สาระน่ารู้ ประจำวันที่ 25 สิงหาคม 2560

อสังหาฯ ครึ่งปีแรกโต 15.9% รายใหญ่คว้ากำไร

อสังหาฯ ครึ่งปีแรกโต 15.9% รายใหญ่คว้ากำไร

ใครจะว่าเศรษฐกิจไม่ดีอย่างไร แต่ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์กลับสวนทาง ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ครึ่งปีแรกยอดขายยังเติบโตอยู่ที่ 15.9% ซึ่งถือว่าเติบโตกว่าที่คาดการณ์ไว้ สะท้อนถึงกำลังซื้อและความมั่นใจของผู้บริโภค ทำให้ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายยอดขายและกำไรเติบโตอย่างต่อเนื่อง

อนันดาฯ จับทำเลติดรถไฟฟ้า คว้ากำไร 33%
บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาโครงการทำเลติดรถไฟฟ้า และการนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ในโครงการ โดยได้กำไรไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 33% เป็น 279 ล้านบาท รายได้เติบโต 30% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และเติบโตสูงถึง 62% จากไตรมาสก่อน โดยยอดขายไตรมาส 2 ดีกว่าเป้าถึง 50% พร้อมปรับเพิ่มเป้ายอดขายทั้งปี เป็น 31,036 ล้านบาท และเพิ่มเป้ายอดโอนเป็น 25,047 ล้านบาท ในช่วงครึ่งปีหลังบริษัทฯ ยังมีแผนเปิดโครงการใหม่อีก 8 โครงการ

เอสซีฯ โชว์กำไร 252% เตรียมเปิดอีก 9 โครงการ
ด้าน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ก็ไม่น้อยหน้า โชว์ผลกำไรไตรมาส 2 มีรายได้รวม 2,860 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากไตรมาสก่อน และกำไรสุทธิ 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 252% จากไตรมาสก่อน มียอดขายรอโอน ประมาณ 9,330 ล้านบาท ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในปี 2560-2563 สำหรับครึ่งปีหลังมีแผนเปิดแนวราบทุกระดับราคา 9 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 11,450 ล้านบาท โดยในช่วงไตรมาส 3 เตรียม 2 โครงการ มูลค่ารวม 2,500 ล้านบาท ได้แก่ บางกอก บูเลอวาร์ด รังสิต ราคาเริ่มต้น 6 ล้านบาท และเพฟ รามอินทรา-วงแหวน ราคาเริ่มต้น 4 ล้านบาท

ลลิลฯ มีกำไร 50% เตรียมลุยต่อ กทม.-ตจว.
สำหรับ บริษัท ลลิล พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าขยายธุรกิจต่อเนื่อง หลังผลประกอบการไตรมาส 2 เติบโตจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมียอดรับรู้รายได้ที่ 883 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% กำไรสุทธิ 171 ล้านบาท เติบโตราว 50% ครึ่งปีหลังเตรียมเปิดเพิ่ม 3-4 โครงการ มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 70% และต่างจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เมืองท่องเที่ยว และแหล่งงานสำคัญ 30% โดยเชื่อว่าในช่วงที่เหลือของปีภาคอสังหาริมทรัพย์จะยังสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้จากแผนงานการลงทุนของภาครัฐ อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า และมอเตอร์เวย์ แม้จะมีปัจจัยที่ยังน่าเป็นห่วงจากปัญหาหนี้ภาคครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูง

ผลประกอบการโปรเจกต์ภาคธุรกิจอสังหาฯ รายใหญ่ ครึ่งปีแรกยอดขายโต

ผลประกอบการโปรเจกต์ภาคธุรกิจอสังหาฯ รายใหญ่ ครึ่งปีแรกยอดขายโต

แสนสิริ กำไรโต 21.6% เดินหน้าโรดโชว์ต่างประเทศ
ส่วน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยผลประกอบการในไตรมาส 2 เติบโตจากไตรมาสแรก มีรายได้ 8,660 ล้านบาท โตขึ้น 21.6% กำไร 804 ล้านบาท โตขึ้น 57.2% ขณะที่ยอดขายรวมปัจจุบัน 18,700 ล้านบาท คิดเป็นเกือบ 50% จากเป้าหมายล่าสุดที่ปรับใหม่เป็น 40,000 ล้านบาท โดยในช่วงเดือนสิงหาคม-กันยายนนี้ บริษัทยังมีแผนรุกเดินหน้าโรดโชว์สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนทั้งในประเทศและประเทศในแถบเอเชีย ทั้งสิงคโปร์และมาเลเซีย เพื่อขยายฐานรายได้และสร้างผลกำไรที่เติบโตขึ้นอีกในอนาคต

พฤกษาฯ เตรียมเปิดอีก 33 โครงการ ลุยภาคตะวันออก
ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) ที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกเติบโตจากการรุกตลาดพรีเมียมมากขึ้น สามารถทำยอดขายได้ 26,150 ล้านบาท เติบโตเพิ่มขึ้น 20.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 โดยสามารถทำรายได้รวม 20,554 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 2,425 ล้านบาท ครึ่งปีแรกเปิดโครงการใหม่ไปแล้ว 31 โครงการ และมีแผนเปิดโครงการใหม่อีก 35 โครงการ มูลค่า 58,300 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีแผนพัฒนาโครงการที่อยู่ในเขตโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ไม่ว่าจะเป็น ชลบุรี ระยอง เนื่องจากมีความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น จากการที่ภาคเอกชนได้เข้ามาลงทุนในพื้นที่

จากการเติบโตของธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะมีอย่างต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี โดยคาดว่าปี 2560 จะโตอยู่ที่ 7% จะช่วยดึงให้เศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมเติบโตตามไปด้วยอย่างแน่นอน

http://www.ddproperty.com


เศรษฐกิจไทยยิ้มได้ GDP สูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส

เศรษฐกิจไทยยิ้มได้ GDP สูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ล่าสุดทางคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ เผยอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ GDP ไตรมาส 2/2560 ขยายตัว 3.7% สูงสุดในรอบ 17 ไตรมาส สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวเร็ว ซึ่งเอื้อต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศในระยะต่อไป โดยเติบโตทั้งด้านการลงทุนภาคเอกชน การส่งออก การท่องเที่ยว และภาคการเกษตร

ส่งออก-ท่องเที่ยว หนุน GDP โต
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ EIC รายงานว่า การเติบโตของ GDP ดังกล่าว ส่วนหนึ่งมาจากการส่งออกสินค้าและการท่องเที่ยว โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาการส่งออกสินค้าขยายตัวต่อเนื่องที่ 5.2% เติบโตสูงสุดในรอบกว่า 4 ปี จากการขยายตัวในทุกหมวดสินค้า และเติบโตได้ดีในเกือบทุกตลาดส่งออก โดยได้รับแรงสนับสนุนจากทั้งปัจจัยด้านราคาและปริมาณ โดยราคาน้ำมันดิบโลกที่ยังเติบโตในไตรมาส 2 ส่งผลให้การส่งออกสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับราคาน้ำมันเติบโตสูงถึง 27% นอกจากนี้ ภาคการผลิตโลกที่ฟื้นตัวทำให้ความต้องการสินค้าอุตสาหกรรมหลักจากไทย ได้แก่ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า เติบโตตามไปด้วย

ภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวต่อเนื่องภายหลังจากการปราบปรามทัวร์ผิดกฎหมายและการกลับมาของนักท่องเที่ยวชาวรัสเซีย ส่งผลให้การส่งออกภาคบริการขยายตัวกว่า 8.8% เร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าที่เติบโตเพียง 3.2% ทั้งนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นกว่า 7.6% ขณะที่นักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียเพิ่มขึ้น 0.1% และ 19.2% ตามลำดับ

การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวได้ 3.0% ชะลอลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักยังคงมาจากการบริโภคสินค้าคงทนโดยเฉพาะรถยนต์ที่ขยายตัวสูงอย่างต่อเนื่องที่ 13.6% ขณะที่การบริโภคสินค้าไม่คงทน เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เสื้อผ้า ค่อนข้างทรงตัวจากไตรมาสก่อน

การลงทุนภาคเอกชนกลับมาฟื้นตัวได้เกินคาด ขยายตัวได้ 3.2% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยเป็นการขยายตัวในเกือบทุกหมวด ทั้งการลงทุนก่อสร้างที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะคอนโดมิเนียม และการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัย อาทิ โรงแรมและโรงพยาบาล รวมถึงการลงทุนในเครื่องมือ เครื่องจักรก็กลับมาขยายตัวได้ ขณะที่การลงทุนภาครัฐหดตัวลงเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ไตรมาส ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเร่งเบิกจ่ายไปในช่วงก่อนหน้านี้แล้ว

ปรับเป้า GDP ทั้งปีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.5-4%
จาก GDP ในไตรมาส 2 ขยายตัวอยู่ที่ 3.7% ส่งผลให้ภาพรวม 6 เดือน GDP ขยายตัว 3.5% สูงกว่าสิ้นปีที่ผ่านมา ทางสภาพัฒน์จึงได้ปรับคาดการณ์ GDP ของไทยในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 3.5-4% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ 3.3-3.8% โดยปัจจัยสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจจะมาจากการส่งออกที่เร่งตัวตามภาวะเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลก คาดว่ามูลค่าการส่งออกทั้งปีจะขยายตัวสูงขึ้นเป็น 5.7% จากเดิมคาดไว้ 3.6% การลงทุนภาครัฐและเอกชนปรับตัวดีขึ้น รวมไปถึงการปรับตัวดีขึ้นของรายได้ครัวเรือนในภาคเกษตร การท่องเที่ยว และบริการที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งจะทำให้การบริโภคภาคเอกชนขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี

GDP ในไตรมาส 2 ขยายตัว

GDP ในไตรมาส 2 ขยายตัว

จับตากำลังซื้อในประเทศอ่อนแอ-ค่าเงินบาทแข็ง
ด้านศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ EIC มองว่า กำลังซื้อของภาคครัวเรือนในประเทศยังค่อนข้างอ่อนแอ เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าจะเห็นได้ว่าตัวเลขการจ้างงานในช่วงครึ่งแรกหดตัวลง 0.2% โดยเฉพาะการจ้างงานในภาคการผลิตลดลงถึง 3% แสดงให้เห็นว่าการฟื้นตัวของการส่งออกอาจไม่ได้ส่งผ่านไปสู่การจ้างงานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ มากนัก เนื่องจากอุตสาหกรรมที่ได้รับผลดีจากการส่งออกส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานน้อย นอกจากนี้ รายได้ภาคเกษตรก็มีแนวโน้มชะลอตามราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดที่เริ่มปรับตัวลดลงจากในช่วงต้นปี เช่น ราคายาง ราคามันสำปะหลัง ราคาปาล์มน้ำมัน เป็นต้น

ทั้งนี้ มาตรการภาครัฐจะเข้ามาเป็นแรงสนับสนุนอุปสงค์ในประเทศที่สำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งเม็ดเงินอัดฉีดจากงบกลางปี 2560 มูลค่า 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งจะกระจายสู่พื้นที่จังหวัดต่าง ๆ มากขึ้น และมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐที่จะเริ่มแจกจ่ายในเดือนตุลาคมนี้

อีกเรื่องที่ต้องจับตามองคือเงินบาทแข็งค่ากว่าสกุลเงินภูมิภาคกระทบการส่งออกสินค้า โดยเฉพาะสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการแข่งขันทางด้านราคาของผู้ส่งออก โดยเฉพาะข้าวและยางพารา และอาจส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรในประเทศและกำลังซื้อในประเทศในระยะต่อไปอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จากการลงทุนภาคเอกชนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EEC ซึ่งปัจจุบันมีนักลงทุนสนใจมาขอลงทุนกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมลงทุนเป็นจำนวนมาก จะมีส่วนสำคัญให้ GDP ไทย โตได้ถึง 5% ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และจะมีผลตามมาทำให้กระจายรายได้ไปสู่ผู้มีรายได้น้อยมากขึ้น เหมือนในอดีตที่เศรษฐกิจประเทศไทยเคยโตกว่า 10% ช่วยให้คนจนลดลงไปจำนวนมาก

http://www.ddproperty.com/


อ่วมทางด่วนขี้นอีก5บาท กทพ.ชี้ปรับราคาตามสัญญา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ รูปทางด่วน

ปีหน้าขึ้นค่าทางด่วนอีก5บาท กทพ.ชี้ต้องปรับราคาตามสัญญา อ้างแบกรับภาษะแวตแทนประชาชนหลังแอ่นปีละกว่าพันล้าน

หน้าแรก ข่าวเดลินิวส์ เศรษฐกิจ-นวัตกรรมขนส่ง
อ่วมทางด่วนขี้นอีก5บาท กทพ.ชี้ปรับราคาตามสัญญา
ปีหน้าขึ้นค่าทางด่วนอีก5บาท กทพ.ชี้ต้องปรับราคาตามสัญญา อ้างแบกรับภาษะแวตแทนประชาชนหลังแอ่นปีละกว่าพันล้าน
พฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม 2560 เวลา 20.30 น.
พล.อ.วิวรรธน์ สุชาติ   ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด)การทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.)  เปิดเผยว่า  วันที่1ก.ย.61จะครบกำหนดการปรับอัตราค่าผ่านทาง ซึ่งเป็นไปตามสัญญาที่ต้องปรับค่าผ่านทางทุก5 ปี บนพื้นฐานอัตราเพิ่มของดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ต้องพิจารณาประมาณเม.ย.61

จากนั้นต้องดำเนินการตามขั้นตอนผ่านการพิจารรณาคณะ อนุกรรมการพิจารณาค่าผ่านทางพิเศษเจรจาเอกชนที่เป็นคู่สัญญา นำผลการเจรจามาเสนอบอร์ดกทพ.อีกครั้งก่อนรายงานกระทรวงคมนาคม เพื่อออกประกาศกระทรวงฯและนำเสนอครม.เพื่อทราบต่อไป  ทั้งนี้การปรับอัตราค่าผ่านทางนั้นไม่ใช่การขึ้นราคา แต่เป็นการปรับเพื่อให้อัตราค่าผ่านทางพิเศษในปัจจุบันคงมูลค่าที่แท้จริง ของอัตราค่าผ่านทางพิเศษเดิมตลอดเวลาที่ผ่านมาการทางพิเศษฯต้องแบกรับภาระ มูลค่าเพิ่มหรือแวต7% แทนประชาชนปีละ1,000กว่าล้านบาท

รายงานข่าวแจ้งว่า ในการปรับค่าผ่านทางทุกครั้งที่ผ่านมาจะปรับราคาขึ้นประมาณ5 บาท  สอดคล้องกับดัชนีผู้บริโภคสำหรับรถ4ล้อ จากเดิมเก็บ 50 บาทเพิ่มเป็น 55 บาท

https://www.dailynews.co.th


เผย 10 ความลับลึก ‘บิล เกตส์’ เรื่องราวสุดพีคของมหาเศรษฐีอันดับ 1

เชื่อว่าไม่มีใครในโลกไม่รู้จัก “บิล เกตส์” มหาเศรษฐีผู้รั้งตำแหน่งบุคคลผู้ร่ำรวยอันดับหนึ่งของโลก แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ความลับเหล่านี้…
อย่างที่รู้กันว่า “บิล” เป็นผู้ก่อตั้งไมโครซอฟท์บริษัทไอทียักษ์ใหญ่ ได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารฟอร์บส์ให้เป็นอันดับหนึ่งของบุคคลที่รวยที่สุดในโลกเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน หลังจากที่เขาเคยครองตำแหน่งนี้มาแล้วถึง 18 ครั้ง ใน 23 ปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าทรัพย์สินในปี 2017 ของเขาพุ่งสูงถึง 86,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ  นอกจากนี้ เขาและภรรยา “มิเรนด้า เกตส์” ยังขึ้นชื่อว่าเป็นคู่มหาเศรษฐีใจบุญ จากการทำงานผ่านมูลนิธิ Bill & Melinda Gates ที่สร้างประโยชน์หลากหลายให้แก่สังคม

ไทยรัฐออนไลน์ จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับมหาเศรษฐีผู้นี้ให้มากขึ้น และบางเรื่องที่กำลังจะกล่าวถึงนั้น เราเชื่อว่าทุกท่านต้องคาดไม่ถึงแน่นอน…

1. สมัยยังเป็นนักเรียนที่โรงเรียน Lakeside Prep บิลเคยเขียนโปรแกรมเกมส์ tic-tac-toe บนเครื่องคอมพิวเตอร์แบรนด์ General Electric

2. เมื่อทางโรงเรียนทราบว่าเขาเขียนโค้ดสำหรับคอมพิวเตอร์เป็น อาจารย์จึงให้เขาช่วยเขียนโปรแกรมการเรียนการสอนให้ ซึ่งความแสบของบิลคือเขาใส่ชื่อตัวเองลงไปในชั้นเรียนที่มี “สาวสวย” มากที่สุด
3. ความอัจฉริยะของเขาส่องประกายออกมาตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น เพราะเขาสนใจใน “World Book Encyclopedia” และอ่านมันจนจบ นอกจากนี้เขายังเคยทำคะแนนในข้อสอบ SAT ได้สูงถึง 1,590 คะแนน จากคะแนนเต็ม 1,600 คะแนน


4. บิล ดร็อปเรียนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดในปี 1975 เพื่อทุ่มเทชีวิตให้กับการก่อตั้งบริษัท Microsoft (คล้ายๆ กับผู้ก่อตั้งบริษัทไอทีคนไหนบ้างเอ่ย?)

5. 2 ปีหลังจากดร็อปเรียนจากฮาร์วาร์ด เขาโดนตำรวจจับที่นิวเม็กซิโก ในข้อหาขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ อีกทั้งยังฝ่าไฟแดงอีกด้วย

6. ครั้งหนึ่งเขาเคยซื้อรถ Porsche รุ่น 959 แต่กฎหมายขณะนั้นไม่อนุญาตให้มีการปรับแต่งรถรุ่นนี้เนื่องจากไม่ผ่านมาตรฐาน EPA จากนั้นเขาก็งัดข้อกับรัฐบาลมาตลอดเพื่อให้สามารถแต่งรถได้ จนในที่สุดอีก 13 ปีต่อมารัฐบาลก็ยอมผ่านร่างกฎหมายการปรับแต่งรถรุ่นนี้ให
7. จากที่เคยนั่งเครื่องบินโดยสารมาตลอด วันนี้เขามีเครื่องบินส่วนตัวที่ชื่อว่า “Big Splurge” และที่เจ๋งคือบนเครื่องบินของเขามีหนังสือโบราณที่เขียนด้วยลายมือของ “ลีโอนาโด ดา วินซี่” ซึ่งบิลประมูลมันมาได้ในราคาสูงถึง 30.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

8. แม้ว่าเขาจะมีทรัพย์สินรวมสูงถึง 86,000 หมื่อนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ แต่บิลเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาจะให้มรดกลูกๆ คนละ 10 ล้านเหรียญเท่านั้น เพราะเขาไม่ต้องการให้เด็กๆ เสียคนจากทรัพย์สินมหาศาลนี้

9. แม้จะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการดูแลมูลนิธิร่วมกับภรรยา แต่เขาก็ยังแบ่งเวลทำงานกับ Microsoft ในโปรเจค Personal Agent

10. บิล ได้ชื่อว่าเป็นผู้ชายอบอุ่นที่รักภรรยามากกกกก ก.ไก่ล้านตัว ถึงแม้จะแต่งงานกันมาหลายปี แต่เขาทั้งสองคนก็หมั่นเติมรักให้กันเสมอ โดยเฉพาะเมื่อเร็วๆนี้ บิล เกตส์ เพิ่งมีอินสตาแกรมแอคเคาน์ตัวเองครั้งแรก และภาพที่ 2 ที่เขาโพสต์คือภาพคู่ภรรยา พร้อมข้อความว่า “สุขสันต์วันเกิดมิเรนด้า ผมคือผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกเพราะมีคุณคอยเคียงข้าง”

https://www.thairath.co.th


แก้ไขจุดบอดปรับกระจกรถยนต์ ปลอดภัยไกลอุบัติเหตุ

แก้ไขจุดบอดปรับกระจกรถยนต์ ปลอดภัยไกลอุบัติเหตุ thaihealth

กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แนะผู้ขับขี่เรียนรู้วิธีแก้ไขจุดบอดในการมองเห็นเส้นทาง

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า กระจกรถยนต์เป็นอุปกรณ์สำคัญประจำรถที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นเส้นทางด้านหลัง และด้านข้างชัดเจนขึ้น แต่หากปรับกระจกรถในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้เกิดจุดบอดในการมองเห็น จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อความปลอดภัย กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอแนะผู้ขับขี่เรียนรู้วิธีแก้ไขจุดบอดในการมองเห็นเส้นทางอย่างถูกวิธี ดังนี้

จุดบอดในการมองเห็น (Blind Spot) หรือตำแหน่งที่ผู้ขับขี่มองไม่เห็น มี 2 จุด ได้แก่

1.ตำแหน่งระหว่างสายตาของผู้ขับขี่และกระจกมองข้างด้านซ้ายเฉียงไปด้านหลังประมาณ 45 องศา

2.ตำแหน่งระหว่างสายตาของผู้ขับขี่และกระจกมองข้างด้านขวาเฉียงไปด้านหลังประมาณ 45 องศา ซึ่งทั้ง 2.จุดเป็นบริเวณที่กระจกมองข้างไม่สามารถจับภาพวัตถุได้ ซึ่งอยู่ระหว่างแนวพนักพิงของคนขับ ทำให้ผู้ขับขี่มองไม่เห็นรถที่ขับตีคู่กันมาในแนวเดียวกับขอบเบาะหลังรถ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากการถูกชนด้านข้างฝั่งขวา เมื่อเปลี่ยนช่องทาง ขับแซงหรือเลี้ยวรถ

ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากจุดบอดในการมองเห็น ผู้ขับขี่ควรปฎิบัติ ดังนี้

1.ปรับกระจกมองข้างให้อยู่ในระดับ 90 องศา ซึ่งเป็นองศาที่เหมาะสม จะช่วยลดอันตรายจากจุดบอดในการมองเห็น

2.ผู้ขับขี่ควรโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อย จะทำให้มีมุมในการมองเห็นเส้นทางเพิ่มขึ้น

3.หันไปดูด้านหลังเร็วๆ ร่วมกับการมองเส้นทางผ่านกระจกมองหลัง และกระจกมองข้าง ทั้งนี้ แนวทางการปฏิบัติทั้ง 3 วิธีข้างต้นจะช่วยลดมุมอับของกระจก ที่ทำให้เกิดจุดบอดในการมองเห็น ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนช่องทาง ขับแซง และเลี้ยวรถได้อย่างปลอดภัย ท้ายนี้ผู้ขับขี่ควรปรับกระจกให้อยู่ในองศาที่เหมาะสมก่อนออกรถ รวมถึงปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากจุดบอดในการมองเห็นเส้นทาง และเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

http://www.thaihealth.or.th


ราคาทองทุกชนิด ตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ(Gold Traders Association) ประจำวันที่ 25/08/2560

ชนิดความบริสุทธิ์ของทอง

ราคารับซื้อต่อกรัม

ราคารับซื้อ/บาท

ราคาขายออก/บาท

ทองคำแท่ง 96.5% n/a 20,250.0 20,350.00
ทองรูปพรรณ 96.5% 1,312.00 19,889.92 20,850.00
ทองรูปพรรณ 90% 1,180.80 17,900.93 n/a
ทองรูปพรรณ 50% 590.00 8,944.40 n/a
ทองรูปพรรณ 40% 459.00 6,958.44 n/a
ทองรูปพรรณ 99.99% 1,360.00 20,617.60 n/a

 

ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่  25/08/2560


ราคาขายปลีมาตรฐาน ในเขต กทม. นนทบุรี
ปทุมธานี และสมุทรปราการ
หน่วย : บาท/ลิตร
ปตท. บางจาก เชลล์ เอสโซ่ ไออาร์พีซี / ทีพีไอ ภาคใต้เชื้อเพลิง ซัสโก้ ระยองเพียว ซัสโก้
ปตท
PTT
บางจาก
BCP
เชลล์
Shell
เอสโซ่
Esso
คาลเท็กซ์
C
altex
ไออาร์พีซี
IRPC
พีทีจี
เอนเนอยี่
PTG
ซัสโก้
Susco
ระยองเพียว
Pure
ซัสโก้ ดีลเลอร์
SUSCO Dealers
แก๊สโซฮอล 95 26.65 26.65 26.65 26.65 26.65 26.65 26.65 26.65 26.65
แก๊สโซฮอล E-20 24.14 24.14 24.14 24.14 24.14 24.14 24.14 24.14 24.14
แก๊สโซฮอล E-85 19.94 19.94 19.94 19.94
แก๊สโซฮอล 91 26.38 26.38 26.38 26.38 26.38 26.38 26.38 26.38 26.38 26.38
เบนซิน 95 33.76 34.21 34.21 34.26 33.76 33.76 33.76
ดีเซลหมุนเร็ว 25.19 25.19 25.19 25.19 25.19 25.19 25.19 25.19 25.19 25.19
ดีเซลหมุนเร็ว พรีเมียม 27.69 28.37 28.37 28.37 28.37
มีผลตั้งแต่ 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00 19 Aug 05:00
Comments : Off
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า