สาระน่ารู้ประจำวันที่ 31 สิงหาคม 2569

LHMH เปิดโฉม ‘แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา’ โรงแรมใหม่สุดอลัง 1 ต.ค. 69

LHMH ทุ่ม 4,300 ล้านบาท เปิดตัวธีมโฮเทลแห่งใหม่ ‘แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา’ ชูคอนเซ็ปต์ ‘The Borderless Journey’ จัดเต็มไฮไลต์ สวนน้ำขนาดใหญ่ 20,000 ตารางเมตร สนามโกคาร์ทไฟฟ้า เกมรูม ปักหมุด Integrated Destination หนุนยกระดับ ‘พัทยา’ สู่เมืองท่องเที่ยวระดับโลก

บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์ขยายพอร์ตโฟลิโอ อสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยิ่งใหญ่ ประกาศเปิดตัว โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา (Grande Centre Point Voyage Pattaya) โรงแรมลำดับที่ 10 ของกลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ซึ่งเป็นโรงแรมในกลุ่ม Limited Collection ที่เป็น Themed Hotel และเป็นแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ แห่งที่ 3 ในพัทยา ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 4,300 ล้านบาท

และเป็นการขยายโครงการต่อเนื่องมาจากความสำเร็จของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา โดยมุ่งยกระดับเมืองพัทยาจากจุดหมายปลายทางชายทะเล สู่การเป็น “World-Class Family & MICE Destination” รองรับการเติบโตของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูงและกลุ่ม MICE จากทั่วโลก เมื่อเปิดให้บริการเต็มรูปแบบเดือนตุลาคม 2569  คาดการณ์เป็นกำลังขับเคลื่อนหลัก ดันรายได้รวมปี 2569 ของกลุ่มโรงแรมฯ สู่ 8,000 ล้านบาท

เปิดสูตรปั้นโรงแรมสไตล์ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์”

สุวรรณา พุทธประสาท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด เปิดเผยว่า แนวคิดการพัฒนาแบรนด์แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ คือการสร้าง ‘จุดหมายปลายทางที่ผู้คนอยากกลับมา’ ผ่านหลักการ 4 ประการ ได้แก่ Quality First ลงทุนกับคุณภาพของอาคาร พื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อให้โรงแรมมีคุณค่าในระยะยาว, Experience-driven ออกแบบประสบการณ์มากกว่าการออกแบบห้องพัก ให้แขกมีเหตุผลในการใช้เวลาอยู่ในโรงแรมตลอดทั้งวัน, Thai Hospitality นำความอบอุ่นและการบริการแบบไทยมาผสานกับมาตรฐานสากล และ Continuous Innovation พัฒนาแนวคิดใหม่ในทุกโครงการ ให้แต่ละโรงแรมมีคาแรกเตอร์และเรื่องราวของตัวเอง

สำหรับแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา เป็นภาพสะท้อนของการถอดรหัสความต้องการของนักเดินทางยุคใหม่ เราไม่ได้สร้างเพียงแค่โรงแรมเพื่อการพักผ่อน แต่เป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่ครอบคลุม ทั้งความบันเทิง เวลเนส กิจกรรมครอบครัว และการประชุมระดับสากลไว้ในจุดหมายปลายทางเดียว เพื่อแสดงให้เห็นว่าแบรนด์โรงแรมสัญชาติไทยสามารถแข่งขันกับเชนระดับโลกได้อย่างแข็งแกร่ง เข้าใจนักเดินทาง เข้าใจบริบทของจุดหมายปลายทาง และกล้าที่จะสร้างเอกลักษณ์ของตัวเอง

การเปิดตัว แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา จึงไม่เพียงเป็นการขยายขอบเขตธุรกิจของ LHMH ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แต่คือการร่วมยกระดับพัทยาจากเมืองท่องเที่ยวชายทะเล สู่ “World-Class Family & MICE Destination” พร้อมสร้างงานในท้องถิ่นมากกว่า 1,000 ตำแหน่ง กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทยอย่างยั่งยืน

ต่อจิ๊กซอว์อาณาจักรโรงแรมใหญ่ใน “พัทยา”

กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวถึงเป้าหมายการดำเนินงานว่า แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา เป็นโครงการในกลุ่ม Limited Collection ของเรา พัฒนาบนพื้นที่กว่า 111,100 ตารางเมตร และเป็นอีกก้าวสำคัญที่ต่อยอดจากความสำเร็จของแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในพัทยา โดยในปีนี้ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงกว่า 90% สิ่งที่เราตั้งใจคือ โรงแรมทั้ง 3 แห่งในพัทยาต้องมี Positioning ที่ชัดเจนและเสริมกัน

แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการความสะดวกสบาย ด้วยทำเลที่เชื่อมต่อกับ เทอร์มินอล 21 พัทยา ขณะที่ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา เน้นประสบการณ์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะสำหรับครอบครัวและเด็กเล็ก

ส่วน แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา เราพัฒนาให้ก้าวไปอีกระดับในรูปแบบ Integrated Destination ที่ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน รวมถึงตลาด MICE ระดับสากล โดยรวมการพักผ่อน สวนน้ำ ความบันเทิง ร้านอาหาร เทคโนโลยี และพื้นที่จัดประชุมและอีเวนต์ไว้ในจุดหมายเดียว

ด้วย Positioning ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนของทั้ง 3 โรงแรม ทำให้เรามั่นใจในการเปิดตัว Voyage และมองว่าทั้งสามโครงการจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ในตลาดพัทยาได้ในระยะยาว ทำให้บริษัทฯ มั่นใจอย่างยิ่งในการเปิดตัวโครงการนี้ ซึ่งเราตั้งเป้าอัตราเข้าพักปีแรกที่ 75 – 80% และมั่นใจว่าจะพุ่งสูงถึง 90 – 95% ในช่วงไฮซีซัน และด้วย Positioning ที่เป็น Integrated Destination คุณภาพสูง คาดว่าจะทำราคาห้องพักเฉลี่ยได้สูงกว่าโรงแรม 5 ดาวทั่วไปในพื้นที่ประมาณ 15 – 20%

โดยตั้งเป้ารายได้ปีแรกไว้ที่ 1,300 ล้านบาท คาดการณ์ระยะเวลาคืนทุน (Payback Period) ราว 7 ปี ด้วยปัจจัยหนุนจากสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ห้องพัก (Non-Room Revenue) ที่คาดว่าจะสูงถึง 30% ซึ่งจะช่วยสร้าง Cash Flow ต่อเนื่องแม้ในช่วงโลว์ซีซัน อีกทั้งการเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนตุลาคมนี้ จะเป็นกำลังสำคัญในการดันรายได้รวมปี 2569 ของกลุ่มโรงแรม LHMH สู่ระดับ 8,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้นราว 35% จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นการสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

นอกจากนั้น ยังเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตโฟลิโอด้วยโครงการถัดไปคือ แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ ที่จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญในย่านเศรษฐกิจและท่องเที่ยว ที่มีมูลค่าลงทุน 3,600 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการไตรมาส 2 ปี 2571”

แนวคิด “The Borderless Journey” เจาะกลุ่ม Multi-Generational Travel

เมสินี แก้วราตรี ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด กล่าวเสริมถึงกลยุทธ์การตลาดและกลุ่มเป้าหมายว่า “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา ถูกวางตำแหน่งเป็น Integrated Destination Hotel ภายใต้แนวคิด The Borderless Journey เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การท่องเที่ยวแบบ Multi-Generational Travel ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติคุณภาพสูง (High-Value International Travelers) ทั้งกลุ่มครอบครัว คู่รัก และกลุ่มเพื่อน ที่มองหาการพักผ่อนระดับพรีเมียม พร้อมประสบการณ์ที่แตกต่างจากโรงแรมทั่วไป กลุ่มสัมมนาและท่องเที่ยวพักผ่อน (Bleisure & MICE) และกลุ่ม Staycation & Long-Stay

เพราะเป้าหมายของเราไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนผู้เข้าพัก แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงการพักผ่อน ความบันเทิง และไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกัน ในด้านการตลาดเราจึงไม่ได้สร้างแค่แคมเปญ แต่เราสร้างโลกที่แขกสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราว เป็นจุดมุ่งหมายที่อยากกลับมาอีกครั้ง

และต้องการสร้างแบรนด์ที่เติบโตได้ในระยะยาว ผ่าน Storytelling, Brand IP และ Experience Marketing ทั้งในด้าน Brand Loyalty และ Non-Room Revenue โดยได้ออกแบบตัวละคร 12 Guardians และจักรวาล Xentier เพื่อเชื่อมโยงทุกประสบการณ์ของแขกเข้าด้วยกัน ตั้งแต่การต้อนรับในห้องพักด้วยเทคโนโลยี Hologram กิจกรรม Find the Guardians ภาพยนตร์แอนิเมชันที่ The Sand Theatre ไปจนถึง Merchandise และของสะสมพิเศษที่ Mustard Shop

อีกทั้งยังส่งเสริมการจองผ่านช่องทางออนไลน์ของโรงแรมโดยตรง ซึ่งจะได้รับ Voyage Tokens เพื่อใช้กับกิจกรรม ห้องอาหาร ความบันเทิง และแลกของสะสม รวมถึงพัฒนาVoyage Member ที่มอบสิทธิประโยชน์ทั้งด้านการเข้าพักและการสะสมของที่ระลึกเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งช่วยสร้างความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว

ทั้งนี้ ตั้งเป้าสัดส่วนลูกค้าในปีแรกเป็นนักท่องเที่ยวไทย 65% และนักท่องเที่ยวต่างชาติ 35% จากตลาดเอเชีย ยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มสแกนดิเนเวีย และตะวันออกกลาง ซึ่งการกระจายตลาดในลักษณะนี้จะช่วยสร้างความสมดุล และลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดท่องเที่ยวในระยะยาว” 

ไฮไลต์ “Time Traveller Water Park” สวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร

กิตติพงษ์ วงค์วาร ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา กล่าวถึงไฮไลต์และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการว่า “ความโดดเด่นของโรงแรมคือความหลากหลายของประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ทุกวัยในโรงแรมเดียว โดยแต่ละพื้นที่มีคาแรกเตอร์ มีเรื่องราว และตอบโจทย์คนแต่ละวัยแตกต่างกัน ประกอบด้วย Time Traveller Water Park สวนน้ำขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซน Lost World (โลกการผจญภัยยุคดึกดำบรรพ์) และ Tomorrow Land (โลกแห่งอนาคต) ซึ่งทั้งสองโลกเชื่อมถึงกันผ่าน Lazy River, Cave Trail, Skywalk และ Time Tunnel ระหว่างทางยังมี Crystal Cave, Stalactite Cave, Ice Cave, Lava Cave และ Lava Pool บ่อน้ำอุ่นกลางแจ้ง ทำให้แม้แต่การเดินทางจากโซนหนึ่งไปอีกโซนหนึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์

รวมถึงกิจกรรมความบันเทิงหลากหลาย ทั้ง สนามแข่งรถโกคาร์ทไฟฟ้า Voyage Circuit, เกมรูม Midnight Nebula ขนาดเกือบ 1,000 ตารางเมตร ที่มี ไฮไลต์สำคัญคือ Voyage Shooting Games เกม Interactive ที่พัฒนาขึ้นสำหรับที่นี่โดยเฉพาะ, Rainbow Ville Kids Club ที่มีเครื่องเล่นสำหรับเด็กและหมู่บ้านแห่งจินตนาการ ให้เด็กๆ สามารถสวมบทบาทในอาชีพที่ชอบได้ และ The Sand Theatre ที่จะจัดฉายภาพยนต์แอนิเมชันให้เด็กและครอบครัวได้รู้จักตัวละครและจักรวาลของวอยาจมากขึ้น

สำหรับสายสุขภาพและเวลเนสยังมี Crimson Canyon Wellness พื้นที่กว่า 1,400 ตารางเมตร ครบครันด้วยอุปกรณ์ Technogym, Hybrid Training Zone, หน้าผาจำลอง, มวยไทย, ห้องสตรีม, ซาวน่า และ จากุซซี่ วิวทะเล พร้อมพื้นที่จัดอีเวนต์ครบวงจร Halo Convention Centre ซึ่งเป็นศูนย์ประชุมขนาดใหญ่แบบ Pillarless เพดานสูง 8 เมตร ที่มาพร้อมจอ LED ขนาดใหญ่ถึง 28.5 x 5.5 เมตร และห้องประชุม Boardroom, Business Lounge, VIP Room และ Time Traveller Terrace สำหรับงาน Outdoor รองรับการจัดงานได้สูงสุดเกือบ 1,600 คน

ในส่วนของห้องพักและห้องสวีท จำนวน 494 ห้อง ทุกห้องมีวิวทะเล 100% ออกแบบรองรับตั้งแต่ผู้เข้าพักทั่วไปจนถึงครอบครัวใหญ่ และยังเอาใจสายกินดื่มและสายชิล ด้วย 9 ห้องอาหารและบาร์

โดยมี ไฮไลต์คือ Chef Man Seafood ร้านอาหารจีนกวางตุ้งจากเชฟแมนที่นำมาพัฒนาเป็นคอนเซ็ปต์ Seafood สำหรับพัทยาและเป็นสาขาแรกนอกกรุงเทพฯ, Blue Atlantis Rooftop Restaurant ชั้น 33 พร้อมวิวทะเลและเมืองพัทยาแบบพาโนรามา

The Portrait of Voyage Sky Bar ซึ่งเป็น Open-Air Sky Bar ที่ใช้เส้นขอบฟ้าและพระอาทิตย์ตกของพัทยาเป็นไฮไลต์, Brooks Brunch & Bar ร้านอาหารที่ใช้เวลาได้ตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ Breakfast ไปจนถึง Late Night รวมถึงห้องอาหารคอนเซ็ปต์พิเศษในโซนต่างๆ ที่จะสร้างประสบการณ์ด้านอาหารในบรรยากาศที่แตกต่างกันตั้งแต่เช้าจนถึงกลางคืน

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


อสังหาฯ ชี้ดอกเบี้ยต่ำไม่พอ ปลดล็อก Credit Term เติมสภาพคล่องทั้งระบบ

นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรมองมาตรการดอกเบี้ยของ กนง. และการกำกับ Credit Term ของ กขค. แม้เป็นคนละเรื่อง แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือทำให้สภาพคล่องกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ

นายสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย วันที่ 26 สิงหาคม ไม่ว่าจะมีการลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% หรือคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับปัจจุบัน สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์มีทั้งข้อดีและข้อที่ต้องพิจารณา โดยไม่ควรมองว่าการลดดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวจะเป็นยาวิเศษที่ทำให้ตลาดฟื้นทันที เพราะปัญหาของตลาดปัจจุบันไม่ได้มีเฉพาะเรื่องดอกเบี้ย

หาก กนง.ลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% ถือเป็นผลดี เพราะช่วยลดต้นทุนทางการเงินของผู้ประกอบการ ลดภาระดอกเบี้ยของผู้ซื้อบ้าน และสร้างความเชื่อมั่นให้ตลาด อย่างไรก็ตาม ดอกเบี้ยเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นแต่ไม่เพียงพอ เพราะหัวใจสำคัญอีกเรื่องคือการส่งผ่านของดอกเบี้ย (Transmission) ว่าจะส่งผ่านไปถึงต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจและผู้ซื้อบ้านได้มากน้อยเพียงใด

นายสุนทรระบุว่า ปัญหาของอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้อยู่ที่ลูกค้าไม่ต้องการซื้อบ้าน แต่มีลูกค้าจำนวนหนึ่งที่มีความต้องการซื้อและมีรายได้ แต่ติดข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อ (Credit Accessibility) เพราะมีภาระหนี้เดิมสูง รายได้ไม่แน่นอน หรือธนาคารยังต้องพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้อย่างระมัดระวัง

ดังนั้น ต่อให้ดอกเบี้ยลดลง แต่ถ้าลูกค้ายังขอสินเชื่อไม่ได้ ผลต่อยอดโอนก็จะมีจำกัด ในทางกลับกัน หาก กนง.คงดอกเบี้ยก็ไม่ใช่ข่าวลบ เพราะดอกเบี้ยปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำแล้ว

นายสุนทรกล่าวว่า ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องมองให้กว้างกว่าตัวเลขยอดโอน เพราะมี Economic Multiplier ที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจหลายภาคส่วน ตั้งแต่วัสดุก่อสร้าง เหล็ก ปูนซีเมนต์ เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ผู้รับเหมา การจ้างงาน ไปจนถึงภาคการเงิน หากตลาดกลับมาหมุนได้ เงินจะไหลต่อไปยังผู้รับเหมา ซัพพลายเออร์ SME โรงงานผลิตวัสดุ และแรงงาน

สำหรับประเด็น Credit Term นายสุนทรเห็นด้วยกับหลักการอย่างชัดเจน เพราะในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว เรื่องสำคัญมากสำหรับผู้ประกอบการรายเล็กคือ Cash Flow และ Working Capital โดยยกตัวอย่างว่า หาก SME ส่งสินค้าและบริการให้บริษัทใหญ่มูลค่า 10 ล้านบาท แต่ต้องรอเงิน 120 วัน เงินจำนวนนี้คือ Working Capital ที่หายไปจากระบบเป็นเวลา 120 วัน และผู้ประกอบการอาจต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน

ดังนั้น การดูแล Credit Term ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการช่วย SME แต่ช่วยให้ Supply Chain ทั้งระบบมีสภาพคล่องและแข็งแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นายสุนทรเห็นว่าการกำหนด Credit Term ต้องมีความยืดหยุ่นและคำนึงถึงธรรมชาติของแต่ละอุตสาหกรรม เพราะแต่ละธุรกิจมี Production Cycle และ Payment Cycle ไม่เหมือนกัน โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ที่มีขั้นตอนตั้งแต่สั่งซื้อ ผลิต ส่งมอบ ติดตั้ง ตรวจรับงาน ออกใบแจ้งหนี้ จนถึงการชำระเงิน จึงไม่ควรใช้กฎเดียวกันกับทุกอุตสาหกรรมโดยไม่คำนึงถึง Business Cycle

ทั้งนี้ เห็นด้วยกับหลักการที่ว่าไม่ควรใช้บริษัทเล็กเป็นแหล่งเงินทุนให้บริษัทใหญ่โดยการยืด Credit Term ออกไปนานเกินสมควร เพราะอำนาจต่อรองของทั้งสองฝ่ายไม่เท่ากัน

นายสุนทรกล่าวว่า ผู้ประกอบการรายใหญ่จะได้รับผลกระทบบ้างในระยะสั้น เพราะเมื่อ Credit Term สั้นลง ต้องบริหาร Working Capital มากขึ้น และอาจมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น แต่ในระยะยาวก็มีประโยชน์ เพราะหากซัพพลายเออร์และผู้รับเหมารายเล็กมีฐานะการเงินแข็งแรงขึ้น Supply Chain ก็จะมั่นคงมากขึ้น ลดความเสี่ยงที่ซัพพลายเออร์จะขาดสภาพคล่องหรือส่งมอบงานไม่ได้

“เรื่องดอกเบี้ยกับเรื่อง Credit Term มีหัวใจเดียวกันคือ สภาพคล่องและการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ เรื่องดอกเบี้ยเราต้องการให้เงินจากระบบการเงินส่งผ่านไปถึงผู้ซื้อบ้านและผู้ประกอบการมากขึ้น ขณะที่เรื่อง Credit Term เราต้องการให้เงินจากบริษัทขนาดใหญ่หมุนกลับไปถึงซัพพลายเออร์และ SME ได้เร็วขึ้น” นายสุนทรกล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 31 ส.ค.69 ‘อ่อนค่าหนัก’ ตลาดหวังเฟดขึ้นดอกเบี้ย

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 31 ส.ค. อ่อนค่าลงอย่างหนักมาอยู่ที่ระดับ 33.16 บาทต่อดอลลาร์ จากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 32.94 บาทต่อดอลลาร์
  • สาเหตุหลักเกิดจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หลังประธานเฟดส่งสัญญาณที่แข็งกร้าว (Hawkish) ในการประชุม Jackson Hole Symposium
  • การคาดการณ์ดังกล่าวส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ และบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาท และทำให้ตลาดจับตารายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อการตัดสินใจของเฟด

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ  33.16 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงลงหนัก”

จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.94 บาทต่อดอลลาร์  มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.85-33.50 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.05-33.30 บาทต่อดอลลาร์ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงหนัก ทะลุโซนแนวต้าน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน (แกว่งตัวในกรอบ 32.89-33.19 บาทต่อดอลลาร์) หลังผู้เล่นในตลาดตีความถ้อยแถลงของประธาน FED  Kevin Warsh ในงาน Jackson Hole Symposium ว่ามีความ Hawkish ขึ้นมาก จากช่วงก่อนหน้า ทำให้ผู้เล่นในตลาดพร้อมใจกันปรับเพิ่มโอกาส FED เดินหน้า ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ โดยเฉพาะ โอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น พร้อมกดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวลงหนัก สร้างแรงกดดันต่อเงินบาทพอสมควร 

แนวโน้มค่าเงินบาท

แนวโน้มค่าเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของ เงินบาท (USDTHB) ได้มีกำลังมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่เงินบาทอาจทยอยอ่อนค่าลงได้บ้าง หรือ อย่างน้อยอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways (ในเชิงเทคนิคัล เงินบาทได้กลับสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงแล้ว ภายใต้การประเมินโดยกลยุทธ์ Trend-Following ใน Time Frame รายวัน) โดยในระยะสั้น ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่หนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น อาจสร้างแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาทได้

อย่างไรก็ดี เราขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาท ยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ FED และเราขอย้ำคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง ภายใต้ความผันผวนสูงของตลาดการเงิน 

โดยหาก รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยลงบ้าง กดดันให้ เงินดอลลาร์ย่อตัวลง พร้อมหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำบ้าง ทำให้ เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่โดยรวม เงินบาทอาจมีโซนแนวรับสำคัญแถว 33.00 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.80-32.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านจะอยู่ในโซน 33.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 33.75-33.80 บาทต่อดอลลาร์) ทั้งนี้ ควรติดตามรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน และการเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ซึ่งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินและส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้

ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following ใน Time Frame รายสัปดาห์ เงินบาท (USDTHB) ยังคงอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ส่วนใน Time Frame รายวัน เงินบาทได้กลับสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หลังอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน 

ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงผันผวนสูงและเผชิญ Two-way risk หลังผู้เล่นในตลาดคาดหวังการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในเดือนกันยายนและในปีนี้ พอสมควร ทำให้ เงินดอลลาร์เสี่ยงอ่อนค่าลงได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงอาจช่วยหนุนเงินดอลลาร์

สัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้อยแถลงของประธาน FED Kevin Warsh ในงาน Jackson Hole Symposium ที่ย้ำว่า FED พร้อมคุมปัญหาเงินเฟ้อให้สำเร็จ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดเพิ่มโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้พอสมควร

สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และ ถ้อยแถลงของบรรเจ้าหน้าที่ FED

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

▪    ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญ จะอยู่ที่ รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) และยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) รวมถึง รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (ISM Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนสิงหาคม ที่ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาในส่วนของรายงานดัชนีด้านราคา (Prices Index) โดยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ FED ได้ หลังล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส FED เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ ราว 56% โดยให้โอกาสถึง 61% ที่ FED จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนนี้ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED รวมถึง รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจจากบรรดา FED สาขาต่างๆ (FED’s Beige Book) เพื่อประกอบการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ FED นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม สถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังสถานการณ์ได้ทวีความร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง ส่งผลให้ ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม ของตลาดการเงินเอเชีย 

▪    ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนสิงหาคม พร้อมรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB ในระยะข้างหน้า โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 72% ที่ ECB อาจเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ โดยให้โอกาสถึง 95% ที่ ECB อาจขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือนกันยายนนี้

▪    ฝั่งเอเชีย – บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) อาจเดินหน้าขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย +25bps สู่ระดับ 2.75% ขณะที่ ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) อาจยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 2.75% โดย RBNZ ยังมีโอกาสทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่วน BNM อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ หลังอัตราเงินเฟ้อของมาเลเซียยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย 1.5%-2.5% (ค่อนไปทางกรอบล่าง) ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจจีน ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนสิงหาคม พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) และยอดผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของญี่ปุ่น ในเดือนกรกฎาคม เพื่อประกอบการประเมินทิศทางเศรษฐกิจและแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองว่า BOJ มีโอกาส 70% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยได้อีก 2 ครั้ง ในปีนี้ และมีโอกาสกว่า 88% ที่จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ 

▪    ฝั่งไทย – ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิต รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) ในเดือนสิงหาคม ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ตามกระแส AI Boom รวมถึงอานิสงส์ของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ทีมไหนได้สิทธิ์อะไร? บทสรุปทั้ง 12 ทีม การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2026 (AVC Volleyball Continental Championship 2026) ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน

โดย “ทัพนักตบลูกยางสาวไทย” สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จหลังคว้าชัยรวดทุกเกม ถือเป็นแชมป์เอเชียสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และเป็นแชมป์รายการนี้สมัยที่ 4 อีกด้วย

นอกจากนี้ความพิเศษในปีนี้ก็คือ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้ประกาศให้ทีมที่สามารถคว้าแชมป์ทวีปจะได้สิทธิ์เล่นโอลิมปิกโดยอัตโนมัติทันที

ทำให้ ทีมวอลเลย์บอลหญิงไทย สร้างประวัติศาสตร์คว้าตั๋วเข้าแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง โอลิมปิกเกมส์ 2028 ได้เป็นครั้งแรก รวมถึงจะได้สิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ชิงแชมป์โลก 2027 อีกด้วย

สรุปอันดับการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2026

แชมป์ : ไทย (คว้าตั๋วโอลิมปิก 2028 และได้สิทธิ์เล่นชิงแชมป์โลก 2027)
รองแชมป์ : จีน (ได้สิทธิ์เล่นชิงแชมป์โลก 2027)
อันดับ 3 : ญี่ปุ่น (ได้สิทธิ์เล่นชิงแชมป์โลก 2027)
อันดับ 4 : อิหร่าน
อันดับ 5 : อินโดนีเซีย
อันดับ 6 : เกาหลีใต้
อันดับ 7 : เวียดนาม
อันดับ 8 : ไต้หวัน
อันดับ 9 : คาซัคสถาน
อันดับ 10 : ฮ่องกง
อันดับ 11 : ออสเตรเลีย
อันดับ 12 : อิรัก

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


‘ถอดรหัสพันธุกรรมคนไทย’ พบ ‘ยีนมะเร็ง’ ไม่เหมือนต่างชาติ – ‘ยีนเฉพาะถิ่นคนอีสาน’

  • “จีโนมิกส์ไทยแลนด์ เฟส 1” ค้นพบเรื่องสำคัญเพียบ  เกิดประโยชน์ต่อการป้องกัน-รักษาโรคผู้ป่วย การตรวจยีนแพ้ยา-ยีนเสี่ยงมะเร็งเต้านม บรรจุสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว
  • ค้นพบ “ยีนมะเร็ง” เจอมากในคนไทยไม่เหมือนต่างชาติ ต่อยอดเป็น “ชุดตรวจ 29 ยีนเสี่ยงมะเร็งเฉพาะคนไทย” ครอบคลุม มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งรังไข่
  • พบต้นตอโรคช่วยรักษาชีวิตเด็ก ‘มียีนไม่ย่อยน้ำตาลทราย” ค้นพบ “ยีนเฉพาะถิ่นคนอีสาน” ทำให้เกิด “โรคเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกง่าย” ส่งผลทารกบวมน้ำ

เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการถอดรหัสพันธุกรรมแห่งชาติ หรือ “Genomic Thailand” ระยะที่ 1 ซึ่งเป็นการถอดรหัสพันธุกรรมคนไทย 50,000 ราย ใน 5 กลุ่มโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็ง โรคหายาก โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(โรค NCDs )โรคติดเชื้อ และเภสัชพันธุศาสตร์ ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาล 41 แห่งทั่วประเทศ มีการ “ค้นพบเรื่องสำคัญจำนวนมาก” จนได้เป็น “ฐานข้อมูลพันธุกรรมคนไทย” และกำลังเปิดให้นักวิจัยที่ผ่านการพิจารณาอนุมัติจากคณะกรรมการเข้าใช้ประโยชน์เพื่อต่อยอดการวิจัย และเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อเดินหน้าต่อในระยะที่ 2 อีก 2 แสนราย ภายใต้การขับเคลื่อนหลักของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.)และภาคีวิจัย 

ภายใต้ “Genomic Thailand เฟสที่ 1” มีงานวิจัยที่นำไปสู่ข้อค้นพบที่สำคัญของคนไทยในหลายประเด็น และบางเรื่องสามารถขับเคลื่อนไปจนถึงการบรรจุเป็นชุดสิทธิประโยชน์ในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว รวมถึง อยู่ระหว่างการผลักดันด้วย 

นับเป็นหลักหมุดสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบสาธารณสุขไทยจากการรักษาแบบ “เหมารวมมาตรฐานเดียว” ไปสู่ “การแพทย์จีโนมิกส์และการแพทย์แม่นยำ(Precision Medicine)” ซึ่งช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรค คาดการณ์ความเสี่ยง และวางแผนการรักษาโรคหายาก โรคเรื้อรัง และโรคมะเร็งได้อย่างตรงจุดตามพันธุกรรมของแต่ละบุคคล ช่วยชีวิตคนไทยและยกระดับคุณภาพชีวิต

กว่า 122 ล้านตำแหน่ง พันธุกรรมจำเพาะคนไทย

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข(สวรส.) กล่าวว่า  โครงการนี้ดำเนินการระยะเวลา 5 ปี จากงบประมาณที่ได้รับ 4,000 ล้านบาท ใช้จริงเพียงประมาณ 2,000 ล้านบาท เนื่องจากค่าตรวจวิจัยที่ถูกลงกว่าเป้าหมายเดิมอย่างมาก ทำให้ผลลัพธ์ที่ได้สร้างผลตอบแทนทางสังคมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (SROI) สูงถึง 6.5 เท่า ทุก ๆ 1 บาทที่รัฐบาลลงทุนไปจะได้รับประโยชน์กลับคืนมาถึง 6.5 บาท ส่วนหนึ่งของข้อค้นพบ คือ ตำแหน่งพันธุกรรมที่จำเพาะในคนไทยกว่า 122 ล้านตำแหน่งที่ไม่พบในกลุ่มประชากรอื่นของโลก

บรรจุเป็นสิทธิประโยชน์บริการฟรี

โครงการนี้ส่งผลดีอย่างเป็นรูปธรรมในระบบสาธารณสุขและการรักษาพยาบาลของไทย โดยช่วยให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้นและเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ดียิ่งขึ้น อาทิ  มีการค้นพบยีน SCN5A ที่เกี่ยวข้องกับโรคใหลตายในคนไทย ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการให้ความรู้และการวินิจฉัยเพื่อป้องกันการสูญเสียชีวิต

การตรวจยีนแพ้ยาบางตัวที่มีโอกาสแพ้รุนแรงจนถึงแก่ชีวิต และการตรวจยีนความเสี่ยงมะเร็งเต้านม (BRCA1 และ BRCA2) ในกลุ่มผู้หญิงไทยที่มีความเสี่ยงสูง โดยได้มีการบรรจุเป็นสิทธิประโยชน์ของประชาชนในหลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้ว  นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความคุ้มค่าของการตรวจยีนเพื่อคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ในคนไทย ซึ่งจะช่วยคัดกรองเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไปถึง 20-30 เท่าให้ไปส่องกล้อง ช่วยลดความยุ่งยากและความแออัดในโรงพยาบาลลงได้มาก

ช่วยชีวิตและป้องกันความพิการในเด็ก

ยิ่งไปกว่านั้น การวิจัยพันธุกรรมยังช่วยชีวิตและป้องกันความพิการในเด็กได้อย่างน่าอัศจรรย์ เช่น กรณีการตรวจพบเด็กที่มีอาการชักรุนแรงรักษาไม่หาย แต่เมื่อตรวจยีนภายใต้โครงการนี้แล้ว พบว่าเกิดจากการขาดวิตามินบี 6 (B6) เพียงแค่ได้รับวิตามินบี 6 เด็กก็หายชักทันที

หรือกรณีของเด็กผู้ชายในภูมิภาคที่หากไม่ได้รับการตรวจยีนเพื่อวางแผนรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ จะต้องกลายเป็นคนพิการขาลีบและนั่งรถเข็นไปตลอดชีวิต แต่ปัจจุบันเด็กคนนี้สามารถเดินได้ รวมถึงการช่วยตรวจยืนยันความปลอดภัยในครรภ์ให้แก่ครอบครัวที่มีประวัติตาสองข้างบอดจากพันธุกรรม ให้สามารถตั้งครรภ์ลูกคนที่สามได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ต้องยุติการตั้งครรภ์เพราะความกลัว

ช่วยชีวิตเด็กมียีนย่อยสลายน้ำตาลทรายไม่ได้

ศ.นพ.วรศักดิ์ โชติเลอศักดิ์ ผอ.ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านเวชพันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า  เทคโนโลยีการถอดรหัสพันธุกรรมทำให้แพทย์มองเห็นลึกถึงระดับสารพันธุกรรมและเชื่อมโยงเข้ากับสถานะสุขภาพได้อย่างแม่นยำ อย่างกรณีของทารกวัย 2 ขวบรายหนึ่งที่กินนมแม่ได้ตามปกติ แต่เมื่อเริ่มรับประทานอาหารอื่นกลับเกิดอาการป่วยหนักรุนแรงเฉียบพลัน จนต้องเข้ารักษาตัวในห้องอภิบาลผู้ป่วยหนัก (ICU) ถึง 4 รอบ

ในรอบที่ 4 อาการวิกฤติจนเกือบเสียชีวิตและถูกส่งตัวมายังรพ.จุฬาลงกรณ์ ด้วยการใช้เทคโนโลยีถอดรหัสพันธุกรรมและฐานข้อมูลอ้างอิงระดับประเทศของ Genomic Thailand ทำให้แพทย์สามารถกรองและวินิจฉัยพบโรคทางพันธุกรรมชนิดหายากอย่างยิ่งที่ทีมแพทย์ไม่เคยได้ยินหรือรู้จักมาก่อน

“พบว่าเด็กมีความผิดปกติของยีนที่ไม่สามารถย่อยสลายน้ำตาลทรายที่ใช้ทั่วไปในอาหารได้ การค้นพบนี้ช่วยให้แพทย์ปรับเปลี่ยนการรักษาได้ทันเวลาและรักษาชีวิตเด็กไว้ได้สำเร็จ”ศ.นพ.วรศักดิ์กล่าว

รวมถึง ยังช่วยแก้ปัญหาในผู้ป่วยโรคเรื้อรังอย่าง “โรคเบาหวาน” ซึ่งพบว่ามีผู้ป่วยราว 10%  ที่ได้รับการรักษาตามแนวทางมาตรฐานสากลแล้วแต่ผลการรักษาไม่ดี สาเหตุเกิดจา

กการที่ประเมินระดับน้ำตาลโดยใช้ค่าฮีโมโกลบิน เอวันซี (HbA1c) ในเม็ดเลือดแดงเป็นตัวแทนมาตรฐาน แต่สำหรับผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD (G6PD deficiency) เม็ดเลือดแดงจะมีอายุสั้นกว่าคนปกติ ทำให้ค่า HbA1c ที่ตรวจได้ต่ำกว่าระดับน้ำตาลในเลือดที่แท้จริง หากแพทย์ไม่ทราบข้อมูลพันธุกรรมนี้และรักษาไปตามเกณฑ์ปกติ จะทำให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลสูงสะสมจนเกิดภาวะแทรกซ้อนจนไตวายและสูญเสียอวัยวะ

ยกระดับป้องกัน-รักษามะเร็ง

ศ.นพ.มานพ พิทักษ์ภากร หัวหน้าศูนย์วิจัยความเป็นเลิศด้านการแพทย์แม่นยำ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า การทำความเข้าใจโครงสร้างทางพันธุกรรมของมะเร็งในผู้ป่วยแต่ละรายจึงช่วยใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การวินิจฉัยโรคที่แม่นยำ ,การเลือกใช้ “ยามุ่งเป้า” (Targeted Therapy) และการระบุมะเร็งชนิดถ่ายทอดในครอบครัว เนื่องจากมะเร็งหลายชนิดเกิดจากการกลายพันธุ์ที่สามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นผ่านสารพันธุกรรม หากตรวจพบว่าผู้ป่วยมะเร็งคนใดมีการกลายพันธุ์ที่ถ่ายทอดได้ สมาชิกคนอื่นๆ ในครอบครัวที่ยังไม่ป่วยก็สามารถเข้ารับการคัดกรอง เพื่อเฝ้าระวังหรือทำหัตถการป้องกันล่วงหน้าได้

จากข้อมูลของโครงการ Genomic Thailand ยืนยันว่า ผู้หญิงไทยที่เป็นมะเร็งเต้านมตรวจพบยีนกลายพันธุ์ BRCA สูงถึง 1 ใน 7 ราย ส่งผลให้ไทยเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในภูมิภาคอาเซียนที่บรรจุการตรวจยีน BRCA เข้าสู่นโยบายสิทธิประโยชน์เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าถึงการตรวจได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังอยู่ระหว่างการผลักดันการตรวจยีนมะเร็งลำไส้ใหญ่เข้าสู่สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมด้วย

ค้นพบ “ยีนเฉพาะถิ่นคนอีสาน”

ด้าน ผศ.นพ.กุณฑล วิชาจารย์ หัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศการแพทย์แม่นยำ และหัวหน้าสาขาวิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.)  กล่าวว่า โครงการนี้ช่วยให้คนไข้ในพื้นที่ภูมิภาคเข้าถึงการรักษาขั้นสูงได้อย่างเท่าเทียม โดยผู้ป่วยกลุ่มโรคหายากที่เข้าร่วมโครงการเกือบ 40% ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของโรคและนำไปสู่แนวทางการรักษาที่เหมาะสม

ที่สำคัญ คณะแพทยศาสตร์ มข.ค้นพบ “ความแปรผันทางพันธุกรรมเฉพาะถิ่นของคนอีสาน” เช่น ภาวะทารกบวมน้ำ เดิมมักเข้าใจว่าเป็นผลมาจากโรคธาลัสซีเมียเพียงอย่างเดียว แต่จากการถอดรหัสพันธุกรรมพบยีนเด่นที่ทำให้เกิด “โรคเยื่อหุ้มเซลล์เม็ดเลือดแดงแตกง่าย” ซึ่งพบในอัตราที่สูงมากในภาคอีสานเมื่อเทียบกับภาคอื่น

องค์ความรู้นี้ถูกนำไปพัฒนาเป็นระบบคัดกรอง วินิจฉัย และป้องกันแบบครบวงจร เพื่อช่วยลดอัตราการเกิดทารกบวมน้ำซ้ำในครอบครัวเดิม ช่วยให้ประเทศประหยัดงบประมาณในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคเลือดจางเรื้อรังระยะยาว และเตรียมขยายโมเดลการดูแลเฉพาะถิ่นนี้ไปยังพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ

พัฒนาบุคลากรรองรับ 2 มิติ

ศ.ดร.นพ.ดำเนินสันต์ พฤกษากร รองคณบดีด้านวิจัย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่(มช.) กล่าวว่า มช.ได้ดำเนินการพัฒนาบุคลากรใน 2 มิติหลัก คือ 1.การ Upskill บุคลากรเดิม ได้แก่ กลุ่มแพทย์ ซึ่งต้องปรับตัวให้คุ้นเคยกับการใช้ “แว่นขยายทางพันธุกรรม” ในการวิเคราะห์โรคอย่างลึกซึ้งและทำหน้าที่เป็นผู้นำทีมสหสาขาวิชาชีพ ,กลุ่มนักวิจัยที่ต้องเรียนรู้แนวคิดการวิจัยแบบโอมิกส์ (Omics Research) รวมถึงคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยและผู้ควบคุมระบบที่ต้องเข้าใจหลักเกณฑ์การจัดเก็บสิ่งส่งตรวจและข้อมูลในระยะยาว  และ2.การสร้างกลุ่มคนทำงานสายอาชีพใหม่ เช่น นักชีวสารสนเทศศาสตร์, วิศวกรข้อมูล (Data Engineer) และผู้ดูแลระบบข้อมูล (Data Administrator) เป็นต้น 

พบยีนมะเร็งเจอในคนไทย ไม่ค่อยเจอต่างชาติ

ขณะที่ ดร.นุสรา สัตย์เพริศพราย ผู้จัดการงานวิจัย สำนักวิจัยและพัฒนาจีโนมิกส์ สวรส.กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ”ว่า จากที่ทีมวิจัยไทยได้ค้นพบตำแหน่งรหัสพันธุกรรมของคนไทยที่ไม่เคยปรากฏรายงานในฐานข้อมูลนานาชาติมาก่อนถึง 122 ล้านตำแหน่งนั้น คาดว่าเป็นรหัสพันธุกรรมจำเพาะที่ถ่ายทอดจากบรรพบุรุษ เช่น ลักษณะสีผมหรือสีตาของประชากรไทย รวมถึง ข้อมูลส่วนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านสุขภาพ

อย่างเช่น  โครงการวิจัยที่ได้รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมชาวไทยประมาณ 8,000 คน มาศึกษาเปรียบเทียบ พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ยีนที่ส่งผลต่อความเสี่ยงมะเร็งเต้านมในคนไทยไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะยีนยอดนิยมในตะวันตกอย่าง BRCA1 หรือ BRCA2 เท่านั้น แต่ค้นพบยีนเสี่ยงจำเพาะตัวอื่นที่พบในคนไทยบ่อยมาก เช่น มียีนตัวหนึ่งที่พบในผู้ป่วยไทยสูงถึง 16% ทั้งที่เป็นยีนที่พบได้ยากมากในกลุ่มประชากรฝรั่ง

“นัยสำคัญ คือ หากใช้มาตรฐานการตรวจแบบตะวันตกที่เจาะจงตรวจเพียงยีน BRCA1 และ BRCA2 จะช่วยคัดกรองครอบคลุมความเสี่ยงให้ฝรั่งได้ถึง 70% แต่มาตรฐานเดียวกันนี้จะคัดกรองความเสี่ยงในคนไทยได้เพียง 30 กว่า%เท่านั้น”ดร.นุสรากล่าว

“ชุดตรวจยีนเสี่ยงมะเร็ง 29 ยีน”

 จากจุดอ่อนนี้ ทีมวิจัยจากศิริราชจึงได้นำข้อมูลมาออกแบบชุดตรวจคัดกรองความเสี่ยงยีนมะเร็งเต้านมเฉพาะประชากรไทย โดยเพิ่มขอบเขตการตรวจเป็น 20 ยีน ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงสูงถึง 95% ของผู้หญิงไทย และยีนเหล่านี้ยังสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคมะเร็งประเภทอื่นด้วย

นวัตกรรมนี้มีชื่อเรียกว่า “ชุดตรวจยีนเสี่ยงมะเร็ง 29 ยีน” ซึ่งครอบคลุมยีนเสี่ยงโรคมะเร็งสำคัญ ได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ มะเร็งตับอ่อน และมะเร็งรังไข่ ปัจจุบันให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแล้วในโรงพยาบาลศูนย์มะเร็ง 29 แห่งทั่วประเทศ หรือหากรักษาในสถานพยาบาลอื่นก็นอกเหนือจากนี้ ก็สามารถดำเนินการส่งตัวอย่างมาตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมที่โรงพยาบาลศิริราชได้เช่นกัน

การค้นพบตำแหน่งความต่างของยีนเสี่ยงในประชากรไทย ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการป้องกันและดูแลรักษาผู้ป่วย  หากตรวจพบความเสี่ยงล่วงหน้า แพทย์จะปรับแผนดูแลเชิงรุก เช่น การนัดตรวจคัดกรองให้ถี่ขึ้น หรือในกลุ่มผู้ที่มีอายุเหมาะสมและไม่มีความต้องการมีบุตรแล้ว อาจพิจารณาผ่าตัดเต้านมหรือรังไข่ เพื่อตัดวงจรการเกิดโรค

 ส่วนในกรณีที่ผู้ป่วยตรวจพบมะเร็งแล้ว จะช่วยให้แพทย์นำชิ้นเนื้อมะเร็งมาตรวจหาจุดกลายพันธุ์เป้าหมาย เพื่อเลือกใช้ “ยามุ่งเป้า” (Targeted Therapy) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยแก้ปัญหากลุ่มคนไข้ในอดีตที่ได้รับยามุ่งเป้าผิดตำแหน่ง จนทำให้อาการมะเร็งลุกลาม

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ดีเดย์ ‘AiPASS’ เปิดใช้งานแล้ววันนี้ ‘ดีอี’ ขนทัพ 30 โมเดลฟรีถึงปี 70

กระทรวงดีอี ลุยเต็มสูบ! เปิดใช้ “TH-AI Passport” หรือ AiPASS อย่างเป็นทางการวันนี้ หวังยกระดับ AI Literacy และ Adoption ทั่วประเทศ ดันยอดลงทะเบียนพุ่งทะลุ 1.3 ล้านคนในเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ ตอกย้ำความตื่นตัวของคนไทยต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

วันนี้ (31 สิงหาคม 2569) สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประกาศเปิดให้บริการแพลตฟอร์ม “AiPASS” ภายใต้โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย (TH-AI Passport) อย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบแล้ววันนี้ ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันเป้าหมายยกระดับความรู้ความเข้าใจด้าน AI (AI Literacy) ควบคู่กับการส่งเสริมการนำ AI ไปใช้งานจริง (AI Adoption) เพื่อพัฒนาทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน เพิ่มผลิตภาพ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว

โดยกลุ่มเป้าหมายของโครงการนี้ครอบคลุมตั้งแต่ นักเรียน นักศึกษา บุคลากรภาครัฐ ประชาชนทั่วไป ไปจนถึงผู้ประกอบการ ซึ่งประชาชนที่ได้ลงทะเบียนล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา สามารถเข้าใช้งานผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th เพื่อเข้าถึงเครื่องมือ AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย รวมมากกว่า 30 โมเดลได้ทันที

โดยตั้งแต่เวลา 09.00 น. ของวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ทั้งนี้ ตัวเลขผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการที่พุ่งสูงกว่า 1,349,825 คนภายในระยะเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์ ถือเป็นเครื่องสะท้อนความตื่นตัวและความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ของคนไทยได้อย่างชัดเจนที่สุด

แพลตฟอร์ม AiPASS ถูกออกแบบมาให้เป็นศูนย์รวมโมเดล AI จากผู้พัฒนาชั้นนำกว่า 14 ราย มากกว่า 30 โมเดล ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว เพื่อให้ประชาชนสามารถเลือกใช้โมเดลที่เหมาะสมกับงานได้โดยไม่ต้องสมัครใช้บริการจากผู้ให้บริการหลายรายแยกกัน

โดยโมเดลภายในแพลตฟอร์มครอบคลุมทั้งงานด้านการสนทนา การเขียนโปรแกรม และการค้นคว้าเชิงลึก อาทิ GPT-5.6 Sol, o3 Deep Research, Claude Opus 5, Gemini Pro, Nano Banana Pro, Lyria 3 Pro, Sonar Reasoning Pro, Seedream 4.0 และ Seedance 2.0 ซึ่งผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์สามารถเริ่มต้นจากการใช้งานทั่วไป เช่น การค้นคว้าข้อมูล สรุปเอกสาร ร่างข้อความ คิดแนวทางการทำงาน หรือสร้างภาพประกอบ ก่อนจะขยับไปทดลองใช้โมเดลและรูปแบบการใช้งานที่ซับซ้อนขึ้น

นอกจากนี้ AiPASS ยังเชื่อมโยงการเข้าถึงเครื่องมือเข้ากับการพัฒนาทักษะอย่างเป็นระบบผ่านแนวคิด “Learn • Earn • Plern” ผสานความร่วมมือด้านองค์ความรู้และหลักสูตรจากพันธมิตรระดับโลก ทั้ง Google for Education, Microsoft Elevate, OpenAI และ NVIDIA Deep Learning Institute ผู้ใช้งานสามารถเรียนรู้ผ่านหลักสูตรภายในระบบ นำความรู้ไปทดลองใช้จริง สะสมคะแนนเพื่อปลดล็อกสิทธิ์เข้าถึงโมเดลระดับ Pro และพัฒนาสู่ระดับผู้สร้างสรรค์ (Innovator) พร้อมรับประกาศนียบัตรเมื่อสำเร็จการเรียนรู้ตามเงื่อนไข

สำหรับขั้นตอนการใช้งาน ประชาชนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ aipass.go.th หรือสแกน QR Code โดยใช้บัญชี Google, Microsoft หรือ Apple และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” หรือ “ThaiD” (หมายเหตุ: ผู้สมัครต้องเข้าเว็บไซต์ผ่านเบราว์เซอร์ในโหมดปกติเท่านั้น ระบบไม่รองรับการลงทะเบียนผ่านโหมดไม่บันทึกประวัติการใช้งานหรือ Incognito/Private Window)

ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ก่อนวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 จะได้รับการอัปเกรดเป็นผู้ใช้งานระดับผู้สร้างสรรค์ (Innovator) เป็นเวลา 30 วันนับจากวันที่เปิดใช้งานสิทธิ์ เพื่อเข้าถึงโมเดลและเครื่องมือระดับสูงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลาโครงการถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2570 โดยมีเงื่อนไขเพียงต้องเข้าเรียนและสะสมคะแนนให้ได้อย่างน้อย 100 คะแนนต่อเดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


95 แคปชั่นฮีลใจ ภาษาอังกฤษ คิดบวก ให้กำลังใจตัวเอง แจกรอยยิ้มให้คนรอบข้าง

แคปชั่นฮีลใจ ภาษาอังกฤษ คิดบวก คำคมให้กำลังใจ

  • Your love helps your heart to heal.
    ให้ความรักของคุณเยียวยา รักษาหัวใจของคุณ
  • The journey of a thousand miles begins with one step.
    การเดินทางนับพันไมล์ เริ่มต้นได้ด้วยก้าวเดียวเสมอ
  • Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
    ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเรา ไม่ได้อยู่ที่การไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่การลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งที่ล้ม
  • Don’t cry because it is over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้กับสิ่งที่จบไปแล้ว แต่จงยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น
  • Smile on, Chin up.
    ยิ้มไว้ เชิดไว้
  • Try and fail but never fail to try.
    พยายามและล้มเหลว แต่อย่าล้มเหลวโดยที่ยังไม่พยายาม
  • Life isn’t as easy as it seems, but it’s not as difficult as we think.
    ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราเห็น แต่มันก็ไม่ได้ยากเหมือนที่เราคิด
  • You can get through this.
    คุณจะผ่านมันไปได้
  • It is better to walk alone, then with a crowd going in the wrong direction.
    เดินไปคนเดียว ดีกว่าเดินกับผู้คนมากมายที่เดินผิดทาง 
  • Turn your wounds into wisdom.
    เปลี่ยนบาดแผลของคุณให้กลายเป็นปัญญา
  • When you cease to dream you cease to live.
    เมื่อคุณหยุดฝัน ก็เท่ากับคุณหยุดมีชีวิต
  • Every day may not be good but there is something good in every day.
    ทุกวันอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันต้องมีสิ่งดีๆ เข้ามาในทุกๆ วัน
  • Learn from the past, but don’t get stuck in it.
    เรียนรู้จากอดีต แต่อย่าจมอยู่กับมัน
  • Be you, not them
    จงเป็นตัวเอง ที่ไม่เหมือนใคร
  • Confidence is sexy.
    ความมั่นใจคือความเซ็กซี่
  • Learning to love myself unconditionally.
    จงเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข 
  • Self-love is the greatest revolution.
    การรักตนเองคือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  • Too many of us are not living our dreams because we are living our fears.
    หลายๆ คน ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตกับความกลัว
  • As we grow old, we learn that life is not always easy.
    เมื่อเราโตขึ้น เราได้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้ง่ายเสมอไป
  • Mindfulness is the key to inner peace.
    สติเป็นกุญแจสู่ความสงบสุขภายในใจ
  • Life is like riding a bicycle. To keep your balance, you must keep moving.
    ชีวิตก็เหมือนกับการปั่นจักรยาน เพื่อประคองการทรงตัว คุณจะต้องปั่นต่อไปข้างหน้า
  • If you have the ability to love, love yourself first.
    ถ้าคุณเก่งกาจในเรื่องรัก จงรักตัวเองเป็นอันดับแรก
  • Beauty starts from within.
    ความสวยเริ่มจากภายใน
  • You’re allowed to scream, you’re allowed to cry, but do not give up.
    คุณกรีดร้องได้ ร้องไห้ได้ แต่อย่ายอมแพ้
  • The only person who can pull me down is myself.
    คนเดียวที่สามารถทำให้ฉันอ่อนแอได้ คือตัวฉันเอง
  • Hope is the only thing stronger than fear.
    ความหวังเป็นสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งกว่าความกลัว
  • You are enough just as you are.
    คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นก็พอ
  • It’s never too late to start over, never too late to be happy.
    ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่ และไม่สายเกินไปที่จะมีความสุข
  • Set your goals high , and don’t stop till you get there.
    ตั้งเป้าหมายให้สูงและอย่าหยุด จนกว่าคุณจะไปถึงจุดนั้น
  • Don’t cry because it’s over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้เพราะมันจบลง แต่จงยิ้มที่มันเคยเกิดขึ้น
  • I’m not perfect, but I’m still damn sexy.
    ฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ฉันโคตรจะเซ็กซี่เลยล่ะ
  • If you want to be happy, do not dwell in the past.
    ถ้าคุณอยากมีความสุข ก็อย่าจมอยู่กับอดีต
  • Life becomes easier and more beautiful when we can see the good in other people.
    ชีวิตจะง่ายขึ้นและสวยงามขึ้น เมื่อเรามองเห็นสิ่งที่ดีในตัวคนอื่น
  • A bad day doesn’t mean you have a bad life.
    วันที่แย่ไม่ได้หมายความว่าคุณนั้นมีชีวิตที่แย่
  • Winners are losers who got up and gave it one more try.
    ผู้ชนะคือผู้แพ้ที่ลุกขึ้นและลองอีกครั้ง
  • I am more than just a pretty face.
    ฉันมีดีมากกว่าแค่ใบหน้าสวย ๆ
  • Do what makes you feel alive and happy.
    จงทำในสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีความสุข
  • Mindfulness is the anchor that keeps me grounded amidst life’s storms.
    การมีสติเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวฉันให้ยืนหยัด ท่ามกลางมรสุมแห่งชีวิต
  • Love is a journey, not a destination.
    ความรักคือการเดินทางไม่ใช่จุดหมายปลายทาง

แคปชั่นกำลังใจ คิดบวก สู้ชีวิต 

  • No one can make you feel inferior without your consent.
    ไม่มีใครสามารถทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้ หากคุณไม่ยอมรับมัน
  • Life is too short to be shy. 
    ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมานั่งเขินอาย
  • Life isn’t about finding yourself. Life is about creating yourself.
    ชีวิตไม่ได้เกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง ชีวิตคือการสร้างตัวคุณเอง
  • Life is better when you’re laughing.
    ชีวิตดีขึ้นเมื่อคุณหัวเราะ
  • Happiness is not having what you want. It is appreciating what you have.
    ความสุขไม่ใช่การได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่คือการเห็นคุณค่าในสิ่งที่มี
  • Tough situations build strong people in the end.
    สถานการณ์ที่ยากลำบาก จะสร้างคนที่แข็งแกร่งในที่สุด
  • You are never too old to be cute. 
    คุณไม่ได้แก่เกินไปที่จะน่ารัก
  • Growing and glowing.
    จงเติบโตและเปล่งประกาย
  • Even with a broken crayon, I can still draw a rainbow.
    แม้ว่าดินสอสีจะหัก ฉันก็ยังวาดสายรุ้งได้
  • It is never too late to be what you might have been.
    ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น
  • Cute is the new cool.
    น่ารัก คือความเท่แบบใหม่
  • Believe you can and you’re halfway there.
    เชื่อว่าคุณทำได้ คุณก็มาถึงครึ่งทางแล้ว
  • No one is perfect – that’s why pencils have erasers.
    ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ – นั่นคือเหตุผลว่าทำไมดินสอจึงมียางลบ
  • Turning wounds into wisdom and pains into gains.
    เปลี่ยนบาดแผลให้เป็นปัญญา และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นกำไร
  • Keep your head up, things will get better.
    ยืนหยัดเข้าไว้ เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้น
  • You can always start again.
    คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
  • It’s okay not to be okay.
    ถึงจะไม่โอเค แต่ก็ไม่เป็นไร 
  • You’re stronger than you know.
    คุณแข็งแกร่งกว่าที่คุณรู้
  • If you ever want to love someone, love yourself unconditionally first.
    ถ้าคุณอยากจะรักใครสักคน จงรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไขเสียก่อน
  • What’s meant to be will always find a way 
    สิ่งที่เราตั้งใจไว้ จะหาทางได้เสมอ
  • Life lesson to learn is… sometimes the good guys don’t win.
    บทเรียนชีวิตที่ต้องเรียนรู้คือ… บางครั้งคนดีก็ไม่ชนะเสมอไป
  • No matter what you’re going through, there’s a light at the end of the tunnel.
    ไม่ว่าคุณจะเจออะไรก็ตาม มีแสงที่ปลายอุโมงค์เสมอ
  • Tough times don’t last, tough people do. 
    ช่วงเวลาที่มันแย่ๆ มันจะไม่อยู่กับเรานาน แต่คนที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่ได้นาน
  • Happiness is the secret to all beauty.
    ความสุขเป็นเคล็ดลับของทุกความงาม
  • Success is not the key to happiness, happiness is the key to success.
    ความสำเร็จไม่ใช่กุญแจสู่ความสุข ความสุขคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
  • You’re not alone, we’re in this together. 
    คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เราจะผ่านไปด้วยกัน
  • I’m the best you’ll never ever get.
    ฉันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่คุณไม่มีทางได้ครอบครอง
  • Sun is alone too, but still shines.
    ดวงอาทิตย์ก็โดดเดี่ยวเหมือนกัน แต่ก็ยังส่องแสงอยู่
  • Forgive yourself for your faults and move on.
    จงให้อภัยตัวเองสำหรับความผิดพลาดและก้าวต่อไป
  • Don’t look for happiness, Create it.
    อย่าพยายามมองหาความสุข แต่จงหาทางสร้างมันขึ้นมา
  • Beauty begins the moment you decide to be yourself.
    ความงามเริ่มต้นในชั่วขณะที่คุณตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง
  • The Best way to be loved is to love yourself.
    วิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ใครมารัก คือ การรักตัวเอง
  • Face challenges with confidence.
    จงเผชิญกับความท้าทายด้วยความมั่นใจ
  • Love is all around you. You just have to take the time to feel it.
    ความรักอยู่รอบตัวคุณ คุณเพียงแค่ต้องใช้เวลาในการรู้สึกมัน
  • Inner beauty will always be in fashion.
    ความงามจากภายในจะคงอยู่ในแฟชั่นเสมอ
  • Stars don’t shine without darkness.
    ดวงดาวไม่ส่องแสงโดยปราศจากความมืด
  • Be a shining star in the darkest of nights.
    จงเป็นดาวที่ส่องแสงในคืนที่มืดมนที่สุด
  • Happiness is not by chance, but by choice.
    ความสุขไม่ใช่เกิดโดยบังเอิญ แต่เป็นทางเลือก
  • There are beautiful days ahead.
    มีวันที่สวยงามรออยู่ข้างหน้า
  • The best thing to hold onto in life is each other.
    สิ่งที่ดีที่สุดที่จะยึดมั่นในชีวิต คือกันและกัน
  • What you believe, remember, you can achieve.
    สิ่งที่คุณเชื่อจำไว้ว่า คุณทำได้
  • Motivation gets you moving, but determination keeps you going.
    แรงบันดาลใจทำให้คุณเคลื่อนไหวได้ แต่ความมุ่งมั่นจะทำให้คุณก้าวต่อไป
  • The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams.
    อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเอง
  • You don’t need to see the whole staircase, just take the first step.
    คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด ขอแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก
  • Sometimes the heart sees what is invisible to the eye.
    บางครั้งหัวใจจะมองเห็น สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา
  • Don’t give up the beginning is always the hardest.
    อย่าเพิ่งยอมแพ้ จุดเริ่มต้นนั้นมักจะยากที่สุดเสมอ
  • Our attitude toward life determines life’s attitude towards us.
    ทัศนคติของเรา เป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา
  • Believe in yourself
    เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้
  • We failed, we cried, we lost but then we will rise and strong again.
    เราล้มเหลว เราร้องไห้ เราแพ้พ่าย แต่เราจะลุกขึ้นและกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
  • Don’t be the same. Be better!
    อย่ามัวแต่เป็นเหมือนเดิม เราต้องดีกว่าเดิม!
  • Don’t be afraid to choose a different path than others.
    อย่ากลัวที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง ถึงแม้มันจะแตกต่างจากคนอื่น
  • Life always offers you a second chance.
    ชีวิตจะให้โอกาสคุณครั้งที่สองเสมอ
  • No matter how much it hurts, you have to hold your head up and keep going.
    ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน จงเชิดหน้าขึ้น.. และก้าวต่อไป
  • If you get tried, learn to rest not to quit
    ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อย จงเรียนรู้ที่จะพัก แต่อย่าล้มเลิก
  • A smile is happiness you’ll find right under your nose.
    รอยยิ้มคือความสุข ที่คุณหาพบได้ แค่ใต้ปลายจมูก
  • It’s hard to beat a person who never gives up.
    มันยากที่จะเอาชนะคนที่ไม่เคยยอมแพ้

ขอบคุณข้อมูลจาก women.trueid.net


ผักที่ได้ฉายา “ราชาวิตามิน” บำรุงร่างกายครบวงจร สมัยก่อนมีแต่ชนชั้นสูงได้กิน

โมโรเฮยะ (Moroheiya) อาจเป็นชื่อผักที่หลายคนยังไม่คุ้นหู แต่ในญี่ปุ่นและตะวันออกกลางถือเป็นหนึ่งในผักมากคุณค่าที่ได้รับความนิยมมายาวนาน ด้วยคุณสมบัติที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหาร และสารต้านอนุมูลอิสระ จนได้รับฉายาว่าเป็น “ราชาวิตามิน”

ผักชนิดนี้มีต้นกำเนิดจากประเทศอียิปต์ และมีเรื่องเล่าถึงความสำคัญมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณ โดยเชื่อกันว่าเคยเป็นผักที่ชนชั้นสูงรับประทานเพื่อบำรุงสุขภาพ ปัจจุบันโมโรเฮยะไม่ได้มีเพียงในต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถหาซื้อได้ในประเทศไทย ทั้งแบบสดและแบบแปรรูป

รู้จัก “โมโรเฮยะ” ผักราชาวิตามินจากอียิปต์โบราณ

โมโรเฮยะ (Moroheiya) เป็นผักใบเขียวในกลุ่มปอ (Corchorus olitorius) มีลักษณะใบเล็ก สีเขียวเข้ม เมื่อนำไปปรุงอาหารจะมีความเหนียวเล็กน้อยคล้ายเมือก ซึ่งเกิดจากใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ โดยลักษณะนี้เองทำให้โมโรเฮยะมีความโดดเด่นด้านการช่วยดูแลระบบทางเดินอาหาร

ชื่อของโมโรเฮยะมีที่มาจากภาษาอาหรับคำว่า “มาลัค” (Malak) ซึ่งมีความหมายเกี่ยวข้องกับผู้ปกครองหรือนักปกครอง จึงมีการเรียกกันว่าเป็น “ผักของราชา” จากเรื่องเล่าทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์อียิปต์

คุณค่าทางโภชนาการของโมโรเฮยะ

แม้โมโรเฮยะจะให้พลังงานต่ำ แต่กลับอัดแน่นด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยในโมโรเฮยะ 100 กรัม มีสารอาหารสำคัญ เช่น

  • พลังงานประมาณ 10 กิโลแคลอรี
  • โปรตีนประมาณ 1 กรัม
  • ใยอาหารประมาณ 2 กรัม
  • แคลเซียม ธาตุเหล็ก และแร่ธาตุต่าง ๆ
  • วิตามินเอ วิตามินซี และสารต้านอนุมูลอิสระ

ด้วยองค์ประกอบเหล่านี้ ทำให้โมโรเฮยะเป็นผักที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสารอาหารจากพืชในมื้ออาหารประจำวัน

10 ประโยชน์ของโมโรเฮยะ ผักที่ดีต่อสุขภาพรอบด้าน

1. ช่วยดูแลระบบขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก

โมโรเฮยะมีใยอาหารสูง โดยเฉพาะใยอาหารที่สามารถละลายน้ำได้ ซึ่งช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหาร กระตุ้นการทำงานของลำไส้ และช่วยให้การขับถ่ายเป็นปกติมากขึ้น

2. ช่วยควบคุมน้ำหนัก

ด้วยพลังงานต่ำแต่มีใยอาหาร ทำให้โมโรเฮยะช่วยเพิ่มความรู้สึกอิ่มนาน ลดการรับประทานอาหารเกินความจำเป็น จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก

3. เสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย

วิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระในโมโรเฮยะ โดยเฉพาะวิตามินเอและวิตามินซี มีส่วนช่วยสนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน และช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

4. ช่วยบำรุงสายตา

โมโรเฮยะมีสารตั้งต้นของวิตามินเอ เช่น เบตาแคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อการทำงานของดวงตา และช่วยดูแลสุขภาพสายตา

5. ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ

ใยอาหารในโมโรเฮยะมีส่วนช่วยควบคุมระดับไขมันในเลือด ขณะที่แร่ธาตุบางชนิด เช่น โพแทสเซียม มีบทบาทต่อสมดุลของความดันโลหิต

6. ช่วยบำรุงเลือด ลดความเสี่ยงภาวะขาดธาตุเหล็ก

โมโรเฮยะมีธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญสำหรับการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ช่วยให้ร่างกายสามารถลำเลียงออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์

สารต้านอนุมูลอิสระในโมโรเฮยะช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของเซลล์และโรคเรื้อรังหลายชนิด

8. ช่วยบำรุงกระดูก

แคลเซียม แมกนีเซียม และแร่ธาตุที่พบในผักใบเขียวชนิดนี้ มีส่วนช่วยสนับสนุนการสร้างและรักษาความแข็งแรงของกระดูก

9. ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย

สารประกอบจากพืชและวิตามินบางชนิดในโมโรเฮยะ มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งอาจช่วยลดกระบวนการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย

10. ช่วยบำรุงผิวและการสร้างเซลล์ใหม่

วิตามินและสารอาหารในโมโรเฮยะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการซ่อมแซมเซลล์ ช่วยดูแลสุขภาพผิว และสนับสนุนการทำงานของร่างกายในระดับเซลล์

วิธีกินโมโรเฮยะให้อร่อย ได้ประโยชน์เต็มที่

โมโรเฮยะสามารถนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารตะวันออกกลางหรือเมนูสุขภาพทั่วไป เช่น

  • ต้มเป็นซุป เพิ่มความเข้มข้นและคุณค่าทางอาหาร
  • ผัดกับกระเทียมหรือเนื้อสัตว์
  • ใส่ในแกงหรืออาหารประเภทน้ำ
  • นำไปลวกแล้วรับประทานคู่กับน้ำจิ้ม
  • เพิ่มในสลัดหรือเมนูสุขภาพ

กินโมโรเฮยะอย่างไรให้เหมาะสม?

แม้โมโรเฮยะจะเป็นผักที่มีประโยชน์ แต่การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพควรเน้นความหลากหลาย ไม่ควรรับประทานผักชนิดเดียวเป็นประจำทุกวัน ควรสลับกับผักชนิดอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน

นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือจำกัดอาหารบางประเภท ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพก่อนเพิ่มอาหารชนิดใหม่ในปริมาณมาก

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 31/8/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a69,200.0069,400.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,473.0067,810.6870,200.00
ทองรูปพรรณ 90%4,025.7061,029.61n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,578.4054,248.54n/a
ทองรูปพรรณ 50%2,012.8530,514.81n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,565.5523,733.74n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,635.2370,270.09n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 31/8/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9537.6937.6938.1937.6937.6937.6937.6937.6937.69
แก๊สโซฮอล์ 9137.3237.3237.8237.3237.3237.3237.3237.3237.32
แก๊สโซฮอล์ E2032.6932.6932.8932.6932.6932.6932.6932.69
แก๊สโซฮอล์ E8528.6328.6328.63
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม47.7949.2949.8447.79
เบนซิน 9546.6849.2647.1846.8346.68
ดีเซล38.3938.3938.3938.3938.3938.3938.3938.3938.39
ดีเซล B2033.3933.3933.3933.3933.3933.3933.3933.39
ดีเซลพรีเมี่ยม50.0549.2549.8449.2550.05
แก๊ส NGV16.6616.66
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า