สาระน่ารู้ประจำวันที่ 05 กุมภาพันธ์ 2567

พิษเศรษฐกิจทุบ’บ้านต่ำ3ล้าน’ยอดโอนหด-กู้ไม่ผ่านพุ่ง60%

พิษเศรษฐกิจทุบคอนโด-บ้านต่ำ3ล้านยอดโอนหด เหตุกู้ไม่ผ่านพุ่ง60% ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผยคนรุ่นใหม่รายได้โตไม่ทันราคาบ้าน ระบุรีเจ็กต์เรตบ้านต่ำ3ล้านฉุดตลาดอสังหาฯปี67 ศุภาลัยชี้พฤติกรรมเปลี่ยนหันมาเช่าแทนซื้อ เสนาฯผุดบริการสินเชื่อช่วยลูกค้า

  • ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2567 ยังคงเผชิญปัจจัยท้าทายอย่างต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นการฟื้นตัวของสภาพเศรษฐกิจยังไม่ดีเท่าที่ควร ภาวะหนี้ครัวเรือน และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง
  • ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับล่างที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจและเป็นกลุ่มที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อมากที่สุด โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาท

วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคารอาคารสงเคราะห์ และรักษาการผู้อำนวยการ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) กล่าวว่า จากผลสำรวจตลาดที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท พบว่า ตัวเลขคาดการณ์ 12 เดือนในปี 2566 ที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง 10%  ถือว่าลดลงมาก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

“จากเดิมกลุ่มนี้มีอัตราการเติบโตกว่า 10% หลังโควิด-19 เพราะคนเริ่มกลับมาซื้อบ้านอีกครั้งในปี 2565 แต่พอปี 2566 เกิดปัญหาคนรายได้ลดลง เศรษฐกิจไม่ดี ตามมาด้วยการถูกปฏิเสธสินเชื่อ ทำให้ตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ลดลง10%”

อย่างไรก็ดี ที่อยู่อาศัยระดับราคา 3-5 ล้านบาทยังเติบโต ส่วนระดับราคา 5-7.5 ล้านบาท ติดลบ 2% ซึ่งไม่มีนัยสำคัญแต่อย่างใด  เพราะมีจำนวนไม่มาก ขณะที่ กลุ่มราคา 7.5-10 ล้านบาท หรือระดับราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป ยังมีอัตราการเติบโต

สะท้อนให้เห็นว่า ภาพรวมของตลาดบ้านระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราการซื้อน้อยลง สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้ประกอบการอสังหาฯระบุว่าอัตรากู้ไม่ผ่านของลูกค้า หรือ “รีเจ็กต์เรต” ในกลุ่มนี้สูง ทำให้ยอดโอนน้อยลง แสดงให้เห็นว่าลูกค้ากู้ไม่ผ่านทำให้ต้องนำไปขายใหม่ 2-3 รอบ  สะท้อนว่ากลุ่มคนที่มีรายได้ไม่มั่นคงตามเกณฑ์ของสถาบันการเงินในการพิจารณาให้สินเชื่อกู้ไม่ผ่านมากขึ้น 50-60% ทีเดียว 

คนรุ่นใหม่รายได้โตไม่ทันราคาบ้าน

วิชัย กล่าวต่อว่า โอกาสคนรุ่นใหม่ที่เริ่มทำงานจะมีบ้านยากขึ้นหรือไม่นั้น หากพิจารณาโดยภาพรวมดูเหมือนจะยากขึ้น แต่ไม่ใช่ว่าคนรุ่นใหม่จะไม่ซื้อบ้าน หรือไม่ซื้อคอนโดมิเนียม ขึ้นอยู่กับว่าเขามีรายได้มากน้อยแค่ไหน และมีพฤติกรรมการใช้เงินอย่างไร 

ทั้งนี้ ภาพรวมของกลุ่มคนรุ่นใหม่ เริ่มต้นทำงานได้เงินเดือนเฉลี่ย 15,000-25,000 บาท หากไปก่อหนี้ ก็หมดสิทธิที่จะมีบ้าน เพราะราคาที่อยู่อาศัยปรับขึ้นต่อเนื่องตามราคาที่ดินและต้นทุนการก่อสร้าง แม้ว่าเศรษฐกิจไม่ดีราคาปรับสูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อและทำให้ค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้มีโอกาสซื้อบ้านยากขึ้น เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของรายได้ค่อนข้างช้า ขณะที่ค่านิยมในการบริโภคสินค้าแบรนด์เนมสูงทำให้การสร้างหนี้เพิ่มขึ้น

“ก่อนหน้านี้ คนรุ่นใหม่มีรายได้จากการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีแล้วนำมาซื้ออสังหาฯ ที่จับต้องได้ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนมาเป็นการหารายได้จากการขายสินค้าออนไลน์ ไลฟ์ขายของ‎ เป็นยูทูบเบอร์ เป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ เพราะรายได้ประจำอย่างเดียวไม่เพียงพอที่ซื้อบ้านหรือคอนโดได้เพราะรายได้โตไม่ทันกับราคาที่อยู่อาศัยที่ปรับขึ้นทุกปี”

รีเจ็กต์เรตบ้านต่ำ3ล้านฉุดตลาดปี 67

จากแนวโน้มดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการทำให้ภาพรวมของตลาดอสังหาฯ ปี 2567 หดตัวลง หากคิดในเชิงจำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์มีสัดส่วน 66% ในเชิงมูลค่ามีสัดส่วนอยู่ที่ 30% น้อยกว่าที่อยู่อาศัยระดับราคาเกิน 3 ล้านบาท เพราะราคาต่อหน่วยถูกกว่า สวนทางกันเพราะมูลค่าต่อหน่วยสูงกว่า

ดังนั้น จึงส่งผลให้ผู้ประกอบการหันไปเน้นการพัฒนาโครงการเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคระดับกลาง-บน ซึ่งมีความพร้อมในการซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่ากลุ่มผู้บริโภคระดับล่างนั่นเอง

พฤติกรรมเปลี่ยนหันมาเช่าแทนซื้อ

ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มปัญหาอัตรากู้ไม่ผ่านของลูกค้าปีนี้ประเมินว่าน่าจะลดลงจากปีก่อนที่สูงถึง 50% โดยเฉพาะกลุ่มผู้ซื้อที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท เพราะสถาบันการเงินระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อ เพื่อควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 

“ปีนี้แนวโน้มน่าจะเริ่มดีขึ้นเพราะทุกคนเริ่มปรับตัวประกอบกับปีนี้อัตราดอกเบี้ยน่าจะลดลง ทำให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายขึ้น”

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยต่ำกว่า 3 ล้านบาทในกรุงเทพฯ ค่อนข้างยาก เนื่องจากต้นทุนราคาที่ดินและการก่อสร้างเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายหันไปจับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง-บน ซึ่งมีความพร้อมในการซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่า

ดังนั้น แนวโน้มคนรุ่นใหม่เริ่มทำงานอาจซื้อที่อยู่อาศัยยากขึ้น เพราะต้นทุนราคาการพัฒนาโครงการใหม่สูงขึ้นตามราคาที่ดินและการก่อสร้าง ทำให้ราคาโครงการใหม่ออกมาสู่ตลาดส่วนใหญ่มากกว่า 1 แสนบาทต่อตารางเมตร เป็นเหตุผลให้กลุ่มคนรุ่นใหม่ส่วนหนึ่งหัน “เช่าอยู่อาศัย” แทนการซื้อ

 ผุดบริการสินเชื่อช่วยลูกค้า

เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แม้ว่าสถานการณ์โควิดคลี่คลาย แต่ภาวะเศรษฐกิจยังคงมีความไม่แน่นอนจากหลากหลายปัจจัยภายในและต่างประเทศ ทั้งค่าครองชีพสูงขึ้น รายได้ลดลง ไม่มีเงินออม บางคนเข้าไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อกู้โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ทำให้ความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้บริโภคลดลง 

ส่งผลให้บางโครงการ ในบางพื้นที่ ยอดการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยราคา 1-2 ล้านบาท และ 3-5 ล้านบาทกู้ไม่ผ่านเกินกว่า 50% ส่วนหนึ่งเพราะเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้จากเงินเดือนประจำ มีภาระหนี้สิน อาทิ ผ่อนรถยนต์ ผ่อนหนี้บัตรเครดิต เป็นต้น

ที่ผ่านมาเสนา จึงได้หาแนวทางแก้ปัญหาลูกค้าที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย โดยแตกไลน์ธุรกิจใหม่ภายใต้แบรนด์ “เงินสดใจดี” เพื่อเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเองแต่ขาดสภาพคล่องทางการเงินมาใช้บริการ ประกอบด้วย บริการสินเชื่อเช่าซื้อ เพื่อสามารถเข้าอยู่ในบ้าน หรือคอนโดของเสนาได้ทันที จากนั้นทยอยผ่อนชำระเงินกู้ ซึ่งจะหักเงินต้นจนถึงจุดที่ลูกค้าสามารถกู้สินเชื่อบ้านจากธนาคารได้  

นอกจากนี้มีบริการสินเชื่อเพื่อชำระค่าทำสัญญา  สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อลดภาระดอกเบี้ย และในปีนี้อยู่ระหว่างพัฒนาบริการใหม่เข้ามาเสริมทัพอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


อสังหาฯตีปีก จุดพลุ “ฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร”ฟื้นกำลังซื้อคอนโดฯไทย

อสังหาฯตีปีก จุดพลุ “ฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร”ฟื้นกำลังซื้อคอนโดฯไทย

อสังหาฯตีปีก จุดพลุ “ฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร”ฟื้นกำลังซื้อตลาดคอนโดมิเนียมในไทย หลังคนจีนเริ่มกลับมาซื้อและโอนกรรมสิทธิ์ ปี66 จำนวน 4,991 ยูนิตคิดเป็นสัดส่วน47% ของจำนวนคอนโดมิเนียมที่โอนกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ

นอกจากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ที่ดีเวลลอปเปอร์รอความหวังแล้ว ยังมี ข่าวดีความตกลง “ วีซ่าไทย-จีนถาวร” ที่จะส่งผลดีต่อการหวนกลับมาของคนจีนซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักคอนโดมิเนียม ในไทยมากขึ้นมุมสะท้อนของนายสุรเชษฐ กองชีพ กรรมการผู้จัดการบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ดีเอ็นเอ จำกัด ผู้วิจัยตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไทย ระบุว่า ช่วงต้นปี2567 มีคนจีนเดินทางเข้าประเทศไทยมากขึ้นแบบชัดเจนประมาณ 444,702 คน (ระหว่างวันที่ 1-28 มกราคม พ.ศ.2567) มากเป็นอันดับที่ 1 และมีแนวโน้มมากขึ้นต่อเนื่อง ในช่วงเทศกาลตรุษจีน

อย่างไรก็ตามทันทีที่มีการประกาศเรื่องฟรีวีซ่าถาวรอย่างเป็นทางการคนจีนมีการสืบค้นแหล่งข้อมูลท่องเที่ยวของไทยใน Ctrip.com เพิ่มกว่า 7 เท่า มีการค้นหาตั๋วเครื่องบิน  โรงแรมในประเทศไทยมากขึ้นกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า นั่นแสดงว่าปีนี้คนจีนจะมาประเทศไทยมากขึ้นแน่นอน ซึ่งเรื่องนี้มีผลต่อตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทยด้วย เพราะคนจีนเป็นกลุ่มผู้ซื้อหลักในตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทย

ทั้งนี้ประเมินว่าคนจีนไม่ได้สนใจซื้อคอนโดมิเนียมหรืออสังหาริมทรัพย์แค่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น เพราะคนจีนมีการกระจายออกไปซื้อคอนโดมิเนียมในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยมากมาย เช่น ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ รวมไปถึงในสมุทรปราการด้วยที่พวกเขามีจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์มาเป็นอันดับที่ 1 ในกลุ่มของผู้ซื้อชาวต่างชาติ นอกจากนี้ คนจีนยังเป็นกลุ่มที่ให้ความสนใจในการซื้อวิลล่าที่ภูเก็ต โดย อาจไม่มากเทียบเท่ากับคนรัสเซีย

แต่มีจำนวนที่มากพอที่ผู้ประกอบการในภูเก็ตจะให้ความสนใจ การที่ความสนใจของคนจีนที่มีต่อการมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นเป็นผลดีต่อตลาดคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยแน่นอน และมีความเป็นไปได้ที่การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติในปี 2567 จะมากกว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะก่อนหน้านี้ที่การเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยไม่ได้สะดวกมากทั้งจากเรื่องของโควิด-19 และเรื่องการที่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศไทย คนจีนยังครองอันดับที่ 1 มาโดยตลอดเป็น 10 ปี หลังจากนี้ก็น่าจะมีจำนวนมากขึ้นแน่นอน   

สำหรับภาพรวมตลาดคอนโด มิเนียมในประเทศไทยชะลอตัวลงตามการชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจ โครงการเปิดขายใหม่ลดลงแบบชัดเจน และมีปัญหาในเรื่องของการขอสินเชื่อธนาคารของกลุ่มผู้ซื้อจำนวนมาก การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยในปี2566 อาจจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านี้ แต่ยังคงเทียบไม่ได้กับช่วงก่อนปี2563 ที่จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมมากกว่าช่วงปี 2564-2566 แต่ประมาณ 10 -14% ของจำนวนหน่วยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติอยู่ด้วย ซึ่งอาจจะมีลดลงบ้างแต่ก็เป็นไปตามภาวะต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งโลกไม่ได้เกิดจาก กำลังซื้อลดลงแต่อย่างใด  

 โดยช่วง 9 เดือนแรกของปี2566 ชาวต่างชาติโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยประมาณ 10,703 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 13.6% ของการโอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดในประเทศไทย แต่ถ้าคิดเป็นมูลค่าคอนโดมิเนียมที่โอนกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติจะคิด เป็นสัดส่วนประมาณ 23.3% การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมของชาวต่างชาติ เพิ่มขึ้นแบบชัดเจนในปี2566 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้ และชาวต่างชาติที่โอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมมากที่สุดในประเทศไทย คือ คนจีนโดยช่วง 9 เดือนที่ผ่านมาของปี2566 คนจีนโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมในประเทศไทยไปแล้วประมาณ 4,991 ยูนิตหรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 47% ของจำนวนคอนโดมิเนียมที่โอนกรรมสิทธิ์โดยชาวต่างชาติ

แต่อาจจะมีสัดส่วนเพียง 10% ของจำนวนคอนโดมิเนียมทั้งหมดที่โอนกรรมสิทธิ์ในประเทศไทย แต่จำนวนคอนโดมิเนียมที่โอนกรรมสิทธิ์โดยคนจีนนั้นเป็นจำนวนที่น่าสนใจ ทำให้ผู้ประกอบการไทยพยายามเข้าถึงกลุ่มผู้ซื้อคนจีนให้ได้มากที่สุด และในวงกว้างมากที่สุด เพราะยังมีความมั่นใจว่าสามารถต่อยอดได้มากกว่าจำนวนเท่านี้แน่นอน เพราะประชากรจีนมีจำนวนมาก แม้ว่าประเทศจีนในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาทางเศรษฐกิจก็ตาม

ขณะสถิติการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ในภาพรวม เห็นได้ชัดเจนว่า จำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยไม่ได้ลดน้อยลงหรือหายไปไหนยังคงมีการโอนกรรมสิทธิ์อยู่ต่อเนื่อง อาจจะลดลงเล็กน้อยประมาณ 3.8% ในปีที่ผ่านมาจากการคาดการณ์ของนอกจากนี้ช่วงที่ผ่านมามีเรื่องของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่กว่าจะอนุมัติได้นั้นค่อนข้างยากแต่ถ้าไปพิจารณาจากข้อมูลของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่อนุมัติใหม่มีการคาดการณ์ว่า ปี2566 สินเชื่อที่อยู่อาศัยจะได้รับการอนุมัติใหม่ทั่วประเทศไทยจำนวน 691,165 ล้านบาท ตํ่ากว่าปี 2565 ที่มีสินเชื่ออนุมัติใหม่ทั่วประเทศรวมทั้งหมด 698,072 ล้านบาท เพียงประมาณ 1% เท่านั้น

 คาดการณ์ว่าปีนี้ อาจจะมีสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ได้รับการอนุมัติใหม่ประมาณ 700,150 ล้านบาทซึ่งจากข้อมูลที่เผยแพร่ออกมาแบบนี้ อาจจะค่อนข้างชัดเจนว่าความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยยังมีอยู่แต่ก็มีส่วนที่มีปัญหาด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ซื้อที่มีกำลังซื้อไม่มาก ดังนั้นหากกลุ่มต่างชาติโดยเฉพาะจีนเข้ามามากขึ้นเชื่อว่าจะเป็น

  นายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าความตกลงกรณี ฟรีวีซ่า หรือการยกเลิกวีซ่าถาวร ไทย-จีน ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดคอนโดมิเนียม  ที่จะกลับมามากขึ้นจากช่วงปัจจุบัน และยอมรับว่า ดีมานด์คนจีนเริ่มกลับเข้ามา ทั้งระดับราคา 3 ล้านบาท ทำเลนอกศูนย์กลางธุรกิจ (ซีบีดี ) หรือกลุ่มที่มีกำลังซื้อ นิยมซื้อเพนท์เฮ้าส์ ที่ผ่านมาโครงการไซมิส เอ๊กซ์คลูซีพ ควีนส์ มีลูกค้าจีนเข้ามาเหมาซื้อเพนท์เฮ้าส์ จำนวน 12 ยูนิต ขนาด 150 ตารางเมตร ราคายูนิตละ 40 ล้านบาท มูลค่ารวม 500 ล้านบาท ทำให้ตลาดคอนโดมิเนียมในประเทศไทยฟื้นตัวอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะกลางกำลังซื้อในประเทศหดตัว

ที่ผ่านมาไซมิส แอสเสท มีคอนโดมิเนียมทำเลพระราม 9 ซึ่งเป็นทำเลที่คนจีนนิยม ปัจจุบันขายได้เดือนละ 30 ยูนิต เกือบ 50% เป็นชาวจีน ทั้งจีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง และ ไต้หวัน ส่วนที่เหลือเป็นคนไทย

 อย่างไรก็ตาม จากนโยบายฟรีวีซ่าไทย-จีนถาวร  ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม  ทำให้การเดินทางสะดวกขึ้น รวมถึงกลุ่มนักธุรกิจที่ต้องเดินทางไปจีน จากสถิติระบุว่า การเปิดฟรีวีซ่าจะทำให้มีคนเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น 18%

   ล่าสุดบริษัทฯ เปิดสาขาที่ฮ่องกง ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อที่สำคัญในการลงทุน เพื่อให้การประสานงานการซื้อขายง่ายขึ้น รองรับลูกค้าที่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง ไต้หวัน ที่มีจำนวนมากขึ้น ซึ่ง สินทรัพย์ของไซมิส แอสเสทไม่ได้แค่คอนโดมิเนียมแต่ยังมีโรงแรม ซึ่งตอบโจทย์การลงทุนต่างชาติ

ด้านนายชูรัชฏ์ ชาครกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า  มาตรการฟรีวีซ่าไทยจีน มองว่าเป็นเรื่องที่ดี ช่วยกระตุ้นภาคท่องเที่ยว ขณะที่อสังหาฯได้อานิสงส์ เช่นเดียวกับ มาตรการกระตุ้น อสังหาฯ ที่มองว่าต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนคือโครงการบ้านหลังแรกและโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยตํ่า เพื่อให้คนเข้าถึงที่อยู่อาศัย

  นับตั้งแต่วันที่1มีนาคม นี้เป็นต้นไป กำลังซื้อคนจีนจะกลับมาคึกคักมากน้อยแค่ไหน จาก ฟรีวีซ่าไทย-จีน ถาวร ต้องจับตา !!!

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 5ม.ค. “อ่อนค่าลงหนัก” ที่ระดับ 35.59 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 5ม.ค. “อ่อนค่าลงหนัก” ที่ระดับ 35.59 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันทั้ง ผลประชุม กนง. -นักลงทุนต่างชาติเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะบอนด์ระยะสั้น -กรอบวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.50-35.75 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 5ม.ค. 2567ที่ระดับ  35.59 บาทต่อดอลลาร์“อ่อนค่าลงหนัก”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ  35.24 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน   พานิชพิบูลย์   นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน  ธนาคารกรุงไทยระบุว่านับตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนสูงและโดยรวมอ่อนค่าลงหนัก (แกว่งตัวในกรอบ 35.18-35.62 บาทต่อดอลลาร์) โดยมีจังหวะแข็งค่าขึ้นในช่วงก่อนตลาดรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ก่อนที่เงินบาทจะผันผวนอ่อนค่าลงเร็วและแรง

จากรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดไปมาก ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างลดโอกาสที่เฟดจะรีบลดดอกเบี้ย ส่งผลให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กดดันทั้งเงินบาทและราคาทองคำ

 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ยังคงแข็งแกร่งและท่าทีไม่รีบลดดอกเบี้ยของเฟด ทำให้เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ทำจุดสูงสุดใหม่ของปี

ในสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรจับตา ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พร้อมติดตาม รายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการของสหรัฐฯ, การปรับปรุงอัตราเงินเฟ้อ CPI และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ โดย ISM (Services PMI) หลังจากที่ดัชนี ISM PMI ภาคการบริการในเดือนธันวาคม ได้สะท้อนภาพการชะลอตัวลงหนักของการจ้างงานในภาคการบริการ ทำให้ผู้เล่นในตลาดจะจับตาอย่างใกล้ชิดว่า

ดัชนี ISM PMI ภาคการบริการในเดือนมกราคม จะส่งสัญญาณต่อภาพรวมของภาคการบริการ โดยเฉพาะการจ้างงานอย่างไร นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะจับตา การปรับปรุงอัตราเงินเฟ้อ CPI ในส่วนของ Seasonal Factor ซึ่งอาจส่งผลให้ อัตราเงินเฟ้อ CPI ชะลอลงมากขึ้น หรือ น้อยลงได้พอสมควร โดยหากโมเมนตัมของอัตราเงินเฟ้อ CPI

สะท้อนว่า อัตราเงินเฟ้ออาจยังไม่สามารถชะลอลงจนเข้าใกล้เป้า 2% ได้ภายในครึ่งแรกของปีนี้ ก็อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดยิ่งมองว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่กำลังประเมินอยู่ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว

ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในปีนี้ ขณะเดียวกัน เรามองว่า รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ก็อาจเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สามารถส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้

ฝั่งยุโรป – บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในปีนี้ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อาทิ อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ (CPI Inflation Expectations) ระยะสั้นและระยะกลาง รวมถึง ยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของยูโรโซน

นอกจากนี้ ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ ECB ก็จะเป็นอีกปัจจัยที่ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามอย่างใกล้ชิด โดยหากผู้เล่นในตลาดมั่นใจว่า ECB อาจลดดอกเบี้ยได้เร็วกว่าเฟด (ก่อนเดือนพฤษภาคม) ก็อาจกดดันให้เงินยูโร (EUR) ผันผวนอ่อนค่าลงได้ ทั้งนี้ ค่าเงินยูโร (EUR) อาจผันผวนไปตามทิศทางของตลาดหุ้นยุโรป ซึ่งต้องรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนในฝั่งยุโรปเช่นกัน

▪ ฝั่งเอเชีย – ในส่วนรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคมของจีน ซึ่งจะช่วยสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนได้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) และธนาคารกลางอินเดีย (RBI) โดยผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า

ทั้ง RBA และ RBI จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 4.35% และ 6.50% ตามลำดับ หลังอัตราเงินเฟ้อได้ชะลอลงพอสมควร โดยเฉพาะอัตราเงินเฟ้อของออสเตรเลีย ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจก็มีการชะลอตัวลงบ้าง ลดความจำเป็นของการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยต่อ

▪ ฝั่งไทย – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยเรามองว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2.50% ทว่า เราจะจับตาอย่างใกล้ชิด ว่า กนง. จะมีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับเริ่มส่งสัญญาณเตรียมใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น หากจำเป็น หรือไม่

โดยหาก กนง. มีการปรับลดคาดการณ์อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2024 และ 2025 รวมถึงอัตราการเติบโตของการบริโภคภาคเอกชน อย่างชัดเจน เช่น อัตราการเติบโตเศรษฐกิจทั้งสองปี “ต่ำกว่า” ระดับศักยภาพของเศรษฐกิจที่ +3%y/y พอสมควร ก็จะเพิ่มโอกาสที่ กนง. อาจทยอยลดดอกเบี้ยนโยบายอย่างน้อย 1 ครั้ง ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ได้ ทั้งนี้ ก่อนที่ตลาดจะรับรู้ผลการประชุม กนง. ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคม โดย

เราประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อ CPI อาจ “ติดลบ” ราว -0.9% จากปัจจัยระดับฐานราคาสินค้าและบริการที่สูงมากในปีก่อนหน้า ทั้งนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานในช่วงเดือนมกราคม อาจพอช่วยลดแรงกดดันต่ออัตราเงินเฟ้อได้บ้าง ส่วนอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core CPI ซึ่งไม่รวมผลของราคาพลังงานและอาหารสดอาจยังทรงตัวที่ระดับ 0.60% สอดคล้องกับภาพการทยอยฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศและภาพเศรษฐกิจโดยรวม

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมฝั่งอ่อนค่ากลับมาอีกครั้ง หลังเงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าเร็วและแรงจากรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ที่ดีกว่าคาด ทั้งนี้ ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการประชุม กนง. ที่อาจกดดันเงินบาทได้ หากมีการปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ หรือ

มีการส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น นอกจากนี้ เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม หากบรรดานักลงทุนต่างชาติเดินหน้าขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะในส่วนของบอนด์ระยะสั้น หากเงินบาทอ่อนค่าหนัก

ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นต่อ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดทำให้ผู้เล่นในตลาดยิ่งเชื่อว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้น้อยกว่าที่ตลาดประเมินไว้ (น้อยกว่า 5-6 ครั้ง นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนเพิ่มเติม หากผู้เล่นในตลาดเชื่อว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจลดดอกเบี้ยได้เร็วกว่าเฟด ส่งผลให้เงินยูโร (EUR) ผันผวนอ่อนค่าลง

เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward

มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 35.30-35.90 บาท/ดอลลาร์

ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 35.50-35.75 บาท/ดอลลาร์

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 1 สัปดาห์ (นับตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2567) ที่ระดับ 35.69 ก่อนจะกลับมาปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 35.61-35.63 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.22 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดในประเทศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 35.25 บาทต่อดอลลาร์ฯ 

ทั้งนี้ เงินบาทอ่อนค่าลง สวนทางเงินดอลลาร์ฯ ที่แข็งค่าขึ้น พร้อมๆ กับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ มีสัญญาณแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาด ซึ่งลดความเป็นไปได้ที่จะเห็นธนาคารกลางสหรัฐฯ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในรอบการประชุมใกล้ๆ นี้ (เพิ่มโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ จะทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานาน) ทั้งนี้ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้น 353,000 ตำแหน่งในเดือนม.ค. (ตลาดคาดที่ 180,000 ตำแหน่ง) ขณะที่อัตราการว่างงานเดือนม.ค. อยู่ที่ 3.7% (ตลาดคาดที่ 3.8%) 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 35.55-35.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค. ของไทย ทิศทางฟันด์โฟลว์ ดัชนี ISM/PMI ภาคบริการเดือนม.ค. ของสหรัฐฯ และดัชนี PMI ภาคบริการเดือนม.ค. ของญี่ปุ่น จีน ยูโรโซน อังกฤษ

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


“โกเมธ” โชว์ฟอร์มฮอตนำม้วนเดียวคว้าแชมป์ปั่นไทยแลนด์คัพ

“โกเมธ สุขประเสริฐ” นักปั่นทีมชาติไทย โชว์ฟอร์มสุดยอด ปั่นนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์ศึกบีเอ็มเอ็กซ์นานาชาติรายการ “ไทยแลนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ คัพ 1” ไปครอง พร้อมเตรียมเพื่อส่งแข่งขันรายการ “บีเอ็มเอ็กซ์เรซซิ่ง โอเปอเรชั่น เทสต์” เป็นการทดสอบสนามบีเอ็มเอ็กซ์ที่จะจัด “โอลิมปิกเกมส์ 2024” ที่กรุงปารีส วันที่ 4-7 เม.ย.67 ต่อไป

การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สนามบีเอ็มเอ็กซ์ ภายในสวนกีฬากมล ถนนสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก กทม. ของบริษัท “เอฟบีที” 

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทุกกลุ่มอายุ พร้อมกันนี้สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้ลงทะเบียนกับสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) จัดการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์นานาชาติรายการ “ไทยแลนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ คัพ 1” สนามที่ 1 ในระดับคลาส 1 หรือ C1 ควบคู่ไปด้วย เพื่อเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส

การแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราช กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ประจำปี 2567 สนามที่ 1 ระหว่างวันที่ 3-4 กุมภาพันธ์ 2567 ที่สนามบีเอ็มเอ็กซ์ ภายในสวนกีฬากมล ถนนสุวินทวงศ์ เขตหนองจอก กทม. ของบริษัท “เอฟบีที” 

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศทุกกลุ่มอายุ พร้อมกันนี้สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ได้ลงทะเบียนกับสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) จัดการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์นานาชาติรายการ “ไทยแลนด์ บีเอ็มเอ็กซ์ คัพ 1” สนามที่ 1 ในระดับคลาส 1 หรือ C1 ควบคู่ไปด้วย เพื่อเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส

สำหรับเกมในรอบชิงฯ โกเมธ ปั่นนำม้วนเดียวจบคว้าแชมป์ไปครอง พร้อมได้คะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์เพิ่มอีก 100 คะแนนเต็ม โดยอันดับล่าสุดของโกเมธอยู่ที่ 44 ของโลก มี 769 คะแนน หลังการจัดอันดับในสัปดาห์หน้าคาดว่าโกเมธจะขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 42 ของโลกเป็นอย่างน้อย ส่วนที่ 2. ริโอ อัคบาร์ นักปั่นทีมชาติอินโดนีเซีย ได้คะแนนสะสม 86 คะแนน, ที่ 3. อาลิม แคนดร้า เฟอร์แมน จากทีมยูไนเต็ด ไบค์ เค็นคานา อินโดนีเซีย ได้คะแนนสะสม 74 คะแนน

ส่วนผลการแข่งขันรุ่นอื่น ๆ มีดังนี้ รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีชาย ซึ่งแข่งขันพร้อมกับรุ่นประชาชนชาย ปรากฎว่า แชมป์ตกเป็นของ นายอภิสิทธิ์ ใจอยู่ นักปั่นทีมชาติไทย ได้คะแนนสะสม 33 คะแนน, ที่ 2. นายศรัณย์วิทย์ รัศมี นักปั่นทีมชาติไทยอีกคน ได้คะแนนสะสม 29 คะแนน, ที่ 3. ยู ฮอน เฉิง นักปั่นทีมชาติฮ่องกง ได้คะแนนสะสม 25 คะแนน

รุ่นเยาวชนชาย มีนักกีฬาไทย เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ร่วมแข่งขันจำนวน 12 คน รอบแรกแบ่งออกเป็น 2 ฮีต ฮีตละ 6 คน แข่งขันกัน 3 โมโต แล้วเอาผู้ที่มีคะแนนดีที่สุดฮีตละ 4 คนเข้ารอบชิงชนะเลิศเช่นเดียวกับรุ่นประชาชนชาย ผลปรากฎว่า แชมป์เป็นของ คิชิ เรียวโนสุเกะ นักปั่นทีมชาติญี่ปุ่น ได้คะแนนสะสม 25 คะแนน, ที่ 2. อูราอิ เคนชิน นักปั่นทีมชาติญี่ปุ่น ได้คะแนนสะสม 22 คะแนน, ที่ 3. ยูโฮ ฮอง จากทีม Buam Riders ประเทศเกาหลีใต้ ได้คะแนนสะสม 19 คะแนน

รุ่นประชาชนหญิง แข่งขันกัน 3 โมโต นักปั่นที่มีคะแนนดีที่สุดจะคว้าแชมป์ไปครอง ปรากฎว่า จัสมิน อัซซาห์รา เซโยบูดี นักปั่นทีมชาติอินโดนีเซีย ได้คะแนนสะสมโอลิมปิกเกมส์ 100 คะแนนเต็ม, ที่ 2. อเมลิยา นูร์ ซีฟา นักปั่นทีมชาติอินโดนีเซีย ได้คะแนนสะสม 86 คะแนน, ที่ 3. ส.ต.หญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร นักปั่นทีมชาติไทย ได้คะแนนสะสม 74 คะแนน

รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปีหญิง แข่งขัน 3 โมโต ผู้ที่มีคะแนนดีที่สุดคว้าแชมป์ไปครอง ผลปรากฎว่าแชมป์ตกเป็นของ น.ส.เขมิกา ศรีโสภา นักปั่นทีมชาติไทย ได้คะแนนสะสม 33 คะแนน, ที่ 2. น.ส.กนกรัตน์ ฤทธิเดช จากทีม Bikenet ได้คะแนนสะสม 29 คะแนน, ที่ 3. น.ส.หทัยเพชร ใจสว่าง นักปั่นทีมชาติไทย ได้คะแนนสะสม 25 คะแนน

ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th


7 วิธีก้าวข้ามความรู้สึกผิดหวัง เพื่อเริ่มต้นรักใหม่อย่างสดใส

อกหักเป็นความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่รุนแรง อันเป็นผลมาจากความผิดหวัง ในความสัมพันธ์ของคนสองคน ภาวะนี้ไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพจิตเท่านั้น แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อร่างกายอีกด้วย หลาย ๆ คนอาจมีอาการเจ็บหน้าอกกะทันหัน หรือหายใจไม่ออก แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของโรคนี้ยังไม่ชัดเจน แต่เชื่อกันอย่างกว้างขวางว่าเกิดจากฮอร์โมนชนิดหนึ่งในร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ซึ่งมักเป็นผลมาจากความเครียดอย่างรุนแรง หรือความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ทำให้มูฟออนได้ยาก ดังนั้นจึงขอแนะนำ 7 วิธีก้าวข้ามความรุ้สึกผิดหวังจากรักที่ติดอยู่ในใจ เพื่อการเริ่มต้นใหม่ที่สดใสกว่าเดิม โดยสาวๆ สามารถทำตามได้ดังนี้ค่ะ

1.เศร้าให้สุดแล้วหยุดให้เป็น

แนะนำว่าอย่าให้ใครเข้ามาทันที คำแนะนำจากนักจิตวิทยา เพราะหลังจากการเลิกรา คุณจำเป็นต้องให้พื้นที่และเวลากับตัวเองบ้าง โอบกอดตัวเองเสมอ แม้คุณอาจไม่ได้เก่งที่สุด และรู้สึกเศร้าหรืออ่อนแอ จนต้องร้องไห้ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะกลับยิ้มและเข้มแข็งไม่ได้อีก ดังนั้นให้คุณตั้งเป้าหมายร้องไห้ เสียใจ และเศร้าให้สุด เพียง 1 สัปดาห์ หรือ 2-3 วัน จากนั้นให้เปลี่ยนเป็นคนใหม่ทันที

2.จงจำไว้ว่ากลับมาได้แน่นอน

เมื่อเกิดอาการสูญเสียทุกคนย่อมมีความรู้สึกเสียใจหนักเป็นธรรมดา เพราะเป็นรูปแบบหรือแพทเทิร์น การเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของมนุษย์ ซึ่งมีแบบจำลองจากนักวิจัยอย่างชัดเจน อารมณ์เริ่มต้นคือการไม่ยอมรับความจริง หรือรับไม่ได้ จากนั้นจะกลายเป็นความรู้สึกโกรธ และอาจมาสู่การต่อรอง เพื่อหวังจะกลับไปสู่จุดเดิม แต่ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะกลายเป็นความสิ้นหวัง และในท้ายที่สุดแล้ว ทุกอารมณ์ที่กล่าวมาข้างต้น จะกลายมาเป็นการยอมรับความจริง ดังนั้นคุณจึงควรจำไว้ไม่ว่าเรื่องจะเกิดขึ้นอย่างไร คุณอกหักมากแค่ไหน ท้ายที่สุดแล้ว อารมณ์ของมนุษย์จะกลับเข้าสู่จุดเดิมได้อย่างแน่นอน

3.หันมาดูแลตัวเองให้มากขึ้น

ช่วงพักฟื้น สิ่งสำคัญคือต้องให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองเหนือสิ่งอื่นใด โดยดูแลทั้งร่างกายและจิตใจ เนื่องจากคุณจะไม่สามารถจัดการกับความเครียดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากร่างกายของคุณยังคงรู้สึกไม่สบาย หรือจิตใจของคุณกังวลมากเกินไป ประโยชน์ของการดูแลตัวเองในช่วงเวลานี้ จะเห็นได้ชัดเมื่อทั้งร่างกายและจิตใจของคุณรู้สึกสบาย   แข็งแรง และฟื้นตัวได้เร็วมาก

4.หากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเอง

เมื่อคุณรู้สึกเศร้าและผิดหวัง เป็นเรื่องปกติที่จิตใจจะจมอยู่กับอดีตและคนที่คุณรัก จึงขัดขวางความสามารถในการก้าวต่อไป ดังนั้นวิธีหนึ่งที่จะเดินหน้าได้ดี คือ การหากิจกรรมใหม่ ๆ ที่คุณสนใจ หรือแม้แต่วางแผนตารางเวลา ในการออกไปสำรวจ สิ่งนี้จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศ และอารมณ์ของคุณ รวมถึงเพิ่มความตื่นเต้นและท้าทาย ด้วยสิ่งใหม่ ๆ จะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากความเจ็บปวดและความเศร้า ที่คุณกำลังประสบอยู่

5.ไม่ส่อง ไม่รับรู้ให้ได้อย่างน้อย 60 วัน

จิตใจที่อยู่ในสภาวะฟื้นตัว สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องหลีกเลี่ยง คือ การพบปะกับแฟนเก่าของคุณ หรือการไม่เข้าไปส่องใด ๆ ในโซเชียลของแฟนคุณ เป็นระยะเวลา 60-90 วัน จะช่วยให้คุณมุ่งความสนใจไปที่ตัวเอง และเข้าใจความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง เมื่อปราศจากสิ่งรบกวนภายนอก ย่องทำให้เกิดความสงบและการทำใจยอมรับได้เร็ว

6.เห็นคุณค่าในตัวเองมาก

สุขภาพจิตที่ดี เริ่มต้นที่ตัวคุณเอง ขอแนะนำให้กำลังใจและชื่นชมตัวเอง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากในช่วงเวลาเหล่านี้ คุณอาจมีแนวโน้มที่จะมุ่งความสนใจไปที่ผู้อื่นมากกว่าตัวคุณเอง รวมถึงคำพูดของผู้อื่น ประสบการณ์ในอดีต และแฟนเก่า หากคุณยังคงเอาแต่จมอยู่กับสิ่งเหล่านี้ และวิพากษ์วิจารณ์ตัวเองในทางที่ไม่ดี ย่อมมีแต่จะทำให้สถานการณ์แย่ลงเท่านั้น

7.เรียนรู้จากเรื่องที่เกิดขึ้น

จำเป็นอย่างยิ่งที่คุณจะต้องตระหนักอยู่เสมอ ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแฟนเก่าของคุณ ได้สิ้นสุดลงแล้ว ไม่ว่าจะจบลงอย่างสวยงามหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่คุณได้รับจากความสัมพันธ์นั้น คือ ประสบการณ์ชีวิตและความรัก คุณได้เรียนรู้วิธีรักใครสักคนอย่างเหมาะสม เลือกที่จะจดจำและรู้สึกดีกับช่วงเวลาที่อบอุ่น เพราะหนทางที่จะก้าวต่อไป คือ การเปิดใจยอมรับ และเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ ไม่ควรพูดหรือมีอคติต่อแฟนเก่า เพราะนอกจากจะส่งพลังงานด้านลบไปให้คนรอบข้างแล้ว ยังจะทำร้ายคุณโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย

อาการที่เรียกว่าอกหัก คือ ภาวะทางอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากความผิดหวังและความโศกเศร้า หากไม่สามารถก้าวต่อไปได้ก็อาจส่งผลต่อความเป็นอยู่ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ บทความนี้จึงนำเสนอวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คุณก้าวข้ามผ่านต่อไป และรับมือกับความเจ็บปวดได้ พร้อมเอาชนะความเศร้าและช่วยให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


การใช้ Although / Though / Even though / In spite of / Despite คืออะไร ใช้ยังไง และแตกต่างกันอย่างไร

เมื่อมีการนำประโยคสองถึงสามประโยคมารวมกันให้เป็นประโยคเดียว จะต้องมีคำมาเชื่อมประโยค ในภาษาไทยคือคำสันธาน แต่ในภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า Conjunction ในที่นี้เราจะมาขยายความเกี่ยวกับคำเชื่อมประโยค คือ การใช้ Although, Though, Even though, In spite of และ Despite ซึ่งหลายคนอาจสับสนว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไรและนำไปใช้อย่างไร โดยในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจเรื่องนี้กัน พร้อมกับมีตัวอย่างประโยคประกอบเพื่อให้เข้าใจได้มากขึ้นด้วย

ความหมายของ Although / Though / Even though / In spite of / Despite

          Although / Though / Even though / In spite of / Despite ทั้งหมด 5 คำนี้มีความหมายเหมือนกันคือ อย่างไรก็ตาม และเป็นคำเชื่อม (conjunction) แต่จะมีวิธีการใช้ และการสร้างประโยคแตกต่างกัน ดังนี้

1. Although ทำหน้าที่เป็นคำสันธาน (Conjunction) เพียงอย่างเดียว

จะใช้ในประโยคที่เชื่อมข้อความที่มีความขัดแย้งกัน หรือไม่เหมือนกัน ซึ่งในที่นี้จะแปลว่า แม้ว่า/แต่ มักจะพบเจอบ่อย ๆ ในภาษาเขียน สามารถวางไว้ได้ทั้งต้น หรือกลางประโยคเท่านั้น วางไว้ท้ายประโยคไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น

Although Mike has good grades, he doesn’t get the job.

ถึงแม้ว่าไมค์มีเกรดที่ดี เขาก็ยังไม่ได้งาน

ประโยคนี้แบ่งออกเป็น 2 ประโยคคือ Mike has good grades (ไมค์มีเกรดที่ดี) และ He doesn’t get the job (เขายังไม่ได้งาน) โดยมี การใช้ Although มาเป็นตัวเชื่อมโยงประโยคทั้งสองให้เกี่ยวเนื่องกัน

2. Though ทำหน้าที่เป็นคำสันธาน (Conjunction) และกริยาวิเศษณ์ (Adverb)

จะใช้ในประโยคที่เชื่อมข้อความที่มีความขัดแย้งกันหรือไม่เหมือนกัน ซึ่งในที่นี้จะแปลว่า แม้ว่า/แต่ เช่นเดียวกันกับ Although สามารถวางไว้ได้ทั้งต้น กลาง หรือท้ายประโยคก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น

She doesn’t stop working, though she is sick.

เธอไม่ยอมหยุดงานถึงแม้ว่าเธอจะไม่สบาย

ประโยคนี้แบ่งออกเป็น 2 ประโยคคือ She doesn’t stop working (เธอไม่ยอมหยุดงาน) และ She is sick (เธอไม่สบาย) โดยมี though มาเป็นตัวเชื่อมประโยค

3. even though ทำหน้าที่เป็นคำสันธาน (Conjunction) เพียงอย่างเดียว

จะใช้ในประโยคที่เชื่อมข้อความที่มีความเกี่ยวข้องกัน ซึ่งในที่นี้จะแปลว่า ถึงแม้ว่า/แม้ว่า สามารถวางไว้ได้ทั้งต้น หรือกลางประโยคเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น

Even though Siri is late, the teacher doesn’t say anything.

ถึงแม้ว่าสิริจะมาสาย คุณครูก็ไม่ได้ว่าอะไร

ประโยคนี้แบ่งออกเป็น 2 ประโยคคือ Siri is late (สิริมาสาย) และ the teacher doesn’t say anything (คุณครูก็ไม่ได้ว่าอะไร) โดยมี Even though มาเป็นตัวเชื่อมประโยค

4. In spite of เป็นสำนวนในภาษาอังกฤษ (Idiom) ทำหน้าที่เป็นคำสันธาน (Conjunction)

จะใช้ในประโยคเมื่อมีบางสิ่งเกิดขึ้น แต่มีอีกสิ่งหนึ่งเข้ามารบกวน หรือเข้ามาขัดขวาง ซึ่งในที่นี้จะแปลว่า แม้ว่า หรือทั้ง ๆ ที่ ยกตัวอย่างเช่น

In spite of their crime records, they still got the job.

แม้จะมีประวัติทางอาชญากรรม พวกเขาก็ยังได้งาน

ประโยคนี้แบ่งออกเป็น 2 ประโยคคือ their crime records (ประวัติทางอาชญากรรมของพวกเขา) และ they still got the job (พวกเขาก็ยังได้งาน) โดยมี In spite of มาเป็นตัวเชื่อมประโยค

5. Despite ทำหน้าที่เป็นคำสันธาน (Conjunction)

จะใช้ในประโยคเมื่อมีบางสิ่งเกิดขึ้น แต่มีอีกสิ่งหนึ่งเข้ามารบกวน หรือเข้ามาขัดขวาง ซึ่งในที่นี้จะแปลว่า แม้ว่า หรือทั้ง ๆ ที่ ยกตัวอย่างเช่น

Despite a few problems, I was able to finish the project.

แม้ว่าจะมีปัญหาบ้างเล็กน้อย ฉันก็สามารถทำโครงงานจนเสร็จสิ้นได้

ประโยคนี้แบ่งออกเป็น 2 ประโยคคือ a few problems (ปัญหาบ้างเล็กน้อย) และ I was able to finish the project (ฉันก็สามารถทำโครงงานจนเสร็จสิ้นได้) โดยมี Despite มาเป็นตัวเชื่อมประโยค

วิธีใช้ Although / Though / Even though / In spite of / Despite

1. วิธีใช้ Although, Though และ Even though

โครงสร้างประโยค : Although / though / even though + subject + verb

 Although       

  • การใช้ Although ขึ้นต้นประโยค

Although Linda is 65 years old, she still exercises every day.

แม้ว่าลินดาจะอายุ 65 ปีแล้ว เธอก็ยังออกกำลังกายทุกวัน

  • การใช้ Although กลางประโยค

I bring an umbrella with me, although it doesn’t rain.

ฉันพกร่มติดตัวไปด้วยแม้ว่าฝนจะไม่ได้ตก

Although เป็นคำสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคหลัก (subordinating conjunction) ซึ่งก็คือคำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคที่มีใจความไม่สมบูรณ์ (dependent clause) เข้ากับประโยคที่มีใจความสมบูรณ์ (independent clause)

Though

  • การใช้ Though ขึ้นต้นประโยค

Though Ball doesn’t like English, he got an A.

แม้ว่าบอลจะไม่ชอบภาษาอังกฤษ แต่เขาก็ได้เกรดเอ

  • การใช้ though กลางประโยค

Lisa didn’t come to my home, though she said she would.

ลิซ่าไม่ได้มาบ้านของฉัน แม้เธอบอกไว้ว่าจะมา

Though เป็นคำสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคหลัก ซึ่งก็คือคำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคที่มีใจความไม่สมบูรณ์ เข้ากับประโยคที่มีใจความสมบูรณ์

Even though

  • การใช้ even though ขึ้นต้นประโยค

Even though Mile is rich, he live in a small house.

แม้ว่าไมค์จะเป็นคนรวย แต่เขาก็อาศัยในบ้านหลังเล็ก

  • การใช้ even though กลางประโยค

He is still hungry, even though he ate three sandwiches.

เขายังหิวอยู่ แม้ว่าเขาจะกินแซนด์วิชไปแล้วตั้ง 3 ชิ้น

even though เป็นคำสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคหลัก ซึ่งก็คือคำเชื่อมที่ใช้เชื่อมประโยคที่มีใจความไม่สมบูรณ์ เข้ากับประโยคที่มีใจความสมบูรณ์

2. วิธีใช้ In spite of และ Despite

โครงสร้างประโยค : In spite of / Despite + Noun หรือ V.ing

In spite of

  • การใช้ In spite of ตามด้วยคำนาม

Linda is very strong in spite of her age.

ลินดาร่างกายแข็งแรงมาก แม้ว่าจะมีอายุเยอะ

  • การใช้ In spite of ตามด้วยคำกริยาในรูป – ing

In spite of being a student, she sells a lot of book

แม้ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน เธอก็ขายหนังสือได้เยอะมาก

การขึ้นต้นประโยคด้วย In spite of เราจะต้องใช้จุลภาคหรือคอมม่า (,) คั่นหลังคำนาม แต่การใช้ in spite of กลางประโยค ไม่จำเป็นต้องใช้คอมม่าก็ได้ แต่ก็สามารถใช้ได้หากต้องการเน้นความขัดกันของประโยค หรือต้องการให้ประโยคอ่านง่ายขึ้น

Despite

  • การใช้ Despite ตามด้วยคำนาม

I still went to your party despite the rain.

ฉันยังคงไปปาร์ตี้ของคุณแม้ว่าฝนจะตก

  • การใช้ Despite ตามด้วยคำกริยาในรูป – ing

She sells a lot of book despite being a student.

เธอขายหนังสือได้เยอะมาก แม้ว่าจะเป็นเด็กนักเรียน

การใช้ despite กลางประโยค ไม่จำเป็นต้องมีจุลภาคหรือคอมม่าอยู่ด้านหน้าก็ได้ เว้นแต่ต้องการจะเน้นความขัดแย้งให้เด่นชัดขึ้น หรือคั่นเพื่อให้อ่านง่ายขึ้น

Although / Though / Even though / In spite of / Despite แตกต่างกันอย่างไร

Although / Though / Even though / In spite of / Despite ทั้งหมดนี้มีความหมายเหมือนกันคือ แม้, แม้ว่า หรือถึงแม้ว่า แต่เมื่อนำมาสร้างประโยคก็จะทราบถึงความแตกต่างกันในการใช้ มาดูข้อสังเกตที่น่าสนใจ ดังนี้

  • น้ำหนักของคำ

ถ้าเทียบกันแล้ว Even Though จะมีน้ำหนักมากกว่า Though และ Although สามารถใช้เน้นคำที่สื่อถึงความขัดแย้งกันมากขึ้น เช่น

She is still hungry, (though หรือ although) she ate a sandwich.

เธอยังหิวอยู่ แม้ว่าเธอจะกินแซนด์วิชไปแล้ว 1 ชิ้น

She is still hungry, even though she ate four sandwiches.

เธอยังหิวอยู่ แม้ว่าเธอจะกินแซนด์วิชไปแล้วตั้ง 4 ชิ้น

  • ความนิยมในการใช้

Though เป็นที่นิยมใช้มากกว่า Although ส่วนมาก Though จะใช้ในภาษาพูดมากกว่าภาษาเขียน เนื่องจากว่าเป็นคำที่สั้นและพูดได้กระชับกว่า เช่น

I wake up late, though I set two alarms.

ฉันตื่นสาย แม้ว่าฉันจะตั้งนาฬิกาปลุกไว้สองอัน

  • ใช้ในความหมายอื่นได้ด้วย

นอกจากแปลว่า “แม้ว่า” แล้ว ยังสามารถแปลว่า “แต่” ได้อีกด้วย โดย การใช้ Although และ Though กลางประโยค ส่วน Even though นั้นสามารถแปลว่า “แม้ว่า” ได้อย่างเดียว เช่น

Her house is very far, though/although I don’t know where.

บ้านของเธออยู่ไกลมาก แต่ฉันไม่รู้ว่าอยู่ไหน

In spite of / despite

ทั้งสองคำนี้มีความหมายเหมือนกันกับ Although / Though / Even though การใช้ทั้งสองคำนี้สร้างประโยค จะมีโครงสร้างแบบนี้คือ In spite of / Despite ตามด้วยคำนาม (noun) แต่จะไม่ได้ตามด้วยคำกริยา (verb) หรือถ้าเป็นคำนามตามด้วยคำกริยา คำนามนั้นจะต้องไม่ใช่ประธาน (Subject) หรือผู้ถูกกระทำ

โดย In spite of / Despite จะตามด้วยคำนามแล้วตามด้วยคำนามอีกตัวหนึ่ง ไม่ได้ตามด้วยคำกริยาเหมือนกับ Although / Though / Even though ยกตัวอย่างประโยค ดังนี้

We went running in spite of the rain.

พวกเราไปวิ่งแม้ว่าฝนจะตก

He lives his life happily despite his illness.

เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแม้ว่าเขาจะเจ็บป่วย

ความแตกต่างระหว่างกลุ่ม Although / Though / Even though กับกลุ่ม In spite of / Despite คือ โครงสร้างประโยค โดยกลุ่มแรกจะตามด้วยประธานต่อด้วยคำกริยา แต่กลุ่มที่สองจะตามด้วยคำนาม หรือคำกริยาที่มี –ing โดยกลุ่มแรกนั้นจะมีความขัดแย้งที่ชัดเจนกว่ากลุ่มที่สอง หลักการดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการศึกษาที่โรงเรียนหรือการ เรียนภาษาอังกฤษออนไลน์ ก็จะมีการให้ความรู้กับนักเรียนเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องและนำไปใช้ได้ถูกกับสถานการณ์

สรุป Although / Though / Even though / In spite of / Despite

  • Although ทำหน้าที่เป็นคำสันธานได้เพียงอย่างเดียว สามารถวางไว้ต้นหรือกลางของประโยค สามารถใช้สลับกับ Though ได้โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน ใช้เชื่อมประโยคที่มีใจความไม่สอดคล้องกัน
  • Though ทำหน้าที่เป็นคำสันธานและกริยาวิเศษณ์ สามารถวางไว้ต้นหรือกลางของประโยค มักจะได้ยินบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน เหมาะกับภาษาพูด ใช้เชื่อมประโยคที่มีใจความไม่สอดคล้องกัน
  • Even though ทำหน้าที่เป็นคำสันธานได้เพียงอย่างเดียว สามารถวางไว้ต้นหรือกลางของประโยค สามารถใช้สลับกับ Although ได้โดยที่ความหมายไม่เปลี่ยน มักจะใช้ในกรณีที่ต้องการเน้นย้ำถึงความขัดแย้ง
  • In spite of มักใช้ในลักษณะสำนวน สามารถวางไว้ต้นหรือกลางของประโยค จะใช้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วมีอีกสิ่งหนึ่งมารบกวนหรือขัดขวาง
  • Despite เป็นคำบุพบท สามารถวางไว้ต้นหรือกลางของประโยค จะใช้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งที่เกิดขึ้น แม้มีอีกสิ่งหนึ่งมารบกวนหรือขัดขวาง

ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com


ไม่ต้องตกใจ มือถือ Samsung และ Android เริ่มเปลี่ยนโลโก้ Nearby Share เป็น Quick Share แล้ว

ก่อนหน้านี้ Samsung และ Google ไดมีการจับมือร่วมกันระหว่างการใช้งานระบบรับส่งข้อมูล Nearby Share เข้ากับระบบ Quick Share เข้าเป็น Quick Share อย่างเป็นทางการ

โดยมีการค้นพบโดย Mishaal Rahman บล็อกเกอร์สาย Android เมื่อมีการอัปเดตระบบ Google Mobile Service พบว่าโลโก้ Nearby Share จะถูกเปลี่ยนเป็น Quick Share ทันที รวมถึงมือถือ Samsung ที่จะมีการอัปเดตและรวมโลโก้เข้าเป็นฟีเจอร์เดียวกัน

ทั้งนี้ในฝั่งของ Samsung เองก็มีการให้รายละเอียดว่า Quick Share เวอร์ชั่นใหม่นี้จะสามารถเข้าเชื่อมกับ Nearby Share ได้ และทยอยอัปเดตตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา และคาดว่ากระบวนการจะสิ้นสุดในกลางเดือนกุมภาพันธ์ โดนโลโก้ Nearby Share จะถูกลบและแทนที่ Quick Share เพียงอย่างเดียว

และรวมถึงเวอร์ชั่น PC ที่คาดว่าจะเปิดตัวในไตรมาส 3 ปี 2024 แต่ทั้งนี้ใครที่ใช้อยู่ไม่ต้องตกใจนะว่า ทุกอย่างยังคงใช้ได้เหมือนเดิม แค่เปลี่ยนชื่อใหม่เท่านั้น

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


5 คุณสมบัติสุดโดดเด่นของลิฟต์บ้านจากแบรนด์ ANTERA

เทคโนโลยีโดยทั่วไปก็มีการพัฒนาด้วยกันทั้งสิ้นตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่ต่างจากลิฟต์บ้านซึ่งก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความต้องการของผู้คน ANTERA เป็นแบรนด์ลิฟต์ที่นำการออกแบบที่สร้างสรรค์ นวัตกรรมที่ล้ำสมัยและความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัดเปลี่ยนให้เป็นประสบการณ์บ้านอันน่าทึ่ง

     เราขับเคลื่อนอุตสาหกรรมลิฟต์ทั้งหมดไปข้างหน้า การออกแบบที่ทำขึ้นเพื่อบ้านโดยเฉพาะของเรามีความโดดเด่นขั้นสุด  ในบทความนี้มาดูคุณสมบัติเด่นของแบรนด์ ANTERA

1.ลิฟต์ระบบสกรูแบบ Ecosilent 2.0 เจเนอเรชั่นที่ 5

     Ecosilent 2.0 เป็นลิขสิทธิ์เฉพาะจากทางเรา ด้วยความที่ลิฟต์ของเราเป็นลิฟต์แบบระบบสกรูจึงออกแบบมาเพื่อเน้นความปลอดภัยมากที่สุด ทำให้ทางแบรนด์ ANTERA หรือ Kalea Lifts พัฒนาลิฟต์จนถึงปัจจุบัน คือ Generation 5 ระบบ Ecosilent 2.0 ต่องการการบำรุงรักษาลิฟต์เหลือเพียงปีละ 1 ครั้งซึ่งถือว่าเป็นระบบที่เสถียรที่สุดของเรา มอเตอร์เสียงเงียบขั้นสุด Asynchronous Motor มอเตอร์ไฟฟ้าที่ทำงานด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ รวมถึงมีระบบป้องกันการสั่นสะเทือนของลิฟต์ขณะใช้งานและให้เสียงที่เงียบเป็นพิเศษคือประมาณ 40 เดซิเบล รวมถึงระบบฉีดน้ำมันสกรูอัตโนมัติที่มีการฉีดพ่นเพียงเล็กน้อยเฉพาะตอนลิฟต์ขับเคลื่อนเท่านั้นที่เป็นความอัจฉริยะอีกขั้นของเรา

2.Antera LCD Ultra Smart หน้าจอลิฟต์อัจฉริยะ

    เทคโนโลยีขั้นสุดที่จะกล่าวถึงนี้คือ Antera LCD Ultra Smart หรือเป็นหน้าจอลิฟต์ระบบอัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันทีและมีความแม่นยำสูงขึ้น ทำให้ประสบการณ์การไหลลื่น ไม่สะดุดโดยหน้าจอนี้เป็นระบบ TouchScreen มีขนาดถึง 15.6 นิ้ว มีความหรูหราและยังใช้งานได้โดยง่าย ทั้งมี Function ที่ล้ำสมัยกว่าลิฟต์ทั่วไป คือหน้าจอสามารถเปลี่ยนภาพพื้นหลังเป็นวีดีโอของคุณเองได้ เปลี่ยนชื่อของชั้นจอดของลิฟต์ในบ้านได้จากหน้าจปรับแสงไฟในลิฟต์ตาม Mood & Tone ของผู้ใช้งาน แม้กระทั่งสามารถฟังเพลงและอัพโหลดเพลงฟังในลิฟต์เองได้อีกด้วย ซึ่งได้คิดค้นมาแล้วว่ามีประสิทธิภาพในการทำงานที่สูงขึ้นกว่าเดิม

3.Bose ลำโพง Built In เสียงสุดล้ำในแบรนด์ Antera

     เนื่องจากประสบการณ์การใช้ลิฟต์นั้นมีความสำคัญสำหรับเราและคุณ ในลิฟต์จึงมีการฝังลำโพงเพิ่มความหรูหราและใช้งานได้จริง Bose คือแบรนด์ลำโพงและเครื่องเสียงที่อยู่มาอย่างยาวนานโดยที่คุณภาพยังคงอยู่ในระดับพรีเมียมมาโดยตลอด การเลือกใช้ลำโพง Bose ในลิฟต์แบรนด์ Antera ถือเป็นการลงทุนในประสบการณ์ด้านเสียงที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงระหว่างใช้ลิฟต์ของคุณ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในเทคโนโลยีอันทันสมัยและน่าตื่นเต้น

4. ความสวยงามขั้นสุดกับ Ceilings ในแบรนด์ ANTERA

     เมื่อออกแบบโดยดีไซเนอร์ทุกอย่างในลิฟต์จึงมีความสำคัญทั้งหมด รวมถึงบริเวณ Ceilings ซึ่งเมื่อมองขึ้นไปจะมีความโดดเด่น แสงไฟจาก Recessed จะช่วยสร้างความเปล่งประกายแถมความสว่างไสวที่มาพร้อมความทันสมัยขั้นสุด โดยแบรนด์ Antera มีให้เลือกถึง 8 ลาย คือ Ammil, Serendipity, Lucida, Sonder, Mazarine, Tryst, Moonwake และ Umbra ซึ่งออกแบบได้อย่างสวยงามหรูหราเข้ากับลิฟต์ รวมถึง Interior Design ของบ้านคุณ

5.  หรูหรา ไม่เหมือนใครกับการทำ Box Wood Carbonization

     การทำ Box Wood Carbonization เป็นเทคนิคโบราณของตะวันออกไกลในการทำไม้มีมาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน การทำให้เป็นคาร์บอนของไม้เกิดขึ้นจากการให้ความร้อนด้วยไฟ ความร้อนจะทำให้น้ำตาลที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติในไม้สีคาราเมลอย่างแท้จริง ทำให้เกิดความแปรผันของสีและเอฟเฟกต์ที่ดูหรูหรา สุนทรียศาสตร์แบบดิบถูกกำหนดโดยโทนสีไม้หลากหลาย ผลิตจากไม้ Box Wood เนื้อแข็งความหนาแน่นสูง ช่วยเพิ่มความสวยงามที่แปลกตาให้กับลิฟต์ โดยจุดเด่นคือคาร์บอไนซ์ไม่สามารถเลียนแบบได้ด้วยเทคนิคการย้อมสีแบบอื่นซึ่งให้ความ Unique กับ Back Wall ของลิฟต์

     ทั้งหมดคือคุณสมบัติสุดโดดเด่นของลิฟต์บ้านจากแบรนด์ ANTERA ที่มีความแตกต่างจากลิฟต์แบบอื่นในท้องตลาด ด้วยดีไซน์ที่สวยงาม แปลกตา มีความหรูหรานี้ ทำให้แบรนด์ลิฟต์ของเรามีความ Luxury เหมาะสมกับราคาอย่างที่สุด โดยลิฟต์แบรนด์ ANTERA มีถึง 3 รุ่น คือ ANTERA Z90, ANTERA Z85 และ ANTERA Z70

     หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โชว์รูม Kalea Lift 891/62 ถนนพระราม 3 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพฯ ได้ทุกวัน เวลา 10.00-19.00 น

โทร : 02-114 6900

Line : @kalea

Website : http://www.kalealift.in.th

Facebook : https://www.facebook.com/KaleaLiftThailand/

ขอบคุณข้อมูลจาก buildernews.in.th


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 05/02/2567

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a34,200.0034,300.00
ทองรูปพรรณ 96.5%2,215.0033,579.4034,800.00
ทองรูปพรรณ 90%1,993.5030,221.46n/a
ทองรูปพรรณ 80%1,772.0026,863.52n/a
ทองรูปพรรณ 50%997.0015,114.52n/a
ทองรูปพรรณ 40%775.0011,749.00n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%2,295.0034,792.20n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 05/02/2567



ปตท.

บางจาก

เชลล์

เอสโซ่

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9537.5537.5537.8537.5537.5537.5537.5537.5537.5537.55
แก๊สโซฮอล์ 9135.7835.7836.2835.7835.7835.7835.7835.7835.7835.78
แก๊สโซฮอล์ E2035.4435.4435.9435.4435.4435.4435.4435.4435.44
แก๊สโซฮอล์ E8535.5935.5935.59
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม44.9449.5449.5449.5444.94
เบนซิน 9545.4446.6145.9445.5945.44
ดีเซล B729.9429.9430.2429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซล29.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซล B2029.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม41.5443.6445.9443.6443.6441.54
แก๊ส NGV19.5919.5919.59
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า