สาระน่ารู้ประจำวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567

“แสนสิริ”แต่งตั้งอุทัย อุทัยแสงสุขนั่งกรรมการผู้จัดการใหญ่นำทัพ

แสนสิริ เดินหน้ารุกต่อ ปรับทัพอีกครั้ง แต่งตั้งนายอุทัย อุทัยแสงสุข ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่นำทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ สร้างการเติบโตสู่ปีที่ 40 มุ่งรักษาอันดับความเป็นผู้นำในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ด้วยแผนปี 67 มูลค่า6หมื่นล้าน

ที่ประชุมคณะกรรมการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ได้อนุมัติแต่งตั้ง นายอุทัย อุทัยแสงสุข ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ (จากเดิมดำรงตำแหน่งประธานผู้บริหารสายงานปฎิบัติการ) โดยมีผลวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2567 เป็นต้นไป 

นายอุทัย อุทัยแสงสุข เป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญของวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย มองภาพตลาดและคาดการณ์สถานการณ์ต่างๆ อย่างเฉียบคม ด้วยประสบการณ์ความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนตลอดระยะเวลา 30 ปี ได้ร่วมพัฒนาโครงการต่างๆ อย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในแนวราบและแนวสูง พร้อมสร้างสถิติใหม่ให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทยนับครั้งไม่ถ้วน

•    โครงการ Flagship ซูเปอร์ลักชัวรี่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย อย่าง 98 Wireless  บนถนนวิทยุ ที่สร้างสถิติใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ ด้วยราคารีเซลทุบสถิติที่ 1 ล้านบาทต่อตารางเมตรสูงสุดในประเทศไทยเมื่อต้นปี 2566 ที่ผ่านมา  
•    สร้างโอกาสการเติบโตผ่านการร่วมทุนกับพันธมิตรระดับประเทศและระดับโลก อย่างบีทีเอส กรุ๊ป ในการร่วมกันพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามแนวรถไฟฟ้าโครงการแรกของประเทศไทย รวมถึงการร่วมทุนกับบริษัท โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ในการพัฒนาโครงการทั้งแนวราบและแนวสูง
•    นำเทคโนโลยีและ PropTech เข้าใช้ในวงการอสังหาริมทรัยพ์เป็นรายแรกๆ และมีส่วนช่วยผลักดันธุรกิจให้มีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาแอป SANSIRI Home Service Application แอปพลิเคชั่นที่รวบรวมทุกบริการเพื่อลูกบ้านแสนสิริ และการพัฒนา LIV-24 บริการดูแลความปลอดภัยจากศูนย์ควบคุมแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง อย่างเต็มรูปแบบแห่งแรกและหนึ่งเดียวของวงการอสังหาฯ ไทย
•    ต่อยอดการลงทุนไปสู่ธุรกิจที่มี Potential ในอนาคต อย่างธุรกิจโรงแรม ธุรกิจด้านการเงินและธุรกิจด้านพลังงานสะอาด 
•    ผลักดันการดำเนินงานด้าน Sustainability ด้วยเจตนารมย์การเป็นผู้ร่วมสร้างจุดเปลี่ยนด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และเป็นอสังหาริมทรัพย์รายแรกของไทยที่ตั้งเป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero) ภายในปี 2050 (พ.ศ.2593)
 การขึ้นดำรงตำแหน่งครั้งนี้ของนายอุทัย เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างยิ่ง ในการนำทีมผู้บริหารรุ่นใหม่ขับเคลื่อนแสนสิริสู่ปีที่ 40 สถาบันธุรกิจที่มีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน เป็นเป้าหมายการเข้าทำงานของคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับสังคมและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยแผนธุรกิจในปี 2567 ที่จะเปิดตัวโครงการใหม่รวม 46 โครงการ มูลค่า 61,000 ล้านบาท รองรับทุกความต้องการ และครอบคลุมในทุกทำเล เจาะกลุ่มที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยจริง พร้อมเป้ายอดขาย 52,000 ล้านบาท และเป้ายอดโอน 43,000 ล้านบาท 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ชีวาทัยพลิกกลยุทธ์กระจายความเสี่ยงเปิดกว้างพันธมิตรร่วมทุนลุยโปรเจกต์

“ชีวาทัย” พลิกเกมรับมือปัจจัยลบ ผนึกพันธมิตรร่วมทุนญี่ปุ่น-ไทย ลดความเสี่ยงพัฒนาโครงการใหม่ มุ่งโฟกัสบ้านราคาไม่เกิน 10 ล้าน คอนโดโลว์ไรส์ พร้อมลุยธุรกิจโรงงานให้เช่า ตั้งเป้าปี 67 รายได้ 2 พันล้าน

นายบุญ ชุน เกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชีวาทัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2567 ยังเผชิญปัจจัยลบ ทั้งจากตัวเลขจีดีพีของประเทศไทยปีนี้ที่คาดว่าจะโตเพียง 3.2% ระดับหนี้ครัวเรือนสูงแตะ 90% ระดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำในทุกภาคส่วน รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูง นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เพียงพอ ประกอบกับการเติบโตหยุดชะงักจากสงครามยูเครนและตะวันออกกลาง

ปัจจัยทั้งหมดทำให้ความเข้มงวดของธนาคารในการปล่อยกู้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ยังส่งผลกระทบโดยตรงกับผู้พัฒนาอสังหาฯ เพราะเกณฑ์การจัดหาเงินทุนเพื่อลงทุนในโครงการใหม่มีความเข้มงวดมากขึ้น รวมถึงปัจจัยอื่นๆ ของตลาดที่อยู่อาศัย สะท้อนว่ากำลังซื้อตามไม่ทันปริมาณสินค้าใหม่ที่เกิดขึ้นตลาดในกลุ่มทาวน์โฮมมีสินค้าเข้าสู่ตลาดมากกว่าความต้องการจนทำให้เกิดสงครามราคาต่อเนื่องเพื่อลดสต็อกสินค้าลง กลายเป็นปัจจัยที่กระทบกับตลาด

“บริษัทยังเห็นโอกาสการเติบโตของตลาดบ้านราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท และตลาดของคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ในทำเลคุณภาพที่ราคาไม่แพง ซึ่งเป็นจุดแข็งที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าพร้อมกับหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ในรูปแบบการร่วมลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง”

จากแนวโน้มปัจจัยลบดังกล่าว บริษัทได้ลดความเสี่ยงด้วยการ “ร่วมทุน” กับ บริษัท นิปปอน สตีล โควะ เรียล เอสเตท จำกัด หรือ NSKRE ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น ทั้งเชิงพาณิชย์ ที่อยู่อาศัย รวมถึงอาคารสำนักงาน มีประวัติยาวนานถึง 70 ปี เป็นการรวมตัวของ โควะ เรียล เอสเตท หน่วยงานด้านอสังหาฯ ของ มิซูโฮ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หนึ่งในกลุ่มธุรกิจการเงินที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น และ นิปปอน สตีล ผู้นำด้านธุรกิจเหล็กของโลก

โดยบริษัทฯ ถือหุ้น 51% และนิปปอน สตีล โควะ เรียล เอสเตท ถือหุ้น 49% เพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน โครงการแรกเป็นคอนโดมิเนียม “ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค เอกมัย-รามอินทรา” มี 413 ห้องพัก ราคา 70,000-80,000 บาทต่อตร.ม. และอาคารพาณิชย์ 2 ยูนิต มูลค่าโครงการ 1,014 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2568 

นอกจากโปรเจกต์นี้ ทาง NSKRE ยังทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้เกี่ยวกับการร่วมทุนในโครงการทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวต้องการที่จะต่อยอดไปไกลกว่าการพัฒนาที่อยู่อาศัยและมีส่วนร่วมในการพัฒนาในด้านอื่นในอนาคต

สำหรับในปี 2567 บริษัทมีแผนการลงทุนและเปิด 4 โครงการใหม่ มูลค่า 3,700 ล้านบาท  มีวงเงินค่าที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ 600 ล้านบาท เป็นคอนโดโลว์ไรซ์ แบรนด์ชีวาทัย ฮอลล์มาร์ค 3 โครงการ มูลค่า 3,000 ล้านบาท และบ้านเดี่ยวแบรนด์ชีวารมย์ 1 โครงการ มูลค่า 700 ล้านบาท คาดว่าจะมีรายได้ 2,000 ล้านบาท จากโครงการเดิมที่ยังมี Backlog ทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทยังมองหาธุรกิจใหม่พร้อมเปิดรับการร่วมลงทุนในธุรกิจอสังหาฯ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่บริษัทได้ขายโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า 10 โรงงาน ที่นิคมอุตสาหกรรม อมตะซิตี้ จ.ระยอง ไปก่อนหน้านี้ พร้อมสิทธิ์ในการบริหารดูแลต่อ ซึ่งสร้างรายได้ให้บริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุดร่วมทุนในโรงงานให้เช่ากับ บริษัท ยูเวิร์ค 999 จำกัด หรือ U work โดยชีวาทัยทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบงานด้านการจัดหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ การตลาด การขาย การให้เช่า และดูแลการบริหารจัดการให้กับบริษัทร่วมทุน

ส่วนทางยูเวิร์ค จะเป็นผู้รับผิดชอบพัฒนาโครงการในการก่อสร้าง ให้คำปรึกษา และให้บริการวิศวกรรมโครงสร้าง ที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อม วิศวกรรมเครื่องกล วิศวกรรมไฟฟ้า วิศวกรรมประปา วิศวกรรมโยธา และนักตกแต่งภายใน

“เป็นการใช้จุดแข็งของทั้งสองบริษัทมาต่อยอดธุรกิจร่วมกัน โครงการเริ่มต้นก่อสร้างแล้วเมื่อเดือน พ.ย.  ภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง 4 โรงงาน มูลค่า 210 ล้านบาท คาดรับรู้รายได้ไตรมาส 3 ปี 2567 มีผู้เช่าเต็มจำนวนในปี 2568”

นายบุญ กล่าวว่า หากไตรมาส 3-4 อัตราดอกเบี้ยลดลง กำลังซื้อน่าจะฟื้นกลับมา คาดว่า ปี 2568 เศรษฐกิจและธุรกิจอสังหาฯ จะฟื้นตัว ดังนั้นบริษัทมีความสนใจในการร่วมทุนและเข้าซื้อกิจการ โดยเฉพาะคอนโด เนื่องจากจำนวนโครงการที่อยู่ในมือลดลง

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 16 ก.พ. “แข็งค่า” ที่ระดับ 36.07 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทอาจยังคงแกว่งตัว ในวันนี้ตลาดจับตาทิศทางเงินดอลลาร์ ราคาทองคำ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ และติดตามอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะกลางสหรัฐ

ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ 16 ก.พ.  2567  ที่ระดับ  36.07 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้น”จากระดับปิดวันก่อนหน้า ที่ระดับ  36.18 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน  พานิชพิบูลย์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน  ธนาคารกรุงไทยระบุว่า แนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท แม้ยังคงมีอยู่ แต่ก็เริ่มแผ่วลงบ้าง ทำให้โดยรวมเงินบาทอาจยังคงแกว่งตัวใกล้ระดับ 36.00 บาทต่อดอลลาร์ และอาจยังไม่อ่อนค่าทะลุโซนแนวต้าน 36.20-36.30 บาทต่อดอลลาร์

ทั้งนี้ เรามองว่า นอกจากทิศทางเงินดอลลาร์ ผู้เล่นในตลาดควรจับตาทิศทางราคาทองคำ และฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งจะมีผลกับทิศทางเงินบาทได้ในระยะสั้น โดยเราประเมินว่า ราคาทองคำอาจเริ่มอยู่ในช่วงสร้างฐานราคา หลังปรับตัวลงแรงก่อนหน้า ทำให้ยังพอมีโอกาสได้ลุ้นการรีบาวด์ของราคาทองคำ ซึ่งจะช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้บ้าง

ขณะเดียวกัน หากบรรยากาศในตลาดการเงินเอเชียยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงก็อาจช่วยชะลอแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติได้บ้าง ทั้งนี้ นักลงทุนต่างชาติอาจยังไม่รีบกลับเข้าซื้อหุ้นไทย เพราะในช่วงนี้ หุ้นขนาดเล็ก-กลาง เป็นกลุ่มที่กำลังทำผลงานได้ดี ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ ยังไม่ได้มีการรีบาวด์ขึ้นอย่างชัดเจน สะท้อนจากผลตอบแทนที่แตกต่างของดัชนี SSET หรือ MAI เทียบกับ ดัชนี SET50

ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าต่อ และพลิกกลับมาย่อตัวลง จนแกว่งตัวแถว 36.00 บาทต่อดอลลาร์ เรามองว่า เงินบาทก็จะเริ่มมีโอกาสพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้บ้าง หรือ อย่างน้อยก็แกว่งตัว sideways ตามสัญญาณ อาทิ Shooting star pattern, Bearish Divergence บน RSI เป็นต้น ซึ่งหากเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นได้จริง ก็อาจเผชิญแนวรับแถว 35.80 บาทต่อดอลลาร์ เป็นแนวรับในระยะสั้น

เราขอเน้นย้ำว่า ในช่วงนี้ ความผันผวนของเงินบาทนั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา (มองจากกรอบเงินบาทรายสัปดาห์) อย่างเห็นได้ชัด ทำให้เราคงคำแนะนำว่า ผู้ประกอบการควรใช้เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย อาทิ Option เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

และนอกเหนือจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว การเลือกทำธุรกรรมในสกุลเงินท้องถิ่น (Local Currency) ก็เป็นอีกแนวทางในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งผู้ประกอบการควรเปรียบเทียบต้นทุนในการทำธุรกรรมและแผนการป้องกันความเสี่ยงก่อนตัดสินใจทุกครั้ง

มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.00-36.20 บาท/ดอลลาร์

โดยในช่วงคืนก่อนหน้า ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น (แกว่งตัวในช่วง 36.03-36.18 บาทต่อดอลลาร์) ตามการย่อตัวลงของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หลังรายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) สหรัฐฯ ในเดือนมกราคม หดตัว -0.8%m/m แย่กว่าที่ตลาดคาดพอสมควร

ขณะเดียวกัน ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง (Continuing Jobless Claims) ก็ยังออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงคาดหวังว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot เล็กน้อย (ตลาดมอง ลดดอกเบี้ย 4 ครั้ง)

 นอกจากนี้ การย่อตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังได้หนุนให้ราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นใกล้โซนแนวต้านระยะสั้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดบางส่วนทยอยขายทำกำไรการรีบาวด์ของราคาทองคำบ้าง และโฟลว์ธุรกรรมดังกล่าวก็มีส่วนช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท

บรรดาผู้เล่นในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง หนุนโดยความหวังว่าเฟดอาจทยอยลดดอกเบี้ยได้มากกว่าที่ระบุไว้ใน Dot Plot ล่าสุด หลังรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ (ยอดค้าปลีก และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานต่อเนื่อง) เริ่มออกมาแย่กว่าคาดบ้าง อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็ทยอยขายทำกำไรบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ (The Magnificent 7) ออกมาบ้าง อาทิ Alphabet -2.2%, Nvidia -1.7% ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ไม่ได้ปรับตัวขึ้นไปมาก โดยดัชนี S&P500 ปิดตลาดราว +0.58%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ปรับตัวขึ้น +0.68% หนุนโดยรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่ยังคงออกมาสดใส ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนจาก ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ BOE และ ECB รวมถึงรายงานข้อมูลเศรษฐกิจของอังกฤษล่าสุด ที่ยังคงทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างคาดหวังว่าทั้ง BOE และ ECB อาจสามารถทยอยลดดอกเบี้ยลงได้ในช่วงไตรมาส 2

ในฝั่งตลาดบอนด์ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มออกมาแย่กว่าคาดบ้าง ได้กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ มีจังหวะย่อตัวลงทดสอบโซน 4.20% ก่อนที่จะรีบาวด์ขึ้นบ้างสู่ระดับ 4.24% ท่ามกลางบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงินสหรัฐฯ

ทั้งนี้ เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ในโซนเหนือกว่า 4.20% ถือเป็นระดับที่น่าสนใจ และนักลงทุนสามารถทยอยเพิ่มสถานะการลงทุนได้ หรือนักลงทุนอาจรอจังหวะ Buy on Dip ก็ได้เช่นกัน (เรายังประเมินว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ อาจไม่สามารถปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4.50% ได้ง่ายนัก)

อนึ่ง นักลงทุนอาจใช้กองทุนรวมตราสารหนี้ต่างประเทศ หรือ ETF อย่าง IEF (iShares 7-10 Year Treasury Bond ETF) รวมถึงตราสารที่มี IEF เป็น underlying เพื่อเป็น proxy ในการลงทุนตามมุมมองดังกล่าวได้

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด และบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงในตลาดการเงินสหรัฐฯ ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ได้ย่อตัวลงบ้างสู่ระดับ 104.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 104.2-104.6 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะการย่อตัวลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย.) สามารถรีบาวด์ขึ้น ทดสอบโซนแนวต้านแถว 2,020 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะทยอยขายทำกำไรการรีบาวด์ออกมาบ้าง (สอดคล้องกับมุมมองที่เราประเมินไว้ก่อนหน้า) แต่โดยรวมราคาทองคำก็ยังสามารถแกว่งตัวแถว 2,015 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้

สำหรับวันนี้ เราประเมินว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (UofM Consumer Sentiment) โดยในส่วนรายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามว่า อัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้นและระยะกลาง จะมีทิศทางอย่างไร

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของฝั่งอังกฤษ อย่าง ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนมกราคม

และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางหลัก ทั้ง เฟด และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มนโยบายการเงิน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 36.10-36.12 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.00 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 36.18 บาทต่อดอลลาร์ฯ

โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ อ่อนค่าลงมาตามการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ หลังตัวเลขยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ หดตัวลงมากกว่าที่ตลาดคาด (ยอดค้าปลีกสหรัฐฯ -0.8% MoM ในเดือนม.ค.  ต่ำกว่าตลาดคาดที่ -0.1% MoM  และชะลอลงจาก +0.4% MoM ในเดือนธ.ค.) 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 36.00-36.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางเงินลงทุนต่างชาติ ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลก ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ดัชนีราคาผู้ผลิต ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนม.ค. รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) สำหรับเดือนก.พ. 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


เอเชียน ทัวร์ ยันปีนี้ยังจัดแมตช์สวิงแข่งขันที่ทวีปแอฟริกา

เอเชียน ทัวร์ ประกาศยืนยันที่จะเพิ่มแมตช์การแข่งขันในทวีป แอฟริกัน เข้าไปในทัวร์อีกครั้งในซีซั่นนี้กับการแข่งขันรายการใหม่ “เดอะ คาเรน คลาสสิค” ชิงเงินรางวัลรวม 750,000 เหรียญสหรัฐ (26.25 ล้านบาท) จะแข่งขันกันที่สนาม คาเรน คันทรี คลับ กรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า ระหว่างวันที่ 11-14 ก.ค.นี้

โช มินน์ ตันท์ กรรมการธิการ และซีอีโอ เอเชียน ทัวร์ กล่าวว่า “มันนับเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นในการขยายความร่วมมือออกไป และนับเป็นครั้งที่ 5 ของปีนี้ สำหรับ เอเชียน ทัวร์ ที่ได้มาจัดแมตช์แข่งขันที่ แอฟริกา อยากขอบคุณสนาม คาเรน คันทรี คลับ ที่มุ่งมั่นอยากจะเห็นการพัฒนาขึ้นของกีฬากอล์ฟของ เคนย่า” 

ด้าน ไบรอั่น ซัน ผู้อำนวยการด้านกอล์ฟของสนาม คาเรน คันทรี คลับ เผยว่า “เราหวังที่จะได้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกอล์ฟ และ เอเชียน ทัวร์ นับเป็นพันธมิตรที่ดี ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการจัดการแข่งขันของเราด้วย”

ก่อนนี้ เอเชียน ทัวร์ เคยมาเยือนทวีป แอฟริกา เริ่มตั้งแต่ปี 2016 กับรายการ เมาริเทียส โอเพ่น และกละบมาแข่งขันที่นั่นในปี 2017,2018 และ 2019 ขณะที่ในปี 2017 มีการจัดแข่งขันรายการ โจเบิร์ก โอเพ่น ที่แอฟริกาใต้ รวมถึงรายการ เซาท์ แอฟริกัน โอพ่น รวมถึง 2 แมตช์ในศึก อินเตอร์เนชั่นเนล ซีรี่ส์ ปี 2022 ที่ โมรอคโค และ อียิปต์

ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th


สาเหตุของ “มะเร็งปอด” มะเร็งที่เสี่ยงเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1

มะเร็งปอด ถือเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย จากสถิติทั่วโลกล่าสุดพบว่าทุกปีมีคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดปีละ 1.8 ล้านคน ในประเทศไทยมะเร็งปอดถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้ชาย และอันดับ 4 ในผู้หญิง  

มะเร็งปอด เสี่ยงเสียชีวิตมากเป็นอันดับ 1

แม้ว่ามะเร็งปอดไม่ได้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่มะเร็งปอดนั้นเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิต อันดับ 1 เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นโรคร้ายแรง และมักพบมะเร็งเมื่อเป็นระยะกระจาย แม้โรคมะเร็งอื่นๆ ที่มีคนเป็นกันเยอะ เช่น มะเร็งเต้านม หรือมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่มะเร็งปอดเป็นแล้วเสียชีวิตได้ในอัตราที่สูงกว่ามะเร็งอื่นๆ ดังนั้นมะเร็งปอดจึงถือเป็นโรคที่น่ากลัวโรค โดยปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอดหลักๆ คือ การสูบบุหรี่ รวมไปถึง การสูบบุหรี่มือสอง คือ ไม่ได้สูบเองแต่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่น ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในการเกิดมะเร็งปอดเช่น ก๊าชเรดอน (radon gas) เยื่อใยหิน (asbestos) และประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด

“บุหรี่” สาเหตุหลักของ “มะเร็งปอด”

ในช่วงก่อนมีบุหรี่นั้น โรคมะเร็งปอดถือ เป็นโรคประหลาดพบได้ไม่บ่อย แต่พอหลังจากมีการสูบบุหรี่อย่างกว้างขวาง ทำให้มีโรคมะเร็งปอดเกิดขึ้นในโลกนี้อย่างมากมาย การศึกษาต่อมาจึงพบว่าบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่เป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดมะเร็งปอด  ในบุหรี่มีสารก่อมะเร็งมากมายหลายชนิด โดยเฉพาะ Tar ที่ทำให้เหมือนมียางมะตอยเกาะในปอด มีการประมาณกันว่า หากไม่มีบุหรี่ มะเร็งปอดจะลดลงถึง 80-90% ทั่วโลกเลยทีเดียว แต่ในกลุ่มชาวเอเชีย เช่น ชาวไทยนั้น มีลักษณะพิเศษของมะเร็งปอด คือ 40-60% ของมะเร็งที่เกิดในคนไทยไม่ได้มาจากการสูบบุหรี่ แต่เกิดจากความผิดปกติของ gene บางอย่างในเซลล์ ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง 

มะเร็งปอด กับสัญญาณอันตรายที่ถูกละเลย

อาการของมะเร็ง เช่น ไอ เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด ไม่มีแรง เบื่ออาหาร ปวดตามตัวหรือกระดูก จะเห็นว่าอาการเหล่านี้ไม่จำเพาะกับมะเร็ง และพบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว กว่ามะเร็งจะเกิดอาการมักเป็นระยะท้ายๆ

ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง คือผู้สูบบุหรี่มากกว่า 30 pack year (คำนวณจากจำนวนซองที่สูบต่อวัน x จำนวนปีที่สูบเช่น 2 ซองต่อวัน 15 ปี = 2×15 = 30 pack year เป็นต้น) หรือผู้ที่เลิกสูบน้อยกว่า 15 ปีมาตรวจ Low dose CT chest (เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด) ปีละครั้งเพื่อการค้นหามะเร็งระยะแรก (lung cancer screening) ทำให้พบมะเร็งปอดระยะแรกซึ่งมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น ถ้าหากแพทย์ผู้รักษาสงสัยจะส่งตรวจโดยการเจาะเนื้อที่ปอดมาดูเพื่อยืนยันชิ้นเนื้อ  หลังยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอด ก็จะมีการทำ CT หรือ PET/CT ร่วมกับ MRI สมองเพื่อวินิจฉัยระยะของโรค เพื่อวางแผนการรักษาต่อไป 

การรักษามะเร็งปอด

การรักษามะเร็งปอด ถ้าเป็นระยะแรกก็ใช้การผ่าตัด ร่วมกับ การฉายแสงและเคมีบำบัดขึ้นกับผู้ป่วย ขนาดของมะเร็ง และตำแหน่งของมะเร็งหากเป็นระยะกระจายหรือที่เรียกกันว่า “ระยะที่ 4” นั้น จะใช้การรักษาด้วยยาซึ่งยาจะมีทั้ง เคมีบำบัด ยาพุ่งเป้า (targeted therapy) หรือ ยากลุ่ม immunotherapy คือ การให้ยาเพื่อให้เม็ดเลือดขาวกลุ่ม cytotoxic T cell ไปทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมีการใช้มากขึ้นในมะเร็งหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือยาพุ่งเป้า ยังมีบทบาทสำคัญในการรักษามะเร็ง ผลการรักษาด้วย immunotherapy ขึ้นกับชนิดของมะเร็ง และคนไข้  ซึ่งถือเป็นยาที่ใช้รักษามะเร็งปอดและเริ่มมีการใช้มาในช่วง 4-5 ปีนี้เอง

ดังนั้นจึงอยากรณรงค์ มาช่วยกันลด ละ เลิกสูบบุหรี่ เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง แต่หากเป็นแล้วก็อยากพบมะเร็งปอดระยะแรกเพราะมีโอกาสรักษาหายได้

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


Phrasal Verb ที่ใช้บ่อย ในชีวิตประจำวัน

หลาย ๆ คนคงจะไม่ค่อยคุ้นเคยนักกับคำว่า Phrasal Verb ทั้ง ๆ ที่เราพบเห็นมันค่อนข้างบ่อยทั้งในเวลาเขียน หรืออ่านบทความภาษาอังกฤษ เพราะฉะนั้นเรามาทำความรู้จักกับ Phrasal Verb ที่ใช้บ่อย ในเรื่องของความหมาย ส่วนประกอบ วิธีการใช้ และคำที่พบเห็นหรือใช้กันบ่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน จะขอแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้

  1. Phrasal Verb คืออะไร

ในการ เรียนภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร นั้น ก่อนอื่นเราควรจะทำความเข้าใจคำว่า Phrasal Verb กันเสียก่อน คำถามแรกที่ก่อขึ้นมาคือ Phrasal Verb คืออะไร

Phrasal Verb หรือ two word verb หากเปรียบเทียบกันกับหลักไวยากรณ์ในภาษาไทยนั้นคงจะใกล้เคียงกับคำว่า กริยาวลีมากทีสุด กริยาวลีในภาษาไทยนั้นมีความหมายว่า คำที่ประกอบด้วยคำกริยา คำวิเศษณ์ หรือคำบุพบท ที่เมื่อนำมารวมกันแล้วจะมีความหมายแตกต่างไปจากเดิม

เพราะฉะนั้น Phrasal Verb หรือ two word verb ก็จะมีความหมายว่า คำที่เกิดจากการประกอบขึ้นมาใหม่ โดยมี verb, adverb, preposition หรืออาจจะเป็น preposition ทั้งสองคำ มาผสมกันจนเกิดคำศัพท์ใหม่ที่มีความหมายต่างจากเดิม

Phrasal Verb สามารถแบ่งออกเป็น 4 ประเภทใหญ่ ดังนี้

1) กริยาวลีที่ต้องอยู่ติดกัน ไม่สามารถแยกคำบุพบท (preposition) ออกได้ และไม่ต้องมีกรรม (object) มารองรับ เรียกว่า inseparable verbs with no objects ยกตัวอย่างเช่น

wake up = ตื่นนอน

come in = เข้ามา

grow up = เติบโต

2) กริยาวลีที่ต้องอยู่ติดกัน ไม่สามารถแยกคำบุพบท (preposition) ออกได้ แต่ต้องมีกรรม (object) มารองรับ เรียกว่า inseparable verbs with objects ยกตัวอย่างเช่น

look for = มองหา

go away = ออกไป

take after = เหมือน

3) กริยาวลีที่สามารถแยกคำบุพบท (preposition) ออกได้ แต่ต้องมีกรรม (object) มารองรับ เรียกว่า separable verbs

turn on = เปิด

turn off = ปิด

take off = เครื่องบินขึ้น

4) กริยาวลีที่มีคำบุพบท (preposition) มากกว่าหนึ่งตัว อาจจะมีกรรม (object) หรือไม่มีก็ได้ เรียกว่า three-word Phrasal Verbs ยกตัวอย่างเช่น

look down on = ดูถูก

look out for = เตรียมพร้อม

catch up with = ตามให้ทัน

  1. Phrasal Verb ประกอบด้วยอะไรบ้าง

          เมื่อทราบความหมายแล้ว หัวข้อนี้จะกล่าวถึงส่วนประกอบที่ใช้ในการสร้าง Phrasal Verb หรือ two word verb

การสร้าง Phrasal Verb หรือ two word verb นั้นจะมีวิธีการผสมคำทั้งหมด 3 รูปแบบ คือ

2.1  verb + preposition

คำกริยาตามด้วยคำบุพบท คือการนำคำบุพบท หรือ preposition มาต่อท้ายคำกริยา หรือ verb ที่จำเป็นจะต้องมีคำบุพบทมาต่อท้าย แต่ยังคงความหมายเดิมของคำกริยา (verb) ยกตัวอย่างเช่น

belong to = เป็นของ

wait for = รอ

protect form = ปกป้องจาก

arrive at = มาถึงที่

think about = คิดเกี่ยวกับ

agree with = เห็นด้วยกับ

believe in = เชื่อมั่นใน

etc.

2.2 verb + adverb หรือ verb + preposition

คำกริยาที่ตามด้วย คำวิเศษณ์ (adverb) หรือคำบุพบท (preposition) ซึ่งไม่ว่าจะเป็นแบบไหนก็ตาม ความหมายของคำกริยาจะถูกเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม และกลายเป็นคำที่มีความหมายใหม่ ยกตัวอย่างเช่น

run in to = พบกันโดยบังเอิญ

grow up = เติบโตขึ้น

come in = เข้าไป / เข้ามา

watch out = ระวัง

break out = เกิดขึ้น

catch up = ติดตาม

calm down = ใจเย็น ๆ

etc.

2.3 verb + adverb + preposition

เป็นการนำคำกริยามาประกอบกันกับคำวิเศษณ์ (adverb) และคำบุพบท (preposition) ยกตัวอย่างเช่น

look forward to = รอคอย

get by with = พอที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้

look down on = ดูถูก

keep up with = ตามให้ทัน

break up with = เลิกกันแล้วกับ

put up with = อดทน

get on with = ทำต่อไป

  1. วิธีการใช้ Phrasal Verb

3.1. หากในประโยคไม่มีกรรม (object) มารองรับ

จะต้องนำคำวิเศษณ์ (adverb) มาไว้ติดกับคำกริยา (verb) เช่น

  • May I come in, please?
  • Don’t give up.
  • I will dress up.
  • Let’s go to eat out.

3.2. หากมีคำนาม (noun) เป็นกรรม (object)

จะวางคำนาม (noun) ไว้ข้างหน้า หรือข้างหลังคำวิเศษณ์ (adverb) ก็ได้ เช่น

  • Keep the child out of my bedroom.
  • Tom put the pot down on the table.
  • Lin set the party up for her friend.
  • He take the radio apart and fix it.

3.3. หากมีคำสรรพนามเป็นกรรม (object pronoun)

จะต้องนำกรรม (object) ไว้ด้านหน้าของคำวิเศษณ์ (adverb) เช่น

  • I lost my ring, but she find it out.
  • Her mother made her up when she is going to party.
  • The shirt is very nice that I will try it on.
  • I can’t hear that sound. Can you tune it up?
  1. Phrasal Verb ที่พบบ่อยในชีวิตประจำวัน
break upเลิกกันkeep upเก็บรักษาturn onเปิด
call backโทรกลับlook down onดูถูกturn offปิด
clam downใจเย็น ๆlook forมองหาuse upใช้จนหมด
check inลงทะเบียนเข้าlook outระวังwake upตื่นนอน
check outลงทะเบียนออกmake upแต่งหน้าwarm upทำให้อุ่นขึ้น
cheer upมีความสุขmix upผสมwork outออกกำลังกาย
cut downตัดpay backใช้หนี้
dress upแต่งตัวput downวางลง
fall downตกrun awayวิ่งหนี
fall outหล่นออกไปset upจัดขึ้น
fill upเติมshow offแสดงออก
get backกลับบ้านswitch offปิด
get upตื่นนอนswitch onเปิด
give upยอมแพ้take apartแกะออกเป็นชิ้น ๆ
go aheadดำเนินการtake backคืน
go backกลับtake offเครื่องบินขึ้น
grow upเติบโตtake outนำออกไป
hang outสังสรรค์throw awayทิ้ง
hold onรอสักครู่turn downลดลง

ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com


เปิดตัว “ยานยนต์ระบบ AI” ตรวจสอบอุปกรณ์ใต้น้ำอัตโนมัติ

เออาร์วี และโรวูล่า” ส่ง “เอ็กซ์พลอเลอร์” ยานยนต์และระบบ AI ตรวจสอบอุปกรณ์ใต้น้ำแบบอัตโนมัติ สำรวจท่อใต้ทะเล เก็บข้อมูลและรายงานผลสุดแม่นยำ พร้อมเดินหน้านำเทคฯ รับดีมานด์บลูอีโคโนมีไทย – อาเซียน

บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ “เอ็กซ์พลอเรอร์ : Xplorer”  ยานยนต์และระบบ AI ตรวจสอบอุปกรณ์ใต้น้ำแบบอัตโนมัติ รองรับการเติบโตกลุ่มพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล โดดเด่นด้วยความสามารถในการตรวจสอบท่อใต้ทะเลภายนอกที่ดีกว่ายานยนต์สำรวจใต้ทะเลแบบบังคับระยะไกล แม่นยำในการระบุตำแหน่งที่เทียบเท่ากับ GPS ช่วยอำนวยความสะดวกการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในงานสำรวจและตรวจสอบท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล เช่น ลักษณะพื้นทะเลเหนือท่อ ระบบป้องกัน การกัดกร่อนของท่อ โดยเทคโนโลยี  ปัญญาประดิษฐ์ ที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับวิธีการทำงานปกติได้ถึง 2 เท่า

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ประเภทอื่น เพื่อให้การสำรวจใต้ทะเลเป็นไปอย่างครบวงจรเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจทางทะเล หรือ Blue Economy ที่คาดว่าจะมีการเติบโตถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573 ตลอดจนตลาดการตรวจสอบ ซ่อมแซม ที่คาดว่าจะเติบโตจาก 42.66 พันล้านดอลลาร์ในปี 2565 เป็น 72.46 พันล้านดอลลาร์ภายในปี 2572

นายภัคชนม์ หุ่นสุวรรณ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในหน่วยธุรกิจภายใต้ บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ ARV ในกลุ่มปตท.สผ.กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แนวคิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเลมีปริมาณเพิ่มมากขึ้นทั้งการใช้ส่งพลังงานปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติเพื่อเป็นเชื้อเพลิงพลังงานสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ การสร้างและวางระบบเคเบิลใต้ทะเลเพื่อใช้ในการสื่อสารหรือแม้กระทั่งสายไฟใต้ทะเลที่ใช้ในการส่งพลังงานไฟฟ้า ฯลฯ

อย่างไรก็ดีถึงแม้จะมีการเติบโตของระบบท่อใต้ทะเลอย่างต่อเนื่อง แต่ในการดำเนินงานต่าง ๆ นั้นก็ยังมีความท้าทาย โดยเฉพาะการนำอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีไปใช้งานในโลกใต้น้ำ ซึ่งต้องอยู่ในสภาวะที่มีแรงดันที่มากกว่าบนบกหลายเท่า จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้ใต้ทะเลลึกที่ต้องมีความแข็งแรงเพียงพอเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายในขณะทำงาน รวมทั้งทลายข้อจำกัดอื่น ๆ เช่น ข้อจำกัดทางกายภาพของน้ำที่ไม่สามารถส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้ รวมถึงเทคโนโลยีการสื่อสารและการนำทางที่ใช้ได้ดีบนบก เช่น Wifi, 4G/5G, GPS ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมใต้น้ำได้ด้วยเช่นเดียวกัน

“บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด ได้เล็งเห็นถึงการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานใต้ทะเล จึงได้พัฒนา เอ็กซ์พลอเรอร์ (Xplorer)  ยานยนต์สำรวจใต้ทะเลที่ปฏิบัติการด้วยระบบ AI ทำให้สามารถปฏิบัติการได้อย่างอัตโนมัติ ซึ่งออกแบบและพัฒนาด้วยทีมวิศวกรคนไทย เพื่อใช้ในภารกิจตรวจสอบโครงสร้างใต้น้ำหรือสำรวจพื้นผิวใต้ทะเล โดยสามารถตรวจสอบและเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ โดยเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากว่าหุ่นยนต์สำรวจใต้น้ำที่มีอยู่ทั่วไป ยิ่งไปกว่านั้นด้วยการทำงานแบบอัตโนมัติไร้สาย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเรือสนับสนุนขนาดใหญ่ในการปฏิบัติงาน ทำให้สามารถลดกำลังคนในการทำงานพร้อมทั้งยังสามารถทำให้การดำเนินงานรวดเร็วขึ้น 50% รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในด้านความปลอดภัย อีกทั้งยังมีระบบนำทางอัจฉริยะที่จะเก็บข้อมูลและภาพแบบเรียลไทม์เพื่อประเมินสภาพและทำแผนการบำรุงรักษาของอุปกรณ์ได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ”

ด้าน นายธษภิชญ ถาวรสุข ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท โรวูล่า (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมว่า XPLORER เป็นยานยนต์ตรวจสอบสภาพภายนอกของท่อใต้ทะเล โดยมีสิ่งที่โดดเด่นอย่างมากก็คือเทคโนโลยี AI ในการนำทางที่ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินงานเมื่อเทียบกับวิธีการปกติสูงสุดถึง 2 เท่า เนื่องจากสามารถลดความต้องการในการใช้เรือสนับสนุนการทำงานขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าในการเช่าต่อวันที่สูงมากถึงวันละ 1.5 ล้านบาท เป็นเรือขนาดเล็กลงทำให้ค่าเช่าเรือต่อวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนั้นแล้วยานยนต์เอ็กซ์พลอเรอร์ ยังสามารถทำการสำรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพมีความเร็วในการปฏิบัติงานทำให้ระยะเวลาในการดำเนินงานสั้นลงอีกด้วย ตัวยาน XPLORER มีน้ำหนักในอากาศอยู่ที่ 850 กิโลกรัม และทนความลึกได้ที่ 300 เมตร ขับเคลื่อนโดยใบพัดผลักดันน้ำจำนวน 8 ตัว ซึ่งจะทำให้ยานมีความสามารถเคลื่อนที่ได้ใน 6 องศาอิสระและสามารถหยุดนิ่ง ณ จุดใดจุดหนึ่งได้ มีความสามารถในการวิ่งตามท่อแบบอัตโนมัติโดยใช้คลื่นเสียง (Sonar) กล้อง VDO ในการหาแนวท่อเพื่อให้ระบบประมวลผลสั่งการให้ยานเคลื่อนที่ไปตามแนวที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าช่วงที่ท่อถูกทรายกลบ ระบบจะใช้ตำแหน่งที่ได้มาจากงานวางท่อในการนำทางแทนจนกว่าจะเห็นท่อพ้นขึ้นมาจากทราย และในระหว่างที่ XPLORER กำลังเคลื่อนที่อยู่เหนือท่อตัวยานจะทำการเก็บข้อมูลต่าง ๆ ที่จำเป็นในงานสำรวจและตรวจสอบท่อน้ำมันและก๊าซธรรมชาติใต้ทะเล เช่น ลักษณะพื้นทะเลใต้ท่อ (Seabed profile) ความเข้มสนามไฟฟ้า (Electric Field Gradient) พิกัด ฯลฯ โดยหลังจากจบภารกิจ XPLORER จะมีระบบกลับเข้าสถานีชาร์จและส่งข้อมูลแบบอัตโนมัติเพียงแค่การส่งคำสั่งครั้งเดียว

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา XPLORER  ถูกนำมาใช้ในโครงการสำคัญ ๆ  ของ ปตท.สผ. ในอ่าวไทย อีกทั้งยังได้มีการดำเนินงานร่วมกับธุรกิจพันธมิตรในอุตสาหกรรมพลังงานทางเลือก อื่นๆ  เช่น การใช้หุ่นยนต์ตรวจสอบโครงสร้างเขื่อน หรือ การจัดทำแผนที่ใต้น้ำ เป็นต้น จึงทำให้นอกจากงานในธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมแล้ว XPLORER ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจอื่นที่มีความต้องการในการสำรวจพื้นผิวหรือโครงสร้างใต้น้ำอีกด้วย

นายธษภิชญ กล่าวเพิ่มเติมว่านอกเหนือจากยานยนต์สำรวจใต้ทะเลแบบอัตโนมัติหรือ XPLORER  ปัจจุบัน บริษัท โรวูล่าฯ ยังมีเทคโนโลยีอื่นๆที่ได้มีการพัฒนาร่วมกันพันธมิตรทางธุรกิจอื่นๆ อย่าง  XGATEWAY เรือผิวน้ำ

ไร้คนขับ Nautilus นวัตกรรมหุ่นยนต์ ซ่อมบำรุงท่อใต้ทะเลตัวแรกของโลก และ Xspector ระบบการจัดการข้อมูลการสำรวจ ตรวจสอบบนคลาวด์  และ Aquatic monitoring ระบบตรวจจับและจำแนกสิ่งมีชีวิตทางน้ำที่เป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาและดำเนินการภายใต้บริษัท โรวูล่า โดยวางบทบาทสู่ผู้นำและผู้สร้างสตาร์ทอัพที่พัฒนา AI / หุ่นยนต์ แบบครบวงจรสำหรับการตรวจสอบทางทะเลและใต้ทะเลของไทย – เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด รวมถึงขยายฐานไปสู่กลุ่มพลังงานและพลังงานทดแทนผ่านเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจชั้นนำของไทยและในระดับโลกกว่า 5 ราย โดยยังวางเป้าหมายการเติบโตตั้งแต่ปี 2565 ไม่ต่ำกว่าปีละ 90%

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


รู้ไหม ? กาแฟโบราณคืออะไร ต่างจากกาแฟสดอย่างไร

ใครที่ชื่นชอบการดื่มกาแฟ เวลาอยากจะดื่มกาแฟทั้งทีเลือกทานกาแฟโบราณ หรือกาแฟสด สำหรับบางคนอาจตอบไม่ถูกว่าจะเลือกดื่มกาแฟชนิดใด นั่นเป็นเพราะแท้ที่จริงแล้วยังไม่รู้ว่ากาแฟโบราณ กับกาแฟสดนั้นแตกต่างกันอย่างไร ดังนั้นเราจะมาแนะนำให้ทราบว่ากาแฟโบราณนั้นแตกต่างจากกาแฟสดอย่างไร

กาแฟโบราณคืออะไร

ตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดความขาดแคลนของเมล็ดกาแฟ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดต้นทุนการทำกาแฟ และเพิ่มปริมาณ จึงมีการนำธัญพืชมาคั่วรวมกับเมล็ดกาแฟ โดยคนไทยในช่วงเวลานั้นก็นำธัญพืชชนิดต่างๆ ทั้งข้าวกล้อง เม็ดมะขาม ข้าวโพด หรือถั่วเหลือง รวมไปถึงเครื่องปรุงอย่างเกลือและน้ำตาลมาคั่วกับเมล็ดกาแฟ จึงทำให้เมล็ดกาแฟมีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตามส่วนผสมที่ใส่คละเคล้ากันลงไป

โดยกาแฟโบราณที่เราเห็นมักจะเข็นขายตามรถเข็น หรือร้านอาหารเช้าบางร้าน ซึ่งเมนูกาแฟโบราณจะประกอบไปด้วยโอเลี้ยง โกปี๊ ยกล้อ โอยั๊วะ และจั้มบ๊ะ

กาแฟสดคืออะไร

กาแฟสดก็ตรงตามชื่อเลยคือกาแฟที่ใช้เมล็ดกาแฟล้วนๆ ผ่านการบ่มเพาะ คั่ว และบดก่อนจะนำมาชงด้วยกรรมวิธีต่างๆ หรือบางร้านอย่างที่เราเห็นคือเมล็ดกาแฟยังไม่ได้ผ่านการบด โดยการชงกาแฟสดก็มีหลายวิธีทั้งการดริปคือการชงแบบผ่านกระดาษกรอง ชงแบบใช้น้ำร้อนโดยตรง
(Frence Press) หรือใช้ไอน้ำ (Espresso) ซึ่งแต่ละวิธีก็จะได้รสชาติและความเข้มข้นที่ต่างกัน

ความแตกต่างระหว่างกาแฟโบราณกับกาแฟสดที่เห็นอย่างชัดเจนคือกาแฟโบราณผสมธัญพืชแล้วนำไปคั่ว ส่วนกาแฟสดคือกาแฟที่มาจากเมล็ดกาแฟเพียงอย่างเดียว นอกจากนั้นวิธีและขั้นตอนการชงยังมีความแตกต่างกันอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 16/02/2567

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a34,150.0034,250.00
ทองรูปพรรณ 96.5%2,212.0033,533.9234,750.00
ทองรูปพรรณ 90%1,990.8030,180.53n/a
ทองรูปพรรณ 80%1,769.6026,827.14n/a
ทองรูปพรรณ 50%995.0015,084.20n/a
ทองรูปพรรณ 40%774.0011,733.84n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%2,292.0034,746.72n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 16/02/2567


ปตท.

บางจาก

เชลล์

เอสโซ่

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9538.3538.3538.6538.3538.3538.3538.3538.3538.3538.35
แก๊สโซฮอล์ 9136.5836.5837.0836.5836.5836.5836.5836.5836.5836.58
แก๊สโซฮอล์ E2036.2436.2436.7436.2436.2436.2436.2436.2436.24
แก๊สโซฮอล์ E8535.9935.9935.99
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม45.7449.9449.4449.9445.74
เบนซิน 9546.2447.4146.7446.3946.24
ดีเซล B729.9429.9430.2429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซล29.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซล B2029.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม41.5443.6444.8443.6443.6441.54
แก๊ส NGV19.5919.5919.59
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า