สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 5 กรกฎาคม 2564

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

5 บิ๊กอสังหาฯ เฝ้าระวังปัจจัยลบ วางกลยุทธ์ สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง พร้อมเดินหน้า แผนธุรกิจหมื่นล้าน ขาย -โอน ที่อยู่อาศัยหลังเชื่อมั่น ปิดแคมป์ – กำลังซื้อฝืด เอาอยู่!

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ระลอก 3 ที่คุมไม่ได้ เดาไม่ออก ขณะเศรษฐกิจไทย ถูกล็อกดาวน์ยืดเยื้อ ล่วงเลยถึงไตรมาส 3 หรือ ช่วงครึ่งหลังของปี สถานการณ์เข้าใกล้สู่สมมุติฐาน Worst Case หรือ กรณีเลวร้ายสุด เพราะไม่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ภายใน 3 เดือน 

โดยศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เคยคาดการณ์ไว้ว่า  จะทำให้จีดีพีประเทศ หายไปมากกว่า 1 แสนล้านบาท ต่อเดือน ประเมิน 3 เดือน จีดีพีหดตัวถึง -1.86% ซึ่งบาดแผลที่ตามมา คือ อัตราการว่างงานสูงขึ้น, หนี้ครัวเรือนทะลุชนเพดาน 92.5% ต่อจีดีพี ส่วนการบริโภคภาคประชาชนเข็นไม่ขึ้น  

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

ในแง่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์นั้น ช่วงครึ่งหลังของปี 2564  นับเป็นไทม์ไลน์สำคัญของการดำเนินธุรกิจ จากแรกเริ่ม ต่างประเมินร่วมกันว่า เศรษฐกิจน่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ทัน ผู้ประกอบการ เก็บหมัด-ตุนกระสุน เตรียมแผนเปิดโครงการบ้าน-คอนโดมิเนียมใหม่จำนวนมาก ซึ่งเจาะเฉพาะไตรมาส 3 (มิ.ย.-ส.ค.) จาก 10 บริษัทชั้นนำ พบมีโครงการรอเปิดตัวใหม่ทั้งสิ้น 61 โครงการ มูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท

ท่ามกลางปัจจัยกังวลหลัก ลูกค้ากลุ่มใหญ่ ภาคบริการ-ท่องเที่ยว- ธุรกิจร้านอาหาร-กลุ่มฟรีแลนซ์-และมนุษย์เงินเดือนบางส่วน รายได้ยังไม่กลับมา หน่ำซ้ำ แผนการผลิต เรื่องคำสั่งปิดแคมป์ หยุดก่อสร้าง ส่งแรงกระเพื่อม ฉุดสร้างเสร็จไม่ทันโอน สถาบันการเงิน แพ่งเล็งความเปราะบาง 2 ขา ทั้งสินเชื่อรายย่อย และกลุ่มผู้ประกอบการ 

ทั้งนี้ ‘ฐานเศรษฐกิจ’ ตรวจสอบความมั่นใจ แนวโน้มการรับมือ และกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ ฝ่าแรงต้านเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง ของ 5 บริษัทอสังหาริมทรัพย์ พบส่วนใหญ่ ยังคงเดินหน้า เชื่อมั่นในแผนธุรกิจ และเป้าหมายรายได้สำคัญทั้งปี 

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

โดยบริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กับแผนเปิดโครงการสูงสุด ในปีนี้ที่ 34 โครงการ 4.3 หมื่นล้านบาท มีความท้าทายไม่น้อย แต่มือขวาคนสำคัญอย่าง นายวิทการ จันทวิมล เชื่อมั่นว่า บ้านเดี่ยวและทาวน์โฮม ฟังก์ชั่นดี แพ็กเกจราคาคุ้มค่ายังไปได้  ส่วนแนวสูง อยู่ในสภาวะรอฟื้นตัว ดีมานด์ตามเศรษฐกิจ โดยโครงการใหม่พร้อมอยู่มักได้รับความสนใจมากกว่า 

อย่างไรก็ตาม ยอดขายรายได้ยังเติบโตดี ณ 15 มิ.ย. อยู่ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท ส่วนผลกระทบปิดก่อสร้าง จะบริหารจัดการ ให้เกิดผลกระทบน้อยสุด โดยคาดหน่วยรอโอนฯ ทั้งคอนโดฯและแนวราบ จะไม่กระทบมากนัก ควบคู่กับเปลี่ยนกลยุทธ์ การขายไปสู่ นัดหมายแบบ Private Tour จึงยืนเป้ารายได้ที่ 4.31 หมื่นล้านบาท 
 

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

ด้านนายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม  กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศุภาลัย เผย ว่า การปิดแคมป์ กระทบพื้นที่ก่อสร้าง 2 ใน 3 ของพอร์ตโครงการใหม่ทั้งหมด แต่ 30% ในต่างจังหวัด ยังสามารถเดินหน้าได้ไม่มีปัญหา ส่วนภาพรวม คงต้องรอประเมินผลกระทบ ภายใต้มาตรการ 1 เดือน ก่อนพิจารณาแผนงานใหม่ โดยเฉพาะบรรยากาศการซื้อ-ขายของตลาด 

อย่างไรก็ตาม กลับมีความมั่นใจ ในแง่โปรดักส์สินค้าในปีนี้ หลังช่วงครึ่งแรกของปี ทยอยเปิดโครงการแนวราบใหม่หลายโครงการ พบยอดขายเติบโตดี ครึ่งปีแรกยังเป็นไปตามเป้าหมาย (ทั้งปี 2.7 หมื่นล้านบาท) ส่วนยอดปฎิเสธสินเชื่อ แนวโน้มดีขึ้น คาดเนื่องจาก ลูกค้าเล็งเห็นโอกาส ช่วงขาลงของราคา และมองหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมให้ตนเอง บริษัทเน้นแนวราบ ราคา 3-7 ล้านบาท กำลังซื้อไปได้ ส่วนคอนโดฯ ที่อยู่ระหว่างโอนฯ 3 โครงการ ศุภาลัย พรีเมียร์ เจริญนคร,  ศุภาลัย ริวา แกรนด์ และศุภาลัย เวอเรนด้า สถานีภาษีเจริญ คาดแผนรับรู้รายได้กระทบเล็กน้อย

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

บมจ.ออริจิ้น ซึ่งมีแผนเปิดโครงการ ไตรมาส 3 ราว 5 โครงการ มูลค่า 4.6 พันล้านบาท นายพีระพงศ์ จรูญเอก ซีอีโอใหญ่ ยอมรับ ช่วงครึ่งปีหลังอสังหาฯยังต้องจับตาดูสถานการณ์ภาพรวมของประเทศอย่างใกล้ชิด เช่น มาตรการควบคุมโรค, การเยียวยา, แผน กระจายฉีดวัคซีน ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการได้ดี จะช่วยให้เศรษฐกิจและอสังหาฯได้อานิสงส์ไปด้วย

อย่างไรก็ดี พร้อมเดินหน้ารับมือและเปิดโครงการตามแผน โดยเฉพาะกลุ่มบ้านจัดสรร ไฟท์ติ้งแบรนด์ ‘บริทาเนีย’ และคอนโดฯแบรนด์ใหม่กลุ่ม 2 -3 ล้าน ‘ออริจิ้น ปลั๊ก แอนด์ เพลย์’ จับวัยทำงาน ควบคู่การทำแคมเปญราคา และเปิดช่องขายด้วยคริปโทเคอร์เรนซี จะเป็น Key Success หนุนเป้ายอดขาย 2.9 หมื่นล้านบาท และรายได้ 1.4 หมื่นล้านบาท 

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

ขณะ บมจ. พฤกษา เรียลเอสเตท ซึ่งท้าทายกับปัญหาการก่อสร้าง และแรงงานที่ถูกสั่งหยุดไป  พบในช่วงครึ่งปีหลัง มีกำหนดโอนกรรมสิทธิ์คอนโดฯ 7 โครงการ มูลค่าอย่างต่ำ 4 พันล้านบาท นายปิยะ ประยงค์ บอสใหญ่ เตรียมแผนแก้ปัญหาด้วยการจ้างคนไทยนอกแคมป์ เข้ามาทำงานต่อ หากได้รับการปลดล็อก แง่การขาย

พบยังเดินหน้า กระตุ้นลูกค้าต่อเนื่อง เช่น #พฤกษาจัดให้ เงินเดือน 20,000 บ. ก็ซื้อบ้านได้ ควบคู่ ‘อยู่ฟรีสูงสุด 36 เดือน’ จับมือพันธมิตร เอไอเอส นำโครงการพร้อมอยู่ 120 แห่งเข้าร่วม ขณะปีนี้มีแผนเปิดโครงการใหม่ทั้งสิ้น 29 โครงการ 2.6 หมื่นล้าน ตั้งเป้ารายได้ 3.2 หมื่นล้าน 

5 บิ๊กอสังหาฯ กำหมัดแน่น สู้ศึก ‘แรงปะทะเศรษฐกิจ’ ครึ่งปีหลัง

ส่วน บมจ.แสนสิริ นายเศรษฐา ทวีสิน ยืนยัน ไม่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งล็อกดาวน์แคมป์ก่อสร้าง ครึ่งปีหลัง บริษัทมีสินค้าแล้วเสร็จพร้อมโอนร่วม 1.4 หมื่นล้านบาท เพื่อรองรับสถานการณ์ โดยคาดหวังดีมานด์ลูกค้าทั้งคอนโดฯและแนวราบ ในพื้นที่ กทม.- ปริมณฑล และเมืองท่องเที่ยว รอขายรวม 57 โครงการ

จับตาแคมเปญ #ของดีมีน้อย ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์  “Speed to Market” แง่กำลังซื้อที่อ่อน เมื่อประเมินจากเซกเม้นท์โครงการเปิดใหม่ของแสนสิริปีนี้ พบมักเน้นตลาดกลาง-ล่าง 75% ของพอร์ต ตั้งแต่คอนโดฯ แบรนด์ เดอะมูฟ 1 ล้านต้นๆ และโครงการขนาดเล็ก ปิดการขายได้เร็ว เพื่อหมุนเป็นกระแสเงินสด ตามเป้า 3.1 หมื่นล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม ธปท. รายงาน ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อใหม่ จากหนี้ครัวเรือนและกังวลผลกระทบโควิด โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย กับกลุ่มลูกค้าใหม่ และธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว แม้จะพบบางจังหวะความต้องการสูงก็ตาม 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ล็อกดาวน์ หยุดก่อสร้าง 1 เดือน วิชา มหาคุณ ซัดอันตรายใหญ่หลวง

ล็อกดาวน์ หยุดก่อสร้าง 1 เดือน วิชา มหาคุณ ซัดอันตรายใหญ่หลวง

สั่งปิดแคมป์ 1 เดือน วิชา มหาคุณ ซัดกระทบก่อสร้างทั่วกรุง อันตรายใหญ่หลวง ถาม เหตุใด วิชาชีพวิศวกรรม ไม่กล้าหาญ ทักท้วงอย่างทันท่วงที ด้าน วสท.ลุ้น นายกผ่อนปรนมาตรการ

2 ก.ค.2564 – นับเป็นวันที่ 5 ของการประกาศล็อกดาวน์กรุงเทพฯ – ปริมณฑล ภายหลังราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนด นายกรัฐมนตรี ลงนาม ออกมาตรการคุมเข้ม พื้นที่สีแดงติดเชื้อโควิด19 กรุงเทพมหานคร-ปริมณฑล

ได้แก่ จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา ) เริ่ม 28 มิถุนายน 2564  (คลิกอ่านรายละเอียดราชกิจจานุเบกษา)

โดยหนึ่งในสาระสำคัญ ระบุ คำสั่ง ล็อกดาวน์ ปิดแคมป์ก่อสร้าง 30 วัน เพื่อเข้าควบคุม และชะลอการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่พักอาศัยของแรงงาน คำสั่งดังกล่าว ครอบคลุม ทำให้การก่อสร้างทั้งหมดในพื้นที่ดังกล่าว ต้องชะงัก หยุดดำเนินการทันที ท่ามกลางความกังวลของคนในวงการก่อสร้าง ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ 

ล็อกดาวน์ หยุดก่อสร้าง 1 เดือน วิชา มหาคุณ ซัดอันตรายใหญ่หลวง

ล่าสุด ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และอดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Professor Vicha Mahakun วิพากษ์วิจารณ์ ถึงกรณีดังกล่าว และสื่อความ ถามไปถึง ผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม โดยมีรายละเอียด ระบุว่า …..

เหตุใดผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม จึงปล่อยให้ผู้มีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน สั่งให้หยุดก่อสร้างทั้งหมด ทั่วกรุงเทพมหานคร เป็นเวลา 1 เดือน ด้วยความกลัวว่าโรคโควิด-19 จะระบาดในแคมป์คนงานก่อสร้าง โดยมิได้ทักท้วง ตามแนวทางแห่งจริยธรรมของผู้ประกอบวิชาชีพ ที่ต้องยึดถือไว้ตลอดชีวิต ตามหลักอันเป็นเลิศของวิชาชีพ (Professionalism) 4 ประการ คือ 

1)ความรอบรู้  (prudence)
2)ความกล้าหาญ (courage)
3) ความพอประมาณ (sufficiency)
4) ความยุติธรรม (justice)

ถามว่า ความกล้าหาญในทางวิชาชีพ ( professional courage)ของผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมนั้น ได้ใช้อย่างเต็มที่แล้วหรือยัง ถ้าท่านมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เพราะท่านรอบรู้กว่าผู้อื่นในการก่อสร้าง ท่านต้องกล้าที่จะโต้แย้งคัดค้านผู้มีอำนาจ อย่างถึงที่สุด

ว่าการออกคำสั่งแบบไม่พิจารณาไตร่ตรองให้รอบคอบของผู้ที่ขาดความรอบรู้ในวิชาชีพวิศวกรรมนั้น ย่อมกระทบถึงโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่หลายร้อยแห่งในกรุงเทพมหานคร หากต้องหยุดก่อสร้างอย่างฉับพลัน เป็นเวลาถึง 1 เดือน 

ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายอย่างใหญ่หลวงแก่ประชาชนที่อยู่ใกล้บริเวณโครงการก่อสร้าง หรือต้องผ่านบริเวณที่มีการก่อสร้างเหล่านั้น จริงอยู่แม้ทางโครงการที่มีความเสี่ยงอาจยื่นคำขอต่อผู้มีอำนาจ ให้ผ่อนคลาย หรือยินยอมให้ก่อสร้างต่อไปได้

โดยมีมาตรการควบคุมคนงานมิให้ติดเชื้อโควิด แต่กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะการพิจารณาผ่อนผันตามระบบราชการนั้น มิได้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วดังที่พวกเราก็ทราบดี

อนึ่งผู้มีอำนาจในศบค.ส่วนหนึ่งก็คือผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ที่ต้องมีความรอบรู้ ความกล้าหาญ ความพอประมาณ และความยุติธรรม เช่นเดียวกับผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรม กฎหมาย และวิชาชีพอื่นๆ ทั้งต้องคำนึงอยู่ทุกลมหายใจว่าผู้ประกอบวิชาชีพนั้น ต้องทำในสิ่งที่ดีที่สุด (best practice) และมีประสิทธิภาพสูง(high performance) 

จึงจะถือว่าได้ปฎิบัติหน้าที่อันสมควรที่จะได้รับความเชื่อถือ ศรัทธา และไว้วางใจ จึงขอฝากบทเรียนในปัญหาด้านจริยธรรมวิชาชีพ ให้ท่านได้โปรดพิจารณาในการออกคำสั่งครั้งต่อไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านั้น ประเด็นล็อกดาวน์ กทม. และ สั่งปิดแคมป์ก่อสร้าง ถูกตั้งคำถาม และมีข้อเรียกร้องออกมาจาก สภาวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) เช่นกัน

ล็อกดาวน์ หยุดก่อสร้าง 1 เดือน วิชา มหาคุณ ซัดอันตรายใหญ่หลวง

โดยทำหนังสือยื่นถึงนายกรัฐมนตรี ระบุ ขอให้รัฐบาล ผ่อนปรนมาตรการสั่งหยุดก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ ที่มีความเสี่ยงจะเกิดอันตราย กระทบเรื่องเสถียรภาพของโครงสร้างอาคารงานที่กำลังจะดำเนินการ

เช่น งานที่ดำเนินการติดตั้งเหล็กเสริม คาน พื้น เรียบร้อยแล้ว มีแผนการตรวจสอบความถูกต้อง ความมั่นคง แข็งแรง ของไม้แบบ ค้ำยันต่าง ๆ  พร้อมที่จะกำหนดเทคอนกรีตได้แล้ว ถูกปล่อยทิ้งร้างไว้ไม่มีการทำต่อเนื่อง เหล็กเสริมที่เตรียมการไว้เกิดเป็นสนิม นั่งร้านค้ำยันที่ติดตั้งไว้ชั่วคราว ต้องมีการตรวจสอบตลอดเวลา อาจมีการเคลื่อนย้าย งานบางอย่างต้องทำต่อเนื่อง การขุดเจาะอุโมงค์ การดันท่อลอด การขุดชั้นใต้ดิน  เป็นต้น

ล็อกดาวน์ หยุดก่อสร้าง 1 เดือน วิชา มหาคุณ ซัดอันตรายใหญ่หลวง

ขณะวานนี้ วสท. นำคณะสื่อมวลชน ลงพื้นที่ดูงานการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ บน ถนนพระราม 4  ซึ่งอยู่ในในขั้นตอน ก่อสร้าง ชั้นใต้ดินลึก 4 ชั้น เผยถึงความกังวล ว่าหากหยุดก่อสร้างเป็นเวลานาน จะมีผลกระทบ และเสี่ยงเกิดอันตราย เช่น กำแพงกันดินจะถล่มลงมา กรณีเกิดฝนตก เกิดความเสียหายต่อโครงการ และถนนพระราม 4 อาจทรุดตัว 

อย่างไรก็ตาม ภายหลัง วสท. ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และ ผู้ว่า กทม. ได้รับการตอบรับอย่างไม่เป็นทางการว่า ศบค. เห็นความสำคัญเรื่องนี้ และขณะนี้ สำนักการโยธา กทม. ได้ส่งเรื่องเสนอ ศบค. ให้มีการผ่อนปรนแล้ว แต่อยู่ระหว่างรอประกาศยืนยันจาก ศบค. ต่อไป 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


หนี้ครัวเรือนทะลุระดับ 90% ต่อจีดีพี พุ่ง 14 ล้านล้านบาท

หนี้ครัวเรือนทะลุระดับ 90% ต่อจีดีพี พุ่ง 14 ล้านล้านบาท

หนี้ครัวเรือนทะลุระดับ 90% ต่อจีดีพี ตอกย้ำวังวนหนี้-รายได้ไม่พอใช้จ่าย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ข้อมูลเงินให้กู้ยืมแก่ภาคครัวเรือนล่าสุดในไตรมาส 1/2564 สะท้อนสถานการณ์หนี้สินของประชาชนที่ยังคงมีอัตราการเติบโตเร็วกว่าเศรษฐกิจไทยในภาพรวม โดยยอดคงค้างหนี้ครัวเรือนไทยในไตรมาส 1/2564 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14.13 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 90.5% ต่อจีดีพี สูงสุดในรอบ 18 ปีตามสถิติที่มีการเก็บรวบรวมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสูงขึ้นต่อเนื่องจากระดับ 89.4% ต่อจีดีพี ในไตรมาสที่ 4/2563 โดยหนี้ครัวเรือนที่ขยับขึ้นในไตรมาส 1/2564 มาจากหนี้ใน 3 กลุ่ม ได้แก่ หนี้บ้าน หนี้ประกอบอาชีพ และหนี้เพื่อใช้จ่ายชีวิตประจำวัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า วิกฤตโควิด 19 ที่ลากยาวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปีจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ พร้อมๆ ตอกย้ำวังวนปัญหาหนี้สินของภาคครัวเรือน โดยเฉพาะครัวเรือนที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ หรือมีรายได้ลดลงจนมีผลกระทบต่อความสามารถในการชำระคืนหนี้ จากผลสำรวจภาวะหนี้สินของประชาชนโดยศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า สถานการณ์รายได้และหนี้สินของประชาชนรายย่อยถดถอยลงมากจากผลของโควิด 19 ระลอกที่สาม และลูกหนี้ห่วงปัญหาหนี้สินของตัวเองมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถามในเดือนมิ.ย. ส่วนใหญ่ราว 79.5% ประเมินว่า ปัญหาหนี้ของตัวเองยังไม่น่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2564

สำหรับแนวโน้มในปี 2564 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยปรับทบทวนตัวเลขประมาณการหนี้ครัวเรือนไทยขึ้นมาอยู่ที่กรอบ 90-92% ต่อจีดีพี (กรอบเดิมคาดที่ 89-91% ต่อจีดีพี) ทั้งนี้แม้ปัญหาหนี้ครัวเรือนโตสวนทิศทางเศรษฐกิจเป็นภาวะที่เกิดขึ้นกับหลายๆ ประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ไม่มีปัญหาโควิด 19 หนี้ครัวเรือนก็เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างลำดับต้นๆ ของไทยที่รอให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องร่วมกันวางแนวทางแก้ไข ซึ่งสำหรับในปีนี้ น่าจะเห็นการเดินหน้ามาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยหล่อเลี้ยงสภาพคล่อง ปรับโครงสร้างหนี้เพื่อประคองไม่ให้ลูกหนี้กลายเป็น NPLs และ/หรือทบทวนเพดานดอกเบี้ยผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย (เพื่อช่วยลดภาระให้กับลูกหนี้ในช่วงที่โควิด 19 ยังไม่สิ้นสุด) ตลอดจนการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ รวมไปถึงการวางแนวทางในระยะยาวเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของภาคครัวเรือนอย่างจริงจังเมื่อวิกฤตโควิด 19 สิ้นสุดลง โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพในการหารายได้ และดูแลให้การก่อหนี้ของภาคประชาชน สอดคล้องกับรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของตนเองมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


กินยาฆ่าเชื้อ เสี่ยงโรคลำไส้โป่งพอง

กินยาฆ่าเชื้อ เสี่ยงโรคลำไส้โป่งพอง

ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก ชี้ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ แม้กินแค่ครั้งเดียว ก็สามารถทำให้เสี่ยงลำไส้อักเสบติดเชื้อ จนกระทั่งเป็นโรคลำไส้โป่งพองได้

ยาปฏิชีวนะ หรือยาฆ่าเชื้อ เป็นหนึ่งในวิธีการรักษาโรคติดเชื้อต่าง ๆ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรียในร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าการได้รับยาฆ่าเชื้อเพียงแค่ครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ลำไส้อักเสบติดเชื้อ จนกระทั่งเป็นโรคลำไส้โป่งพองได้

แพทย์หญิงจรรยวรรธน์ สร้างสมวงษ์ ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลเวชธานี อธิบายว่า โรคลำไส้โป่งพอง (Toxic Megacolon) เป็นภาวะที่เกิดจากการอักเสบ หรือติดเชื้อรุนแรงของลำไส้ใหญ่ จนทำให้ลำไส้มีภาวะโป่งตัวและบีบรัดตัวผิดปกติ โดยเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของลำไส้อักเสบจนเกิดลำไส้โป่งพองที่พบได้บ่อย คือ เชื้อคลอสติเดี้ยม ดิฟิซายล์ (Clostridium difficile)

ปกติในร่างกายจะมีเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ในลำไส้อยู่แล้วตามธรรมชาติ (normal flora) และเป็นกลไกสำคัญที่คอยควบคุมไม่ให้มีการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดอื่นๆมากผิดปกติ เมื่อร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะ เชื้อแบคทีเรียตามธรรมชาติเหล่านี้ตายไป จึงเกิดการสูญเสียสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ ทำให้เชื้อ C. difficile เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในลำไส้ได้ ซึ่งมีรายงานว่าแม้ได้รับยาปฏิชีวนะเพียงครั้งเดียว ก็สามารถเกิดลำไส้อักเสบจากเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ได้ กลุ่มยาปฏิชีวนะที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อักเสบจาก C. difficile เช่น clindamycin, ampicillin, cephalosporin เป็นต้น

อาการแสดงของลำไส้อักเสบจากเชื้อ C. difficile ในรายที่ติดเชื้อไม่รุนแรง อาจไม่มีอาการ หรือมีท้องเสียเป็นน้ำปนมูกฉับพลัน สำหรับรายที่มีการติดเชื้อรุนแรง อาจมีไข้ ปวดท้อง ท้องเสียรุนแรงจนอาจมีภาวะช็อกจากการขาดน้ำ หากอาการรุนแรงมากขึ้นอาจเกิดภาวะลำไส้โป่งพอง หรือลำไส้ทะลุได้ เพราะฉะนั้น หากเริ่มมีอาการที่น่าสงสัยและมีประวัติเคยได้รับยาปฏิชีวนะ ควรรีบมาพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยเร็ว การนำอุจจาระมาตรวจร่วมกับการส่องกล้องลำไส้ใหญ่จะสามารถช่วยวินิจฉัยภาวะลำไส้อักเสบจากเชื้อ C. difficile ส่วนรายที่มีอาการท้องอืดรุนแรง CT Scan จะช่วยแยกรอยโรคลำไส้โป่งพองออกจากโรคอื่น ๆ ได้ โดยภาพ CT Scan จะเห็นว่าลำไส้บวมหนาจากการอักเสบติดเชื้อ และพบการอักเสบในช่องท้อง

โรคลำไส้โป่งพองถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องรักษา เพื่อป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ระบบอวัยวะภายในล้มเหลว (multiorgan failure ) ลำไส้แตกทะลุ โดยการรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่ให้ยาฆ่าเชื้อจำเพาะต่อ C. difficile ให้สารน้ำทางเส้นเลือด แต่หากร่างกายไม่ตอบสนองต่อยา ต้องทำการผ่าตัดเอาลำไส้ใหญ่ทั้งหมดที่ติดเชื้อออก และใช้เปิดทวารเทียมบนหน้าท้อง อย่างไรก็ตาม ในรายที่มีการติดเชื้อรุนแรงจนต้องผ่าตัดนั้น มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึงร้อยละ 60

“ปัจจัยเสี่ยงของโรคลำไส้โป่งพอง ไม่เกี่ยวกับพฤติกรรมสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ มีประวัติเคยได้รับยาฆ่าเชื้อใน 3 เดือนที่ผ่านมา มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เจ็บป่วยหนักรักษาตัวใน ICU หรือมีโรคประจำตัวเป็น inflammatory bowel disease (IBD) อุบัติการณ์ของลำอักเสบจากเชื้อ C. difficile จะลดลงหากลดการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ” แพทย์หญิงจรรยวรรธน์ กล่าว

ขอบคุณข้อมูลจาก posttoday.com


แบบนี้ชัดเลย! ต้นสังกัดแถลงอนาคต “แจ-ยอง และ ดา-ยอง” คู่แฝดลูกยางสาว

แบบนี้ชัดเลย! ต้นสังกัดแถลงอนาคต "แจ-ยอง และ ดา-ยอง" คู่แฝดลูกยางสาว (ภาพ)

ยังคงเป็นประเด็นที่แฟนกีฬาชาวเกาหลีใต้ ให้การจับตามองสำหรับ อี แจ-ยอง และ อี ดา-ยอง สองนักวอลเลย์บอลสาวฝาแฝดทีมชาติเกาหลีใต้ ที่โดนโทษแบนไม่มีกำหนดจากเหตุการณ์ในอดีตที่พวกเธอกลั่นแกล้งเพื่อนร่วมชั้นสมัยที่พวกเขายังเรียนอยู่ชั้นประถม และมัธยมต้น

ซึ่งแม้กับการแข่งขันในฤดูกาลใหม่ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในช่วงเดือนนี้ ทางสโมสร อินชอน ฮึงกุ๊ก ไลฟ์ อินชัวรันส์ พิงค์ สไปเดอร์ส ต้นสังกัดของพวกเธอมีความพยายามที่จะยื่นเรื่องถึง สหพันธ์วอลเลย์บอลเกาหลีใต้ เพื่อขอให้สามารถส่งสองนักตบสาวลงช่วยทีมได้จนมีแฟนๆ ออกมาต่อต้านอย่างหนัก

spike2
แต่ท้ายสุดก็ทนกระแสสังคมไม่ไหวตัดสินใจถอดชื่อของทั้งคู่ออกจากทีมที่จะลงทำการแข่งขันในฤดูกาล 2021-22 เป็นที่เรียบร้อย พร้อมกันนี้ทางสโมสรยังได้ออกแถลงการณ์ถึงเรื่องดังกล่าวว่า “สโมสรต้องขอโทษอย่างสุดซึ้งที่ทำให้แฟนๆ ที่รักวอลเลย์บอลต้องผิดหวังเกี่ยวกับความรุนแรงในโรงเรียนของ อี แจ-ยอง และ อี ดา-ยอง”

ด้าน พัก มี-ฮี ผู้จัดการทีมได้แถลงข่าวเพื่อกลบกระแสถึงเรื่องดังกล่าวว่า “ความรุนแรงในโรงเรียนเป็นการปฏิบัติที่ผิด และควรถูกกำจัดไปให้หมดในสังคม ในฐานะเจ้าของสโมสร ฉันรู้สึกรับผิดชอบ และขอโทษที่ก่อให้เกิดเรื่องอื้อฉาวที่เกิดจากสองผู้เล่นของเรา”

“สโมสรตระหนักดีว่าไม่ควรทนต่อความรุนแรงในโรงเรียนไม่ว่ากรณีใดๆ และหวังที่จะให้เกิดการปรองดองระหว่างผู้กระทำ และเหยื่อที่ถูกกระทำ แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้น”

spike
“ฉันต้องขอโทษที่สร้างความกังวลให้กับทุกคนที่รักในกีฬาวอลเลย์บอล แต่การลงทะเบียนผู้เล่นสองคนในครั้งนี้มีไว้เพื่อเป็นการลงโทษทางวินัย ไม่ใช่เพื่อให้พวกเธอสองคนกลับมาลงแข่งขัน” ผู้จัดการทีม กล่าว

จากการออกมาประกาศในครั้งนี้ของสโมสรทำให้ อี แจ-ยอง และ อี ดา-ยอง จะกลายเป็นผู้เล่นไร้สังกัด และไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันวอลเลย์บอลลีกเกาหลีใต้ (KOVO V LEAGUE) ได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ทางสโมสร อินชอน ฮึงกุ๊ก ไลฟ์ อินชัวรันส์ พิงค์ สไปเดอร์ส ยังได้นำภาพ, ข้อมูลของสองผู้เล่นออกจากเว็บไซต์ และสื่อโซเชียลออกหมดเกลี้ยง นั่นเท่ากับว่าเธอหมดอนาคตกับทีมเป็นที่เรียบร้อย

สำหรับเรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งใหญ่ในวงการกีฬาเกาหลีใต้ ที่ต้องส่งเสริมให้นักกีฬาไม่เพียงแค่เป็นนักกีฬาที่ดีเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นคนดีของสังคมอีกด้วย นอกจากนี้มันกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลกในเวลาอันรวดเร็วเมื่อสื่อต่างชาติพากันนำเสนอข่าวนี้กันอย่างมากมาย

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


คำศัพท์หมวดร่างกายภาษาอังกฤษ

คำศัพท์หมวดร่างกายภาษาอังกฤษ

รวมคำศัพท์ร่างกายภาษาอังกฤษพร้อมคำอ่านคำแปล

คำศัพท์ภาษาอังกฤษ คำอ่านออกเสียง คำแปลความหมาย
head เฮด ศรีษะ
face เฟซ ใบหน้า
eyes อายส์ ตา
mouth เมาธ์ ปาก
nose โน๊ส จมูก
eyebrow อายบราวน์ คิ้ว
ear เอียร์ หู
hair แฮร์ ผม
chin ชิน คาง
neck เนค คอ
shoulder โชวเดอร์ หัวไหล่
arm อารม์ แขน
hand แฮนด์ มือ
wrist ริสท์ ข้อมือ
elbow เอลโบว์ ข้อศอก
chest เชสท์ หน้าอก
stomach สทัมมัค ท้อง
waist เวสท์ เอว
back แบค หลัง
hip ฮิป สะโพก
leg เลค ขา
knee นี เข่า
calf คาล์ฟ น่อง
shin ชิน หน้าแข้ง
ankle แองเคิ้ล ข้อเท้า
heel ฮีล ส้นเท้า
foot ฟูต เท้า

ขอบคุณข้อมูลจาก englishinspire.com


All new MG 5 รุ่นใหม่ ใหญ่เทียบ “ฮอนด้า ซีวิค” ฟังก์ชัน BMW ราคา “อีโคคาร์”

All new MG 5 รุ่นใหม่ ใหญ่เทียบ “ฮอนด้า ซีวิค” ฟังก์ชัน BMW ราคา “อีโคคาร์”

เปิดเผยสเปกและ 8 สิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับ All new MG 5 รุ่นใหม่ ก่อนการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และราคา MG 5 ในวันที่ 20 กรกฎาคม นี้ โดยขนาดตัวถังเทียบ “ฮอนด้า ซีวิค” และมีฟังก์ชันเด่น Digital Key เหมือน BMW แต่ราคาอยู่ในระดับ “อีโคคาร์”

All new MG 5 รุ่นใหม่
All new MG 5 รุ่นใหม่
All new MG 5 รุ่นใหม่

8 สิ่งที่รู้เกี่ยวกับ All new MG 5 รุ่นใหม่ ก่อนการเปิดตัว

  1. มิติตัวถัง​ ยาว 4,675 กว้าง 1,842 สูง 1,480 มิลลิเมตร ระยะความยาวฐานล้อ 2,680 มิลลิเมตร โดยเทียบกับคอมแพกต์คาร์ ฮอนด้า ซีวิคพบว่า MG 5 ตัวถังยาวกกว่า 45 มิลลิเมตร แต่ระยะฐานล้อสั้นกว่า 18 มิลลิเมตร
  2. เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังลงสู่ล้อหน้าด้วยส่งเกียร์อัตโนมัติ CVT 8 สปีด โดยเครื่องยนต์ และเกียร์ ยกชุดของ MG ZS มา
  3. แบ่งการทำตลาดเป็น 3 รุ่นย่อย คือ C,D และX โดย MG 5 รุ่นเริ่มต้น C ราคากว่า 5 แสนบาท  ส่วนตัวถังมี 6 สี ได้แก่เหลือง,ขาว,ดำ ,เงิน,แดง และเทา
  4. ไฟหน้าเปิด-ปิด อัตโนมัติแบบ LED Projector พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lights) ไฟท้ายแบบ LED พร้อมล้ออัลลอยด์ขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์ใบพัด 5 ก้านในรุ่นท็อป
  5. ฟังก์ชันที่โดดเด่นภายในห้องโดยสาร จัดให้ทั้ง เบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง,หลังคา Sunroof,หน้าจอ Touchscreen ขนาด 10 นิ้ว,หน้าจอแสดงผลหลังพวงมาลัย 7 นิ้ว,ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง และกุญแจรีโมท Smart Keyพร้อมปุ่ม Push Start
  6. พวงมาลัยควบคุมการผ่อนแรงด้วยระบบไฟฟ้า และปรับน้ำหนักได้ 3 ระดับ ขณะที่ช่วงล่างด้านหน้าแมคเฟอร์สัน สตรัท หลังเป็นทอร์ชัน บีม

All new MG 5 รุ่นใหม่

All new MG 5 รุ่นใหม่

All new MG 5 รุ่นใหม่

7. เทคโนโลยีความปลอดภัยจัดเต็ม ดังนี้

ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่องเหยียบเบรกค้าง (Auto Vehicle Hold)

ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว XDS (Electronic Differential System)

ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)

ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS (Hill Start Assist System)

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control)

ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนเลน LCA (Lane Change Assist)

ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา BSD (Blind Spot Detection)

ระบบช่วยเตือนขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

ระบบช่วยเตือนการชนด้านหลัง RCW (Rear Collision Warning)

กล้องมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ

ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

8. Digital Key ควบคุมรถผ่านสมาร์ทโฟน เป็นระบบคล้ายๆ BMW ที่ไม่ต้องพกกุญแจรีโมทอีกต่อไป ที่สามารถใช้งานรถผ่านกุญแจดิจิตอลโดยรับ – ส่ง โค้ดจากแอพพลิเคชัน i-SMART สามารถสั่งการเปิด-ปิด และสตาร์ทรถยนต์ รวมถึงการส่งกุญแจดิจิตอลให้กับผู้อื่นเพื่อใช้งานรถยนต์ผ่านแอพพลิเคชั่น i-SMART

All new MG 5 รุ่นใหม่

All new MG 5 รุ่นใหม่

All new MG 5 รุ่นใหม่

สำหรับ All new MG 5 รุ่นใหม่ เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในรูปแบบออนไลน์ในวันอังคารที่ 20 กรกฎาคม นี้ เวลา 19.00 น. ผ่าน Facebook MG Thailand รายละเอียดเพิ่มเติม MG5 รุ่นใหม่

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


‘The Twins’ บ้านโครงสร้างคอนกรีตทรงกล่องสุดแสนเรียบง่าย เติมเต็มความสุขบนพื้นที่เพียง 70 ตารางเมตร

โครงสร้างบ้านคอนกรีตรูปทรงกล่องแปลกตาที่ถูกคว้านส่วนมุมตึกของอาคารเป็นกระถางต้นไม้ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางชุมชนแออัด ใจกลางกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เป็นที่ตั้งของ ‘The Twins’ ผลงานการออกแบบของ ‘Delution’ บริษัทออกแบบงานสถาปัตยกรรมสัญชาติอินโดนีเซีย

การออกแบบบ้านคอนกรีตหลังนี้ ได้ดีไซน์ออกมาภายใต้แนวคิด ‘The Twins’ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่าง “พี่กับน้อง” ของเจ้าของบ้านผ่านโครงสร้างบ้านที่มีรูปร่างคล้ายคลึงกัน บนพื้นที่เพียง 70 ตารางเมตร    แต่ทว่ามีขนาดของบ้านที่แตกต่างกันตามขนาดรูปร่างของสองพี่น้องเจ้าของบ้าน ซึ่งได้เลือกใช้วัสดุหลักที่ดูเรียบง่ายและสบายตาอย่าง คอนกรีต และ เหล็กฉีกสีขาว

ทางด้าน Façade ดีไซน์ด้านหน้าให้สะดุดตาด้วยผนังคอนกรีตสูงใหญ่ โดยตั้งขวางมุมมองจากสิ่งรบกวนภายนอกและป้องกันความร้อนจากดวงอาทิตย์ไม่ให้ส่องปะทะเข้ามาภายในบ้านโดยตรง แต่ทว่าภายใต้ความดิบเปลือยและผิวสัมผัสหยาบกร้านของคอนกรีต ซึ่งมีความเป็นเหลี่ยมมุมได้มีการดีไซน์เลือกใส่ลูกเล่นที่สื่อถึงธรรมชาติด้วยการคว้านมุมอาคารของบ้านด้วยรูปทรงกรวยผ่าครึ่งเอาไว้เป็นกระถางสำหรับปลูกต้นไม้ชนิดต่าง ๆ

การออกแบบโครงสร้างบ้านได้ถูกออกแบบให้เป็นบ้านแฝดสองหลังที่มีขนาดแตกต่างกันไป เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของเจ้าของบ้านและพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด โดยบ้านหลังแรกเป็นโครงสร้างบ้านคอนกรีตชั้นเดียว ประกอบด้วยห้องนอนกับพื้นที่ส่วนกลางสร้างแยกออกมาจากตัวบ้าน 2 ชั้น ให้ความเป็นส่วนตัวและลดเสียงรบกวนจากบริเวณรอบ ๆ บ้าน

บ้านหลังที่สองเป็นโครงสร้างบ้านคอนกรีต 2 ชั้น ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำและห้องครัวและภายในตัวบ้านได้ดีไซน์บันไดวน เพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ใช้สอย ในส่วนชั้นบนของบ้านมีโซนห้องนั่งเล่นที่บรรยากาศรอบ ๆ ดูนิ่งสงบและสะอาดตาจากการตกแต่งด้วยโทนสีขาวสลับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อน ซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังได้ดีไซน์หน้าต่างไว้รอบบริเวณตัวบ้านให้แสงสามารถส่องเข้ามาผ่านผนังกระจกใส ซึ่งช่วยทำให้ห้องโถงมีความสว่างปลอดโปร่ง

     

‘The Twins’ นับได้ว่าเป็นไอเดียการออกแบบบ้าน ที่ออกมาได้อย่างลงตัวกับพื้นที่ซึ่งมีอยู่จำกัดท่ามกลางชุมชนที่แออัด แต่ทว่ากลับยังคงมีการดีไซน์สวยงามและเรียบง่าย เพื่อให้สมาชิกในครอบครัวสามารถใช้เวลาอยู่ร่วมกันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

ขอบคุณข้อมูลจาก buildernews.in.th


ชนิดทอง ราคารับซื้อ กรัมละ ราคารับซื้อ บาทละ ราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5% n/a 27,150.00 27,250.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,759.00 26,666.44 27,750.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,583.10 23,999.80 n/a
ทองรูปพรรณ 80% 1,407.20 21,333.15 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 792.00 12,006.72 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 616.00 9,338.56 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,823.00 27,636.68 n/a

ราคาน้ำมัน ประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 05/07/2564

ราคาน้ำมัน ปตท
ปตท.
ราคาน้ำมัน บางจาก
บางจาก
ราคาน้ํามันเชล์ Shell
เชลล์
ราคาน้ํามันเอสโซ่ Esso
เอสโซ่
ราคาน้ํามันคาลเท็กซ์ Caltex
คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี
ราคาน้ํามันพีที PT
พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 95 29.45 29.45 29.45 29.45 29.45 29.45 29.45 29.45 29.45 29.45
แก๊สโซฮอล์ 91 29.18 29.18 29.18 29.18 29.18 29.18 29.18 29.18 29.18 29.18
แก๊สโซฮอล์ E20 27.94 27.94 27.94 27.94 27.94 27.94 27.94 27.94 27.94
แก๊สโซฮอล์ E85 22.79 22.79 22.79
เบนซิน 95 36.86 37.31 37.36 36.86 36.86
ดีเซล B7 29.29 29.29 29.29 29.29 29.29 29.29 29.29 29.29 29.29 29.29
ดีเซล 26.29 26.29 26.29 26.29 26.29 26.29 26.29 26.29 26.29 26.29
ดีเซล B20 26.04 26.04 26.24 26.04 26.04 26.04 26.04
ดีเซลพรีเมี่ยม 34.06 34.06 35.74 35.46 34.06
แก๊ส NGV 13.99 13.99 13.99
Comments : Off
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า