สาระน่ารู้ประจำวันที่ 18 มิถุนายน 2569

ภูเก็ตเดือด ซัพพลายพุ่งสวนดีมานด์‘บางเทา-ลายัน’ราคาทะยานเทียบชั้นกรุงเทพฯ

  • ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จากกรุงเทพฯ เบนเข็มลงทุนสู่ภูเก็ต ทำให้ซัพพลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกิดการแข่งขันที่รุนแรง
  • ราคาอสังหาริมทรัพย์ในทำเลทองอย่าง ‘บางเทา-ลายัน’ พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนมีราคาขายเฉลี่ยเทียบเท่ากับย่านใจกลางกรุงเทพฯ
  • ทำเลบางเทากลายเป็นพื้นที่ที่มีราคาคอนโดมิเนียมเฉลี่ยสูงสุด ส่วนลายันเป็นผู้นำตลาดวิลล่าสุดหรู โดยมีกำลังซื้อจากต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก

ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ เผชิญแรงกดดันจากกำลังซื้อชะลอตัว สต็อกคงค้างสะสม และการเข้มงวดสินเชื่อ ทำให้ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่จำนวนมากเบนเข็มลงทุนสู่ “ภูเก็ต” เมืองท่องเที่ยวที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินจากนักลงทุนทั่วโลก! ซึ่งการหลั่งไหลของทุนก้อนใหญ่กำลังทำให้ตลาดแห่งนี้เข้าสู่สมรภูมิเดือด เมื่อ “ซัพพลาย” โตเร็วกว่าดีมานด์ และราคาที่อยู่อาศัยบางทำเลขยับขึ้นมาอยู่ในระดับเดียวกับย่านไพร์มแอเรียของกรุงเทพฯ

ณัฎฐา คหาปนะ หุ้นส่วนและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดีเวลลอปเปอร์รายใหญ่จากส่วนกลางต่างเร่งกระจายความเสี่ยงออกจากตลาดกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญภาวะฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ปลายทางของเม็ดเงินจำนวนมากคือ “ภูเก็ต” 

เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพียงการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว แต่เป็นเพราะภูเก็ตกำลังเปลี่ยนสถานะจากเมืองท่องเที่ยวสู่ “เมืองพักอาศัยระดับโลก” ที่มีทั้งกลุ่ม Long-stay Digital Nomad นักลงทุนต่างชาติ และผู้ซื้อบ้านหลังที่สองเข้ามาอย่างต่อเนื่อง กระแสดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการมองเห็นโอกาสในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม วิลล่า และ Branded Residence ระดับลักชัวรีจำนวนมาก เมื่อผู้เล่นรายใหญ่จำนวนมากดาหน้าเข้ามาพร้อมกัน ตลาดจึงเริ่มเข้าสู่ภาวะแข่งขันรุนแรง

จากเกาะท่องเที่ยวสู่สนามลงทุนระดับโลก

หากย้อนกลับไปเมื่อ 5 ปีก่อน หลายคนมอง “ภูเก็ต” เป็นเพียงเมืองท่องเที่ยวใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยโรงแรม ร้านอาหาร และนักเดินทางจากทั่วโลก แต่วันนี้ ภูเก็ต กำลังเปลี่ยนสถานะตัวเองจาก “เมืองท่องเที่ยว” ไปสู่ “เมืองลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับนานาชาติ” อย่างเต็มตัว

การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ การเติบโตของกลุ่ม Long-stay Residents ผู้พำนักระยะยาว รวมถึงกระแส Digital Nomad ที่เลือกใช้ชีวิตและทำงานจากที่ใดก็ได้ กำลังเปลี่ยนโครงสร้างความต้องการอสังหาฯ บนเกาะแห่งนี้ ผลลัพธ์ คือ คอนโดระดับพรีเมียม วิลล่าหรู และ Branded Residence เป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติ

แต่อีกด้านหนึ่ง การหลั่งไหลเข้ามาของผู้พัฒนาโครงการรายใหญ่จากกรุงเทพฯ และต่างประเทศ กำลังทำให้ตลาดภูเก็ตเข้าสู่ช่วงแข่งขันที่เข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

อุปทานยังเพิ่ม แต่เริ่มส่งสัญญาณชะลอ

ข้อมูลปี 2568 ภูเก็ตมีอุปทานคอนโดสะสมรวม 42,061 หน่วย แม้จะยังมีการเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง แต่จำนวนยูนิตเปิดขายใหม่อยู่ที่ 5,073 หน่วย ลดลงถึง 51.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

“ผู้ประกอบการเริ่มระมัดระวังมากขึ้น หลังจากหลายปีที่ตลาดเร่งเปิดโครงการเพื่อตอบรับดีมานด์ต่างชาติที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว”

 หากพิจารณาตามทำเล จะพบว่าพื้นที่ “บางเทา” ยังครองตำแหน่งทำเลยอดนิยมอันดับหนึ่ง โดยมีสัดส่วนอุปทานเปิดใหม่ถึง 30.8% ของตลาดทั้งหมด รองลงมา กะรน 21.1% และราไวย์ 15.6% สะท้อนชัดว่า ความต้องการยังคงกระจุกตัวอยู่บริเวณชายฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ตอบโจทย์ทั้งนักลงทุน ผู้พักอาศัยระยะยาว และตลาดลักชัวรี

 วิลล่าหรูโตแต่เริ่มขยายออกนอกทำเลเดิม

ในตลาด “วิลล่า” ภูเก็ตมีอุปทานสะสมรวม 7,789 หน่วย มีวิลล่าเปิดใหม่ในปี 2568 อยู่ที่ 774 หน่วย ลดลง 48.2% จากปีก่อนหน้า สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่จำนวนโครงการที่ลดลง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของทำเล “ศรีสุนทร” กลายเป็นพื้นที่ที่มีสัดส่วนอุปทานใหม่สูงสุด 18.1% ตามมาด้วยถลาง 17.8% และบางโจ 16.3% 

ปรากฏการณ์นี้สะท้อนว่าผู้พัฒนาโครงการกำลังขยับออกจากพื้นที่ชายหาดดั้งเดิม ไปสู่ทำเลรอบนอกที่ต้นทุนที่ดินเหมาะสมกว่า ขณะที่พื้นที่อย่างเชิงทะเล ลายัน หรือในหาน แม้เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสูง แต่ข้อจำกัดด้านที่ดินและราคาที่พุ่งขึ้นต่อเนื่อง ทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ทำได้ยากขึ้น

ดีมานด์ชะลอ แต่ยังแข็งแรงในทำเลทอง

แม้อุปทานใหม่จะลดลง แต่ฝั่งความต้องการซื้อยังคงอยู่ในระดับสูง ปี 2568 คอนโดมิเนียมมียอดขายใหม่ 4,455 หน่วย ลดลง 24.8% จากปีก่อน อาจดูเหมือนตลาดเริ่ม“ชะลอตัว” แต่หากมองลึกลงไปจะพบว่า ความต้องการซื้อยังคงกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง

“บางเทา” ครองสัดส่วนยอดขายมากสุด 32.7% ตามมาด้วย กะรน 17.9% และ กมลา 9.4% ทั้ง 3 พื้นที่ล้วนเป็นทำเลที่มีความพร้อมด้านการท่องเที่ยว สิ่งอำนวยความสะดวก สามารถดึงดูดทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัย และนักลงทุนปล่อยเช่า 

ส่วนตลาดวิลล่ากลับแสดงภาพที่ต่างออกไป ยอดขายวิลล่าปี 2568 อยู่ที่ 631 หน่วย เพิ่มขึ้น 12.9% เชิงทะเลเป็นทำเลขายดีสุด 19.9% ของยอดขายทั้งหมด ตามด้วย ป่าคลอก 13.9% และบางโจ 13.4% สะท้อนว่าตลาดวิลล่าระดับบนยังได้รับแรงหนุนจากกลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูงที่มองหาทรัพย์สินเพื่อการพักผ่อนและการลงทุนระยะยาว

บางเทา กลายเป็นทำเลทองของภูเก็ต

หนึ่งในข้อมูลที่น่าสนใจที่สุด คือ ระดับราคาคอนโด ปัจจุบันราคาขายเฉลี่ยในภูเก็ต 125,000-160,000 บาทต่อตารางเมตร แต่บางทำเล ทะลุ 180,000 บาทต่อตารางเมตรไปแล้ว โดยบางเทามีราคาสูงสุดเฉลี่ย 283,975 บาทต่อตารางเมตร ตามมาด้วยลายัน 197,000 บาทต่อตารางเมตร และกมลา 182,375 บาทต่อตารางเมตร 

ราคาดังกล่าว สะท้อนถึงความหายากของที่ดินริมทะเล ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดมากขึ้นทุกปี เมื่อที่ดินหายากขึ้น ราคาขายโครงการใหม่จึงถูกผลักดันให้สูงขึ้นตามไปด้วย

ตลาดอัลตร้าลักชัวรีกำลังสร้างสถิติใหม่

ขณะนี้ยังพบว่า “ลายัน” เป็นพื้นที่ที่มีราคาวิลล่าสูงสุดในภูเก็ต เฉลี่ย 285 ล้านบาทต่อยูนิต รองลงมาคือ บางเทา 255.8 ล้านบาทต่อยูนิต และกมลา 234.3 ล้านบาทต่อยูนิต ตัวเลขเหล่านี้ทำให้ภูเก็ตไม่ได้แข่งขันกับตลาดอสังหาฯ ในประเทศไทยเท่านั้น แต่กำลังแข่งขันกับเมืองตากอากาศระดับโลกอย่างบาหลี ดูไบ หรือเกาะสมุยในตลาดนักลงทุนต่างชาติ

“เบื้องหลังการเติบโต คือการเข้ามาของโครงการ Branded Residence และลักชัวรี พูลวิลล่า ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์โรงแรมระดับโลก กลายเป็นสินทรัพย์ที่ผู้ซื้อกำลังซื้อสูงให้ความสำคัญมากขึ้น”

แม้แนวโน้มตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตยังเป็นบวก แต่ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่ง่ายสำหรับทุกโครงการ เหตุผลสำคัญคือ การแข่งขันในตลาด Off-plan หรือการขายล่วงหน้าที่รุนแรงขึ้นตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวโครงการจำนวนมากเข้าสู่ตลาด ผู้ประกอบการเริ่มแข่งขันด้านราคา โปรโมชั่น และเงื่อนไขการชำระเงิน โดยเฉพาะโครงการในทำเลรอง หรือไม่มีจุดขายที่ชัดเจน อาจต้องเผชิญกับระยะเวลาขายที่ยาวนานขึ้น ด้านผู้ซื้อมีแนวโน้มเลือกโครงการที่มีแบรนด์แข็งแรง บริหารจัดการดี และสร้างผลตอบแทนจากการปล่อยเช่าได้จริง

 “สนามบินใหม่”เปลี่ยนแลนด์สเคป

อีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนจับตา คือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ภาคใต้รวมถึงแนวคิด ”สนามบินแห่งใหม่” ในจังหวัดพังงา หากเกิดขึ้นจริง จะช่วยเปิดพื้นที่ลงทุนใหม่ทางตอนเหนือของภูเก็ตและพังงา ไม่ว่าจะเป็นไม้ขาว ในยาง ท้ายเหมือง และนาใต้ พื้นที่เหล่านี้อาจกลายเป็นคลื่นลูกใหม่ของการพัฒนาอสังหาฯ ใน 5-10ปี ข้างหน้า เช่นเดียวกับ ”บางเทา” ที่เปลี่ยนจากพื้นที่รอง กลายเป็นทำเลดาวเด่น

สิ่งที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง คือ ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ตยังคงขับเคลื่อนด้วยกำลังซื้อจากต่างชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นรัสเซีย จีน ยุโรป อินเดีย และตะวันออกกลาง ที่ไม่ได้มองภูเก็ตเป็นเพียงจุดหมายท่องเที่ยว แต่มองเป็นสถานที่อยู่อาศัยระยะยาว สินทรัพย์ลงทุน และแหล่งสร้างรายได้จากการปล่อยเช่า ยังให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจเมื่อเทียบเมืองท่องเที่ยวอื่นของไทยแม้จะยังมีความผันผวนตามฤดูกาลท่องเที่ยวก็ตาม

ณัฎฐา มองว่า ตลาดอสังหาฯ ภูเก็ต กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญผู้พัฒนาโครงการเริ่มขยายไปยังพื้นที่ใหม่เพื่อบริหารต้นทุน ขณะที่ “ผู้ซื้อ” ยังคงให้คุณค่ากับทำเลชายฝั่งและพื้นที่ที่มีระบบนิเวศด้านการท่องเที่ยวแข็งแกร่ง สิ่งที่เกิดขึ้น ”ไม่ใช่” การลดลงของความต้องการซื้อแต่เป็นผลจากข้อจำกัดด้านที่ดินในทำเลหลัก โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกของเกาะในระยะยาว พื้นที่ใหม่อาจมีบทบาทมากขึ้นจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

แต่สำหรับบางเทา ลายัน เชิงทะเล และกมลา ซึ่งมีที่ดินจำกัดและเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อทั่วโลกทำเลเหล่านี้ยังคงเป็นสินทรัพย์หายาก มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มในระยะยาว และทำให้ตลาดอสังหาฯ “ภูเก็ต” น่าจับตาที่สุดของประเทศไทย

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


บ้านมือสองทะลักตลาด กทม.มูลค่าประกาศขายพุ่ง234% จับตาสัญญาณเตือน?

  • ตลาดบ้านมือสองในกรุงเทพฯ ไตรมาส 1 ปี 2569 มีมูลค่าประกาศขายพุ่งสูงถึง 701,250 ล้านเพิ่มขึ้น 234% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
  • จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยมือสองใน กทม. ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 117.9% ซึ่งบ่งชี้ว่ามีทรัพย์สินมูลค่าสูงจำนวนมากถูกนำออกมาขายพร้อมกัน
  • การเพิ่มขึ้นของอุปทานที่สูงผิดปกตินี้อาจเป็นสัญญาณเตือนถึงแรงขายที่เพิ่มขึ้น และต้องจับตาว่าหากกำลังซื้อไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยกำลังส่งสัญญาณที่น่าสนใจ เมื่อจำนวนและมูลค่าที่อยู่อาศัย “มือสอง” ที่ประกาศขายทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ พบมูลค่าทรัพย์ประกาศขายพุ่งขึ้นมากกว่า 2 เท่า ภายในปีเดียวคำถามคือ นี่เป็นเพียงการหมุนเวียนทรัพย์ตามปกติ หรือกำลังสะท้อนแรงกดดันบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในตลาดอสังหาฯ

กทม.แชมป์มูลค่าบ้านมือสองสูงสุด

ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ระบุว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 กรุงเทพฯ มีที่อยู่อาศัยมือสองประกาศขาย 70,495 หน่วย เพิ่มขึ้น 117.9% จากปีก่อนที่น่าสนใจกว่านั้นคือ มูลค่ารวมของทรัพย์ที่ประกาศขายอยู่ที่ 701,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 234% ตัวเลขสะท้อนว่า ไม่เพียงจำนวนทรัพย์ที่เข้าสู่ตลาดจะเพิ่มขึ้น แต่ยังมีทรัพย์มูลค่าสูงจำนวนมากถูกนำออกมาประกาศขายพร้อมกัน

รองลงมาคือ ชลบุรี มูลค่าประกาศขาย 70,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2%ตามมาด้วย นนทบุรี มูลค่า 68,695 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% และสมุทรปราการ มูลค่า 60,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.8% ่ปทุมธานี มูลค่า 32,891 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% 

ภาพรวมสะท้อนว่าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเป็นพื้นที่หลักของตลาดบ้านมือสอง เนื่องจากเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของประชากรจำนวนมาก และมีการซื้อขายเปลี่ยนมือเกิดขึ้นต่อเนื่อง

หัวเมืองท่องเที่ยว ยังมีแรงขายเพิ่มขึ้น

ด้าน “เชียงใหม่” มีมูลค่าประกาศขาย 29,233 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% ภูเก็ต 23,960 ล้านบาท แม้จำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น 20.3% แต่กลับมีมูลค่าลดลง 3.9% ส่วนสุราษฎร์ธานี มูลค่า 12,654 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% ข้อมูลนี้สะท้อนว่า ตลาดบ้านมือสองในเมืองท่องเที่ยวยังมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง แต่ลักษณะทรัพย์ที่เข้าสู่ตลาดอาจเปลี่ยนไป โดยเฉพาะภูเก็ตที่จำนวนทรัพย์เพิ่มขึ้น แต่ราคาหรือมูลค่าเฉลี่ยต่อหน่วยกลับลดลง

EEC ยังร้อนแรง ระยองโตโดดเด่น

อีกจังหวัดที่น่าจับตาคือ “ระยอง” ซึ่งมีจำนวนประกาศขาย 7,079 หน่วย เพิ่มขึ้นถึง 54.4% มูลค่ารวมอยู่ที่ 12,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.2% การเติบโตดังกล่าวสอดคล้องกับการขยายตัวของพื้นที่อุตสาหกรรมและการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ยังคงดึงดูดประชากรและเม็ดเงินลงทุนเข้าสู่พื้นที่

การเพิ่มขึ้นของ “บ้านมือสอง” ที่ประกาศขาย ไม่ได้หมายความว่าตลาดกำลังชะลอตัวเสมอไป ในอีกมุมหนึ่ง อาจสะท้อนการปรับพอร์ตการลงทุนของเจ้าของทรัพย์ การย้ายที่อยู่อาศัย หรือการนำทรัพย์ออกมาขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

อย่างไรก็ตาม การที่กรุงเทพฯ มีมูลค่าประกาศขายพุ่งขึ้นถึง 234% ถือเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติ และอาจเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังเผชิญแรงขายจากเจ้าของทรัพย์มากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

สิ่งที่ต้องจับตาต่อจากนี้ คือ อุปทานบ้านมือสองที่เพิ่มขึ้น จะถูกดูดซับได้เร็วแค่ไหน และกำลังซื้อของผู้บริโภคจะเพียงพอรองรับทรัพย์จำนวนมหาศาลที่กำลังเข้าสู่ตลาดหรือไม่! เพราะหากอุปทานเพิ่มเร็วกว่ากำลังซื้อ ตลาดอสังหาฯ ไทยอาจกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงแข่งขันด้านราคาที่เข้มข้นกว่าที่เคย

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


โปรแกรมถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 ประจำวันที่ 18 มิ.ย. 69

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 รายการใหญ่สุดแห่งปีของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) กลับมาแข่งขันในสัปดาห์ที่สอง ช่วงระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569

โดยในสัปดาห์สอง ศึกลูกยางเนชันส์ลีก 2026 จะทำการแข่งขันกันทั้งหมด 3 สนาม ประกอบด้วย ตุรกี, ฟิลิปปินส์ และ ประเทศไทย ช่วงระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569

โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2026 วันนี้

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน 2569

  • เวลา 15.00 น. สหรัฐอเมริกา พบ สาธารณรัฐเช็ก (ถ่ายทอดสด : Monomax Sports ช่อง 29, Monomax)
  • เวลา 17.00 น. ยูเครน พบ โปแลนด์ (ถ่ายทอดสด : Monomax)
  • เวลา 19.00 น. เซอร์เบีย พบ อิตาลี (ถ่ายทอดสด : Monomax)
  • เวลา 20.00 น. เบลเยียม พบ บราซิล (ถ่ายทอดสด : Monomax)
  • เวลา 20.30 น. ไทย พบ บัลแกเรีย (ถ่ายทอดสด : Monomax Sports ช่อง 29, Monomax)
  • เวลา 23.30 น. ตุรกี พบ ฝรั่งเศส (ถ่ายทอดสด : Monomax)

โดยแฟนกีฬาชาวไทย สามารถรับชมแบบฟรีๆ ได้เฉพาะคู่ที่ถ่ายทอดสดทาง Monomax Sports ช่อง 29 เท่านั้น ขณะที่หากอยากรับชมแบบครบทุกคู่จะต้องสมัครทาง Monomax แบบเสียเงินรายเดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


กาแฟก็ติดโผ! รวม 8 อาหารที่อาจทำให้ง่วงนอนและรู้สึกเพลียตลอดวัน

8 อาหารที่อาจทำให้ “ง่วงนอนบ่อย” กินเพลินแต่อาจทำให้ร่างกายอ่อนล้าโดยไม่รู้ตัว

เคยรู้สึกไหมว่า ทั้งที่นอนครบ 7-8 ชั่วโมง แต่ระหว่างวันกลับง่วงอยู่ตลอดเวลา ไม่มีแรงทำงาน หรือรู้สึกเฉื่อยชาโดยไม่ทราบสาเหตุ

นอกจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอแล้ว “อาหาร” ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อระดับพลังงานของร่างกาย เพราะอาหารบางชนิดอาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเปลี่ยนแปลงเร็ว หรือมีสารอาหารที่ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย จนทำให้รู้สึกง่วงนอนได้ง่ายขึ้น

มาดูกันว่า มีอาหารอะไรบ้างที่อาจเป็นสาเหตุให้คุณง่วงนอนบ่อยกว่าปกติ

1. กาแฟ

หลายคนดื่มกาแฟเพื่อเพิ่มความสดชื่น แต่หากดื่มตอนท้องว่าง อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดและฮอร์โมนบางชนิดเปลี่ยนแปลง จนบางคนกลับรู้สึกอ่อนเพลียหรือเหนื่อยล้าหลังดื่มกาแฟได้ นอกจากนี้ เมื่อฤทธิ์ของคาเฟอีนหมดลง ก็อาจทำให้เกิดอาการง่วงหรืออ่อนแรงตามมา

2. กล้วย

กล้วยเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และกรดอะมิโนทริปโตเฟน ซึ่งมีส่วนช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย หากรับประทานในปริมาณมาก โดยเฉพาะช่วงกลางวัน อาจทำให้บางคนรู้สึกง่วงหรือเฉื่อยได้

3. ช็อกโกแลต

ช็อกโกแลต โดยเฉพาะชนิดที่มีโกโก้สูง มีสารที่ช่วยกระตุ้นการหลั่งสารแห่งความสุขในสมอง แต่ขณะเดียวกันก็มีสารที่ส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้บางคนรู้สึกผ่อนคลายจนง่วงนอนได้เช่นกัน

4. ครัวซองต์

ครัวซองต์เป็นอาหารที่มีทั้งแป้งขัดขาวและไขมันสูง เมื่อรับประทานในปริมาณมาก ร่างกายต้องใช้พลังงานในการย่อยมากขึ้น ส่งผลให้รู้สึกหนักท้อง อ่อนเพลีย และง่วงได้ง่าย โดยเฉพาะหลังมื้อเช้าหรือมื้อกลางวัน

5. ขนมปังขาวและข้าวขาว

อาหารที่ทำจากแป้งขัดขาวจะถูกย่อยและดูดซึมได้รวดเร็ว ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูง ก่อนจะลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อย ไม่มีแรง และง่วงนอนในช่วงหลังรับประทาน

6. ถั่วเปลือกแข็ง

แม้ถั่วจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ แต่หากรับประทานมากเกินไป อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก เพราะถั่วมีทั้งไขมันและใยอาหารสูง จึงอาจทำให้รู้สึกแน่นท้อง อ่อนล้า หรืออยากพักผ่อนมากขึ้น

7. ของหวาน

เค้ก คุกกี้ ขนมหวาน หรือเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง อาจช่วยให้รู้สึกสดชื่นในช่วงแรก แต่เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ก็จะทำให้เกิดอาการง่วง เหนื่อยล้า และไม่มีสมาธิตามมา

8. นมและโยเกิร์ต

ผลิตภัณฑ์จากนมมีกรดอะมิโนที่ชื่อว่า “ทริปโตเฟน” ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของฮอร์โมนเมลาโทนินและเซโรโทนิน ฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการนอนหลับและความผ่อนคลาย จึงไม่แปลกที่หลายคนจะรู้สึกง่วงหลังดื่มนมหรือรับประทานโยเกิร์ต

อย่างไรก็ตาม อาการง่วงนอนอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด หรือโรคบางชนิด หากคุณรู้สึกง่วงตลอดเวลาแม้จะดูแลตัวเองดีแล้ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

เพราะบางครั้ง “อาหารที่เรากินทุกวัน” อาจเป็นตัวการที่ทำให้ร่างกายอ่อนล้าโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


60 คำคมความรักภาษาอังกฤษ ให้ข้อคิดดีๆ หยิบไปตั้งแคปชั่นเก๋ๆ ได้เลย

คําคมภาษาอังกฤษ รักตัวเอง

  • Good love is to love yourself.

รักที่ดี คือการรักตัวเอง

  • Loving yourself isn’t vanity; it’s sanity.

การรักตัวเองไม่ใช่เรื่องไร้สาระ มันคือสติ

  • If you have the ability to love, love yourself first. 

หากคุณคิดที่จะรัก จงรักตัวเองก่อน

  • Respect yourself and others will respect you.

เคารพตัวเองและคนอื่นจะเคารพคุณ

  • To love oneself is the beginning of a lifelong romance.

การรักตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นของความรักตลอดชีวิต

  • You are what you believe yourself to be.

คุณจะเป็นในสิ่งที่คุณเชื่อว่าตัวเองเป็น

  • Be bold, be brave enough to be your true self.

จงกล้าหาญ จงกล้าพอที่จะเป็นตัวตนที่แท้จริงของคุณ

  • Love yourself instead of abusing yourself. 

จงรักตัวเองให้มากกว่าทำร้ายตัวเอง

  • To fall in love with yourself is the first secret to happiness.

การตกหลุมรักตัวเองเป็นความลับไปสู่ความสุข

  • Self-love is the greatest middle finger of all time.

การรักตัวเองเป็นนิ้วกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

คำคมความรักภาษาอังกฤษ ให้ข้อคิดดีๆ

  • The best proof of love is trust

หลักฐานของความรักที่ดีที่สุดคือความเชื่อใจ

  • True love, It must be love No secret

ความรักที่แท้จริง ต้องเป็นความรัก ที่ไม่มีความลับ

  • Love is like Game, Easy to start… Hard to finish

ควารักก็เหมือนกับเกมส์ ง่ายที่จะเริ่ม แต่ยากที่จะจบ

  • To love it is no reason why love

ความรักมันไม่มีเหตุผลหรอกว่าทำไมถึงรัก

  • Love is like war, Easy to begin but very hard to stop

ความรักก็เหมือนสงคราม ง่ายที่จะเริ่ม แต่ยากที่จะหยุด

  • It really is The past does not exist

เรื่องจริงมันมีอยู่ว่า ที่ผ่านมาไม่มีอยู่จริง

  • Loving someone is supposed to bring you up, not let you down

การรักใครสักคน ควรจะทำให้ชีวิตของคุณดีขึ้น ไม่ใช่ดึงให้ตกต่ำลง

  • There is no reason not to follow your heart

ไม่มีเหตุผลใด ที่จะไม่ทำตามหัวใจของคุณ

  • Pleasure of love lasts but a moment. Pain of love lasts a lifetime

สุขของความรักคงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เจ็บของความรักคงอยู่ตลอดชีวิต

  • Fall in love when you are ready, not when you are lonely

จงมีความรักเมื่อคุณพร้อม ไม่ใช่เมื่อคุณเหงา

  • Good love is to love yourself

รักที่ดี คือการรักตัวเอง

  • Love your beloved like there is no tomorrow

จงรักคนข้างๆ คุณราวกับว่าไม่มีพรุ่งนี้อีกแล้ว

  • True love begins when nothing is looked for in return

รักแท้จะเกิดขึ้นเมื่อเราไม่หวังผลตอบแทนใดๆ จากอีกฝ่าย

  • Love or Friendship, one cannot serve to masters

ความรักหรือมิตรภาพ คุณเลือกได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

  • Follow your heart but take your brain with you

ทำตามหัวใจแต่อย่าลืมเอา “สมอง” ไปด้วยนะ

  • Stop chasing the wrong one, the right one won’t run

อย่ามัวแต่ไล่ตามคนที่ไม่ใช่ คนที่ใช่เค้าวิ่งหนีเราหรอก

  • Be with someone who isn’t already looking for your replacment

เลือกอยู่กับคนที่ไม่เคยมองหาคนมาแทนที่คุณดีกว่านะ

  • Everything is beautiful when you look at it with love

ทุกอย่างจะสวยงามเมื่อคุณมองมันด้วยความรัก

  • Fall in love with someone who make it impossible to love anyone else

จงรักคนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า ไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว นอกจากเขา

  • Don’t settle for ANYbody just so you can have SOMEbody

อย่าตกลงคบกับใครก็ได้ เพียงเพราะคุณต้องการมีใครบางคนเคียงข้างกาย

  • A smart girl knows how to love, but a smarter girl knows who to love

ผู้หญิงฉลาดจะเข้าใจความรัก แต่ผู้หญิงที่ฉลาดกว่าจะเลือกคนรักเป็น

  • Being single is smarter than being in a wrong relationship

อยู่แบบโสดๆ เป็นทางเลือกที่ฉลาดกว่าการทนอยู่ในความสัมพันธ์แย่ๆ นะ

  • Spend life with who makes you happy, not who you have to impress

ใช้ชีวิตกับคนที่ทำให้คุณมีความสุข ไม่ใช่คนที่คุณต้องทำตัวเองให้ดูดีตลอดเวลา

  • Love will die if held too tightly, love will fly if held too lightly

รักจะเฉาตายถ้าจับไว้แน่นเกินไป และรักจะโบยบินไปถ้าจับไว้หลวมเกินไป

  • Live Simply, Laugh Often, Love Deeply

จงใช้ชีวิตให้เรียบง่าย หัวเราะบ่อยๆ และรักอย่างลึกซึ้งที่สุด

  • Love is like the wind, you can’t see it but you can feel it

ความรักก็เหมือนลม ถึงจะมองไม่เห็น แต่คุณสัมผัสถึงมันได้

  • It’s easy to fall in love, but the hard part is finding someone to catch you

มันง่ายมากที่จะตกหลุมรักใครสักคน แต่มันยากมากที่จะเจอคนที่ใช่สำหรับใจเราจริงๆ

  • Love isn’t something you find. Love is something that finds you

ความรักไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถจะค้นหาได้ เพราะความรักมักจะเป็นฝ่ายตามหาเราต่างหาก

  • Life without love is like a tree without blossoms

ชีวิตที่ปราศจากความรัก ก็เหมือนกับต้นไม้ที่ไม่มีดอก

  • You can’t blame gravity for falling in love

คงไปโทษแรงโน้มถ่วงไม่ได้สำหรับคำว่าตกหลุมรัก

คำคมความรักภาษาอังกฤษ แคปชั่นภาษาอังกฤษสำหรับคนกำลังอินเลิฟ

  • If I know what love is, it is because of you

ถ้าฉันรู้ว่าความรักคืออะไร นั่นก็เป็นเพราะคุณ

  • You may hold my hand for a while, but you hold my heart forever

คุณอาจกุมมือฉันไว้ชั่วขณะ แต่คุณกุมหัวใจของฉันไว้ตลอดกาล

  • The best time in my life is having you beside me

ความทรงจำที่ดีที่สุดในชีวิตของฉันคือการมีเธออยู่ข้างๆ

  • Every story is beautiful, but ours is my favorite

ทุกเรื่องราวล้วนสวยงาม แต่เรื่องราวของเราคือเรื่องโปรดของฉัน

  • There are only two times I want to be with you, now and forever

มีเพียงแค่ 2 เวลาเท่านั้นที่ฉันจะอยากอยู่กับคุณ คือ.. ตอนนี้ และ ตลอดไป

  • A day without sunshine is a day without you

วันที่หม่นหมองคือวันที่ไร้เงาคุณ

  • The good things in life are better with you

สิ่งดีๆในชีวิตดีขึ้น เมื่อฉันอยู่กับคุณ

  • I love you to the moon and back

ฉันรักเธอเท่ากับ(ระยะทาง)โลกถึงดวงจันทร์และจากดวงจันทร์กลับมายังโลก (มันไกลมาก รักมากแค่ไหน คิดดู!)

  • If life is a movie you are the best part

ถ้าชีวิตคือหนังเรื่องหนึ่ง คุณคือตอนที่ดีที่สุดของเรื่องเลย

  • I’m much more me when I’m with you

ฉันเป็นตัวของตัวเองได้มากขึ้น เมื่อฉันอยู่กับคุณ

คำคมความรักภาษาอังกฤษ แคปชั่นภาษาอังกฤษเศร้าๆ

  • Sometimes, Happy memories hurt the most

บางครั้งความทรงจำที่มีความสุขก็เป็นสิ่งที่เจ็บปวดที่สุด

  • No reason to stay is a good reason to go

การไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อนั่นแหะ คือเหตุผลที่เราควรจะไป

  • Less pain but not forget

เจ็บน้อยลงแต่ยังไม่ลืม

  • It hurts when you have someone in your heart, but you can’t have them in your arms

มันเจ็บนะ เวลาที่คุณมีใครสักคนอยู่ในใจ แต่คุณไม่สามารถมีเขาในอ้อมกอดของคุณได้

  • It’s okay to cry, the sky does it too

ร้องไห้ออกมาบ้างก็ได้ ขนาดท้องฟ้ายังทำเลย

  • Don’t let the heart that didn’t love you, keep you from the one that will

อย่าปล่อยให้คนที่ไม่รักเรารั้งเราจากคนที่ดีกว่า

  • He wants coffee, but you are tea, that’s that

เขาต้องการกาแฟ แต่คุณคือชา มันก็เป็นแบบนั้นแหละ

  • It hurts to know I’ll never be on your mind

มันเจ็บนะ ที่ต้องรู้ว่า…ฉันไม่มีวันได้เป็นคนในใจของเธอ

  • Flirtationship; More than friendship less than relationship

มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน

  • Don’t cry for the person who doesn’t know the value of your tears

อย่าเสียน้ำตา ให้กับคนที่ไม่รู้ค่าของมัน

ขอบคุณข้อมูลจาก women.trueid.net


OECD ติงหลายชาติทุ่ม ‘รัฐบาลดิจิทัล’ ไม่สำเร็จ ถ้าลืมแก้ปมใหญ่พัฒนาทักษะคน

  • การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านจากการวางรากฐานด้านเทคโนโลยี ไปสู่การสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม โดยมุ่งเน้นการทำงานร่วมกันของระบบ การใช้ AI และการบริการเชิงรุก
  • ความท้าทายสำคัญคือการขาดแคลนทักษะดิจิทัลของบุคลากรภาครัฐ โดยรายงานของ OECD พบว่ามีเพียง 6 ประเทศสมาชิกเท่านั้นที่มีกลยุทธ์พัฒนาบุคลากรสำหรับข้าราชการอย่างชัดเจน
  • หลายประเทศยังเผชิญกับ “ช่องว่างระหว่างนโยบายและการปฏิบัติ” โดยเฉพาะด้านธรรมาภิบาลข้อมูล การกำกับดูแล AI และการพัฒนากำลังคนที่ยังไม่สอดคล้องกับความต้องการในยุคใหม่

รายงาน OECD Digital Government Outlook 2026 ระบุว่า การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลทั่วโลกกำลังเข้าสู่ “จุดเปลี่ยนสำคัญ” จากช่วงของการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีและโครงสร้างพื้นฐาน ไปสู่ระยะที่มุ่งสร้างผลกระทบเชิงรูปธรรมต่อการทำงานของภาครัฐและการให้บริการประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจของรายงานที่สะท้อนว่า หลายประเทศได้ลงทุนและพัฒนาระบบพื้นฐานด้านดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นระบบระบุตัวตนดิจิทัล โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ หรือแพลตฟอร์มข้อมูลภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายในระยะต่อไปไม่ได้อยู่ที่การสร้างระบบใหม่เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการทำให้เทคโนโลยีเหล่านั้นสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงสถาบันอย่างยั่งยืน

สำหรับหนึ่งในแนวโน้มสำคัญที่ OECD ให้ความสำคัญ คือการขยายผลการใช้งานระบบที่ทำงานร่วมกันได้และการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการมีเพียงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลขั้นพื้นฐาน ไปสู่การผลักดันให้หน่วยงานต่าง ๆ สามารถใช้งานระบบร่วมกันได้อย่างกว้างขวาง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของกระบวนการทำงาน และยกระดับการให้บริการสาธารณะที่เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

ผลักดัน AI จากการทดลองสู่การใช้งานจริง

รายงานยังชี้ให้เห็นถึงความพยายามในการขยายการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI จากโครงการทดลองในวงจำกัด ไปสู่การบูรณาการเข้ากับกระบวนการทำงานของภาครัฐอย่างเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม การขยายการใช้งาน AI ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการนำเทคโนโลยีมาใช้เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างเงื่อนไขที่ทำให้ผลลัพธ์ของ AI มีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ และวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม

ยกระดับบริการเชิงรุก ลดภาระประชาชน

อีกหนึ่งทิศทางสำคัญคือการพัฒนาบริการสาธารณะที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลางมากขึ้น โดยมุ่งสู่การให้บริการเชิงรุกที่สามารถคาดการณ์ความต้องการของประชาชนล่วงหน้าได้

OECD ระบุว่าหลักการสำคัญของแนวทางดังกล่าวคือ “ขอข้อมูลครั้งเดียว” หรือ Once-only Principle ซึ่งมุ่งลดภาระของประชาชนในการส่งข้อมูลซ้ำหลายครั้งให้กับหน่วยงานภาครัฐ และทำให้ภาครัฐสามารถออกแบบบริการที่ตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ปรับการลงทุนและพัฒนาทักษะรองรับยุคดิจิทัล

รายงานยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างการลงทุนและการพัฒนาทักษะดิจิทัลภายในภาครัฐ โดยมุ่งปรับปรุงกระบวนการวางแผนงบประมาณให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และสนับสนุนรูปแบบการทำงานที่สามารถปรับตัวตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีได้

ควบคู่กันนั้นคือการพัฒนาทักษะของบุคลากรภาครัฐ เพื่อให้สามารถรองรับเทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ประเด็นเรื่องบุคลากรถือเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัล โดยรายงาน OECD Digital Government Outlook 2026 ชี้ให้เห็นว่า ความสำเร็จของการเปลี่ยนผ่านไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงความพร้อมของบุคลากรภาครัฐในการนำเทคโนโลยีไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ตาม OECD พบว่า ในบรรดาประเทศสมาชิกทั้งหมด มีเพียง 6 ประเทศเท่านั้นที่มีกลยุทธ์เฉพาะด้านบุคลากรและทักษะดิจิทัลสำหรับข้าราชการอย่างชัดเจน ได้แก่ ออสเตรเลีย ออสเตรีย ชิลี อิสราเอล อิตาลี และโปรตุเกส

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า แม้หลายประเทศจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล แต่การวางแผนด้านกำลังคนและทักษะเฉพาะทางยังคงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจในวงจำกัด

ช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติยังเป็นโจทย์ใหญ่

แม้หลายประเทศจะมีความคืบหน้าในการกำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านดิจิทัล แต่ OECD พบว่ายังคงมี “ช่องว่างระหว่างนโยบายกับการปฏิบัติ” หรือ Implementation Gap อยู่ในหลายด้าน

ประเด็นแรกคือเรื่องธรรมาภิบาลข้อมูล แม้หลายประเทศจะมีกลยุทธ์ด้านข้อมูลแล้ว แต่การนำไปใช้จริงในระดับปฏิบัติการยังเป็นไปอย่างล่าช้า โดยเฉพาะการจัดการคุณภาพข้อมูลและการแบ่งปันข้อมูลระหว่างหน่วยงาน

ประเด็นต่อมาคือการใช้งานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ หลายประเทศมีระบบสำคัญ เช่น ระบบระบุตัวตนดิจิทัล แต่จำนวนผู้ใช้งานจริงหรือจำนวนบริการที่รองรับยังอยู่ในระดับต่ำในหลายพื้นที่

นอกจากนี้ ระบบงบประมาณและการพัฒนาบุคลากรยังไม่สอดคล้องกับความต้องการของการทำงานยุคใหม่ โดยกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างจำนวนมากยังอยู่ภายใต้กฎระเบียบที่เข้มงวดและไม่เอื้อต่อการพัฒนาแบบวนซ้ำ ขณะที่มีเพียง 6 ประเทศในกลุ่ม OECD ที่มีกลยุทธ์ด้านทักษะดิจิทัลของข้าราชการอย่างชัดเจน

ออสเตรเลียวางแผนกำลังคนดิจิทัลระยะยาว

ออสเตรเลียถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแนวทางชัดเจนที่สุด โดยจัดทำแผน “Data, Digital and Cyber Workforce Plan 2025-2030” เพื่อพัฒนาบุคลากรด้านข้อมูล ดิจิทัล และความมั่นคงไซเบอร์ของภาครัฐ

แผนดังกล่าวกำหนดลำดับความสำคัญไว้ 4 ด้าน ได้แก่ การดึงดูด สรรหา และรักษาบุคลากรด้านข้อมูล ดิจิทัล และไซเบอร์ การยกระดับขีดความสามารถทางเทคนิคของบุคลากร การสร้างและสนับสนุนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนขีดความสามารถในหน่วยงานต่าง ๆ

นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคลากรและโครงการลงทุนด้านดิจิทัลเพื่อคาดการณ์ความต้องการทักษะในอนาคต ซึ่งช่วยให้การวางแผนกำลังคนสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีของภาครัฐ

ชิลีให้ความสำคัญกับการรักษาบุคลากร

สำหรับชิลี แนวทางสำคัญอยู่ที่การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่เอื้อต่อการรักษาบุคลากรในระยะยาว ภายใต้มาตรฐานคุณภาพชีวิตในการทำงานระดับชาติ หน่วยงานภาครัฐต้องปฏิบัติตามโปรโตคอลด้านความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน หรือ Work-life Balance Protocols เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตของบุคลากรและลดปัญหาการสูญเสียกำลังคนที่มีทักษะ

เกาหลีใต้พัฒนาทักษะตามบทบาทและสายอาชีพ

แม้เกาหลีใต้จะไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีกลยุทธ์เฉพาะด้านบุคลากรดิจิทัล แต่รายงาน OECD ยกให้เป็นตัวอย่างที่น่าสนใจด้านการพัฒนาทักษะของข้าราชการ

เกาหลีใต้มี “แผนพัฒนาข้าราชการแบบบูรณาการ” หรือ Comprehensive Plan for Civil Servant Talent Development ที่มุ่งเสริมสร้างทักษะดิจิทัลและความรู้ด้าน AI ควบคู่ไปกับความสามารถในการขับเคลื่อนนโยบายภาครัฐ

จุดเด่นของแนวทางดังกล่าวคือการออกแบบการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับบทบาทหน้าที่และระดับสายอาชีพของบุคลากรแต่ละกลุ่ม

โปรตุเกสและอิตาลีใช้ข้อมูลขับเคลื่อนการพัฒนา

รายงานยังยกตัวอย่างแนวทางของโปรตุเกสและอิตาลีที่ใช้เครื่องมือดิจิทัลในการติดตามและผลักดันความก้าวหน้าของการเปลี่ยนผ่านภาครัฐ

โปรตุเกสใช้แพลตฟอร์มกลางที่ชื่อว่า e-avalia ในการติดตามผลและประเมินประสิทธิภาพของโครงการดิจิทัล ทำให้สามารถมองเห็นภาพรวมของผลสำเร็จและประเด็นที่ต้องปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อิตาลีเปิดเผยข้อมูลความคืบหน้าของโครงการดิจิทัลผ่านแดชบอร์ดสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างความโปร่งใสและกระตุ้นการดำเนินงานของหน่วยงานและบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

การกำกับดูแล AI ยังตามหลังการใช้งาน

รายงานระบุว่า การนำ AI มาใช้ในภาครัฐเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลไกกำกับดูแลและมาตรการป้องกันความเสี่ยงยังพัฒนาไม่ทันความก้าวหน้าของเทคโนโลยี

โดยเฉพาะการประเมินผลกระทบก่อนนำ AI ไปใช้งานจริง ซึ่งยังดำเนินการอย่างเป็นระบบในสัดส่วนที่จำกัด มีเพียง 28% ของประเทศที่มีการประเมินผลกระทบของ AI อย่างเป็นระบบ

บริการภาครัฐยังยึดโครงสร้างหน่วยงานมากกว่าความต้องการประชาชน

OECD ยังพบว่าบริการสาธารณะจำนวนมากยังคงมีลักษณะเป็นการรอรับคำร้องจากประชาชน และถูกออกแบบตามโครงสร้างของหน่วยงานมากกว่าความต้องการของผู้ใช้บริการ

ผลที่เกิดขึ้นคือประชาชนยังต้องเป็นฝ่ายค้นหาข้อมูลและเรียนรู้วิธีเข้าถึงบริการด้วยตนเอง แทนที่ภาครัฐจะสามารถคาดการณ์ความต้องการและเข้าถึงประชาชนได้ก่อน

มากกว่าการฝึกอบรม คือการสร้างระบบพัฒนาคนทั้งวงจร

OECD ระบุว่า กลยุทธ์ด้านบุคลากรดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดหลักสูตรฝึกอบรมหรือเพิ่มจำนวนชั่วโมงเรียนรู้เท่านั้น

องค์ประกอบสำคัญยังรวมถึงการประเมินช่องว่างด้านทักษะอย่างเป็นระบบ การสร้างเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพที่สามารถดึงดูดและรักษาบุคลากรที่มีศักยภาพ รวมถึงการกำหนดสมดุลระหว่างการจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกกับการสร้างความสามารถภายในองค์กร

แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ภาครัฐยังคงมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีที่นำมาใช้งานได้ด้วยตนเอง ไม่พึ่งพาผู้ให้บริการภายนอกมากเกินไป

ภาพรวมของ OECD Digital Government Outlook 2026 สะท้อนว่า รัฐบาลทั่วโลกกำลังพยายามยกระดับจากการสร้างรากฐานดิจิทัล ไปสู่การทำให้เทคโนโลยี ข้อมูล และบริการต่าง ๆ ทำงานร่วมกันเป็นระบบเดียว เพื่อส่งมอบผลลัพธ์ที่จับต้องได้แก่ประชาชน

บทเรียนจากประเทศที่ OECD ยกเป็นตัวอย่างสะท้อนว่า การเปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลไม่ใช่เพียงการลงทุนในระบบเทคโนโลยีหรือโครงสร้างพื้นฐาน แต่ต้องควบคู่ไปกับการลงทุนในคน กระบวนการทำงาน และกลไกการบริหารทรัพยากรบุคคล ในช่วงที่รัฐบาลดิจิทัลกำลังก้าวจากการวางรากฐานสู่การสร้างผลลัพธ์เชิงรูปธรรม ความสามารถของบุคลากรภาครัฐจึงกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้อย่างยั่งยืนเพียงใด

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


รู้ทริคนี้กินหมดจาน! 5 วิธีการทำมะระไม่ให้ขม หวานอร่อย กินง่ายทั้งบ้าน

มะระ (Bitter melon) ถือเป็นผักสมุนไพรชั้นยอดที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายสูงมาก ทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ปรับสมดุลระบบขับถ่าย และช่วยเจริญอาหาร แต่ปัญหาใหญ่ที่ทำให้หลายคน โดยเฉพาะเด็กๆ หรือคนที่ไม่ชอบทานผักต้องส่ายหน้าหนี ก็คือ “รสชาติที่ขมจัด” จนกลืนแทบไม่ลง

แต่รู้หรือไม่ว่า ความขมของมะระนั้นสามารถจัดการได้ด้วยเทคนิคง่ายๆ ก่อนนำไปปรุงอาหาร วันนี้เราได้รวบรวม “วิธีการทำมะระไม่ให้ขม” เคล็ดลับก้นครัวสไตล์โบราณที่ทำตามได้ง่ายๆ มาฝากกัน เพื่อเปลี่ยนมะระขมๆ ให้กลายเป็นจานอร่อย ทานง่าย

5 วิธีการทำมะระไม่ให้ขม ปรุงเมนูไหนก็รอด

1. ขูดแกนกลางและไส้ขาวออกให้หมด

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด จุดที่รวมความขมของมะระไว้มากที่สุดไม่ใช่ที่ผิว แต่คือ “เยื่อสีขาวที่อยู่แกนกลางข้าวด้านใน” และเมล็ดของมัน

  • วิธีทำ: หลังจากหั่นมะระครึ่งซีกแล้ว ให้ใช้ช้อนขูดควักเอาเมล็ดและเยื่อสีขาวๆ ออกจนเห็นเนื้อสีเขียวด้านในอย่างชัดเจน ยิ่งขูดออกได้สะอาดมากเท่าไหร่ ความขมก็จะลดลงไปได้มากเท่านั้นครับ

2. คลุกและแช่ด้วยเกลือ

เกลือคือไอเทมลับที่จะช่วยดึงเอาน้ำรสขมออกจากเนื้อมะระได้อย่างดีเยี่ยม

  • วิธีทำ: นำมะระที่หั่นเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้ว มาคลุกเคล้ากับเกลือป่นให้ทั่ว (ใช้นิ้วคั้นเบาๆ แต่อย่าแรงจนเนื้อช้ำ) ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จนสังเกตเห็นว่ามีน้ำสีเขียวๆ ซึมออกมา จากนั้นให้นำไปล้างออกด้วยน้ำสะอาด 2-3 รอบ แล้วบีบน้ำออกให้แห้งก่อนนำไปปรุงอาหาร

3. ลวกในน้ำเดือดผสมเกลือ

สำหรับเมนูผัด เช่น มะระผัดไข่ หรือต้มจืดที่ไม่อยากให้น้ำซุปขมเกินไป การลวกก่อนช่วยได้เยอะ

  • วิธีทำ: ตั้งน้ำให้เดือดจัด เติมเกลือป่นลงไปเล็กน้อย จากนั้นนำมะระลงไปลวกเร็วๆ ประมาณ 1-2 นาที (พอให้สีเปลี่ยนเป็นสีเขียวสดขึ้น) แล้วรีบตักขึ้นมาน็อกในน้ำเย็นจัดทันที วิธีนี้จะช่วยลดความขมและทำให้เนื้อมะระยังคงความกรอบอร่อย สีสวยน่าทาน

4. ต้มน้ำแรกทิ้ง

หากคุณกำลังจะทำเมนู “ต้มจืดมะระยัดไส้” เคล็ดลับที่จะทำให้น้ำซุปหวานกลมกล่อมไม่ขมคอ คือการเปลี่ยนน้ำต้ม

  • วิธีทำ: ให้นำมะระไปต้มในน้ำเดือดจนเริ่มสุกเล็กน้อย จากนั้นเทน้ำต้มรอบแรกทิ้งไปเลย แล้วจึงค่อยใส่มะระลงไปต้มในหมู่น้ำซุปกระดูกหมูที่เตรียมไว้จริง วิธีนี้จะช่วยไล่ความขมฝาดออกไปกับน้ำแรกเรียบร้อยแล้ว

5. ห้ามคนหม้อขณะต้มเด็ดขาด

เคล็ดลับโบราณที่เชฟหลายคนยังคงใช้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน เพราะการคนหม้อจะทำให้ความขมจากเนื้อมะระกระจายตัวออกมาสู่น้ำซุปมากขึ้น

  • วิธีทำ: เวลาทำต้มจืดมะระ หลังจากใส่มะระลงไปในหม้อน้ำซุปแล้ว ให้เปิดไฟอ่อนๆ ต้มเคี่ยวไปเรื่อยๆ โดย “ห้ามใช้ทัพพีคน” และ “ห้ามปิดฝาหม้อ” เพื่อให้ความขมระเหยไปกับไอน้ำ เนื้อระจะนุ่ม ละมุนลิ้น และน้ำซุปใสใสน่าทาน

ใครที่ไม่ควรกินมะระ

  • คนท้อง-สตรีมีครรภ์ควรระวัง: ไม่ควรรับประทานมะระในปริมาณที่มากเกินไป เพราะสารบางชนิดในมะระอาจมีฤทธิ์กระตุ้นการหดตัวของมดลูกได้
  • ผู้ป่วยเบาหวานที่ทานยาควบคุมน้ำตาล: เนื่องจากมะระมีสรรพคุณเด่นในการลดน้ำตาลในเลือด หากทานร่วมกับยาแผนปัจจุบันในปริมาณมาก อาจทำให้น้ำตาลในเลือดดิ่งต่ำเกินไปจนเกิดอาการหน้ามืดวิงเวียนได้

ทิ้งท้ายการรู้ วิธีการทำมะระไม่ให้ขม จะช่วยให้คุณสนุกกับการสร้างสรรค์เมนูสุขภาพรสชาติเยี่ยมได้หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมะระผัดไข่ หรือต้มจืดมะระยัดไส้กระดูกหมู ลองนำทริคขูดไส้ขาว คลุกเกลือ หรือต้มน้ำแรกทิ้ง ไปปรับใช้ในครัวของคุณดูนะครับ รับรองว่ามะระจานต่อไปของคุณจะหอมนัว ทานง่าย และเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์ต่อร่างกายได้อย่างสะดวกและรวดเร็วแน่นอนครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 18/6/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a66,550.0066,750.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,302.0065,218.3267,550.00
ทองรูปพรรณ 90%3,871.8058,696.49n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,441.6052,174.66n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,935.9029,348.24n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,505.7022,826.41n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,458.0367,583.73n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 18/6/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9540.3540.3540.8540.3540.3540.3540.3540.3540.35
แก๊สโซฮอล์ 9139.9839.9840.4839.9839.9839.9839.9839.9839.98
แก๊สโซฮอล์ E2035.3535.3535.8535.3535.3535.3535.3535.35
แก๊สโซฮอล์ E8531.2931.2931.29
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม50.9953.4449.8450.99
เบนซิน 9549.9453.4150.4450.0949.94
ดีเซล38.8038.8038.8038.8038.8038.8038.8038.8038.80
ดีเซลพรีเมี่ยม54.2554.2549.8454.2554.25
แก๊ส NGV16.6616.66
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า