อสังหาฯมือสองพุ่งสวนทางเศรษฐกิจชะลอ’โอกาส’ของธุรกิจนายหน้า

อสังหาฯมือสองจากสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์พุ่งกลายเป็น“โอกาส” ของธุรกิจนายหน้าอสังหาฯ เชื่อมดีมานด์ทรัพย์ต้นทุนต่ำในทำเลศักยภาพ
ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทรัพย์รอการขายของสถาบันการเงิน (NPA) และทรัพย์ขายทอดตลาดจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)
ดรุณี รุ่งเรืองผล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา สถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์เร่งระบายทรัพย์ออกสู่ตลาด พร้อมจัดแคมเปญลดราคาขายเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทรัพย์มือสองจำนวนมากเข้าสู่ตลาด ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดดึงดูดความสนใจจาก2กลุ่มหลัก ได้แก่ ผู้ซื้อที่ต้องการที่อยู่อาศัยราคาประหยัด และนักลงทุนที่ต้องการซื้อทรัพย์ในต้นทุนต่ำเพื่อนำไปปรับปรุงและขายต่อ
นักลงทุนหันจับมือนายหน้า ล่าทรัพย์ต้นทุนต่ำ
ในมุมของนักลงทุน ทรัพย์จากสถาบันการเงินถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เนื่องจากมักตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพและมีราคาที่แข่งขันได้เมื่อเทียบกับทรัพย์ในตลาดทั่วไป
นางดรุณีระบุว่า นักลงทุนจำนวนมากเริ่มหันมาร่วมมือกับนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนขายทรัพย์ NPA และทรัพย์ประมูล NPL จากสถาบันการเงินและบริษัทบริหารสินทรัพย์ เนื่องจากช่วยเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกทรัพย์ในราคาต่ำกว่าตลาด และอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการซื้อสูง
“ทรัพย์จากสถาบันการเงินมีความน่าสนใจทั้งในด้านทำเล ราคา และความหลากหลายของทรัพย์ที่สามารถเลือกซื้อได้ในแหล่งเดียว จึงทำให้นักลงทุนจำนวนมากเข้ามาเป็นพันธมิตรกับนายหน้าอสังหาฯ มากขึ้น” นางดรุณีกล่าว
โมเดล Co-broke ทางรอดนายหน้ารายย่อย
แม้ตลาดทรัพย์จากสถาบันการเงินจะเติบโต แต่การเข้าถึงทรัพย์เหล่านี้ไม่ได้เปิดกว้างสำหรับนายหน้าทั่วไป เนื่องจากสถาบันการเงินมักแต่งตั้งบริษัทนายหน้าในลักษณะ B2B เพื่อเป็นตัวแทนหลักในการขาย
ด้วยเหตุนี้ นายหน้าที่ไม่ได้รับการแต่งตั้งโดยตรงจึงต้องทำงานร่วมกันในรูปแบบ Co-broke หรือ Co-Brokerกับบริษัทที่ได้รับสิทธิ์ เพื่อร่วมกันทำการตลาดและแบ่งปันค่าคอมมิชชัน
โมเดลดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากสามารถเข้าถึงทรัพย์ได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาหาทรัพย์จากเจ้าของบุคคลทั่วไป
เปิดพันธมิตรนายหน้า รับทรัพย์นับหมื่นยูนิต
เพื่อรองรับแนวโน้มทรัพย์ NPA และทรัพย์ประมูล NPL ที่เพิ่มขึ้น ดาร์วิด พร๊อพเพอร์ตี้ เซอร์วิส ได้เปิดโอกาสให้นายหน้าและผู้สนใจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรในการขายในรูปแบบ Co-broke Co-Broker
บริษัทเตรียมจัดอบรมให้กับผู้ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการขายทรัพย์ประเภทนี้ เพื่อให้มีความเข้าใจทั้งกระบวนการขาย เงื่อนไขของสถาบันการเงิน และเทคนิคการทำตลาด
ปัจจุบันมีทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ทั้งบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์ และคอนโดมิเนียม ในทำเลกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภูมิภาค รอการขายรวมหลายหมื่นยูนิต
ท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย การเพิ่มขึ้นของทรัพย์มือสองจึงไม่ใช่เพียงผลสะท้อนจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่ยังกลายเป็น “สนามใหม่” ของธุรกิจนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ที่ต้องปรับตัวและสร้างเครือข่ายความร่วมมือเพื่อคว้าโอกาสจากทรัพย์ต้นทุนต่ำในตลาด
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ธุรกิจรับสร้างบ้าน กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เปิดยุทธศาสตร์รับมือเศรษฐกิจผันผวน

- ชูกลยุทธ์สร้างความเชื่อมั่นด้วยโมเดล ‘Success Model’ เพื่อแก้ปัญหาการสร้างบ้านที่ต้องพึ่งดวงกับผู้รับเหมา โดยเน้นระบบควบคุมคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้างให้เหมือนกันทุกหลัง
- บริหารงานผ่าน 3 แบรนด์หลักเพื่อเจาะตลาดทุกระดับราคา และเลือกที่จะไม่แข่งขันด้านราคาในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เน้นการรักษามาตรฐานคุณภาพเพื่อสร้างความคุ้มค่าระยะยาว
- เดินหน้ารุกตลาดเพื่อกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภค โดยเตรียมเข้าร่วมงาน “รับสร้างบ้าน Focus 2026” เพื่อนำเสนอแบบบ้านคอลเลกชันใหม่พร้อมโปรโมชันพิเศษ
ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ตลาดอสังหาริมทรัพย์และตลาดสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเอง ได้รับผลกระทบ กำลังซื้อชะลอตัว สถาบันการเงินเข้มงวดสินเชื่อ รวมถึงความรุนแรงจากวิกฤตสงครามในตะวันออกกลาง สร้างแรงกระเพื่อมเป็นวงกว้างโดยเฉพาะต้นทุนพลังงาน
นายสุธี เกตุศิริ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ประเมินสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับพายุเศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งจากปัจจัยต่างประเทศ เช่น สงครามการค้าและปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อบรรยากาศการลงทุน ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศเองก็มีความเปราะบางจากปัญหาหนี้ครัวเรือนและการเข้มงวดของสถาบันการเงินในการปล่อยสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านพ้นช่วงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองและเริ่มเห็นภาพรวมงบประมาณภาครัฐที่ชัดเจนขึ้น ประกอบกับสัญญาณบวกจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 20% ( จาก 1.25 % เหลือ 1% ) ซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญที่ช่วยกระตุ้นกำลังซื้อ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้านที่จะฟื้นตัวได้เร็วกว่าภาคอสังหาฯ ใหญ่ เนื่องจากไม่ต้องแบกภาระสต็อกสินค้า (Backlog) จำนวนมาก และยังมีการปรับตัวตามความต้องการที่แท้จริงได้ทันที

โดยประเด็นสำคัญที่คุณสุธีเน้นย้ำคือ การเรียกคืนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคที่มักมองว่า การสร้างบ้านเป็นการ “วัดดวง” กับผู้รับเหมา ซึ่งกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้นำเอา Pain Point นี้มาสร้างเป็นกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน เพราะ “คนมักพูดกันว่าสร้างบ้านต้องอาศัยโชคถ้าโชคดีก็ได้ผู้รับเหมาดี โชคไม่ดีก็โดนทิ้งงานหรือได้บ้านไม่มีคุณภาพ สำหรับกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์
เรามองว่านี่คือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในธุรกิจที่เป็นการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่งของลูกค้า เราจึงสร้าง ‘Success Model’ หรือโมเดลแห่งความสำเร็จขึ้นมา เพื่อส่งมอบบ้านคุณภาพในทุกขั้นตอนให้เป็นเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านในระดับราคาใด เพราะหัวใจของการสร้างบ้านไม่ใช่แค่การทำการตลาด เพราะนั่นคือการสื่อสาร แต่ ‘ของจริง’ คือสิ่งที่เรามอบให้ลูกค้า บ้านหนึ่งหลังคือการที่ลูกค้าลงทุนทั้งชีวิต และกว่า 50% ของลูกค้าสร้างบ้านเพียงครั้งเดียวในชีวิต หน้าที่ของเราคือการทำให้คำว่า ‘บ้านคุณภาพ’ ไม่ใช่เรื่องของดวงหรือโชค แต่ต้องเป็นระบบที่ทำแล้วต้องได้มาตรฐานเดียวกัน” นายสุธี กล่าว
กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ได้ยกระดับมาตรฐานงานก่อสร้างให้กลายเป็นกลยุทธ์หลักในการทำตลาด เพื่อสร้างมิติใหม่ที่มากกว่าแค่การใช้วัสดุเกรดพรีเมียม แต่เน้นไปที่ “ระบบการควบคุมงานที่เป็นมาตรฐานเดียว” เพื่อปิดจุดอ่อนและทลายกำแพงเรื่อง “การสร้างบ้านต้องอาศัยดวงหรือขึ้นอยู่กับโชคของผู้ปลูกสร้าง(ลูกค้า) ว่าจะได้ทีมงานก่อสร้างที่ดีหรือไม่” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้ โดยบริษัทได้นำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแวดวงธุรกิจรับสร้างบ้าน มาต่อยอดและพัฒนาโมเดลแห่งความสำเร็จ Success Model Execution ที่เป็นโมเดลการดำเนินงานก่อสร้างบ้านอย่างเป็นระบบในทุกขั้นตอนของกลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เพื่อให้ได้ทีมช่างที่มีคุณภาพ และมาตรฐาน การทำงานระดับเดียวกัน เพื่อให้ได้ผลงานคุณภาพบ้านทัดเทียมกันทุกหลัง ตั้งแต่
- กระบวนการคัดเลือก คัดสรรและประเมินผลงานของทีมช่างก่อสร้างอย่างเข้มข้น มีการตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน ฝีมือทีมช่าง เทคนิคการทำงาน เครื่องมือและอุปกรณ์การทำงาน และการดูแลไซต์งานทั้งภายในและภายนอกบ้านอย่างเป็นระบบ
- มีการเลือกสรรทีมงานช่างเฉพาะทาง ทำงานเฉพาะด้าน ตามความเชี่ยวชาญด้วยประสบการณ์ที่มีอย่างยาวนาน และมีการฝึกฝน อบรมทักษะเฉพาะด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง
- การตั้งคณะทำงานพิเศษที่เป็นการรวมทีมงานของฝ่ายการตลาด สถาปนิก และฝ่ายก่อสร้าง ทำหน้าที่เป็น “ตัวแทนเจ้าของบ้าน” เข้าตรวจสอบงานทุกจุดตามหลักวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม พร้อมจัดทำรายงานความคืบหน้า ให้ลูกค้าทราบอย่างโปร่งใส
- ระบบการตรวจสอบ 3 ชั้น ตั้งแต่วิศวกรหน้างาน หัวหน้าทีมวิศวกร ทีม Inspector จากส่วนกลาง และทีมผู้บริหาร เพื่อให้มั่นใจว่าก่อนส่งมอบบ้านทุกหลังจะต้องได้คุณภาพและมาตรฐานที่บริษัทกำหนด
ในส่วนของการแข่งขัน นายสุธีวิเคราะห์ว่าปัจจุบันตลาดแบ่งออกเป็นเซกเมนต์ที่ชัดเจน โดย กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ ยังคงบริหารงานภายใต้ 3 แบรนด์หลัก เพื่อครอบคลุมทุกระดับราคา:
1. Small House Builder (ระดับราคา 2- 9 ล้านบาท): มีสัดส่วนลูกค้าสูงถึง 50% ซึ่งเป็นกลุ่ม Real Demand ที่มีความจำเป็นในการสร้างบ้านเพื่อการอยู่อาศัยจริง แม้จะได้รับผลกระทบจากการปฏิเสธสินเชื่อบ้าง แต่เป็นกลุ่มที่มีความต้องการต่อเนื่อง
2. Bangkok House Builder (ระดับราคา 10-20 ล้านบาท): สัดส่วน 30% เป็นกลุ่มครอบครัวขนาดกลางที่เน้นงานออกแบบ ฟังก์ชันการใช้งานและความคุ้มค่า
3. Built To Build (ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป): สัดส่วน 20% แม้จะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการชะลอตัวของการลงทุน แต่ยังคงมีความต้องการบ้านคุณภาพและดีไซน์พิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ในสภาวะที่จำนวนผู้ประกอบการรับสร้างบ้านเท่าๆเดิม แต่จำนวนผู้ปลูกสร้างบ้านอาจจะลดลงในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลงในช่วงนี้ การแข่งขันด้านราคาจึงรุนแรง แต่บริษัทในกลุ่มบิวท์ฯ เลือกที่จะไม่เล่นสงครามราคาจนเสียมาตรฐานคุณภาพ เราเน้นการปรับตัวไปพร้อมกับผู้บริโภค ยอมรับภาระต้นทุนบางส่วนเพื่อรักษาคุณภาพงานให้คงเดิม เพราะเราเชื่อว่าบ้านคุณภาพที่อยู่อาศัยได้นานกว่า 40-50 ปี คือความคุ้มค่าที่แท้จริงที่ลูกค้ามองหา ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่เรามีสัดส่วนลูกค้าที่มาจากการบอกต่อพุ่งสูงถึง 70% ในปัจจุบัน”
สำหรับการก้าวไปข้างหน้า กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของผู้บริโภคด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ โดยมองว่าการทำการตลาดเป็นเพียงการสื่อสารเบื้องต้นเท่านั้น แต่ “แก่นแท้” ของธุรกิจรับสร้างบ้านคือคุณภาพบ้านและงานบริการที่จะเป็นกระบอกเสียงที่ดังและยั่งยืนที่สุดในปัจจุบันและอนาคต
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำและช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคในภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ กลุ่มบิวท์ ทู บิวด์ เตรียมเข้าร่วมงานครั้งใหญ่ “’งานรับสร้างบ้าน Focus 2026” ของสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) โดยจะมีการนำเสนอแบบบ้านคอลเลกชันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมโปรโมชันพิเศษและที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะมาให้คำแนะนำเรื่องการวางแผนสร้างบ้านอย่างมืออาชีพแก่ผู้ที่สนใจ ตั้งแต่วันที่ 18-22 มีนาคมนี้ อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี โดยท่านที่สนใจหรือกำลังมีแผนสร้างบ้าน พบกับข้อเสนอสุดพิเศษและโปรโมชันกระตุ้นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุดในรอบปีได้ในงานนี้
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 16 มี.ค.69 ‘อ่อนค่าสุด‘ รอบ3เดือนครึ่ง

- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 16 มี.ค. ที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งอ่อนค่าที่สุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง
- ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เงินบาทอ่อนค่าคือสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในตะวันออกกลาง
- มีการคาดการณ์ว่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง และอาจทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ภายในหนึ่งเดือน
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.49 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าสูงสุด” รอบ3เดือนครึ่ง จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 32.31 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 31.90-33.00 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.25-32.55 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) ทยอยอ่อนค่าลงบ้าง ในลักษณะ Sideways Up โดยมีจังหวะอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่จะทยอยแข็งค่าขึ้นบ้าง ในช่วงเช้าของตลาดการเงินเอเชีย (แกว่งตัวในกรอบ 32.15-32.50 บาทต่อดอลลาร์)
สอดคล้องกับ การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ (XAUUSD) โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดการเงินในช่วงนี้ ยังคงเป็น พัฒนาการของสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ที่เสี่ยงทวีความรุนแรงมากขึ้นและอาจยืดเยื้อ โดยเฉพาะหลังสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะ Kharg ของอิหร่าน ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการขนส่งน้ำมัน (Oil Terminal) ของอิหร่าน โดยกว่า 90% ของการส่งออกน้ำมันของอิหร่านจะต้องอาศัยพื้นที่ดังกล่าว
แนวโน้มเงินบาท
เราประเมินว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ยังคงมีกำลังอยู่ และหากประเมินจากความผันผวนของเงินบาทที่สูงกว่าช่วงปกติมาก สะท้อนว่า เงินบาทมีโอกาสอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้านสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้ ภายในช่วง 1 เดือน นี้
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ฤดูกาล 2025-26 ประจำวันที่ 16 มี.ค. 69

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2025-26 กลับมาแข่งขันกันในสัปดาห์ที่ 30 ภาพรวมของตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ระหว่างวันเสาร์ที่ 14 – วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569
โดยหลังจากแข่งขันกันไปครบทุกคู่ในสัปดาห์นี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ยึดจ่าฝูงได้เหนียวแน่นด้วยการมี 70 คะแนน นำห่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ อันดับ 2 ออกไปเป็น 9 คะแนน แต่แข่งมากกว่าอยู่ 1 เกม
ด้าน “ปีศาจแดง” แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้าคว้าชัยยึดอันดับ 3 แน่น มี 54 คะแนน ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สะดุดทำได้แค่เสมออีกเกม ทำให้อยู่อันดับ 5 มี 49 คะแนน

สรุปตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกอังกฤษล่าสุด
อันดับที่ 1 : อาร์เซนอล ชนะ 21 เสมอ 7 แพ้ 3 นัด 70 คะแนน ประตูได้ +39
อันดับที่ 2 : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 18 เสมอ 7 แพ้ 5 นัด 61 คะแนน ประตูได้ +32
อันดับที่ 3 : แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 15 เสมอ 9 แพ้ 6 นัด 54 คะแนน ประตูได้ +13
อันดับที่ 4 : แอสตัน วิลลา ชนะ 15 เสมอ 6 แพ้ 9 นัด 51 คะแนน ประตูได้ +3
อันดับที่ 5 : ลิเวอร์พูล ชนะ 14 เสมอ 7 แพ้ 9 นัด 49 คะแนน ประตูได้ +9
อันดับที่ 6 : เชลซี ชนะ 13 เสมอ 9 แพ้ 8 นัด 48 คะแนน ประตูได้ +18
อันดับที่ 7 : เบรนท์ฟอร์ด ชนะ 13 เสมอ 5 แพ้ 11 นัด 44 คะแนน ประตูได้ +4
อันดับที่ 8 : เอฟเวอร์ตัน ชนะ 12 เสมอ 7 แพ้ 11 นัด 43 คะแนน ประตูได้ -1
อันดับที่ 9 : นิวคาสเซิล ชนะ 12 เสมอ 6 แพ้ 12 นัด 42 คะแนน ประตูได้ 0
อันดับที่ 10 : บอร์นมัธ ชนะ 9 เสมอ 14 แพ้ 7 นัด 41 คะแนน ประตูได้ -2
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
‘โมเดลการกิน’ ที่เหมาะกับคนไทย ส่วน’พีระมิดกลับหัวอเมริกา’ เสี่ยง 2 โรคสำคัญ

- กรมอนามัยเตือนว่าโมเดลโภชนาการ ‘พีระมิดกลับหัว’ ของสหรัฐฯ ที่เน้นเนื้อแดง ชีส และนมไขมันเต็มส่วน อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจและเพิ่มภาระการทำงานของไต
- โมเดลการกินที่เหมาะสมกับคนไทยคือ “ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดี” ซึ่งใช้หลัก “ธงโภชนาการ” และ “โภชนบัญญัติ 9 ประการ” ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ
- หลักโภชนาการของไทยเน้นความสมดุล โดยให้กินข้าว-แป้งเป็นอาหารหลัก รองลงมาคือผักและผลไม้ และบริโภคน้ำมัน น้ำตาล เกลือในปริมาณน้อยที่สุด
เมื่อเร็วๆนี้ สหรัฐอเมริกา ได้ออกคำแนะนำโภชนาการใหม่ สำหรับชาวอเมริกันปี 2026 ซึ่งจะกลายเป็นนโยบายแห่งชาติด้านโภชนาการ และจะถูกนำไปใช้ในทุกโรงเรียนทั่วสหรัฐอเมริกา ปี 2025 – 2030 ออกมาในทรง “พีระมิดกลับหัว” ซึ่งแตกต่างจากของเดิมอย่างสิ้นเชิง
สำหรับคำแนะนำโภชนาการแบบพีระมิดกลับหัว ของอเมริกา เน้นกินอาหารธรรมชาติ ลดอาหารแปรรูปขั้นสูง เน้นโปรตันจากเนื้อสัตว์ ชีส และผัก สนับสนุนเนื้อแดง เนย ชีวและผลิตถัณฑ์นมแบบบไขมันเต็ม และกินโปรตีนจากพืช ถั่วต่างๆปริมาณน้อยโดยอยู่ส่วนล่างสุด

เสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ-เพิ่มภาระไต
ส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อยเริ่มที่จะนำแนวทางโภชนาการใหม่ของอเมริกันมาใช้เช่นเดียวกัน แต่ล่าสุด สำนักโภชนการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้ข้อมูลว่า Dietary Guidelines ของสหรัฐฯ มีการเน้นเนื้อสัตว์สีแดง ชีส และนมไขมันเต็มส่วน ซึ่งหลายองค์กรระดับโลก ออกมาแสดงความกังวลว่า เสี่ยงได้รับไขมันอิ่มตัวและโซเดียมเกินเกณฑ์ การเน้นเนื้อแดงและไขมันสัตว์ อาจทำให้ได้รับโซเดียมและไขมันอิ่มตัวเกินเกณฑ์ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคหลอดเลือดหัวใจ
อีกทั้ง การ Dietary Guidelines ของสหรัฐฯ กล่าวถึงการบริโภคเนย ไขมันวัว เนื้อแดงและนมไขมันเต็มส่วน ทำให้เกิดความสับสน เมื่อเทียบกับช้อแนะนำขององค์การอนามัยโลก(WHO) ที่ให้จำกัดไขมันอิ่มตัวไม่เกิน 10 %ของพลังงานทั้งหมด
รวมถึง ระดับโปรตีนที่สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำ การบริโภคโปรตีน 1.2-1.6 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน สูงกว่าคำแนะนำขั้นต่ำ 0.8 กรัมต่อกิโลกรัมต่อวัน ประมาณ 50-100 % อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว และความเสี่ยงต่อการทำงานของไต การบริโภคโปรตีนในปริมาณสูง โดยเฉพาะจากสัตว์เป็นหลัก อาจส่งผลต่อระบบเผาผลาญและเพิ่มภาระการทำงานของไตในระยะยาว
หลักโภชนาการ ออกแบบเฉพาะเพื่อคนไทย
สำหรับคนไทยควรยึดหลักโภชนาการ ตาม “Food-Based Dietary Guidelines” หรือข้อปฏิบัติการกินอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของไทย ฉบับใหม่ปี 2568 เน้นความสมดุล (Balanced diet) กินอาหารให้ครบ 6 กลุ่ม คือ ข้าวแป้ง-ผัก-ผลไม้-เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน-นม-ไขมัน เน้นอาหารธรรมชาติ ลดแปรรูป ปรุงสุกใหม่
แบ่งเป็น 2 ด้านควบคู่กัน เชิงปริมาณ “ธงโภชนาการ” และ เชิงคุณภาพ “โภชนบัญญัติ 9 ประการ” ที่ออกแบบมาเพื่อคนไทยโดยเฉพาะ

ธงโภชนาการไทย แบบพีระมิดกลับหัว
- ฐานกว้างด้านบนสุด ต้องกินมากสุด เป็นประเภท ข้าว แป่ง ธัญพืช
- ชั้นรองลงมาเป็น ผัก ผลไม้ ต้องกินให้ครบอย่างพอดี
- รองลงเป็น นม เนื้อสัตว์ ต้องกินให้ครบอย่างพอดี
- และล่างสุดส่วนปลายแฟลมของพีระมิดเป็นน้ำตาล น้ำมัน เกลือ ต้องบริโภคให้น้อยสุด
ทั้งนี้ สัดส่วนอาหารแต่ละกลุ่มขึ้นกับความต้องการพลังงงานของแต่ละบุคคล ตามเพศ อายุ กิจกรรมทางกาย
โภชนบัญญัติ 9 ประการ
- กินอาหารให้ครบทุกกลุ่มใรปริมาณที่แนะนำตามธงโภชนาการและหมั่นดูแลน้ำหนัดตัวตามเกณฑ์มาตรฐาน
- กินข้าวดเป็นหลัก เน้นข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ สลับกับอาหารประเภทแป้งเป็นบางมื้อ
- กินปลา ไข่ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่วเมล็ดแห้งและผลิตภัณฑ์จากถั่วเป็นประจำ
- กินผักและผลไม้หลากหลายสีเป็นประจำ หลีกเลี่ยงผลไม้รสหวานจัด
- ดื่มนมรสจืดและกินอาหารอื่นที่มีแคลเซียมสูง
- หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง หวานจัด เค็มจัด
- กินอาหารที่สะอาด ปลอดภัย และปรุงสุกใหม่
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องอื่มรสหวาน
- งดหรือลดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
สรุป กินแบบไทย สมดุล พอดี หลากหลาย คือคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพคนไทย
นอกจากนี้ ยังมีคำแนะนำข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของหญิงตั้งครรภ์และตามแต่ละช่วงวัยด้วย ตามที่มีระบุไว้ใน ข้อปฏิบัติการกินอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย 2568
แต่ละประเทศมีโมเดลการกินของตัวเอง
หลายคนคงสงสัยว่าควรทำตามเทรนด์ต่างประเทศดีหรือไม่ แต่ในความเป็นจริงนั้น แต่ละประเทศมีคำแนะนำโภชนาการไม่เหมือนกัน เป็นเพราะ “บริบท บริโภคนิสัย และสรีระ” ของคนแต่ละชาติไม่เหมือนกัน ประเทศในเอเชียต่างก็มีโมเดลการกินของตัวเอง เช่น
- ธงโภชนาการของไทย
- ยอดข่างของญี่ปุ่น
- พีระมิดของเวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์
- เจดีย์ของจีน
- และจักรยานของเกาหลีใต้ เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ผลไม้ภาษาอังกฤษ สรุปคำศัพท์พื้นฐาน คำอ่านที่มักผิด และสำนวนน่ารู้ เลิกท่องจำแบบเดิมๆ

เวลาเดินเข้าซูเปอร์มาร์เก็ต หรือไปเที่ยวต่างประเทศแล้วอยากสั่งน้ำปั่นสักแก้ว คำศัพท์หมวดแรกๆ ที่เราต้องนึกถึงก็คือหมวดอาหารและ ผลไม้ภาษาอังกฤษ (Fruits) ใช่ไหมครับ? หลายคนอาจจะคิดว่าหมวดนี้ง่ายแสนง่าย ท่องมาตั้งแต่เด็กๆ อย่าง Apple, Banana หรือ Orange ก็น่าจะพอเอาตัวรอดได้แล้ว
แต่ในความเป็นจริง โลกของผลไม้มีหลากหลายสายพันธุ์มากครับ แถมยังมีผลไม้เมืองร้อน (Tropical fruits) ที่ฝรั่งหลายคนชื่นชอบแต่เรากลับเรียกชื่อภาษาอังกฤษไม่ถูก ยิ่งไปกว่านั้น คำศัพท์ผลไม้หลายคำยังถูกเจ้าของภาษานำไปใช้เป็นสำนวน (Idioms) เพื่อเปรียบเปรยถึงอารมณ์และสถานการณ์ต่างๆ ด้วย วันนี้ Engduo Thailand จะพาคุณมาอัปเดตคลังคำศัพท์ผลไม้แบบครบถ้วน พร้อมเจาะลึกคำที่คนไทยมักออกเสียงผิด เพื่อให้คุณสื่อสารได้อย่างมั่นใจและดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ!
แบ่งหมวดหมู่คำศัพท์ ผลไม้ภาษาอังกฤษ ให้จำง่ายนำไปใช้สะดวก
เพื่อไม่ให้เป็นการท่องจำแบบสะเปะสะปะ เรามาจัดกลุ่มคำศัพท์ผลไม้ตามลักษณะสายพันธุ์กันครับ วิธีนี้จะช่วยให้สมองเชื่อมโยงคำศัพท์ได้ดีขึ้น
1. ผลไม้ตระกูลส้มและรสเปรี้ยว (Citrus Fruits)
กลุ่มนี้อุดมไปด้วยวิตามินซี และเป็นที่นิยมในการทำเครื่องดื่มครับ
- Orange: ส้ม
- Lemon: เลมอน (มะนาวสีเหลืองลูกรีๆ)
- Lime: มะนาว (มะนาวสีเขียวลูกกลมๆ แบบที่คนไทยใช้ทำอาหาร)
- Pomelo: ส้มโอ
- Tangerine: ส้มเขียวหวาน
2. ผลไม้เมืองร้อน (Tropical Fruits)
ผลไม้กลุ่มนี้คือของโปรดของชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทยเลยครับ รู้ไว้รับรองว่าได้ใช้แนะนำเพื่อนฝรั่งแน่นอน
- Mango: มะม่วง
- Papaya: มะละกอ
- Pineapple: สับปะรด
- Coconut: มะพร้าว
- Durian: ทุเรียน
- Mangosteen: มังคุด
- Rambutan: เงาะ
- Jackfruit: ขนุน
3. ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และผลไม้เมืองหนาว (Berries & Cold Climate Fruits)
- Strawberry: สตรอว์เบอร์รี
- Blueberry: บลูเบอร์รี
- Apple: แอปเปิล
- Pear: สาลี่ หรือ ลูกแพร์
- Peach: ลูกพีช
- Grapes: องุ่น
- Watermelon: แตงโม
ตาราง: คำศัพท์ผลไม้ที่คนไทยมักออกเสียงผิด (Pronunciation Guide)
ปัญหาหลักของการสื่อสารไม่ใช่การไม่รู้คำศัพท์ครับ แต่คือการ “รู้แต่ออกเสียงผิด” จนฝรั่งฟังไม่ออก ตารางนี้เราได้รวบรวมคำศัพท์ผลไม้ที่คนไทยมักติดสำเนียงไทย พร้อมวิธีอ่านออกเสียงที่ถูกต้องตามหลักสัทศาสตร์มาให้แล้วครับ
| คำศัพท์ผลไม้ (Fruit) | คำอ่านที่คนไทยคุ้นชิน (Thai Habit) | คำอ่านที่ถูกต้อง (Correct Pronunciation) | จุดที่ต้องระวัง (Focus Point) |
| Orange | ออ-เร้นจ์ | ออ-รินจ์ | พยางค์หลังให้ออกเสียงสระอิ และมีเสียง จ.จาน ตอนท้ายเบาๆ |
| Banana | บา-นา-น่า | เบอะ-แน-เนอะ | ฝรั่งจะเน้นเสียงหนัก (Stress) ที่พยางค์กลาง ไม่อ่านว่าน่า |
| Lemon | เล-ม่อน | เลม-เมิน | พยางค์หลังออกเสียงสั้นๆ เป็น เมิน ไม่ใช่ ม่อน |
| Strawberry | สตอ-เบอ-รี่ | สตรอ-เบรอะ-รี | รวบเสียงตรงกลางให้สั้นลง และระวังเสียงควบกล้ำ สตร. |
| Papaya | ปา-ปา-ย่า | เพอะ-พาย-เออะ | เน้นเสียงหนักที่พยางค์กลาง (พาย) |
สำนวนภาษาอังกฤษที่ใช้ “ผลไม้” มาเปรียบเปรย (Fruit Idioms)
เจ้าของภาษามักจะหยิบเอาผลไม้มาเปรียบเทียบในชีวิตประจำวันครับ ถ้ารู้สำนวนพวกนี้ รับรองว่าคุยกับฝรั่งรู้เรื่องและดูโปรขึ้นแน่นอน
- The apple of my eye: แก้วตาดวงใจ / คนที่เป็นที่รักมากๆตัวอย่าง: My daughter is the apple of my eye. (ลูกสาวคือแก้วตาดวงใจของฉัน)
- To go bananas: โกรธจัด / บ้าคลั่ง / ตื่นเต้นสุดขีดตัวอย่าง: He will go bananas if he finds out the truth. (เขาต้องโกรธเป็นบ้าแน่ๆ ถ้าเขารู้ความจริง)
- A lemon: ของที่ซื้อมาแล้วพัง ซื้อมาแล้วไม่ได้เรื่อง (มักใช้กับรถยนต์มือสอง)ตัวอย่าง: That used car I bought is a complete lemon. (รถมือสองที่ฉันซื้อมามันห่วยแตกมาก ซ่อมตลอดเลย)
- Cherry-pick: เลือกแต่สิ่งที่ดีที่สุด / เลือกเอาแต่ได้ตัวอย่าง: You can’t just cherry-pick the easy tasks. (คุณจะมาเลือกทำแต่งานง่ายๆ ไม่ได้นะ)
- Peach: คนที่น่ารักมากๆ หรือสิ่งที่ดีมากๆตัวอย่าง: Thank you for helping me, you’re a peach! (ขอบคุณที่ช่วยฉันนะ คุณน่ารักที่สุดเลย!)
ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com
Google ปิดดีลควบรวม Wiz เสริมแกร่งความปลอดภัยคลาวด์-AI

- Google ประกาศเข้าซื้อกิจการ Wiz แพลตฟอร์มความปลอดภัยบนคลาวด์และ AI เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับบริการของ Google Cloud
- การควบรวมกิจการมีเป้าหมายเพื่อสร้างแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ช่วยให้องค์กรตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ AI ได้ดียิ่งขึ้น
- Wiz จะยังคงรักษาแบรนด์เดิมและสนับสนุนการทำงานบนคลาวด์หลักทุกแพลตฟอร์ม (Multi-cloud) รวมถึง AWS, Azure และ Oracle Cloud ต่อไป
Google LLC ประกาศความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ วิซ (Wiz) แพลตฟอร์มความปลอดภัยบนคลาวด์และ AI ชั้นนำที่มีสำนักงานใหญ่ในนิวยอร์ก โดย วิซ จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Google Cloud และยังคงรักษาแบรนด์เดิมรวมถึงพันธกิจในการดูแลความปลอดภัยให้แก่ลูกค้าในทุกสภาพแวดล้อมคลาวด์
การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนของ Google Cloud เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนคลาวด์ และช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถสร้างระบบได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยบนทุกแพลตฟอร์มคลาวด์หรือ AI ในยุคแห่ง AI ปัจจุบัน ภาคธุรกิจและภาครัฐจำนวนมากกำลังย้ายข้อมูลและระบบที่สำคัญที่สุดไปยังคลาวด์ และเปลี่ยนไปสู่การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบคล่องตัวและต่อเนื่อง เมื่อองค์กรเหล่านี้ดำเนินงานในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์และนำเอไอมาใช้ ผู้โจมตีก็กำลังใช้ AI เพื่อดำเนินการด้วยความเร็วและความซับซ้อนที่มากขึ้นเช่นกัน
วิซ นำเสนอแพลตฟอร์มความปลอดภัยที่ใช้งานง่าย พร้อมความเชี่ยวชาญเชิงลึกในสภาพแวดล้อมคลาวด์และโค้ด โดยเชื่อมต่อกับคลาวด์หลักทั้งหมดและช่วยป้องกันรวมถึงตอบสนองต่อเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ความสามารถของ วิซ จะเข้ามาเสริมความเป็นผู้นำของ Google Cloud ในด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์และความเชี่ยวชาญด้าน AI เชิงลึก รวมถึงระบบข่าวกรองภัยคุกคามที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือปฏิบัติการด้านความปลอดภัย
Google Cloud และ วิซ จะร่วมกันนำเสนอแพลตฟอร์มความปลอดภัยแบบรวมศูนย์ที่ช่วยเพิ่มความเร็วในการตรวจจับ ป้องกัน และตอบสนองต่อภัยคุกคาม ซึ่งจะช่วยให้องค์กรก้าวทันสถานการณ์ด้วยการตรวจจับภัยคุกคามอุบัติใหม่ที่สร้างขึ้นโดยใช้โมเดล AI ป้องกันภัยคุกคามต่อโมเดล AI และใช้โมเดล AI เพื่อช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยสามารถตามล่าภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มจะให้บริการเครื่องมือ กระบวนการ และนโยบายที่สอดคล้องกันในทุกสภาพแวดล้อมคลาวด์หลักในทุกระดับ ตั้งแต่โค้ดไปจนถึงคลาวด์และรันไทม์
ขีดความสามารถที่รวมกันนี้จะช่วยส่งเสริมการนำระบบความปลอดภัยแบบมัลติคลาวด์มาใช้ เพิ่มความสามารถของบริษัทต่างๆ ในการใช้คลาวด์หลายแห่ง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นนวัตกรรมในด้านคลาวด์คอมพิวเตอร์และแอปพลิเคชันเอไอต่อไป องค์กรธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐสามารถปรับปรุงวิธีการออกแบบ ดำเนินการ และเปลี่ยนระบบความปลอดภัยให้เป็นอัตโนมัติได้อย่างมาก ช่วยขยายขนาดทีมไซเบอร์ซีเคียวริตี้ในขณะที่ลดต้นทุนในการปรับใช้และจัดการการควบคุมความปลอดภัย แพลตฟอร์มที่รวมกันนี้ยังจะช่วยปกป้องธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งมักจะขาดความเชี่ยวชาญและทรัพยากรในการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนและทำลายล้างมากขึ้น
เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ Google Cloud ในด้านระบบเปิด ผลิตภัณฑ์ของ วิซ จะยังคงทำงานและพร้อมใช้งานในคลาวด์หลักทั้งหมด รวมถึง อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (Amazon Web Services), แพลตฟอร์ม Google Cloud , ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ (Microsoft Azure) และ ออราเคิล คลาวด์ (Oracle Cloud) และจะถูกนำเสนอผ่านโซลูชันความปลอดภัยของพันธมิตรที่หลากหลาย
นอกจากนี้ Google Cloud จะยังคงมอบทางเลือกที่หลากหลายแก่ลูกค้าผ่านโซลูชันความปลอดภัยของพันธมิตรต่างๆ ที่มีอยู่ใน Google Cloud Marketplace
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
บรอกโคลีสีเขียวกับบรอกโคลีสีม่วง ต่างกันอย่างไร? แบบไหนสดกว่ากัน

วิธีเลือกซื้อ “บรอกโคลี” ให้ได้ของสดใหม่ เทคนิคจากผู้เชี่ยวชาญที่ไม่ได้ดูแค่สี
บรอกโคลีเป็นผักยอดนิยมที่นำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งสลัด ผัดผัก หรือแม้แต่ส่วนก้านก็นำมาทำอาหารได้ หลายคนอาจเคยสงสัยเวลาไปเดินตลาดแล้วเจอ บรอกโคลี ที่มีสีเขียวสดสลับกับสีออกม่วงว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่เรียกว่าสดกว่ากัน
ความแตกต่างระหว่าง บรอกโคลี สีเขียวและสีม่วง
จากการสอบถามข้อมูลจาก JA Fukaya แหล่งปลูก บรอกโคลี ชั้นนำในญี่ปุ่น พบว่าสีม่วงที่ปรากฏบนดอกนั้นเกิดจากสารแอนโทไซยานิน ซึ่งเป็นเม็ดสีที่ละลายน้ำได้ บรอกโคลีจะสร้างสารนี้ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากสภาพแวดล้อมหรือความเครียดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ตาม ความเชื่อที่ว่า บรอกโคลี สีม่วงคือผักที่สดกว่าเสมอไปนั้นอาจไม่ถูกต้องทั้งหมด เนื่องจากขึ้นอยู่กับสายพันธุ์เป็นหลัก บางสายพันธุ์อาจมีสีม่วงชัดเจนเมื่อเจอความเย็น แต่บางสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบันถูกพัฒนามาให้คงสีเขียวสดไว้ตลอด แม้จะอยู่ในสภาพอากาศหนาวเย็นก็ตาม

เทคนิคการเลือกซื้อ บรอกโคลี ที่สดและอร่อย
แทนที่จะพิจารณาจากสีเพียงอย่างเดียว ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้วิธีการสังเกตความสมบูรณ์ของส่วนต่างๆ ดังนี้:
- ส่วนดอก (หัว): ควรมีลักษณะเกาะตัวกันแน่น แข็ง และไม่บานแยกออกจากกัน
- ก้าน: ต้องมีความแน่น ไม่เหี่ยวหรือมีรูพรุนด้านใน
- ใบ: หากมีใบติดมาด้วย ใบต้องดูสดชื่น ไม่เหี่ยวเฉา
สรุปแนวทางการเลือก บรอกโคลี เพื่อความอร่อย
การเลือกซื้อ บรอกโคลี ที่มีคุณภาพควรเน้นที่ความแน่นของดอกและก้านเป็นหลัก ส่วนสีม่วงที่เกิดขึ้นนั้นจะหายไปและกลับมาเป็นสีเขียวสดเมื่อนำไปต้ม การสังเกตความแข็งแรงของเนื้อสัมผัสจะช่วยให้คุณได้ บรอกโคลี ที่กรอบอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 16/3/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 76,700.00 | 76,900.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,958.00 | 75,163.28 | 77,700.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,462.20 | 67,646.95 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,966.40 | 60,130.62 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,231.10 | 33,823.48 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,735.30 | 26,307.15 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 5,137.82 | 77,889.35 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 16/3/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 31.05 | 31.05 | 32.35 | 31.05 | 31.05 | 31.05 | 31.05 | 31.05 | 31.05 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 30.68 | 30.68 | 31.78 | 30.68 | 30.68 | 30.68 | 30.68 | 30.68 | 30.68 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 27.84 | 27.84 | 28.94 | 27.84 | – | 27.84 | 27.84 | 27.84 | 27.84 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 25.79 | 25.79 | – | – | – | – | – | – | 25.79 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 40.04 | 49.54 | 49.84 | – | – | – | – | – | 40.04 |
| เบนซิน 95 | 39.64 | – | – | 49.51 | – | 40.14 | 39.79 | – | 39.64 |
| ดีเซล | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 | 29.94 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 43.44 | 45.64 | 49.84 | 45.64 | – | – | – | – | 43.44 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |







