สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 24 ธันวาคม 2563

ทำเลน่าจับตา ปี 2564

ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ เปิด ” ทำเลน่าจับตา ปี 2564 ” คาดหลายพื้นที่แนวรถไฟฟ้าจังหวัดปริมณฑล ยังเป็นที่ต้องการ จากแนวโน้มราคาไม่สูงมาก

จากรายงานของ DDproperty Thailand Property Market Index (เว็บไซต์ ดีดี พร็อพเพอร์ตี้ ) ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2563 ซึ่งถือเป็นปีที่ท้าทายจากหลาย ๆ ปัจจัย ทำให้ตลาดไม่เติบโตเท่าที่ควร โดยปัจจัยสำคัญ คือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้สภาพเศรษฐกิจชะลอตัว และหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้บริโภคใช้เวลาในการตัดสินใจซื้อบ้านนานขึ้น

อย่างไรก็ตาม มอง ปี 2564 จะเป็นปีปรับสมดุลของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั้งในแง่ของราคาและอุปทาน (จำนวนที่อยู่อาศัย) และมีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 หากปัจจัยสำคัญอย่างการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและการเมืองมีแนวโน้มดีขึ้น ไม่มีการระบาดรอบใหม่ รวมถึงมีมาตรการกระตุ้นตลาด อสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ หลังจากเริ่มเห็นสัญญาณบวกในช่วงท้ายปี 2563 ในการเพิ่มขึ้นของดัชนีราคา ประกอบกับเริ่มมีข่าวดีเกี่ยวกับความคืบหน้าในการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19

โดยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2564 จะยังเป็นตลาดของกลุ่มเรียลดีมานด์ หรือผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง และกลุ่มนักลงทุนที่มีความพร้อม เนื่องจากแนวโน้มราคาอสังหาริมทรัพย์จะยังคงทรงตัว และไม่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปีแรกของปี 2564 แต่คาดว่าจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไปตามแนวโน้มเศรษฐกิจที่มีโอกาสฟื้นตัวมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ทำเลน่าจับตา ปี 2564 ครอบคลุมพื้นที่อานิสงส์ของรถไฟฟ้าสายปัจจุบันและอนาคตช่วยยกระดับทำเลรอบนอกกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ 3 จังหวัดปริมณฑล ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ที่กำลังจะมีรถไฟฟ้าสายใหม่เปิดให้บริการ ให้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยน่าจับตา เนื่องจากราคาที่อยู่อาศัยยังไม่สูงมากนัก และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นนทบุรี

บริเวณตำบลบางรักใหญ่ อำเภอบางบัวทอง มีการปรับตัวของราคาที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้นในรอบปี 13% จากอานิสงส์ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง อีกหนึ่งทำเลที่มีแนวโน้มเติบโตคือบริเวณตำบลบางกรวย อำเภอบางกรวย เพิ่มขึ้น 16% เติบโตจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อน บางซื่อ-ตลิ่งชัน

สมุทรปราการ

ราคาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น อาทิ ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมืองสมุทรปราการ (บริเวณสถานี BTS แพรกษา, BTS สายลวด, BTS เคหะฯ) ราคาเพิ่มขึ้น 21% โดยทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปี ล้วนอยู่ในอำเภอเมืองสมุทรปราการที่แนวรถไฟฟ้าพาดผ่าน 

ปทุมธานี

ทำเลที่มีราคาที่อยู่อาศัยเติบโตมากที่สุดในรอบปี อยู่ตามแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย คูคต-วงแหวนรอบนอก ได้แก่ ตำบลคลองหก อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 18% และตำบลคลองสี่ อำเภอคลองหลวง เพิ่มขึ้น 16% โดยทำเลที่มีราคาคอนโดมิเนียมเพิ่มมากที่สุดในรอบปีอยู่ในทำเลแนวรถไฟฟ้า ทำเลใกล้สถานศึกษา 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


จับสัญญาณ 3 ตลาดอสังหาฯ ดิ้นรน รักษากระแสเงินสด

ซีบีอาร์อี เผย โควิด-19 เปลี่ยนแปลงตลาดอสังหาฯเชิงพาณิชย์ พบ อาคารสำนักงาน – พื้นที่ค้าปลีก- โรงแรม กระทบ ดิ้นรนต่อสู้ เพื่อรักษากระแสเงินสด

บริษัท ซีบีอาร์อี (ประเทศไทย) จำกัด ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า  ปี 2563 เป็นปีที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายประการในตลาดอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของประเทศไทย  ดังนี้

  •  ตลาดอาคารสำนักงาน

การทำงานจากที่บ้านไม่เพียงแต่เป็นมาตรการที่ใช้รักษาระยะห่างทางสังคมในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19  เท่านั้น แต่จะเป็นสิ่งที่จะยังคงดำเนินต่อไปหลังจากนี้  หลายบริษัทได้มีการทบทวนกลยุทธ์ในการจัดพื้นที่ทำงาน (Workplace Strategy) และบางแห่งก็เริ่มเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงานและสถานที่ทำงานของแต่ละหน่วยธุรกิจในองค์กร พฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงแรงกดดันด้านการเงินส่งผลให้ผู้เช่าหลายรายลดขนาดพื้นที่สำนักงานลง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาคารสำนักงานระดับเกรดบีที่ตั้งอยู่นอกใจกลางธุรกิจหรือนอกซีบีดี ซึ่งผู้เช่ามีความอ่อนไหวมากกว่าในเรื่องสภาพคล่องทางการเงิน   และการที่ผู้เช่าบางรายไม่สามารถย้ายเข้าสำนักงานได้เพราะไม่สามารถเข้าตกแต่งพื้นที่สำนักงานในช่วงที่มีการล็อกดาวน์ได้ จึงทำให้แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี

พบว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ปริมาณการใช้พื้นที่สำนักงานมีเพิ่มขึ้นเพียง 21,000 ตารางเมตร ขณะที่ช่วงเวลาเดียวกันในปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 128,000 ตารางเมตร   แต่อย่างไรก็ตาม แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี ยังพบว่า มีการเช่าพื้นที่ล่วงหน้าเกิดขึ้นในกลุ่มธุรกิจที่มีการขยายตัวอย่างอี-คอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มด้านเทคโนโลยีที่มีความต้องการใช้พื้นที่สำนักงานเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว  

จากการสำรวจของแผนกวิจัย ซีบีอาร์อี พบว่า พื้นที่สำนักงานทั้งหมดในกรุงเทพฯ ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 มีปริมาณ 9.17 ล้านตารางเมตร เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยโครงการสำคัญที่แล้วเสร็จในปีนี้คือ สปริง ทาวเวอร์ และเดอะ พาร์ค ที่สร้างแล้วเสร็จในไตรมาสแรก โดยปีนี้มีพื้นที่สำนักงานใหม่เพิ่มเข้าสู่ตลาด 345,900 ตารางเมตร  และอัตราพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นจาก 6.9% ณ สิ้นปี 2562 เป็น 8.9% ณ ไตรมาส 3 ปี 2563

ในขณะที่อัตราการใช้พื้นที่โดยรวมในตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ ลดลงเล็กน้อย มาอยู่ที่ 91.1% แต่พื้นที่ที่ปล่อยเช่าได้ดีที่สุดในปีนี้อยู่ในกลุ่มอาคารสำนักงานระดับเกรดเอที่ตั้งอยู่นอกซีบีดี ซึ่งมีพื้นที่สำนักงานในย่านนี้ทั้งหมดเพียง 674,000 ตารางเมตรหรือ 7.4% ของพื้นที่สำนักงานทั้งหมดในตลาด   การขยายตัวของระบบขนส่งมวลชนและการพัฒนาของเมืองได้ทำให้อาคารสำนักงานคุณภาพดีนอกซีบีดีซึ่งมีค่าเช่าต่ำกว่าทำเลในซีบีดีอยู่มากได้รับความน่าสนใจมากขึ้น

นางสาวรุ่งรัตน์ วีระภาคการุณย์ หัวหน้าแผนกพื้นที่สำนักงาน ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็นว่า “ในปีนี้ มีการขยับค่าเช่าไม่มากนัก เนื่องจากเจ้าของอาคารสำนักงานส่วนใหญ่ยังคงค่าเช่าในอัตราเดิมเพื่อรักษาผู้เช่า รวมถึงช่วยเหลือผู้เช่าในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้   เจ้าของอาคารบางรายยังเสนอส่วนลดพิเศษสำหรับช่วงเวลาสั้นๆ ในไตรมาส 2 และ 3 เพื่อช่วยเหลือธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดของโควิด-19”

“ความท้าทายหลักที่ตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญยังคงเป็นเรื่องพื้นที่สำนักงานใหม่อีกกว่า 1.17 ล้านตารางเมตรที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างและมีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ตลาดภายในสามปีข้างหน้านี้”

  • ตลาดพื้นที่ค้าปลีก

ธุรกิจค้าปลีกของไทยต้องเผชิญกับจำนวนผู้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าและอำนาจการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19  โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็ลดลงสู่จุดต่ำสุดในรอบ 20 ปีเมื่อเดือนเมษายน 2563  โดยลดลงมาอยู่ที่ 47.2  แม้ว่าความเชื่อมั่นจะปรับตัวดีขึ้นในเดือนต่อๆ มาแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ห่างจากช่วงก่อนโควิด-19   ธุรกิจที่หยุดชะงักไปและภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นได้ทำให้หนี้ครัวเรือน ณ ไตรมาส 2 ปี 2563  เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 83.8%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จาก 78.9% ในปีที่แล้ว

แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี รายงานว่า พื้นที่ค้าปลีกในกรุงเทพฯ มีทั้งสิ้น 7.8 ล้านตารางเมตร ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมาจากโครงการค้าปลีกใหม่ 12 โครงการที่เปิดให้บริการ ซึ่งมีพื้นที่รวม 100,000 ตารางเมตร และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ตถือเป็นการโครงการที่ใหญ่ที่สุดในปีนี้

ขณะที่อัตราการใช้พื้นที่ค้าปลีกโดยรวมในตลาดยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 96% แต่แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี เริ่มเห็นว่าการพัฒนาโครงการค้าปลีกในย่านใจกลางกรุงเทพฯ เริ่มลดลง ซึ่งโครงการลักษณะนี้มักต้องอาศัยความต้องการจากนักท่องเที่ยวมากกว่าคนไทย ซึ่งต่างจากโครงการในย่านรอบนอกใจกลางเมืองและชานเมือง  ผู้ค้าปลีกบางรายโดยเฉพาะอาหารและเครื่องดื่ม กำลังพิจารณาลดการใช้พื้นที่ต่อสาขาและเน้นไปที่บริการจัดส่งมากขึ้นตามการเติบโตของการใช้บริการสั่งอาหารออนไลน์ในประเทศไทย

 “แนวโน้มในธุรกิจค้าปลีกที่สำคัญในปีนี้ คือ การเติบโตอย่างเห็นได้ชัดของธุรกิจอี-คอมเมิร์ซในไทย และวิธีที่ผู้ค้าปลีกปรับตัวเข้ากับการค้าปลีกออนไลน์หลังจากมีการใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม   เราได้มีการพูดถึงกันมาตลอดถึงเรื่องความจำเป็นในการใช้ช่องทางการค้าที่หลากหลาย (Omni-channel) ในช่วงเวลาที่ตลาดค้าปลีกเกิดการเปลี่ยนแปลง  และโควิด-19 ได้เป็นตัวเร่งให้เปลี่ยนแปลงเกิดเร็วขึ้น” นางสาวจริยา ถ้ำตรงกิจกุล หัวหน้าแผนกพื้นที่ค้าปลีก ซีบีอาร์อี ประเทศไทย กล่าว

ธุรกิจค้าปลีกจะฟื้นตัวจากโควิด-19 ได้เร็วเพียงใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่ามาตรการกระตุ้นจากภาครัฐมีประสิทธิภาพเพียงใด เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” และ “เราเที่ยวด้วยกัน” รวมถึงจะมีการผ่อนปรนข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศเมื่อใด       พื้นที่ค้าปลีก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ไม่สามารถอาศัยเพียงความต้องการภายในประเทศเท่านั้นในระยะยาว

  • ตลาดโรงแรม

ธุรกิจท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย ได้รับผลกระทบอย่างมากในปีนี้ เนื่องจากไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาตั้งแต่ไตรมาส 2    โดยจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 อยู่ที่ 6.7 ล้านคน เทียบกับเกือบ 30 ล้านคนในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

โรงแรมในกรุงเทพฯ มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยต่ำสุดอยู่ที่ 6.7% ในเดือนเมษายนหลังจากมีการล็อกดาวน์ในประเทศ แต่ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 13.7% ในไตรมาส 3 ปี 2563 โดยอาศัยเพียงการเข้าพักแบบ Staycation หรือการพักผ่อนในสถานที่ใกล้ๆ เท่านั้น    แม้จะมีการยกเลิกมาตรการล็อกดาวน์ในเดือนมิถุนายนและโรงแรมต่างๆ ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดดำเนินการได้ แต่ตลาดก็ไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนของการฟื้นตัวเนื่องจากข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศยังคงมีอยู่

โรงแรมบางแห่งตัดสินใจเปิดให้บริการห้องพักบางส่วนพร้อมเสนอส่วนลด ขณะที่บางแห่งเปิดให้บริการเฉพาะร้านอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสร้างรายได้บางส่วนเป็นการช่วยรักษากระแสเงินสด “เจ้าของโรงแรมบางแห่งกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยวางแผนมาก่อน คือ สถานการณ์ที่ไม่มีนักท่องเที่ยวนานกว่า 9 เดือน ซึ่งทำให้ต้องตกอยู่ภายใต้แรงกดดันและทำให้บางคนตัดสินใจเสนอขายโรงแรม    อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังของผู้ขายและผู้ซื้อยังมีความแตกต่างกันค่อนข้างมากซึ่งทำให้การซื้อขายเป็นไปได้ยาก    ซีบีอาร์อีเชื่อว่าความแตกต่างนี้จะลดลงในปีหน้าเพราะผู้ขายมีแรงกดดันเพิ่มมากขึ้น”นายอรรถกวี ชูแสง หัวหน้าแผนกธุรกิจโรงแรม ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ให้ความเห็น

ณ ไตรมาส 3 ปี 2563 ในกรุงเทพฯ มีโรงแรมทั้งสิ้นเกือบ 50,000 ห้อง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเพียง 2.8% เนื่องจากมีโรงแรมใหม่เปิดให้บริการในปีนี้ไม่มากนัก   จากข้อมูลที่มีการประกาศแผนออกมา แผนกวิจัย ซีบีอาร์อีคาดการณ์ว่าจะมีโรงแรมอีกราว 9,200 ห้องที่จะเพิ่มเข้ามาในตลาดโรงแรมของกรุงเทพฯ ภายในปี 2566 ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


กนง.คงดอกเบี้ย0.5%หนุนเศรษฐกิจ

กนง.คงดอกเบี้ย0.5%หนุนเศรษฐกิจ

กนง มีมติเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5%

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการฯ มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 0.50% ต่อปี

ทั้งนี้ คณะกรรมการประเมินเศรษฐกิจไทยในปี 2563 มีความเสี่ยงด้านต่ำและความไม่แน่นอนสูงในระยะข้างหน้า จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้และรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายการเงินที่มีจำกัด เพื่อใช้ในจังหวะที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะหดตัว -6.6%

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


คัมแบ็กคุมทีม “ศรีสะเกษ” ตั้ง “โค้ชโย่ง” คุมทัพ หนีตายศึกไทยลีก 2

ศรีสะเกษ เอฟซี สโมสรในศึกไทยลีก 2 ประกาศตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ อดีตกุนซือทีมชาติไทยชุดยู-23 คุมทัพ

ธเนศ เครือรัตน์ ประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี แถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขณะนี้ทางสโมสรได้แต่งตั้ง “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ อดีตกุนซือทีมชาติไทยชุดยู-23 ที่ก่อนหน้านี้ได้ประกาศลาออกจากทีมศุลกากร ยูไนเต็ด เข้ามาคุมทัพ

ก่อนหน้านี้ ศรีสะเกษ เอฟซี ประสบปัญหาฟอร์มการเล่นอย่างมาก โดยอยู่อันดับที่ 16 ของตาราง มีเพียง 13 แต้ม และเปลี่ยนกุนซือคุมทัพมาแล้วถึง 5 ครั้ง และล่าสุด เป็น “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ ที่เข้ามารับงานคุมทีม 

ประธานสโมสรศรีสะเกษ เอฟซี เปิดเผยว่าสาเหตุที่เลือก “โค้ชโย่ง” เนื่องจากเป็นโค้ชที่มีประสบการณ์มากมายทั้งการเป็นผู้เล่น การคุมทีมในระดับสโมสรและระดับชาติ มาช่วยกอบกู้สถานการณ์รับหน้าที่นำทัพ ที่ผ่านมาหากวัดศักยภาพผู้เล่น ไม่ได้ต่างจากซีซั่นที่ผ่านมา แต่ยังหาความลงตัวไม่ได้ ซึ่งโค้ชโย่งก็พร้อมที่จะเติมเต็มส่วนที่ทีมยังหายไป กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง 

สำหรับ “โค้ชโย่ง” จะคุมศรีสะเกษ เอฟซี เปิดบ้านพบ อุทัยธานี เอฟซี  ในวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคมนี้ 

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th


หนาวนี้ดูแลลูกอย่างไร ให้ไกลโรค

หนาวนี้ดูแลลูกอย่างไร ให้ไกลโรค thaihealth

เมื่ออากาศเปลี่ยนแปลงจากฤดูฝนเป็นฤดูหนาว สภาพร่างกายของเด็กๆ ยังอาจปรับตัวไม่ทัน ประกอบกับความเย็นที่เป็นตัวเพาะเชื้ออย่างดีในการกระจายไวรัส ในส่วนของเด็กเล็กอาจต้องดูแลใกล้ชิด เพราะเขาไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ผู้ปกครองจึงต้องช่วยเฝ้าระวัง

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว อุณหภูมิลดลง เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อโรคระบบทางเดินหายใจระบาดได้ง่าย เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น รวมทั้งประเทศไทยยังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทั้งไข้หวัดและโควิด-19 มีอาการคล้ายคลึงกัน หากไม่ได้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง และมีพฤติกรรมป้องกันตนเอง เช่น สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ จึงไม่ควรวิตกกังวลมากเกินไป แม้การติดโควิด-19 ในเด็กมีไม่มากนัก แต่การเฝ้าระวังโรคทั้งตัวผู้ปกครอง และตัวเด็ก ต้องมีมาตรการเพื่อป้องกันให้ห่างไกลจากโควิด-19

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ปกครองควรดูแลรักษาสุขภาพเด็กให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยวิธีดังต่อไปนี้ 1.สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้า ล้างมือบ่อยๆโดยเฉพาะหน้าหนาวนี้เชื้อโรคแพร่กระจายได้มาก เวลาที่ออกไปนอกบ้านเราอาจไปสัมผัสกับเชื้อโรคและอาจนำมาติดลูกได้ การล้างมือบ่อยๆ จึงเป็นวิธีลดโอกาสรับเชื้อและแพร่กระจายของเชื้อโรค ซึ่งสามารถป้องกันได้ทั้งโรคไข้หวัดและโควิด-19

2. หลีกเลี่ยงการนำเด็กเล็กหรือทารกไปสถานที่แออัด ไม่ว่าจะเป็นสวนสาธารณะ ห้างสรรพสินค้า โดยเฉพาะเด็กทารกเนื่องจากภูมิคุ้มกันโรคของเด็กยังมีน้อยจึงอาจติดเชื้อโรคได้ง่าย   3.การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และปรุงสุกร้อนใช้ช้อนกลางส่วนตัว 4.ทำให้ร่างกายของลูกน้อยอบอุ่นอยู่เสมอ สวมใส่เสื้อผ้าที่อุ่นแต่นุ่มสบายไม่ทำให้อึดอัดหรือระคายเคืองผิว เวลานอนก็ควรห่มผ้าเพื่อเพิ่มความอบอุ่น

ทั้งนี้ผิวพรรณของเด็กก็มีส่วนสำคัญที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะในช่วงหน้าหนาวผิวของเด็กแห้งก็จะทำให้เกิดการระคายเคือง คัน และผิวจะแตกลูกจะรู้สึกเจ็บ หลังอาบน้ำควรทาครีมบำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวของเด็ก นอกจากดูแลสุขภาพของลูกแล้ว ผู้ปกครองควรดูแลสุขภาพของตนเองให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ไม่ให้ติดต่อสู่บุตรหลาน

ขอบคุณข้อมูลจาก thaihealth.or.th


ฝึกพูดภาษาอังกฤษภายใน 1 เดือนควรทำยังไงให้ได้ผล?

ผู้คนกำลังพูดภาษาอังกฤษ

ฝึกพูดภาษาอังกฤษยากหรือง่าย?

ภาษาอังกฤษมีบทบาทที่สำคัญในการก้าวหน้าและประสบความสำเร็จของแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตามการเรียนภาษาต่างประเทศที่ไม่ใช่ภาษาแม่ของเรายังมีอยู่ความท้าทายมากมาย โดยเฉพาะในการเรียนภาษาอังกฤษทักษะการพูดยังเป็นทักษะที่ยากที่สุดสำหรับใครหลายคน

เผยเคล็คลับในการฝึกพูดภาษาอังกฤษเบื้องต้นดีที่สุดปี 2020 > ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่

1.ทำไมคุณเรียนภาษาอังกฤษมาตั้งนานแต่ยังพูดไม่ได้สักที

1.1 คุณไม่ได้กำหนดวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสม

    เหตุผลแรก ซึ่งเป็นปัญหาของใครหลายคนที่มักจะเจอบ่อย คือไม่ได้กำหนดวิธีการศึกษาที่ถูกต้อง คุณอาจจะขยันตั้งใจเรียนมาก แต่ก็ไม่สามารถพัฒนาทักษะการพูดภาษาอังกฤษได้ ดังนั้นการที่คุณมีวิธีเรียนที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตังเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก วิธีเรียนภาษาอังกฤษที่เหมาะสมเป็นวิธีที่ไม่ทำให้เราเครียด สามารถเรียนและมีความสนุกสนานไปพร้อมๆกัน และสร้างแรงบันดาลใจให้เราในการฝึกพูดภาษาอังกฤษ จะได้ไม่เบื่อและท้อแท้

 1.2 อายและไม่กล้าพูดภาษาอังกฤษ

    หลายคนที่เรียนภาษาอังกฤษแต่กลัวและเขินเวลาที่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษ ความกลัวนี้เกิดจากอะไร แท้จริงแล้วมันมาจากความกลัวผิด บางคนเขาไม่มั่นใจอายและไม่มีสติเวลาต้องพูดภาษาอังกฤษ กลัวว่าถ้าเราทำอะไรผิดพลาดคนอื่นจะหัวเราะ แต่ต้องจำเอาไว้ว่าไม่มีใครที่จะประสบความสำเร็จ ถ้าไม่สามารถเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง เหมือนตอนเด็กที่เราหัดเดิน ถ้าเรากลัวล้มเราจะไม่สามารถเดินได้ด้วยตัวเอง ทุกอย่างมันต้องการ การฝึกฝน ถ้าเราพูดผิดมันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร เพราะภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของเรา ถ้าเราไม่ทำผิด เราคงไม่ต้องเรียนอีกเลยก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือ เวลาที่เราพูดผิด เราต้องรับรู้และมีใจที่จะแก้ปัญหานั้น จงมั่นใจในตัวเองมากขึ้น

อย่าอายที่จะฝึกพูดภาษาอังกฤษ

อย่าอายที่จะฝึกพูดภาษาอังกฤษ

1.3. เรียนภาษาอังกฤษแต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ใช้สนทนาในชีวิตประจำวัน

      การที่เราเรียนภาษาอังกฤษแต่ไม่ค่อยได้พูดกับเจ้าของภาษาเท่าที่ควร ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เรายังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ เพราะว่าเราไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งที่เราได้เรียนในห้องเรียนส่วนมากจะเน้นไวยากรณ์เพื่อให้สามารถทำข้อสอบได้ แม้ว่าภาษาอังกฤษจะเป็นวิชาบังคับในโรงเรียนก็ตาม แต่นักเรียนนักศึกษาส่วนมากไม่ได้ให้ความสำคัญกับการฝึกทักษะการฟังการพูดภาษาอังกฤษ หลายคน พอเมื่อจบคลาสเรียนภาษาอังกฤษไปแล้ว ก็ไม่ได้นำไปใช้ เพราะพอเสร็จสิ้นการสอบ ก็ไม่ได้ทบทวน และปล่อยทิ้งข้างไป จนเป็นที่น่าเสียดายทั้งความรู้ที่ร่ำเรียนมา และเงินทองที่สูญเสียไป กลับไม่ทำประโยชน์ให้คนเรียนสามารถนำไปสื่อสารได้ในชีวิตจริง โดยความรู้ที่เรียนมาแต่ไม่ได้ประยุกต์ใช้ก็จะลืมไปในที่สุด

1.4 . ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดในการออกเสียงระหว่างภาษาอังกฤษและภาษาไทย

 อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้การพูดภาษาอังกฤษได้ถือว่ายาก ก็คือ ความแตกต่างระหว่าง ระบบเสียงภาษาอังกฤษกับระบบเสียงภาษาไทย อย่างเช่นในภาษาไทยไม่มีเสียงท้าย แต่ในภาษาอังกฤษเสียงท้ายเป็นเสียงที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งช่วยให้ผู้ฟังแยกออกคำที่ออกเสียงคล้ายๆเหมือนกัน ต่างกันที่เสียงท้ายอย่างเดียว อีกทั้งยังมีปัญหาเกิดจากครูชาวไทยที่สอนภาษาอังกฤษยังพูดภาษาไทยไม่เป๊ะ ทำให้คน เรียนแบบและไม่สามารถออกเสียงภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง  ภาษาอังกฤษออกเสียงคำต่างจากที่เขียน ดังนั้นนี่คือรากเหง้าของปัญหาที่คนไทยฟังฝรั่งเจ้าของภาษาไม่ออก และส่งผลกระทบต่อการพูด ถ้าต้องสื่อสารพูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติก็จะพูดไม่ได้ เหมือนปากจะแข็งไปเลย

จากปัญหาและอุปสรรคเหล่านั้นจึงทำให้หลายคนเรียนภาษามาตั้งหลายปีแต่พอต้องใช้ทักษะการพูดภาษาอังกฤษก็ไม่อยากจะพูดถึงเลย

คุณอาจต้องการที่จะเห็น: การออกเสียงภาษาอังกฤษที่แม่นยำที่สุด

       เห็นได้ชัดว่าทักษะการพูดเป็นอย่างแรกที่ทำให้คนอื่นเขาประทับใจในความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษของเรา ดังนั้นเราควรที่จะฝึกฝนบ่อยๆ และหาวิธีฝึกทักษะการพูดอีกด้วย

      โดยทางสถาบันเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง X3 English ขอมานำเสนอให้คนเรียนภาษาอังกฤษอีกหนึ่งเทคนิคในการฝึกพูดภาษาอังกฤษ ซึ่งได้เรียกว่า เทคนิคพูดตามให้ทัน โดยรับรองว่าด้วยเทคนิคนี้จะช่วยให้คุณฝึกพูดภาษาอังกฤษอย่างได้ผลประสิทธิภาพจริงๆ สามารนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน และมีความมั่นใจมากขึ้นเวลาสื่อสารภาษาอังกฤษ เราลองมาดูกันว่าเทคนิคนี้มีเป็นอย่างไรบ้าง

     โดยเทคนิคพูดตามให้ทัน เป็นเทคนิคฝึกพูดภาษาอังกฤษที่จะเริ่มจากการฟังก่อน ฝึกฟังสิ่งที่ชาวต่างชาติพูด ฉากนั้นพูดตามให้เหมือนทั้งการออกเสียงและสำเนียงน้ำเสียงของเขา สามารถประยุกต์ใช้เทคนิคนี้สำหรับคนเรียนภาษาอังกฤษทุกวัยทุกระดับ มีประสิทธิภาพที่แท้จริง และฝึกฝนได้อย่างไม่มีอะไรยุ่งยากเลย

ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังใส่หูฟังเพื่อเรียนบนแล็ปท็อป

ฝึกฟังภาษาอังกฤษเป็นเทคนิคที่จำเป็นอันดับแรก

2. สามขั้นตอนสุดง่ายสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยเทคนิคพูดตามให้ทัน

เส้นทางในการฝึกพูดภาษาอังกฤษของคุณจะง่ายมากยิ่งขึ้น และสามารถฝึกพูดฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษได้อย่างสะดวกตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: ฝึกฟังภาษาอังกฤษอย่างละเอียด 

ไม่เพียงแค่จับได้ใจความหลักๆ ของบทฟัง แต่ยังต้องให้ความสนใจกับรายละเอียดการออกเสียงของแต่ละคำในบทฟังนั้นอีกด้วย พยายามฟังการออกเสียงของแต่ละคำในประโยค เพราะว่าถ้าคุณไม่สามารถฟังออกคำไหนก็จะพูดตามได้ไม่เหมือนเจ้าของภาษา เพราะฉะนั้น เวลาที่คุณฝึกฟัง ควรเริ่มจากบทฟังที่มีความเร็วช้าๆ ก่อน พยายามจดบันทึกไว้คำที่คุณฟังออก จงฝึกฟังในประมาณอย่างน้อย 2-3 รอบถ้าคุณยังมีคำไหนที่ฟังไม่ออกค่อยไปดูรายละเอียดอีกที่ในบทเนื้อหาของบทฟังนั้น

ถ้าเจอคำไหนที่ไม่รู้ความหมายหรือยังไม่แน่ใจการออกเสียง อย่าลืมเปิดพจนานุกรมเพื่อดูความหมายและการออกเสียงที่ถูกต้อหลังจากนั้นลองหลับตาฟังอีกครั้งเพื่อโฟกัสสิ่งที่คุณกำลังฟัง จะได้รู้ว่าชาวต่างชาติเขาออกเสียงยังไงบ้าง มีการเน้นคำตรงไหน หรือทำเสียงสูงต่ำยังไง เมื่อชินแล้วเราสามารถไปต่อขั้นตอนต่อไปได้เลย

ขั้นตอนที่ 2: ฝึกพูดภาษาอังกฤษในระดับความเร็วแบบช้าๆ 

ชุดประสงค์ของขั้นตอนนี้คือ ทำให้เราชินกับการออกเสียงของแต่ละคำได้อย่างถูกต้อง แก้ความผิดพลาดของตัวเองในการออกเสียง

เริ่มจากการพูดตามแต่ละประโยคในระดับความเร็วช้าๆ ก่อน สามารถฝึกพูดไปดูเนื้อหาบาฟังไป พูดช้าๆ แต่ต้องพยายามออกเสียงให้ถูกต้อง แล้วค่อยฝึกพูดให้เร็วขึ้นแต่ยังต้องตั้งใจออกเสียงให้เป๊ะ เลียนแบบสำเนียงให้เหมือนกับชาวต่างชาติ 

เวลาที่เราฝึกพูดพยายามออกเสียงให้ดัง และฝึกหลายรอบจนรุ้สึกว่าความเร็วของเราเท่ากับเจ้าของภาษา แต่อย่าลืมยังต้องการออกเสียงให้ถูกต้องโดยเฉพาะคำลงท้าย

ขั้นตอนที่ 3: ฝึกพูดให้มีความคล่องแคล่วธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษา

ในขั้นตอนนี้ คุณต้องฝึกพูดแต่ละประโยคหรือทั้งบทความให้เหมือนเจ้าของภาษาพูดมากที่สุด ไม่เพียงแค่ให้ความสนใจกับการออกเสียงอย่างเดียว แต่ยังต้องระวังในการเว้นวรรคคำ การเชื่อมต่อการออกเสียง การเน้นเสียงในพยางค์ ทำเสียงสูงต่ำ เพื่อว่าการพูดออกมาจะดูธรรมชาติเหมือนเจ้าของภาษามากที่สุด

สามารถเห็นได้ว่าทักษะการพูดที่ดีไปคู่กับทักษะการออกเสียงภาษาอังกฤษอีกด้วย ดังนั้นในการฝึกพูดภาษาอังกฤษ เราจึงต้องให้ความสำคัญอย่างมากสำรับการฝึกการออกเสียง  ถ้าใครเคยเรียนภาษาอังกฤษกับอาจารย์ที่เป็นเจ้าของภาษาแล้วก็คงคุ้นเคยกับตาราง IPA นี้แล้ว เพราะใครอยากออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้องก็ควรจะรู้จักว่ามันคืออะไรและมีประโยชน์อย่างไรบ้าง  

ตัวเขียนภาษาอังกฤษ

การออกเสียงภาษาอังกฤษ – 44 เสียง ipa

อย่างแรก IPA (International Phonetic Alphabet) คือสัทอักษรสากล ซึ่งก็คือสัญลักษณ์เฉพาะที่เป็นมาตรฐานใช้แทนเสียงพูดในทุกภาษา ส่วนใหญ่ดัดแปลงจากอักษรโรมัน มีทั้งสัญลักษณ์แทนหน่วยเสียงสระ และแทนหน่วยเสียงพยัญชนะ

ในการเรียนภาษาอังกฤษ ผู้เรียนควรรู้จักและศึกษาสัญลักษณ์เหล่านี้ไว้ด้วยเพราะมีประโยชน์และช่วยได้มากในการฝึกใช้ออกเสียงภาษาอังกฤษให้ถูกต้อง(พจนานุกรมทุกเล่มจะมีตารางสัญลักษณ์นี้ไว้ด้านในของปก)

ภาษาอังกฤษมี 26 ตัวอักษรแต่ออกเสียงได้ถึง 44 เสียง ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ตัวอักษรตัวเดียวกันจะออกเสียงได้หลายเสียง 

อย่างเช่น เรามีสามคำนี้ though/ thought/ cough ทั้ง 3 คำสะกดด้วย -ough แต่ออกเสียงต่างกันโดยสิ้นเชิง

ดังนั้นสิ่งที่เราต้องทำคือ

1) ทำความคุ้นเคย ศึกษาดูว่าแต่ละตัวอักษรออกเสียงแบบไหน

เช่น เสียง th มีตัวโฟเนติคแบบนี้ /θ/ เช่นในคำว่า think /θɪŋk/

หรือ เสียง sh มีตัวโฟเนติคแบบนี้ /ʃ/ เช่นในคำว่า ship /ʃɪp/

2) ฝึกออกเสียงตาม

ยังไม่จำเป็นต้องจำให้ได้ ขอแค่เวลาเปิดพจนานุกรมแบบ Eng-Eng แล้วเจอตัวพวกนี้ ให้พออ่านออกได้บ้างก็พอ หรือไม่ก็สามารถเปิดหาดูวิธีออกเสียงจนสามารถอ่านออกได้

ตัวโฟเนติคจะอยู่ในเครื่องหมาย / / อันนี้จากดิก Oxford มีแยกสำเนียงให้ด้วย (เสียง /ə/ คือสระ ‘เออะ’) ดังนั้น Phonetics ต้องออกเสียงว่า ‘เฟ่อะ-เน๊-ทิคฺ’

3) จำให้ได้

อย่างที่บอกว่าไม่จำเป็นต้องจำให้ได้ แต่ถ้าจำได้มันก็จะดีมาก ๆ เลยนะ 

วิธีศึกษาคือให้รู้ว่าแต่ละเสียงใช้อวัยวะไหนในการออกเสียง (เช่น F ก็ใช้ ฟันบนกับริมฝีปากล่าง) เราเรียกพวกนี้ว่าวัยวะที่ใช้ในการออกเสียง

การเรียนภาษาอังกฤษมักจะเป็นเส้นทางที่ท้าทายแต่มีความสนใจมาก คนเรามีคำว่า “Practice makes perfect ” ซึ่งหมายถึงคนเราไม่ได้เก่งตั้งแต่เกิด การฝึกฝนบ่อยๆ จะทำให้เก่งได้ ดังนั้นเพื่อฝึกทักษะการพูดได้อย่างดี ต้องมีความตั้งใจพยายามมากๆ จงเลือกวิะีเรียนภาษาอังกฤษที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวเอง ระหว่างการฝึกฝนอย่าท้อแท้ ต้องให้กำลังใจตัวเองตลอด เพราะการฝึกฝนไม่ได้เพียงแค่ในวันเดียวถึงจะได้

     คุณสามารถเรียนรู้จากคำแนะนำของสถาบันเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง X3English หรือสามารถสมัครเรียนกับคอร์สเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง Eng Breaking ซึ่งเป็นคอร์สเรียนที่ได้พัฒนาโดย X3English เพื่อตอบสนองความต้องการในการเรียนภาษาอังกฤษทั้งสี่ทักษะ รวมถึงทักษะการพูด การฟัง การอ่านและการเขียน โดยเฉพาะคอร์สเรียนนี้จะเน้นในการสร้างพื้นฐาณให้กับคนที่เรียนภาษาอังกฤษใหม่ๆ ในการฝึกฟังฝึกพูดภาษาอังกฤษ สร้างความมั่นใจให้คุณในการใช้ภาษาอังกฤษ ทุกคนสามารถเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเองได้ในระยะสั้นๆ แต่ยังเห็นผลจริง ซึ่ง Eng Breaking ได้เปรียบเสมือนเป็นอาวุธที่ช่วยทำลายทุกความหวาดกลัวในการเรียนภาษาอังกฤษพื้นฐาณด้วยซ้ำ

สุดท้ายแล้ว เราหวังว่าทุกๆ คนจะประสบความสำเร็จในการฝึกพูดภาษาอังกฤษกันนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก x3english.co.th


สิ้นปีนี้ทั่วโลกเข้าถึงเครือข่าย 5G กว่า 1 พันล้านคน

อีริคสัน เผยสิ้นปี 63 จะมีผู้ใช้เข้าถึงเครือข่าย 5G มากกว่าหนึ่งพันล้านรายทั่วโลก  หรือคิดเป็น 15% ของจำนวนประชากรทั่วโลก และจะมีผู้ใช้ 5G ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 220 ล้านรายในปี 2569

อีริคสัน เผยรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับล่าสุด ระบุว่า 4 ใน 10 ของจำนวนผู้ใช้มือถือในปี 2569 จะใช้ระบบเครือข่าย 5G เป็นหลัก จากปัจจุบันที่มีผู้สมัครใช้ 5G และเครือข่ายมีสัญญาณครอบคลุมมากขึ้น ตอกย้ำให้เห็นว่าเทคโนโลยี 5G คือ ปัจจัยสำคัญเชื่อมต่ออุปกรณ์มือถือที่ให้ความรวดเร็วที่สุด ตามรายงานยังระบุว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนผู้คนทั่วโลกมากกว่า 1 พันล้านรายอยู่ในพื้นที่ที่เครือข่าย 5G ครอบคลุม หรือคิดเป็น 15% ของจำนวนประชากรทั่วโลก และจะมีผู้ใช้ 5G ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 220 ล้านรายในปี 2569 คาดว่า 60% ของประชากรทั่วโลกจะสามารถเข้าถึงระบบเครือข่าย 5G โดยมีผู้ใช้ 5G สูงถึง 3.5 พันล้านราย และมีปริมาณดาต้าอินเตอร์เน็ต 5G เกินกว่า 50 %ของปริมาณดาต้าทั้งหมดในเวลานั้น สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย เทคโนโลยี 5G จะกลายเป็นเทคโนโลยีที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับสองรองจาก LTE โดยมียอดผู้ใช้งานกว่า 380 ล้านราย หรือคิดเป็น 32% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั้งหมด 

นางนาดีน อัลเลน ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า 5G จะเพิ่มศักยภาพบริการดิจิทัลและการใช้งานรูปแบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ เช่น การสตรีมวิดีโอ สตรีมมิ่งกีฬา เกมบนมือถือและบริการสมาร์ทโฮมหรือบ้านอัจฉริยะ เฉพาะ Augmented Reality (AR) เพียงอย่างเดียวก็มีแนวโน้มที่เป็นตัวสร้างรายได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้จากสื่อต่าง ๆ ทั้งหมดของผู้ให้บริการเมื่อเทียบกับบริการอื่น ๆ เช่น เกมบนคลาวด์ คอนเทนท์แบบเสมือนจริงหรือ VR และบริการดิจิทัลในสถานที่ การเล่นเกมแบบ AR จะเป็นตัวขับเคลื่อนเริ่มต้นหลักให้กับ AR  โดยที่การใช้งานแอพพลิเคชันอื่น ๆ สำหรับ AR เช่น การรับชมโทรทัศน์และวิดีโอ การใช้งานในบ้าน โรงเรียนและเพื่อการศึกษาจะตามมา”“ผู้บริโภคในประเทศไทยได้เริ่มสัมผัสกับประโยชน์เด่น ๆ ที่สำคัญของ 5G เป็นชาติแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ในขณะเดียวกันอีริคสันประเทศไทยกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทยตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมดของระบบนิเวศในประเทศไทยเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัลของประเทศที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม 4.0 และ 5G สำหรับผู้ใช้ระดับองค์กร 

ความสำเร็จของ 5G ในตลาดผู้บริโภคจะมีความสำคัญต่อผู้ให้บริการ เพราะจะสนับสนุนการขยายเครือข่ายเพื่อให้สามารถกำหนดเป้าหมายการใช้งานรูปแบบใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ ได้” ปริมาณการใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือในภาพรวมของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง ในช่วงคาดการณ์มีอัตราการเติบโตต่อปีอยู่ที่ 33% และคาดว่าในปี 2569 จะเพิ่มสูงขึ้นถึง 32 เอกซะไบต์ (Exabyte) ต่อเดือน หรือราว 33 กิกะไบต์ (Gigabyte) ต่อเดือนต่อสมาร์ทโฟน โดยการเติบโตของปริมาณการใช้ดาต้าอินเตอร์เน็ตบนมือถือได้ถูกแปลงเป็นแผนข้อมูลที่มีความหลากหลายและกว้างมากขึ้น โดยผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือในพื้นที่แตกต่างกันทางด้านภูมิศาสตร์มีการเปิดตัวบริการ 5G เชิงพาณิชย์จำนวนมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ อาทิ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และประเทศไทย และการเปิดประมูลคลื่นความถี่ที่กำลังจะมีขึ้นในปีหน้าที่เวียดนามและมาเลเซีย ซึ่งจะทำให้ระบบเครือข่าย 5G มีการเปิดใช้งานมากขึ้นเพิ่มเติม ในรายงาน Ericsson Mobility Report ระบุถึงความสำเร็จของ 5G ที่ไม่ได้ลิมิตแค่จำนวนตัวเลขของผู้ใช้งานและความครอบคลุมของสัญญาณที่เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการนำ 5G ไปเพิ่มประสิทธิภาพให้กับธุรกิจและแอพพลิเคชันใหม่ ๆ ซึ่งได้เริ่มปรากฎให้เห็นแล้ว อย่างเช่น การนำ 5G ไปใช้ในอุปกรณ์ Critical IoT เพื่อรองรับการทำงานของแอพพลิเคชันที่ต้องการการรับ-ส่งข้อมูลอย่างฉับไวภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภค องค์กรและหน่วยงานของรัฐในหลายภาคส่วนสามารถพัฒนาระบบ 5G เป็นเครือข่ายสาธารณะหรือเครือข่ายที่ใช้เฉพาะ เพื่อสนับสนุนบริการสำคัญที่ต้องการความรวดเร็วสูง การเล่นเกมบนคลาวด์ (Cloud Gaming) เป็นอีกหนึ่งหมวดหมู่ของแอพพลิเคชันเกิดใหม่ ด้วยความสามารถของระบบเครือข่าย 5G และเทคโนโลยีเอดจ์คอมพิวติ้งทำให้บริการสตรีมเกมบนสมาร์ทโฟนเข้าถึงประสบการณ์ที่มีคุณภาพ (QoE) เทียบเท่ากับการเล่นบนเครื่องพีซีหรือคอนโซล เปิดโอกาสให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรมเกมที่มีความล้ำสมัย สมจริงในแบบโมบิลิตี้สอดคล้องกับรายงานอีกฉบับ “Harnessing the 5G Consumer Potential” จากอีริคสัน คอนซูเมอร์ แลป ที่คาดการณ์ว่าในปี 2573 ตลาด 5G ของผู้บริโภคทั่วโลกจะมีมูลค่าราว 31 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  และผู้ให้บริการด้านการสื่อสาร (CSPs) ทั่วโลกจะสร้างรายได้จากการให้บริการ 5G สูง 3.7 ล้านล้านดอลลาห์สหรัฐฯ ซึ่งมีแนวโน้มสร้างรายได้เพิ่มขึ้นอีกหากมีบริการดิจิทัลใหม่ ๆ เกิดขึ้นตามมา  

จากรายงานมีการคาดการณ์ว่า ภายในปี 2573 ผู้ให้บริการด้านการสื่อสารในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โอเชียเนียและอินเดียจะสร้างรายได้จากกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้ระบบเครือข่าย 5G รวมอยู่ที่ 297 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และคาดว่า  79% ของรายได้ที่เกิดจากบริการดิจิทัล 5G ของผู้ให้บริการทั้งหมด (ประมาณ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) จะมาจากบริการทางด้านวิดีโอและเพลงที่มีความคมชัดและคุณภาพเสียงระดับไฮไฟ (Hi-Fi)  บริการดิจิทัล 5G อื่น ๆ ได้แก่ วิดีโอ เพลง เกม AR และ VR รวมถึงบริการ IoT

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


กินมันฝรั่งอย่างไรให้ส่งเสริมสุขภาพร่างกายที่ดี

มันฝรั่งเป็นพืชที่ค่อนข้างอุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรตสามารถเผาผลาญได้โดยร่างกายของเรา มีหลายเมนูที่หลายคนชื่นชอบ เช่น มันฝรั่งทอดกรอบโรยเกลือ หรืออบทั้งหัวมันพร้อมปาดเนยให้ร้อนเยิ้มหอมกรุ่นน่ากิน แต่สิ่งที่ควรรู้คือมันฝรั่งอาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้หากปรุงไม่ถูกวิธี เพราะการที่น้ำหนักเพิ่มนั้นมักมาจากเครื่องปรุงอื่นๆที่ผสมเข้ามาภายหลัง วิธีที่เหมาะคือควรต้มแล้วบดละเอียด อาจจะใส่เครื่องปรุงอื่นๆได้บ้าง เช่น พริกไทย หรือเกลือในปริมาณน้อยๆไม่ให้เค็มเกินไปจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า

จริงๆมันฝรั่งเป็นอาหารที่มีแคลอรีต่ำอีกทั้งเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมาย เช่น ธาตุเหล็ก และวิตามินซี ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันไข้หวัด ยังมีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงประสาทและสมอง ฯลฯ แต่ใช่ว่ามันฝรั่งจะไม่มีโทษเลย มีการวิจัยพบสารบางชนิดที่เป็นพิษต่อระบบประสาท (neurotoxin) เรียกว่าโซลานีน (solanine) เป็นไกลโคแอลคาลอยด์ชนิดหนึ่ง เรียกว่าเป็นสารพิษธรรมชาติจากพืช ความร้อนก็ไม่สามารถทำลายได้ด้วย หากบริโภคมันฝรั่งที่มีสารดังกล่าวในปริมาณมากไปก็อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น ทำให้ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ

ทั้งนี้ สารโซลานีนจะพบในรากและเปลือกของมันฝรั่งชนิดที่เป็นเปลือกแดง และจะพบมากกว่ามันฝรั่งชนิดเปลือกเหลือง บางครั้งการซื้อมันฝรั่งมามากๆและเก็บไว้นานๆ หากเก็บในที่แสงแดดส่องถึง เปลือกจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีเขียว ทำให้เร่งการผลิตสารโซลานีนเพิ่มขึ้น ดังนั้น เมื่อซื้อมันฝรั่งมาจึงไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป และควรใช้เวลานานๆในการปรุงสุก.

ขอบคุณข้อมูลจาก thairath.co.th


ชนิดทอง ราคารับซื้อ กรัมละ ราคารับซื้อ บาทละ ราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5% n/a 26,750.00 26,850.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,733.00 26,272.28 27,350.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,559.70 23,645.05 n/a
ทองรูปพรรณ 80% 1,386.40 21,017.82 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 780.00 11,824.80 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 607.00 9,202.12 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,796.00 27,227.36 n/a

ราคาน้ำมัน ประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 24/12/2563

ราคาน้ํามันปตท
ปตท.
ราคาน้ํามันบางจาก
บางจาก
ราคาน้ํามันเชล์ Shell
เชลล์
ราคาน้ํามันเอสโซ่ Esso
เอสโซ่
ราคาน้ํามันคาลเท็กซ์ caltex
คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี
ราคาน้ํามันพีที PT
พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 22.75 22.75 22.75 22.75 22.75 22.75 22.75 22.75 22.75 22.75
แก๊สโซฮอล์ 91 22.48 22.48 22.48 22.48 22.48 22.48 22.48 22.48 22.48 22.48
แก๊สโซฮอล์ E20 21.24 21.24 21.24 21.24 21.24 21.24 21.24 21.24 21.24
แก๊สโซฮอล์ E85 18.54 18.54 18.54
เบนซิน 95 30.16 30.61 30.66 30.16 30.16
ดีเซล B7 24.19 24.19 24.19 24.19 24.19 24.19 24.19 24.19 24.19 24.19
ดีเซล 21.19 21.19 21.19 21.19 21.19 21.19 21.19 21.19 21.19 21.19
ดีเซล B20 20.94 20.94 20.94 20.94 20.94 20.94 20.94 20.94
ดีเซลพรีเมี่ยม 28.64 28.66 30.64 30.04 28.64
แก๊ส NGV 13.12 13.12 13.12
Comments : Off
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า