพบจากตรวจสุขภาพประจำปีเท่านั้น อาการที่เจอจึงไม่เฉพาะเจาะจง อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ด้วย ถ้ามีอาการเหล่านี้ อย่าชะล่าใจ ควรไปตรวจกับแพทย์ทันที
ลองเช็กตัวเองดูว่ามี 5 สัญญาณเตือนเหล่านี้หรือไม่?
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกเหนื่อยง่ายผิดปกติ แม้พักผ่อนพอแล้ว เพราะตับทำงานหนัก ส่งผลต่อระบบเผาผลาญพลังงาน (อาการนี้พบบ่อยที่สุด)
- แน่นท้อง ท้องอืดบ่อย มักแน่นท้อง อาหารไม่ย่อย โดยเฉพาะหลังกินมื้อหนักหรืออาหารมันสูง (อาจเกิดร่วมกับระบบย่อยผิดปกติ)
- ปวดหน่วงหรืออึดอัดบริเวณชายโครงขวา ตับอยู่ใต้ชายโครงด้านขวา เมื่อไขมันสะสมมาก ตับอาจโตขึ้น ทำให้รู้สึกตึง แน่น หรือปวดเสียวหน่วง ๆ (อาการคลาสสิกที่หลายคนเจอ)
- เบื่ออาหาร คลื่นไส้ ในระยะที่ตับเริ่มอักเสบ ความอยากอาหารลดลง รู้สึกพะอืดพะอมหรือคลื่นไส้ได้ง่าย
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) หากปล่อยไว้นานจนตับเสียหายรุนแรง อาจมีอาการดีซ่าน (ตาขาว/ผิวเหลือง ผิวหมองคล้ำ) ซึ่งเป็นสัญญาณระยะรุนแรง ต้องรีบพบแพทย์ด่วน!
เคล็ดลับลดความเสี่ยง “ไขมันพอกตับ” (ทำได้จริงและมีผลดีที่สุด)
- เลี่ยงของทอด/ของมัน → เปลี่ยนมาทำอาหารแบบต้ม นึ่ง ย่าง หรือผัดน้อยน้ำมันแทน
- ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว → น้ำตาลส่วนเกิน (โดยเฉพาะน้ำอัดลม ของหวาน) คือตัวการหลักที่ตับเปลี่ยนเป็นไขมันสะสม
- ออกกำลังกายสม่ำเสมอ → อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ (เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน) ช่วยดึงไขมันในตับออกมาใช้เป็นพลังงานได้ดีจริง
- ตรวจสุขภาพประจำปี → เช็กค่าตับ (AST, ALT), น้ำตาล/ไขมันในเลือด หรืออัลตราซาวด์ช่องท้อง จะช่วยจับได้ตั้งแต่ระยะแรกก่อนอาการแสดง
หมายเหตุสำคัญ: โรคไขมันพอกตับระยะแรก มัก “ไม่แสดงอาการ” เลย การตรวจสุขภาพจึงเป็นวิธีที่ดีและปลอดภัยที่สุดในการป้องกันและรักษาให้หายขาดก่อนลุกลาม ถ้ามีปัจจัยเสี่ยง (อ้วนลงพุง เบาหวาน ความดัน ไขมันเลือดสูง) อย่ารออาการ ไปตรวจเลยดีกว่า!
ข้อมูลอ้างอิงจาก: Mayo Clinic, Cleveland Clinic, โรงพยาบาลสมิติเวช, บำรุงราษฎร์, MedPark Hospital และแหล่งทางการแพทย์อื่น ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ซื้อของภาษาอังกฤษ อย่างไรให้โปร! รวมประโยคช้อปปิ้ง ต่อราคา และจ่ายเงินให้เป๊ะ

การไปเดินช้อปปิ้งละลายทรัพย์ถือเป็นกิจกรรมภาคบังคับเวลาเราไปเที่ยวต่างประเทศเลยใช่ไหมครับ แต่หลายครั้งเวลาเราเดินเข้าไปในร้านแล้วพนักงานฝรั่งปรี่เข้ามาทักทาย หลายคนมักจะเกิดอาการประหม่า ทำตัวไม่ถูก สุดท้ายก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า “No, thank you” ทั้งที่ในใจอยากจะถามหาไซส์เสื้อหรืออยากต่อราคาใจจะขาด
การ ซื้อของภาษาอังกฤษ (Shopping) ไม่ได้มีแค่การชี้ไปที่สินค้าแล้วถามว่า “How much?” เท่านั้นครับ แต่ยังรวมถึงการบอกความต้องการ การสอบถามเรื่องไซส์ การขอเปลี่ยนสินค้า และการชำระเงินในรูปแบบต่างๆ วันนี้ Engduo Thailand จะพาคุณมาติดอาวุธทางภาษา รวบรวมประโยคเด็ดที่สายช้อปต้องรู้ รับรองว่าทริปหน้าคุณจะช้อปปิ้งได้อย่างสนุกและได้ของถูกใจกลับมาแน่นอนครับ!
3 สเต็ป ซื้อของภาษาอังกฤษ ตั้งแต่เดินเข้าร้านจนถึงหน้าเคาน์เตอร์
เพื่อให้จำง่ายและนำไปใช้ได้ตามสถานการณ์จริง เรามาแบ่งขั้นตอนการช้อปปิ้งออกเป็น 3 สเต็ปหลักๆ ที่คุณต้องเจอแน่ๆ ครับ
สเต็ปที่ 1: เมื่อพนักงานเข้ามาทักทาย (Browsing & Greeting)
เวลาเราเดินเข้าร้าน พนักงานมักจะเข้ามาถามว่า “Can I help you?” (มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?) หรือ “Are you looking for anything in particular?” (กำลังมองหาสินค้าตัวไหนเป็นพิเศษไหมคะ?) เราสามารถตอบรับได้ดังนี้ครับ
ถ้าแค่เดินดูเฉยๆ: I am just looking, thank you. หรือ I am just browsing. (แค่ขอดูเฉยๆ ครับ ขอบคุณครับ)
ถ้ากำลังหาของอยู่: Yes, I am looking for a jacket. (ครับ ฉันกำลังหาเสื้อแจ็คเก็ตอยู่ครับ)
ถ้าหาของไม่เจอ: Could you tell me where the shoes are? (รบกวนบอกหน่อยได้ไหมครับว่าแผนกรองเท้าอยู่ตรงไหน?)
สเต็ปที่ 2: การสอบถามไซส์และขอลองเสื้อผ้า (Sizes & Fitting)
เมื่อได้ของที่ถูกใจแล้ว แต่ไซส์ยังไม่พอดี หรืออยากลองใส่ดูก่อน ให้ใช้ประโยคเหล่านี้ครับ
Do you have this in a smaller size? (คุณมีตัวนี้ไซส์เล็กกว่านี้ไหมครับ?)
Do you have this in medium? (คุณมีตัวนี้ไซส์ M ไหมครับ?)
Can I try this on? (ฉันขอลองตัวนี้ได้ไหมครับ?)
Where is the fitting room? (ห้องลองชุดอยู่ตรงไหนครับ?)
สเต็ปที่ 3: การชำระเงินและการต่อราคา (Paying & Bargaining)
เมื่อตกลงปลงใจจะซื้อ ก็ถึงเวลาไปจ่ายเงินครับ ถ้าไปซื้อของตามตลาดนัดหรือร้านค้าท้องถิ่น (Local markets) เราอาจจะลองต่อราคาดูได้ครับ
Where is the cashier? (แคชเชียร์อยู่ตรงไหนครับ?)
Do you take credit cards? (ที่นี่รับบัตรเครดิตไหมครับ?)
Can you give me a discount? (ลดราคาให้หน่อยได้ไหมครับ?)
Can you do a better price? (ให้ราคาดีกว่านี้ได้อีกไหมครับ?)
ตาราง: ประโยคถาม-ตอบเรื่องการเปลี่ยนและคืนสินค้า (Returns & Exchanges)
บางครั้งซื้อของมาแล้วเพิ่งพบว่ามีตำหนิ หรือใส่ไม่พอดี การจะนำของกลับไปเปลี่ยนที่ร้านต้องอาศัยการสื่อสารที่ชัดเจนครับ ตารางนี้รวบรวมประโยคเอาตัวรอดเวลาต้องนำของไปคืนหรือเปลี่ยนที่เคาน์เตอร์ครับ
| ความต้องการของคุณ (Your Request) | ประโยคภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ (English Phrase) | สิ่งที่พนักงานอาจจะถามกลับ (Shop Assistant) |
| ต้องการคืนสินค้าเพื่อรับเงินคืน | I would like to return this, please. | Do you have the receipt? (คุณมีใบเสร็จไหมคะ?) |
| ต้องการเปลี่ยนไซส์หรือสี | I would like to exchange this for a different size. | What size are you looking for? (คุณรับไซส์อะไรดีคะ?) |
| แจ้งว่าสินค้ามีตำหนิหรือชำรุด | There is a flaw in this item. / It is damaged. | Would you like a refund or an exchange? (คุณต้องการรับเงินคืนหรือเปลี่ยนชิ้นใหม่คะ?) |
| สินค้าใช้งานไม่ได้ (พวกเครื่องใช้ไฟฟ้า) | It does not work. | Let me check that for you. (เดี๋ยวฉันขอตรวจสอบให้ก่อนนะคะ) |
คำศัพท์บนป้ายเซลล์ (Sale Tags) ที่สายช้อปต้องรู้
เวลาเดินผ่านหน้าร้านแล้วเห็นป้ายสีแดงๆ อย่าเพิ่งพุ่งตัวเข้าไปครับ ลองสังเกตคำศัพท์เหล่านี้ดูก่อน จะได้ไม่พลาดเงื่อนไขของทางร้านครับ
Buy one get one free (BOGO): ซื้อ 1 แถม 1
Up to 50% off: ลดราคาสูงสุด 50% (แปลว่าไม่ได้ลดครึ่งราคาทุกชิ้นนะครับ อาจจะมีแค่บางชิ้นที่ลดถึง 50%)
Clearance sale: ลดล้างสต๊อก (มักจะเป็นสินค้าที่ตกรุ่นแล้ว และมักจะไม่รับเปลี่ยนคืนครับ)
Out of stock: สินค้าหมดชั่วคราว
Non-refundable: ไม่รับคืนเงินในทุกกรณี
คำถามที่พบบ่อย (FAQs)
- “จ่ายด้วยเงินสด” หรือ “จ่ายด้วยบัตร” พูดอย่างไร?เวลาชำระเงิน ให้จำบุพบทง่ายๆ ครับ ถ้าจ่ายด้วยเงินสดใช้คำว่า in cash เช่น I will pay in cash. แต่ถ้าจ่ายด้วยบัตรเครดิตจะใช้คำว่า by credit card เช่น I will pay by credit card. ครับ
- อยากถามว่า “ชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่” นอกจาก How much แล้วใช้อะไรได้บ้าง?นอกจาก How much is this? แล้ว คุณสามารถใช้ประโยคว่า What is the price of this item? (สินค้าราคาเท่าไหร่ครับ?) หรือ How much does it cost? (มันราคาเท่าไหร่ครับ?) ก็ได้เช่นกันครับ ฟังดูเป็นธรรมชาติและสุภาพมาก
- คำว่า Receipt กับ Invoice ต่างกันอย่างไร?Receipt (รี-ซีท) คือ “ใบเสร็จรับเงิน” ทั่วไปที่เราได้จากแคชเชียร์หลังจากจ่ายเงินเสร็จแล้วครับ ส่วน Invoice (อิน-วอยซ์) คือ “ใบแจ้งหนี้” หรือใบกำกับสินค้าที่มักใช้ในการซื้อขายระหว่างธุรกิจ ซึ่งจะมีการแจกแจงรายละเอียดและภาษีที่ชัดเจนกว่าครับ
- อยากบอกว่า “ของชิ้นนี้แพงเกินไป” พูดแบบสุภาพอย่างไร?การพูดว่า It is too expensive. ตรงๆ อาจจะฟังดูห้วนไปนิดนึงครับ ลองเปลี่ยนมาใช้คำว่า It is a bit over my budget. (มันค่อนข้างเกินงบที่ตั้งไว้ไปหน่อยครับ) หรือ It is slightly out of my price range. (มันเกินช่วงราคาที่ฉันสู้ไหวไปนิดนึงครับ) จะฟังดูถ่อมตัวและนุ่มนวลกว่าครับ
- คำว่า Fitting room กับ Changing room ต่างกันไหม?ความหมายเดียวกันเป๊ะเลยครับ แปลว่า “ห้องลองชุด” ทั้งคู่ เพียงแต่ Fitting room มักจะเป็นคำที่ชาวอเมริกันนิยมใช้ ในขณะที่ Changing room จะเป็นคำที่ชาวอังกฤษหรือฝั่งยุโรปคุ้นเคยมากกว่าครับ ใช้คำไหนพนักงานก็เข้าใจแน่นอนครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com
ปลอดภัยไว้ก่อน! Google เตรียมล็อก Sideloading ใหม่ ต้องรอ 24 ชม. ก่อนติดตั้ง เริ่ม ส.ค. นี้

ใครที่ใช้ Android และชอบลงแอปผ่านไฟล์ APK เตรียมตัวให้ดี เพราะ Google กำลังปรับระบบความปลอดภัยใหม่บน Android โดยจะบังคับให้ต้อง “รอ 24 ชั่วโมง” ก่อนติดตั้งแอปนอก Play Store เริ่มใช้จริงช่วง สิงหาคม 2569
เป้าหมายหลักคือป้องกันมิจฉาชีพที่หลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปอันตรายแบบเร่งด่วน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิธีโกงที่เจอบ่อยมากในช่วงหลัง

ติดตั้ง APK แบบใหม่ ต้องผ่าน 4 ขั้นตอน
ระบบใหม่ที่เรียกว่า Advanced Flow จะเพิ่มขั้นตอนก่อนติดตั้ง เพื่อให้ผู้ใช้ “คิดก่อนกด” มากขึ้น
- เปิด Developer Mode ก่อนใช้งาน
- ยืนยันว่าไม่ได้ถูกหลอก หรือบังคับติดตั้ง
- ต้องรอ 24 ชั่วโมง หลังเปิดใช้งานครั้งแรก
- ยืนยันตัวตน ด้วยสแกนนิ้ว/ใบหน้า หรือ PIN
แต่ข้อดีคือ ทำแค่ครั้งเดียว เครื่องจะจำค่าไว้ หรือจะเลือกเปิดสิทธิ์แบบชั่วคราว 7 วันก็ได้
ฝั่งนักพัฒนาก็โดนคุมเข้ม
นอกจากฝั่งผู้ใช้ Google ยังเพิ่มกฎสำหรับนักพัฒนาแอปด้วย
- ต้องยืนยันตัวตนกับ Google
- มีค่าธรรมเนียมประมาณ 25 ดอลลาร์ (~900 บาท)
- ต้องส่งข้อมูลส่วนตัว เช่น อีเมล เบอร์โทร และเอกสาร
แต่ยังมีข้อยกเว้นเล็กน้อย สำหรับสายทดลองหรือทำแอปเล่น สามารถแชร์ให้คนรู้จักได้ไม่เกิน 20 คนโดยไม่ต้องยืนยันตัวตน
เรื่องนี้ต้องบอกว่าถ้าเป็นคนใช้งานทั่วไปอาจจะไม่น่ากังวัล แต่สำหรับสายทดลองหรือ Power User ยังมีช่องทางเดิมอยู่ เพราะหากติดตั้งผ่าน ADB (ต่อกับคอม) จะสามารถข้ามขั้นตอนรอ 24 ชั่วโมงได้
การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ของ Google คือการเพิ่ม “กำแพงกันโกง” ให้ Android แข็งแรงขึ้น แม้จะทำให้การลง APK ยุ่งยากขึ้น แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงโดนมัลแวร์หรือแอปดูดเงินได้มาก ใครที่เป็นสายโหลดแอปนอก อาจต้องปรับตัวเล็กน้อย แต่ในภาพรวมถือว่าเป็นการอัปเกรดความปลอดภัยที่จำเป็นครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
กากกาแฟทำอะไรได้บ้าง? 20 ประโยชน์สารพัดนึก ที่หลายคนไม่รู้

สำหรับคอกาแฟที่ชอบชงดื่มเองที่บ้าน “กากกาแฟ” ที่เหลือทิ้งในแต่ละวันอาจดูเหมือนขยะ แต่รู้หรือไม่ว่ามันคือ “ทองคำสีดำ” ที่มีประโยชน์มหาศาล ทั้งในด้านการดูแลบ้าน งานสวน ไปจนถึงการบำรุงผิวพรรณ วันนี้จะพาไปดูว่า กากกาแฟทำอะไรได้บ้าง เพื่อให้คุณเปลี่ยนของเหลือทิ้งกลับมาใช้งานให้คุ้มค่าที่สุด
กากกาแฟคืออะไร
กากกาแฟ (Coffee Grounds) คือ ส่วนของเมล็ดกาแฟที่เหลือจากการสกัดน้ำกาแฟออกไปแล้ว ไม่ว่าจะผ่านการชงแบบดริป, เครื่องชงเอสเพรสโซ, การต้ม หรือการชงแบบฝรั่งเศส (French Press) โดยกากที่เหลือจะมีลักษณะเป็นผงหรือเศษเมล็ดกาแฟบดละเอียดที่มีความชื้นและมีกลิ่นหอมของกาแฟหลงเหลืออยู่
แม้จะถูกดึงน้ำกาแฟไปแล้ว แต่กากกาแฟยังคงอัดแน่นไปด้วยสารประกอบทางธรรมชาติ เช่น ไนโตรเจน, คาเฟอีน, สารต้านอนุมูลอิสระ และสารแทนนิน ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้กากกาแฟมีประโยชน์มหาศาลเกินกว่าจะเป็นแค่ขยะ
ประโยชน์ของ กากกาแฟทำอะไรได้บ้าง?
ประโยชน์สำหรับงานบ้านและทำความสะอาด
1. ดูดกลิ่นตู้เย็น
ใส่กากกาแฟตากแห้งในถ้วย วางทิ้งไว้ช่วยดูดซับกลิ่นคาวอาหารได้ดีเยี่ยม
วิธีใช้: นำกากกาแฟตากแห้งใส่ถ้วยเล็กๆ วางไว้ชั้นในสุดของตู้เย็น เปลี่ยนกากกาแฟใหม่ทุกๆ 2-4 สัปดาห์
2. ขัดคราบมันบนหม้อ
เนื้อสากของกากกาแฟช่วยขัดคราบไหม้และไขมันบนกระทะให้หลุดง่ายขึ้น
วิธีใช้: โรยกากกาแฟลงบนกระทะที่มีคราบไขมันหรือคราบไหม้ ใช้ฟองน้ำถูวนเบาๆ กากกาแฟจะช่วยขัดคราบให้หลุดง่ายขึ้น
3. ดับกลิ่นถังขยะ
โรยกากกาแฟแห้งไว้ที่ก้นถังขยะเพื่อลดกลิ่นไม่พึงประสงค์
วิธีใช้: โรยกากกาแฟแห้งไว้ที่ก้นถังขยะก่อนใส่ถุงขยะ หรือโรยทับขยะเปียกเพื่อลดกลิ่นบูดเน่า
4. พรางรอยขีดข่วนบนเฟอร์นิเจอร์ไม้
ผสมกากกาแฟกับน้ำเล็กน้อย ทาลงบนรอยขีดข่วนของไม้สีเข้มเพื่อพรางรอย
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟกับน้ำเล็กน้อยให้เป็นเนื้อครีมข้น ใช้คอตตอนบัดแต้มลงบนรอยขีดข่วน ทิ้งไว้ 10 นาทีแล้วเช็ดออกด้วยผ้าสะอาด
5. ทำความสะอาดเตาผิง
โรยกากกาแฟเปียกลงบนเถ้าถ่านก่อนกวาด เพื่อป้องกันฝุ่นฟุ้งกระจาย
วิธีใช้: โรยกากกาแฟที่ยังชื้นๆ ลงบนเถ้าถ่านก่อนกวาด จะช่วยให้ฝุ่นไม่ฟุ้งกระจายเต็มบ้าน
6. ดับกลิ่นคาวติดมือ
หลังหั่นปลาหรือกระเทียม ให้ถูมือด้วยกากกาแฟแล้วล้างออก กลิ่นคาวจะหายไปทันที
วิธีใช้: หลังทำอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น ปรุงปลาหรือหั่นกระเทียม ให้ใช้กากกาแฟถูมือเหมือนสบู่แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด
7. ทำเทียนหอม DIY
ผสมกากกาแฟลงในเนื้อเทียน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟเวลาจุด
วิธีใช้: ละลายเนื้อเทียนแล้วผสมกากกาแฟลงไปเล็กน้อยก่อนเทลงแม่พิมพ์ กลิ่นกาแฟจะช่วยสร้างบรรยากาศผ่อนคลายเวลาจุด
ประโยชน์สำหรับงานสวนและเกษตรกรรม
8. ปุ๋ยไนโตรเจนสูง
ผสมกากกาแฟลงในดินช่วยเพิ่มสารอาหารให้พืชใบเขียวโตไว
วิธีใช้: โรยกากกาแฟรอบโคนต้นไม้แล้วพรวนดินกลบเล็กน้อย เพื่อเพิ่มไนโตรเจนช่วยให้ใบเขียวสวย
9. ไล่มดและแมลง
โรยกากกาแฟรอบบริเวณที่มดเดิน กลิ่นแรงของคาเฟอีนจะทำให้แมลงหลีกเลี่ยง
วิธีใช้: โรยกากกาแฟแห้งเป็นเส้นบริเวณที่มดเดินผ่าน หรือโรยรอบกระถางต้นไม้เพื่อกันแมลงรบกวน
10. ป้องกันหอยทาก
เนื้อสัมผัสที่หยาบและเป็นกรดอ่อนๆ ช่วยกันไม่ให้หอยทากมากินใบไม้ในสวน
วิธีใช้: โรยกากกาแฟเป็นวงกลมล้อมรอบต้นไม้ที่หอยทากชอบมากิน เนื้อสากๆ จะทำให้หอยทากไม่กล้าเดินผ่าน
11. เร่งสีดอกไม้
ใส่กากกาแฟในดินปลูกดอกไฮเดรนเยีย จะช่วยเปลี่ยนสีดอกให้เป็นสีน้ำเงินเข้มขึ้น
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟลงในดินปลูกไฮเดรนเยีย ความเป็นกรดอ่อนๆ จะช่วยเปลี่ยนสีดอกให้เป็นสีน้ำเงินหรือม่วงเข้มขึ้น
12. เลี้ยงไส้เดือน
ไส้เดือนชอบกินกากกาแฟ ซึ่งช่วยให้กระบวนการผลิตปุ๋ยหมักเร็วขึ้น
วิธีใช้: ใส่กากกาแฟลงในถังเลี้ยงไส้เดือนในปริมาณที่พอเหมาะ กากกาแฟคืออาหารชั้นดีที่ช่วยให้ไส้เดือนโตไว
13. ไล่แมวไม่ให้มาอึ
กลิ่นกาแฟเข้มข้นช่วยกันไม่ให้แมวจรมาขับถ่ายในบริเวณสวนของคุณ
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟกับเปลือกส้มหั่นฝอย แล้วโรยไว้ในบริเวณที่แมวชอบมาขับถ่าย กลิ่นฉุนจะทำให้แมวไม่กล้าเข้าใกล้
ประโยชน์ด้านสุขภาพและความงาม
14. สครับขัดผิวใส
ผสมกากกาแฟกับน้ำมันมะพร้าว ช่วยผลัดเซลล์ผิวให้เนียนนุ่ม
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟ 1 ส่วน กับน้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน ขัดผิวขณะอาบน้ำ 5-10 นาทีแล้วล้างออก
15. ลดเซลลูไลต์
การนวดกากกาแฟบริเวณต้นขาช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและลดผิวเปลือกส้ม
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟกับน้ำอุ่น นวดบริเวณต้นขาหรือสะโพกเป็นวงกลมสม่ำเสมอ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือด
16. ลดรอยคล้ำใต้ตา
คาเฟอีนช่วยลดอาการบวมและทำให้เส้นเลือดใต้ตาหดตัว รอยคล้ำจึงจางลง
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟกับน้ำสะอาด ทาใต้ตาที่บวมหรือคล้ำ ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น
17. ดีท็อกซ์หนังศีรษะ
ใช้กากกาแฟสครับหนังศีรษะขณะสระผม เพื่อขจัดคราบผลิตภัณฑ์ตกค้าง
วิธีใช้: ใช้กากกาแฟผสมแชมพู นวดหนังศีรษะเบาๆ ขณะสระผม เพื่อขจัดคราบเคมีและไขมันอุดตัน
18. หมักผมเงางาม
กากกาแฟช่วยขจัดความมันส่วนเกินและทำให้ผมสีเข้มดูเงางามมีมิติ
วิธีใช้: ชโลมกากกาแฟเปียกลงบนเส้นผมสีเข้มหลังสระ ทิ้งไว้ 5 นาทีแล้วล้างออก ช่วยให้ผมดูมีมิติเงางาม
19. แช่เท้าดับกลิ่น
ผสมกากกาแฟในน้ำอุ่นแช่เท้า ช่วยลดกลิ่นอับและทำให้เท้าผ่อนคลาย
วิธีใช้: ผสมกากกาแฟลงในกะละมังน้ำอุ่น แช่เท้า 15 นาที เพื่อลดกลิ่นอับและช่วยให้ผิวเท้านุ่มขึ้น
20. สบู่กากกาแฟ
นำไปผสมในการทำสบู่แฮนด์เมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขัดตัวและดูดกลิ่นกาย
วิธีใช้: ใส่กากกาแฟลงในสบู่เหลวหรือสบู่ก้อนที่หลอมใหม่ เพื่อใช้เป็นสบู่ขัดตัวช่วยดูดซับกลิ่นกายและผลัดเซลล์ผิว
เห็นไหมว่ากากกาแฟที่ดูเหมือนขยะหลังการชง จริงๆ แล้วคือ ‘ของวิเศษ’ ประจำบ้านที่ช่วยให้เราประหยัดเงินและดูแลตัวเองได้แบบง่ายๆ ใครที่เคยโยนทิ้งไป ลองหยิบมาใช้ตาม 20 วิธีที่ผมแนะนำดู แล้วคุณจะเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อกากกาแฟไปตลอดกาลเลยทีเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 24/3/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 67,200.00 | 67,400.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,344.00 | 65,855.04 | 68,200.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 3,909.60 | 59,269.54 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,475.20 | 52,684.03 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 1,954.80 | 29,634.77 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,520.40 | 23,049.26 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,501.55 | 68,243.50 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 24/3/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 35.05 | 35.05 | 35.90 | 35.70 | 35.05 | 35.05 | 35.05 | 35.70 | 35.05 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 34.68 | 34.68 | 35.88 | 35.48 | 34.68 | 34.68 | 34.68 | 35.48 | 34.68 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 30.05 | 30.05 | 30.90 | 30.70 | – | 30.05 | 30.05 | 30.70 | 30.05 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 26.79 | 26.79 | – | – | – | – | – | – | 26.79 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 44.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 44.04 |
| เบนซิน 95 | 43.64 | – | – | 49.51 | – | 44.14 | 43.79 | – | 43.64 |
| ดีเซล | 32.94 | 32.94 | 33.44 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 | 32.94 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 46.64 | 48.84 | 49.84 | 48.84 | – | – | – | – | 46.64 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |







