สาระน่ารู้ประจำวันที่ 16 มีนาคม 2569

อสังหาฯมือสองพุ่งสวนทางเศรษฐกิจชะลอ’โอกาส’ของธุรกิจนายหน้า

อสังหาฯมือสองจากสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์พุ่งกลายเป็น“โอกาส” ของธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ เชื่อมดีมานด์ทรัพย์ต้นทุนต่ำในทำเลศักยภาพ

ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน (NPA) และทรัพย์ขายทอดตลาดจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)

ดรุณี รุ่งเรืองผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์เร่งระบายทรัพย์ออกสู่ตลาด พร้อมจัดแคมเปญลดราคาขายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัพย์มือสองจำนวนมากเข้าสู่ตลาด ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดดึงดูดความสนใจจาก2กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาประหยัด และนักลงทุนที่ต้องการซื้อทรัพย์ในต้นทุนต่ำเพื่อนำไปปรับปรุงและขายต่อ

นักลงทุนหันจับมือนายหน้า ล่าทรัพย์ต้นทุนต่ำ

ในมุมของนักลงทุน ทรัพย์จากสถาบันการเงินถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมักตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและมีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับทรัพย์ในตลาดทั่วไป

นางดรุณีระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากเริ่มหันมาร่วมมือกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนขายทรัพย์ NPA และทรัพย์ประมูล NPL จากสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ เนื่องจากช่วยเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกทรัพย์ในราคาต่ำกว่าตลาด และอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการซื้อสูง

“ทรัพย์จากสถาบันการเงินมีความน่าสนใจทั้งในด้านทำเล ราคา และความหลากหลายของทรัพย์ที่สามารถเลือกซื้อได้ในแหล่งเดียว จึงทำให้นักลงทุนจำนวนมากเข้ามาเป็นพันธมิตรกับนายหน้าอสังหาฯ มากขึ้น” นางดรุณีกล่าว

โมเดล Co-broke ทางรอดนายหน้ารายย่อย

แม้ตลาดทรัพย์จากสถาบันการเงินจะเติบโต แต่การเข้าถึงทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้เปิดกว้างสำหรับนายหน้าทั่วไป เนื่องจากสถาบันการเงินมักแต่งตั้งบริษัทนายหน้าในลักษณะ B2B เพื่อเป็นตัวแทนหลักในการขาย

ด้วยเหตุนี้ นายหน้าที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจึงต้องทำงานร่วมกันในรูปแบบ Co-broke หรือ Co-Brokerกับบริษัทที่ได้รับสิทธิ์ เพื่อร่วมกันทำการตลาดและแบ่งปันค่าคอมมิชชัน

โมเดลดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสามารถเข้าถึงทรัพย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาหาทรัพย์จากเจ้าของบุคคลทั่วไป

เปิดพันธมิตรนายหน้า รับทรัพย์นับหมื่นยูนิต

เพื่อรองรับแนวโน้มทรัพย์ NPA และทรัพย์ประมูล NPL ที่เพิ่มขึ้น ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส ได้เปิดโอกาสให้นายหน้าและผู้สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการขายในรูปแบบ Co-broke Co-Broker

บริษัทเตรียมจัดอบรมให้กับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการขายทรัพย์ประเภทนี้ เพื่อให้มีความเข้าใจทั้งกระบวนการขาย เงื่อนไขของสถาบันการเงิน และเทคนิคการทำตลาด

ปัจจุบันมีทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ในทำเลกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค รอการขายรวมหลายหมื่นยูนิต

ท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย การเพิ่มขึ้นของทรัพย์มือสองจึงไม่ใช่เพียงผลสะท้อนจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังกลายเป็น “สนามใหม่” ของธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องปรับตัวและสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อคว้าโอกาสจากทรัพย์ต้นทุนต่ำในตลาด

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ธุรกิจรับสร้างบ้าน กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์  เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน  

  • ชูกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วยโมเดล ‘Success Model’ เพื่อแก้ปัญหาการสร้างบ้านที่ต้องพึ่งดวงกับผู้รับเหมา โดยเน้นระบบควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างให้เหมือนกันทุกหลัง
  • บริหารงานผ่าน 3 แบรนด์หลักเพื่อเจาะตลาดทุกระดับราคา และเลือกที่จะไม่แข่งขันด้านราคาในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เน้นการรักษามาตรฐานคุณภาพเพื่อสร้างความคุ้มค่าระยะยาว
  • เดินหน้ารุกตลาดเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยเตรียมเข้าร่วมงาน “รับสร้างบ้าน Focus 2026” เพื่อนำเสนอแบบบ้านคอลเลกชันใหม่พร้อมโปรโมชันพิเศษ

ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง ได้รับผลกระทบ กำลังซื้อชะลอตัว สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ รวมถึงความรุนแรงจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง  สร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างโดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน

    นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น สงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศเองก็มีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ

อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและเริ่มเห็นภาพรวมงบประมาณภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับสัญญาณบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 20% ( จาก 1.25 % เหลือ 1% ) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอสังหาฯ ใหญ่ เนื่องจากไม่ต้องแบกภาระสต็อกสินค้า (Backlog) จำนวนมาก และยังมีการปรับตัวตามความต้องการที่แท้จริงได้ทันที

โดยประเด็นสำคัญที่คุณสุธีเน้นย้ำคือ    การเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่มักมองว่า    การสร้างบ้านเป็นการ “วัดดวง” กับผู้รับเหมา  ซึ่งกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้นำเอา Pain Point  นี้มาสร้างเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน เพราะ “คนมักพูดกันว่าสร้างบ้านต้องอาศัยโชคถ้าโชคดีก็ได้ผู้รับเหมาดี โชคไม่ดีก็โดนทิ้งงานหรือได้บ้านไม่มีคุณภาพ สำหรับกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์

เรามองว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในธุรกิจที่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของลูกค้า เราจึงสร้าง ‘Success Model’ หรือโมเดลแห่งความสำเร็จขึ้นมา เพื่อส่งมอบบ้านคุณภาพในทุกขั้นตอนให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านในระดับราคาใด เพราะหัวใจของการสร้างบ้านไม่ใช่แค่การทำการตลาด เพราะนั่นคือการสื่อสาร แต่ ‘ของจริง’ คือสิ่งที่เรามอบให้ลูกค้า บ้านหนึ่งหลังคือการที่ลูกค้าลงทุนทั้งชีวิต และกว่า 50% ของลูกค้าสร้างบ้านเพียงครั้งเดียวในชีวิต หน้าที่ของเราคือการทำให้คำว่า ‘บ้านคุณภาพ’ ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือโชค แต่ต้องเป็นระบบที่ทำแล้วต้องได้มาตรฐานเดียวกัน” นายสุธี กล่าว

กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้กลายเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาด เพื่อสร้างมิติใหม่ที่มากกว่าแค่การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม แต่เน้นไปที่ “ระบบการควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานเดียว” เพื่อปิดจุดอ่อนและทลายกำแพงเรื่อง “การสร้างบ้านต้องอาศัยดวงหรือขึ้นอยู่กับโชคของผู้ปลูกสร้าง(ลูกค้า) ว่าจะได้ทีมงานก่อสร้างที่ดีหรือไม่” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้ โดยบริษัทได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจรับสร้างบ้าน มาต่อยอดและพัฒนาโมเดลแห่งความสำเร็จ Success Model Execution ที่เป็นโมเดลการดำเนินงานก่อสร้างบ้านอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอนของกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เพื่อให้ได้ทีมช่างที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน การทำงานระดับเดียวกัน  เพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพบ้านทัดเทียมกันทุกหลัง ตั้งแต่

  • กระบวนการคัดเลือก คัดสรรและประเมินผลงานของทีมช่างก่อสร้างอย่างเข้มข้น มีการตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน ฝีมือทีมช่าง  เทคนิคการทำงาน  เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน  และการดูแลไซต์งานทั้งภายในและภายนอกบ้านอย่างเป็นระบบ
  • มีการเลือกสรรทีมงานช่างเฉพาะทาง ทำงานเฉพาะด้าน ตามความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์ที่มีอย่างยาวนาน  และมีการฝึกฝน อบรมทักษะเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
  • การตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็นการรวมทีมงานของฝ่ายการตลาด สถาปนิก และฝ่ายก่อสร้าง ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนเจ้าของบ้าน” เข้าตรวจสอบงานทุกจุดตามหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม พร้อมจัดทำรายงานความคืบหน้า ให้ลูกค้าทราบอย่างโปร่งใส
  • ระบบการตรวจสอบ 3 ชั้น ตั้งแต่วิศวกรหน้างาน  หัวหน้าทีมวิศวกร  ทีม Inspector จากส่วนกลาง และทีมผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าก่อนส่งมอบบ้านทุกหลังจะต้องได้คุณภาพและมาตรฐานที่บริษัทกำหนด

ในส่วนของการแข่งขัน นายสุธีวิเคราะห์ว่าปัจจุบันตลาดแบ่งออกเป็นเซกเมนต์ที่ชัดเจน โดย กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ยังคงบริหารงานภายใต้ 3 แบรนด์หลัก เพื่อครอบคลุมทุกระดับราคา:

1. Small House Builder (ระดับราคา 2- 9 ล้านบาท): มีสัดส่วนลูกค้าสูงถึง 50% ซึ่งเป็นกลุ่ม Real Demand ที่มีความจำเป็นในการสร้างบ้านเพื่อการอยู่อาศัยจริง แม้จะได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อบ้าง แต่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการต่อเนื่อง

2. Bangkok House Builder (ระดับราคา 10-20 ล้านบาท): สัดส่วน 30% เป็นกลุ่มครอบครัวขนาดกลางที่เน้นงานออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งานและความคุ้มค่า

3. Built To Build (ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป): สัดส่วน 20% แม้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของการลงทุน แต่ยังคงมีความต้องการบ้านคุณภาพและดีไซน์พิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ในสภาวะที่จำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเท่าๆเดิม แต่จำนวนผู้ปลูกสร้างบ้านอาจจะลดลงในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงในช่วงนี้ การแข่งขันด้านราคาจึงรุนแรง แต่บริษัทในกลุ่มบิวท์ฯ เลือกที่จะไม่เล่นสงครามราคาจนเสียมาตรฐานคุณภาพ   เราเน้นการปรับตัวไปพร้อมกับผู้บริโภค   ยอมรับภาระต้นทุนบางส่วนเพื่อรักษาคุณภาพงานให้คงเดิม เพราะเราเชื่อว่าบ้านคุณภาพที่อยู่อาศัยได้นานกว่า 40-50 ปี คือความคุ้มค่าที่แท้จริงที่ลูกค้ามองหา ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่เรามีสัดส่วนลูกค้าที่มาจากการบอกต่อพุ่งสูงถึง 70% ในปัจจุบัน”

สำหรับการก้าวไปข้างหน้า  กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ โดยมองว่าการทำการตลาดเป็นเพียงการสื่อสารเบื้องต้นเท่านั้น แต่ “แก่นแท้” ของธุรกิจรับสร้างบ้านคือคุณภาพบ้านและงานบริการที่จะเป็นกระบอกเสียงที่ดังและยั่งยืนที่สุดในปัจจุบันและอนาคต

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำและช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้          กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เตรียมเข้าร่วมงานครั้งใหญ่ “’งานรับสร้างบ้าน Focus 2026” ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) โดยจะมีการนำเสนอแบบบ้านคอลเลกชันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมโปรโมชันพิเศษและที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนสร้างบ้านอย่างมืออาชีพแก่ผู้ที่สนใจ ตั้งแต่วันที่ 18-22 มีนาคมนี้ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี  โดยท่านที่สนใจหรือกำลังมีแผนสร้างบ้าน พบกับข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชันกระตุ้นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปีได้ในงานนี้

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16 มี.ค.69 ‘อ่อนค่าสุด‘ รอบ3เดือนครึ่ง

  • ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 16 มี.ค. ที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าที่สุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง
  • ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าคือสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง
  • มีการคาดการณ์ว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง และอาจทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ภายในหนึ่งเดือน

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ  32.49 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าสูงสุด” รอบ3เดือนครึ่ง  จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ  32.31 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้  ที่ระดับ 31.90-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้  คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.55 บาทต่อดอลลาร์  

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up โดยมีจังหวะอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย (แกว่งตัวในกรอบ 32.15-32.50 บาทต่อดอลลาร์) 

สอดคล้องกับ การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ (XAUUSD) โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินในช่วงนี้ ยังคงเป็น พัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ โดยเฉพาะหลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการขนส่งน้ำมัน (Oil Terminal) ของอิหร่าน โดยกว่า 90% ของการส่งออกน้ำมันของอิหร่านจะต้องอาศัยพื้นที่ดังกล่าว 

แนวโน้มเงินบาท

เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังคงมีกำลังอยู่ และหากประเมินจากความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าช่วงปกติมาก สะท้อนว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ภายในช่วง 1 เดือน นี้ 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2025-26 ประจำวันที่ 16 มี.ค. 69

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 กลับมาแข่งขันกันในสัปดาห์ที่ 30 ภาพรวมของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ระหว่างวันเสาร์ที่ 14 – วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569

โดยหลังจากแข่งขันกันไปครบทุกคู่ในสัปดาห์นี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยึดจ่าฝูงได้เหนียวแน่นด้วยการมี 70 คะแนน นำห่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ อันดับ 2 ออกไปเป็น 9 คะแนน แต่แข่งมากกว่าอยู่ 1 เกม

ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้าคว้าชัยยึดอันดับ 3 แน่น มี 54 คะแนน ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สะดุดทำได้แค่เสมออีกเกม ทำให้อยู่อันดับ 5 มี 49 คะแนน

สรุปตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษล่าสุด

อันดับที่ 1 : อาร์เซนอล ชนะ 21 เสมอ 7 แพ้ 3 นัด 70 คะแนน ประตูได้ +39
อันดับที่ 2 : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 18 เสมอ 7 แพ้ 5 นัด 61 คะแนน ประตูได้ +32
อันดับที่ 3 : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 15 เสมอ 9 แพ้ 6 นัด 54 คะแนน ประตูได้ +13
อันดับที่ 4 : แอสตัน วิลลา ชนะ 15 เสมอ 6 แพ้ 9 นัด 51 คะแนน ประตูได้ +3
อันดับที่ 5 : ลิเวอร์พูล ชนะ 14 เสมอ 7 แพ้ 9 นัด 49 คะแนน ประตูได้ +9
อันดับที่ 6 : เชลซี ชนะ 13 เสมอ 9 แพ้ 8 นัด 48 คะแนน ประตูได้ +18
อันดับที่ 7 : เบรนท์ฟอร์ด ชนะ 13 เสมอ 5 แพ้ 11 นัด 44 คะแนน ประตูได้ +4
อันดับที่ 8 : เอฟเวอร์ตัน ชนะ 12 เสมอ 7 แพ้ 11 นัด 43 คะแนน ประตูได้ -1
อันดับที่ 9 : นิวคาสเซิล ชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ 12 นัด 42 คะแนน ประตูได้ 0
อันดับที่ 10 : บอร์นมัธ ชนะ 9 เสมอ 14 แพ้ 7 นัด 41 คะแนน ประตูได้ -2

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


‘โมเดลการกิน’ ที่เหมาะกับคนไทย ส่วน’พีระมิดกลับหัวอเมริกา’ เสี่ยง 2 โรคสำคัญ

  • กรมอนามัยเตือนว่าโมเดลโภชนาการ ‘พีระมิดกลับหัว’ ของสหรัฐฯ ที่เน้นเนื้อแดง ชีส และนมไขมันเต็มส่วน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและเพิ่มภาระการทำงานของไต
  • โมเดลการกินที่เหมาะสมกับคนไทยคือ “ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี” ซึ่งใช้หลัก “ธงโภชนาการ” และ “โภชนบัญญัติ 9 ประการ” ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
  • หลักโภชนาการของไทยเน้นความสมดุล โดยให้กินข้าว-แป้งเป็นอาหารหลัก รองลงมาคือผักและผลไม้ และบริโภคน้ำมัน น้ำตาล เกลือในปริมาณน้อยที่สุด

เมื่อเร็วๆนี้  สหรัฐอเมริกา ได้ออกคำแนะนำโภชนาการใหม่ สำหรับชาวอเมริกันปี 2026 ซึ่งจะกลายเป็นนโยบายแห่งชาติด้านโภชนาการ และจะถูกนำไปใช้ในทุกโรงเรียนทั่วสหรัฐอเมริกา ปี 2025 – 2030 ออกมาในทรง “พีระมิดกลับหัว” ซึ่งแตกต่างจากของเดิมอย่างสิ้นเชิง 

สำหรับคำแนะนำโภชนาการแบบพีระมิดกลับหัว ของอเมริกา เน้นกินอาหารธรรมชาติ ลดอาหารแปรรูปขั้นสูง เน้นโปรตันจากเนื้อสัตว์ ชีส และผัก สนับสนุนเนื้อแดง เนย ชีวและผลิตถัณฑ์นมแบบบไขมันเต็ม และกินโปรตีนจากพืช ถั่วต่างๆปริมาณน้อยโดยอยู่ส่วนล่างสุด

เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ-เพิ่มภาระไต

ส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มที่จะนำแนวทางโภชนาการใหม่ของอเมริกันมาใช้เช่นเดียวกัน แต่ล่าสุด สำนักโภชนการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ข้อมูลว่า  Dietary Guidelines ของสหรัฐฯ มีการเน้นเนื้อสัตว์สีแดง ชีส และนมไขมันเต็มส่วน ซึ่งหลายองค์กรระดับโลก ออกมาแสดงความกังวลว่า เสี่ยงได้รับไขมันอิ่มตัวและโซเดียมเกินเกณฑ์ การเน้นเนื้อแดงและไขมันสัตว์ อาจทำให้ได้รับโซเดียมและไขมันอิ่มตัวเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ

อีกทั้ง การ Dietary Guidelines ของสหรัฐฯ กล่าวถึงการบริโภคเนย ไขมันวัว เนื้อแดงและนมไขมันเต็มส่วน ทำให้เกิดความสับสน เมื่อเทียบกับช้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่ให้จำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10 %ของพลังงานทั้งหมด

รวมถึง ระดับโปรตีนที่สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำ การบริโภคโปรตีน 1.2-1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำ 0.8 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ประมาณ 50-100 % อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และความเสี่ยงต่อการทำงานของไต การบริโภคโปรตีนในปริมาณสูง โดยเฉพาะจากสัตว์เป็นหลัก อาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มภาระการทำงานของไตในระยะยาว 

หลักโภชนาการ ออกแบบเฉพาะเพื่อคนไทย

สำหรับคนไทยควรยึดหลักโภชนาการ ตาม  “Food-Based Dietary Guidelines” หรือข้อปฏิบัติการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของไทย ฉบับใหม่ปี  2568  เน้นความสมดุล (Balanced diet) กินอาหารให้ครบ 6 กลุ่ม คือ ข้าวแป้ง-ผัก-ผลไม้-เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน-นม-ไขมัน เน้นอาหารธรรมชาติ ลดแปรรูป ปรุงสุกใหม่
แบ่งเป็น 2 ด้านควบคู่กัน เชิงปริมาณ “ธงโภชนาการ” และ เชิงคุณภาพ “โภชนบัญญัติ 9 ประการ” ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

ธงโภชนาการไทย แบบพีระมิดกลับหัว

  • ฐานกว้างด้านบนสุด ต้องกินมากสุด เป็นประเภท ข้าว แป่ง ธัญพืช 
  • ชั้นรองลงมาเป็น ผัก ผลไม้  ต้องกินให้ครบอย่างพอดี
  • รองลงเป็น นม เนื้อสัตว์ ต้องกินให้ครบอย่างพอดี
  • และล่างสุดส่วนปลายแฟลมของพีระมิดเป็นน้ำตาล น้ำมัน เกลือ ต้องบริโภคให้น้อยสุด

ทั้งนี้ สัดส่วนอาหารแต่ละกลุ่มขึ้นกับความต้องการพลังงงานของแต่ละบุคคล ตามเพศ อายุ กิจกรรมทางกาย

โภชนบัญญัติ 9 ประการ

  1. กินอาหารให้ครบทุกกลุ่มใรปริมาณที่แนะนำตามธงโภชนาการและหมั่นดูแลน้ำหนัดตัวตามเกณฑ์มาตรฐาน 
  2. กินข้าวดเป็นหลัก เน้นข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ
  3. กินปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์จากถั่วเป็นประจำ
  4. กินผักและผลไม้หลากหลายสีเป็นประจำ หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด
  5. ดื่มนมรสจืดและกินอาหารอื่นที่มีแคลเซียมสูง
  6. หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด
  7. กินอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และปรุงสุกใหม่
  8. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องอื่มรสหวาน
  9. งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

สรุป กินแบบไทย สมดุล พอดี หลากหลาย คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพคนไทย

นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของหญิงตั้งครรภ์และตามแต่ละช่วงวัยด้วย ตามที่มีระบุไว้ใน ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย 2568

แต่ละประเทศมีโมเดลการกินของตัวเอง

หลายคนคงสงสัยว่าควรทำตามเทรนด์ต่างประเทศดีหรือไม่  แต่ในความเป็นจริงนั้น แต่ละประเทศมีคำแนะนำโภชนาการไม่เหมือนกัน เป็นเพราะ “บริบท บริโภคนิสัย และสรีระ” ของคนแต่ละชาติไม่เหมือนกัน  ประเทศในเอเชียต่างก็มีโมเดลการกินของตัวเอง เช่น

  • ธงโภชนาการของไทย
  • ยอดข่างของญี่ปุ่น
  • พีระมิดของเวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์  
  • เจดีย์ของจีน
  • และจักรยานของเกาหลีใต้ เป็นต้น  

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ผลไม้ภาษาอังกฤษ สรุปคำศัพท์พื้นฐาน คำอ่านที่มักผิด และสำนวนน่ารู้ เลิกท่องจำแบบเดิมๆ

เวลาเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต หรือไปเที่ยวต่างประเทศแล้วอยากสั่งน้ำปั่นสักแก้ว คำศัพท์หมวดแรกๆ ที่เราต้องนึกถึงก็คือหมวดอาหารและ ผลไม้ภาษาอังกฤษ (Fruits) ใช่ไหมครับ? หลายคนอาจจะคิดว่าหมวดนี้ง่ายแสนง่าย ท่องมาตั้งแต่เด็กๆ อย่าง Apple, Banana หรือ Orange ก็น่าจะพอเอาตัวรอดได้แล้ว

แต่ในความเป็นจริง โลกของผลไม้มีหลากหลายสายพันธุ์มากครับ แถมยังมีผลไม้เมืองร้อน (Tropical fruits) ที่ฝรั่งหลายคนชื่นชอบแต่เรากลับเรียกชื่อภาษาอังกฤษไม่ถูก ยิ่งไปกว่านั้น คำศัพท์ผลไม้หลายคำยังถูกเจ้าของภาษานำไปใช้เป็นสำนวน (Idioms) เพื่อเปรียบเปรยถึงอารมณ์และสถานการณ์ต่างๆ ด้วย วันนี้ Engduo Thailand จะพาคุณมาอัปเดตคลังคำศัพท์ผลไม้แบบครบถ้วน พร้อมเจาะลึกคำที่คนไทยมักออกเสียงผิด เพื่อให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ!

แบ่งหมวดหมู่คำศัพท์ ผลไม้ภาษาอังกฤษ ให้จำง่ายนำไปใช้สะดวก

เพื่อไม่ให้เป็นการท่องจำแบบสะเปะสะปะ เรามาจัดกลุ่มคำศัพท์ผลไม้ตามลักษณะสายพันธุ์กันครับ วิธีนี้จะช่วยให้สมองเชื่อมโยงคำศัพท์ได้ดีขึ้น

1. ผลไม้ตระกูลส้มและรสเปรี้ยว (Citrus Fruits)

กลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินซี และเป็นที่นิยมในการทำเครื่องดื่มครับ

  • Orange: ส้ม
  • Lemon: เลมอน (มะนาวสีเหลืองลูกรีๆ)
  • Lime: มะนาว (มะนาวสีเขียวลูกกลมๆ แบบที่คนไทยใช้ทำอาหาร)
  • Pomelo: ส้มโอ
  • Tangerine: ส้มเขียวหวาน

2. ผลไม้เมืองร้อน (Tropical Fruits)

ผลไม้กลุ่มนี้คือของโปรดของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทยเลยครับ รู้ไว้รับรองว่าได้ใช้แนะนำเพื่อนฝรั่งแน่นอน

  • Mango: มะม่วง
  • Papaya: มะละกอ
  • Pineapple: สับปะรด
  • Coconut: มะพร้าว
  • Durian: ทุเรียน
  • Mangosteen: มังคุด
  • Rambutan: เงาะ
  • Jackfruit: ขนุน

3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และผลไม้เมืองหนาว (Berries & Cold Climate Fruits)

  • Strawberry: สตรอว์เบอร์รี
  • Blueberry: บลูเบอร์รี
  • Apple: แอปเปิล
  • Pear: สาลี่ หรือ ลูกแพร์
  • Peach: ลูกพีช
  • Grapes: องุ่น
  • Watermelon: แตงโม

ตาราง: คำศัพท์ผลไม้ที่คนไทยมักออกเสียงผิด (Pronunciation Guide)

ปัญหาหลักของการสื่อสารไม่ใช่การไม่รู้คำศัพท์ครับ แต่คือการ “รู้แต่ออกเสียงผิด” จนฝรั่งฟังไม่ออก ตารางนี้เราได้รวบรวมคำศัพท์ผลไม้ที่คนไทยมักติดสำเนียงไทย พร้อมวิธีอ่านออกเสียงที่ถูกต้องตามหลักสัทศาสตร์มาให้แล้วครับ

คำศัพท์ผลไม้ (Fruit)คำอ่านที่คนไทยคุ้นชิน (Thai Habit)คำอ่านที่ถูกต้อง (Correct Pronunciation)จุดที่ต้องระวัง (Focus Point)
Orangeออ-เร้นจ์ออ-รินจ์พยางค์หลังให้ออกเสียงสระอิ และมีเสียง จ.จาน ตอนท้ายเบาๆ
Bananaบา-นา-น่าเบอะ-แน-เนอะฝรั่งจะเน้นเสียงหนัก (Stress) ที่พยางค์กลาง ไม่อ่านว่าน่า
Lemonเล-ม่อนเลม-เมินพยางค์หลังออกเสียงสั้นๆ เป็น เมิน ไม่ใช่ ม่อน
Strawberryสตอ-เบอ-รี่สตรอ-เบรอะ-รีรวบเสียงตรงกลางให้สั้นลง และระวังเสียงควบกล้ำ สตร.
Papayaปา-ปา-ย่าเพอะ-พาย-เออะเน้นเสียงหนักที่พยางค์กลาง (พาย)

สำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้ “ผลไม้” มาเปรียบเปรย (Fruit Idioms)

เจ้าของภาษามักจะหยิบเอาผลไม้มาเปรียบเทียบในชีวิตประจำวันครับ ถ้ารู้สำนวนพวกนี้ รับรองว่าคุยกับฝรั่งรู้เรื่องและดูโปรขึ้นแน่นอน

  • The apple of my eye: แก้วตาดวงใจ / คนที่เป็นที่รักมากๆตัวอย่าง: My daughter is the apple of my eye. (ลูกสาวคือแก้วตาดวงใจของฉัน)
  • To go bananas: โกรธจัด / บ้าคลั่ง / ตื่นเต้นสุดขีดตัวอย่าง: He will go bananas if he finds out the truth. (เขาต้องโกรธเป็นบ้าแน่ๆ ถ้าเขารู้ความจริง)
  • A lemon: ของที่ซื้อมาแล้วพัง ซื้อมาแล้วไม่ได้เรื่อง (มักใช้กับรถยนต์มือสอง)ตัวอย่าง: That used car I bought is a complete lemon. (รถมือสองที่ฉันซื้อมามันห่วยแตกมาก ซ่อมตลอดเลย)
  • Cherry-pick: เลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด / เลือกเอาแต่ได้ตัวอย่าง: You can’t just cherry-pick the easy tasks. (คุณจะมาเลือกทำแต่งานง่ายๆ ไม่ได้นะ)
  • Peach: คนที่น่ารักมากๆ หรือสิ่งที่ดีมากๆตัวอย่าง: Thank you for helping me, you’re a peach! (ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ คุณน่ารักที่สุดเลย!)

ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com


Google ปิดดีลควบรวม Wiz เสริมแกร่งความปลอดภัยคลาวด์-AI

  • Google ประกาศเข้าซื้อกิจการ Wiz แพลตฟอร์มความปลอดภัยบนคลาวด์และ AI เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการของ Google Cloud
  • การควบรวมกิจการมีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ช่วยให้องค์กรตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ดียิ่งขึ้น
  • Wiz จะยังคงรักษาแบรนด์เดิมและสนับสนุนการทำงานบนคลาวด์หลักทุกแพลตฟอร์ม (Multi-cloud) รวมถึง AWS, Azure และ Oracle Cloud ต่อไป

Google LLC ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ วิซ (Wiz) แพลตฟอร์มความปลอดภัยบนคลาวด์และ AI ชั้นนำที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก โดย วิซ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Google Cloud และยังคงรักษาแบรนด์เดิมรวมถึงพันธกิจในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าในทุกสภาพแวดล้อมคลาวด์

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนของ Google Cloud  เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนคลาวด์ และช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างระบบได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยบนทุกแพลตฟอร์มคลาวด์หรือ AI ในยุคแห่ง AI ปัจจุบัน ภาคธุรกิจและภาครัฐจำนวนมากกำลังย้ายข้อมูลและระบบที่สำคัญที่สุดไปยังคลาวด์ และเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบคล่องตัวและต่อเนื่อง เมื่อองค์กรเหล่านี้ดำเนินงานในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์และนำเอไอมาใช้ ผู้โจมตีก็กำลังใช้ AI เพื่อดำเนินการด้วยความเร็วและความซับซ้อนที่มากขึ้นเช่นกัน

วิซ นำเสนอแพลตฟอร์มความปลอดภัยที่ใช้งานง่าย พร้อมความเชี่ยวชาญเชิงลึกในสภาพแวดล้อมคลาวด์และโค้ด โดยเชื่อมต่อกับคลาวด์หลักทั้งหมดและช่วยป้องกันรวมถึงตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ความสามารถของ วิซ จะเข้ามาเสริมความเป็นผู้นำของ Google Cloud ในด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และความเชี่ยวชาญด้าน AI เชิงลึก รวมถึงระบบข่าวกรองภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือปฏิบัติการด้านความปลอดภัย

Google Cloud และ วิซ จะร่วมกันนำเสนอแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจจับ ป้องกัน และตอบสนองต่อภัยคุกคาม ซึ่งจะช่วยให้องค์กรก้าวทันสถานการณ์ด้วยการตรวจจับภัยคุกคามอุบัติใหม่ที่สร้างขึ้นโดยใช้โมเดล AI  ป้องกันภัยคุกคามต่อโมเดล AI และใช้โมเดล AI เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสามารถตามล่าภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะให้บริการเครื่องมือ กระบวนการ และนโยบายที่สอดคล้องกันในทุกสภาพแวดล้อมคลาวด์หลักในทุกระดับ ตั้งแต่โค้ดไปจนถึงคลาวด์และรันไทม์

ขีดความสามารถที่รวมกันนี้จะช่วยส่งเสริมการนำระบบความปลอดภัยแบบมัลติคลาวด์มาใช้ เพิ่มความสามารถของบริษัทต่างๆ ในการใช้คลาวด์หลายแห่ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นนวัตกรรมในด้านคลาวด์คอมพิวเตอร์และแอปพลิเคชันเอไอต่อไป องค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐสามารถปรับปรุงวิธีการออกแบบ ดำเนินการ และเปลี่ยนระบบความปลอดภัยให้เป็นอัตโนมัติได้อย่างมาก ช่วยขยายขนาดทีมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในขณะที่ลดต้นทุนในการปรับใช้และจัดการการควบคุมความปลอดภัย แพลตฟอร์มที่รวมกันนี้ยังจะช่วยปกป้องธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งมักจะขาดความเชี่ยวชาญและทรัพยากรในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและทำลายล้างมากขึ้น

เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Google Cloud ในด้านระบบเปิด ผลิตภัณฑ์ของ วิซ จะยังคงทำงานและพร้อมใช้งานในคลาวด์หลักทั้งหมด รวมถึง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services),  แพลตฟอร์ม Google Cloud , ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ (Microsoft Azure) และ ออราเคิล คลาวด์ (Oracle Cloud) และจะถูกนำเสนอผ่านโซลูชันความปลอดภัยของพันธมิตรที่หลากหลาย

นอกจากนี้ Google Cloud จะยังคงมอบทางเลือกที่หลากหลายแก่ลูกค้าผ่านโซลูชันความปลอดภัยของพันธมิตรต่างๆ ที่มีอยู่ใน Google Cloud Marketplace

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


บรอกโคลีสีเขียวกับบรอกโคลีสีม่วง ต่างกันอย่างไร? แบบไหนสดกว่ากัน

วิธีเลือกซื้อ “บรอกโคลี” ให้ได้ของสดใหม่ เทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้ดูแค่สี

บรอกโคลีเป็นผักยอดนิยมที่นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งสลัด ผัดผัก หรือแม้แต่ส่วนก้านก็นำมาทำอาหารได้ หลายคนอาจเคยสงสัยเวลาไปเดินตลาดแล้วเจอ บรอกโคลี ที่มีสีเขียวสดสลับกับสีออกม่วงว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่เรียกว่าสดกว่ากัน

ความแตกต่างระหว่าง บรอกโคลี สีเขียวและสีม่วง

จากการสอบถามข้อมูลจาก JA Fukaya แหล่งปลูก บรอกโคลี ชั้นนำในญี่ปุ่น พบว่าสีม่วงที่ปรากฏบนดอกนั้นเกิดจากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ละลายน้ำได้ บรอกโคลีจะสร้างสารนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากสภาพแวดล้อมหรือความเครียดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่า บรอกโคลี สีม่วงคือผักที่สดกว่าเสมอไปนั้นอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสายพันธุ์เป็นหลัก บางสายพันธุ์อาจมีสีม่วงชัดเจนเมื่อเจอความเย็น แต่บางสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบันถูกพัฒนามาให้คงสีเขียวสดไว้ตลอด แม้จะอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นก็ตาม

เทคนิคการเลือกซื้อ บรอกโคลี ที่สดและอร่อย

แทนที่จะพิจารณาจากสีเพียงอย่างเดียว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้วิธีการสังเกตความสมบูรณ์ของส่วนต่างๆ ดังนี้:

  • ส่วนดอก (หัว): ควรมีลักษณะเกาะตัวกันแน่น แข็ง และไม่บานแยกออกจากกัน
  • ก้าน: ต้องมีความแน่น ไม่เหี่ยวหรือมีรูพรุนด้านใน
  • ใบ: หากมีใบติดมาด้วย ใบต้องดูสดชื่น ไม่เหี่ยวเฉา

สรุปแนวทางการเลือก บรอกโคลี เพื่อความอร่อย

การเลือกซื้อ บรอกโคลี ที่มีคุณภาพควรเน้นที่ความแน่นของดอกและก้านเป็นหลัก ส่วนสีม่วงที่เกิดขึ้นนั้นจะหายไปและกลับมาเป็นสีเขียวสดเมื่อนำไปต้ม การสังเกตความแข็งแรงของเนื้อสัมผัสจะช่วยให้คุณได้ บรอกโคลี ที่กรอบอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 16/3/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a76,700.0076,900.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,958.0075,163.2877,700.00
ทองรูปพรรณ 90%4,462.2067,646.95n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,966.4060,130.62n/a
ทองรูปพรรณ 50%2,231.1033,823.48n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,735.3026,307.15n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%5,137.8277,889.35n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 16/3/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9531.0531.0532.3531.0531.0531.0531.0531.0531.05
แก๊สโซฮอล์ 9130.6830.6831.7830.6830.6830.6830.6830.6830.68
แก๊สโซฮอล์ E2027.8427.8428.9427.8427.8427.8427.8427.84
แก๊สโซฮอล์ E8525.7925.7925.79
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม40.0449.5449.8440.04
เบนซิน 9539.6449.5140.1439.7939.64
ดีเซล29.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม43.4445.6449.8445.6443.44
แก๊ส NGV16.6916.69


 

About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า