แอสเซทไวส์-ไนท์แฟรงค์ชี้ศักยภาพภูเก็ต ลงทุนโรงแรม‘คุ้มเสี่ยง’

- แอสเซทไวส์และไนท์แฟรงค์ชี้ว่าภูเก็ตเป็นทำเลศักยภาพสูงในการลงทุนโรงแรม เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่มีตลาดนักท่องเที่ยวหลากหลายและมีกำลังซื้อสูง ช่วยสร้างเสถียรภาพในระยะยาว
- การลงทุนโรงแรมเป็นการปรับกลยุทธ์จากโมเดล “สร้าง-ขาย” ไปสู่การสร้างสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ประจำ (Recurring Income) และกระแสเงินสดรายวัน
- แอสเซทไวส์ได้ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจโรงแรมในภูเก็ตอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การเปิดโรงแรม voco Phuket Bangtao และถือครองที่ดินกว่า 200-300 ไร่เพื่อรองรับการเติบโต
- ความสำเร็จในการลงทุนโรงแรมยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการขยายจำนวนห้องพัก แต่เน้นที่คุณภาพของรายได้ ประสิทธิภาพการบริหาร และการควบคุมต้นทุนทางการเงิน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาพของการลงทุนอสังหาริมทรัพย์เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน จากเดิมที่โฟกัส “โครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย” แต่วันนี้ผู้ประกอบการต้องมองลึกถึงโครงสร้างทางการเงิน ความเสี่ยง และศักยภาพในการสร้างรายได้ระยะยาวอย่าง “ธุรกิจโรงแรม” มากขึ้น เมื่อโลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ธุรกิจจำเป็นต้องปรับยุทธศาสตร์ให้ทันต่อความไม่แน่นอนและน่านน้ำใหม่
กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หากมองในเชิงโครงสร้างตลาด “ภูเก็ต” ยังคงเป็นหนึ่งในทำเลที่น่าสนใจสูงสุดสำหรับธุรกิจโรงแรม โดยเฉพาะทำเลหาดสุรินทร์ บางเทา ราคาที่ดินเฉลี่ยยังไม่ถึง 10 ล้านบาทต่อไร่ แต่สามารถพัฒนาโรงแรมระดับ 4 ดาวได้ และมีศักยภาพคืนทุนในระยะประมาณ 10 ปี “แอสเซทไวส์” ถือครองแลนด์แบงก์ในภูเก็ต 200-300 ไร่ แปลงใหญ่ที่สุดอยู่ที่กมลา 105 ไร่ ซึ่งภูเก็ตคือพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระยะยาว
“โรงแรมคืออสังหาฯ ที่สร้าง Cash Flow รายวัน และต่อยอดเป็นสินทรัพย์ทางการเงินได้ในอนาคต (REIT) เพื่อนำเงินกลับมาหมุนเวียนได้ ในเชิงมูลค่า ที่ดิน 1 บาท เมื่อนำมาพัฒนาเป็นคอนโดอาจเพิ่มเป็น 3 บาท ขณะที่โรงแรมสร้างมูลค่าใกล้เคียงกัน และยังขายเข้ากองทุนเพื่อดึงเงินสดกลับมาได้ แต่เงื่อนไขสำคัญคือ ทำเล โรงแรมในภูเก็ตย่อมมีศักยภาพสูงกว่าจังหวัดรอง เพราะกำลังใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง”
สำหรับ แอสเซทไวส์ ขยายสู่ธุรกิจ Hospitality ด้วยการเปิด voco Phuket Bangtao ภายใต้เครือ IHG เพื่อสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) ควบคู่กับการพัฒนา The Salute Beach Club ที่หาดในยาง ตอกย้ำแนวคิด Ecosystem ที่เชื่อมอสังหาฯ กับการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

ตัวเลขที่สะท้อน “เกมใหม่” ของตลาด
คาร์ลอส มาร์ติเนซ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท ไนท์แฟรงค์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า ปี 2569 ตลาดโรงแรมไทยจะไม่ใช่เกมของการ “ขยายจำนวน” อีกต่อไป แต่เป็นเกมของคุณภาพรายได้ ประสิทธิภาพการบริหาร และการควบคุมต้นทุน แม้ว่า “ภูเก็ต” อาจไม่ใช่ตลาดที่โตเร็วที่สุดในวันนี้แต่ยังเป็นหนึ่งในไม่กี่สนาม ที่ผู้เล่นที่วางโครงสร้างถูกตั้งแต่ต้นยังมีโอกาส “ชนะในระยะยาว”
ในบริบทที่อุปทานโรงแรมใหม่ยังทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจลงทุนจึงไม่ใช่เรื่องของจังหวะเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ “โครงสร้างต้นทุน” และ “วินัยทางการเงิน” โรงแรมที่ใช้หนี้สูงและพึ่งพาการตั้งราคาห้องพักเป็นหลัก จะเผชิญแรงกดดันทันทีเมื่ออัตราการเข้าพักชะลอตัว ตรงกันข้ามกับผู้ประกอบการที่ใช้เงินทุนของตนเองในสัดส่วนสูง มีต้นทุนการเงินต่ำ และไม่จำเป็นต้องเร่งคืนทุน จะมีพื้นที่ในการบริหารราคาและรักษาคุณภาพบริการได้มากกว่า

สินทรัพย์สร้างกระแสเงินสด
สิ่งที่เห็นชัดเจนในรอบนี้ ดีเวลลอปเปอร์จำนวนมากเริ่มขยับจากโมเดล “สร้าง-ขาย-จบ” ไปสู่การถือครองสินทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำ โรงแรมจึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงปลายทางของที่ดิน แต่เป็นเครื่องมือบริหารพอร์ตในระยะยาว ช่วยกระจายความเสี่ยงจากตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งผันผวนตามกำลังซื้อและภาวะดอกเบี้ย ไปสู่ธุรกิจที่ผูกกับโครงสร้างการท่องเที่ยวโลกมากกว่า
“ภูเก็ต” ในฐานะเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แม้การแข่งขันสูงขึ้น แต่ยังมีความได้เปรียบเชิงโครงสร้าง ทั้งสนามบินนานาชาติ ความหลากหลายของตลาดนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์เมืองพักผ่อนระดับโลก แตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวรองที่พึ่งพาตลาดเดียว หากเศรษฐกิจบางประเทศชะลอ “ภูเก็ต” ยังสามารถพยุงอุปสงค์จากตลาดอื่นได้ นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนจำนวนมากยังยอมรับการแข่งขันที่สูงขึ้น แลกกับเสถียรภาพในระยะยาว
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
Green Lease พลิกเกมออฟฟิศ วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์คิดไกลกว่าเช่า

กว่า 30% ของพื้นที่สำนักงานที่มีผู้เช่าเลือกเซ็น Green Leaseไม่ใช่เรื่องภาพลักษณ์ แต่คือสัญญาณว่าตลาดออฟฟิศกำลังเปลี่ยนเกมวัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์คิดไกลกว่าเช่า
หากมองอาคารสำนักงานในฐานะ “ต้นทุน” บริษัทอาจเลือกที่ราคาถูก
แต่หากมองออฟฟิศเป็น “เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพคน” คำตอบจะต่างออกไปวัน แบงค็อก ลงนามสัญญาเช่าแบบสีเขียว (Green Lease) ร่วมกับ อโกด้า (Agoda)แพลตฟอร์มท่องเที่ยวระดับโลกสำหรับพื้นที่สำนักงานใน อาคาร วัน แบงค็อก ทาวเวอร์ ไฟว์
การเซ็นครั้งนี้ ทำให้อโกด้ากลายเป็น ผู้เช่ารายแรกของอาคารที่เลือกผูกพันธสัญญาด้านความยั่งยืนร่วมกับผู้พัฒนาโครงการไม่ใช่แค่เช่าพื้นที่…แต่เช่า “มาตรฐานการทำงานในระยะยาว”
Green Lease ไม่ใช่สัญญาเช่า แต่คือกรอบคิดร่วมกัน
นายวรวรรต ศรีสอ้านรองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส โครงการ วัน แบงค็อกอธิบายแก่นของ Green Lease ไว้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ต้องช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานไปพร้อมกัน
นั่นทำให้ Green Lease ของวัน แบงค็อกถูกออกแบบให้ครอบคลุมตั้งแต่ การออกแบบ ก่อสร้าง ตกแต่ง ไปจนถึงการใช้งานจริงโดยอ้างอิงมาตรฐานสากลอย่าง LEED และ WELLทั้งหมดนี้ยังเชื่อมโยงกับเป้าหมาย ESG ของกลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ที่ตั้งเป้าให้อาคารมากกว่า 85% ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อม ภายในปี 2573
ออฟฟิศใหม่ = กลยุทธ์ระยะยาวขององค์กร
ฝั่งอโกด้า มอง Green Lease ไม่ใช่เรื่อง “ทำตามเทรนด์”
นายเปาโล อิงกาประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายองค์กรและบุคลากร อโกด้า
ระบุว่า นี่คือการเชื่อมกลยุทธ์พื้นที่ทำงานเข้ากับวิสัยทัศน์ความยั่งยืนขององค์กร
ออฟฟิศแห่งใหม่ต้อง
- ส่งเสริมสุขภาวะพนักงาน
- ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมแบบวัดผลได้
- และเป็นต้นแบบของที่ทำงานยุคใหม่
เมื่อสถานที่ทำงานดีขึ้น ประสิทธิภาพคนก็ดีขึ้นและนั่นคือผลตอบแทนที่องค์กรเห็นชัดในระยะยาว
เจาะลึก Green Lease ตัวเลขที่สะท้อนผลลัพธ์จริง
1. พลังงาน
- ระบบบริหารจัดการอัจฉริยะทั้งโครงการ
- LED ประสิทธิภาพสูง + ใช้แสงธรรมชาติ
- ลดการใช้พลังงานด้านแสงสว่างได้ถึง 25%(เทียบมาตรฐาน ASHRAE 90.1-2010)
2. อากาศภายในอาคาร
- จำกัดการใช้สาร VOC
- เลือกวัสดุ Low-VOC
- ลดมลพิษ เสริมสุขภาพพนักงานในระยะยาว
3. ของเสียและรีไซเคิล
- ระบบจัดการของเสียทั้งโครงการ
- คัดแยก กระดาษ พลาสติก แก้ว โลหะ อย่างเป็นระบบ
4. น้ำ
- อุปกรณ์ประหยัดน้ำ ลดการใช้น้ำได้ 35%
- ยังคงความสะดวกในการใช้งานจริง
5. ข้อมูล = เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพ
- แลกเปลี่ยนข้อมูลพลังงาน น้ำ ของเสียอย่างโปร่งใส
- เพื่อปรับปรุงการใช้ทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง
มากกว่าอาคารหนึ่งหลัง แต่คือสัญญาณของทั้งตลาดด้วยขนาดพื้นที่และจำนวนพนักงานของอโกด้าความร่วมมือนี้สร้างผลกระทบเชิงบวก
ไม่ใช่แค่กับวัน แบงค็อก แต่กับ ตลาดออฟฟิศกรุงเทพฯโดยรวม
ตั้งแต่ปี 2566 ที่วัน แบงค็อกเริ่มใช้โมเดล Green Leaseปัจจุบันผู้เช่ากว่า 30% ของพื้นที่สำนักงานที่ปล่อยเช่าเลือกลงนามในสัญญารูปแบบนี้แล้ว
ตัวเลขนี้กำลังบอกว่าตลาดไม่ได้ถามว่า “ออฟฟิศเขียวไหม”แต่ถามว่า “เขียวได้แค่ไหน และวัดผลได้หรือเปล่า”และในเกมนี้ผู้ที่วางมาตรฐานได้ก่อนย่อมเป็นคนกำหนดทิศทางของตลาดในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 10 ก.พ.69 ‘แข็งค่า‘ ตามราคาทองปรับขึ้น

- เงินบาทเปิดตลาดเช้านี้แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ จากระดับปิดวันก่อนหน้าที่ 31.27 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทแข็งค่ามาจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ และการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ
- นักวิเคราะห์คาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.05-31.30 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.17 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.27 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาท ในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.30 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในลักษณะ Sideways Down ทดสอบโซนแนวรับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 31.08-31.30 บาทต่อดอลลาร์) หลังบรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง

นอกจากนี้ เงินบาทยังพอได้แรงหนุนเพิ่มเติม ตามการทยอยปรับตัวขึ้นของ ราคาทองคำ (XAUUSD) ที่สามารถกลับมาทรงตัวเหนือโซน 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อีกครั้ง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังร้อนแรงอยู่ อีกทั้งเงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าลงเพิ่มเติมหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ อนึ่ง การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทถูกจำกัดลงบ้าง ตามโฟลว์ธุรกรรมที่เกี่ยวกับน้ำมัน หลังราคาน้ำมันดิบทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางและแนวโน้มที่อินเดียอาจซื้อน้ำมันจากรัสเซียน้อยลง นอกจากนี้ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย จังหวะการย่อตัวลงบ้างของราคาทองคำ ได้มีส่วนกดดันให้เงินบาททยอยอ่อนค่าลงจากโซนแนวรับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์
แนวโน้มค่าเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท แม้โดยรวมเรายังคงประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจทยอยแข็งค่าขึ้นต่อได้บ้าง สอดคล้องกับสถิติ Post-Election Rally ที่เงินบาทมักจะทยอยแข็งค่าขึ้นโดยเฉลี่ย 2% ในช่วง 1 เดือน หลังรู้ผลการเลือกตั้งและมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นมากกว่าระดับดังกล่าว หากผลการเลือกตั้งไม่นำไปสู่ความวุ่นวายของการเมืองไทย ซึ่งภาพดังกล่าวจะสอดคล้องกับแนวโน้มการทยอยเข้าซื้อสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นไทยได้
อย่างไรก็ดี เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทอาจเป็นไปอย่างจำกัด โดยต้องจับตาโซนแนวรับ 31.10 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับสำคัญถัดไป 31.00 บาทต่อดอลลาร์) หลังราคาทองคำยังอยู่ในช่วงการพักฐาน ซึ่งมีโอกาสย่อตัวลงได้บ้าง และอาจเป็นปัจจัยที่กดดันเงินบาทฝั่งอ่อนค่าได้ โดยต้องจับตาพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (สหรัฐฯ-อิหร่าน) รวมถึงปัจจัยสำคัญ อย่าง มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED ที่ต้องรอลุ้น ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในคืนวันพุธนี้ ตามเวลาประเทศไทย
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ในช่วงที่ผ่านมา อาจชะลอลงบ้าง และมีแนวโน้มที่เงินดอลลาร์จะแกว่งตัวในกรอบ Sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้น รายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ก่อนจะปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน อย่างมีนัยสำคัญต่อไป
และที่สำคัญ จากการประเมิน Fair Value ของเงินบาทจากปัจจัยพื้นฐาน โดยใช้โมเดล Behavioral Equilibrium Exchange Rate (BEER) เราพบว่า เงินบาท (USDTHB) ยังคงมี Fair Value ในช่วง 33-34 บาทต่อดอลลาร์ ทำให้ หากเงินบาทแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องทะลุโซน 31 บาทต่อดอลลาร์ เช่นแข็งค่าขึ้นทดสอบโซน 30.50-30.75 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นการแข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐานไปมาก ทำให้เงินบาทมักจะกลับตัวอ่อนค่าลงในช่วงระยะ 1-2 ไตรมาสข้างหน้า ตามการประเมินข้อมูลสถิติในอดีตของ
เราขอย้ำว่ามองว่า เงินบาทจะกลับมาอ่อนค่าลงได้อย่างต่อเนื่องนั้น จะต้องเห็น 1. การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดที่ชัดเจน ซึ่งต้องอาศัยข้อมูลการจ้างงานที่แข็งแกร่งและดีกว่าคาดมาก 2. การปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ หรือ ราคาทองคำเข้าสู่ช่วงการพักฐานใหม่ (ที่กำลังดำเนินอยู่) นอกจากนี้ หากราคาทองคำเร่งตัวสูงขึ้น ก็สามารถกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงได้เช่นกัน ผ่านโฟลว์ธุรกรรมไล่ราคาซื้อทองคำ หรือ Fear of Missing Out Buying Flows (FOMO Buy) และ 3. ปัจจัยภายในประเทศ ซึ่งควรจะต้องเห็นความเสี่ยงที่รุนแรงต่อปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ เช่น การท่องเที่ยว การส่งออก อาทิ มาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ต่อสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และSemiconductor หรือปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ นักลงทุนต่างชาติแห่เทขายสินทรัพย์ไทย เช่น วิกฤตการเมือง
เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาทั้งสถานการณ์ Government Shutdown (ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026) และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าโดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มุมมองการลงทุนทั่วโลก
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง หนุนโดยการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันดิบในช่วงนี้ ยังช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มพลังงาน ส่งผลให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.47% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +0.90%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้น +0.70% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor ไม่ต่างกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ นอกจากนี้ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ร้อนแรงอยู่ ได้หนุนให้บรรดาหุ้นกลุ่มพลังงาน รวมถึงหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมทหารและการบินปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง ส่วนหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ได้อานิสงส์จากการปรับตัวขึ้นของบรรดาแร่โลหะในช่วงนี้เช่นกัน
ในส่วนตลาดบอนด์ แม้บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมจะกลับมาอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ทว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลงสู่ระดับ 4.20% หลังผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า FED มีโอกาสราว 29% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ สอดคล้องกับมุมมองของผู้เล่นในตลาดบางส่วนที่ประเมินว่า ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ซึ่งจะประกาศในสัปดาห์นี้อาจสะท้อนการชะลอตัวของตลาดแรงงานสหรัฐฯ อยู่ อีกทั้ง ล่าสุด New York FED ได้รายงานอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะสั้น (1-year Inflation Expectations) ที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่องสู่ระดับ 3.1% ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อประเด็นความเสี่ยงบอนด์ยีลด์ระยะยาวญี่ปุ่นอาจพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง จากผลการเลือกตั้งล่าสุดของญี่ปุ่นลงบ้าง หลังบอนด์ยีลด์ระยะยาวญี่ปุ่น อย่าง บอนด์ยีลด์ 10 ปี กลับไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นรุนแรง อย่างที่ตลาดกังวล แม้พรรค LDP และพันธมิตรจะสามารถกวาดที่นั่งในสภา เกิน 2 ใน 3 (Supermajority)
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ และภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ที่ลดความน่าสนใจในการถือครองเงินดอลลาร์ อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจนนัก เพื่อรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงสู่โซน 96.9 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 96.8-97.4 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่าตลาดการเงินจะอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง แต่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ยังคงร้อนแรงอยู่ กอปรกับการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ปรับตัวสูงขึ้น สู่โซน 5,000-5,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนที่จะเผชิญแรงขายทำกำไรบ้างในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจขนาดเล็ก (NFIB Small Business Optimism) ในเดือนมกราคม รวมถึงดัชนีต้นทุนการจ้างงาน (Employment Cost Index) ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2025 พร้อมทั้งติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ FED เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่ยังคงร้อนแรงอยู่ และสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ไม่ต้องเจอ 5 ทีมนี้! เปิดโปรแกรม “วอลเลย์บอลหญิงไทย” ในศึกเนชันส์ลีก 2026

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 (VNL 2026) เตรียมที่จะกลับมาระเบิดความมันกันอีกครั้ง ช่วงระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 26 กรกฎาคม 2026
ล่าสุด สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ได้กำหนดโปรแกรมการแข่งขันในปีนี้ออกมาครบทั้ง 108 เกม ของรอบแรก ตลอดทั้ง 3 สัปดาห์ เป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งจากกฏการแบ่งกลุ่มของ FIVB ที่จัดให้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 สนาม แต่ละสนามทุกทีมจะต้องเจอคู่แข่งเพียง 4 เกม ทำให้ทุกทีมจะไม่ได้เจอคู่แข่งเหมือนกัน

โดยในปีนี้ “ทัพนักตบลูกยางสาวไทย” ตามโปรแกรมจะไม่ต้องพบกับ “แชมป์เก่า” อิตาลี, เยอรมนี, โปแลนด์, สาธารณัฐโดมินิกัน และ ฝรั่งเศส แน่นอน
สำหรับปีก่อน ทีมสาวไทย แพ้ให้กับคู่แข่งอย่าง อิตาลี, เยอรมนี, โปแลนด์ และ สาธารณัฐโดมินิกัน 0-3 เซตทุกเกม ขณะที่ชัยชนะเพียงนัดเดียวเกิดขึ้นในเกมที่เอาชนะ ฝรั่งเศส 3-1 เซต
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
‘FonesVisuas’ นวัตกรรมวิเคราะห์โปรตีนจากเลือด พลิกวงการเวลเนส

NEC จับมือ N Health พลิกโฉมวงการเวลเนสและเฮลท์แคร์ไทย เปิดตัว “FonesVisuas” นวัตกรรมวิเคราะห์โปรตีนจากเลือด
ในปัจจุบัน ประเทศไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เผชิญกับผลกระทบของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCD หรือ Non-Communicable Diseases) และประชากรสูงวัย การดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน จึงกลายเป็นวาระสำคัญระดับชาติ นวัตกรรมหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้คือ FonesVisuas ซึ่งเป็นโซลูชันการวิเคราะห์โปรตีนในเลือด ที่นำเข้ามาในประเทศไทยผ่านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่าง NEC Thailand และ N Health
ณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เนชั่นแนล เฮลท์แคร์ ซิสเท็มส์ จำกัด (N Health) กล่าวว่า N Health (เอ็น เฮลท์) ร่วมกับ FonesLife Corporation (บริษัทในเครือของ NEC Corporation) ยกระดับการดูแลสุขภาพของคนไทย จากการตรวจเพื่อวินิจฉัย ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงพยากรณ์และป้องกันล่วงหน้า ช่วยให้เราสามารถมองเห็นความเสี่ยง ด้านสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น และนำข้อมูลเชิงลึกไปต่อยอดสู่การดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระโรคในระยะยาว แต่ยังสนับสนุนระบบสุขภาพที่ยั่งยืนของประเทศ
นวัตกรรม FonesVisua วิเคราะห์โปรตีนเลือด 7,000 กว่าชนิด
“นวัตกรรม FonesVisuas โซลูชันการวิเคราะห์โปรตีนโดยใช้เลือดในปริมาณน้อยแต่สามารถวิเคราะห์โปรตีน 7,000 กว่าชนิด เป็นทางเลือกหนึ่งในการคัดกรองความเสี่ยงในระยะเริ่มต้นของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และภาวะสมองเสื่อม”
ทั้งนี้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เมื่อ NEC เข้าร่วมการประชุมวิชาการประจำปีของ BDMS ดร. อิวะโอ วากะ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีของบริษัท FonesLife Corporation (ญี่ปุ่น) ได้นำเสนอถึงบทบาทของโปรตีโอมิกส์ในเวชศาสตร์ป้องกัน เน้นการป้องกันโรคมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว โดยการใช้เทคโนโลยี เราช่วยให้ผู้คนเข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดีขึ้นและรู้สึกมั่นใจในการจัดการอนาคตของตนเอง”
FonesVisuas คือโซลูชันด้านสุขภาพเชิงการวิเคราะห์และประเมินล่วงหน้าใช้เลือดในปริมาณน้อยแต่สามารถวิเคราะห์โปรตีน 7,000 กว่าชนิดได้ ในการระบุตัวบ่งชี้ความเสี่ยงในระยะเริ่มต้นของโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตเรื้อรัง มะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก และภาวะสมองเสื่อม หลายปีก่อนที่อาการจะปรากฏขึ้นการตรวจนี้ไม่จำเป็นต้องงดอาหารและใช้ตัวอย่างเลือดเพียงเล็กน้อยและให้ผลลัพธ์ที่เฉพาะเจาะจงกับแต่ละบุคคล การเปลี่ยนแปลงจากการดูแลตามอาการไปสู่การป้องกันล่วงหน้าถือเป็นก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในแนวคิดด้านการดูแลสุขภาพเชิงรุก
“ถือเป็นก้าวสำคัญใหม่ในการนำเทคโนโลยีที่น่าเชื่อถือและชาญฉลาดมาใช้ในการส่งมอบบริการ การตรวจประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สามารถทำได้ด้วยการตรวจเลือดเพียงหยดเดียว ช่วยให้การดูแลสุขภาพเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์เฉพาะบุคคล”
ขณะที่ มร. อิชิโร คูริฮาระ ประธานบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ NEC กล่าวว่า “แนวทางของเราเน้นการป้องกันโรคมากกว่าการรักษาเมื่อเกิดโรคแล้ว โดยการใช้เทคโนโลยี เราช่วยให้ผู้คนเข้าใจสุขภาพของตนเองได้ดีขึ้นและรู้สึกมั่นใจในการจัดการอนาคตของตนเอง”FonesVisuas ไม่ใช่แค่นวัตกรรม แต่เป็นการเสริมศักยภาพ“การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันช่วยให้แต่ละบุคคลเข้าใจความเสี่ยงได้ตั้งแต่เนิ่นๆ และตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนที่โรคจะลุกลาม นั่นคือพลังที่แท้จริงของสุขภาพดิจิทัล”
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ประโยคภาษาอังกฤษในห้องเรียน ที่ใช้บ่อยรวมประโยคภาษาอังกฤษ ที่คนเรียนภาษาอังกฤษ จำเป็นต้องรู้

ประโยคภาษาอังกฤษ เมื่อมาสาย, ขาดเรียน
ในแต่ละวันอาจเกิดเหตุสุดวิสัย Accident ทำให้เราอาจมาช้า หรือ เข้าเรียนสาย การกล่าวขอโทษนับเป็นมารยาทที่น่ารัก โดยเราสามารถพูดเป็นภาษาอังกฤษง่ายๆ ด้วยประโยคเหล่านี้
ตัวอย่างประโยค
• I’m sorry I am late.
ขอโทษที่มาสาย ครับ / ค่ะ
• Can I come in?
ผม / หนู เข้าไปได้ไหมครับ / คะ?
• I didn’t come to school yesterday.
เมื่อวานไม่ได้มาโรงเรียน ครับ / ค่ะ
• Sorry, I missed the last class.
ขอโทษค่ะ ครั้งที่แล้วไม่ได้มาเรียน ครับ / ค่ะ
• I’m going to miss the next class.
ครั้งหน้ามาเรียนไม่ได้ ครับ / ค่ะ
• Nobody is absent today.
วันนี้ไม่มีคนขาดเรียน ครับ / ค่ะ
• Peter is absent today.
วันนี้ Peter ขาดเรียน ครับ / ค่ะ
ประโยคขอให้ครูพูดซ้ำอีกครั้ง, อธิบายอีกครั้ง
ตัวอย่างประโยค
• Can you repeat that again, please?
ครูช่วยพูดซ้ำอีกครั้งได้ไหม ครับ / คะ?
• Can you speak slower, please?
ครูช่วยพูดช้ากว่านี้อีกหน่อยได้ไหม ครับ / คะ?
• I did not catch what you said.
ผม / หนู ฟังที่ครูพูดไม่ทัน ค่ะ / ครับ
• Can you speak a bit slower, please?
ช่วยพูดให้ช้าลงหน่อยได้ไหม คะ / ครับ?
ประโยคคำถาม เมื่อไม่เข้าใจ
เมื่อคุณไม่เข้าใจ ในสิ่งที่ครูพูด คุณสามารถใช้ประโยคคำถามเหล่านี้ เพื่อให้คุณครู พูดอธิบายกับคุณให้เข้าใจมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งคำนามออกเป็นแบบนับได้และนับไม่ได้ (Countable and Uncountable) โดยคำนามที่นับได้นั้นจะมีได้ทั้งรูปเอกพจน์และพหูพจน์ (เช่น a man, two men) แต่คำนามนับไม่ได้นั้นจะเป็นได้แค่คำนามเอกพจน์เท่านั้น (water, a glass of water)
ตัวอย่างประโยค
• Excuse me, can I talk to you for a minute?
ขออนุญาติ ครับ / ค่ะ, ผม / หนู ขอคุยกับครูหน่อยได้ไหม ครับ / คะ ?
• I have a question.
มีคำถามครับ / ค่ะ
• How do you pronounce this word?
คำนี้ออกเสียงอย่างไร ครับ / คะ?
• How should I pronounce “…”?
ผม / หนู ควรออกเสียง “ …” อย่างไร ครับ / คะ?
• I didn’t understand today’s lesson.
ผม / หนู ไม่เข้าใจบทเรียนของวันนี้ ครับ / ค่ะ
• How do you spell “…”?
คำนี้ “…” สะกดยังไง ครับ / คะ?
• What does UK stand for?
UK ย่อมาจากอะไร ครับ / คะ?
• Would you give us an example?
ช่วยยกตัวอย่างให้หน่อยได้ไหม ครับ / คะ?
• Could you explain a little bit more about that?
ครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ไหม ครับ / คะ?
•Does this word have another meaning?
คำนี้มีความหมายอื่นอีกไหม ครับ / คะ?
• What is the difference between “a” and “b”?
อะไรคือความแตกต่างระหว่าง“ a” และ“ b” ครับ / คะ?
• I don’t understand the homework.
ผม / หนู ไม่เข้าใจการบ้าน ครับ / ค่ะ
• When is the homework due?
การบ้านต้องส่งเมื่อไหร่ ครับ / คะ?
• I haven’t finished my homework yet. Can I hand it in later?
ผม / หนู ยังทำการบ้านไม่เสร็จ ขอส่งตามไปทีหลังได้ไหมครับ / คะ ?
• I don’t understand how to do this exercise.
ผม / หนู ไม่เข้าใจว่าแบบฝึกหัดนี้ทำยังไง?
• I still don’t understand.
ผม / หนู ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี
ประโยคภาษาอังกฤษ ขออนุญาต ลุกออกจากที่นั่ง
ตัวอย่างประโยค
• Can I go to the restroom?
ผม / หนู ไปห้องน้ำได้ไหม ครับ / คะ?
• Can I change seats?
ผม / หนู สามารถเปลี่ยนที่นั่งได้หรือไม่ ครับ / คะ?
• Can I open the window?
ขออนุญาตเปิดหน้าต่างได้ไหม ครับ / คะ?
• I feel sick. May I go to the medical room?
ผม / หนู รู้สึกไม่สบาย ขออนุญาตไปห้องพยาบาลได้ไหม ครับ / คะ ?
• I have a headache. May I go to the medical room?
ผม / หนู รู้สึกปวดหัว ขออนุญาตไปห้องพยาบาลได้ไหม ครับ / คะ?
• I can’t see the board.
ผม / หนู มองกระดานไม่เห็น ครับ / ค่ะ
• Let me help you clean the board.
ให้ ผม / หนู ช่วยลบกระดาน นะครับ / นะคะ
ประโยคภาษาอังกฤษ การแสดงความคิดเห็นในชั้นเรียน
ตัวอย่างประโยค
• I wonder…
สงสัยว่า…
• I agree with … because…
เห็นด้วยกับ… เพราะ…
• I disagree with… because…
ไม่เห็นด้วยกับ… เพราะ…
• I can relate to that because…
รู้สึกเข้าใจหรือมีส่วนร่วมต่อเรื่องดังกล่าว เพราะ…
• That Idea connects to…
แนวคิดนี้เชื่อมโยงกับ…
•I’d like to add…
อยากจะเพิ่มเติมในส่วนของ…
• I see… differently now because…
มอง… ต่างออกไปจากเดิมในเวลานี้ เพราะว่า…
• What you said made me think…
สิ่งที่อาจารย์พูดทำให้ คิดได้ว่า…
ขอบคุณข้อมูลจาก edufirstschool.com
มวลอากาศเย็นระลอกใหม่ปกคลุมไทย ‘อีสาน กลาง กทม.’ เริ่มมีฝนตก ลมแรง

สภาพอากาศวันนี้ กรมอุตุ พยากรณ์อากาศวันนี้ 10 ก.พ.69 เผย มวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีน แผ่ปกคลุมไทย ทำให้พื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมถึงกทม.และปริมณฑล เริ่มมีฝนตก ลมแรง
กรมอุตุ พยากรณ์อากาศวันนี้ 10 ก.พ.69 เผยสภาพอากาศวันนี้ มวลอากาศเย็นระลอกใหม่จากจีน แผ่ปกคลุมไทย ทำให้พื้นที่ภาคอีสาน ภาคกลาง รวมถึงกทม.และปริมณฑล เริ่มมีฝนตก ลมแรง

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งในภาคเหนือ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางถึงค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน และทะเลจีนใต้ ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่วนเกษตรกรในภาคเหนือควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร เนื่องจากยังคงมีฝนในบางพื้นที่
สำหรับ ภาคใต้มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งทะเลอันดามันมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อ่าวไทยตอนบนและห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย
พยากรณ์อากาศ สำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้
กรุงเทพและปริมณฑล
เมฆบางส่วน
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคเหนือ
อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางตอนบน และด้านตะวันตกของภาค
- อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-14 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อากาศเย็นในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
- บริเวณยอดภูอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.
ภาคกลาง
อากาศเย็นในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออก ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
อากาศเย็นในตอนเช้า
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
อากาศเย็นในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
- ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา : ลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
- ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป : ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 10 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดกระบี่ ตรัง และสตูล
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 32-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
“นมเปรี้ยว” แก้ “ท้องเสีย” ได้ จริงหรือ?

ว่ากันว่า นมเปรี้ยว ช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกาย ปรับระบบขับถ่ายของเราให้ทำงานดีขึ้นได้ แต่จริงๆ แล้วหากเรากำลังท้องเสียอยู่ ควรดื่มนมเปรี้ยวจริง ๆ หรือ
ทำไม “นมเปรี้ยว” ถึงดีต่อร่างกาย ?
ประโยชน์ของนมเปรี้ยวที่ว่ากันว่ามีจุลินทรีย์ที่มีชีวิต เมื่อดื่มเข้าไปจะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์เหล่านั้นในลำไส้จากการสูญเสียผ่านการขับถ่าย ช่วยปรับสมดุลของลำไส้ให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั้น ยังคงเป็นความคิดที่ถูกต้อง ดังนั้นยังคงสนับสนุนความคิดที่ว่า การดื่มนมเปรี้ยวเป็นประจำ ช่วยลดปัญหาท้องเสีย ท้องผูก และช่วยให้การขับถ่ายเป็นไปได้อย่างปกติในทุกๆ วัน
นมเปรี้ยว ไม่ได้มีประโยชน์ทุกกล่อง
ไม่ว่าคุณจะดื่มนมเปรี้ยว หรือกินโยเกิร์ต ไม่ได้หมายความว่าคุณกำลังเพิ่มจุลินทรีย์ที่ดีต่อลำไส้ให้กับร่างกายคุณเสมอไป เพราะจุลินทรีย์ที่ดีต่อร่างกายเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในนมเปรี้ยวทุกกล่อง ทุกแบบ ทุกยี่ห้อ ส่วนใหญ่กรรมวิธีการผลิตได้ผ่านความร้อนสูง ทำให้เชื้อจุลินทรีย์ส่วนใหญ่ตายหมด
วิธีสังเกตง่ายๆ คือ การดูที่ฉลากผลิตภัณฑ์ ว่าระบุไว้หรือไม่ว่ามีจุลินทรีย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ หากระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ประเภท UHT คือผลิตภัณฑ์นมที่เก็บได้นานกว่าปกติ มักผ่านความร้อนจนสูญเสียจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ไปเรียบร้อยแล้ว (แต่คุณค่าทางสารอาหารจากนมยังคงอยู่)
ดื่ม “นมเปรี้ยว” อย่างไร เพื่อลดอาการ “ท้องเสีย”
การดื่มนมเปรี้ยวเพื่อช่วยให้การทำงานของลำไส้ดีขึ้น ควรเลือกดื่มตามอาการท้องเสียที่เราเป็นอยู่
ท้องเสียเฉียบพลัน
อาการท้องเสียเฉียบพลันมักเกิดจากอาหารการกินที่อาจมีเชื้อโรคที่ทำให้ร่างกายพยายามขับเชื้อโรคนั้นออกมาผ่านการขับถ่าย มักมีอาการปวดท้องโครกคราก ถ่ายเป็นน้ำบ่อยครั้ง หากติดเชื้อจะมีไข้ด้วย มักมีสาเหตุมาจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค
ระหว่างที่มีอาการท้องเสีย หรือช่วงพักฟื้น ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ รสจืดๆ งดอาหารมันเพื่อให้กระเพาะอาหารย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น งดผลิตภัณฑ์จากนมทั้งหมด อาหารรสจัด ทั้งเค็มจัด หวานจัด เผ็ดจัด รวมไปถึงเปรี้ยวจัดด้วย เพราะอาหารเปรี้ยวทำให้เสาะท้องได้เช่นกัน
ดังนั้น อาหารรสเปรี้ยว เช่น ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว น้ำผลไม้ น้ำส้มสายชู รวมถึงนมเปรี้ยว ก็ยังควรงดอยู่ จนกว่าอาการจะหายดีเป็นปกติ (อาจใช้เวลา 1-2 สัปดาห์) จึงสามารถกลับมาดื่มนมเปรี้ยวเพิ่มจุลินทรีย์ให้กับลำไส้ได้
ท้องเสียเรื้อรัง
หากมีอาการท้องเสียเรื้อรัง มีอาการถ่ายเหลวแบบเป็นๆ หายๆ นานเป็นเดือน หรือเป็นปี อาจมีสาเหตุจากลำไส้ หรือระบบทางเดินอาหารแปรปรวน หรือลำไส้มีความไวต่อสิ่งเร้า (irritable bowel syndrome) ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวของใครบางคนเท่านั้น หรือที่เราเคยได้ยินกันว่าเป็นคน “ธาตุอ่อน”
อาการไม่รุนแรง มีอาการถ่ายเหลวหลังจากรับประทานอาหารที่มีแววว่าจะเสาะท้องประมาณ 15-30 นาที ถ่ายเหลวอยู่ 2-3 ครั้งก็หาย ไม่ได้ถ่ายเกิน 5 ครั้ง หรือมีไข้ ปวดท้องแบบบิด ๆ หรืออาการอื่น ๆ แต่อย่างใด
ส่วนใหญ่อาการท้องเสียเรื้อรังมักเริ่มเกิดขึ้นจากอาหารที่รับประทาน ดังนั้นหากรู้ตัวว่าเป็นคนธาตุอ่อน ควรเลือกรับประทานอาหารที่ทำให้เกิดอาการ โดยสามารถสังเกตจากอาการของตัวเองที่เกิดขึ้นหลังรับประทานอาหารนั้นๆ ได้ อาจแตกต่างไปในแต่ละคน แต่โดยส่วนใหญ่อาจเป็นอาหารรสจัด เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด อาหารมัน น้ำส้มสายชู กะทิ สุรา เบียร์ นมสด ชา กาแฟ เป็นต้น หรือเกิดจากความเครียด เช่น วิตกกังวล คิดมาก เศร้า กลัว ตื่นเต้น โกรธ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังอาจเกิดขึ้นกับผู้ที่รับประทานยาปฏิชีวนะมากเกินไป ทำให้เชื้อแบคทีเรียดีๆ ในร่างกายลดหายไปหมด การลดยาปฏิชีวนะลงก็อาจช่วยได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ที่ทำการรักษาด้วยก่อน ห้ามหยุดยาเอง
การดื่มนมเปรี้ยว จะช่วยให้การทำงานของระบบขับถ่าย และลำไส้ดีขึ้น โดยสามารถดื่ม 1 ขวดเล็ก หรือโยเกิร์ต 1 ถ้วยเล็กเป็นประจำทุกวันได้ และควรเลือกสูตรไม่มีน้ำตาล เพื่อหลีกเลี่ยงการรับประทานน้ำตาลที่มากเกินความจำเป็นในแต่ละวัน
ระบบขับถ่ายดี อย่าพึ่งพาแต่นมเปรี้ยว
การดื่มนมเปรี้ยวเป็นประจำทุกวัน ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นก็จริง แต่ทางออกที่ดีที่สุด คือการรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารอย่างพอเหมาะ อาหารที่ควรรับประทานได้แก่ ผักสดวันละ วันละ 4-6 ทัพพี ผลไม้สด วันละ 3-5 ถ้วยตวง พยายามกินให้ครบในทุกมื้อ จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ง่ายขึ้น และไม่มีปัญหาท้องเสียท้องผูกบ่อยๆ อีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 10/2/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 74,000.00 | 74,200.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,784.00 | 72,525.44 | 75,000.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,305.60 | 65,272.90 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,827.20 | 58,020.35 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,152.80 | 32,636.45 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,674.40 | 25,383.90 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,957.51 | 75,155.85 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 10/2/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 30.85 | 30.85 | 31.35 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 30.48 | 30.48 | 30.78 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 28.64 | 28.64 | 28.94 | 28.64 | – | 28.64 | 28.64 | 28.64 | 28.64 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 26.59 | 26.59 | – | – | – | – | – | – | 26.59 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 40.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 40.04 |
| เบนซิน 95 | 39.14 | – | – | 49.51 | – | 39.64 | 39.29 | – | 39.14 |
| ดีเซล | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.44 | 45.64 | 49.84 | 45.64 | – | – | – | – | 43.44 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |






