พฤกษา ปลุก The Reserve วิลล่า85ล.โซนสุขุมวิท 26 หลัง Rare Collection

พฤกษาปลุกแบรนด์ The Reserve ผุดวิลล่า 85 ล้านกลางสุขุมวิทRare Collection จำนวน26 หลัง บนทำเลที่ที่ดินหายากยิ่งกว่าทอง
ในวันที่ตลาดบ้านหรูมีคำว่า “ใกล้เมือง” เต็มไปหมดแต่คำว่า “บ้านในเมือง” กลับแทบไม่เหลือต้นปีนี้ พฤกษา โฮลดิ้ง เลือกปลุกแบรนด์ลักชัวรี “The Reserve” ในรอบ 8 ปีผ่านโครงการใหม่ The Reserve Villas Sukhumvit 89/1วิลล่าระดับ Super Luxury บนที่ดินสุขุมวิท ซึ่งแทบไม่มีแปลงใหม่ให้พัฒนาอีกแล้วราคาเริ่มต้น 65–85 ล้านบาทจำนวนเพียง 26 ครอบครัว
คำถามคือ นี่คือการเปิดโครงการใหม่หรือคือการ “รีโพสิชัน” แบรนด์สู่ตลาดบนอย่างจริงจัง
จากคอนโดลักชัวรี สู่ “บ้านสุขุมวิท” ที่หาไม่ได้อีก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา “The Reserve” ถูกจดจำในฐานะแบรนด์คอนโดระดับบนการกลับมาครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวสินค้าใหม่แต่คือการยกระดับสู่ “The Reserve Villas”ภายใต้พอร์ต Pruksa Luxury Collection
จุดขายสำคัญไม่ใช่แค่ความหรู
แต่คือ “Location / Living Experience / Timeless Value”
3 องค์ประกอบที่ผู้พัฒนาเรียกว่า Rare Collection ต้องเกิดพร้อมกัน โดยเฉพาะคำว่า Location สุขุมวิทไม่ใช่แค่ถนนสายหลักแต่คือแกนศรษฐกิจ วิถีชีวิต และมูลค่าที่ดินระดับสากลของกรุงเทพฯโครงการตั้งอยู่ซอยสุขุมวิท 89/1 ห่างถนนใหญ่เพียง 400 เมตรใกล้ BTS อ่อนนุช และบางจาก
ในเชิงกลยุทธ์ นี่คือการขาย “เวลา”เพราะสำหรับคนเมืองระดับบน
ความหรูอาจไม่ใช่หินอ่อนหรือฝ้าเพดานสูงแต่คือการไม่ต้องเสียชีวิตไปกับการเดินทาง
26 หลัง กับกลยุทธ์ Scarcity Marketing
โครงการถูกพัฒนาเป็นสังคมส่วนตัวเพียง 26 ยูนิตพร้อมแบบบ้าน 2 ขนาด
- Residence I พื้นที่ใช้สอย 462 ตร.ม.
- Residence II พื้นที่ใช้สอย 282 ตร.ม.
- ทุกหลังมีลิฟต์ส่วนตัว
ในโลกสินทรัพย์ระดับบน“ความหายาก” คือกลไกสร้างมูลค่า
- ยิ่งซัพพลายน้อย
- ยิ่งสร้างภาพจำของความเอ็กซ์คลูซีฟ
- และยิ่งผลักดันให้บ้านกลายเป็นมากกว่าอสังหาฯ
- แต่เป็น Legacy Asset ที่ส่งต่อได้
แนวคิดของโครงการจึงใช้คำว่า“The Rarity Today, The Legacy Tomorrow”
บ้านที่มาพร้อม Concierge และ Family Doctor
จุดต่างที่พฤกษาพยายามเติมเข้าไปคือการยกระดับ Living Experienceโครงการมาพร้อมบริการ Concierge by The Reserve
ดูแลจัดการเรื่องไลฟ์สไตล์แบบเฉพาะบุคคล
และเป็นครั้งแรกของกลุ่มอสังหาฯ ไทยที่ผสานธุรกิจสุขภาพเข้ากับที่อยู่อาศัยผ่านความร่วมมือกับ โรงพยาบาลวิมุต
เปิดตัวโปรแกรม Family Doctor ดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและแบบ Personalizedตั้งแต่การประเมินสุขภาพเชิงลึก โภชนาการ
ไปจนถึงพัฒนาการของบุตรหลานนี่คือการขยับจาก “บ้านหรู”สู่ “ระบบนิเวศคุณภาพชีวิต”
เมื่อดีไซน์ต้องอยู่เหนือกระแส
ในมิติของ Timeless Valueโครงการออกแบบโดย A49ภายใต้แนวคิด “Urban Tropical Sanctuary”โจทย์สำคัญไม่ใช่แค่สวยในวันนี้แต่ต้องไม่ตกยุคในอีก 10–20 ปีเพราะบ้านระดับ 80 ล้านบาทไม่ได้ถูกซื้อเพื่ออยู่ 5 ปีแล้วขายแต่คือสินทรัพย์ที่ต้องรักษามูลค่า และภาพลักษณ์ระยะยาว
เกมใหม่ของพฤกษา ในสมรภูมิบนสุด
การปลุก The Reserve ในรอบ 8 ปีสะท้อนชัดว่า พฤกษากำลังรุกตลาดบนมากขึ้นในวันที่ตลาดแมสแข่งขันด้วยราคาตลาด Super Luxury แข่งขันด้วย
“ทำเล + ความหายาก + ประสบการณ์”
และบนถนนสุขุมวิทสิ่งที่มีค่ามากกว่าที่ดินอาจไม่ใช่ตัวบ้านแต่คือ “เวลาชีวิต”ที่เจ้าของบ้านเลือกซื้อคืนกลับมา26 หลังในครั้งนี้
จึงไม่ใช่แค่โครงการใหม่แต่คือเดิมพันว่าบ้านในเมือง…ยังเป็นสินทรัพย์ที่คนพร้อมจ่าย เพื่อครอบครองมันก่อนจะไม่มีอีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
พรีโมตั้ง’สุพินท์ มีชูชีพ’ นั่งซีอีโอเขย่าธุรกิจบริการอสังหาฯ

พรีโม บริษัทในเครือออริจิ้นตั้ง’สุพินท์ มีชูชีพ’นั่งซีอีโอ เขย่าธุรกิจบริการอสังหาฯ ดึงมืออาชีพประสบการณ์ 30 ปี ทรานส์ฟอร์มสู่แพลตฟอร์มรายได้ประจำ
ปี 2569 ของวงการอสังหาริมทรัพย์อาจไม่ได้วัดกันแค่ “ใครขายบ้านได้มากกว่า”แต่กำลังวัดกันว่าใครสร้าง “รายได้หลังการขาย” ได้มั่นคงกว่าและนี่คือจังหวะที่ พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRIประกาศปรับโครงสร้างครั้งใหญ่แต่งตั้ง “สุพินท์ มีชูชีพ” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารมีผลตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไปนี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแม่ทัพแต่คือการส่งสัญญาณ “ทรานส์ฟอร์ม”เกมบริการอสังหาฯ
จากธุรกิจสนับสนุน สู่เครื่องยนต์รายได้หลัก
PRI คือแขนขาธุรกิจบริการอสังหาฯ ครบวงจรในเครือออริจิ้นทำหน้าที่ดูแลตั้งแต่วิศวกรรมอาคาร บริหารนิติบุคคลไปจนถึงนายหน้าและที่ปรึกษาการปรับโครงสร้างครั้งนี้ให้นายสุรินทร์ สหชาติโภคานันท์ ขึ้นกำกับภาพรวมในฐานะกรรมการบริหารดูแลทั้ง PRI และ บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือธงของเครือ ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)ขณะที่บทบาท CEO ถูกส่งต่อให้มืออาชีพที่คลุกคลีวงการมากว่า 30 ปีโจทย์จึงชัดเจนPRI ต้องไม่ใช่แค่ “ผู้ให้บริการสนับสนุน”แต่ต้องเป็น “แพลตฟอร์มสร้างรายได้ประจำ” ของทั้งกลุ่ม
3 เสาหลัก สร้าง Recurring Income
ภายใต้แนวคิด Happy Maker for Allองค์กรวางโครงสร้างธุรกิจไว้ 3 แกนหลัก
1. Engineering – งานวิศวกรรมและบริหารจัดการอาคาร
2. Living Service – บริการดูแลคุณภาพชีวิตผู้อยู่อาศัย
3. Brokerage – นายหน้าและที่ปรึกษาด้านอสังหาฯ
หากมองเชิงกลยุทธ์ทั้ง 3 ธุรกิจคือการครอบคลุมวงจรอสังหาฯ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำและที่สำคัญเป็นโมเดลที่สร้างรายได้แบบ Recurring Incomeซึ่งตลาดทุนให้ “พรีเมียม” มากกว่ารายได้จากการขายโครงการครั้งเดียว
โปรไฟล์ระดับแม่ทัพ
ชื่อของสุพินท์ ไม่ใช่หน้าใหม่ในวงการ เขาเคยดำรงตำแหน่งสำคัญ เช่น อดีต CEO บริษัท เซ็น เอ็กซ์ จำกัด (มหาชน)
อดีตประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมเวลากว่า 30 ปี ในธุรกิจที่ปรึกษาและบริการอสังหาฯครอบคลุมทั้งการพัฒนา การบริหารทรัพย์สิน และการยกระดับมาตรฐานบริการก่อนรับตำแหน่ง CEO ของ PRIยังทำหน้าที่ที่ปรึกษากลยุทธ์ให้บริษัทในเครือออริจิ้น
บริการอสังหาฯ ยุคใหม่ ไม่ได้วัดแค่จำนวนโครงการ
ในอดีต บริษัทพัฒนาอสังหาฯ แข่งขันกันที่ยอดขายแต่วันนี้ รายได้ประจำจากการบริหารอาคาร การดูแลลูกบ้านและบริการหลังโอน กลายเป็นแหล่งรายได้ระยะยาวที่สำคัญ ยิ่งพอร์ตโครงการในเครือเติบโตมากเท่าไร ฐานลูกบ้านก็ยิ่งขยายและโอกาสสร้างรายได้บริการก็ยิ่งมากขึ้น
การตั้ง CEO ที่มีพื้นฐานสายบริการโดยตรงจึงสะท้อนชัดว่า PRI ต้องการยกระดับตัวเองจาก “ผู้ตามงานโครงการ”สู่ แพลตฟอร์มบริการอสังหาฯ สมัยใหม่
เกมระยะยาวของเครือออริจิ้น
เมื่อดีเวลอปเปอร์จำนวนมากกำลังเผชิญความผันผวนจากกำลังซื้อและสินเชื่อการมีธุรกิจบริการที่สร้างกระแสเงินสดสม่ำเสมอ
คือเกราะป้องกันวัฏจักรการเข้ามาของสุพินท์จึงไม่ใช่แค่การแต่งตั้งผู้บริหารแต่คือการวางหมากให้ PRIกลายเป็น “เครื่องยนต์รายได้ประจำ”ที่ช่วยพยุงทั้งกลุ่มในวันที่ตลาดผันผวน
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 17 ก.พ.69 ‘อ่อนค่า‘ หลังราคาทองย่อตัว

- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจากวันก่อนหน้า
- ปัจจัยหลักที่ทำให้เงินบาทอ่อนค่ามาจากการย่อตัวลงของราคาทองคำ และการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์
- ปริมาณการซื้อขายในตลาดเบาบางเนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนและวันหยุดของสหรัฐฯ ทำให้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบ
- นักวิเคราะห์คาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 31.12 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดของวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 31.09 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up (แกว่งตัวในกรอบ 31.07-31.16 บาทต่อดอลลาร์) หลังเงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ขณะเดียวกัน ราคาทองคำ (XAUUSD) ได้ย่อตัวลง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม แม้ว่าหลายตลาดการเงินจะอยู่ในช่วงปิดทำการเนื่องในวันหยุดเทศกาลตรุษจีน (โดยเฉพาะฝั่งเอเชีย) และวันหยุด Presidents’ Day ของฝั่งสหรัฐฯ ทั้งนี้ ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน ได้ส่งผลกระทบให้ปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินเอเชียเบาบางลง ส่งผลให้สินทรัพย์ฝั่งเอเชียเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน
แนวโน้มค่าเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท เนื่องจากในช่วงนี้ หลายตลาดการเงินจะอยู่ในช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีน โดยเฉพาะฝั่งตลาดการเงินเอเชีย ทำให้ ปริมาณการทำธุรกรรมอาจเบาบางลง เราจึงคงมองว่า เงินบาท (USDTHB) อาจเคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจนในกรอบ Sideways ในช่วงระหว่างวัน ทว่า อาจต้องจับตาการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงเปิดทำการของตลาดการเงินฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจากจะมีการรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญจากฝั่งอังกฤษและสหรัฐฯ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ (และอาจรวมถึงราคาทองคำ) ได้
โดยจากการประเมินสถิติการเคลื่อนไหวของ เงินบาท (USDTHB) ในช่วงหลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจในวันนี้ โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษและข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ เรามองว่า เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวในกรอบ 31.05-31.25 บาทต่อดอลลาร์ ได้
อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวของเงินบาทอาจแตกต่างไปจากที่ประเมินไว้ได้ ซึ่งต้องจับตาทิศทางของราคาทองคำที่แม้จะเผชิญแรงกดดันในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย แต่มีโอกาสทยอยรีบาวด์สูงขึ้นได้บ้าง จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะเลิกกังวลความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงระยะสั้นนี้ หรือ ผู้เล่นในตลาดจะกลับมาปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ซึ่งต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าคาดต่อเนื่อง
นอกจากนี้ เราสังเกตเห็นว่า ในบรรดานักลงทุนต่างชาติอาจเริ่มชะลอการเข้าซื้อสินทรัพย์ไทย เพื่อรอประเมินความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองไทย หลังจากที่ได้เข้าซื้อสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นไทยไปมากแล้วในช่วงหลังรู้ผลการเลือกตั้ง ทำให้เงินบาทอาจขาดแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติได้
เราประเมินว่า ความผันผวนของเงินบาทเสี่ยงที่จะสูงขึ้นและอย่างน้อยก็อยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ผ่านมา ท่ามกลาง ความไม่แน่นอนของการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด รวมถึงบรรดาธนาคารกลางหลักต่างๆ ประเด็นการเมืองสหรัฐฯ ที่ต้องจับตาทั้งสถานการณ์ Government Shutdown (ที่จะกลับมาอีกครั้งในช่วงต้นปี 2026) และการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้าโดยศาลสูงสุด (Supreme Court) ทำให้เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options หรือพิจารณาใช้สกุลเงินท้องถิ่น (Local Currencies) เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มุมมองการลงทุนทั่วโลก
แม้ว่าในช่วงคืนที่ผ่านมา ตลาดการเงินสหรัฐฯ จะปิดทำการเนื่องในวันหยุด Presidents’ Day ทว่า บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาจเริ่มทยอยกลับมาสู่ภาวะเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้นได้อีกครั้ง สะท้อนผ่าน การปรับตัวขึ้นของสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ราว +0.2% ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย อย่างไรก็ดี ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่เร่งรีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มต่อการลงทุนในธีม AI/Semiconductor ที่ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นอื่นๆ ที่มีหุ้นในกลุ่มดังกล่าว
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย +0.13% ตามการรีบาวด์ขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มการเงิน และการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมทหารและการบิน ที่ยังพอได้อานิสงส์จากความไม่แน่นอนของสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อย่างประเด็นความตึงเครียดสหรัฐฯกับอิหร่านอยู่ อย่างไรก็ดี ตลาดหุ้นยุโรปยังคงเผชิญแรงกดดันจากแรงขายหุ้นธีม AI/Semiconductor รวมถึงหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เสี่ยงต่อการถูก Disrupt โดย AI ไม่ต่างกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ในช่วงก่อนหน้า
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ในลักษณะ Sideways Up สอดคล้องกับการทยอยอ่อนค่าลงของบรรดาสกุลเงินหลัก โดยเฉพาะเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อ่อนค่าลงต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันก่อนหน้า หลังรายงานอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ของญี่ปุ่นออกมาแย่กว่าคาด อย่างไรก็ดี การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด ท่ามกลางปริมาณการทำธุรกรรมที่เบาบางในช่วงวันหยุด อีกทั้งผู้เล่นในตลาดต่างรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้เพิ่มเติม ทำให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 97 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 96.9-97.2 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ แม้ว่าปริมาณการทำธุรกรรมในตลาดการเงินจะเบาบางลงในช่วงวันหยุดของหลายตลาดการเงิน ทว่า ภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ทั้งฝั่งเอเชียและยุโรป กอปรกับการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ ได้สร้างแรงกดดันต่อ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน เม.ย. 2026) ส่งผลให้ราคาทองคำย่อตัวลงสู่โซน 5,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ ทั้งยอดการจ้างงาน และอัตราการเติบโตของค่าจ้าง โดยข้อมูลดังกล่าวอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ในการปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินได้ ซึ่งล่าสุดบรรดาผู้เล่นในตลาดต่างประเมินว่า BOE มีโอกาสราว 97% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้
ส่วนทางฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี และยูโรโซน โดย ZEW (ZEW Economic Sentiment) ในเดือนกุมภาพันธ์
ในส่วนฝั่งสหรัฐฯ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานยอดการจ้างงานภาคเอกชนรายสัปดาห์ โดย ADP ดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรมโดย NY FED (Empire Manufacturing Index) ในเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงข้อมูลตลาดบ้านสหรัฐฯ จากดัชนี NAHB Housing Market Index ในเดือนกุมภาพันธ์ เช่นกัน
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน พร้อมทั้ง คอยติดตามพัฒนาการของความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
‘มะเร็งถุงนํ้าดี’ ป้องกันและรับมือได้ หากรู้เท่าทัน

“มะเร็งถุงน้ำดี” เป็นมะเร็งที่พบไม่บ่อยเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดอื่น แต่มีความรุนแรงสูง เนื่องจากในระยะแรกมักไม่มีอาการชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงมาพบแพทย์เมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลาม ส่งผลให้โอกาสรักษาให้หายขาดลดลงอย่างมาก
“ถุงน้ำดี” เป็นอวัยวะขนาดเล็ก อยู่ใต้ตับ ทำหน้าที่เก็บน้ำดีซึ่งใช้ในการย่อยไขมัน ผนังด้านในของถุงน้ำดีประกอบด้วยเซลล์เยื่อบุผิว ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มะเร็งถุงน้ำดีส่วนใหญ่มักเริ่มต้น เมื่อถุงน้ำดีเกิดการอักเสบเรื้อรัง เซลล์จะถูกกระตุ้นให้แบ่งตัวซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน เพิ่มโอกาสเกิดความผิดพลาดของสารพันธุกรรม และพัฒนาไปสู่การกลายเป็นเซลล์มะเร็งในที่สุด
ประเทศไทยพบโรคในกลุ่มมะเร็งทางเดินน้ำดีค่อนข้างมาก ปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การพบพยาธิใบไม้ตับในบางพื้นที่, พฤติกรรมการบริโภคอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ, จำนวนผู้ที่มีนิ่วในถุงน้ำดีเพิ่มขึ้นตามอายุมะเร็งถุงน้ำดีจึงไม่ใช่โรคไกลตัว แต่เป็นภัยเงียบที่ควรให้ความสำคัญ
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญ ได้แก่ เป็นนิ่วในถุงน้ำดี, ถุงน้ำดีอักเสบเรื้อรัง, ผนังถุงน้ำดีมีหินปูนเกาะ (Porcelain gallbladder), ติ่งเนื้อในถุงน้ำดี (Gallbladder Polyp), อายุที่มากขึ้น ระบบซ่อมแซม DNA เสื่อม, เพศหญิง ฮอร์โมนเอสโตรเจนสัมพันธ์กับนิ่ว เอสโตรเจนเพิ่มคอเลสเตอรอลในน้ำดี ทำให้น้ำดีตกตะกอนง่ายและเกิดเป็นนิ่ว, พยาธิใบไม้ตับ และ ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งทางเดินน้ำดี

อาการเตือนในระยะแรก คือ จะรู้สึกแน่นหรือปวดชายโครงขวา ท้องอืด อาหารไม่ย่อย คล้ายอาการนิ่วถุงน้ำดี ขณะที่ระยะลุกลาม จะปวดท้องต่อเนื่อง ตัวเหลือง ตาเหลือง คันตามผิวหนัง ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หากมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเกิน 2-4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม
การตรวจวินิจฉัย สามารถทำได้โดย อัลตราซาวด์ช่องท้อง, เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan), MRI หรือ MRCP, การตัดชิ้นเนื้อพิสูจน์ชนิดเซลล์, ตรวจเลือด เช่น ค่าเอนไซม์ตับ และสารบ่งชี้มะเร็ง (CA19-9, CEA)
ขณะที่การรักษาสามารถทำได้โดย การผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีที่ให้โอกาสหายขาดมากที่สุด หากตรวจพบในระยะต้น, เคมีบำบัด ใช้หลังผ่าตัดเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ หรือใช้ควบคุมโรคในรายที่ผ่าตัดไม่ได้, รังสีรักษา ช่วยลดขนาดก้อนหรือบรรเทาอาการ และการรักษาแบบประคับประคอง เช่น ใส่ท่อระบายน้ำดี ควบคุมอาการปวด ดูแลโภชนาการ และฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกาย
บทบาทของการรักษาแบบผสมผสาน (Integrative / Holistic Care) คือการนำศาสตร์ทางการแพทย์แผนปัจจุบันมาทำงานร่วมกับการดูแลเสริมด้านโภชนาการ ไลฟ์สไตล์ และการฟื้นฟูร่างกาย โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมประสิทธิภาพการรักษาหลัก ลดผลข้างเคียง และเพิ่มคุณภาพชีวิต
แนวทางที่ใช้บ่อย ได้แก่ 1. โภชนาการบำบัดเฉพาะบุคคล 2. การเสริมวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเหมาะสม 3. การดูแลระบบลำไส้และจุลชีพ (Microbiome) 4. การฟื้นฟูภูมิคุ้มกัน และ 5. การดูแลด้านจิตใจและอารมณ์
มะเร็งถุงน้ำดีเป็นโรคที่เงียบแต่รุนแรง กุญแจสำคัญที่สุดคือ การรู้ความเสี่ยง ตรวจให้เร็ว และรักษาอย่างครบวงจรเมื่อผสานการแพทย์แผนปัจจุบันกับการดูแลแบบองค์รวมอย่างเหมาะสม จะช่วยเพิ่มโอกาสควบคุมโรค และยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีนัยสำคัญ
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
บิ๊กแมตช์บังเกิด! สรุปผลการจับสลากประกบคู่ ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 5

การแข่งขันฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบห้า (รอบ 16 ทีมสุดท้าย) ได้มีการจับสลากประกบคู่เป็นที่เรียบร้อย เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
โดยรอบนี้มีบิ๊กแมตช์การเจอกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พบ นิวคาสเซิล และ วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล ที่เป็นการเจอกันของทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ
สรุปผลการจับสลากประกบคู่ศึก เอฟเอ คัพ รอบ 5
- ฟูแลม พบ เซาธ์แฮมป์ตัน
- พอร์ทเวท หรือ บริสตอล ซิตี้ พบ ซันเดอร์แลนด์
- นิวคาสเซิล พบ แมนฯ ซิตี้
- ลีดส์ พบ นอริช ซิตี้
- แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ พบ อาร์เซนอล
- วูล์ฟแฮมป์ตัน พบ ลิเวอร์พูล
- เร็กซ์แฮม พบ เชลซี
- เวสต์แฮม พบ เบรนท์ฟอร์ด
สำหรับการแข่งขัน เอฟเอ คัพ รอบห้า จะทำการแข่งขันกันในวันเสาร์ที่ 7 มีนาคม และ วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม 2026
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
หุ่นยนต์มนุษย์บนเวทีตรุษจีน บิ๊กเทคอวดโฉม AI ในงาน Spring Festival Gala ปักกิ่ง

- งาน Spring Festival Gala ของจีนเป็นเวทีสำคัญที่บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ใช้แสดงศักยภาพด้านเอไอและคลาวด์ โดยปีนี้ ByteDance ได้เป็นพันธมิตรหลัก
- มีการนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จากหลายบริษัทขึ้นแสดงบนเวที เพื่อสร้างการรับรู้และแสดงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
- บริษัทเทคโนโลยีจีนแข่งขันกันอย่างดุเดือดผ่านกิจกรรมส่งเสริมการขาย เช่น การแจกอั่งเปาดิจิทัล และของรางวัลมูลค่ามหาศาลผ่านแอปพลิเคชันเอไอ
ทุกปีในคืนก่อนวันตรุษจีน ชาวจีนจำนวนมากทั่วประเทศจะเปิดโทรทัศน์รับชมรายการเดียวกัน นั่นคือ Spring Festival Gala ของ China Central Television หรือ CCTV สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลจีน รายการวาไรตี้ขนาดใหญ่ที่มีทั้งการร้องเพลง การแสดงตลก ละครสั้น และโชว์พิเศษ ถ่ายทอดสดยาวหลายชั่วโมง และมีผู้ชมในระดับหลายร้อยล้านคน จนถูกยกให้เป็นรายการที่มีคนดูมากที่สุดของประเทศในแต่ละปี
ด้วยจำนวนผู้ชม เวทีดังกล่าวจึงไม่ใช่เพียงงานบันเทิงประจำเทศกาล แต่กลายเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งหนึ่งของจีน
บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จึงแข่งขันกันอย่างเข้มข้นเพื่อให้แบรนด์ของตนได้ปรากฏตัวในงาน ไม่ว่าจะในฐานะผู้สนับสนุน พันธมิตรด้านเทคโนโลยี หรือผ่านกิจกรรมโปรโมทที่เชื่อมโยงกับรายการ เพราะการได้ขึ้นเวทีนี้ หมายถึงการเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมหาศาลในคืนเดียวกันทั่วประเทศ

ByteDance ขึ้นแท่นพาร์ทเนอร์คลาวด์เอไอเพียงรายเดียว
สำนักข่าว South China Morning Post รายงานว่า เวทีนี้มีความสำคัญมากในเชิงการตลาด คล้ายกับการแข่งขัน Super Bowl ในสหรัฐ บริษัทที่ได้เป็นผู้สนับสนุนหรือมีบทบาทในงานจะได้รับการมองเห็นในระดับประเทศ
นอกจากนี้ การได้ร่วมงานกับสถานีโทรทัศน์ของรัฐ ยังถูกมองว่าเป็นสัญญาณว่าบริษัทนั้นสอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมที่รัฐบาลจีนกำลังผลักดัน โดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์
ปีนี้ ByteDance ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ Douyin และ TikTok มีบทบาทเด่นในงาน โดยหน่วยธุรกิจคลาวด์ของบริษัทที่ชื่อ Volcano Engine ได้รับสถานะเป็น “พันธมิตรคลาวด์เอไอเพียงรายเดียว” ของงานกาล่า ซึ่งจะจัดขึ้นในวันจันทร์ (16 ก.พ.) การเข้ามาของ Volcano Engine ทำให้ปีนี้แตกต่างจากปีก่อน เพราะปีที่แล้วผู้สนับสนุนหลักด้านคลาวด์คือ Alibaba Cloud ซึ่งเป็นหน่วยธุรกิจคลาวด์และเอไอของ Alibaba Group Holding
การแข่งขันระหว่างบริษัทคลาวด์ของจีนกำลังรุนแรงขึ้น เนื่องจากความต้องการพลังประมวลผลสำหรับงานด้านเอไอเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทต่างๆ จึงพยายามแสดงศักยภาพของโครงสร้างพื้นฐานและโมเดลเอไอของตนเองผ่านเวทีที่มีผู้ชมจำนวนมาก
ByteDance ใช้งานกาล่านี้เป็นโอกาสนำเสนอความสามารถด้านเอไอแบบครบวงจร ก่อนถึงวันตรุษจีน บริษัทได้เปิดตัวโมเดลสร้างวิดีโอชื่อ Seedance 2.0 ซึ่งสามารถสร้างวิดีโอจากคำสั่งข้อความ และได้รับความสนใจในระดับนานาชาติ ต่อมาในช่วงก่อนวันจัดงาน บริษัทได้เปิดตัวโมเดลตระกูล Doubao-Seed 2.0 รุ่นอัปเดตเพิ่มเติม
ศึกอั่งเปาดิจิทัล หลายพันล้านหยวน
ในส่วนของแอป Doubao ซึ่งเป็นแอปเอไอสำหรับผู้ใช้ทั่วไป ByteDance ประกาศว่าจะจัดกิจกรรมแจกของรางวัลผ่านการจับสลากในวันงาน โดยมีผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีกว่า 100,000 ชิ้น เช่น โดรน รถยนต์ไฟฟ้า หุ่นยนต์ และเครื่องพิมพ์สามมิติ นอกจากนี้ยังมีการแจก “อั่งเปาดิจิทัล” มูลค่าสูงสุด 8,888 หยวน หรือประมาณ 39,900 บาท เพื่อดึงดูดให้ผู้ใช้เข้ามามีส่วนร่วมกับแพลตฟอร์ม
การแจกอั่งเปาในรูปแบบดิจิทัลกลายเป็นการแข่งขันระหว่างบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ เพราะก่อนเข้าสู่ช่วงเทศกาล Tencent ได้โปรโมทแอป Yuanbao ของตนเองด้วยการแจกเงินสดและคูปองรวมมูลค่า 1,000 ล้านหยวน
Alibaba ถูกกันออกจากเวทีหลัก
ขณะที่ Alibaba โปรโมทแอป Qwen ด้วยงบประมาณแจกของรางวัลรวม 3,000 ล้านหยวน รายงานระบุว่า ธรรมเนียมการให้อั่งเปาในช่วงตรุษจีน ซึ่งเป็นประเพณีดั้งเดิมของจีน ได้ถูกนำมาใช้ในรูปแบบใหม่ผ่านแอปเอไอ และกลายเป็นพื้นที่แข่งขันของบริษัทเทคโนโลยี
ภายใต้ข้อตกลงที่ CCTV จับมือกับ ByteDance ทำให้ Alibaba ไม่ได้เป็นพันธมิตรหลักในงานกาล่าหลักปีนี้
อย่างไรก็ตาม Alibaba ได้หันไปสนับสนุนงานกาล่าที่จัดโดยสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในนครเซี่ยงไฮ้ มณฑลเจ้อเจียง มณฑลเจียงซู และมณฑลเหอหนานแทน โดยในรายงานระบุว่า Alibaba เป็นเจ้าของ South China Morning Post
หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จากโรงงานสู่เวทีบันเทิง
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือ การแสดงของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ปีที่ผ่านมา หุ่นยนต์ของบริษัท Unitree จากนครหางโจว ได้แสดงเต้นรำพื้นบ้านหยางเกอบนเวที และคลิปการแสดงดังกล่าวถูกเผยแพร่ในโลกออนไลน์อย่างกว้างขวาง
ปีนี้ บริษัทด้านหุ่นยนต์หลายแห่งประกาศความร่วมมือกับงานกาล่า ได้แก่ Unitree จากหางโจว, Magiclab จากเมืองอู๋ซี, Galbot จากกรุงปักกิ่ง และ Noetix โดยมีรายงานว่ามูลค่าความร่วมมือของแต่ละบริษัทอยู่ที่ประมาณ 100 ล้านหยวน โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่าแต่ละบริษัทจะนำเสนอการแสดงในรูปแบบใด
แม้ในระยะยาวหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จะถูกคาดหวังให้ทำงานในภาคอุตสาหกรรม แต่ในปัจจุบันการแสดงด้านความบันเทิงยังเป็นพื้นที่ที่ทำให้หุ่นยนต์ได้รับความสนใจจากสาธารณชนได้ชัดเจน ตัวอย่างเช่น บริษัท Agibot จากนครเซี่ยงไฮ้ ได้จัดงาน Robot Gala ของตนเองในรูปแบบบันทึกล่วงหน้าและเผยแพร่ทางออนไลน์ โดยให้หุ่นยนต์ร้องเพลง เต้น และแสดงศิลปะการต่อสู้
CCTV ปรับตัวสู่ดิจิทัล
แม้ว่างาน Spring Festival Gala ของ CCTV จะยังคงเป็นรายการที่มีผู้ชมสูงที่สุดในจีน โดยปีที่แล้วมีโทรทัศน์ที่เปิดใช้งานเกือบ 80% รับชมรายการในคืนก่อนวันตรุษจีน แต่รายงานระบุว่า งานกาล่ากำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาผู้ชมกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งคุ้นเคยกับการรับชมเนื้อหาแบบออนไลน์และเลือกเวลาเอง มากกว่าการดูรายการสดทางโทรทัศน์
เพื่อตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนไป CCTV จึงร่วมมือกับแพลตฟอร์มออนไลน์หลายแห่ง ได้แก่ RedNote, Bilibili, Kuaishou และ Douyin เพื่อถ่ายทอดและกระจายเนื้อหาผ่านช่องทางดิจิทัล พร้อมทั้งกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้ชมในโลกออนไลน์ แม้ว่ารายการจะมักถูกนำไปวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียก็ตาม
นอกจากบริษัทด้านเอไอและหุ่นยนต์แล้ว บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคก็ใช้เวทีนี้ในการสร้างการรับรู้แบรนด์เช่นกัน Dreame Technology ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะจากเมืองซูโจว ได้ซื้อช่วงโฆษณาในงานกาล่า พร้อมกับทำแคมเปญโฆษณาในสหรัฐ ระหว่างการแข่งขัน Super Bowl ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน
ขณะเดียวกัน Miniso ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกสินค้าราคาประหยัด และ Kayou ผู้ผลิตการ์ดสะสม ก็เป็นผู้สนับสนุนงานด้วย โดยทั้งสองบริษัทได้ออกสินค้าเฉลิมฉลองที่เชื่อมโยงกับเทศกาลตรุษจีน เพื่อใช้โอกาสจากเวทีที่มีผู้ชมทั่วประเทศจำนวนมาก
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ไขความลับความเหมือน ใน ความแตกต่าง Adverb Adjective

1. ความหมายของ Adjective = คำคุณศัพท์ Adverb = คำกริยาวิเศษณ์
อย่างแรกเราจะพาเพื่อน ๆ มารู้จักประเภทของคำกันก่อนว่า Adjective และ Adverb คืออะไร
ตัวแรกก็คือ Adjective = คำคุณศัพท์ ซึ่งเป็นประเภทคำที่ทำหน้าที่ขยายนาม (noun) หรือเติมความหมายให้กับนามนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นคน สัตว์ สิ่งของและสถานที่ เพื่อบ่งบอกลักษณะให้เราเห็นภาพของนามได้อย่างชัดเจนมากขึ้น แถมบางครั้งยังเติมเต็มประโยคเพื่อบอกความรู้สึกของประธานอีกด้วย
ส่วน Adverb = คำกริยาวิเศษณ์ คือคำทำหน้าที่ขยาย Verb (คำกริยา) Adjective (คำคุณศัพท์) หรือแม้แต่ Adverb (คำกริยาวิเศษณ์) ด้วยกันเอง บอกเลยว่า เจ้า Adverbs เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดและสับสนกันบ่อยครั้ง แต่จะงงอย่างไรมาอ่านกันต่อเลย
2. หน้าตาของ Adjectives และ Adverbs
เมื่อเราจะรู้ประเภทคำทั้งสองอย่างชัดเจนแล้วก็มาส่องหน้าตา ความแตกต่าง Adverb Adjective กันต่อเลยดีกว่า
2.1 Adjectives
หลักการสังเกตคำ Adjectives แบบง่าย ๆ คือ การสังเกต Suffix หรือส่วนที่นำมาเติมเต็มด้านหลังของศัพท์ เพื่อให้ประเภทของคำเป็น Adjectives ซึ่งประกอบไปด้วย -able, -al, -ful, -ian, -ive, -less, -ous เป็นต้น
-able
readable (อ่านได้), drinkable (ดื่มได้), washable (ซักได้), suitable (เหมาะสม), knowledgeable (มีความรู้)
-al
developmental (พัฒนาการ), informal (ไม่เป็นทางการ), political (ทางการเมือง), seasonal (ตามฤดูกาล), original (ดั้งเดิม), national (ระดับชาติ)
-ful
joyful (เปี่ยมความสุข), cheerful (ร่าเริง), meaningful (มีความหมาย), powerful (เปี่ยมด้วยพลัง), wonderful (วิเศษ), beautiful (สวย)
-ian
Malayasian (ชาวมาเลเซีย), Canadian (ชาวแคนาดา), Indian (ชาวอินเดีย), Australian (ชาวออสเตรเลีย)
-ive
effective (ที่มีประสิทธิภาพ), imaginative (ที่มีจินตนาการ, เพ้อฝัน), aggressive (ก้าวร้าว), persuasive (สามารถชักจูงได้), repetitive (ซึ่งเกิดซ้ำ ๆ), attractive (น่าดึงดูดใจ)
-less
meaningless (ไร้ซึ่งความหมาย), useless (ไร้ประโยชน์), homeless (ไร้บ้าน), worthless (ไร้ค่า), hopeless (สิ้นหวัง), effortless (ไร้ความพยายาม)
-ous
delicious (อร่อย), famous (ที่มีชื่อเสียง), dangerous (อันตราย), enormous (ใหญ่โตมโหฬาร), generous (ใจกว้าง)
Adjectives บางตัวก็มาจากคำกริยา (Verb) ที่เติม -ed และ -ing ด้วย โดยส่วนใหญ่จะเน้นความรู้สึกของประธาน
เช่น surprised (รู้สึกประหลาดใจ) surprising (น่าประหลาดใจ) / interested (รู้สึกสนใจ) interesting (น่าสนใจ) / disappointed (รู้สึกผิดหวัง) disappointing (น่าผิดหวัง) รวมไปถึงคำกริยาช่องที่ 3 ไม่ว่าจะเป็น broken (แตกหัก), stolen (ที่ถูกขโมยไป), unknown (ที่ไม่เป็นที่รู้จัก) เป็นต้น
แต่ไม่ใช่เพียงแค่นี้ เพราะจริง ๆ แล้ว Adjective ยังมีหน้าตาอื่น ๆ อีกมากมายให้เราได้ศึกษากันดู เช่น bad (แย่), kind (มีเมตตา), thin (ผอม), fat (อ้วน), light (สว่าง), dark (มืด), short (สั้น, เตี้ย), tall (สูง), long (ยาว), enough (เพียงพอ), better (ดีกว่า), important (สำคัญ), clear (ชัดเจน), full (เต็ม, อิ่ม), strong (แข็งแรง), weak (อ่อนแอ) เป็นต้น
2.2 Adverbs
มาถึง Adverbs กันแล้ว หากดูตำราทั่วไปก็จะสังเกตได้ว่า Adverbs จะลงท้ายด้วย -ly อยู่เสมอ โดยให้ความหมายว่าอย่าง …… เช่น bravely (อย่างกล้าหาญ), beautifully (อย่างงดงาม), correctly (อย่างถูกต้อง), certainly (อย่างแน่นอน), carefully (อย่างระมัดระวัง) truly (อย่างแท้จริง) very (มาก) และอื่น ๆ อีกเพียบ
แต่อย่าเพิ่งวางใจไป เพราะ Adjective บางตัวก็ลงท้ายด้วย -ly เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น elderly (ผู้สูงวัย, ชรา), daily (ประจำวัน), friendly (เป็นมิตร) เป็นต้น
ดังนั้นเพื่อความแน่ใจ เพื่อน ๆ ต้องหมั่นเช็กกับ Dictionary กันอยู่เสมอนะ
นอกจากนี้ Adjectives และ Adverbs บางตัวยังสามารถใช้รูปเดียวกันได้ เพียงแต่อยู่ในตำแหน่งที่ต่างกัน เช่น fast (เร็ว, อย่างรวดเร็ว), little (เล็กน้อย), far (ไกล), near (ใกล้), enough (เพียงพอ), more (มากกว่า), most (มากที่สุด) เป็นต้น
3. ตำแหน่งในการวาง Adjectives และ Adverbs
3.1 ตำแหน่งในการวาง Adjectives
สำหรับ Adjective เป็นคำที่สามารถวางได้สองตำแหน่งคือ วางข้างหน้านาม (Adj + N) ที่ต้องการขยายและวางไว้หลัง V to be (is, am, are, was, were, been) เพื่อบอกลักษณะประธานหรือเพื่อบอกความรู้สึกของประธานนั่นเอง
ตัวอย่าง
- The dog’s tail is long. = หางของสุนัขตัวนี้ยาวจัง
- We are angry with our business partner. = เราโกรธหุ้นส่วนธุรกิจของเรา
- The broken glass cannot be fixed. = แก้วที่แตกไปแล้วไม่มีทางต่อได้
- I am surprised with her marriage. = ฉันรู้สึกประหลาดใจกับงานแต่งของเธอ
3.2 ตำแหน่งในการวาง Adverbs
ส่วน Adverbs ก็สามารถวางได้หลายตำแหน่งในประโยคเพื่อขยายกริยาของประธาน ขยายคำคุณศัพท์หรือขยายคำประเภทเดียวด้วยกันเอง ถ้าอ่านแล้วงงไปดูคำอธิบายกันเลยดีกว่า
1) วางนำหน้าประโยคหรือท้ายประโยค เพื่อดึงความสนใจของผู้ฟังหรือผู้อ่าน
Thankfully, the roads were free of snow and ice in that trip. = โชคดีที่ถนนไม่มีหิมะและน้ำแข็งในทริปนั้น
2) ขยาย Verb ด้วยการวางไว้หลัง Verb
Why do you always have to eat slowly? = ทำไมคุณถึงต้องกินช้าตลอดเลย
He sings beautifully. How does he sing? = เขาร้องเพลงเพราะมาก เขาทำได้ยังไงกัน
3) วางหลัง V to be เพื่อขยาย Adjective หรือ Verb
The village was totally destroyed by the flood. = หมู่บ้านถูกทำลายราบคาบโดยอุทกภัย
My mother is extremely frightened because she saw a ghost last night. = แม่ของฉันกลัวมาก เพราะเธอเห็นผีเมื่อคืนนี้
4) คำเฉพาะอย่าง well, badly, hard, fast ต้องวางจบท้ายประโยคเสมอ
This football team played well. = ทีมฟุตบอลทีมนี้เล่นดีเลยทีเดียว
The students tried so hard for this examination. = นักเรียนพยายามอย่างหนักเพื่อการสอบในครั้งนี้
5) ถ้ามี Verb หลายตัว จะต้องดูตำแหน่งให้ดี เพราะตำแหน่งสามารถเปลี่ยนความหมายของประโยคได้ *ถ้าวางหน้าหรือหลัง Verb จะขยาย Verb แต่ถ้าวางไว้ท้ายประโยคจะขยายประโยคทั้งหมด
They slowly decided to leave the wedding. = พวกเขาค่อย ๆ ตัดสินใจที่จะออกจากงานแต่งกัน (ขยาย Verb คำว่า decided)
She decided to leave the wedding slowly. = พวกเขาตัดสินใจที่จะออกจากงานแต่งกันอย่างช้า ๆ (ขยาย Verb คำว่า leave wedding)
ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com
5 สมุนไพร “ลดบวม-เบิร์นไขมัน” หาง่าย ใกล้ตัว ได้ผลจริง

ไม่ต้องพึ่งยา! แค่หยิบ 5 สมุนไพร ลดบวม-เบิร์นไขมัน หุ่นก็ลีนขึ้นได้ง่ายๆ
หลายครั้งที่คุณผู้หญิงรู้สึกอึดอัดตัวเหมือนน้ำหนักขึ้น ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจเป็นเพียงอาการบวมน้ำจากการทานเค็มหรือระบบเผาผลาญที่เริ่มทำงานช้าลงตามวัย การพึ่งพาสารสกัดสังเคราะห์เพียงอย่างเดียว อาจไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืนเสมอไป วันนี้เราจึงขอแนะนำให้รู้จักกับพลังจากธรรมชาติใกล้ตัว ที่จะช่วยกู้ร่างพังให้กลับมาปัง ด้วย 5 สมุนไพรลดบวม-เบิร์นไขมันที่หาได้ง่ายในครัวแต่มีสรรพคุณล้นเหลือในการปั้นหุ่นสวยค่ะ
1.ขิง
ขิง คือ ราชาแห่งการเผาผลาญเลยค่ะ สารจินเจอร์รอล (Gingerol) ในขิงมีฤทธิ์ร้อน ช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกายทำให้ระบบเมตาบอลิซึมทำงานได้ดีขึ้นคล้ายกับการออกกำลังกายเบา ๆ ลองดื่มน้ำขิงอุ่นก่อนมื้ออาหาร จะช่วยลดความอยากกินจุบจิบ และช่วยย่อยอาหารได้ดีเยี่ยม ลดอาการท้องอืดที่ทำให้พุงป่องได้ด้วยนะคะ
2.ขมิ้นชัน
นอกจากจะช่วยเรื่องผิวพรรณแล้ว ขมิ้นชันยังมีสารเคอร์คูมินที่ช่วยลดการอักเสบในเซลล์ไขมัน และช่วยให้ตับทำงานได้ดีขึ้นในการกำจัดสารพิษและไขมันส่วนเกิน ผสมผงขมิ้นชันในเครื่องดื่มหรือนำไปปรุงอาหาร จะช่วยให้ร่างกายจัดการกับไขมันได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
3.พริกขี้หนู
ความเผ็ดร้อนของแคปไซซิน (Capsaicin) ในพริก คือตัวจุดระเบิดการเผาผลาญชั้นดี มันจะเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายดึงไขมันสะสมออกมาใช้เป็นพลังงานได้เร็วขึ้น ใส่พริกในมื้ออาหารพอประมาณจะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ทันทีหลังกินเสร็จ แต่อย่าเผ็ดจนเกินไปจนแสบท้องนะคะสาว ๆ
4.ตะไคร้
นี่คือสมุนไพรไม้ตายในการลดอาการบวมน้ำ ตะไคร้มีฤทธิ์ขับปัสสาวะอย่างอ่อน ช่วยชะล้างโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ลดอาการหน้าบวม ขาบวม หลังจากมื้อหนักได้อย่างดี ต้มน้ำตะไคร้จิบระหว่างวันแทนน้ำหวาน นอกจากจะสดชื่นแล้วยังช่วยให้สัดส่วนดูเพรียวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
5.กะเพรา
สมุนไพรคู่ครัวไทยที่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ ลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) ซึ่งเป็นสาเหตุของการสะสมไขมันที่หน้าท้อง ใส่ใบกะเพราเยอะ ๆ ในอาหารมื้อหลัก นอกจากจะได้รสชาติที่จัดจ้านแล้ว ยังช่วยคุมน้ำหนักในระยะยาวได้ดีมาก
การหันกลับมาดูแลตัวเองด้วยพลังจากธรรมชาติ เป็นวิธีที่อ่อนโยนและเห็นผลลัพธ์ที่ยั่งยืนที่สุดวิธีหนึ่งเลยค่ะ สมุนไพรลดบวมทั้ง 5 ชนิดนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องรูปร่าง แต่ยังช่วยปรับสมดุลสุขภาพโดยรวมของคุณผู้หญิงให้แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก ลองหามาติดครัวไว้ แล้วเริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ เพื่อหุ่นที่ลีนและสุขภาพที่ปังกว่าเดิมค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 17/2/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 73,100.00 | 73,300.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,725.00 | 71,631.00 | 74,100.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,252.50 | 64,467.90 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,780.00 | 57,304.80 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,126.25 | 32,233.95 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,653.75 | 25,070.85 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,896.37 | 74,228.97 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 17/2/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 30.85 | 30.85 | 31.35 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 | 30.85 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 30.48 | 30.48 | 30.78 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 | 30.48 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 28.64 | 28.64 | 28.94 | 28.64 | – | 28.64 | 28.64 | 28.64 | 28.64 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 26.59 | 26.59 | – | – | – | – | – | – | 26.59 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 40.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 40.04 |
| เบนซิน 95 | 39.14 | – | – | 49.51 | – | 39.64 | 39.29 | – | 39.14 |
| ดีเซล | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.44 | 45.64 | 49.84 | 45.64 | – | – | – | – | 43.44 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |







