บิ๊กเฟรเซอร์ส ยันการทูต 14 ปีรัฐบาล ฟื้นเชื่อมั่น ปักธงอสังหาออสซี่ 2 แสนล้าน

- การเดินทางเยือนออสเตรเลียของนายกรัฐมนตรีในรอบ 14 ปี ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการฟื้นความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ
- เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ เผยมูลค่าการลงทุนสะสมในอสังหาริมทรัพย์ของออสเตรเลียตลอด 20 ปีที่ผ่านมา สูงกว่า 200,000 ล้านบาท
- การลงทุนของกลุ่มในออสเตรเลียครอบคลุมกว่า 20 โครงการ โดยเน้นการพัฒนาชุมชนมิกซ์ยูส โรงแรม และคลังสินค้าอุตสาหกรรม
นายปณต สิริวัฒนภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการบริหาร บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น (TCC Group) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวในระหว่างการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีเดินทางเยือนออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ ว่า การร่วมคณะนายกรัฐมนตรีรอบนี้ ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อการสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคธุรกิจ
ทั้งนี้ออสเตรเลียถือเป็นตลาดที่บริษัทมีการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มากที่สุดของกลุ่ม เนื่องจากมีกฎระเบียบที่ชัดเจน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจลงทุนในทุกประเทศ โดยกลุ่มเฟรเซอร์สเข้าไปลงทุนในออสเตรเลียตั้งแต่ปี 2546 ผ่านการสร้างแพลตฟอร์มจากสิงคโปร์ โดยเริ่มต้นในซิดนีย์ก่อนขยายไปเมลเบิร์น
“การที่ผู้นำของทั้งสองประเทศมาเจอกันในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากห่างหายไปนานถึง 14 ปี เชื่อว่าคนไทยยังคงอยากมาทำงานที่นี่ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมบริการ เนื่องจากแรงงานไทยถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพ และควรผลักดันให้ทางออสเตรเลียเปิดรับมากขึ้น ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานระบุว่าจะนำประเด็นนี้ไปหารือ” นายปณต ระบุ
พร้อมระบุว่าทางออสเตรเลียยังต้องการให้ไทยช่วยพิจารณาเรื่องการดึงนักลงทุนออสเตรเลียเข้าไปลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
นายปณต ระบุว่า ในการลงทุนที่ออสเตรเลีย ปัจจุบันบริษัทมีโครงการต่อเนื่องกว่า 20 โครงการ พัฒนาในรูปแบบชุมชนมิกซ์ยูสผ่านการร่วมทุนกับสภาท้องถิ่นทั้งในซิดนีย์และเมลเบิร์น ขณะที่ธุรกิจโรงแรมมีทั้งโรงแรมโนโวเทลที่ดาร์ลิงสแควร์ และโนโวเทลเมลเบิร์น พร้อมแผนขยายแบรนด์อินเตอร์คอนติเนนตัลเพิ่มเติมในอนาคต ซึ่งมูลค่าการลงทุนสะสมของกลุ่มในออสเตรเลียตลอด 20 ปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมมากกว่า 200,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งเงินลงทุนจากตลาดหลักทรัพย์และเงินร่วมทุนกับพันธมิตรท้องถิ่นและพาร์ทเนอร์ภายนอก
“เซกเตอร์ที่เติบโตมากที่สุดคือธุรกิจโกดังสินค้าและคลังสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งลงทุนรวมแล้วกว่า 2 ล้านตารางเมตร ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในซิดนีย์และเมลเบิร์น” นายปณต กล่าว
สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในออสเตรเลียขณะนี้ นายปณต ระบุว่าเป็นอีกหนึ่งวงจรที่มีความท้าทายต่อเนื่องมาจากช่วงหลังโควิด ทั้งด้านต้นทุนการก่อสร้างและแรงงาน แต่ในความท้าทายนั้นย่อมเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นหน้าใหม่ เพราะผู้ที่อยู่มาดั้งเดิมอาจกำลังประสบความลำบาก ขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงมีปัญหาซัพพลายไม่เพียงพอต่อความต้องการอย่างแน่นอน โดยความสัมพันธ์ระหว่างออสเตรเลียกับจีนที่เปลี่ยนไปทำให้สูญเสียตลาดจีนไป แต่การปรับสมดุลให้เกิดความยั่งยืนถือเป็นเรื่องดี
นายปณต ยังกล่าวถึงโครงการที่ยาวที่สุดของกลุ่มว่า โครงการที่ยาวที่สุดตั้งอยู่ทางตอนใต้ของซิดนีย์ภายใต้ชื่อเฟรเซอร์ส ซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมานานถึง 26 ปี โดยเป็นการร่วมทุนกับสภาท้องถิ่นและทยอยเปิดขายเป็นเฟสตามโครงสร้างที่วางแผนไว้ ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์ยังคงเน้นการมองระยะยาวผ่านโครงการพัฒนาชุมชนขนาดใหญ่ที่มีจำนวน 500 ถึง 1,000 ยูนิตต่อโครงการ สะท้อนแนวทางการลงทุนระยะยาวของกลุ่มในตลาดออสเตรเลีย
ส่วนแผนดึงนักลงทุนออสเตรเลียเข้ามาลงทุนในไทย นั้นยอมรับว่า กลุ่มเฟรเซอร์สปรับตัวในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาและเปิดรับที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เช่น ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 4,600 ไร่ แบ่งเป็น 3 เฟส และยังมีที่ดินในจังหวัดชลบุรีที่อยู่ระหว่างศึกษาการร่วมทุนกับหลายราย
นายปณต ระบุว่า นิคมการขนส่งและโลจิสติกส์ของโครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA The Eastern Gateway) ก่อสร้างเสร็จและปล่อยเช่าเต็มหมดแล้ว โดยลูกค้ารายแรกคือผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์รายใหญ่ที่สุดในไทยจากยุโรปอย่างอินฟินิตี้ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์และกลุ่มการผลิตจากทั้งในภูมิภาคและยุโรปเข้ามาลงทุน ซึ่งยังคงมองหานักลงทุนเพิ่มเติมเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ จุดเด่นของโครงการคือทำเลใกล้เมืองและมีระบบสาธารณูปโภคที่สมบูรณ์
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ศุภาลัย โชว์ศักยภาพอสังหาฯออสเตรเลีย เป้าทั้งปี69 แตะ 15,000 ล้านบาท

- ศุภาลัยทำยอดขายครึ่งปีแรกปี 2569 ในออสเตรเลียได้ 9,500 ล้านบาท คิดเป็น 62% ของเป้าหมายทั้งปีที่ตั้งไว้ 15,000 ล้านบาท
- ตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองบริสเบน รัฐควีนส์แลนด์ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยสร้างยอดขายสูงสุดคิดเป็น 43% ของยอดขายทั้งหมดในครึ่งปีแรก
- บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ากว่า 11,000 ล้านบาท และมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายทั้งปีได้ตามแผน
บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสร้างการเติบโตของธุรกิจในประเทศออสเตรเลียอย่างแข็งแกร่ง โดยในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 บริษัทฯ มียอดขาย (Pre-sales) 420 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 9,500 ล้านบาท* คิดเป็น 62% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีที่ 680 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุนและผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามแผน
.ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม Director of Supalai Australia Holdings Pty Ltd กล่าวว่า การที่บริษัทสามารถสร้างยอดขายได้แล้ว 420 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 62% ของเป้าหมายทั้งปี ภายในระยะเวลาเพียง 6 เดือนแรก ตอกย้ำศักยภาพของศุภาลัยในการคัดเลือกโอกาสการลงทุน และบริษัทผู้บริหารโครงการที่มีคุณภาพ และสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ให้ความสำคัญกับการลงทุนในเมืองที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง
โดยบริษัทฯ มุ่งสร้างพอร์ตโครงการที่สมดุล (Balanced Portfolio) ผ่านการเลือกลงทุนในทำเลที่มีความต้องการซื้อจริง (Real Demand) และกระจายการลงทุนในหลายรัฐ เพื่อรองรับความแตกต่างของสภาวะตลาดในแต่ละเมือง โดยให้ความสำคัญกับการลงทุนในเมืองที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ทั้งการเติบโตของประชากร การจ้างงาน และอุปทานที่อยู่อาศัยที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ดร.ประศาสน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองบริสเบน (Brisbane) รัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) ถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตธุรกิจของบริษัทฯ ในออสเตรเลีย โดยในช่วงครึ่งปีแรก สามารถสร้างยอดขายได้คิดเป็น 43% ของยอดขายทั้งหมด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุด จากความต้องการซื้อที่ยังแข็งแกร่ง
ขณะที่อุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดในระดับจำกัด ส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยในเมืองเมลเบิร์น (Melbourne) รัฐวิกตอเรีย (Victoria) แม้จะยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว บริษัทฯ ยังคงเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ โดยในปี 2569 สามารถปิดการขายได้แล้ว 2 โครงการ
ได้แก่ Arcadia Officer และ Brunswick Yard มูลค่าโครงการรวมกว่า 190 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 4,280 ล้านบาท(ทั้งสองโครงการได้ทยอยขายและโอนกรรมสิทธิ์มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยมูลค่าดังกล่าวเป็นมูลค่ารวมตลอดระยะเวลาการพัฒนาโครงการ มิใช่ยอดขายหรือรายได้ที่เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569) สะท้อนว่าการเลือกทำเลและการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ยังคงสร้างผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งได้แม้อยู่ในตลาดที่มีความท้าทาย
ยอดขายปี 2569 มูลค่า15,000 ล้านบาท ตามแผน
นอกจากนี้ บริษัทฯ มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569) รวม 489 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 11,000 ล้านบาท โดยกว่าครึ่งของยอดดังกล่าวจะมาจากโครงการในรัฐควีนส์แลนด์ (Queensland) สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของพอร์ตโครงการ และช่วยสนับสนุนผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ในช่วงครึ่งปีหลังอย่างต่อเนื่อง
ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรก ประกอบกับยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่อยู่ในระดับแข็งแกร่ง บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายปี 2569 ที่ 680 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 15,000 ล้านบาท ได้ตามแผน พร้อมเดินหน้าขยายการลงทุนในทำเลที่มีศักยภาพ และสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพ เพื่อให้ธุรกิจในออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตในระยะยาวของศุภาลัย

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทวันนี้ 20 ส.ค.69 เงินบาทเปิด 32.87 บาท แข็งค่าทะลุ 33 บาท

- เงินบาทเปิดตลาดวันที่ 20 ส.ค. 69 ที่ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจนทะลุแนวรับสำคัญที่ 33.00 บาท
- ปัจจัยหลักที่หนุนให้เงินบาทแข็งค่ามาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์, การปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และราคาทองคำที่พุ่งสูงขึ้น
- มีการคาดการณ์ว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีสถานการณ์ในตะวันออกกลางเป็นปัจจัยจำกัดการแข็งค่า
กรุงไทย GLOBAL MARKETS ชี้เงินบาทมีโอกาสแข็งค่าต่อในกรอบ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์ หลังดอลลาร์อ่อน บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ร่วง และทองคำพุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยจำกัดการแข็งค่า แนะจับตาข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทาง Fed
บาทแข็งทะลุ 33 บาท รับดอลลาร์อ่อน-ทองพุ่ง
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่ระดับ 32.87 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากระดับปิดวันก่อนที่ 33.04 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าเร็วกว่าที่ประเมิน และทะลุแนวรับสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนทดสอบระดับ 32.85 บาทต่อดอลลาร์
ปัจจัยหนุนหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ หลังบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ปรับตัวลงทันทีที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว หรือ Bond Buyback Operation จาก 2,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 4,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 9 กันยายนถึง 4 พฤศจิกายน 2569
ตลาดมองว่าการเพิ่มวงเงินดังกล่าวสะท้อนความพยายามของทางการสหรัฐฯ ในการเพิ่มสภาพคล่องให้ตลาดพันธบัตรระยะยาว หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง และเป็นสัญญาณว่าทางการพร้อมเข้าดูแลหากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรง
นอกจากนี้ เงินบาทยังได้แรงหนุนจาก **ราคาทองคำที่พุ่งทะลุ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์** ประกอบกับการทะลุแนวรับ 33 บาทต่อดอลลาร์ อาจทำให้ผู้เล่นที่ถือสถานะ Short THB หรือคาดเงินบาทอ่อนค่า ต้องทยอยปิดสถานะ ซึ่งยิ่งเพิ่มแรงซื้อเงินบาทในตลาด
บอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ร่วง ดอลลาร์อ่อน
ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ ตอบรับข่าวการเพิ่มวงเงินซื้อคืนพันธบัตร โดยบอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับตัวลงมาอยู่ที่ 4.65% ขณะที่กรุงไทย GLOBAL MARKETS ยังคงมุมมองว่า นักลงทุนสามารถทยอยสะสมพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ และไทยได้ เนื่องจากประเมินว่า Fed มีโอกาสคงดอกเบี้ยตลอดปี 2569 ก่อนทยอยลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2570
ด้านธนาคารแห่งประเทศไทยมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า ขณะที่ระดับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ในปัจจุบันยังอยู่ในระดับสูงและสามารถรองรับความเสี่ยงกรณี Fed กลับมาขึ้นดอกเบี้ยได้
ฝั่งตลาดเงิน ดัชนีดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 98.8 จุด ขณะที่เงินเยนแข็งค่าขึ้นตามส่วนต่างบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ และญี่ปุ่นที่แคบลง ส่วนราคาทองคำ COMEX ส่งมอบเดือนธันวาคม 2569 พุ่งขึ้นแตะ 4,570 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากแรงหนุนของดอลลาร์อ่อนและบอนด์ยีลด์ลดลง แม้มีแรงขายทำกำไรเข้ามาสกัดการปรับขึ้น
หุ้นโลกยังระวังตะวันออกกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงหนุนจากบอนด์ยีลด์ที่ลดลง รวมถึงหุ้นกลุ่ม Healthcare หลังผลการทดลองวัคซีนมะเร็งแบบ mRNA ของ Moderna และ Merck ออกมาเป็นบวก ส่งผลให้ Dow Jones เพิ่มขึ้น 0.22% S&P500 เพิ่มขึ้น 0.21% และ Nasdaq เพิ่มขึ้น 0.16%
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังไม่กล้าเปิดรับความเสี่ยงเต็มที่ เนื่องจากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังร้อนแรงและส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ตลาดหุ้นยุโรป STOXX600 ลดลง 0.11% ถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่ม AI และ Semiconductor โดยเฉพาะ ASML ที่ลดลง 2.2%
จับตาข้อมูลสหรัฐฯ-จีน-ญี่ปุ่น
สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า ตลาดจะรอข้อมูลภาวะภาคธุรกิจจากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขาฟิลาเดลเฟีย รวมถึงยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของ Fed
ด้านเอเชีย ตลาดคาดว่าธนาคารกลางจีน หรือ PBOC จะคงอัตราดอกเบี้ย Loan Prime Rate (LPR) 1 ปีที่ 3.00% และ 5 ปีที่ 3.50% ขณะที่วันศุกร์จะติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ CPI ญี่ปุ่นเดือนกรกฎาคม เพื่อประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายของ BOJ
บาทเสี่ยง Two-way จับตาแนวรับ 32.85 บาท
สำหรับแนวโน้มเงินบาทในระยะสั้น กรุงไทย GLOBAL MARKETS มองว่าเงินบาทยังมีความเสี่ยง Two-way risk โดยขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงมุมมองของตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย Fed ซึ่งจะขึ้นกับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง
แม้เงินบาทจะแข็งค่าทะลุ 33 บาทต่อดอลลาร์ แต่การแข็งค่าอาจเริ่มชะลอลงบริเวณ 32.85 บาทต่อดอลลาร์ หากสถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่ผู้นำเข้าอาจทยอยเข้าซื้อดอลลาร์บริเวณแนวรับเพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้เงินบาทอาจเคลื่อนไหว Sideways มากกว่าจะแข็งค่าต่อเนื่อง
ในทางกลับกัน หากเงินบาทอ่อนค่าลง ระดับ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ มีโอกาสเปลี่ยนเป็นแนวต้าน หลังผู้ส่งออกอาจทยอยขายดอลลาร์เร็วขึ้น จากเดิมที่รอระดับ 33.20-33.30 บาท และ 33.50 บาทต่อดอลลาร์
ทั้งนี้ หากเงินบาทสามารถยืนแข็งค่าทะลุ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ได้อย่างชัดเจนในกรอบรายสัปดาห์ จะเป็นสัญญาณว่าบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าอีกครั้ง
กรอบเงินบาท 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดอยู่ที่ 32.75-33.00 บาทต่อดอลลาร์
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ชี้ 4 ตัวเต็งบอลน่าเชียร์ 20 ส.ค. 69 : ทีเด็ดบอลวันนี้ อาแจ็กซ์-เรนเจอร์ส จัดเต็ม!

ทีเด็ดบอลวันนี้ 20 สิงหาคม 2569 คัด 4 คู่เด่นจากศึกยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบเพลย์ออฟ นำโดย อาแจ็กซ์ บุกเยือน ซิยง, เกนท์ เปิดบ้านพบ ฮิเบอร์เนียน ขณะที่ ราปิด เวียนนา ฟอร์มกำลังโดดเด่น ส่วน เรนเจอร์ส ได้เปรียบจากการเล่นในถิ่น
ซิยง พบ อาแจ็กซ์
อาแจ็กซ์ โชว์ฟอร์มโดดเด่นด้วยการยิงไปแล้ว 13 ประตูจาก 4 นัดในคอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือก ยักษ์ใหญ่จากเนเธอร์แลนด์มีคุณภาพโดยรวมเหนือกว่า ขณะที่ ซิยง ต้องออกแรงไม่น้อยกว่าจะผ่าน โนอาห์ มาได้ นัดนี้จึงถือเป็นงานหนักของทีมจากสวิตเซอร์แลนด์
ทรรศนะ : อาแจ็กซ์ เหนือกว่าชัดเจน
เกนท์ พบ ฮิเบอร์เนียน
ฮิเบอร์เนียน เคยแพ้ มาลิเชว่า 0-2 ในเกมเยือนคอนเฟอเรนซ์ ลีก นัดแรก คราวนี้ต้องเจองานยากในการดวลกับ เกนท์ ที่มีเกมรับเหนียวแน่น เสียเพียง 2 ประตูจาก 6 นัด เจ้าบ้านยังไม่แพ้ใครและมีความพร้อมมากกว่า
ทรรศนะ : เกนท์ ฟอร์มชัวร์กว่า
ฮาร์ตส์ พบ ราปิด เวียนนา
ฮาร์ตส์ อยู่ในช่วงปรับรูปแบบการเล่นภายใต้กุนซือใหม่ และมีปัญหานักเตะบาดเจ็บในเกมรับ ส่วน ราปิด เวียนนา กำลังอยู่ในฟอร์มร้อนแรง หลังชนะรวด 8 นัด ยิงไป 29 ประตู และเสียเพียง 5 ประตูเท่านั้น
ทรรศนะ : ราปิด เวียนนา มีลุ้นบุกเบียดชนะ
เรนเจอร์ส พบ ยาโบลเนช
เรนเจอร์ส เริ่มเรียกฟอร์มเก่งกลับมาได้จากชัยชนะ 5-1 เหนือ เซนต์ เมียร์เรน เกมนี้ได้กลับมาเล่นในถิ่นไอบร็อกซ์ รับมือ ยาโบลเนช ทีมอันดับ 5 จากลีกเช็กที่ศักยภาพโดยรวมเป็นรอง
ทรรศนะ : เรนเจอร์ส ความมั่นใจกลับมาแล้ว
ขอบคุณข้อมูลจาก siamsport.co.th
“หัวใจวาย” กับ “ไหลตาย” เหมือนหรือต่างกันอย่างไร? พร้อมวิธีสังเกตอาการเบื้องต้น

คำว่า “หัวใจวาย” และ “ไหลตาย” มักถูกนำมาใช้ปะปนกัน โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวคนเสียชีวิตกะทันหันขณะนอนหลับ
แต่ในทางการแพทย์ทั้งสองภาวะ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน และมีสาเหตุรวมถึงลักษณะการเกิดที่แตกต่างกัน การทำความเข้าใจความแตกต่างจึงมีความสำคัญ เพราะบางกรณีการสังเกตอาการและให้ความช่วยเหลืออย่างรวดเร็วอาจช่วยชีวิตได้
หัวใจวาย คืออะไร?
“หัวใจวาย” ในภาษาทั่วไปมักหมายถึง ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) ซึ่งเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจลดลงหรือถูกอุดกั้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนและเริ่มได้รับความเสียหาย โดยภาวะนี้แตกต่างจาก “หัวใจหยุดเต้น” ซึ่งเป็นภาวะที่หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ
สถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์ ระบุว่า ภาวะหัวใจกำเริบเฉียบพลันอาจมีหลายสาเหตุ โดยหนึ่งในสาเหตุสำคัญคือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน และหากอาการรุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดทำงานกะทันหันได้
“ไหลตาย” คืออะไร?
“ไหลตาย” เป็นคำที่ใช้ในประเทศไทยสำหรับการเสียชีวิตอย่างกะทันหัน ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Sudden Unexplained Nocturnal Death Syndrome (SUNDS) หรือ Sudden Unexpected Death Syndrome (SUDS)
โดยเฉพาะกรณีที่เกิดขึ้นขณะหลับ ในทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับ ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตฉับพลัน สาเหตุหนึ่งที่สำคัญคือโรคทางพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจ เช่น Brugada syndrome
กระทรวงสาธารณสุขระบุว่า Brugada syndrome เป็นหนึ่งในโรคพันธุกรรมของระบบไฟฟ้าหัวใจที่สามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องล่างเต้นผิดจังหวะรุนแรงและเสียชีวิตขณะนอนหลับได้ นอกจากนี้ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอย่างรุนแรงก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงได้เช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกกรณีของการเสียชีวิตขณะหลับจะเกิดจาก Brugada syndrome ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปสาเหตุจากลักษณะการเสียชีวิตเพียงอย่างเดียว
หัวใจวาย กับ ไหลตาย ต่างกันอย่างไร?
| ประเด็น | หัวใจวาย | ไหลตาย |
|---|---|---|
| กลไกหลัก | เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่เพียงพอหรือหลอดเลือดหัวใจอุดตัน | หัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงจนสูญเสียความสามารถในการสูบฉีดเลือด |
| อาการก่อนเกิดเหตุ | มักมีอาการเตือน เช่น เจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม เหงื่อออก คลื่นไส้ หรืออ่อนเพลีย | บางรายอาจไม่มีอาการเตือน และอาจหมดสติหรือเสียชีวิตอย่างกะทันหัน |
| เกิดขณะนอนหลับได้หรือไม่ | เกิดได้ | พบได้ โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะบางชนิด |
| เกี่ยวข้องกันหรือไม่ | หัวใจวายสามารถกระตุ้นให้เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรงและนำไปสู่หัวใจหยุดเต้นได้ | ไม่จำเป็นต้องเกิดจากหัวใจวาย แต่อาจเกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจหรือสาเหตุอื่น |
American Heart Association อธิบายว่า Heart Attack กับ Cardiac Arrest เป็นคนละภาวะ โดย Heart Attack เป็นปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ส่วน Cardiac Arrest เป็นปัญหาทางไฟฟ้าที่ทำให้หัวใจหยุดสูบฉีดเลือดอย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม หัวใจวายสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้
สังเกตอาการ “หัวใจวาย” เบื้องต้นอย่างไร?
อาการที่ควรระวัง ได้แก่
- เจ็บ แน่น หรือรู้สึกไม่สบายบริเวณกลางหน้าอก โดยอาจเป็นอยู่นานหรือกลับมาเป็นซ้ำ
- เจ็บหรือแน่นร้าวไปยังแขน ไหล่ หลัง คอ ขากรรไกร หรือบริเวณท้องส่วนบน
- หายใจไม่อิ่มหรือหายใจลำบาก
- เหงื่อออกมากผิดปกติ
- คลื่นไส้หรืออาเจียน
- เวียนศีรษะ อ่อนแรง หรือรู้สึกจะเป็นลม
- อ่อนเพลียผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเกิดร่วมกับอาการอื่น
อาการของหัวใจวายไม่ได้จำเป็นต้องรุนแรงหรือชัดเจนเสมอไป และบางคนอาจมีอาการแตกต่างกัน ดังนั้นหากสงสัยว่าเป็นภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ไม่ควรรอดูอาการเอง แต่ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะการรักษาที่รวดเร็วมีความสำคัญต่อการลดความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ
แล้ว “ไหลตาย” สังเกตอาการล่วงหน้าได้หรือไม่?
ประเด็นนี้แตกต่างจากหัวใจวาย เพราะ ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันอาจเกิดขึ้นโดยไม่มีสัญญาณเตือน ผู้ที่เกิดเหตุอาจหมดสติทันที ไม่ตอบสนอง และหยุดหายใจหรือมีเพียงการหายใจเฮือกๆ
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มีความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจบางชนิดอาจมีอาการเตือน เช่น ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม หรือมีประวัติชักโดยไม่ทราบสาเหตุ ขณะที่บางคนไม่แสดงอาการใดๆก่อนเกิดเหตุเลย
กรมการแพทย์แนะนำให้ใส่ใจเป็นพิเศษหากครอบครัวมีประวัติญาติสายตรงเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุตั้งแต่อายุน้อย รวมถึงผู้ที่มีอาการผิดปกติขณะนอนหลับ เช่น กรนเสียงดัง สะดุ้งตื่น หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ เพราะอาจเป็นปัจจัยที่ควรได้รับการประเมินทางการแพทย์
ถ้าพบคนหมดสติและสงสัยหัวใจหยุดเต้น ต้องทำอย่างไร?
หากพบคนหมดสติ ไม่ตอบสนองและไม่หายใจตามปกติ ให้ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน ควรรีบขอความช่วยเหลือจากคนรอบข้างและติดต่อบริการฉุกเฉิน จากนั้นเริ่มทำ CPR โดยการกดหน้าอกอย่างต่อเนื่อง และใช้เครื่อง AED หากมีและสามารถใช้งานได้
Mayo Clinic ระบุว่า เมื่อเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น การทำ CPR และการใช้เครื่อง AED อย่างรวดเร็วสามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้ โดยหากผู้ช่วยเหลือไม่ได้รับการฝึก CPR มาก่อน อย่างน้อยควรเริ่มกดหน้าอกอย่างต่อเนื่องจนกว่าทีมฉุกเฉินจะมาถึงหรือมี AED พร้อมใช้งาน
ใครควรตรวจสุขภาพหัวใจเป็นพิเศษ?
ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเสียชีวิตกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่เคยเป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ มีอาการใจสั่นผิดปกติ หรือมีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเสี่ยง โดยแพทย์อาจพิจารณาตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) และการตรวจอื่นๆ ตามอาการและประวัติของแต่ละคน
หัวใจวายกับไหลตายไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
หัวใจวาย โดยทั่วไปหมายถึงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากปัญหาการไหลเวียนเลือด ส่วน ไหลตาย มักเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตฉับพลันจากภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะรุนแรง โดยเฉพาะความผิดปกติของระบบไฟฟ้าหัวใจบางชนิด ทั้งสองภาวะจึงแตกต่างกัน แต่หัวใจวายสามารถนำไปสู่ภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือ หากมีอาการเจ็บหรือแน่นหน้าอก หายใจลำบาก ใจสั่น หน้ามืด หรือเป็นลมอย่างผิดปกติ อย่ารอให้อาการหายเอง ควรได้รับการประเมินจากแพทย์โดยเร็ว และหากพบผู้หมดสติไม่หายใจตามปกติ ต้องรีบขอความช่วยเหลือและเริ่ม CPR/AED ทันที เพราะในภาวะหัวใจหยุดเต้น ทุกนาทีมีความสำคัญ
แหล่งอ้างอิง
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – ข้อมูลภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลันและกลุ่มเสี่ยง
- กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข – แนวทางช่วยเหลือผู้เกิดภาวะหัวใจหยุดทำงานกะทันหัน
- คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อมูลโรคไหลตายและความผิดปกติของจังหวะหัวใจ
- American Heart Association – Cardiac Arrest vs. Heart Attack
- Mayo Clinic – Sudden Cardiac Arrest: Symptoms and Causes
- NHS – Brugada Syndrome
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อให้ความรู้เบื้องต้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้ หากมีอาการที่สงสัยภาวะหัวใจฉุกเฉิน ควรรีบขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
AWS ดึงพลัง AI พลิกธุรกิจสื่อ ดันคอนเทนต์สร้างรายได้เรียลไทม์

- AI ช่วยให้ระบบเข้าใจความหมายในวิดีโอ ทำให้สามารถค้นหาคอนเทนต์ด้วยภาษาทั่วไปและปรับรูปแบบให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์มโดยอัตโนมัติ
- เปลี่ยนวัตถุที่ปรากฏในวิดีโอให้เป็น ‘Shoppable Content’ สร้างโอกาสทางธุรกิจและรายได้ใหม่จากคลังคอนเทนต์เดิมได้แบบเรียลไทม์
- ลดขั้นตอนและต้นทุนในการขยายคอนเทนต์สู่ตลาดโลกผ่านการแปลและพากย์เสียงอัตโนมัติ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานหลังบ้าน เช่น การวางแผนโฆษณา และการแก้ปัญหาระบบ OTT
กีฬาเปลี่ยนจาก “ดูเกม” สู่ประสบการณ์ข้อมูลเรียลไทม์
หนึ่งในพื้นที่ที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนคืออุตสาหกรรมกีฬา ซึ่ง AI และข้อมูลแบบเรียลไทม์ถูกนำมาใช้เพิ่มมิติของการรับชมมากขึ้น
Formula 1 รถแข่งแต่ละคันติดตั้งเซ็นเซอร์ประมาณ 300 ตัว
ในการแข่งขัน Formula 1 รถแข่งแต่ละคันติดตั้งเซ็นเซอร์ประมาณ 300 ตัว และสามารถสร้างข้อมูล Telemetry มากกว่า 1.1 ล้าน Data Points ต่อวินาที ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลการแข่งขัน เพื่อสร้างข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจสถานการณ์ กลยุทธ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามได้มากกว่าการรับชมภาพการแข่งขันเพียงอย่างเดียว
ขณะเดียวกัน AWS Elemental Inference ยังสามารถใช้ AI วิเคราะห์และปรับเฟรมวิดีโอจากแนวนอนเป็นแนวตั้งโดยอัตโนมัติ เพื่อรองรับพฤติกรรมการรับชมผ่านสมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์มวิดีโอสั้น โดยสามารถเชื่อมต่อกับกระบวนการผลิตวิดีโอเดิม และลดความจำเป็นที่ผู้ใช้งานต้องมีความเชี่ยวชาญด้าน AI โดยตรง
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า ในอนาคตการผลิตคอนเทนต์อาจไม่ได้อยู่บนแนวคิด “หนึ่งวิดีโอสำหรับทุกแพลตฟอร์ม” อีกต่อไป แต่ระบบสามารถนำวิดีโอต้นฉบับมาปรับสัดส่วนหรือรูปแบบให้เหมาะกับช่องทางและพฤติกรรมของผู้ชมแต่ละกลุ่มได้อัตโนมัติมากขึ้น
AI เข้าใจ “ความหมาย” ในวิดีโอ ค้นคลิปได้โดยไม่ต้องรู้ชื่อไฟล์
อีกจุดเปลี่ยนสำคัญคือการใช้ Semantic Analysis และ Multimodal AI ทำให้ระบบสามารถเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นภายในวิดีโอ ทั้งภาพ เสียง ข้อความ และบริบทของเหตุการณ์ แทนการค้นหาจากชื่อไฟล์หรือ Metadata เพียงอย่างเดียว
AWS ทำงานร่วมกับ TwelveLabs บริษัทเทคโนโลยี AI ด้านวิดีโอ โดยนำ Multimodal Foundation Models และ Video Understanding Models มาใช้วิเคราะห์วิดีโอ ทำให้สามารถค้นหาคอนเทนต์จากคลังข้อมูลขนาดใหญ่ สร้าง Metadata สรุปเนื้อหา และสร้างไฮไลต์ได้อัตโนมัติ
ผู้ใช้งานสามารถค้นหาคลิปด้วยภาษาธรรมชาติ เช่น อธิบายเหตุการณ์ สิ่งของ บุคคล หรือบริบทที่ต้องการค้นหา และระบบสามารถระบุ Time Code หรือช่วงเวลาที่สอดคล้องกับคำค้นได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดเวลาที่บุคลากรต้องไล่เปิดวิดีโอจำนวนมากเพื่อค้นหาภาพที่ต้องการ
ความสามารถเดียวกันยังสามารถนำไปช่วยคัดกรองเนื้อหาด้าน Compliance โดยกำหนดเงื่อนไขหรือแนวทางให้ AI ช่วยตรวจหาและระบุช่วงที่อาจต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ซึ่งมีความสำคัญต่อธุรกิจสื่อในเอเชียแปซิฟิกที่แต่ละประเทศมีข้อกำหนดและมาตรฐานด้านเนื้อหาแตกต่างกัน
AI ในกรณีนี้จึงไม่ได้เข้ามาแทนกระบวนการตรวจสอบทั้งหมด แต่ช่วยลดภาระในการตรวจวิดีโอจำนวนมาก และทำให้ทีมงานสามารถมุ่งตรวจสอบเฉพาะจุดที่มีความเสี่ยงได้เร็วขึ้น
เปลี่ยนสิ่งของในวิดีโอเป็น “จุดขายสินค้า”
AI ยังทำให้เส้นแบ่งระหว่างคอนเทนต์กับอีคอมเมิร์ซบางลง โดยระบบสามารถวิเคราะห์สินค้าและวัตถุที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอ ก่อนเชื่อมโยงข้อมูลไปยังระบบอีคอมเมิร์ซหรือช่องทางซื้อสินค้า
ตัวอย่างเช่น หากรายการทำอาหารมีเครื่องครัวหรือสินค้าบางประเภทปรากฏอยู่บนหน้าจอ ระบบสามารถระบุสิ่งของดังกล่าวและสร้างจุดเชื่อมต่อไปยังข้อมูลสินค้า เพื่อเปิดทางให้ผู้ชมเลือกดูหรือซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องได้ในช่วงเวลาที่กำลังรับชม
โมเดลนี้เปิดทางให้เจ้าของคอนเทนต์ต่อยอดรายได้ผ่าน Shoppable Content หรือ Affiliate Commerce โดยเชื่อมช่วงเวลาที่สินค้าอยู่บนหน้าจอกับช่องทางการซื้อสินค้า
ในมุมธุรกิจจึงหมายความว่า คลังวิดีโอเดิมที่มีอยู่จำนวนมากอาจไม่ได้มีมูลค่าเฉพาะจากยอดรับชมอีกต่อไป แต่สามารถนำกลับมาวิเคราะห์ใหม่ เพื่อค้นหาสินค้า แบรนด์ หรือบริบทเชิงพาณิชย์ที่สามารถต่อยอดเป็นรายได้เพิ่มเติมได้
AI แปล-พากย์คอนเทนต์ ลดกำแพงการเข้าสู่ตลาดต่างประเทศ
ด้านการขยายคอนเทนต์สู่ตลาดต่างประเทศ AI กำลังเข้ามาช่วยลดเวลาและต้นทุนในกระบวนการ Localization ตั้งแต่การถอดเสียง การสร้าง Subtitle การแปลภาษา ไปจนถึงการพากย์เสียง
อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของ AI แต่ละโมเดลอาจแตกต่างกันตามภาษา ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย จีน ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ผู้ให้บริการจึงสามารถเลือกโมเดลที่เหมาะกับภาษาและตลาดแต่ละแห่ง แทนการพึ่งพาโมเดลเดียวสำหรับทุกภาษา
เทคโนโลยีจาก AWS และพันธมิตรยังสามารถต่อยอดไปสู่ AI Dubbing และ Voice Cloning เพื่อรักษาลักษณะเสียง โทน และอารมณ์ของต้นฉบับในเวอร์ชันภาษาอื่นได้ใกล้เคียงมากขึ้น ขณะที่ AI สามารถช่วยวิเคราะห์บริบทและอารมณ์ของบทสนทนา เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการสร้างเสียงพากย์
หากความแม่นยำของเทคโนโลยีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จะช่วยให้เจ้าของคอนเทนต์สามารถนำผลงานหนึ่งชิ้นกระจายไปยังหลายประเทศได้เร็วขึ้น และลดข้อจำกัดด้านต้นทุนที่ในอดีตทำให้การพากย์หรือ Localization ทำได้เฉพาะคอนเทนต์บางประเภท
AI Agent ลดเวลาหาสาเหตุปัญหาระบบ OTT
AI ไม่ได้เข้ามาเปลี่ยนเฉพาะสิ่งที่ผู้ชมเห็นบนหน้าจอ แต่กำลังถูกนำไปใช้กับระบบหลังบ้านของผู้ให้บริการ OTT และ Streaming Platform ด้วย
AI Agent สามารถช่วยวิเคราะห์ Log ข้อมูลประสิทธิภาพ และสัญญาณความผิดปกติจากหลายระบบ เพื่อค้นหา Root Cause เมื่อเกิดปัญหาในการให้บริการ
จากกระบวนการเดิมที่ทีมเทคนิคอาจต้องเปิดข้อมูลจากหลายแหล่งและใช้เวลาระดับนาทีหรือชั่วโมงในการค้นหาต้นเหตุ เทคโนโลยี AI Agent สามารถช่วยย่นระยะเวลาในการวิเคราะห์บางขั้นตอนลงเหลือระดับไม่กี่วินาที
สำหรับธุรกิจ OTT ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ความเร็วในการค้นหาสาเหตุของปัญหามีผลโดยตรงต่อประสบการณ์ผู้ชม เพราะทุกนาทีที่ระบบมีปัญหาอาจหมายถึงผู้ใช้งานที่รับชมไม่ได้ รวมถึงความเสี่ยงต่อรายได้และความเชื่อมั่นต่อแพลตฟอร์ม
AI Agent เขย่างานโฆษณา จากหลายขั้นตอนสู่ระดับนาที
อีกธุรกิจที่ AI Agent เริ่มเข้ามาเปลี่ยนวิธีทำงานคือการขายและวางแผนโฆษณา โดยระบบสามารถเชื่อมต่อข้อมูลจาก Knowledge Base เอกสาร ข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงผลการทำแคมเปญในอดีต เพื่อช่วยจัดทำข้อเสนอและวิเคราะห์แผนสื่อได้รวดเร็วขึ้น
กระบวนการที่ในอดีตต้องประสานงานระหว่างหลายฝ่าย ตั้งแต่ทีมขาย ทีมวางแผนสื่อ ทีมข้อมูล และทีมกลยุทธ์ สามารถใช้ AI Agent เข้ามาช่วยลดขั้นตอนบางส่วน และสร้างข้อเสนอเบื้องต้นภายในระดับนาที ก่อนส่งให้ทีมงานตรวจสอบและตัดสินใจ
ในตัวอย่างการสาธิตการวางแผนแคมเปญสินค้าพรีเมียม มีการใช้ AI Agent หลายรูปแบบ เช่น Media Planner สำหรับวางแผนสื่อ Audience Strategist สำหรับวิเคราะห์และกำหนดกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงระบบช่วยเลือก Ad Format ที่เหมาะสม
ระบบสามารถนำข้อมูลประสิทธิภาพในอดีตมาวิเคราะห์ เพื่อช่วยประเมินต้นทุน คาดการณ์ Reach ในแต่ละตลาด และเลือกช่องทางโฆษณาที่เหมาะสม ก่อนจัดทำเป็นข้อเสนอให้ทีมงานนำไปพิจารณาต่อ
บทบาทของมนุษย์จึงไม่ได้หายไป แต่เปลี่ยนจากการใช้เวลารวบรวมข้อมูลและจัดทำเอกสารจำนวนมาก ไปสู่การตรวจสอบ วิเคราะห์ และตัดสินใจบนข้อมูลที่ AI เตรียมไว้ให้
จาก “ผลิตวิดีโอ” สู่ “ระบบสร้างมูลค่าอัตโนมัติ”
ทิศทางของ AI ในธุรกิจสื่อจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การช่วยสร้างภาพ เขียนข้อความ หรือตัดต่อวิดีโอ แต่กำลังขยายไปสู่การทำความเข้าใจเนื้อหา ค้นหาข้อมูลจากคลังวิดีโอ ปรับรูปแบบให้เหมาะกับแต่ละแพลตฟอร์ม แปลและพากย์หลายภาษา ตรวจสอบระบบ วางแผนโฆษณา ตลอดจนค้นหาโอกาสสร้างรายได้จากคอนเทนต์ที่มีอยู่
สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจึงเป็นการเปลี่ยนบทบาทของ “วิดีโอ” จากไฟล์คอนเทนต์ที่รอให้ผู้ชมกดดู ไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัลที่ AI สามารถอ่านความหมาย วิเคราะห์บริบท ปรับรูปแบบ กระจายไปยังหลายตลาด และเชื่อมต่อกับโอกาสทางธุรกิจได้ตลอดวงจร
สำหรับผู้ประกอบการสื่อ OTT กีฬา และแพลตฟอร์มวิดีโอ การแข่งขันในระยะต่อไปจึงอาจไม่ได้วัดเพียงว่าใครผลิตคอนเทนต์ได้มากกว่า แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครสามารถใช้ AI ดึง “มูลค่า” ออกจากคอนเทนต์ที่มีอยู่ได้เร็ว แม่นยำ และนำไปต่อยอดเป็นรายได้ได้มากกว่ากัน
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับน้ำท่วม

คำศัพท์ภาษาอังกฤษเกี่ยวกับน้ำท่วม
| คำศัพท์ | ความหมาย |
| Inundation | น้ำท่วม, อุทกภัย, การไหลบ่า |
| Deluge | อุทกภัย, น้ำท่วมหนัก, ฝนตกหนัก |
| Flood | น้ำท่วม, อุทกภัย |
| Flashflood | น้ำท่วมฉับพลัน |
| Huge flood | น้ำท่วมอย่างหนัก |
| Serious flood | น้ำท่วมอย่างรุนแรง |
| Great flood | น้ำท่วมครั้งใหญ่ |
| Flood damage | ความเสียหายจากน้ำท่วม |
| Overflow | เอ่อล้นออกมา |
| Waterway | เส้นทางน้ำ |
| Current | กระแสน้ำ |
| Rushing torrent | กระแสน้ำเชี่ยว |
| Downstream | ตามกระแสน้ำ |
| Divert | เบี่ยงเส้นทาง, เบนเส้นทาง |
| Submerge | จมอยู่ใต้น้ำ |
| Wade | ลุยน้ำ |
| Float | ลอย, ลอยตามน้ำ |
| Knee deep | ลึกเท่าเข่า |
| Waist deep | ลึกถึงเอว |
| Irrigation | การชลประทาน |
| Sea level | ระดับน้ำทะเล |
| Forecast | การพยากรณ์ |
| Prevention | การป้องกัน |
| Alert | การเตือนภัย |
| Warning | คำเตือน |
| Brace for | เตรียมรับมือ |
| Barrier | สิ่งกีดขวาง, สิ่งที่ใช้กั้นน้ำ |
| Sandbag | กระสอบทราย |
| Dyke | เขื่อนกั้นน้ำ |
| Embankment | เขื่อน, มูลดิน, ทำนบ, ตลิ่ง |
| Flood-wall | กำแพงกั้นน้ำ |
| Subside | ลดลง, บรรเทาลง |
| Discharge | ปล่อยออก, ระบายออก |
| Damage | ความเสียหาย, ทำความเสียหาย |
| Disaster | ความหายนะ, ภัยพิบัติ |
| Crisis | วิกฤต |
| Landslide | แผ่นดินถล่ม |
| Mudslide | โคลนถล่ม |
| Victim | ผู้ประสบภัย, ผู้รับเคราะห์ |
| Strandee | ผู้ที่ตกค้างอยู่ |
| Life jacket | เสื้อชูชีพ |
| Evacuate | อพยพออกจากพื้นที่, ย้ายไปที่ปลอดภัยกว่า |
| Evacuee | ผู้อพยพ |
| Shelter | ที่หลบภัย, ที่พักชั่วคราว |
| Relief | การบรรเทาทุกข์, การช่วยเหลือ |
| Volunteer | อาสาสมัคร |
| Donate | บริจาค |
| Survive | รอดชีวิต |
| Rescue | ช่วยชีวิต |
| Supplies | เสบียง, สิ่งของจำเป็น |
| Storm | พายุ |
| Tropical storm | พายุโซนร้อน |
| Monsoon | มรสุม |
| Typhoon | ไต้ฝุ่น |
| Cyclone | พายุไซโคลน, พายุหมุน |
| Hurricane | พายุเฮอริเคน (พายุหมุนเขตร้อนที่รุนแรงที่สุด) |
| Depression | พายุดีเปรสชั่น |
ขอบคุณข้อมูลจาก trueplookpanya.com
ทำไมนักโภชนาการจึงแนะนำให้กินถั่วหลากหลายชนิด? น้ำถั่วเขียวก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ

ถั่วเป็นอาหารจากพืชที่ได้รับการแนะนำในแนวทางโภชนาการของหลายประเทศ เนื่องจากอุดมไปด้วยโปรตีน ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อย่างไรก็ตาม ถั่วแต่ละชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกัน จึงเป็นเหตุผลที่นักโภชนาการมักแนะนำให้รับประทาน ถั่วหลากหลายชนิด มากกว่าการเลือกกินเพียงชนิดเดียว
น้ำถั่วเขียวก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยเพิ่มการบริโภคถั่วในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องดื่มจากพืชที่ดื่มง่าย
1. ถั่วแต่ละชนิดมีสารอาหารเด่นไม่เหมือนกัน
แม้ว่าถั่วทุกชนิดจะให้โปรตีนจากพืช แต่สารอาหารอื่น ๆ แตกต่างกัน เช่น
- ถั่วเขียว มีโฟเลต โพแทสเซียม แมกนีเซียม และสารต้านอนุมูลอิสระ
- ถั่วแดง มีธาตุเหล็กและใยอาหารสูง
- ถั่วดำ มีสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ
- ถั่วลูกไก่ ให้โปรตีนและใยอาหารในปริมาณที่ดี
- ถั่วเหลือง มีโปรตีนคุณภาพสูงและไอโซฟลาโวน
การรับประทานถั่วหลายชนิดจึงช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่หลากหลายมากขึ้น
2. ช่วยเพิ่มโปรตีนจากพืชในแต่ละวัน
โปรตีนจากพืชช่วยในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ รวมถึงมีบทบาทต่อการทำงานของกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน และเอนไซม์ต่าง ๆ
สำหรับผู้ที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือรับประทานอาหารแบบยืดหยุ่น (Flexitarian) การเพิ่มถั่วเข้าไปในมื้ออาหารหรือน้ำถั่วเขียวเป็นครั้งคราว ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการเพิ่มโปรตีนจากพืช
3. ได้ใยอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบย่อยอาหาร
ถั่วเป็นแหล่งของใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วย
- กระตุ้นการขับถ่าย
- ช่วยให้อิ่มนาน
- สนับสนุนการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้
- ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลหลังมื้ออาหาร
หากเป็นน้ำถั่วเขียวที่กรองกากออก ใยอาหารอาจน้อยกว่าการรับประทานเมล็ดถั่วทั้งเมล็ด ดังนั้นหากมีโอกาส การรับประทานถั่วในรูปแบบเมล็ดสุกก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดี
4. ถั่วให้วิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
ถั่วเขียวเป็นแหล่งของสารอาหารหลายชนิด เช่น
- โฟเลต
- แมกนีเซียม
- โพแทสเซียม
- ฟอสฟอรัส
- วิตามินบีหลายชนิด
สารอาหารเหล่านี้มีบทบาทในการสร้างพลังงาน การทำงานของระบบประสาท การสร้างเม็ดเลือดแดง และการทำงานของกล้ามเนื้อ
5. มีสารต้านอนุมูลอิสระจากธรรมชาติ
ถั่วหลายชนิดมีสารพฤกษเคมี เช่น ฟลาโวนอยด์ กรดฟีนอลิก และสารต้านอนุมูลอิสระอื่น ๆ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ
แม้ว่าการรับประทานถั่วเพียงอย่างเดียวจะไม่สามารถป้องกันโรคได้ แต่เมื่อรับประทานร่วมกับอาหารที่สมดุล ก็เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินที่ดีต่อสุขภาพ
6. น้ำถั่วเขียวเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ดื่มนมไม่ได้
ผู้ที่แพ้นมวัวหรือไม่สะดวกดื่มนม อาจเลือกเครื่องดื่มจากพืชเป็นทางเลือก โดยน้ำถั่วเขียวเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ให้โปรตีนจากพืชและแร่ธาตุบางชนิด
อย่างไรก็ตาม ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่
- น้ำตาลไม่สูง
- ไม่เติมครีมเทียม
- อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อทุกครั้ง
7. กินถั่วให้หลากหลาย ดีกว่ากินซ้ำเพียงชนิดเดียว
นักโภชนาการไม่ได้แนะนำให้รับประทานเฉพาะถั่วเขียว แต่แนะนำให้หมุนเวียนถั่วหลายชนิด เช่น
- ถั่วเขียว
- ถั่วแดง
- ถั่วดำ
- ถั่วเหลือง
- ถั่วลูกไก่
- ถั่วลันเตา
เพราะการรับประทานอาหารที่หลากหลายช่วยให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น และลดความจำเจของมื้ออาหาร
สรุป
การรับประทานถั่วหลากหลายชนิดเป็นคำแนะนำที่นักโภชนาการให้ความสำคัญ เนื่องจากถั่วแต่ละชนิดมีจุดเด่นด้านสารอาหารต่างกัน ทั้งโปรตีนจากพืช ใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ น้ำถั่วเขียวจึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ช่วยเพิ่มการบริโภคถั่วได้อย่างสะดวก โดยเฉพาะเมื่อเลือกสูตรหวานน้อยและดื่มควบคู่กับการรับประทานอาหารที่หลากหลายและสมดุล ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพได้อย่างเหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 20/8/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 69,650.00 | 69,850.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,502.00 | 68,250.32 | 70,650.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,051.80 | 61,425.29 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,601.60 | 54,600.26 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,025.90 | 30,712.64 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,575.70 | 23,887.61 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,665.28 | 70,725.64 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 20/8/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 37.69 | 37.69 | 38.19 | 37.69 | 37.69 | 37.69 | 37.69 | 37.69 | 37.69 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 37.32 | 37.32 | 37.82 | 37.32 | 37.32 | 37.32 | 37.32 | 37.32 | 37.32 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 32.69 | 32.69 | 32.89 | 32.69 | – | 32.69 | 32.69 | 32.69 | 32.69 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 28.63 | 28.63 | – | – | – | – | – | – | 28.63 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 47.79 | 49.29 | 49.84 | – | – | – | – | – | 47.79 |
| เบนซิน 95 | 46.68 | – | – | 49.26 | – | 47.18 | 46.83 | – | 46.68 |
| ดีเซล | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 |
| ดีเซล B20 | 33.39 | 33.39 | 33.39 | 33.39 | – | 33.39 | 33.39 | 33.39 | 33.39 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 50.05 | 49.25 | 49.84 | 49.25 | – | – | – | – | 50.05 |
| แก๊ส NGV | 16.66 | – | – | – | – | – | – | – | 16.66 |







