เร่งประมูลระบบราง’8แสนล.’กระตุ้นศก.
รัฐเตรียมเปิดประมูลโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง 11 โครงการ วงเงินกว่า 8.44 แสนล้าน นักวิเคราะห์หวังลงทุนรัฐครึ่งปีหลังฟื้น หลัง 5 เดือนแรกหดตัว 3.7% มองโครงการรถไฟ ความเร็วสูงยังไร้อานิสงส์ดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ เหตุงบส่วนใหญ่เริ่มทยอยออกปีหน้า ชี้โครงการ ดังกล่าวหากเชื่อมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ในภูมิภาค ดึงต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตได้ถือว่าคุ้ม
โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค)ในไทย ที่รัฐพยายามผลักดันอย่างเต็มที่ เป็นไปเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะจากนี้ ต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปี โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง กระทรวงคมนาคมประเมินว่า ปีนี้น่าจะผลักดันการประมูล ได้มากถึง 11โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 843,902 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างเปิดประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 10 สัญญา 5 เส้นทาง ระยะทาง 702 กิโลเมตร มูลค่ารวม 79,161 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยได้ตัวผู้รับเหมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.-ก.ย. นี้ ได้แก่
- โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ หัวหินประจวบคีรีขันธ์2.โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ -เส้นทางนครปฐม-หัวหิน3. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร4. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และ 5. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรีปากน้ำโพ
ร.ฟ.ท.ยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกหลายช่วง คาดว่าทั้งหมดจะเปิดประมูลไม่ทันปีนี้ ได้แก่ 1. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ช่วงดอนเมืองบางซื่อ-พญาไท
- รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง
- รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อนส่วนต่อขยาย2ช่วง คือ ช่วงตลิ่งชัน-ศิริาช และช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา รวมถึงรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต
เตรียมประมูลส่วนต่อขยาย4ช่วง
ประเทศไทย (รฟม.) เหลือการประมูลรถไฟฟ้า ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งส่วนต่อขยายอีก 4 ช่วง ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 2.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย4 3.รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน และ 4.รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายทางใต้ ช่วงสมุทรปราการ-บางปู
เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดประมูลรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 3 โครงการแรกได้ภายในปีนี้ คือ สีม่วงใต้ สีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และสีส้มตะวันตก แต่จะไม่มีการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยาย เพราะ รฟม. ได้โอนทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว จึงต้องการให้ กทม. ตัดสินใจเรื่องการเปิดประมูลส่วนต่อขยายเอง
“ชมพู-เหลือง”ตอกเสาเข็มปีนี้
รถไฟฟ้าอีก 3 เส้นทางและจะเริ่มก่อสร้าง เมื่อต้นปีที่ผ่านมารฟม. ยังได้เปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งจะเริ่มตอกเสาเข็มไม่เกินเดือน ก.ย.นี้ รวมถึงโครงการสายสีส้มตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งเริ่มตอกเสาเข็มเมื่อ ต้นเดือนที่ผ่านมา
ผลักดันรถไฟเร็วสูง4เส้นทาง
กระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างการ ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯนครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กิโลเมตร วงเงิน 179,413 ล้านบาท เตรียมลงนามสัญญากับฝ่ายจีน 2 ฉบับไม่เกินเดือน ก.ย. และคาดว่า อาจเริ่มเปิดประมูลงานโยธาได้ภายในปีนี้
ส่วนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น ช่วงกรุงเทพฯเชียงใหม่ ระยะทาง 673 กิโลเมตรวงเงินลงทุน 546,744ล้านบาทนั้น ทางญี่ปุ่นจะส่งรายงานการศึกษาความเหมาะสมฉบับสมบูรณ์ให้ฝ่ายไทยในเดือน ส.ค.นี้ แต่จะเปิดประมูลไม่ทันปีนี้อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ ยังมีรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร มูลค่า 215,100 ล้านบาทและกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กิโลเมตร มูลค่า 94,673 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ทั้ง 2 เส้นทางต้องรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนเพิ่มเติม และเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ต้องรอผลการศึกษาการวิ่งรถเชื่อม 3 ท่าอากาศยานของ ร.ฟ.ท. ก่อน โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเปิดประมูลทั้ง 2 เส้นทางได้ภายในปีนี้
ครึ่งปีหลัง”เห็นการลงทุนรัฐชัด
“นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การลงทุนของภาครัฐช่วง 5เดือนแรกปีนี้ ยังคง หดตัว 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ทั้งปียังเชื่อว่าจะขยายตัวได้ 8.5%และหนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ 3.4%
“น่าจะเห็นการลงทุนภาครัฐที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เพราะโดยปกติแล้วรัฐมักจะเร่งลงทุนในช่วงท้ายๆ ของปีงบประมาณ จึงเชื่อว่าการลงทุนภาครัฐช่วงครึ่งปีหลังจะช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย”
รถไฟไทย-จีนยังไม่ส่งผลต่อศก.ปีนี้
ครม. เพิ่งอนุมัติโดยมีมูลค่าโครงการ 1.79 สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ แสนล้านบาท อาจยังไม่มีผลต่อเศรษฐกิจไทย ปีนี้ เพราะเงินลงทุนที่จัดสรรในปีนี้ยังน้อยมาก แต่จะมีผลต่อเศรษฐกิจในปีถัดไป ส่วนความคุ้มค่าการลงทุน คงต้องขึ้นกับว่าโครงการนี้จะดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้มากน้อยแค่ไหน
“ผลต่อเศรษฐกิจระยะสั้นเราก็หวังว่า งบประมาณการก่อสร้างจะหนุนเศรษฐกิจไทยบ้าง แต่ระยะกลางถึงยาวหลังจากที่โครงการเสร็จสิ้น เราคาดหวังว่าจะดึงให้ต่างชาติ เข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตในไทย
ต่างชาติ”ตั้งตารอพรบ.อีอีซี
“สำหรับการลงทุนของรัฐที่คาดหวังให้เอกชนลงทุนตาม เวลานี้นักลงทุนส่วนใหญ่โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติรอดูความชัดเจนของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในช่วงเดือนต.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนอาจมีคำถามในเรื่องของการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งประเด็นที่ห่วงกันค่อนข้างมาก คือ ความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ
นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า การลงทุนของภาครัฐในขณะนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภท ระบบขนส่ง เช่น ทางด่วน รถไฟฟ้า รวมทั้ง รถไฟความเร็วสูงที่เตรียมจะลงทุนใน เร็วๆ นี้ ซึ่งการลงทุนลักษณะนี้แม้จะดึงดูดให้เอกชนลงทุนตามได้ แต่ประสิทธิผลคงไม่มากนัก
“การลงทุนเหล่านี้จะผูกโยงกับภาคการก่อสร้าง ซึ่งการลงทุนเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมีสัดส่วนเพียง 20% ของการลงทุนทั้งหมด ส่วนอีก 80% เป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือ เครื่องจักร ดังนั้นการจะหวังให้การลงทุนเอกชนกลับมาได้ อาจต้องมุ่งไปที่โครงการในลักษณะอีอีซี (ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)”
อีอีซี”ความหวังดันเศรษฐกิจ
” นายนริศ กล่าวว่า อีอีซี ถือเป็นความหวัง ของการลงทุนเอกชน และจะเป็นตัวที่ ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างมั่นคงในอนาคต ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า จะเริ่มเห็นเอกชนบางส่วนเข้ามาลงทุนในโครงการนี้ ช่วงครึ่งปีหลัง เพราะปัจจุบันเอกชนบางแห่ง เริ่มที่จะลงทุนแล้ว
ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ ครม. มีมติอนุมัติไปเมื่อเร็วๆ นี้ หากมองในเรื่องความคุ้มค่าคงต้องดูว่าโครงการนี้จะดึงให้ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของกลุ่มภูมิภาคได้อย่างไร หากเป็นเพียงแค่เส้นทางผ่านไปยังประเทศอื่น ไทยก็คง ไม่ได้ประโยชน์จากโครงการเหล่านี้
ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
มองต่างมุม มรสุมอสังหาหรู ‘เพซ’
นักลงทุนแฟนคลับหุ้น “อสังหา ริมทรัพย์” ส่วนใหญ่คงจะได้ยินข่าวประเด็นร้อนของ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) กันบ้างแล้ว โดยเฉพาะข้อกังขาความสามารถในการชำระหนี้ตั๋วแลกเงิน ระยะสั้น (บี/อี) แต่ไม่ใช่เพียงแค่นี้ หลายคนคงยังสงสัยด้วยว่า เมื่อไหร่ PACE ผู้พัฒนาอสังหาฯหรูค่ายนี้จะกลับมามีกำไรให้นักลงทุนได้ชื่นใจเสียที
ท้าวความไปถึงก่อนหน้านี้ ที่มีประเด็นข่าวที่ว่า “เพซถูกธนาคารไทยพาณิชย์ควบคุมหนี้อย่างใกล้ชิด เพราะไม่แน่ใจว่าจะมีความสามารถในการชำระหนี้ตั๋วบี/อี และหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเร็ว ๆ นี้ได้หรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีบริษัท จดทะเบียนหลายแห่งที่ประสบปัญหานี้” ทำให้ “สรพจน์ เตชะไกรศรี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของ บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE) ออกมาแจกแจงปมร้อนนี้ทันทีว่า เพซไม่ได้ประสบปัญหาตามที่เป็นข่าว และมีความสามารถในการชำระหนี้ตั๋วบี/อี แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมามีหลายบริษัทประสบปัญหาผิดนัดชำระหนี้ (ดีฟอลต์) จึงทำให้บริษัทต้องเตรียมตุนสภาพคล่องไว้ล่วงหน้า ด้วยการขอกู้เงินจากธนาคารไทยพาณิชย์ 3,000 ล้านบาท เพื่อรองรับตั๋วบี/อีที่จะทยอยหมดอายุในช่วง 3-6 เดือนข้างหน้า และตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปีนี้จะลดหนี้ตั๋วบี/อี 50% ของหนี้ปัจจุบัน
“เรื่องตั๋วบี/อี เราเตรียมการไว้ก่อน เพราะกลัวว่าจะมีปัญหา และก็ถือเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ด้วย เพราะหนี้ ก้อนใหม่จากแบงก์นี้ กว่าจะครบกำหนด ชำระคืนก็ประมาณปลายปีหน้า ถือเป็น การเอาหนี้ระยะยาวมาคืนหนี้ระยะสั้น”
นอกจากนี้ หากประเมินภาระหนี้สินแท้จริงของเพซ ณ สิ้นไตรมาส 1/2560 มีหนี้สินอยู่ราว 19,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตั๋วบี/อีกว่า 4,000 ล้านบาท หุ้นกู้ระยะยาว 5,000 ล้านบาท และเงินกู้จาก3ธนาคารพาณิชย์ 9,000 ล้านบาท ก็ไม่ได้ทำให้เพซอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง เพราะบริษัทมีสินทรัพย์มูลค่ารวม 3.7 หมื่นล้านบาท ซึ่งครอบคลุมมูลหนี้
ขณะเดียวกันเขาเชื่อว่า “CITIC Construction” (ซีติค) จะเป็นกุญแจสำคัญที่ไขปัญหาให้เพซค่อย ๆ ปรับตัว ดีขึ้นได้ เพราะภายในไม่เกินไตรมาส 3/2560 จะมีการเซ็นสัญญากับกลุ่มซีติค เพื่อร่วมมือใน “3 ประเด็นหลัก” ดังนี้ 1.กลุ่มซีติคจะเข้ามาเป็นผู้รับเหมาโครงการคอนโดมิเนียมนิมิตร หลังสวน มูลค่างานก่อสร้าง 3,000 ล้านบาท จะเริ่มก่อสร้างเร็ว ๆ นี้ 2.กลุ่มซีติคจะเข้ามาเป็นพันธมิตรในการรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงให้แหล่งเงินทุนการก่อสร้างกับ เพซ ด้วย โดยคิดดอกเบี้ยกู้ราว 3% ถูกกว่าต้นทุนเดิมกว่าเท่าตัว และ 3.กลุ่มซีติคจะเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนแบบเฉพาะเจาะจง (PP) ของเพซ พร้อมทั้งช่วยจัดการตั๋วบี/อีให้ด้วย ซึ่งน่าจะชัดเจนภายในปี 2560
“ปีนี้หวังว่าเราน่าจะกลับมาเป็นบวก โดยตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 14,000-17,000 ล้าน บาท” สรพจน์กล่าวขณะที่ความคิดเห็นอีกมุมหนึ่งของ นักลงทุน “ธำรงชัย เอกอมรวงศ์” นักลงทุน รายใหญ่ที่เน้นวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค เห็นว่า ตอนนี้ยังไม่ใช่จังหวะที่จะเข้าไปลงทุน เพราะ PACE ยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ จึงเห็นว่ายัง “ไม่น่ารีบร้อนเข้าซื้อ” จนกว่าบริษัทจะโชว์ศักยภาพผลดำเนินงานให้เห็น
“หากทำโครงการใหญ่ก็ควรมีการประเมินอย่างรอบคอบในเรื่องเงินทุน ที่จะใช้ และที่สำคัญถ้าเป็นธุรกิจอสังหาฯ แบบที่ว่าต้องขายโครงการ แล้วต้องก่อสร้างไปเรื่อย ๆ ผมว่าจะเหนื่อยมาก เพราะต้องเฟ้นหาทำเลดี ๆ ตลอด แถมถ้าไม่มีรายได้ประจำเข้ามาเสริม ก็จะยิ่งทำยากขึ้น จึงอยากดูผลประกอบการของเขาก่อน” ธำรงชัยกล่าวด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) แนะนำเพียง “ถือ” เพราะยังคงต้องติดตามเรื่องการแก้ปัญหาสภาพคล่องด้านการเงินที่ “เพซ” มีภาระคืนหนี้จำนวนมากในปีนี้ และหากไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ก็อาจปรับลดคำแนะนำลงได้อีก
ส่วนไตรมาส 2/2560 ประเมินว่าเพซ มีโอกาสจะ “ขาดทุน” ได้อีก เพราะการโอนคอนโดฯมหานครเป็นรายได้อยู่ที่ราว 2,000 ล้านบาท ใกล้เคียงกับ 1/2560 แต่ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเทียบกับ รายได้ยังสูงมาก โดยเห็นได้จากไตรมาส 1/2560 มีสัดส่วนถึง 51.3%
ทั้ง 3 มุมมอง ต่างมีเหตุผลบน หลักการของตัวเอง ดังนั้นคงเป็นหน้าที่ของนักลงทุนที่ต้องชั่ง ตวง วัด ให้ดีว่าจะเลือกเชื่อใคร
ที่มา หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ
รู้ก่อนป่วย 14 โรคที่ประกันสังคมไม่คุ้มครอง
แม้ว่าปัจจุบันสิทธิประกันสังคมจะเพิ่มความคุ้มครองด้านสุขภาพในหลายๆ โรคมากขึ้นกว่าในอดีต แต่ยังมีอีก 14 โรคและบริการทางการแพทย์ที่ไม่สามารถใช้สิทธิจากกองทุนประกันสังคมได้ ซึ่งผู้ประกันตนควรทราบ
14 โรคและบริการที่ไม่สามารถใช้สิทธิประกันสังคมได้
1. โรคหรือการประสบอันตรายอันเนื่องจากการใช้สารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด
2. โรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทคนไข้ใน 180 วัน ในหนึ่งปี ยกเว้นกรณีที่มีความจำเป็นตามดุลยพินิจของคณะกรรมการการแพทย์
3. การบำบัดทดแทนไตกรณีไตวายเรื้อรัง ยกเว้นกรณีไตวายเฉียบพลันที่มีระยะเวลารักษาไม่เกิน 60 วัน ให้มีสิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย ให้สิทธิได้รับบริการทางการแพทย์ โดยการบำบัดทดแทนไตด้วยวิธีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ด้วยวิธีล้างช่องท้องด้วยน้ำยาอย่างถาวร และด้วยวิธีปลูกถ่ายไต ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการปลูกถ่ายไต ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขและอัตราที่กำหนดในประกาศสำนักงานประกันสังคม
4. การกระทำใดๆ เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
5. การรักษาที่ยังอยู่ในระหว่างการค้นคว้าทดลอง
6. การรักษาภาวะมีบุตรยาก
7. การตรวจเนื้อเยื้อเพื่อการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ยกเว้นการปลูกถ่ายไขกระดูก
8. การตรวจใดๆ ที่เกินความจำเป็นในการรักษาโรคนั้น
9. การผ่าตัดอวัยวะ ยกเว้นการปลูกถ่ายไขกระดูก ปลูกถ่ายไตการเปลี่ยนอวัยวะกระจกตาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
10. การเปลี่ยนเพศ
11. การผสมเทียม
12. การบริการระหว่างรักษาตัวแบบพักฟื้น
13. ทันตกรรม ยกเว้น ถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน ผ่าฟันคุด และการใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วน หรือทั้งปาก
14. แว่นตา
เพิ่ม 2 สิทธิ ปี 60 ตรวจสุขภาพฟรี-ทำฟันไม่ต้องสำรองจ่าย
ในปี 2560 นี้ สำนักงานประกันสังคมได้เพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมในการตรวจสุขภาพประจำปี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เพียงยื่นบัตรประจำตัวประชาชนและบัตรรับรองสิทธิการรักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาลที่ผู้ประกันตนได้เลือกใช้สิทธิ โดยมีรายละเอียดตามช่วงอายุ ดังนี้
ตรวจร่างกายตามระบบ
1. คัดกรองการได้ยิน Finger Rub Test อายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
2. ตรวจเต้านมโดยแพทย์หรือบุคลากรสาธารณสุข อายุ 30-39 ปี ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุ 40-54 ปี ตรวจได้ทุกปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจตามความเหมาะสมหรือมีความเสี่ยง
3. ตรวจตาโดยจักษุแพทย์ อายุ 40-54 ปี ตรวจได้ 1 ครั้ง อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ทุก 1-2 ปี
4. ตรวจตาด้วยสาย Snellen eye Chart อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1. ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด CBC อายุ 18-54 ปี ตรวจได้ 1 ครั้ง อายุ 55-70 ปี ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
2. ตรวจปัสสาวะ UA อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
3. ตรวจสารเคมีในเลือด
– น้ำตาลในเลือด FBS อายุ 35-54 ปี ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
– การทำงานของไต Cr อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
– ไขมันในเส้นเลือดชนิด Total & HDL cholesterol อายุ 20 ปีขึ้นไป ตรวจได้ทุก 5 ปีขึ้นไป
การตรวจอื่น ๆ
1. เชื้อไวรัสตับอักเสบ HB sAg สำหรับผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 ตรวจได้ 1 ครั้ง
2. มะเร็งปากมดลูก Pap Smear อายุ 30-54 ปี ตรวจได้ทุก 3 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไป ตรวจตามความเหมาะสม หรือมีความเสี่ยง
3. มะเร็งปากมดลูกวิธี VIA อายุ 30-54 ปีขึ้นไป ตรวจได้ทุก 5 ปี อายุ 55 ปีขึ้นไป แนะนำให้ตรวจ Pap smear
4. เลือดในอุจจาระ FOBT อายุ 50 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง/ปี
5. การเอ็กซ์เรย์ทรวงอก Chest x–ray อายุ 15 ปีขึ้นไป ตรวจได้ 1 ครั้ง
แม้จะยังมี 14 โรคและบริการที่ประกันสังคมยังไม่ครอบคลุม แต่สำนักงานประกันสังคมก็ได้เพิ่มบริการตรวจสุขภาพฟรีเข้ามาถือเป็นการป้องกันก่อนรักษาซึ่งดีไม่แพ้กัน หากผู้ประกันตนท่านใดมีข้อสงสัยสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สายด่วนประกันสังคม 1506 หรือ www.sso.go.th
ที่มา ddproperty.com
“ขายฝาก 2017” เพิ่มผลตอบแทนช่องทางใหม่ สบายใจ ชัดเจน
“ขายฝาก” เป็นคำคุ้นหูที่หลายคนยังไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าการ “ขายฝากอสังหาริมทรัพย์” นั้น เป็นช่องทางในการเปลี่ยนอสังหาริมทรัพย์เป็นเงินทุนหมุนเวียนที่สะดวกและรวดเร็วและเป็นอีกทางเลือกในการเพิ่มผลประโยชน์ตอบแทนที่ค่อนข้างปลอดภัย สำหรับฝั่งผู้รับซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์ด้วย
การขายฝากอสังหาฯคืออะไร?
การขายฝากอสังหาฯ คือ การซื้อขายอสังหาฯอย่างหนึ่ง ซึ่งกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินตกไปยังผู้รับซื้อฝากทันที โดยมีข้อตกลงกันว่าผู้ขายฝากนั้นสามารถไถ่ถอนทรัพย์นั้นคืนได้ ซึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องในการทำธุรกรรมนี้ มี 3 ส่วน
1. ผู้ขายฝาก เป็นผู้ต้องการขายฝากอสังหาริมทรัพย์ที่ตนมีกรรมสิทธิ์ โดยทำสัญญาไว้ภายในระยะเวลาที่กำหนดแต่ไม่เกิน 10 ปี โดยผู้ขายฝากมีสิทธิ์นำเงินมาไถ่ถอนอสังหาฯนั้นกลับคืนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนภายในระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญา หากพ้นกำหนดระยะเวลาแล้วยังไม่นำเงินมาชำระ ผู้ขายฝากหมดสิทธิ์ไถ่ทรัพย์นั้นคืนทันที
2. ผู้รับซื้อฝาก เป็นผู้ต้องการซื้อฝากอสังหาริมทรัพย์โดยมุ่งหวังผลตอบแทนสูงและลดความเสี่ยง เพราะการรับซื้อฝากนั้นกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์จะตกไปยังผู้รับซื้อฝากทันทีในวันที่ทำสัญญา เพียงแต่มีเงื่อนไขว่าผู้ขายฝากมีสิทธิ์ไถ่คืนตามเวลาในสัญญา
3. เจ้าพนักงานที่ดิน เป็นผู้ดำเนินการให้สัญญาขายฝากถูกต้องตามกฎหมาย โดยผู้ขายฝากและผู้รับซื้อฝากต้องทำสัญญากันที่สำนักงานที่ดินในเขตพื้นที่ตามโฉนด
ในอดีตที่ผ่านมาการขายฝากมักเกิดขึ้นจากการตกลงกันระหว่างญาติมิตรหรือมีคนรู้จักแนะนำให้ เนื่องจากเป็นแหล่งเงินทุนที่น่าไว้วางใจหรืออาจจะไม่มีแหล่งข้อมูลอื่นๆ เป็นทางเลือก
ZAZZET (ซีแอซเซ็ท) เป็นเว็บไซต์จับคู่ขายฝากอสังหาฯ ที่โดดเด่นด้วยบริการ Online Matching ซึ่งคือบริการจับคู่ทรัพย์กับผู้รับซื้อฝากที่ใช่ ผ่านระบบการยื่นข้อเสนอด้วยราคาขายฝากและอัตราการจ่ายค่าตอบแทน โดยผู้รับซื้อฝากเป็นผู้ยื่นข้อเสนอ ส่วนผู้ขายฝากเป็นผู้เลือกข้อเสนอที่ตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ ซีแอซเซ็ทยังให้ความรู้และมีผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำในเรื่องการขายฝาก ช่วยดูแลให้การจ่ายค่าตอบแทนเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด ผู้ขายฝากจึงไม่โดนขูดรีด และช่วยบริการเรื่องการทำสัญญาที่สำนักงานที่ดินให้ด้วย โดยผู้ใช้งานสามารถใช้บริการผ่านเว็บไซต์ Zazzet.com อย่างสะดวกสบาย มั่นใจในทุกกระบวนการ
ที่มา thairath.co.th
5 ประโยคชิคๆสำหรับบอกว่า “ฉันไม่รู้”
หลายๆคนคงจะเคยโดนถามแล้วตอบไม่ได้ใช่ม้า เช่น Do you know how to go to the police station? ซึ่งเด็กไทยส่วนใหญ่ก็คงจะตอบว่า I don’t know (หรืออาจจะยิ้มๆส่ายหัว และเดินจากไป) ซึ่งถ้าจะพูดแค่ประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ก็อาจจะดูซ้ำๆซากๆเกินไป และวิธีที่จะบอกว่า “ฉันไม่รู้” ไม่ได้มีแต่ I don’t know สักหน่อย เอาล่ะ! เรามาดูกันดีกว่าว่ามีคำไหนบ้าง
1. I have no idea/I have no clue.
แปลแบบตร๊งตรงก็คือ ฉันไม่มีความคิดอะไรเลยหรือฉันไม่มีเบาะแสอะไรเลย แต่ก็หมายความว่า ฉันไม่รู้ นั่นแหละ ตัวอย่างเช่น
A: Do you know that Jake skipped a class today? (เธอรู้รึเปล่าว่าเจ๊คโดดเรียนวันนี้)
B: I have no idea. (ไม่นะ ฉันไม่รู้เลย)
2. I can’t help you there.
ประโยคนี้ แปลแบบตรงๆก็จะหมายความว่า “ฉันช่วยอะไรคุณไม่ได้” เอาล่ะ เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า
A: Excuse me, could you tell me how to go to the nearest bus stop?
(ขอโทษนะครับ คุณพอจะบอกผมได้ไหม ว่าจะไปป้ายรถเมล์ที่ใกล้ที่สุดได้ยังไง)
B: Sorry, I can’t help you there.
(ขอโทษที แต่ฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้ = ฉันไม่รู้ นั่นเอง)
บางทีหลังจากขอโทษแล้วเราอาจจะแนะนำคนถามให้ไปลองถามคนอื่นดูก็ได้นะคะ โดยการบอกว่า “Why don’t you ask…” (เอางี้ ลองไปถาม…ดีมั้ยคะ)
3. Beats me. (Informal)
ประโยคนี้มีความหมายตรงๆก็คือ เอาชนะฉัน หรือตีฉัน แต่ความหมายจริงๆก็คือ “ฉันไม่รู้” ซึ่งคำๆนี้ มีวงเล็บๆน้อยว่า (Informal) แล้วมันคืออะไรล่ะ? ง่ายมากเลยค่ะ…มันคือคำที่ไม่เป็นทางการนั่นเอง ซึ่งนั่นหมายความว่า คำนี้สามารถพูดกับเพื่อนๆได้ พูดกับคนสนิทได้ แต่ถ้าเอาไปพูดกับคนที่ไม่รู้จัก หรือครูบาอาจารย์ละก็…ก็คงจะดูไม่ดีเท่าไรนัก เอาล่ะ เรามาดูตัวอย่างกันดีกว่า
Jenny: Claire, how should we explain this to our parents?
(นี่แคลร์ เราจะอธิบายเรื่องนี้กับพ่อแม่ยังไงดีล่ะ)
Claire: Beats me. (ไม่รู้อะ)
4. I’m not really sure.
ต่อมาประโยคที่สี่ ประโยคนี้แปลตรงๆจะแปลได้ว่า ฉันก็ไม่แน่ใจเท่าไร ความหมายของมันก็คือ ฉันไม่รู้นั่นเอง เห็นแบบนี้ก็คงจะไม่เคลียร์เท่าไร เอาล่ะ เรามาดูประโยคตัวอย่างกันค่ะ
A: When will you finish your work? (เธอจะเสร็จงานเมื่อไร)
B: I’m not really sure. (ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน = ฉันไม่รู้)
5. I’ve been wondering that, too.
ข้อสุดท้ายท้ายสุด ประโยคนี้ เราจะแปลตรงๆได้ว่า ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน ตัวอย่างเช่น
A: When does the movie start? (หนังจะเริ่มฉายกี่โมง)
B: I’ve been wondering that, too. (ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน)
เอาละ ตอนนี้เราก็ได้เรียนวิธีบอกว่า “ฉันไม่รู้” แบบง่ายๆไปห้าวิธีแล้ว หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับผู้อ่าน และหวังว่านำเอาไปใช้กันนะคะ ^^
ที่มา dailyenglish.in.th
ราคาทองทุกชนิด ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ(Gold Traders Association) ประจำวันที่ 18/07/2560
ชนิดความบริสุทธิ์ของทอง |
ราคารับซื้อต่อกรัม |
ราคารับซื้อ/บาท |
ราคาขายออก/บาท |
ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 19,600.00 | 19,700.00 |
ทองรูปพรรณ 96.5% | 1,270.00 | 19,253.20 | 20,200.00 |
ทองรูปพรรณ 90% | 1,143.00 | 17,327.88 | n/a |
ทองรูปพรรณ 50% | 572.00 | 8,671.52 | n/a |
ทองรูปพรรณ 40% | 445.00 | 6,746.20 | n/a |
ทองรูปพรรณ 99.99% | 1,316.00 | 19,950.56 | n/a |
ราคาน้ำมัน ประจำวันที่ 18/07/2560
ราคาขายปลีมาตรฐาน ในเขต กทม. นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ หน่วย : บาท/ลิตร |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
ปตท PTT |
บางจาก BCP |
เชลล์ Shell |
เอสโซ่ Esso |
คาลเท็กซ์ Caltex |
ไออาร์พีซี IRPC |
พีทีจี เอนเนอยี่ PTG |
ซัสโก้ Susco |
ระยองเพียว Pure |
ซัสโก้ ดีลเลอร์ SUSCO Dealers |
|
แก๊สโซฮอล 95 | 25.55 | 25.55 | – | 25.55 | 25.55 | 25.55 | 25.55 | 25.55 | 25.55 | 25.55 |
แก๊สโซฮอล E-20 | 23.04 | 23.04 | 23.04 | 23.04 | 23.04 | – | 23.04 | 23.04 | 23.04 | 23.04 |
แก๊สโซฮอล E-85 | 19.24 | 19.24 | – | – | – | – | – | 19.24 | 19.24 | – |
แก๊สโซฮอล 91 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 | 25.28 |
เบนซิน 95 | 32.66 | – | – | 33.11 | 33.11 | – | 33.16 | 32.66 | 32.66 | 32.66 |
ดีเซลหมุนเร็ว | 24.49 | 24.49 | 24.49 | 23.99 | 23.99 | 23.99 | 23.99 | 23.99 | 23.99 | 23.99 |
ดีเซลหมุนเร็ว พรีเมียม | 27.49 | 28.17 | 28.17 | 28.17 | 28.17 | – | – | – | – | – |
มีผลตั้งแต่ | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 | 05 Jul 05:00 |