สาระน่ารู้ประจำวันที่ 28 สิงหาคม 2568

ตลาดคอนโดยังไม่ฟื้น!ยอดโอนวูบเปิดใหม่ต่ำสุดรอบ15ปี

ตลาดคอนโดไตรมาส 2 ปี 2568 สะท้อนแรงกดดันต่อเนื่องจากเศรษฐกิจชะลออย่างหนัก ดีเวลลอปเปอร์ชะลอเปิดโครงการเปิดใหม่ต่ำสุดรอบ 15 ปี หลังยอดโอนวูบ

แฟรงค์ ข่าน หุ้นส่วน หัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัย ไนท์แฟรงค์ ประเทศไทย ระบุว่า ไตรมาส 2 ของปี 2568 อาจเป็นช่วงเวลาที่ตลาดคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เผชิญแรงกดดันหนักที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี ทั้งในแง่อุปสงค์ อุปทาน และความรู้สึกของตลาด หรือ Sentiment โดยเฉพาะเมื่อยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงต่ำสุดในรอบ 6 ปี และมีการเปิดตัวโครงการใหม่เพียง 2 โครงการเท่านั้น หรือคิดเป็นเพียง 405 ยูนิต ต่ำสุดในรอบ 15 ปี!

แม้จะฟังดูไกลตัว แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นช่วงต้นปีส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้ออย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะโครงการที่สร้างเสร็จแล้วและยังเหลือขาย ผู้บริโภคบางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึง “ความปลอดภัย” ของโครงสร้างอาคาร ประกอบกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลงเหลือเพียง 12,183 หน่วย ซึ่งถือเป็น “จุดต่ำสุด” นับตั้งแต่ปี 2562

 เปิดใหม่น้อยสุดรอบ 15 ปี

ในไตรมาสนี้มีโครงการใหม่เพียง 2 แห่งเท่านั้นที่เข้าสู่ตลาด รวม 405 ยูนิต ตั้งอยู่ชานเมืองตอนเหนือของกรุงเทพฯ ซึ่งถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในอดีต เช่น ไตรมาส 2 ของปี 2565 ที่มีการเปิดตัวสูงถึง 15,164 ยูนิต

“การเปิดตัวใหม่ลดลงอย่างมีนัยสำคั เป็นสัญญาณชัดว่าผู้พัฒนามุ่งเน้นการระบายสต็อกมากกว่าขยายตลาด”

แม้ยอดจองคอนโดมิเนียม จะขยับเล็กน้อยเป็น 105 ยูนิต แต่ก็ยังอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ในรอบ 5 ปี แสดงถึงความลังเลของผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อ ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนสูง ค่าครองชีพพุ่ง เงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่ยังเข้มงวด โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง (Real Demand) ยังไม่กล้าตัดสินใจในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน

ราคายังไม่ขยับ “เร่งระบายสต็อก”

ปัจจุบันราคาเสนอขายเฉลี่ยโดยรวมยังอยู่ในระดับ “ทรงตัว” ทั่วทั้งตลาด สะท้อนถึงการแข่งขันที่เน้นความคุ้มค่า มากกว่าการตั้งราคาเพื่อสร้างกำไรสูงสุด ยกตัวอย่าง ย่านใจกลางเมือง (CBD) ราคาเฉลี่ย 239,475 บาท/ตร.ม. ย่านสุขุมวิทปรับขึ้นเล็กน้อย ทำเลสาทร-สีลมราคาทรงตัว รอบใจกลางเมือง (City Fringe) ลดลงเหลือ 126,897 บาท/ตร.ม.

ผู้พัฒนาโครงการพยายามปรับ “ลดราคา” จูงใจผู้ซื้อ หลังสต็อกล้น ยกตัวอย่าง ทำเลชานเมือง (Suburb) ราคาปรับลงต่อเนื่อง เหลือ 72,193 บาท/ตร.ม.เน้นเร่งระบายหน่วยคงค้าง และจับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง

 แนวโน้มครึ่งปีหลัง “รอมาตรการรัฐ”

การฟื้นตัวในครึ่งปีหลังยังขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย มาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาล ความเชื่อมั่นผู้บริโภค

“หากมีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมสินเชื่อ LTV และลดค่าธรรมเนียมอย่างจริงจัง จะช่วยปลุกตลาดได้ในกลุ่มผู้ซื้อที่พร้อม”

แต่ถึงกระนั้น การแข่งขันด้านราคายังสูง ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว เสนอโบนัส โปรโมชั่น และเงื่อนไขการผ่อนชำระที่ดึงดูดมากขึ้น เพื่อแย่งชิงกำลังซื้อที่ยังจำกัด แม้ภาพรวมจะยังไม่สดใส แต่โอกาสยังคงมีสำหรับคอนโดมิเนียมในทำเลพรีเมียม เช่น ทำเลริมแม่น้ำ ทำเลใกล้รถไฟฟ้า ทำเลย่านใจกลางธุรกิจ (CBD) ที่มีโครงการพร้อมอยู่ ซึ่งยังคงได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้มีศักยภาพ และนักลงทุนต่างชาติที่มองหาความมั่นคง รวมถึงผลตอบแทนจากการปล่อยเช่า

 ตลาดยังไม่พัง แต่ยังไม่พร้อมวิ่ง

แม้จะยังไม่ใช่ภาวะวิกฤติของคอนโดมิเนียม แต่การชะลอตัวอย่างชัดเจนของตลาดในไตรมาสนี้ เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกฝ่ายต้องจับตาการฟื้นตัวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 4 ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมา หากนโยบายรัฐและปัจจัยเศรษฐกิจเอื้ออำนวย ภาพรวมคอนโดมิเนียมยังอยู่ในช่วงพักตัวระยะยาว ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์จาก “สร้างใหม่” เป็น “ทำให้ขายได้” ขณะที่ผู้ซื้อก็ยังรอความชัดเจนจากเศรษฐกิจและมาตรการรัฐ ก่อนจะกลับเข้าสู่เกมอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


3สมาคมอสังหาฯ กระทุ้งรัฐเร่งแก้วิกฤติหนี้ ผ่อนปรนเงื่อนไข

3 สมาคมอสังหาฯ กระทุ้งรัฐเร่งแก้วิกฤติหนี้ ที่กำลังกลายเป็นลูกระเบิดลูกใหญ่ ชง รื้อ‘คุณสู้เราช่วย’เข้าถึงง่าย-เงื่อนไขผ่อนปรน หวั่นกระทบระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ท่ามกลางความกังวลเรื่อง “หนี้ครัวเรือน” ที่พุ่งแตะระดับ 13.5 ล้านล้านบาท พร้อมตัวเลขหนี้เสีย (NPL) ที่สูงกว่า 1.2 ล้านล้านบาท หนึ่งในตัวแปรที่รัฐไม่อาจมองข้ามคือ “หนี้ที่อยู่อาศัย” แม้จะมีสัดส่วนไม่สูงเท่าหนี้อื่น แต่กำลังกลายเป็นลูกระเบิดลูกใหญ่! หากปล่อยไว้อาจกระทบทั้งระบบเศรษฐกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน ส.ค. คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้บ้าน ภายใต้คณะกรรมการกำกับการแก้ไขหนี้สินของประชาชนรายย่อย มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นประธาน ได้ประชุมนัดแรก โดยมี 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ใหญ่เข้าร่วม ได้แก่ สมาคมอาคารชุดไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย

โดยวาระสำคัญของการหารือ กล่าวคือ 1.เพื่อให้ลูกหนี้มีความสามารถในการผ่อนต่อเนื่องและยังเป็นเจ้าของทรัพย์อยู่ 2.คนต้องการซื้อที่อยู่อาศัย มีโอกาสมากขึ้นในการได้รับสินเชื่อจากธนาคาร นำไปสู่การเสนอแนวทาง “ลดภาระดอกเบี้ยระยะยาว” เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงสินเชื่อบ้าน และป้องกันไม่ให้หนี้บ้านกลายเป็นหนี้เสียในอนาคต

 ดอกเบี้ยหลัง 3 ปี พุ่งแรง คนผ่อนไม่ไหว

สุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า จากการแลกเปลี่ยนข้อมูลในการประชุม พบสถานการณ์ปัจจุบัน คือ ลูกหนี้บ้าน จำนวนมากผ่อนไม่ไหวหลัง 3 ปีไปแล้ว เพราะหมดช่วงโปรโมชั่นสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ3 ปีแรก (เฉลี่ย 3% ต่อปี) ดอกเบี้ยจะเปลี่ยนจากคงที่ต่ำ เป็น MRR (Minimum Retail Rate) ลอยตัว (เฉลี่ย 6% ต่อปี) ซึ่งสูงเป็น 2 เท่าของช่วง 3 ปีแรก ทำให้ภาระเพิ่มสูงทันที

นอกจากภาระดอกเบี้ยที่ถีบตัวสูงขึ้น ปัจจัยสำคัญที่ซ้ำเติมกำลังซื้อของประชาชนคือ “หนี้บัตรเครดิต” และ “หนี้นอกระบบ” ที่อัตราดอกเบี้ยสูงยิ่งกว่าดอกเบี้ยบ้าน MRR  ปัจจุบันดอกเบี้ยบัตรเครดิตกรณีผิดนัดชำระหนี้ สูงถึง 16-25% ซึ่งกระทบรายได้ประจำอย่างรุนแรง 

“ยิ่งเป็นหนี้นอกระบบ ยิ่งโดนคิดเป็นรายวัน ส่งผลให้กลุ่มผู้กู้ใหม่ในตลาดที่อยู่อาศัย ขอสินเชื่อไม่ผ่านถึง 40-45% ด้วยเหตุผลรายได้ประจำไม่พอเพียง และหนี้สินเดิมคงค้างชำระมีสูง”

3 แนวทางใหญ่ แก้หนี้บ้านอย่างยั่งยืน

สำหรับข้อเสนอต่อแนวทางแก้หนี้บ้านอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย 1.แก้หนี้เสียปัจจุบัน พุ่งเป้าไปยังหนี้บ้านที่เป็น NPL อยู่แล้ว โดยให้ภาครัฐพิจารณาปรับปรุงโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ให้ลูกหนี้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีเงื่อนไขผ่อนปรน และเจาะกลุ่มผู้มีหนี้หลายประเภท

2. ป้องกันการสร้างหนี้เสียในอนาคต ซึ่งแนวทางสำคัญคือการผลักดันให้มี Mortgage Insurance หรือประกันสินเชื่อบ้านช่วง 3-5 ปีแรก เป็นการค้ำประกัน 20%แรกของวงเงินกู้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้สถาบันการเงินกล้าปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มที่มีความเสี่ยงอยู่บ้าง เช่น กลุ่มที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง แต่รายได้ไม่ได้เข้าประจำสม่ำเสมอทุกเดือน เช่น ฟรีแลนซ์ หรือกลุ่มอาชีพอิสระ

3. แยกนิยาม “หนี้บ้าน” ออกจากหนี้ครัวเรือนอื่น โดย “หนี้ที่อยู่อาศัย” มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และใช้เพื่อการอยู่อาศัยจริง จึงควรได้รับการพิจารณาแยกต่างหากจากหนี้บริโภค เช่น บัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อให้เกิดมาตรการที่เหมาะสม ไม่ใช่ใช้บรรทัดฐานเดียวกัน

จี้รัฐเร่ง“เปิดทางสินเชื่อ”ให้กู้ผ่านได้จริง

พรนริศ ไชยชวนสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า เมื่อผู้กู้จำนวนมากไม่สามารถผ่านการอนุมัติสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ ทางออกหนึ่งคือการให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐเป็นผู้นำปล่อยกู้ ด้วยเกณฑ์ที่ยืดหยุ่นแต่ยังอยู่ในกรอบบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

“โมเดลใหม่ที่เรานำเสนอจะต้องรวมถึงบทบาทของธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารออมสินในการช่วยปล่อยกู้ให้ผู้ถูกปฏิเสธจากแบงก์พาณิชย์”

ดอกเบี้ยต้องลดตามนโยบาย

นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย เสนอด้วยว่า รัฐควรผลักดันให้ธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยจริงของหนี้บ้านเดิมลง พร้อมทั้งเพิ่มสภาพคล่องให้กับธนาคารรัฐ เช่น ธอส. เพื่อเร่งการปล่อยกู้ และ รีไฟแนนซ์บ้านเดิมในอัตราเดียวกับบ้านใหม่

“สินเชื่อบ้านเดิมควรได้อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงตามดอกเบี้ยนโยบาย ไม่ใช่สูงเหมือนที่เป็นอยู่ โดยเฉพาะเมื่อผู้กู้มีประวัติผ่อนดี”

 สัญญาณอันตราย “หนี้บ้านใกล้เสีย”พุ่ง

ทั้งนี้ ตัวเลขจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณ ไตรมาสแรกของปี 2568 ระบุว่า หนี้ที่อยู่อาศัยในประเทศไทยอยู่ที่ 5.142 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้ หนี้เสีย (NPL) มูลค่า 249,000 ล้านบาท หนี้ใกล้เสีย (SM) 176,000 ล้านบาท

หนี้บ้านที่มีปัญหาเหล่านี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตหนี้ในระดับระบบหากไม่เร่งแก้ไข

โจทย์ใหญ่รัฐบาลกับเวลาที่มีจำกัด

อย่างไรก็ดี แนวทางจาก 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ เป็นภาพสะท้อนจากภาคธุรกิจที่อยู่ใกล้ชิดกับ “ผู้กู้จริง” มากที่สุด ข้อเสนอที่ผสมผสานทั้งการ “แก้หนี้เก่า-ป้องกันหนี้ใหม่-ออกแบบสินเชื่อที่ยืดหยุ่น” คือชุดเครื่องมือที่ภาครัฐควรรับฟังและนำไปใช้จริง

เพราะเมื่อหนี้บ้านกลายเป็นหนี้เสีย สิ่งที่เสียหายไม่ใช่แค่สถิติทางเศรษฐกิจ แต่คือชีวิตของคนธรรมดาที่สูญเสีย “บ้าน” ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริง

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 28ส.ค.“แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” ที่ระดับ 32.39 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทในระหว่างวันมีโอกาสเผชิญแรงกดดันบ้าง จากทั้งโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์ สกุลเงินต่างประเทศอื่นๆ จากฝั่งผู้นำเข้า รวมถึง แรงขายหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 28ส.ค.2568 ที่ระดับ  32.39 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.48 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า แม้เงินดอลลาร์จะทยอยอ่อนค่าลงบ้างในช่วงคืนที่ผ่านมา ทว่าการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์อาจเป็นไปอย่างจำกัด จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด

ซึ่งอาจเกิดขึ้นหลังผู้เล่นในตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด ทำให้เราประเมินว่า ในช่วงก่อนตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย นั้น เงินดอลลาร์อาจแกว่งตัว Sideways และมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นบ้าง

เนื่องจากสถานการณ์ความวุ่นวายของการเมืองฝรั่งเศสนั้นยังคงอยู่ และอาจกลับมากดดันตลาดการเงินฝั่งยุโรป โดยเฉพาะเงินยูโร (EUR) ได้บ้าง (เราประเมินว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินยูโร อาจเป็นไปอย่างจำกัด จนกว่าประเด็นความเสี่ยงการเมืองฝรั่งเศสจะคลี่คลายลง)

นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวัน เงินบาทก็มีโอกาสเผชิญแรงกดดันบ้าง จากทั้งโฟลว์ธุรกรรมซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศอื่นๆ จากผู้เล่นในตลาด อาทิ ฝั่งผู้นำเข้า รวมถึง แรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะแรงขายหุ้นไทย

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำได้ปรับตัวขึ้นมาทดสอบโซนแนวต้านและยังคงเห็นแรงขายทำกำไรผู้เล่นในตลาดบ้าง จำกัดการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำ ในช่วงก่อนตลาดรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม ซึ่งภาพดังกล่าวจะช่วยชะลอการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทได้ โดยเราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) อาจยังติดโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ โดยมีโซนแนวรับถัดไปในช่วง 32.10 บาทต่อดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ นั้น เงินบาทเสี่ยงผันผวนมากขึ้น เผชิญความเสี่ยง Two-way risk (พร้อมเคลื่อนไหวสองทิศทาง) ขึ้นกับว่า รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะออกมาอย่างไร โดยหากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ก็จะช่วยหนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รีบาวด์ขึ้นบ้าง ตามการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด (อาจไม่มากนัก)

ทว่าเงินบาทก็อาจยังติดโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้ อาจต้องติดตามภาวะตลาดการเงินสหรัฐฯ และการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ เนื่องจากหากราคาทองคำปรับตัวขึ้นบ้าง ตามภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ก็อาจชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้

ในทางกลับกัน หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดบ้าง กดดันทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทเพิ่มเติม ซึ่งหากบรรยากาศในตลาดการเงินสหรัฐฯ ปิดรับความเสี่ยงและหนุนการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำ ก็อาจทำให้เงินบาทแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ทดสอบโซนแนวรับถัดไป ได้ไม่ยาก

นอกจากนี้ ในช่วงราว 3.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของเช้าวันศุกร์นี้ เงินบาทก็เสี่ยงแข็งค่าขึ้นได้ โดยเราประเมินว่าถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด Christopher Waller จะย้ำจุดยืนเดิม สนับสนุนการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่ง Christopher Waller อาจส่งสัญญาณแสดงความกังวลต่อภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯ และแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มเติม ทำให้ ผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมากขึ้น ซึ่งจะกดดันทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ เพิ่มเติม พร้อมกับหนุนการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้ 

เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.55 บาท/ดอลลาร์

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยแข็งค่าขึ้นบ้างในลักษณะ Sideways Down (แกว่งตัวในกรอบ 32.38-32.51 บาทต่อดอลลาร์) หนุนโดยการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ (XAUUSD) เข้าใกล้โซนแนวต้าน 3,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง

หลังผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟด โดยฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งภาพดังกล่าวได้กดดันให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวลดลง

นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม ตามการรีบาวด์ขึ้นของเงินยูโร (EUR) หลังปรับตัวอ่อนค่าลงในช่วงก่อนหน้า จากความกังวลสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็เป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศในช่วงปลายเดือน

บรรดาผู้เล่นในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ชะลอการเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง เพื่อรอลุ้นรายงานผลประกอบการของ Nvidia ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.24% อย่างไรก็ดี แม้ว่าผลประกอบการของ Nvidia จะออกมาดีกว่าคาด ทั้งการเติบโตของรายได้และผลกำไร ทว่าคาดการณ์ผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ได้กดดันให้ราคาหุ้น Nvidia ปรับตัวลดลง -3.1% หลังรับรู้รายงานผลประกอบการ ส่งผลกระทบให้บรรยากาศในตลาดการเงินสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงได้ สะท้อนจากการปรับตัวลงของสัญญาฟิวเจอร์สตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ล่าสุด ปรับตัวลดลงราว -0.4%

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 รีบาวด์ขึ้นเล็กน้อย +0.10% หลังปรับตัวลดลงหนักในวันก่อนหน้า จากความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองของฝรั่งเศส นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นรายงานผลประกอบการของหุ้นเทคฯ ใหญ่ สหรัฐฯ อย่าง Nvidia ซึ่งอาจสะท้อนถึงแนวโน้มผลประกอบการของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor อย่าง ASML ในตลาดหุ้นยุโรปได้

ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้างสู่ระดับ 4.23%

ทั้งนี้ ในช่วงระยะสั้น เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มผันผวนไปตามการมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด โดยยังพอมีโอกาสที่จะเห็นบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงหลังจากนี้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง

เราจึงมองว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ ส่วนผู้ที่มีสถานะลงทุนในบอนด์ระยะยาว ก็สามารถ Let Profits Run ได้ เนื่องจากเราคงคาดการณ์ว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลง ตามการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด (คาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยจนถึงระดับ 3.00-3.25%)

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด กอปรกับเงินยูโร (EUR) ก็รีบาวด์แข็งค่าขึ้นบ้าง หลังปรับตัวอ่อนค่าลงพอสมควรในช่วงก่อนหน้า จากความกังวลสถานการณ์การเมืองฝรั่งเศส ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงสู่โซน 98.1 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 98.1-98.7 จุด)

ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลาง ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งยังคงหนุนการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2025) ทยอยปรับตัวสูงขึ้น ทดสอบโซนแนวต้าน 3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อีกครั้ง 

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ อาทิ อัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) รวมถึงข้อมูลตลาดบ้าน อย่าง ยอด Pending Home Sales ในเดือนกรกฎาคม และดัชนีภาวะภาคธุรกิจโดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ ในเดือนสิงหาคม นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด

โดยเฉพาะ Christopher Waller (Board of Governor และ FOMC Voting member) ซึ่งในการประชุม FOMC ล่าสุด Christopher Waller ได้ออกมาสนับสนุนการลดดอกเบี้ย จากความกังวลต่อแนวโน้มการจ้างงานสหรัฐฯ (ก่อนที่จะรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานเดือนกรกฎาคมที่ออกมาแย่กว่าคาด และมีการปรับลดข้อมูลการจ้างงาน 2 เดือนก่อนอย่างมีนัยสำคัญ)

ส่วนในฝั่งยุโรป ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ล่าสุด เพื่อหาสัญญาณต่อแนวโน้มการปรับนโยบายการเงินของ ECB ในระยะข้างหน้า โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสเพียง 40% ที่ ECB จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง 25bps ในปีนี้

ทางฝั่งเอเชียนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ผลการประชุมธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) ส่วนในช่วงราว 6.30-7.00 น. ของเช้าศุกร์ที่ 29 สิงหาคม นี้ ตามเวลาประเทศไทย ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น อาทิ ยอดค้าปลีก (Retail Sales) และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ในเดือนกรกฎาคม รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ CPI ของกรุงโตเกียว ในเดือนสิงหาคม ซึ่งอาจส่งผลต่อมุมมองผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า BOJ มีโอกาสราว 68% ที่จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย 25bps 1 ครั้ง ในปีนี้ 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่าค่าเงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 32.38-32.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (8.45 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.47 บาทต่อดอลลาร์ฯ

โดยเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเช่นเดียวกับทิศทางของสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ กลับมาเผชิญแรงขายสอดคล้องกับการปรับตัวลงของบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ ท่ามกลางการคาดการณ์เรื่องโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนก.ย. ประกอบกับแรงหนุนของเงินดอลลาร์ฯ ยังไม่มีความต่อเนื่อง เนื่องจากตลาดยังคงมีจุดสนใจในประเด็นเรื่องความเป็นอิสระของเฟดอยู่ในระยะนี้ 

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.25-32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2/2568 และข้อมูลยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนก.ค. 

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


สรุปสถิติยอดเยี่ยมวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 หลังจบรอบแรก, “พรพรรณ” ติดท็อป 3 โลก

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 (FIVB Women’s World Championship 2025) รอบแรกจบลงไปแล้วเรียบร้อย

ทีมชาติไทย (อันดับโลกที่ 18) ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะอันดับ 2 ของกลุ่ม เอ ด้วยสถิติ ชนะ 2 แพ้ 1 และมี 7 แต้ม เตรียมพบกับ ทีมชาติญี่ปุ่น ในวันที่ 29 ส.ค. 68 เวลา 20:30 น. ถ่ายทอดสดทาง PPTV HD 36

ในส่วนของสถิติต่างๆแต่ละตำแหน่งหลังจบรอบแรก ผู้เล่นไทยหลายคนติดชาร์ตสถิติยอดเยี่ยมประจำรอบแรก ทั้งในกลุ่มคะแนน ตบ เซต สกัดและรับตบ มีดังนี้

สรุปผู้เล่นสถิติยอดเยี่ยม (หลังจบรอบแบ่งกลุ่ม)

ทำคะแนนสูงสุด (Best Scorers)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)คะแนน
1อิซาเบล ฮาค (สวีเดน)95
2บิอังกา คูญโญ (อาร์เจนตินา)70
3โซเฟีย มัลโดนาโด ดิอาซ (เม็กซิโก)68
4เอเลนา คาโซต (ฝรั่งเศส) / มาร์ธา เอฟโดเกีย อันทูลี (กรีซ)66
5ฟาตูมัตตา ซิลลาห์ (สโลวีเนีย)65
6พิมพิชยา ก๊กรัมย์ (ไทย)62

นักตบไทยคนอื่นที่ติดชาร์ตรวมในอันดับต้นๆ ได้แก่ ทัดดาว นึกแจ้ง และ ศศิภาพร จันทรวิสูตร (34 คะแนน ร่วม) และ ชัชชุอร โมกศรี (33 คะแนน)

ตบยอดเยี่ยม (Best Attackers)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)คะแนนตบ
1อิซาเบล ฮาค (สวีเดน)85
2โซเฟีย มัลโดนาโด ดิอาซ (เม็กซิโก)64
3บิอังกา คูญโญ (อาร์เจนตินา)63
4ฟาตูมัตตา ซิลลาห์ (สโลวีเนีย)59
5เอเลนา คาโซต / มาร์ธา เอฟโดเกีย อันทูลี58
6พิมพิชยา ก๊กรัมย์ (ไทย)55

สกัดกั้นยอดเยี่ยม (Best Blockers)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)บล็อก
1ดิอานา เมลิชกินา (ยูเครน)15
2โจเซลิน ยูรีอาส (เม็กซิโก)13
3นิกา มิโลซิช (สโลวีเนีย) / จูเลีย กัมบัตโต คูดีสส์ (บราซิล)12
4นิกา ดาลเดอร็อป (เนเธอร์แลนด์) / หวัง หยิงหยิง (จีน)11
5ซาชา พลานินเชค (สโลวีเนีย)10
9 (ร่วม)ทัดดาว นึกแจ้ง (ไทย)6
10 (ร่วม)พิมพิชยา ก./ชัชชุอร ม. (ไทย)5

เสิร์ฟยอดเยี่ยม (Best Servers)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)คะแนนเสิร์ฟ
1มาร์ตินา เซเนียสกา (โปแลนด์)10
2อิมาน เอ็นเดียเย (ฝรั่งเศส)9
3นิกา มิโลชิช (สโลวีเนีย)6
4อิซาเบล ฮาค / กายลา เซเนดา กอนซาเลซ โลเปซ5
5เอลลา คูลิเซียนี (เช็ก)4
6 (ร่วม)ศศิภาพร จ./วิมลรัตน์ ท. (ไทย)3

เซตยอดเยี่ยม (Best Setters)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)ครั้งเซตสำเร็จ
1ซาราห์ ฟาน อาเลน (เนเธอร์แลนด์)131
2อีวา พาฟโลวิช โมริ (สโลวีเนีย)126
3พรพรรณ เกิดปราชญ์ (ไทย)117
4คาเทรินา วัลโควา (เช็ก)115
5จอร์ดิน พูลเตอร์ (สหรัฐฯ)96

รับตบยอดเยี่ยม (Best Diggers)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)ครั้งรับตบ
1ดาเนียลา ดิกริโนวา (เช็ก)48
2จูเลียตต์ เกแลง (ฝรั่งเศส)47
3ปิยะนุช แป้นน้อย (ไทย)40
4อเล็กซานดรา ซซิกโลว์สกา (โปแลนด์)39
5ฟลอเรียน รีซิงค์ / ยานิสไลดิส ซานเชซ วิเนนท์38

รับเสิร์ฟยอดเยี่ยม (Best Receivers)

อันดับนักกีฬา (ประเทศ)ครั้งรับเสิร์ฟ
1เอเลนา คาโซต (ฝรั่งเศส)40
2ฟิลิปปา บริงค์ (สวีเดน) / มายู อิชิกาวะ (ญี่ปุ่น)31
3ดาเนียลา ดิกริโนวา / จูเลียตต์ เกแลง30
4กาบี้ (บราซิล)29
5โลเรนา ลอร์เบอร์ ฟิโฆค / เอมี ยูริช (สโลวีเนีย)27
15ชัชชุอร โมกศรี (ไทย)15
16ปิยะนุช แป้นน้อย / ศศิภาพร จันทรวิสูตร (ไทย)14

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


นอนตะแคงซ้าย VS นอนตะแคงขวา ท่าไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

การนอนหลับพักผ่อนอย่างมีคุณภาพมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจ การเลือกท่านอนที่เหมาะสมก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยให้เราหลับสบายยิ่งขึ้น ท่านอนตะแคงเป็นท่านอนที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่เคยสงสัยไหมว่าการนอนตะแคงซ้ายกับขวามีความแตกต่างกันอย่างไร และท่าไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน?

นอนตะแคงซ้าย VS นอนตะแคงขวา นอนท่าไหนดีกว่ากัน?

ประโยชน์และข้อควรระวังของการนอนตะแคงซ้าย

ประโยชน์:

  • ดีต่อระบบย่อยอาหาร: เมื่อนอนตะแคงซ้าย แรงโน้มถ่วงจะช่วยให้กระเพาะอาหารและตับอ่อนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ทำให้การย่อยอาหารและขับของเสียจากกระเพาะอาหารเข้าสู่ลำไส้เล็กทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ช่วยลดอาการกรดไหลย้อน: การนอนตะแคงซ้ายช่วยป้องกันไม่ให้กรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นมาที่หลอดอาหาร จึงช่วยบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกได้
  • ดีต่อระบบการไหลเวียนโลหิต: การนอนตะแคงซ้ายช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าสู่หัวใจได้ดีขึ้น และช่วยลดแรงกดดันต่อหัวใจ เนื่องจากหัวใจอยู่ค่อนไปทางซ้ายของร่างกาย
  • ดีต่อคุณแม่ตั้งครรภ์: แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้คุณแม่ตั้งครรภ์นอนตะแคงซ้าย เพราะช่วยให้เลือดและสารอาหารไหลเวียนไปสู่ทารกได้ดีขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยลดแรงกดดันของมดลูกต่อตับและเส้นเลือดดำใหญ่ที่อยู่ทางด้านขวาของร่างกาย

ข้อควรระวัง:

  • อาจทำให้รู้สึกไม่สบายตัวสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือมีภาวะหายใจผิดปกติขณะนอนหลับ
  • อาจทำให้เกิดอาการปวดไหล่ซ้ายหรือสะโพก เนื่องจากน้ำหนักตัวที่กดทับ

ประโยชน์และข้อควรระวังของการนอนตะแคงขวา

ประโยชน์:

  • ดีต่อผู้ที่เป็นโรคหัวใจ: สำหรับผู้ที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว การนอนตะแคงขวาอาจช่วยลดแรงกดดันต่อหัวใจได้มากกว่าการนอนตะแคงซ้าย
  • ลดอาการปวดไหล่และสะโพกด้านซ้าย: หากคุณมีอาการปวดไหล่หรือสะโพกด้านซ้าย การนอนตะแคงขวาจะช่วยลดแรงกดทับบริเวณดังกล่าวได้

ข้อควรระวัง:

  • อาจทำให้อาการกรดไหลย้อนแย่ลง: การนอนตะแคงขวาจะทำให้หูรูดกระเพาะอาหารเปิดออกได้ง่ายขึ้น ทำให้กรดไหลย้อนขึ้นมาได้
  • อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบน้ำเหลือง: ระบบน้ำเหลืองมีหน้าที่ลำเลียงของเสียออกจากร่างกาย และมีท่อหลักอยู่ทางด้านซ้าย การนอนตะแคงขวาอาจทำให้การไหลเวียนของน้ำเหลืองไม่สะดวก

สรุป นอนท่าไหนดีกว่ากัน?

โดยรวมแล้ว การนอนตะแคงซ้ายมีแนวโน้มที่จะมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของระบบย่อยอาหาร การลดกรดไหลย้อน และการไหลเวียนโลหิต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการนอนตะแคงขวาจะแย่ไปเสียทั้งหมด ท่าที่ดีที่สุดคือท่าที่คุณรู้สึกสบายที่สุดและช่วยให้คุณหลับได้อย่างสนิทตลอดคืน

คำแนะนำ:

  • หากคุณไม่ได้มีปัญหาสุขภาพร้ายแรง การนอนตะแคงซ้ายเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประโยชน์
  • หากคุณมีอาการปวดไหล่หรือสะโพก ควรเปลี่ยนท่านอนเป็นระยะ
  • หากคุณมีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อขอคำแนะนำเกี่ยวกับท่านอนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

การรับฟังร่างกายตัวเองและเลือกท่านอนที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพราะการนอนหลับที่มีคุณภาพคือพื้นฐานของสุขภาพที่ดี

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


CIB เตือนภัย! สแกนม่านตาแลกเงิน เสี่ยงถูกใช้เป็น ‘บัญชีม้า’

ตำรวจสอบสวนกลาง CIB เตือนสแกนม่านตาแลกเงินถือเป็นข้อมูลทรัพย์สินดิจิทัลส่วนบุคคล สามารถนำไปใช้ในการระบุหรือยืนยันตัวตนของบุคคลได้

ตำรวจสอบสวนกลาง หรือ CIB  ออกมาโพสต์ข้อความว่า ขณะนี้มีการตรวจพบกลุ่มบุคคลชักชวนให้ประชาชนสแกนม่านตาเพื่อเเลกรับเงินค่าจ้างในหลายพื้นที่ของประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังมีการแนะนำให้หาสมาชิกมาสแกนม่านตาเพิ่ม เพื่อรับเงินส่วนต่างค่าเเนะนำสมาชิก

โดยล่าสุด กรมการปกครอง ซึ่งเป็นหน่วยงานในการดำเนินการเก็บข้อมูลทางทะเบียน ได้ยืนยันเเล้วว่าไม่ใช่การดำเนินการของกรมการปกครองเเต่อย่างใด

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) จึงขอเตือนประชาชน อย่ายินยอมให้ผู้อื่นสแกนเก็บข้อมูลม่านตาของท่านโดยไม่รู้ที่มาที่ไป ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากข้อมูลการสแกนม่านตา ถือเป็นข้อมูลทรัพย์สินดิจิทัลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการระบุหรือยืนยันตัวตนของบุคคลได้

ซึ่งหากข้อมูลสแกนม่านตาของเราไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี อาจจะทำให้

  •  ข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
  •  ถูกสวมรอยในการทำธุรกรรมต่างๆ
  •  ถูกนำไปสร้าง Deepfake เพื่อใช้ในการก่ออาชญากรรม

จนท้ายที่สุดเราอาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดและจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต คล้ายกับการเอาบัญชีธนาคารของเราไปให้ผู้อื่นใช้

ดังนั้น อย่าหวังผลตอบเเทนหรือผลประโยชน์เพียงเล็กน้อย เพราะสิ่งที่จะตามมาในอนาคตข้างหน้า อาจจะทำให้คุณได้ไม่คุ้มเสีย

หากถูกหลอกลวงไม่ได้รับความเป็นธรรม หรือพบเห็นการกระทำความผิดดังกล่าว สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด/อำเภอ หรือสายด่วนศูนย์ดำรงธรรม 1567.

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


10 คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารัก ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เพิ่มเสน่ห์ให้การพูดอังกฤษของคุณ

เรียนภาษาอังกฤษให้น่ารัก สนุก และใช้ได้จริง

หลายคนมองว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก เครียด หรือมีไว้แค่สอบเท่านั้น แต่ในความจริงแล้ว ภาษาอังกฤษคือภาษาที่ “มีชีวิต” สามารถทำให้สนุก สดใส และแสดงออกถึงตัวตนของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการพูดคุยกับเพื่อน การแชท หรือโพสต์โซเชียลมีเดีย การรู้จัก คำศัพท์น่ารักภาษาอังกฤษ จึงช่วยให้คุณดูเป็นคนเฟรนด์ลี่ มีเสน่ห์ และมีสไตล์เป็นของตัวเอง

วันนี้เราขอแนะนำ 10 คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารัก ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมคำแปลและตัวอย่างประโยคให้นำไปใช้ได้จริง รับรองว่าอ่านจบแล้วคุณจะอยากพูดอังกฤษทันที!

1. Snuggle (v.) – กอดแบบอ้อน ๆ

ความหมาย: กอดเบา ๆ แนบตัวในแบบที่รู้สึกสบายใจ ใช้บ่อยเวลาพูดถึงการอยู่กับคนรัก เพื่อน หรือสัตว์เลี้ยง

ตัวอย่าง:
Let’s snuggle and watch a movie tonight.
(มากอดกันแล้วดูหนังคืนนี้นะ)

2. Cuddle (v./n.) – กอดแน่นแบบน่ารัก

ความหมาย: การกอดแบบน่ารัก ๆ ใช้แสดงความรัก ความห่วงใย

ตัวอย่าง:
I need a cuddle right now.
(ตอนนี้ฉันต้องการอ้อมกอดมากเลย)

3. Doodle (v./n.) – วาดเล่น, เขียนเล่น

ความหมาย: ขีดเขียนเล่นแบบไม่มีจุดหมาย ใช้บรรยายความน่ารักของการวาดรูปง่าย ๆ

ตัวอย่าง:
I love to doodle while I’m on the phone.
(ฉันชอบวาดเล่นตอนคุยโทรศัพท์)

4. Bubbly (adj.) – ร่าเริง สดใส

ความหมาย: ใช้อธิบายบุคลิกของคนที่สดใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี

ตัวอย่าง:
She has such a bubbly personality!
(เธอมีบุคลิกที่ร่าเริงสุด ๆ เลย)

5. Giggle (v./n.) – หัวเราะคิกคัก

ความหมาย: หัวเราะเบา ๆ แบบกลั้นไม่อยู่ น่ารักมากเวลาผู้หญิงหรือเด็กหัวเราะ

ตัวอย่าง:
The baby started to giggle when I made funny faces.
(เจ้าหนูหัวเราะคิกคักเมื่อฉันทำหน้าตลก)

6. Sprinkle (v./n.) – โรย (เช่นน้ำตาล, สี, ความสุข)

ความหมาย: ใช้ในความหมายตรงคือการโรย และยังมีความหมายเชิงอารมณ์ เช่น “เติมความน่ารักเข้าไป”

ตัวอย่าง:
Sprinkle a little kindness wherever you go.
(เติมความใจดีเล็ก ๆ ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน)

7. Sweetie (n.) – ที่รัก / คนใจดี

ความหมาย: ใช้เรียกคนที่เรารัก หรือคนที่นิสัยน่ารัก

ตัวอย่าง:
Thanks for the gift, sweetie!
(ขอบคุณสำหรับของขวัญนะที่รัก!)

8. Cozy (adj.) – อบอุ่น สบาย

ความหมาย: ใช้บรรยายความรู้สึกสบาย ๆ อบอุ่น เช่น อยู่บ้าน ดูหนัง จิบโกโก้

ตัวอย่าง:
Let’s have a cozy night in with blankets and popcorn.
(มาใช้เวลาสบาย ๆ ที่บ้านกับผ้าห่มและป๊อปคอร์นกันเถอะ)

9. Peekaboo (interj.) – แป๊บเดียว / จ๊ะเอ๋

ความหมาย: คำอุทานน่ารักที่ใช้เล่นกับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง

ตัวอย่าง:
Peekaboo! I see you!
(จ๊ะเอ๋! ฉันเห็นเธอนะ!)

10. Poppy (n.) – ดอกป๊อปปี้ / คำเรียกคนหรือสัตว์เลี้ยงแบบน่ารัก

ความหมาย: ใช้เรียกชื่อสัตว์เลี้ยง หรือเรียกชื่อเล่นคนได้น่ารักมาก ๆ

ตัวอย่าง:
My puppy’s name is Poppy!
(ลูกหมาของฉันชื่อน้องป๊อปปี้!)

ศัพท์อังกฤษน่าใช้ = ภาษาอังกฤษที่มีชีวิต

การเรียนภาษาอังกฤษไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดเสมอไป การเรียนรู้ คำศัพท์น่ารักภาษาอังกฤษ แบบนี้ จะช่วยให้คุณใช้ภาษาได้อย่างมั่นใจ เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือ “สนุก” มากขึ้นอีกด้วย

เริ่มต้นเรียนคำศัพท์อย่างไรดี?

  1. ตั้ง Theme ที่ชอบ เช่น คำศัพท์น่ารัก คำศัพท์แฟชั่น คำศัพท์ร้านกาแฟ
  2. ใช้ Flashcard App อย่าง Anki หรือ Quizlet เพื่อทบทวน
  3. ใช้จริงทันที ไม่ว่าจะเป็นโพสต์ใน IG, เขียนแคปชัน หรือพูดกับเพื่อน
  4. ดูคอนเทนต์ภาษาอังกฤษแนวน่ารัก เช่น Vlog, ซีรีส์วัยรุ่น, หรือวิดีโอสัตว์เลี้ยง
  5. พูดบ่อย ๆ ไม่ต้องอาย ยิ่งพูดยิ่งคล่อง และคุณจะจำได้ดีขึ้น

คำศัพท์ภาษาอังกฤษน่ารัก ๆ ไม่ได้มีแค่ไว้ใช้แค่ในนิยายหรือในการ์ตูนเท่านั้น แต่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และยังทำให้เราดูมีเสน่ห์ เป็นคนอัธยาศัยดี และพูดภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจมากขึ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th


“น้อยหน่าหนัง” หรือ “น้อยหน่าทองคำ” ผลไม้หายากที่อัดแน่นด้วยคุณค่า

น้อยหน่าเป็นผลไม้ที่เราคุ้นเคยกันดี แต่ยังมีอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่พิเศษกว่าปกติ นั่นคือน้อยหน่าหนัง หรือที่บางคนเรียกว่า “น้อยหน่าทองคำ” ซึ่งเป็นน้อยหน่าที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากมีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากน้อยหน่าทั่วไป รวมถึงมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

น้อยหน่าหนังคืออะไร? แตกต่างจากน้อยหน่าปกติอย่างไร?

น้อยหน่าหนัง (Custard Apple) เป็นน้อยหน่าสายพันธุ์หนึ่งที่มีลักษณะเด่นคือ เปลือกเรียบตึงไม่เป็นตา เหมือนน้อยหน่าปกติที่เรารู้จักกัน ทำให้ง่ายต่อการปลอกรับประทาน เปลือกของมันจะบางและแกะออกได้ง่ายคล้ายกับเปลือกส้ม เนื้อด้านในจะมีสีเหลืองทองคล้ายกับสีของทองคำ และมีเมล็ดน้อยกว่าน้อยหน่าทั่วไป ทำให้เนื้อมีปริมาณมากและแน่นกว่า

ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดระหว่างน้อยหน่าหนังกับน้อยหน่าปกติ:

  • ลักษณะภายนอก: น้อยหน่าหนังมีเปลือกเรียบตึง ส่วนน้อยหน่าปกติจะมีเปลือกเป็นตาๆ
  • เนื้อสัมผัส: น้อยหน่าหนังมีเนื้อที่แน่นกว่า ไม่เละหรือเป็นทรายเหมือนน้อยหน่าทั่วไป
  • รสชาติ: น้อยหน่าหนังมีรสชาติหวานหอม และมีกลิ่นคล้ายกับน้อยหน่าแต่จะนุ่มนวลกว่า
  • เมล็ด: น้อยหน่าหนังมีเมล็ดน้อยกว่า ทำให้ทานได้สะดวกกว่า

ประโยชน์ของน้อยหน่าหนัง: อุดมด้วยสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการ

นอกจากความอร่อยและรสชาติที่พิเศษแล้ว น้อยหน่าหนังยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

  • ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย: น้อยหน่าหนังมีปริมาณใยอาหารสูง ซึ่งช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น ป้องกันอาการท้องผูกได้
  • บำรุงหัวใจและหลอดเลือด: น้อยหน่าหนังมีโพแทสเซียมและแมกนีเซียมสูง ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมความดันโลหิตและบำรุงหัวใจให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน: วิตามินซีในน้อยหน่าหนังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงและป้องกันการติดเชื้อต่างๆ ได้
  • ต้านอนุมูลอิสระ: น้อยหน่าหนังมีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด เช่น ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และโพลีฟีนอล (Polyphenols) ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์ในร่างกายจากความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ
  • บำรุงสายตา: น้อยหน่าหนังมีวิตามินเอและวิตามินบี 2 ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงสายตาและช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับสายตา

ด้วยคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ ทำให้ น้อยหน่าหนัง หรือ น้อยหน่าทองคำ เป็นผลไม้ทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่มองหาผลไม้ที่มีรสชาติอร่อยและมีประโยชน์ต่อสุขภาพไปพร้อมๆ กัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่ควรค่าแก่การลองชิมและเพาะปลูกเป็นอย่างยิ่ง

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 28/08/2568 

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a51,850.0051,950.00
ทองรูปพรรณ 96.5%3,352.0050,816.3252,750.00
ทองรูปพรรณ 90%3,016.8045,734.69n/a
ทองรูปพรรณ 80%2,681.6040,653.06n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,508.4022,867.34n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,173.2017,785.71n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%3,473.5852,659.47n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 28/08/2568


ปตท.

บางจาก

เชลล์

เอสโซ่

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9532.9532.9533.4532.9532.9532.9532.9532.9532.9532.95
แก๊สโซฮอล์ 9132.5832.5833.0832.5832.5832.5832.5832.5832.5832.58
แก๊สโซฮอล์ E2030.7430.7431.2430.7430.7430.7430.7430.7430.74
แก๊สโซฮอล์ E8528.6928.6928.69
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม41.1449.8449.8449.8441.14
เบนซิน 9541.2449.8141.7441.3941.24
ดีเซล31.9431.9431.9431.9431.9431.9431.9431.9431.9431.94
ดีเซลพรีเมี่ยม43.9446.1449.8446.1446.1443.94
แก๊ส NGV18.5518.5518.55
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า