ซิตี้ เรียลตี้–สไวร์ ผนึกสร้างลักชัวรีคอนโดบนที่ดินย่านวิทยุ

2 บิ๊กอสังหาฯ ไทย–ฮ่องกง ‘ ซิตี้ เรียลตี้–สไวร์’ ผนึกกำลังปั้นคอนโดระดับอัลตร้าลักชัวรี บนฟรีโฮลด์ผืนงามกลางถนนวิทยุ หนึ่งในทำเลที่ดินที่หายากที่สุดของกรุงเทพฯ
ซิตี้ เรียลตี้ จับมือยักษ์อสังหาฯ ฮ่องกง “สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์” เปิดเกมบุกตลาดลักชัวรีไทยบนที่ดินฟรีโฮลด์ 7.9 ไร่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยโครงการคอนโดสุดหรูภายใต้การออกแบบโดย Foster + Partners ตั้งเป้ายกระดับมาตรฐานการใช้ชีวิตของเมืองหลวงไทย สู่ระดับโลก
เมื่ออสังหาฯ ลักชัวรีไทย มี DNA ระดับโลก
ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับบนของไทยกำลังปรับตัว… การเกิดขึ้นของโครงการใหม่อาจไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้นนัก แต่ถ้าโครงการนั้นเกิดจากการร่วมมือของ 2 กลุ่มทุนอสังหาฯใหญ่ อย่างซิตี้ เรียลตี้ เจ้าแห่งที่ดินกลางเมืองที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์พรีเมียมในไทยกับ สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ บริษัทดีเวลลอปเปอร์จากฮ่องกง ผู้อยู่เบื้องหลังโครงการมิกซ์ยูสระดับโลกอย่าง Pacific Place และ Taikoo Place
นอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดอสังหาฯ ระดับอัลตร้าลักชัวรีในไทย…
“ผมรอเวลาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อพัฒนาโครงการบนผืนดินนี้และการร่วมมือกับสไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ คือคำตอบของเวลานั้น” ชาลี โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซิตี้ เรียลตี้ จำกัด
ฟรีโฮลด์ 7.9 ไร่ใจกลางวิทยุ คือ “ทรัพย์สินที่มีแต่แพงขึ้น”
ที่ดินขนาด 7.9 ไร่ (12,652 ตร.ม.) บนถนนวิทยุ ไม่ใช่แค่หายากแต่แทบจะไม่มีอีกแล้ว!นั่นคือจุดแข็งแรกสุดของโครงการนี้ เพราะเป็นที่ดิน “ฟรีโฮลด์” ผืนสุดท้ายๆ ในโซนวิทยุ ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในทำเลไพรม์ที่สุดของกรุงเทพฯ โอบล้อมด้วยวิวสวนลุม–สวนเบญจกิติ ตรงกลางระหว่างห้างระดับไฮเอนด์ โรงแรมห้าดาว และสถานทูตสำคัญ
“ถนนวิทยุคือสัญลักษณ์ของความสง่างามที่เชื่อมระหว่างธรรมชาติ การใช้ชีวิต และการลงทุน”
เมื่อ ‘ดีไซน์’ ไม่ใช่แค่ความสวย แต่คือตัวตน
โครงการนี้จะประกอบด้วยคอนโดมิเนียมหรู 2 เฟส ที่จะถูกออกแบบโดยสถาปนิกระดับโลก Foster + Partners ซึ่งมีผลงานมาแล้วในเมืองใหญ่อย่างนิวยอร์ก ลอนดอน และสิงคโปร์ พร้อมการวางผังโดยบริษัทย่อย F&P Thailandภายในจะมีองค์ประกอบสำคัญที่ตอบโจทย์ชีวิตเหนือระดับ ไม่ว่าจะเป็น
- พื้นที่เวลเนสครบวงจร
- สิ่งอำนวยความสะดวกระดับเวิลด์คลาส
- วิวสวนแบบพาโนรามา
- ดีไซน์สถาปัตยกรรมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด
ทั้งหมดวางเป้าสร้างประสบการณ์การอยู่อาศัยที่เทียบเท่าหรือเหนือกว่าโครงการระดับนานาชาติ
ความร่วมมือที่ไม่ได้แค่ขายหรู…แต่ขายคุณภาพระยะยาว
แม้จะเป็นการเข้าตลาดไทยครั้งแรกของ สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ แต่บริษัทมีผลงานการพัฒนาโครงการลักชัวรีระดับโลกมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็น EDEN (สิงคโปร์), Lujiazui Taikoo Yuan (เซี่ยงไฮ้) หรือโครงการระดับ Mid-Levels West ของฮ่องกง
“โครงการนี้จะไม่ใช่แค่ตอกย้ำพันธกิจของเราในการสร้างคอมมูนิตี้คุณภาพระดับโลกแต่จะยกระดับไลฟ์สไตล์ในกรุงเทพฯ ให้เทียบชั้นเมืองใหญ่ทั่วโลก” ทิม แบล็คเบิร์น CEO บริษัท สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด
อสังหาฯ แบบไหนที่คนรวยต้องการ?
สำหรับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์… ที่ดินฟรีโฮลด์ + วิวสวนใจกลางเมือง + แบรนด์ระดับโลก คือ สูตรผสมของสินทรัพย์ที่แทบไม่มีวันลดค่า
ในบริบทที่อสังหาฯ ระดับกลางมีการแข่งขันดุเดือด การหันมาจับตลาดบนอย่างจริงจังด้วยคุณภาพระดับ “Global Standard” คือกลยุทธ์ที่แหลมคม และน่าจับตา
“ที่อยู่อาศัยระดับอัลตร้าลักชัวรี ไม่ได้มีไว้แค่ขาย แต่เป็นการสร้าง ‘สินทรัพย์’ ที่จะเพิ่มค่าในระยะยาว”
เกมใหม่ของอสังหาฯ บนเกมกระดานเดิม แต่เปลี่ยนผู้เล่น
โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ใจกลางถนนวิทยุ ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง ซิตี้ เรียลตี้ และ สไวร์ พร็อพเพอร์ตี้ส์ กำลังเป็นสัญญาณว่า ตลาดอสังหาฯ ระดับบนในไทย กำลังก้าวเข้าสู่ เฟสใหม่ เฟสที่ไม่ใช่แค่ขายภาพลักษณ์หรู แต่ต้อง “ทำจริง ให้ได้จริง”เพื่อสร้างมาตรฐานการอยู่อาศัยระดับโลก บนผืนดินที่ไม่อาจหามาเพิ่มได้อีก
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
โคราชเปิดเมืองอสังหาฯ เฟรเซอร์สบุกปั้นแลนด์มาร์กหรู

เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ชูศักยภาพโคราช เมืองศูนย์กลางอีสาน ดึงดีมานด์โตต่อเนื่อง เปิดตัวโครงการหรู “แกรนดิโอ โคราช–เทอร์มินอล” รองรับตลาดระดับบนกลางใจเมือง
นครราชสีมา ผงาดเมืองยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ–การคมนาคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เชื่อมภาคอีสานสู่โอกาสการเติบโตรอบใหม่ ดันอสังหาฯ ขยายตัว โครงการบ้านหรูใจกลางเมืองจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป
โคราชขยับสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจอีสาน
ในมิติของอสังหาริมทรัพย์ “นครราชสีมา” หรือโคราช กำลังกลายเป็นเมืองศูนย์กลางแห่งใหม่ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งในแง่ของ เศรษฐกิจ การคมนาคม และกำลังซื้อ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลในเมืองที่มีปัจจัยหนุนรอบด้าน จนกลายเป็นเป้าหมายของผู้พัฒนาอสังหาฯ ชั้นนำที่มองเห็นโอกาส
หนึ่งในนั้นคือ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่ประกาศเดินเกมรุกตลาดอีสานในครึ่งปีหลัง ด้วยการเปิดตัวโครงการบ้านหรู “แกรนดิโอ โคราช–เทอร์มินอล” บ้านเดี่ยวสไตล์ยุโรปบนทำเลศักยภาพใจกลางเมือง มูลค่าโครงการกว่า 1,860 ล้านบาท
“นครราชสีมา เป็นประตูเศรษฐกิจของอีสาน มีศักยภาพด้านอุตสาหกรรม เกษตร และเทคโนโลยีที่ครบเครื่อง เชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออกกับภาคอีสานได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ภวรัญชน์ อุดมศิริ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) กล่าว
“โอกาส” บนความพร้อมของเมืองระดับภูมิภาค
โคราชไม่เพียงเป็นจังหวัดที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของประเทศ รองจากกรุงเทพฯ แต่ยังมีบทบาทเป็นจุดศูนย์กลางการเดินทาง การค้าขาย และเป็นแหล่งจ้างงานหลักของภาคอีสาน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรม เกษตรแปรรูป และบริการที่มีอัตราการเติบโตสูง
การเติบโตของเมือง ยังสะท้อนจากการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 สายบางปะอิน–นครราชสีมา (M6) และการเชื่อมต่อเส้นทางมิตรภาพ–บายพาส ช่วยเสริมให้โคราชมีศักยภาพในการเป็น “เมืองรองที่ไม่รอง” อีกต่อไป
สร้างแลนด์มาร์กใหม่ใจกลางเมือง
โครงการใหม่นี้ตั้งอยู่บนถนนสุระ 2 เชื่อมต่อถนนสายหลักได้ 2 เส้นทาง ใกล้ห้างชั้นนำทั้ง เทอร์มินอล 21 โคราช, เซ็นทรัล โคราช และเดอะมอลล์ โคราช รวมถึงโรงเรียน โรงพยาบาล และแหล่งไลฟ์สไตล์อีกมากมาย
ตัวโครงการเน้นการออกแบบด้วยแรงบันดาลใจจากคฤหาสน์ยุโรป ใช้โทนสีทอง–ขาว–ธรรมชาติ เพื่อสะท้อนความหรูหรา ทันสมัย และอบอุ่น มาพร้อมฟังก์ชันตอบโจทย์ครอบครัวยุคใหม่ ทั้งแบบบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 140–320 ตร.ม. รองรับทุกไลฟ์สไตล์
“เราออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยทุกคนในครอบครัว ไม่ใช่แค่บ้าน แต่ต้องเป็นพื้นที่ที่สร้างชีวิตดีๆ ได้จริง”
ส่วนกลางไอเดียจากไฮด์พาร์กลอนดอน
หนึ่งในจุดแข็งของโครงการ คือพื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบโดยได้แรงบันดาลใจจาก Hyde Park London ที่มีความร่มรื่นและเข้าถึงได้ทุกโซน โดดเด่นด้วยสวนขนาดใหญ่ราว 3 ไร่ พร้อมคลับเฮ้าส์หรู ฟิตเนส สระว่ายน้ำระบบเกลือ Co-Working Space สนามเด็กเล่น พื้นที่สัตว์เลี้ยง และ Jogging Track ครบทุกมิติชีวิต
พร้อมระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งกล้อง CCTV และเจ้าหน้าที่ดูแลโครงการ เพื่อความอุ่นใจของลูกบ้าน
โคราชวันนี้ ไม่ใช่เมืองผ่าน แต่คือ “เมืองเป้าหมาย”
เมื่อเมืองกำลังเติบโต คนก็เริ่มกลับมาใช้ชีวิตในภูมิลำเนาอย่างมีคุณภาพ โคราชจึงไม่ใช่แค่เมืองผ่านหรือแหล่งท่องเที่ยว แต่คือ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคอีสาน ที่พร้อมรองรับผู้คนหลากหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มมีกำลังซื้อระดับกลาง–บน ที่มองหาคุณภาพชีวิตระดับกรุงเทพฯ แต่ไม่อยากวุ่นวาย และนั่นคือโอกาสที่ผู้พัฒนาอสังหาอย่าง เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ มองเห็น
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 29ส.ค. “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลของศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดีนายก หากสะท้อนถึงแนวโน้มความวุ่นวายของการเมืองไทยที่สูงขึ้น อาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงบ้าง ในทางกลับกันเงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบSideways
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 29ส.ค.2568ที่ระดับ 32.28 บาทต่อดอลลาร์ “แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย”จากระดับปิดวันที่ผ่านมา ณ ระดับ 32.35 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าแนวโน้มของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways ใกล้ระดับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ ไปก่อนได้ ในช่วงก่อนตลาดทยอยรับรู้ ผลการวินัจฉัยคดีนายกฯ โดยศาลรัฐธรรมนูญ
โดยเราประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงผันผวนสูงในช่วงตลาดทยอยรับรู้ผลการวินิจฉัยคดีนายกฯ ได้ ซึ่งหากผลการวินิจฉัยดังกล่าวสะท้อนถึงแนวโน้มความวุ่นวายของการเมืองไทยที่สูงขึ้น ก็อาจกดดันให้ เงินบาทอ่อนค่าลงได้บ้าง สอดคล้องกับแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ
แต่หากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ได้เพิ่มความไม่แน่นอนของสถานการณ์การเมืองไทย เรามองว่า เงินบาทก็อาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways เพื่อรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในคืนนี้ (รับรู้ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย)
ซึ่งรายงานข้อมูลดังกล่าว อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดได้บ้าง (เราคงมุมมองเดิมว่า หากผู้เล่นในตลาดจะมีการปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้อย่างมีนัยสำคัญ อาจต้องรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคม)
ทั้งนี้ ในช่วงระหว่างวัน ก่อนที่ผู้เล่นในตลาดจะรับรู้ทั้งผลการวินิจฉัยคดีนายกฯ และรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ เรามองว่า เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง จากทั้งแรงซื้อเงินดอลลาร์และบรรดาสกุลเงินต่างประเทศจากฝั่งผู้นำเข้า (Month-end Flows) และอาจมีแรงขายสินทรัพย์ไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติเพิ่มเติมได้ โดยเฉพาะในส่วนของหุ้นไทย ทำให้ เรามองว่า การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด
นอกจากนี้ การปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในช่วงคืนที่ผ่านมา แม้จะพอช่วยหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาท ทว่า ราคาทองคำก็ยังขาดปัจจัยสนับสนุนเพิ่มเติม เว้นว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งคาดว่าต้องรอลุ้นข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ทำให้ ราคาทองคำก็อาจแกว่งตัว Sideways ไปก่อน และมีโอกาสย่อตัวลงบ้าง ตามแรงขายทำกำไรของผู้เล่นในตลาด
อย่างไรก็ดี เงินบาทเสี่ยงผันผวนแบบ Two-way risk ในช่วงรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ โดยหากอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องและออกมาสูงกว่าคาด โดยเฉพาะในส่วนของโมเมนตัม (%m/m) ก็อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง หนุนให้เงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รีบาวด์สูงขึ้น กดดันทั้งราคาทองคำและเงินบาทได้ โดยเงินบาทก็อาจพอมีลุ้น อ่อนค่าทะลุโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์ เข้าใกล้โซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แต่เชื่อว่า จะยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้)
แต่หากอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ออกมาต่ำกว่าคาด เรามองว่า ภาพดังกล่าว อาจทำให้ ผู้เล่นในตลาดมีความมั่นใจมากขึ้นต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่า ผู้เล่นในตลาดก็อาจไม่ได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดมากนัก
ทำให้ การปรับตัวลดลงต่อของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ก็อาจเป็นไปอย่างจำกัด ซึ่งคงช่วยหนุนการปรับตัวขึ้นต่อของราคาทองคำบ้าง แต่ก็อาจติดโซนแนวต้าน 3,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนเงินบาทก็อาจไม่สามารถแข็งค่าทะลุโซนแนวรับ 32.10 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน
เรายังคงมีความกังวลเดิม คือ ความผันผวนของเงินบาทที่อาจกลับมาสูงขึ้นได้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของการดำเนินนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ในส่วนของ Transshipment Tariffs และสถานการณ์การเมืองไทย ซึ่งเรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.15-32.50 บาท/ดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ยังคงทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ทดสอบโซนแนวรับ 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.25-32.39 บาทต่อดอลลาร์) สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดบ้าง ท่ามกลางความกังวลต่อแนวโน้มการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟด โดยฝั่งการเมืองสหรัฐฯ
ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดได้ประเมินโอกาสราว 17% ที่เฟดจะสามารถลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้ง ในปีนี้ และโอกาสราว 30% ที่เฟดจะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 4 ครั้ง ในปีหน้า แม้ว่าโดยรวมรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม ทั้งอัตราการเติบโตเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 2 ซึ่งโต +3.3% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims)
นอกจากนี้ เงินบาทได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นทะลุโซนแนวต้านของราคาทองคำ (XAUUSD) ที่ได้อานิสงส์จากการปรับตัวลงของเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็เป็นไปอย่างจำกัด หลังผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงทยอยเข้าซื้อเงินดอลลาร์และสกุลเงินต่างประเทศในช่วงปลายเดือน
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากความหวังว่าธีม AI จะยังสามารถเติบโตได้ดีต่อเนื่อง สอดคล้องกับรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Nvidia ที่ยังเติบโตได้ดี แม้ว่าคาดการณ์ผลประกอบการของบริษัทจะน่าผิดหวังบ้าง ส่งผลให้บรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor สามารถปรับตัวขึ้น อาทิ Broadcom +2.8%, Alphabet +2.0% ทำให้โดยรวมดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.32%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 พลิกกลับมาย่อตัวลงเล็กน้อย -0.20% ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์การเมืองของฝรั่งเศสทำให้ผู้เล่นในตลาดยังไม่รีบเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยงมากนัก นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังเผชิญแรงกดดันจากการปรับตัวลดลงของหุ้นกลุ่มบริษัทยา แม้ว่าบรรดาหุ้นกลุ่มยานยนต์จะปรับตัวสูงขึ้น ตามรายงานยอดขายรถใหม่ในยุโรปที่ขยายตัวดีขึ้นและความหวังต่อแนวโน้มการปรับลดภาษีนำเข้าย้อนหลังของสหรัฐฯ ต่อรถยนต์จากยุโรป
ส่วนในฝั่งตลาดบอนด์ ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งหนุนให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันให้ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อตัวลงบ้างสู่ระดับ 4.20%
ทั้งนี้ ในช่วงระยะสั้น เราคงมุมมองเดิมว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มผันผวนไปตามการมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด โดยยังพอมีโอกาสที่จะเห็นบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นได้บ้าง หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในช่วงหลังจากนี้ (ควรรอลุ้นรายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน)
ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดลงบ้าง เราจึงมองว่า ผู้เล่นในตลาดควรรอจังหวะบอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ในการทยอยเข้าซื้อ ส่วนผู้ที่มีสถานะลงทุนในบอนด์ระยะยาว ก็สามารถ Let Profits Run ได้ เนื่องจากเราคงคาดการณ์ว่า บอนด์ยีลด์ระยะยาวสหรัฐฯ ยังมีแนวโน้มทยอยปรับตัวลดลง ตามการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด (คาดว่าเฟดอาจลดดอกเบี้ยจนถึงระดับ 3.00-3.25%)
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง สอดคล้องกับการปรับตัวลดลงของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด แม้ว่าจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้างจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด
นอกจากนี้ ส่วนต่างบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นที่ปรับตัวลดลง กอปรกับถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ที่ส่งสัญญาณว่า BOJ ยังมีแนวโน้มเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย ได้หนุนให้เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ทยอยแข็งค่าขึ้น เพิ่มแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ ส่งผลให้โดยรวมดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ย่อตัวลงสู่โซน 97.9 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 97.7-98.1 จุด)
ในส่วนของราคาทองคำ จังหวะปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลาง ความกังวลการเข้าแทรกแซงการทำงานของเฟดจากฝั่งการเมืองสหรัฐฯ ซึ่งยังคงหนุนการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ได้ช่วยหนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ธ.ค. 2025) ทยอยปรับตัวสูงขึ้นสู่โซน 3,475 ดอลลาร์ต่อออนซ์
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ ในเดือนกรกฎาคม ซึ่งเป็นข้อมูลชี้วัดแนวโน้มเงินเฟ้อที่เฟดจับตาอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน (U of Michigan Consumer Sentiment) ในเดือนสิงหาคม
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น ผลการวินิจฉัยคดีนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร โดยศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจสร้างนำไปสู่ความวุ่นวายของการเมืองไทยในระยะสั้น โดยเฉพาะในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นนายกฯ ของนายกฯ แพทองธาร สิ้นสุดลง เนื่องจากจะต้องมีการลงคะแนนเสียงเลือกนายกฯ คนใหม่
พร้อมกันนั้นก็มีความเสี่ยงที่อาจเกิดการยุบสภาและการเลือกตั้งใหม่ได้ โดยเรามองว่ามีโอกาสราว 60% ที่พรรคเพื่อไทยยังสามารถรวบรวมเสียงจากบรรดาพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อสนับสนุนแคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย (คุณชัยเกษม นิติสิริ) เป็นนายกฯ คนถัดไป และมีโอกาสราว 25% ที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจกลับมาเป็นนายกฯ ส่วนอีก 15% นั้น เราประเมินเป็นโอกาสที่จะเกิดการยุบสภาและเลือกตั้งใหม่
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยระบุว่า เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับ 32.27-32.29 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (9.43 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 32.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ
โดยค่าเงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินเอเชียอื่น ๆ ขณะที่ Sentiment ของค่าเงินดอลลาร์ฯ ยังคงอ่อนแอลง ท่ามกลางการคาดการณ์เกี่ยวกับโอกาสการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุม FOMC เดือนกันยายน นอกจากนี้ เงินบาทยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำในตลาดโลกที่กลับมายืนเหนือนระดับ 3,4000 ดอลลาร์ฯ ต่อออนซ์ อีกครั้ง อย่างไรก็ดี คงต้องติดตามการเคลื่อนไหวของเงินบาทในระหว่างวัน เนื่องจากตลาดยังรอติดตตามปัจจัยทางการเมืองในประเทศในช่วงบ่ายวันนี้อย่างใกล้ชิด
สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 32.10-32.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ทิศทางฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ สถานการณ์ราคาทองคำในตลาดโลก และตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core PCE Price Indices เดือนก.ค. ตัวเลขเงินเฟ้อคาดการณ์และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนส.ค.
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
อันดับหล่นมากสุด 32 ชาติ! “ลูกยางสาวเวียดนาม” หลังตกรอบศึกชิงแชมป์โลก 2025

ทีมวอลเลย์บอลหญิงเวียดนาม ต้องจบเส้นทางในศึกลูกยางชิงแชมป์โลก 2025 ที่ประเทศไทย รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันระหว่างวันที่ 22 สิงหาคม – 7 กันยายน 2025
โดย “ทัพนักตบลูกยางเวียดนาม” ไม่สามารถเก็บชัยได้เลยตลอดทั้ง 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม แพ้รวดทั้ง 3 เกม หล่นไปอยู่อันดับสุดท้ายในกลุ่มจี กระเด็นตกรอบแบบไร้แต้ม
จากผลงานดังกล่าวทำให้ เวียดนาม โดนหักคะแนนสะสมของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ไปมากถึง 19.04 คะแนน จากการลงเล่น 3 นัด
ซึ่งทำให้ “ทัพนักตบลูกยางเวียดนาม” อันดับโลกหล่นไปอยู่ที่ 28 ทันที หลังก่อนเริ่มทัวร์นาเมนต์รั้งอันดับ 22 โลก ถือเป็นชาติที่อันดับหล่นมากที่สุดถึง 6 อันดับ จากทั้งหมด 32 ชาติที่เข้าร่วมในการแข่งขัน
ผลงานของ เวียดนาม ในรายการชิงแชมป์โลก 2025
- แพ้ โปแลนด์ 1-3 เซต(โดนหัก 0.01 คะแนน)
- แพ้ เยอรมนี 0-3 เซต (โดนหัก 6.26 คะแนน)
- แพ้ เคนยา 0-3 เซต (โดนหัก 12.77 คะแนน)
สำหรับ ทีมวอลเลย์บอลหญิงเวียดนาม จะกลับไปเตรียมทีมเพื่อลงแข่งขันซีเกมส์ 2025 ที่ประเทศไทย จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในช่วงเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งแฟนลูกยางของพวกเขาหวังว่า เหงียน ถิ บิค เตวียน ดาวตบตัวเก่งจะตัดสินใจกลับมารับใช้ชาติอีกครั้ง
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ระวัง! นอนกัดฟัน เคี้ยวแรง เสี่ยงกระดูกงอกเพิ่มในปาก

อาการปุ่มกระดูก หรือ กระดูกงอกในช่องปาก พบได้ในบางคนซึ่งสาเหตุของการเกิดนั้นยังไม่แน่ชัด อาจเกิดจากพันธุกรรม เชื้อชาติ เพศ อายุ และมักเกี่ยวข้องกับแรงบดเคี้ยวปริมาณมาก เช่น มีนิสัยขบเค้นฟันในเวลากลางวัน หรือนอนกัดฟันในเวลากลางคืน
ทพญ.เกศนี คูณทวีทรัพย์ ฝ่ายทันตกรรม รพ.จุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย อธิบายว่า ปุ่มก้อนกระดูกงอกในช่องปากนี้จะค่อยๆ โตขึ้นอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไปตามช่วงอายุ จึงทำให้ไม่พบในเด็ก แต่มักเริ่มพบได้ในวัยหนุ่มสาว ทั้งนี้ ปุ่มกระดูกงอกจะโตช้าลงจนสามารถหยุดโตเองได้ โดยปุ่มกระดูกงอกในช่องปากมีรูปร่างไม่แน่นอนในแต่ละคน มีความแข็ง พื้นผิวปกคลุมด้วยเหงือกสีชมพูที่มีลักษณะเช่นเดียวกับเหงือกบริเวณอื่นๆ ในช่องปาก ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดใดๆ ทำให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัว หากปุ่มก้อนกระดูกงอกนั้นมีขนาดไม่ใหญ่นัก สามารถพบได้ในบริเวณต่างๆ ของช่องปาก ได้แก่
- Torus palatinus ปุ่มกระดูกบริเวณเพดาน เป็นปุ่มกระดูกงอกซึ่งมักจะอยู่บริเวณกึ่งกลางเพดานแข็งในปาก มีขนาดที่แตกต่างกันไป อาจเป็นก้อนเดี่ยวหรือหลายก้อนรวมๆ กัน ทำให้มองดูคล้ายผิวมะกรูด
- Torus mandibularis ปุ่มกระดูกงอกบริเวณขากรรไกรล่าง พบบริเวณสันเหงือกด้านลิ้นของขากรรไกรล่าง สามารถพบได้ทั้งข้างซ้ายและข้างขวา โดยจะอยู่ถัดจากฟันเขี้ยวเข้าไปด้านหลัง
- Exostosis ปุ่มกระดูกผิวขรุขระ พบได้ในบริเวณเหงือกด้านชิดแก้มโดยรอบของขากรรไกร
เนื่องจากปุ่มกระดูกนี้ไม่ก่อให้เกิดอาการใดๆ ดังนั้น ผู้ป่วยจึงมักจะสังเกตเห็นหรือรู้สึกตัวเมื่อปุ่มกระดูกนั้นมีขนาดใหญ่พอสมควร ทำให้ผู้ป่วยเกิดความกังวล บางรายมาพบทันตแพทย์เพราะกลัวเป็นมะเร็งในช่องปาก แต่แท้จริงแล้ว ภาวะปุ่มกระดูกงอกนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงแต่อย่างใด หากทำการตรวจด้วยภาพถ่ายรังสีก็จะพบว่าเป็นปุ่มหรือก้อนกระดูกงอกออกมาจากกระดูกปกติ ไม่พบรอยโรคหรือความผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการรักษา ยกเว้นบางกรณีมีข้อบ่งชี้ที่ต้องรับการรักษา คือ
- ปุ่มกระดูกมีขนาดใหญ่มากจนขัดขวางการรับประทานอาหาร มีเศษอาหารติดบริเวณซอกของปุ่มกระดูก ยากแก่การทำความสะอาด ส่งผลต่อการดูแลสุขภาพช่องปากของผู้ป่วย ทำให้เกิดการหมักหมมและการสะสมของแบคทีเรียในช่องปาก ก่อให้เกิดกลิ่นปาก หรือในผู้ป่วยบางรายทำให้เกิดปัญหาด้านการพูด
- เนื้อเยื่อที่ปกคลุมบริเวณปุ่มกระดูกงอกเกิดเป็นแผลบ่อยครั้ง หรือเป็นแผลเรื้อรังจากการรับประทานอาหาร หรือการแปรงฟันไปกระแทกโดนบริเวณนั้นบ่อยๆ
- ทันตแพทย์ใส่ฟันพิจารณาแล้วว่าปุ่มกระดูกงอกนั้นขัดขวางต่อการใส่ฟันปลอม เพราะโครงฐานของฟันปลอมต้องพาดผ่านส่วนที่มีปุ่มกระดูกงอกนี้ หากใส่ฟันปลอมทับปุ่มกระดูกไปเลย จะทำให้เกิดการกดทับ เจ็บ และเกิดแผลเรื้อรังได้
สำหรับวิธีการรักษา ได้แก่ การผ่าตัดเอาปุ่มกระดูกงอกออก ถือเป็นการผ่าตัดเล็ก โดยมากสามารถทำได้ด้วยการฉีดยาชาเฉพาะที่ แต่ภายหลังการผ่าตัดอาจเกิดปุ่มกระดูกงอกขึ้นใหม่อย่างช้าๆ เช่นเดิมได้ ดังนั้น ทันตแพทย์จึงพิจารณาผ่าตัดเฉพาะในผู้ป่วยรายที่มีข้อบ่งชี้เท่านั้น หากผู้ป่วยมีปุ่มกระดูกงอกและมีข้อสงสัยถึงความจำเป็นในการรักษา สามารถปรึกษาทันตแพทย์เพื่อรับการตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษสั้น ๆ พร้อมคำแปลโดนใจ

ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษสั้น ๆ ที่อบอุ่นหัวใจ พร้อมคำแปล สำหรับทุกวันที่รู้สึกเหนื่อย
เพราะคำพูดดี ๆ อาจเปลี่ยนวันทั้งวันของคุณได้
ในวันที่รู้สึกแย่ เหนื่อยล้า หรือท้อแท้ คำพูดเพียงไม่กี่คำที่เต็มไปด้วยความหวังอาจเป็น “พลังเล็ก ๆ” ที่ช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นไปได้ ด้วยเหตุนี้ “ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษสั้น ๆ” จึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนค้นหา เพื่อนำไปใช้เป็นแคปชั่น แบ่งปันในโซเชียล หรือเก็บไว้เตือนใจตัวเอง
บทความนี้รวบรวม แคปชั่นภาษาอังกฤษ ที่มีความหมายดี ความยาวสั้น เข้าใจง่าย และเหมาะกับการแชร์ในทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG, X หรือ TikTok พร้อมคำแปลไทย และคำอธิบายที่ช่วยให้คุณเข้าใจลึกซึ้งยิ่งขึ้น
แคปชั่นภาษาอังกฤษ VS ประโยคฮีลใจ ต่างกันอย่างไร?
แม้จะมีความใกล้เคียงกัน แต่ก็มีจุดแตกต่าง:
ประเภท | ลักษณะ |
---|---|
แคปชั่นภาษาอังกฤษ | เน้นเท่ สั้น กระชับ อารมณ์เฉพาะเจาะจง เช่น ความรัก ความฝัน ความสำเร็จ |
ประโยคฮีลใจ | เน้นความอบอุ่น สร้างกำลังใจ ให้ความรู้สึกสบายใจ |
บทความนี้จะเน้นที่ “แคปชั่นภาษาอังกฤษแบบฮีลใจ” ที่มีทั้งความหวาน ความจริงใจ และความเข้าใจในชีวิต พร้อมให้คุณหยิบไปใช้ได้เลย
หมวดหมู่ประโยคฮีลใจ ภาษาอังกฤษยอดฮิตปี 2025
1. แคปชั่นภาษาอังกฤษปลอบใจตัวเอง
“Be gentle with yourself. You’re doing the best you can.”
จงอ่อนโยนกับตัวเอง เพราะคุณกำลังทำดีที่สุดแล้ว
“Healing takes time. And that’s okay.”
การเยียวยาใช้เวลา และนั่นไม่เป็นไรเลย
“You’re not broken. You’re becoming.”
คุณไม่ได้พัง คุณกำลังเติบโต
“Even the moon has scars. And it still shines.”
แม้แต่ดวงจันทร์ยังมีรอยแผล แต่ก็ยังส่องแสงอยู่
🧠 Insight: ประโยคเหล่านี้ไม่เพียงแต่ปลอบใจ ยังแฝงแนวคิดเรื่องการยอมรับและการเติบโต เหมาะสำหรับโพสต์ในวันที่คุณต้องการกอดตัวเองแน่น ๆ
2. แคปชั่นภาษาอังกฤษหวาน ๆ สำหรับคนมีความรัก
“You’re my favorite place to go when my mind searches for peace.”
เธอคือที่ที่ฉันอยากไปเมื่อใจต้องการความสงบ
“You feel like home.”
เธอให้ความรู้สึกเหมือนบ้าน
“Love doesn’t need to be perfect. It just needs to be real.”
ความรักไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์ แค่เป็นรักแท้ก็พอ
“You are my sunshine on a cloudy day.”
เธอคือแสงแดดในวันที่เมฆครึ้ม
ใครที่กำลังมีความรัก แคปชั่นภาษาอังกฤษหวานๆ แบบนี้ช่วยเติมความละมุนในทุกโพสต์
3. แคปชั่นอังกฤษคูลๆ ที่ให้กำลังใจแบบเท่ ๆ
“Stars can’t shine without darkness.”
ดาวไม่สามารถเปล่งแสงได้ หากไม่มีความมืด
“No rain, no flowers.”
ไม่มีฝน ก็ไม่มีดอกไม้
“Your vibe attracts your tribe.”
พลังงานแบบไหน จะดึงดูดคนแบบนั้นเข้ามา
“Fall seven times, stand up eight.”
ล้มเจ็ดครั้ง ก็จงลุกขึ้นให้ได้แปด
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการแรงบันดาลใจแบบไม่ดราม่า มีความเท่แฝงอยู่
4. ประโยคฮีลใจในวันที่เหนื่อยกับโลก
“Rest is productive too.”
การพักผ่อนก็ถือว่าเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพ
“You don’t have to be strong all the time.”
คุณไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้
“It’s okay if all you did today was survive.”
แค่รอดมาได้ในวันนี้ก็เก่งมากแล้ว
“Soft hearts make strong souls.”
หัวใจที่อ่อนโยนคือจิตวิญญาณที่แข็งแกร่ง
แคปชั่นเหล่านี้เหมาะกับภาพท้องฟ้า คาเฟ่ หรือวันชิล ๆ ที่คุณต้องการเตือนใจว่า “ยังไหวอยู่”
ใช้แคปชั่นภาษาอังกฤษอย่างไรให้ได้ผลบนโซเชียล
- เลือกคำที่ “จริงใจ” มากกว่า “สวยหรู”
- แปลหรือใส่คำแปลไทยใต้คำภาษาอังกฤษ สำหรับคนอ่านหลากหลาย
- จับคู่กับรูปภาพที่สื่ออารมณ์ได้ชัดเจน เช่น ภาพธรรมชาติ, พระอาทิตย์ตก, หรือมุมอ่านหนังสือ
- หากใช้บน TikTok หรือ Reels แนะนำใช้เสียงประกอบแนว slow acoustic หรือ lofi
💡 Pro Tip: ลองใส่ #แคปชั่นภาษาอังกฤษ #ประโยคฮีลใจ หรือใช้คำคีย์เวิร์ดใกล้เคียงเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
เลือกให้ดี ก่อนแชร์ออกไป: ประโยคไหนคือ “เรา”?
แม้ว่าแคปชั่นหรือคำพูดดี ๆ จะช่วยเยียวยาใจได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้อง “เลือกประโยคที่ตรงกับความรู้สึกของเรา” จริง ๆ ไม่ใช่แค่เลือกเพราะมันเพราะ
คำสั้นๆ ที่สัมผัสใจ ดีกว่าคำยาวๆ ที่ไม่มีความหมาย
บางครั้ง ความเงียบก็สื่ออารมณ์ได้มากกว่าคำพูด
ก่อนแชร์ ลองถามตัวเองว่า
“นี่คือสิ่งที่ฉันอยากสื่อจริงไหม?”
“นี่คือเสียงจากใจฉัน หรือแค่เสียงจากโลกโซเชียล?”
ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th
ยักษ์ใหญ่ 3 ราย ครองตลาดคลาวด์โลก AI หนุนมูลค่าทะลุ 13.6 ล้านล้านบาท

Amazon Web Services (AWS), Microsoft Azure และ Google Cloud ยังคงครองความเป็นผู้นำตลาดคลาวด์โลก หลังอัตราการใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลพุ่งแรงจากกระแส Generative AI ส่งผลให้ปี 2025 มูลค่าตลาดคลาวด์ทั่วโลกมีแนวโน้มทะลุ 13.6 ล้านล้านบาท
ข้อมูลจาก Synergy Research Group ระบุว่า ในไตรมาส 2 ปี 2025 AWS ครองส่วนแบ่งตลาดคลาวด์ถึง 30% ทิ้งห่าง Microsoft Azure ที่มี 20% และ Google Cloud ที่ 13% รวมกันทั้ง 3 ราย (Big Three) มีส่วนแบ่งมากกว่า 60% ขณะที่ผู้ให้บริการรายอื่นยังอยู่ในระดับตัวเลขหลักเดียว
ในช่วงเดียวกัน การใช้จ่ายด้านบริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นกว่า 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.8 แสนล้านบาท) หรือราว 25% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2024 ส่งผลให้ยอดใช้จ่ายรวมตลอดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน แตะ 99,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.36 ล้านล้านบาท)

สำหรับทั้งปี 2025 รายได้บริการคลาวด์มีแนวโน้มทะลุ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 13.6 ล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก สะท้อนการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาด แม้จะมีขนาดใหญ่แล้วก็ตาม โดยอัตราการเติบโตปีต่อปียังกลับมาเร่งขึ้นอีกครั้งจากความต้องการด้าน AI ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นายจอห์น ดินส์เดล (John Dinsdale) หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Synergy Research Group เปิดเผยว่า “นี่คือช่วงเวลาที่ดีสำหรับผู้ให้บริการคลาวด์ ในไตรมาส 2 เราเห็นการเติบโตของบริการคลาวด์ที่เจาะจงสำหรับ GenAI สูงถึง 140-180% และ AI ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของบริการคลาวด์โดยรวมอีกด้วย”
AI เร่งการเติบโตตลาด
กระแส Generative AI กลายเป็นตัวเร่งสำคัญให้ความต้องการคลาวด์กลับมาพุ่งแรง หลังจากก่อนหน้านี้ตลาดเริ่มชะลอตัวเหลือต่ำกว่า 20% ในปี 2023 แต่ตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นมา ความต้องการใช้งานกลับมาเติบโตใกล้ 25% ส่งผลให้ตลาดขยายตัวเกินคาด
ข้อมูลของ Synergy Research ระบุว่า รายได้จากบริการคลาวด์ทั่วโลกเพิ่มจากไม่ถึง 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท) ในปี 2017 ขึ้นมาแตะ 330,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 11.2 ล้านล้านบาท) ในปี 2024 และมีแนวโน้มแตะ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (13.6 ล้านล้านบาท) ในปีนี้
นายดินส์เดลกล่าวเพิ่มเติมว่า ตลาดคลาวด์แม้จะใหญ่ระดับ 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อไตรมาส (ประมาณ 3.4 ล้านล้านบาท) แต่ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตเฉลี่ยราว 25% ต่อปี และในช่วง 5 ปีข้างหน้าอัตราเฉลี่ยต่อปียังคาดว่าจะเกิน 20%
กำไรสูงของ AWS และแรงหนุน Azure
AWS ไม่เพียงครองส่วนแบ่งสูงสุด แต่ยังสร้างรายได้และกำไรในระดับมหาศาล โดยในปี 2024 เพียงปีเดียว AWS ทำกำไรจากการดำเนินงานกว่า 40,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.36 ล้านล้านบาท) คิดเป็นเกือบ 60% ของกำไรทั้งหมดของ Amazon แสดงให้เห็นว่าคลาวด์คือเสาหลักสำคัญของธุรกิจ
ด้าน Microsoft Azure แม้มีส่วนแบ่งรองลงมา แต่เร่งเสริมความแข็งแกร่งด้วยการผนวกบริการ Office 365, Dynamics และแพลตฟอร์ม AI อย่าง Copilot รวมถึงการลงทุนใน OpenAI ทำให้ Azure เป็นฐานสำคัญรองรับการให้บริการ AI ที่กำลังขยายตัวรวดเร็ว
คลาวด์: เสาหลักเศรษฐกิจ AI
การแข่งขันในตลาดคลาวด์จึงไม่ได้หยุดเพียงการแย่งชิงลูกค้า แต่ยังรวมถึงการลงทุนเชิงโครงสร้างพื้นฐาน AI ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเซมิคอนดักเตอร์ เพื่อรองรับความต้องการมหาศาลในยุคดิจิทัล ขณะที่ทุกอุตสาหกรรม ตั้งแต่การเงิน การแพทย์ โลจิสติกส์ ไปจนถึงการผลิต ล้วนต้องพึ่งพาคลาวด์มากขึ้น
การที่ตลาดคลาวด์โลกในปี 2025 มีแนวโน้มทะลุ 13.6 ล้านล้านบาท จึงไม่ใช่เพียงตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่สะท้อนชัดว่า “ยุคเศรษฐกิจ AI” ได้เริ่มต้นแล้ว และคลาวด์คือโครงสร้างพื้นฐานที่จะกำหนดอนาคตโลกดิจิทัลในทศวรรษนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
“โรสแมรี่” สมุนไพรที่ช่วยปลุกความจำจากความจำเสื่อม

โรสแมรี่ไม่ได้เป็นเพียงสมุนไพรที่เพิ่มรสชาติให้อาหาร แต่ยังมีงานวิจัยที่พบว่าสารสกัดจากโรสแมรี่บางชนิดสามารถช่วยกระตุ้นสมอง ฟื้นฟูความจำ และลดความเสี่ยงการเกิดภาวะสมองเสื่อมได้
โรสแมรี่คืออะไร
โรสแมรี่เป็นสมุนไพรตระกูลเดียวกับมิ้นต์ มีกลิ่นหอมเฉพาะ ใช้กันแพร่หลายในอาหารยุโรป เช่น อบเนื้อ อบมันฝรั่ง และซุปต่าง ๆ นอกจากด้านการปรุงอาหาร ยังถูกนำมาใช้ในแพทย์แผนโบราณ เพื่อบำรุงสมองและระบบประสาท
สารสำคัญในโรสแมรี่ที่ช่วยฟื้นฟูความจำ
กรดคาร์โนซิก (Carnosic acid)
เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากความเสียหายของอนุมูลอิสระ มีงานวิจัยที่พบว่าสารนี้อาจช่วยลดการเสื่อมของเซลล์ประสาท
กรดโรสมารินิก (Rosmarinic acid)
มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบในสมอง และช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง ส่งผลดีต่อการจดจำและการเรียนรู้
ซิเนออล (1,8-Cineole)
เป็นน้ำมันหอมระเหยที่พบในโรสแมรี่ กลิ่นหอมของมันสามารถช่วยกระตุ้นระบบประสาท ทำให้มีสมาธิและความจำดีขึ้น
ประโยชน์ของโรสแมรี่ต่อสมองและร่างกาย
- ช่วยเสริมความจำและการเรียนรู้
- ลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมองเสื่อม
- ช่วยให้มีสมาธิและโฟกัสได้ดีขึ้น
- มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์สมอง
- ใช้ในรูปแบบชา น้ำมันหอมระเหย หรือสกัดผสมอาหารเสริม
วิธีใช้โรสแมรี่เพื่อบำรุงความจำ
ชงชาโรสแมรี่
นำใบแห้งหรือใบสดมาชงในน้ำร้อน ดื่มเพื่อช่วยกระตุ้นระบบประสาทและความจำ
สูดดมน้ำมันหอมระเหย
ใช้ในเครื่องพ่นอโรมาหรือหยดบนผ้าเช็ดหน้า เพื่อช่วยให้รู้สึกสดชื่นและมีสมาธิ
ใช้ประกอบอาหาร
ใส่ในเมนูอบ เนื้อ ซุป หรืออาหารเพื่อสุขภาพ ได้ทั้งกลิ่นหอมและคุณประโยชน์
ข้อควรระวังในการใช้โรสแมรี่
- ไม่ควรใช้ในปริมาณมากเกินไป เพราะอาจทำให้ปวดศีรษะหรือคลื่นไส้
- ผู้ป่วยที่มีปัญหาความดันโลหิตสูง หรือสตรีมีครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีโรสแมรี่ควรเลือกจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ
โรสแมรี่เป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์ต่อสมอง โดยเฉพาะสารสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความจำและลดความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อม อย่างไรก็ตาม ควรใช้ในปริมาณเหมาะสมและเลือกผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย หากใช้ควบคู่กับการดูแลสุขภาพที่ดี เช่น การออกกำลังกายและการนอนหลับเพียงพอ จะช่วยเสริมสร้างสมองที่แข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 29/08/2568
ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
---|---|---|---|
ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 52,050.00 | 52,150.00 |
ทองรูปพรรณ 96.5% | 3,365.00 | 51,013.40 | 52,950.00 |
ทองรูปพรรณ 90% | 3,028.50 | 45,912.06 | n/a |
ทองรูปพรรณ 80% | 2,692.00 | 40,810.72 | n/a |
ทองรูปพรรณ 50% | 1,514.25 | 22,956.03 | n/a |
ทองรูปพรรณ 40% | 1,177.75 | 17,854.69 | n/a |
ทองรูปพรรณ 99.99% | 3,487.05 | 52,863.68 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 29/08/2568
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | เอสโซ่ | คาลเท็กซ์ | ![]() ไออาร์พีซี | พีที | ![]() ซัสโก้ | ![]() เพียว | ![]() พรุ่งนี้ | |
---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
แก๊สโซฮอล์ 95 | 32.95 | 32.95 | 33.45 | 32.95 | 32.95 | 32.95 | 32.95 | 32.95 | 32.95 | 32.95 |
แก๊สโซฮอล์ 91 | 32.58 | 32.58 | 33.08 | 32.58 | 32.58 | 32.58 | 32.58 | 32.58 | 32.58 | 32.58 |
แก๊สโซฮอล์ E20 | 30.74 | 30.74 | 31.24 | 30.74 | 30.74 | – | 30.74 | 30.74 | 30.74 | 30.74 |
แก๊สโซฮอล์ E85 | 28.69 | 28.69 | – | – | – | – | – | – | – | 28.69 |
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 41.14 | 49.84 | 49.84 | 49.84 | – | – | – | – | – | 41.14 |
เบนซิน 95 | 41.24 | – | – | – | 49.81 | – | 41.74 | 41.39 | – | 41.24 |
ดีเซล | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 | 31.94 |
ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.94 | 46.14 | 49.84 | 46.14 | 46.14 | – | – | – | – | 43.94 |
แก๊ส NGV | 18.55 | 18.55 | – | – | – | – | – | – | – | 18.55 |