น้ำท่วมจุดเปลี่ยนอสังหาฯ ทำเลปลอดภัยแต้มต่อ คอนโดเร่งระบายสต๊อก นิคมฯรับเงินทุนต่างชาติ

- เหตุการณ์น้ำท่วมกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้ทำเลที่ปลอดภัยและมีมาตรการป้องกันที่ดีมีความได้เปรียบมากขึ้น
- ตลาดคอนโดมิเนียมเผชิญปัญหาสต็อกเหลือขายจำนวนมาก กว่า 65,300 ยูนิต กดดันให้ผู้ประกอบการต้องเร่งระบายสินค้าด้วยการจัดโปรโมชันและลดราคา
- ตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมเติบโตสวนทาง โดยได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (FDI) ที่ไหลเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ตลาดอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญหลังเหตุการณ์ “น้ำท่วม” ท่ามกลางกำลังซื้อที่อยู่อาศัยยังเปราะบาง สต๊อกคอนโดเหลือขายกดดันดีเวลลอปเปอร์เร่งระบาย! ขณะที่สำนักงานเกรดเอพื้นที่ว่างสูง แต่อีกด้าน เงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าสู่นิคมอุตสาหกรรมและคลังสินค้า ทำให้แต่ละตลาดอสังหาฯ โตไม่เท่ากัน
สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ กำลังเดินไปคนละทิศทางอย่างชัดเจน ตลาดที่อยู่อาศัยเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจชะลอตัว กำลังซื้ออ่อนแอ และข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อ ขณะที่ตลาดสำนักงานยังต้องรับมือกับพื้นที่ว่างจำนวนมาก แต่อสังหาฯ เพื่ออุตสาหกรรมกลับได้รับแรงหนุนจากเงินลงทุนต่างชาติและความต้องการพื้นที่รองรับธุรกิจที่เพิ่มขึ้น
ความแตกต่างชี้ให้เห็นว่า การประเมินภาคอสังหาฯ ในปัจจุบันไม่อาจใช้ภาพรวมตลาดเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาปัจจัยเฉพาะของแต่ละประเภทสินทรัพย์ ทั้งอุปสงค์ อุปทาน ต้นทุนการพัฒนา และความสามารถในการสร้างรายได้ระยะยาว
“เหตุการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังเพิ่มตัวแปรใหม่ให้ตลาด โดยเฉพาะการประเมินความเสี่ยงของทำเล ซึ่งอาจส่งผลต่อทั้งการตัดสินใจซื้อ ราคาที่ดิน และกลยุทธ์การพัฒนาโครงการในอนาคต”
คอนโดเหลือขายกว่า 6.5 หมื่นยูนิต
ตลาดคอนโดในกรุงเทพฯ ยังคงเผชิญความท้าทายจากสต๊อกสะสมและกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า แม้จำนวนคอนโดเปิดขายใหม่ 9 เดือนแรกของปี 2569 อยู่ที่ 14,377 ยูนิต เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉพาะไตรมาส 3 มีคอนโดเปิดขายใหม่ 4,876 ยูนิต เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม บางโครงการเลือกเปิดขายอย่างไม่เป็นทางการหรือให้ลูกค้าบางกลุ่มจองก่อน ขณะที่บางโครงการเลื่อนการเปิดตัวออกไป
“ตลาดยังมีคอนโดเหลือขายมากกว่า 65,300 ยูนิต มูลค่ารวม 370,000 ล้านบาท คาด 2-3 ปี จะขายหมดถ้าไม่มีเปิดใหม่ ในจำนวนนี้ 25,700 ยูนิตเป็นห้องชุดสร้างเสร็จพร้อมโอนกรรมสิทธิ์แต่ยังขายไม่ได้ สะท้อนแรงกดดันต่อผู้ประกอบการที่ต้องเร่งระบายสต๊อกและบริหารกระแสเงินสด”
คอนโดราคาต่ำกว่า 3 ล้านบาทยังมีสัดส่วนสูงสุด คิดเป็น 55% ของสต๊อกเหลือขายทั้งหมด หากรวมกลุ่มราคา 100,001-150,000 บาทต่อ ตร.ม. มีสัดส่วน 76% สะท้อนว่าตลาดมีอุปทานกระจุกตัวในระดับราคาที่เข้าถึงผู้ซื้อได้กว้าง แต่ยังติดข้อจำกัดการขอสินเชื่อและการโอนกรรมสิทธิ์
“ผู้ประกอบการจึงต้องใช้กลยุทธ์ส่งเสริมการขายมากขึ้น ตั้งแต่การลดราคาและจัดโปรโมชัน ไปจนถึงการเปิดให้ลูกค้าเช่าอยู่ก่อน แล้วค่อยยื่นขอสินเชื่อเมื่อมีความพร้อม”

อีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องจับตาคือกำลังซื้อจากชาวจีน ลดลงต่อเนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยและการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่เข้มงวดขึ้น เมื่อแรงซื้อจากต่างชาติอ่อนตัวลง ตลาดจึงต้องพึ่งพากำลังซื้อในประเทศมากขึ้น ท่ามกลางภาระหนี้ครัวเรือนและสินเชื่อที่ยังตึงตัว
ไตรมาส 4 ยังมีโครงการใหม่รอเปิดตัวอีกหลายแห่ง ทำให้จำนวนคอนโดเปิดขายใหม่ตลอดปีคาดอยู่ที่16,000-17,000 ยูนิต โจทย์สำคัญ คือ ขายให้ได้จริงและเปลี่ยนยอดจองเป็นการโอนกรรมสิทธิ์
น้ำท่วมหนุนทำเลปลอดภัยแต้มต่อ
วรัตถ์ สิริศักดานุกูล ผู้จัดการอาวุโส แผนกตลาดทุนและการลงทุน ประเมินว่า เหตุการณ์น้ำท่วมเพิ่มน้ำหนักให้ปัจจัยด้านความเสี่ยงในการเลือกซื้ออสังหาฯ ผู้บริโภคมีแนวโน้มตรวจสอบประวัติน้ำท่วม ระดับความสูงของพื้นที่ ระบบระบายน้ำ และมาตรการป้องกันของโครงการอย่างละเอียดมากขึ้น
ผลกระทบอาจไม่ได้ทำให้ราคาบ้านหรือที่ดินในพื้นที่เสี่ยงลดลงทั้งหมด แต่มีโอกาสสร้างส่วนต่างระหว่างสินทรัพย์ที่บริหารความเสี่ยงได้ดีกับสินทรัพย์ที่ยังมีข้อจำกัด ขณะเดียวกัน ผู้พัฒนาโครงการต้องแบกรับต้นทุนด้านการป้องกันน้ำเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจมีผลต่อการประเมินราคาที่ดินและความคุ้มค่าของการลงทุน
“ความต้องการซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อกระจายความเสี่ยงอาจไม่ขยายตัวรุนแรงเหมือนหลังมหาอุทกภัยปี 2554 เพราะกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ยืมของครัวเรือนมีข้อจำกัด กลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูงจึงเป็นกำลังซื้อหลักของตลาดที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีในระยะต่อไป”
ภูเก็ตเป็นหนึ่งในตลาดที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์เพิ่มเติมจากฐานผู้ซื้อชาวต่างชาติที่มีอยู่แล้ว โดยเฉพาะชาวรัสเซียและจีนในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของเกาะ หากผู้ซื้อชาวไทยระดับบนต้องการกระจายสินทรัพย์และเพิ่มทางเลือกในการใช้ชีวิต บ้านพักตากอากาศ คอนโดระดับลักชัวรี พูลวิลลา และ Branded Residence อาจได้รับความสนใจมากขึ้น
ถึงกระนั้น การบริหารความเสี่ยงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเลือกทำเลใหม่ เจ้าของที่ดินในพื้นที่เสี่ยงยังสามารถเพิ่มศักยภาพสินทรัพย์ผ่านการปรับระดับพื้นที่ สร้างคันดิน วางระบบระบายน้ำ หรือร่วมทุนกับผู้พัฒนาโครงการได้
“โจทย์ของตลาดหลังจากนี้จึงไม่ใช่เพียงทำเลไหนน้ำท่วม แต่เป็นโครงการใดรับมือกับความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ รักษามูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาวได้ดีกว่า”
สำนักงาน กทม.พื้นที่ว่าง 23.5%
อุกฤษฏ์ พรพัฒนไพโรจน์ หัวหน้าฝ่ายพื้นที่สำนักงานให้เช่า กล่าวเสริมว่า ตลาดสำนักงานเกรดเอย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) ของกรุงเทพฯ ยังคงเผชิญแรงกดดันจากพื้นที่ว่าง แม้ไตรมาส 2 และ 3 ปี 2569 จะไม่มีอาคารสำนักงานใหม่เปิดให้บริการพื้นที่สำนักงานเกรดเอใน CBD มีขนาดรวม 2.53 ล้าน ตร.ม. ขณะที่อัตราพื้นที่ว่างเพิ่มขึ้นจาก 22.8% ในไตรมาส 2 เป็น 23.5% ในไตรมาส 3 สาเหตุสำคัญมาจากบริษัทที่ต่อสัญญาหรือย้ายสำนักงานเลือกเช่าพื้นที่ลดลงจากเดิม
ค่าเช่าเฉลี่ยปรับลดลงจาก 943 บาท เหลือ 941 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน แต่ตัวเลขเฉลี่ยไม่สะท้อนการแข่งขันทั้งหมด เพราะบางอาคารให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมเพื่อปิดดีล ทั้งระยะเวลาปลอดค่าเช่าที่ยาวขึ้น และเงินสนับสนุนค่าตกแต่งสำนักงาน
“แม้ตลาดยังเอื้อประโยชน์ต่อผู้เช่า แต่การแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ราคาอย่างเดียว ผู้เช่าองค์กรขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติ ให้ความสำคัญกับอาคารคุณภาพสูง ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน มาตรฐานอาคารสีเขียวที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ESG มากขึ้น”
ในปี 2569-2574 กรุงเทพฯ มีอุปทานสำนักงานใหม่รวม 616,128 ตร.ม. เป็นอาคารเกรดเอใน CBD ราว 338,310 ตร.ม. หรือ 55% ของอุปทานใหม่ทั้งหมด ตัวเลขนี้หมายความว่า แม้อุปทานใหม่ในระยะสั้นชะลอตัว แต่ตลาดยังต้องเตรียมรับการแข่งขันในระยะยาว อาคารที่มีคุณภาพและตอบโจทย์การใช้งานจริงจึงมีโอกาสรักษาผู้เช่าได้ดีกว่าอาคารที่ต้องแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว
ลงทุนต่างชาติหนุนตลาดอุตสาหกรรม
พงษ์พันธ์ พลอยเพ็ชร หัวหน้าฝ่ายโลจิสติกส์และอุตสาหกรรม กล่าวว่า ตลาดอสังหาฯ อุตสาหกรรมกลับมีแนวโน้มสดใสกว่าเซ็กเมนต์อื่น จากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการกระจายฐานการผลิตในภูมิภาค
ข้อมูล BOI ครึ่งแรกของปี 2569 ระบุว่า แม้จำนวนโครงการลงทุนที่ได้รับอนุมัติรวมลดลง 14% เหลือ 1,300 โครงการ แต่มูลค่าลงทุนกลับเพิ่มขึ้น 45% เป็น 1.31 ล้านล้านบาท ส่วน FDI มีมูลค่าสูง 1.14 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% จากปีก่อน
อุตสาหกรรมดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเฉพาะ Data Center และ Data Hosting ซึ่งมีมูลค่าลงทุนรวม 839,231 ล้านบาท หรือ 74% ของ FDI ทั้งหมด สะท้อนว่าการลงทุนขนาดใหญ่กำลังสร้างความต้องการโครงสร้างพื้นฐานและพื้นที่รองรับธุรกิจอย่างต่อเนื่อง
ไตรมาส 3 พื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั่วประเทศมีรวม 222,388 ไร่ อัตราพื้นที่ว่างลดลงเหลือ 5.49% จาก 5.73% ในไตรมาสก่อนหน้า ราคาที่ดินเฉลี่ยเพิ่มจาก 8.40 ล้านบาท เป็น 8.65 ล้านบาทต่อไร่ หรือ 3% ส่วนตลาดโรงงานสำเร็จรูปมีพื้นที่รวม 3.42 ล้าน ตร.ม. พื้นที่ว่างลดลงเหลือ 9.95% จาก 10.45% คลังสินค้าสำเร็จรูปมีพื้นที่รวม 6.05 ล้าน ตร.ม. และพื้นที่ว่างลดลงจาก 14.72% เหลือ 13.55%
แม้ค่าเช่าเฉลี่ยโรงงานยังอยู่ที่ 196 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน และคลังสินค้าอยู่ที่ 160 บาทต่อตร.ม.ต่อเดือน แต่การที่ไม่มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดในช่วง 9 เดือนแรกของปี ทำให้อัตราการเช่าปรับตัวดีขึ้น และเริ่มสร้างแรงกดดันต่อค่าเช่าในอนาคต
“แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการย้ายฐานการผลิต การกระจายห่วงโซ่อุปทาน การขยายตัวของอีคอมเมิร์ซ และความต้องการคลังสินค้าสำหรับกระจายสินค้า แต่การเติบโตยังขึ้นอยู่กับการลงทุนจริง การพัฒนาอุปทานใหม่ให้ทันกับความต้องการ”
ข้อมูลของคุชแมนฯ สะท้อนว่าอสังหาฯ กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ การเติบโตของอสังหาฯ ระยะต่อไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความสามารถในการตอบโจทย์ผู้ซื้อและผู้เช่าอย่างตรงจุด ตลอดจนการบริหารต้นทุนและความเสี่ยงในระยะยาว เลือกทำเลให้ถูกต้อง วางแผนลงทุนรอบคอบ สร้างคุณค่าที่แตกต่าง เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ส่วนผู้ซื้อและนักลงทุนต้องประเมินทั้งราคา ความเสี่ยง และโอกาสสร้างผลตอบแทนอย่างรอบด้าน
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
เสนาฯ ชี้โอกาสโชว์ศักยภาพไทยเวทีโอลิมปิกเศรษฐกิจ กางโจทย์ใหญ่เร่งแก้หนี้-รับมือน้ำท่วม

- การเป็นเจ้าภาพจัดประชุม IMF-World Bank ปี 2026 ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการแสดงศักยภาพและสร้างความเชื่อมั่นบนเวทีเศรษฐกิจโลก
- ชี้ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขคือหนี้ SM ของกลุ่ม SME ซึ่งต้องเริ่มจากการตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง และผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมที่ลดทอนกำลังซื้อของประชาชน
- วิกฤตประชากรเด็กเกิดน้อยเป็นอีกหนึ่งความท้าทายเชิงโครงสร้างระยะยาว ซึ่งอาจกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
เสนาดีเวลลอปเม้นท์ มองประเทศไทยมีโอกาสทองจากการเป็นเจ้าภาพประชุม “IMF-World Bank 2026” เปิดเวทีโชว์ศักยภาพประเทศและเสน่ห์บริการไทย ท่ามกลางเศรษฐกิจยังเผชิญโจทย์หนี้ SM ที่ต้องเร่งสะสาง ผลกระทบน้ำท่วมที่บั่นทอนกำลังซื้อ และวิกฤติประชากรเกิดน้อยที่อาจกลายเป็นระเบิดเวลาฉุดขีดความสามารถแข่งขันในระยะยาว
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มองว่า การเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับโลก ไม่ได้เป็นเพียงภารกิจด้านการจัดงาน แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญในการประกาศศักยภาพของประเทศต่อสายตานานาชาติ โดยเฉพาะการประชุม IMF-World Bank ซึ่งเปรียบเสมือน “โอลิมปิกทางเศรษฐกิจและการเงิน” ที่รวบรวมผู้นำ ผู้กำหนดนโยบาย และบุคคลสำคัญจากแวดวงเศรษฐกิจทั่วโลก
สิ่งที่ประเทศไทยมีโอกาสนำเสนอคือ “เสน่ห์เฉพาะตัวของความเป็นไทย” ตั้งแต่การต้อนรับที่อบอุ่น รอยยิ้ม ไปจนถึงวัฒนธรรมการบริการที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่อาจถ่ายทอดได้อย่างเต็มที่ หากผู้มาเยือนไม่ได้เดินทางมาสัมผัสด้วยตนเอง
“โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การเปลี่ยนเวทีระดับโลกให้เป็นโอกาสสร้างความเชื่อมั่นต่อประเทศไทย ทั้งในมิติของความพร้อมในการจัดงาน ศักยภาพการให้บริการ และภาพลักษณ์ของประเทศในสายตานักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายระดับนานาชาติ”
หนี้ SM แก้ไม่ตรงจุดยิ่งยืดเยื้อ
ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ อีกหนึ่งปัญหาที่ต้องเร่งหาทางออกคือหนี้กลุ่ม SM (Special Mention) หรือหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ซึ่งมีความซับซ้อนในการตรวจสอบและจัดการข้อมูลหนี้
ผศ.ดร.เกษรา มองว่า อุปสรรคสำคัญไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขหนี้เพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องความยุ่งยากในการรวบรวมข้อมูลของลูกหนี้ที่อาจมีหลายบุคคล หลายบัญชี และมีรายละเอียดทางการเงินที่ต้องตรวจสอบจากหลายแหล่ง ทำให้การประเมินสถานะหนี้และกำหนดแนวทางช่วยเหลือเป็นไปได้ยาก หากยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนตรงกัน
“การแก้ปัญหาไม่สามารถอาศัยทางลัด หรือ เร่งปรับโครงสร้างหนี้โดยขาดข้อเท็จจริงรองรับ แต่ต้องเริ่มจากการที่สถาบันการเงินและลูกหนี้กลับมาทบทวนข้อมูลร่วมกัน เพื่อให้เข้าใจสถานะทางการเงินและภาระหนี้ที่แท้จริง”
กระบวนการตรวจสอบและยืนยันข้อมูล (Data Verification) อาจต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี เพื่อจัดระเบียบข้อมูลให้ครบถ้วนและสร้างความเข้าใจที่ตรงกัน ก่อนเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเหมาะสม สะท้อนว่า การแก้หนี้ SME ไม่ใช่เพียงการลดภาระชำระหนี้ในระยะสั้น แต่ต้องแก้ปัญหาที่ต้นทาง โดยมีข้อมูลที่ถูกต้องเป็นฐานสำคัญ เพื่อให้การช่วยเหลือตรงกับสถานะจริงของลูกหนี้ และเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจกลับมาดำเนินกิจการได้อย่างมีเสถียรภาพ
น้ำท่วมทุบกำลังซื้อ บ้านขายยากขึ้น
ภัยธรรมชาติไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะพื้นที่ประสบภัย แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยเฉพาะตลาดอสังหาฯ ที่เชื่อมโยงกับกำลังซื้อของประชาชนและสภาพคล่องของผู้ประกอบการ
ผศ.ดร.เกษรา ระบุว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมต่อธุรกิจอสังหาฯ แบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ผลกระทบโดยตรงต่อโครงการและตัวบ้าน และผลกระทบทางอ้อมต่อฐานะการเงินของครัวเรือนและผู้ประกอบการ SME
ด้านแรก โครงการที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอาจเผชิญความยากลำบากในการขายที่อยู่อาศัยในช่วงเวลานั้น ขณะเดียวกัน ตัวบ้านและสิ่งอำนวยความสะดวกอาจได้รับความเสียหาย ตั้งแต่สีอาคารที่เสื่อมสภาพไปจนถึงความชำรุดที่ต้องซ่อมแซมเพิ่มเติม ล้วนเพิ่มต้นทุนและกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ซื้อ
แต่ผลกระทบที่น่ากังวลไม่แพ้กันคือภาระค่าใช้จ่ายแฝงที่เกิดขึ้นกับประชาชนและ SME ไม่ว่าจะเป็นค่าซ่อมบ้าน การฟื้นฟูทรัพย์สิน หรือค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนการเงินเดิม
เงินที่ควรนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันหรือซื้อสินค้าและบริการจึงต้องถูกดึงไปใช้ในการซ่อมแซมความเสียหาย ส่งผลให้สภาพคล่องของครัวเรือนลดลง และอาจกระทบต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่ผู้ประกอบการอสังหาฯ ต้องเผชิญตลาดที่ขายได้ยากขึ้นตามกำลังซื้อที่อ่อนแรงผลกระทบจากน้ำท่วมจึงไม่ได้จบลงเมื่อระดับน้ำลดลง แต่ยังอาจส่งต่อไปยังงบการเงินของประชาชนและธุรกิจ รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะถัดไป
เด็กเกิดน้อย ระเบิดเวลาระยะยาว
แม้การฟื้นฟูเศรษฐกิจมักมุ่งไปที่การกระตุ้นการลงทุน การบริโภค และการแก้ปัญหาหนี้สิน แต่ เกษรา มองว่า ประเทศไทยยังมีโจทย์เชิงโครงสร้างที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือการรับมือกับจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงต่อเนื่อง ท่ามกลางการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์
ปัญหาประชากรไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ในระยะสั้น เพราะการตัดสินใจมีบุตรของคนรุ่นใหม่เกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ทั้งความมั่นคงทางรายได้ ค่าครองชีพ ภาระการเลี้ยงดู และความพร้อมในการสร้างครอบครัว การกระตุ้นอัตราการเกิดจึงจำเป็นต้องอาศัยนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีลูก
หากประเทศไทยยังไม่มีมาตรการรองรับอย่างจริงจัง ผลกระทบจากจำนวนประชากรวัยเด็กที่ลดลงอาจยิ่งชัดเจนขึ้นในอีก 5-10 ปีข้างหน้า และกลายเป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว
“ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เพียงจำนวนแรงงานที่ลดลง แต่ยังเกี่ยวพันกับฐานภาษี รายได้จากการบริโภค ศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ”
เมื่อประชากรวัยทำงานมีสัดส่วนลดลง ขณะที่ภาระดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น โครงสร้างเศรษฐกิจก็ยิ่งต้องเผชิญแรงกดดันมากขึ้นดังนั้น การวางนโยบายประชากรจึงควรเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ ไม่ใช่ประเด็นที่รอให้ปัญหารุนแรงแล้วจึงค่อยแก้ เพราะการสร้างประชากรรุ่นใหม่ที่มีคุณภาพต้องอาศัยเวลาและการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
วางรากฐานอนาคตเศรษฐกิจไทย
มุมมองของ ผศ.ดร.เกษรา สะท้อนว่า ความท้าทายของประเทศไทยมีหลายมิติ ตั้งแต่การใช้เวทีระดับโลกสร้างโอกาสและความเชื่อมั่น การแก้หนี้ที่ต้องเริ่มจากข้อมูลที่ถูกต้อง การลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติ ไปจนถึงการรับมือวิกฤติประชากรที่ต้องวางแผนล่วงหน้าแต่ละประเด็นมีกรอบเวลาและแนวทางรับมือแตกต่างกัน บางเรื่องต้องเร่งดำเนินการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ขณะที่บางเรื่องต้องอาศัยนโยบายต่อเนื่องและความร่วมมือจากหลายภาคส่วน
ความท้าทายสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว แต่คือการมองให้เห็นความเสี่ยงที่กำลังก่อตัว และเตรียมวางรากฐานให้เศรษฐกิจไทยสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
S&P 500 ร่วง 1% หลังข้อมูลเงินเฟ้อร้อนแรง หุ้นกลุ่มเอไอ ถูกเทขาย

S&P 500 ร่วง 1% เมื่อคืนที่ผ่านมา หลังข้อมูลเงินเฟ้อร้อนแรงและหุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI ถูกเทขาย นักวิเคราะห์เชื่อเฟดขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม
ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ดัชนี S&P 500 ปรับตัวลงในวันพุธ (14 ต.ค. 69) โดยถูกกดดันจากการร่วงลงในหุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) ขณะที่นักลงทุนต้องรับมือกับข้อมูลเงินเฟ้อผู้บริโภคเดือนกันยายนที่สูงกว่าคาด
ดัชนีตลาดโดยรวมลดลง 1.11% ปิดที่ 7,718.94 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต Nasdaq Composite ร่วงลง 1.88% ปิดที่ 26,692.87 จุด ส่วนดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ Dow Jones Industrial Average ลดลง 48.62 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 51,621.48 จุด
การปรับขึ้นของหุ้นเฮลธ์แคร์สำคัญ เช่น UnitedHealth และ Amgen ช่วยจำกัดการลดลงของดัชนีดาวโจนส์ ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 บริษัท
เงินเฟ้อสูง กดดันตลาดหุ้น
ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.6% ในเดือนกันยายนเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่เพิ่มขึ้น 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขรายเดือนสอดคล้องกับที่คาดการณ์ไว้ แต่ตัวเลขรายปีสูงกว่าคาด เนื่องจากนักเศรษฐศาสตร์ที่บริษัทสื่อดาวโจนส์ สำรวจไว้คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.6%
เมื่อไม่นับรวมราคาอาหารและพลังงาน ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 2.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งสองตัวเลขสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้เล็กน้อย ซึ่งอยู่ที่ 0.2% และ 2.5% ตามลำดับ
ฟิลิป บลังคาโต หัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดของ Osaic กล่าวกับ ซีเอ็นบีซี ว่า “ตัวเลขนี้ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนธันวาคมยังมีความเป็นไปได้อย่างมาก” ก่อนเสริมในเวลาต่อมาว่า “เราน่าจะเห็น CPI พื้นฐานในปีหน้าอยู่ที่ 3%” เนื่องจากผลกระทบของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น
รายงานดังกล่าวเผยแพร่ในช่วงที่ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูง และผู้บริโภคต้องจ่ายค่าน้ำมันเบนซินแพงขึ้น โดยราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 4.33 ดอลลาร์ต่อแกลลอน เทียบกับประมาณ 3.08 ดอลลาร์ต่อแกลลอนในปีก่อน ตามข้อมูลของ AAA
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะผ่อนคลายข้อจำกัดการส่งออกน้ำมันดีเซลของรัสเซียเป็นการชั่วคราว แต่นักวิเคราะห์ไม่เชื่อว่าข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยลดราคาน้ำมันสำหรับผู้ประกอบการรถบรรทุกและเกษตรกรได้มากนัก
ราคาน้ำมันในสหรัฐปรับตัวขึ้นในวันพุธ โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ปิดเพิ่มขึ้น 1.01% ที่ 95.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
อย่างไรก็ตาม บลังคาโตไม่ได้ “กังวลมากเกินไป” เกี่ยวกับตลาดหุ้นหรือตลาดพันธบัตร เนื่องจากมองว่าการเพิ่มขึ้นล่าสุดของเงินเฟ้อเป็นเพียง “ชั่วคราว” เขากล่าวต่อว่า “ผมคิดว่าตลาดได้สะท้อนปัจจัยเหล่านี้เข้าไปในราคาเป็นจำนวนมากแล้ว”
หุ้นกลุ่มเอไอถูกเทขาย
นอกเหนือจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อแล้ว นักลงทุนยังหันมาให้ความสนใจกับความกังวลว่า บริษัทเทคโนโลยีที่อยู่นอกกลุ่มเจ็ดนางฟ้า “Magnificent Seven” กำลังก่อหนี้มากเกินไปเพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการเติบโตของ AI
หุ้น CoreWeave ร่วงลงมากกว่า 15% ขณะที่หุ้นอื่น ๆ เช่น Oracle ลดลงเกือบ 9%
หุ้นกลุ่มชิปยังคงปรับตัวลงต่อจากช่วงก่อนหน้า โดย Micron Technology ซึ่งร่วงลงมากกว่า 3% ในการซื้อขายวันก่อน ลดลงอีก 4% ในวันพุธ
หุ้น Advanced Micro Devices และ Sandisk ลดลงมากกว่า 5% ขณะที่ Intel ร่วงลง 4%
นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นของ Bank of America ลดลงเกือบ 5% หลังรายได้ไตรมาส 3 ของธนาคารยักษ์ใหญ่แห่งนี้ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
นอกจากนี้ Bank of America ยังถูกสั่งปรับจากหน่วยงานรัฐบาลกลางเป็นเงินมากกว่า 1,200 ล้านดอลลาร์ โดยหน่วยงานกำกับดูแลระบุว่า ธนาคารไม่สามารถรายงานธุรกรรมที่มีลักษณะ “น่าสงสัย” มูลค่ามากกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดของ Morgan Stanley สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ราคาหุ้นปิดตลาดลดลงเกือบ 3%
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
Google เปิดตัว Gemini 4 Argon เด่นเขียนโค้ด-วิจัยขั้นสูง ลดเวลาทำงาน

- Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI ที่มีความสามารถสูงในการเขียนโค้ดและงานวิจัยขั้นสูง เพื่อช่วยลดระยะเวลาการทำงานที่ซับซ้อน
- ถูกนำไปใช้เร่งกระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์ เช่น ช่วยปรับโครงสร้างโค้ดของ Chrome ขนาด 6 ล้านบรรทัดให้เสร็จในไม่กี่สัปดาห์ จากเดิมที่คาดว่าจะใช้เวลาหลายเดือน
- มีศักยภาพในงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์หลายแขนง ตั้งแต่การค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยไซเบอร์ การเร่งพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม ไปจนถึงการช่วยวินิจฉัยโรคหายาก
Google เปิดตัว Gemini 4 Argon โมเดล AI รุ่นล่าสุด มุ่งรองรับงานที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยการวิเคราะห์หลายขั้นตอน ครอบคลุมการเขียนโปรแกรม การเงิน กฎหมาย ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และวิทยาศาสตร์ โดยเปิดให้ใช้งานทั่วโลกผ่าน API ใน AI Studio และแพลตฟอร์ม Gemini สำหรับนักพัฒนาและองค์กร รวมถึงผู้สมัคร Google AI Ultra และ Pro ผ่านช่องทางที่บริษัทกำหนด
Google ระบุว่า Gemini 4 Argon ทำผลงานเหนือกว่าโมเดล AI รุ่นแนวหน้ารายอื่นในการทดสอบหลายด้าน และได้อันดับ 1 บน Vals Index ซึ่งวัดประสิทธิภาพของโมเดลในงานสำคัญทางเศรษฐกิจ เช่น การเงิน การเขียนโปรแกรม กฎหมาย และภาษี
ด้านราคาเปิดตัวช่วงแนะนำอยู่ที่ 2 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านโทเคนขาเข้า และ 10 ดอลลาร์สหรัฐต่อล้านโทเคนขาออก ขณะที่โทเคนขาเข้าที่จัดเก็บไว้ในแคชได้รับส่วนลด 95%
Google ใช้ AI เร่งเขียนโค้ด เพิ่มประสิทธิภาพงานวิศวกรรม
หนึ่งในผลลัพธ์ที่ Google เปิดเผยคือ การนำ Gemini 4 Argon ไปใช้ร่วมกับ Google Antigravity ช่วยเพิ่มจำนวนการส่งโค้ดที่พัฒนาโดยเอเจนต์ AI มากกว่า 35% และลดการย้อนกลับการเปลี่ยนแปลงโค้ดเกือบหนึ่งในสาม
สำหรับการพัฒนา Chrome โมเดลช่วยทีมวิศวกรรมแยกส่วนการจัดการหน้าเว็บหลักออกจากโค้ดเก่าที่เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันเบราว์เซอร์ประมาณ 6 ล้านบรรทัด ภายในฐานโค้ด Chromium ที่มีขนาดรวม 40 ล้านบรรทัด ช่วยให้การปรับโครงสร้างสถาปัตยกรรมซึ่งครอบคลุมไฟล์หลายร้อยไฟล์เสร็จภายในไม่กี่สัปดาห์ จากเดิมที่คาดว่าต้องใช้เวลาหลายเดือน
การปรับปรุงดังกล่าวจะช่วยให้หน้าเว็บที่เปิดอยู่สามารถเคลื่อนย้ายระหว่างแท็บ แผงด้านข้าง และหน้าต่างลอยได้โดยไม่ต้องโหลดใหม่ พร้อมลดปัญหาเบราว์เซอร์ขัดข้องบางประเภท
นอกจากนี้ Gemini 4 Argon ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ Agent Development Kit (ADK) เฟรมเวิร์กโอเพนซอร์สสำหรับพัฒนาเอเจนต์ AI ของ Google โดยลดเวลาเตรียมเซสชันในหน่วยความจำลง 40% สำหรับเซสชันระยะยาว และลดเวลานำเข้าโมดูลครั้งแรกได้ 21%
ส่วนการปรับปรุงโมเดล Gemma 4 E2B บนชิป A100 ผ่าน vLLM ช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลอนุมานแบบครบกระบวนการ 2.85 เท่า จากประมาณ 37,900 โทเคนต่อวินาที เป็นมากกว่า 108,000 โทเคนต่อวินาที โดย Google ระบุว่าสามารถรักษาความสอดคล้องของโทเคนไว้ที่ 100% และไม่ทำให้คุณภาพลดลง กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน จากปกติที่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือน
ขยายการใช้งานสู่ธุรกิจ ไซเบอร์ และงานวิจัย
Google ระบุว่า Gemini 4 Argon รองรับงานวิชาชีพที่ต้องการความแม่นยำสูง ทั้งด้านกฎหมาย การเงิน วิทยาศาสตร์ และการเขียนโปรแกรม พร้อมพัฒนาความสามารถในการทำความเข้าใจภาพ การให้เหตุผล และการเขียนให้ตรงตามคำสั่งมากขึ้น ช่วยให้ตอบคำถามตรงประเด็น ลดการกล่าวซ้ำ และสื่อสารกระบวนการทำงานได้ชัดเจนขึ้น
ด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ บริษัท Wiz นำ Gemini 4 Argon ไปใช้ในโครงการ Scan for Good เพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ โดยโมเดลช่วยตรวจพบและแก้ไขช่องโหว่ที่อาจทำให้ข้อมูลภาครัฐที่มีความอ่อนไหวถูกเปิดเผย รวมถึงค้นพบช่องโหว่ในระบบดาวน์โหลดไฟล์สาธารณะที่อาจเปิดทางให้เข้าถึงกุญแจหลักและสิทธิ์ผู้ดูแลระบบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปกป้องข้อมูลผู้ป่วยหลายแสนราย
Google ยังเริ่มขยายการเข้าถึง Gemini 4 Argon ให้แก่พันธมิตรเพิ่มเติมหลายร้อยรายผ่านโครงการ Fairwind Program เพื่อสนับสนุนผู้ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ในภาควิทยาศาสตร์ Gemini 4 Argon ถูกนำไปใช้เร่งการพัฒนาคอมพิวเตอร์ควอนตัม โดยช่วยเพิ่มอัตราการประมวลผลของระบบถอดรหัสข้อผิดพลาดควอนตัมเกือบสองเท่า อีกทั้งช่วยลดต้นทุนด้านเวลาและพื้นที่ในการประมวลผลของกระบวนการย่อยทางควอนตัมมากกว่า 100 เท่า เมื่อเทียบกับวิธีพื้นฐานที่มีการเผยแพร่ก่อนหน้านี้
ด้านนิวเคลียร์ฟิวชัน Google ร่วมกับศาสตราจารย์ Matt Landreman จาก University of Maryland ค้นพบตัวอย่างโต้แย้งเพิ่มเติมต่อสมมติฐาน Grad’s conjecture ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเป็นไปได้ในการหาคำตอบทางคณิตศาสตร์ของสนามแม่เหล็กสามมิติในเครื่อง Stellarator ผลการค้นพบนี้ช่วยให้นักวิจัยมีข้อมูลอ้างอิงสำหรับทดสอบแบบจำลองและพัฒนาการออกแบบเครื่องจักรในอนาคต
ส่วนงานวิจัยโรคหายาก Gemini 4 Argon ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลจีโนมที่ตัดข้อมูลระบุตัวบุคคลออกแล้ว และตรวจพบความผิดปกติของการจัดเรียงโครโมโซมในกรณีหนึ่ง ซึ่งซอฟต์แวร์ทั่วไปไม่สามารถตรวจพบได้เป็นเวลาหลายปี โดยทำคะแนน 57% ในการทดสอบ RareBench ด้านการช่วยวินิจฉัยโรคหายาก และ 52.2% ใน LabBench ด้านการให้เหตุผลเกี่ยวกับการทดลองในห้องปฏิบัติการ
ขณะเดียวกัน นักวิทยาศาสตร์ของ Google ยังใช้ Gemini 4 Argon ออกแบบเอนไซม์ serine esterases ได้ 5 รูปแบบภายในไม่กี่ชั่วโมง และผลทดสอบในห้องปฏิบัติการยืนยันว่าเอนไซม์ทั้งหมดมีความสามารถในการเร่งปฏิกิริยาได้จริง สะท้อนโอกาสในการประยุกต์ใช้กับการรีไซเคิล การผลิตยา เชื้อเพลิงชีวภาพ และเคมีสีเขียว
ทดสอบ AI ควบคุมหุ่นยนต์ ทำคะแนนให้เหตุผลเชิงกายภาพ 87%
อีกหนึ่งความสามารถของ Gemini 4 Argon คือการประยุกต์ใช้กับหุ่นยนต์ โดย Google เปิดเผยว่าโมเดลทำคะแนน 87% ในการทดสอบ Embodied Reasoning (ERQA) ซึ่งวัดความสามารถในการทำความเข้าใจและแก้ปัญหาทางกายภาพและเชิงพื้นที่ในสภาพแวดล้อมสามมิติ
ในการทดลองภายใน โมเดลเรียนรู้การเล่นเกม Cornhole จากวิดีโอของมนุษย์ โดยวิเคราะห์พิกัดของสภาพแวดล้อม คำนวณการเคลื่อนไหวของข้อต่อทั่วร่างกาย และสร้างโค้ดจำลองขึ้นเอง ก่อนนำไปทดสอบกับหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Apollo ของ Apptronik ซึ่งสามารถโยนถุงลงเป้าหมายได้สำเร็จติดต่อกัน 7 ครั้ง
Google ระบุว่า กระบวนการ Video-to-Sim-to-Real ช่วยลดเวลาสร้างแบบจำลองจำลองการทำงานของหุ่นยนต์จากหลายสัปดาห์เหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมง โดยใช้วิดีโอทั่วไปเป็นข้อมูลสำหรับฝึกและพัฒนาความสามารถของหุ่นยนต์
Google เพิ่มมาตรการความปลอดภัย รับมือการใช้ AI ในทางที่ผิด
Google ระบุว่า Gemini 4 Argon ได้รับการพัฒนาพร้อมมาตรการป้องกันหลายชั้น เพื่อจำกัดความเสี่ยงจากการนำความสามารถด้านการเขียนโค้ดและวิทยาศาสตร์ไปใช้ในทางที่ผิด ครอบคลุมการป้องกันการเจาะระบบ การติดตามตรวจสอบ และการบังคับใช้นโยบาย
บริษัทระบุว่า ในการทดสอบโจมตีจำลองด้านชีววิทยาโดยผู้เชี่ยวชาญภายนอก ผู้ทดสอบสามารถทำให้โมเดลทำงานย่อยที่กำหนดไว้สำเร็จน้อยกว่า 1% ขณะที่การทดสอบคำขอที่เป็นอันตรายพบว่าการละเมิดมาตรการป้องกันลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับ Gemini รุ่นก่อนหน้า
นอกจากนี้ Google ยังพัฒนาให้ Gemini 4 Argon เคารพขอบเขตของระบบ รายงานผลที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายอย่างตรงไปตรงมา และรอการยืนยันจากมนุษย์ก่อนดำเนินการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ โดยการทดสอบด้านการเขียนโปรแกรมพบความพยายามลัดขั้นตอนที่ไม่ได้รับอนุญาตลดลงเหลือ 2%
สำหรับการป้องกัน Prompt Injection หรือคำสั่งอันตรายที่ซ่อนอยู่ในเว็บไซต์ อีเมล หรือโค้ด Google ระบุว่า Gemini 4 Argon ทำผลงานได้ดีบนเกณฑ์ Gray Swan Indirect Prompt Injection โดยลดอัตราความสำเร็จของการโจมตีเหลือ 0.7% จากการทดสอบโจมตีแบบปรับเปลี่ยนวิธี 15 ครั้ง
เปิดให้ใช้งานทั่วโลก รองรับโทเคนสูงสุด 1 ล้านโทเคน
Gemini 4 Argon รองรับขีดจำกัดโทเคนรวมขาเข้าและขาออกสูงสุด 1 ล้านโทเคนผ่าน Gemini API เพื่อรองรับการทำงานต่อเนื่องกับโจทย์ที่มีความซับซ้อนสูง
ผู้พัฒนาสามารถเข้าถึงผ่าน Gemini API แบบชำระเงินใน AI Studio และ Android Studio ส่วนผู้สมัคร Google AI Ultra สามารถทดลองใช้งานผ่าน Google Antigravity และ AI Studio ได้ ขณะที่องค์กรสามารถใช้งานผ่าน Gemini for business, API และ Google Antigravity
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป สมาชิก Google AI Ultra และ Pro สามารถเข้าถึงผ่านแอป Gemini และ AI Mode ใน Search ส่วน Google ยังเปิดรับสมัครนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัย 10,000 คน เพื่อรับสิทธิ์ใช้งาน Google Antigravity ระดับสูงสุดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นเวลา 6 เดือน ภายใต้เงื่อนไขด้านคุณสมบัติ ความพร้อม และการคัดเลือก
Google ระบุว่า Gemini 4 Argon เป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวโมเดลในตระกูล Gemini 4 ซึ่งบริษัทเตรียมนำเสนอเพิ่มเติมต่อไป
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
สรุปตารางคะแนน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ประจำวันที่ 15 ต.ค. 69

การแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ฤดูกาล 2026-27 ที่มีการเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน โดยจะไม่มีการแบ่งกลุ่ม แต่จะใช้ระบบการแข่งขันแบบกึ่งลีกแทน ทุกทีมจะแข่งทีมละ 8 นัด ตามกลุ่มที่ถูกแบ่ง แต่จะคิดคะแนนในตารางรวม
โดยหลังแข่งขันกันไปครบทุกคู่ในโปรแกรมนัดที่สอง ปรากฏว่า “แชมป์เก่า” เปแอสเช ยึดจ่าฝูงได้สำเร็จหลังเก็บชัยรวด 2 นัด มี 6 คะแนน เช่นเดียวกับอีก 7 ทีม ที่ก็คว้าชัยรวดเหมือนกัน แต่ประตูได้เสียยังเป็นรอง
ด้าน “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังคงโชว์ฟอร์มในถ้วยนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บชัยรวดรั้งอันดับ 5 ของตาราง ส่วนสองทีมดังจากเมืองแมนเชสเตอร์ หลุดจากท็อปเทนหลังลงเล่นไป 2 เกม

สรุปตารางคะแนนยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2026-27 ล่าสุด
อันดับที่ 1 : เปแอสเช แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +7
อันดับที่ 2 : บาร์เซโลนา แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +7
อันดับที่ 3 : แอสตัน วิลลา แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +7
อันดับที่ 4 : สตุ๊ตการ์ท แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +5
อันดับที่ 5 : ลิเวอร์พูล แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +4
อันดับที่ 6 : สปอร์ติง ลิสบอน แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +4
อันดับที่ 7 : อาร์เซนอล แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +4
อันดับที่ 8 : เรอัล มาดริด แข่ง 2 นัด ชนะ 2 นัด 6 คะแนน ประตูได้ +2
อันดับที่ 13 : แมนฯ ยูไนเต็ด แข่ง 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 นัด 3 คะแนน ประตูได้ +2
อันดับที่ 17 : แมนฯ ซิตี้ แข่ง 2 นัด ชนะ 1 แพ้ 1 นัด 3 คะแนน ประตูได้ 0
โดยจากทั้งหมด 36 ทีม จะคัดเอาทีมที่มีคะแนนดีที่สุด 8 อันดับแรก ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนอันดับที่ 9-24 จะต้องมาประกบคู่แข่งแบบเหย้า-เยือน เพื่อหาอีก 8 ทีมผ่านเข้ารอบตามไป ส่วนทีมที่อันดับต่ำกว่าอันดับ 25 จะตกรอบทันที ตรวจสอบตารางคะแนนยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกทั้ง 36 ทีม
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
กินเจแล้วหิวบ่อย เกิดจากอะไร อาจไม่ใช่เพราะร่างกายต้องการอาหารมากขึ้น

ใครที่กำลังอยู่ในช่วงกินเจแล้วรู้สึกว่าหิวบ่อยกว่าปกติ ทั้งที่เพิ่งรับประทานอาหารไปไม่นาน อาจกำลังสงสัยว่าเป็นเพราะร่างกายต้องการพลังงานมากขึ้น หรือเป็นเรื่องปกติของการงดเนื้อสัตว์กันแน่
ความจริงแล้ว การกินเจไม่ได้ทำให้ทุกคนหิวบ่อยขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่อาการหิวระหว่างมื้ออาจเกี่ยวข้องกับชนิดของอาหารที่เลือกรับประทาน ปริมาณโปรตีนและใยอาหาร รวมถึงพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน หากเลือกกินอาหารเจที่มีแป้งเป็นหลัก แต่มีโปรตีนและผักไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้อิ่มได้ไม่นาน มาดูสาเหตุที่เป็นไปได้ พร้อมวิธีปรับอาหารให้กินเจได้อย่างอิ่มท้องและสมดุลมากขึ้น
1. กินแป้งเป็นหลัก แต่ได้รับโปรตีนไม่เพียงพอ
หนึ่งในสาเหตุที่อาจทำให้หิวบ่อยระหว่างกินเจ คือการรับประทานอาหารที่มีข้าว เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปัง หรือแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก โดยมีแหล่งโปรตีนน้อยเกินไป
โปรตีนเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยให้อิ่มท้อง เมื่อมื้ออาหารมีโปรตีนในปริมาณเหมาะสม อาจช่วยให้ความอิ่มอยู่ได้นานขึ้นเมื่อเทียบกับมื้ออาหารที่มีองค์ประกอบไม่สมดุล อย่างไรก็ตาม ความอิ่มยังขึ้นอยู่กับปริมาณอาหาร ใยอาหาร ไขมัน และปัจจัยอื่น ๆ ด้วย
สำหรับคนกินเจ แหล่งโปรตีนที่เลือกได้ เช่น เต้าหู้ เทมเป้ ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลูกไก่ และโปรตีนเกษตร ควรเลือกให้เหมาะกับมื้ออาหาร และสลับชนิดเพื่อเพิ่มความหลากหลายของสารอาหาร
2. เลือกอาหารเจที่มีแป้งขัดสีและน้ำตาลมาก
อาหารเจบางเมนูมีแป้งขัดสีเป็นส่วนประกอบหลัก เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยว ขนมปังขาว ขนมหวาน หรืออาหารที่ทำจากแป้งเป็นจำนวนมาก หากรับประทานโดยมีโปรตีนและใยอาหารน้อย อาจทำให้อิ่มได้ไม่นานในบางคน
อาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตไม่ได้เป็นสิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยง เพราะคาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของร่างกาย แต่ควรเลือกให้หลากหลาย เช่น ข้าวกล้อง ธัญพืชไม่ขัดสี และอาหารที่มีใยอาหาร พร้อมรับประทานร่วมกับโปรตีนจากพืชและผัก
ส่วนขนมหวานเจ น้ำหวาน และเครื่องดื่มที่เติมน้ำตาล ควรรับประทานในปริมาณพอเหมาะ เพราะให้พลังงานได้มากโดยไม่ได้ช่วยให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนเสมอไป
3. กินผักน้อยเกินไป จึงได้รับใยอาหารไม่เพียงพอ
แม้จะกินเจและงดเนื้อสัตว์ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับใยอาหารเพียงพอโดยอัตโนมัติ หากเลือกกินอาหารประเภทแป้งหรืออาหารเจแปรรูปเป็นหลัก และมีผัก ถั่ว และผลไม้ในมื้อน้อย ก็อาจทำให้มื้ออาหารมีใยอาหารไม่มากนัก
ใยอาหารช่วยเพิ่มปริมาตรของอาหารและมีส่วนช่วยให้รู้สึกอิ่ม การเพิ่มผักหลากสี ถั่ว และธัญพืชไม่ขัดสีในแต่ละมื้อจึงเป็นอีกวิธีที่ช่วยให้การกินเจมีความสมดุลมากขึ้น
ตัวอย่างเช่น หากรับประทานข้าวกับผัดผัก ควรเพิ่มเต้าหู้หรือถั่วเป็นแหล่งโปรตีน และเลือกผักหลายชนิดแทนการกินข้าวกับอาหารแป้งเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ควรเพิ่มใยอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไปและดื่มน้ำให้เพียงพอ
4. กินอาหารเจที่มีไขมันน้อยเกินไป หรือเลือกเมนูไม่หลากหลาย
ไขมันเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานและมีบทบาทในการดูดซึมวิตามินบางชนิด หากรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อยมากร่วมกับการได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ก็อาจทำให้หิวระหว่างมื้อได้
อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเพิ่มอาหารทอดหรืออาหารมันเพื่อแก้หิว ควรเลือกไขมันจากแหล่งที่เหมาะสม เช่น ถั่ว เมล็ดพืช งา และน้ำมันพืชในปริมาณพอเหมาะ พร้อมรับประทานร่วมกับโปรตีน ผัก และคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหาร
ควรระวังอาหารเจแปรรูปบางชนิดที่มีไขมัน น้ำตาล หรือโซเดียมสูง แม้จะไม่มีเนื้อสัตว์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณค่าทางโภชนาการเหมาะสมเสมอไป
5. ลดปริมาณอาหารมากเกินไป เพราะกลัวน้ำหนักขึ้น
บางคนเริ่มกินเจพร้อมกับตั้งใจลดน้ำหนัก จึงลดข้าว งดอาหารบางมื้อ หรือรับประทานอาหารน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เมื่อได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ก็อาจเกิดความหิวบ่อย อ่อนเพลีย หรือรู้สึกไม่มีแรงได้
การกินเจไม่จำเป็นต้องกินน้อยกว่าปกติเสมอไป ปริมาณอาหารที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ กิจกรรมในแต่ละวัน ภาวะสุขภาพ และความต้องการพลังงานของแต่ละคน จึงควรรับประทานให้เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องฝืนทนหิวเพื่อควบคุมน้ำหนัก
หากหิวระหว่างมื้อ สามารถเลือกอาหารว่างที่มีประโยชน์ เช่น ถั่วไม่ปรุงรสในปริมาณพอเหมาะ ผลไม้สด หรือเต้าหู้ที่เตรียมอย่างเหมาะสม แทนการปล่อยให้หิวมากจนรับประทานมื้อถัดไปเกินความต้องการ
กินเจอย่างไรให้อิ่มนานขึ้น? ลองจัดมื้ออาหารแบบนี้
หากรู้สึกหิวบ่อยระหว่างกินเจ ลองปรับองค์ประกอบของมื้ออาหารให้หลากหลาย แทนการเพิ่มปริมาณข้าวหรือขนมเพียงอย่างเดียว โดยมีแนวทางดังนี้
- เพิ่มโปรตีนจากพืช: เลือกเต้าหู้ ถั่ว เทมเป้ หรือโปรตีนเกษตรในมื้ออาหาร
- เลือกคาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหาร: เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ และธัญพืชไม่ขัดสี
- เพิ่มผักให้หลากหลาย: เลือกผักหลายสีและปรับชนิดตามข้อปฏิบัติในการกินเจที่ยึดถือ
- รับประทานไขมันที่เหมาะสม: เช่น ถั่ว เมล็ดพืช และงา ในปริมาณพอเหมาะ
- กินให้เพียงพอกับกิจกรรม: ไม่ลดปริมาณอาหารมากเกินไป โดยเฉพาะวันที่ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่ใช้พลังงานมาก
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ: รักษาสมดุลของร่างกาย และสังเกตว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นเป็นความหิวหรือความกระหาย
ตัวอย่างเมนูอาหารเจที่ช่วยให้มื้ออาหารสมดุล
การจัดอาหารให้มีทั้งคาร์โบไฮเดรต โปรตีนจากพืช และผัก จะช่วยให้ได้รับสารอาหารหลากหลายขึ้น ตัวอย่างเมนูที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ ได้แก่
- มื้อเช้า: ข้าวต้มเห็ดใส่เต้าหู้ พร้อมผลไม้สด
- มื้อกลางวัน: ข้าวกล้อง ผัดผักรวม และเต้าหู้ผัดซอสเจ
- มื้อเย็น: ข้าวกล้อง แกงจืดเต้าหู้ใส่ผัก และถั่วหรือเห็ดเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติม
- อาหารว่าง: ผลไม้สด ถั่วไม่ปรุงรส หรือเครื่องดื่มถั่วเหลืองสูตรไม่เติมน้ำตาล
เมนูเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง สามารถปรับปริมาณให้เหมาะกับความหิว กิจกรรม และความต้องการพลังงานของแต่ละคนได้ ควรตรวจสอบส่วนผสมและเลือกเครื่องปรุงที่ตรงกับข้อปฏิบัติในการกินเจ โดยเฉพาะซอสและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
หิวบ่อยแค่ไหนจึงควรสังเกตอาการผิดปกติ?
การหิวก่อนถึงมื้ออาหารถัดไปอาจเป็นเรื่องปกติ แต่หากหิวมากผิดปกติอย่างต่อเนื่อง แม้รับประทานอาหารเพียงพอแล้ว หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น กระหายน้ำมาก ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ น้ำหนักลดโดยไม่ตั้งใจ ใจสั่น หรืออ่อนเพลียมาก ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุ
ไม่ควรสรุปว่าอาการหิวบ่อยเกิดจากการกินเจเพียงอย่างเดียว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับการพักผ่อนไม่เพียงพอ การใช้พลังงานมาก ความเครียด ยาบางชนิด หรือปัญหาสุขภาพบางประการได้
สรุป กินเจแล้วหิวบ่อย อาจต้องปรับอาหารให้สมดุล
การกินเจแล้วหิวบ่อยไม่ได้แปลว่าร่างกายต้องการอาหารมากขึ้นเสมอไป แต่อาจเกิดจากมื้ออาหารมีโปรตีนหรือใยอาหารไม่เพียงพอ เลือกอาหารที่มีแป้งขัดสีเป็นหลัก หรือรับประทานพลังงานน้อยเกินไป
วิธีแก้ที่ควรเริ่มต้นคือปรับมื้ออาหารให้มีโปรตีนจากพืช ผัก คาร์โบไฮเดรตที่มีใยอาหาร และไขมันที่เหมาะสมในสัดส่วนที่สมดุล พร้อมรับประทานให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย หากหิวผิดปกติอย่างต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ตอบคำถาม Strengths Weaknesses สัมภาษณ์งานยังไงให้ได้ใจ HR

วิธีตอบเรื่อง “จุดแข็ง” (Strengths) ให้ดูโปร ไม่ขี้โม้
กุญแจสำคัญในการตอบเรื่องจุดแข็งคือ ต้องตรงกับสิ่งที่ตำแหน่งงานนั้นต้องการ และ ต้องมีหลักฐานซัพพอร์ต อย่าพูดแค่ลอยๆ ว่า “ฉันเป็นคนขยัน”
เทคนิคการตอบ : ระบุจุดแข็ง + เล่าสถานการณ์ตัวอย่างที่เคยใช้จุดแข็งนั้น + ผลลัพธ์ที่ได้
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ :
- ทักษะการแก้ปัญหา :
“One of my greatest strengths is my problem-solving ability. In my previous role, when we faced a sudden budget cut, I managed to restructure the project plan, which saved the company 15% in costs without delaying the timeline.”
(หนึ่งในจุดแข็งที่สุดของฉันคือทักษะการแก้ปัญหา ในงานที่แล้วตอนที่เราถูกตัดงบกะทันหัน ฉันได้ปรับโครงสร้างแผนงานใหม่ ซึ่งช่วยบริษัทประหยัดต้นทุนได้ 15% โดยที่งานไม่ล่าช้า)
- ทักษะการปรับตัว :
“I pride myself on my adaptability. I can easily adjust to new software or changes in project scope. For example, when our team transitioned to a new CRM system, I learned it quickly and even trained my colleagues.”
(ฉันภูมิใจในความสามารถในการปรับตัว ฉันสามารถปรับตัวเข้ากับซอฟต์แวร์ใหม่หรือการเปลี่ยนแปลงขอบเขตงานได้ง่าย ตัวอย่างเช่น ตอนที่ทีมเปลี่ยนไประบบ CRM ใหม่ ฉันเรียนรู้ได้ไวและยังช่วยเทรนเพื่อนร่วมงานด้วย)
วิธีตอบเรื่อง “จุดอ่อน” (Weaknesses) พลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ข้อควรระวังที่สุดคือ ห้ามตอบว่า “ฉันไม่มีจุดอ่อน” (I don’t have any weaknesses) หรือตอบจุดอ่อนแบบหลงตัวเอง เช่น “ฉันเป็นพวก Perfectionist ทำงานหนักเกินไป” HR ได้ยินมาบ่อยแล้วและมักจะมองว่าคุณไม่จริงใจ
เทคนิคการตอบ :
เลือกจุดอ่อนที่เป็นความจริง (แต่ต้องไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ Core Skill ของงานนั้น) + บอกวิธีที่คุณกำลังปรับปรุงแก้ไขมันอยู่
ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ (Weaknesses):
- ทักษะการพูดในที่สาธารณะ :
“In the past, I have struggled with public speaking and presenting in front of large groups. However, I realized this is an important skill, so I recently joined an online communication course to build my confidence, and I actively volunteer to present team updates to practice.”
(ที่ผ่านมา ฉันมีปัญหาเรื่องการพูดในที่สาธารณะและการพรีเซนต์ต่อหน้าคนเยอะๆ แต่ฉันตระหนักว่านี่คือทักษะสำคัญ ล่าสุดฉันเลยลงเรียนคอร์สสื่อสารออนไลน์เพื่อสร้างความมั่นใจ และอาสาเป็นคนอัปเดตงานของทีมเพื่อฝึกฝนตัวเอง)
- การจัดการงานหลายอย่างพร้อมกัน :
“Sometimes, I can get too deeply focused on one task and lose track of other smaller projects. To overcome this, I have started using project management tools like Trello and setting strict time blocks on my calendar. This has helped me stay organized and meet all my deadlines.”
(บางครั้ง ฉันจดจ่อกับงานเดียวมากเกินไปจนลืมโปรเจกต์ย่อยอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหานี้ ฉันได้เริ่มใช้เครื่องมือจัดการโปรเจกต์อย่าง Trello และจัดสรรเวลาในปฏิทินอย่างเคร่งครัด ซึ่งช่วยให้ฉันจัดระเบียบและส่งงานทันเวลาเสมอ)
📋 สรุป Checklist: สิ่งที่ควรทำ (Do’s) และ ห้ามทำ (Don’ts)
| สิ่งที่ควรทำ (Do’s) | สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด (Don’ts) |
|---|---|
| ✅ เลือกจุดแข็งที่ระบุไว้ใน Job Description | ❌ ตอบจุดอ่อนที่เป็นหัวใจสำคัญของงานนั้น (เช่น สมัครบัญชี แต่บอกว่าอ่อนเลข) |
| ✅ เล่าจุดแข็งพร้อมยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง | ❌ ตอบว่า “ฉันไม่มีจุดอ่อน” หรือ “ฉันทำงานหนักเกินไป” |
| ✅ เลือกจุดอ่อนที่เป็นเรื่องจริง แต่เป็น “ทักษะ” ที่ฝึกกันได้ | ❌ ตำหนิเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้าเก่าว่าเป็นต้นเหตุของจุดอ่อน |
| ✅ สำคัญที่สุด: จบการพูดจุดอ่อนด้วย “วิธีที่คุณกำลังแก้ไขมัน” | ❌ อธิบายจุดอ่อนยืดยาวเกินไปจนดูเป็นข้อเสียร้ายแรง |
การเตรียมตัวตอบคำถาม strengths weaknesses สัมภาษณ์ เป็นภาษาอังกฤษ ไม่ใช่แค่การท่องจำ แต่คือความเข้าใจในการสื่อสารและเลือกใช้คำศัพท์ที่แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากคุณต้องการความมั่นใจในการสัมภาษณ์งานภาษาอังกฤษกับบริษัทข้ามชาติ หรืออยากสื่อสารในที่ทำงานได้อย่างคล่องแคล่ว
ขอบคุณข้อมูลจาก speakup.ac.th
มีกาแฟไหม? เปิดลิสต์ 7 เครื่องดื่มยามเช้า “ดูแลไต” ที่นักโภชนาการแนะนำ!

7 เครื่องดื่มยามเช้าช่วยบำรุงสุขภาพไต แนะนำโดยนักกำหนดอาหาร
หากคุณกำลังมองหาเครื่องดื่มเริ่มต้นวันที่ช่วยบำรุงสุขภาพไต การเลือกเครื่องดื่มอย่างน้ำเปล่าหรือชาจะช่วยส่งเสริมการเติมน้ำให้ร่างกาย รักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่ และบำรุงสุขภาพหัวใจ ทั้งนี้ หากคุณมีภาวะโรคไตเรื้อรัง นิ่วในไต หรือกำลังฟอกไต ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไตหรือนักกำหนดอาหารเฉพาะทางโรคไตเป็นหลัก
1. น้ำเปล่า
น้ำเปล่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดูแลสุขภาพโดยรวม และยังจำเป็นต่อการทำงานของไตในการกรองของเสียได้อย่างเหมาะสม การดื่มน้ำเปล่าจะช่วยเจือจางปัสสาวะและยับยั้งฮอร์โมนบางชนิดที่หากมีระดับสูงเรื้อรัง จะมีความเชื่อมโยงกับภาวะการทำงานของไตที่แย่ลง
นอกจากนี้ น้ำเปล่ายังช่วยเติมน้ำให้ร่างกายโดยไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งต่างจากเครื่องดื่มชงรสหวานที่มีความเชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยง 2 ประการของโรคไตเรื้อรัง นั่นคือ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคระบบหัวใจและหลอดเลือด
2. กาแฟ
กาแฟสามารถเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรยามเช้าที่ช่วยบำรุงไตได้ ตราบใดที่คุณหลีกเลี่ยงการใส่ไซรัปหรือน้ำตาลในปริมาณมาก จากการศึกษาพบว่าการดื่มกาแฟและการได้รับคาเฟอีนมีความเชื่อมโยงกับโอกาสการเกิดโรคไตเรื้อรังที่ลดลง
แม้ว่าการได้รับคาเฟอีนในระดับปานกลางโดยทั่วไปจะปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ แต่ควรระวังว่าการได้รับคาเฟอีนมากเกินไปอาจเพิ่มความดันโลหิตในบางคนได้ ซึ่งภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังสามารถทำลายหลอดเลือดในไตได้เช่นกัน
ทั้งนี้ กาแฟชงขนาด 8 ออนซ์ (ประมาณ 240 มล.) 1 แก้ว มีคาเฟอีนประมาณ 95 มิลลิกรัม และองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) แนะนำให้รับประทานคาเฟอีนไม่เกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน
3. ชาเขียวไม่หวาน
ชาเขียวไม่หวานเป็นเครื่องดื่มที่ดีเยี่ยมต่อสุขภาพหัวใจ ซึ่งส่งผลให้เป็นตัวเลือกที่ดีต่อสุขภาพไตด้วยเช่นกัน
นอกจากชาเขียวจะช่วยเติมน้ำให้ร่างกายแล้ว ยังมีสารประกอบจากพืชที่มีประโยชน์ที่เรียกว่า “โพลีฟีนอล” (Polyphenols) โดยเฉพาะกลุ่ม “คาเทชิน” (Catechins) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของหลอดเลือดให้แข็งแรง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพหัวใจและไต
ชาเขียวมีคาเฟอีนประมาณ 29 มิลลิกรัมต่อถ้วย ซึ่งน้อยกว่ากาแฟอย่างมาก จึงอาจเป็นเครื่องดื่มยามเช้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน
4. ชาดำ
ชาดำช่วยเติมน้ำให้ร่างกายและมีสาร “ฟลาโวนอยด์” (Flavonoids) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระจากพืชที่เชื่อมโยงกับการมีสุขภาพหัวใจและไตที่ดีขึ้น
ผลการศึกษาในปี 2023 พบว่าผู้ที่ดื่มชามีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะไตวายเฉียบพลันต่ำกว่า โดยประโยชน์สูงสุดพบในกลุ่มที่ดื่มประมาณ 3.5 ถ้วยต่อวัน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยนี้เป็นการศึกษาเชิงสังเกต จึงไม่ได้พิสูจน์โดยตรงว่าชาเป็นสาเหตุหลักของประโยชน์ดังกล่าว
นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ว่าการดื่มชาดำมีความเชื่อมโยงกับความดันโลหิตที่ลดลง ซึ่งช่วยให้ไตทำงานได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ชาดำมีคาเฟอีนประมาณ 47 มิลลิกรัมต่อถ้วย การดื่มในช่วงเช้าจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน
5. สมูทตี้ (Smoothie)
สมูทตี้สามารถช่วยบำรุงสุขภาพไตได้ทางอ้อม โดยช่วยให้คุณสร้างสรรค์มื้อเช้าที่อุดมด้วยใยอาหาร (ไฟเบอร์)
งานวิจัยชี้ว่าอาหารที่มีไฟเบอร์สูงมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคไตเรื้อรังที่ลดลง อาหารที่มีไฟเบอร์สูง เช่น ผลไม้ตระกูลเบอร์รี, อะโวคาโด, อินทผลัม, เมล็ดเจีย และเมล็ดแฟลกซ์ ยังช่วยส่งเสริมระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลให้อยู่ในเกณฑ์ดี
หากคุณต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยสมูทตี้ ควรทำเองด้วยวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น ผลไม้ ผัก และเมล็ดพืช ต่างๆ แทนการซื้อสมูทตี้สำเร็จรูปตามร้านค้า เนื่องจากสมูทตี้สำเร็จรูปอาจมีน้ำตาลเติมแต่งหรือส่วนผสมที่ผ่านการแปรรูปสูง
6. นมถั่วเหลืองไม่หวาน
การเริ่มต้นวันใหม่ด้วยนมถั่วเหลืองสูตรไม่หวานเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยดูแลสุขภาพไตได้
นมถั่วเหลืองอุดมไปด้วยโปรตีนจากพืช ซึ่งช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น การอิ่มนานขึ้นนี้ช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งเป็นวิธีสำคัญในการป้องกันโรคไตเรื้อรัง โดยทั่วไป งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าการได้รับโปรตีนจากพืชในปริมาณสูงอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคไตเรื้อรังลงได้ถึง 23%
นอกจากนี้ นมถั่วเหลืองยังมีสาร “ไอโซฟลาโวน” (Isoflavones) ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่ช่วยบำรุงสุขภาพหัวใจ
*หมายเหตุ: สำหรับผู้ที่เป็นโรคไตอยู่แล้ว สิ่งสำคัญคือควรปรึกษาแพทย์ก่อนเพิ่มนมถั่วเหลืองในมื้ออาหาร เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้มีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส ซึ่งอาจไม่ปลอดภัยขึ้นอยู่กับระดับการทำงานของไตในแต่ละบุคคล
7. คีเฟอร์ (Kefir / นมหมัก)
คีเฟอร์เป็นเครื่องดื่มลักษณะคล้ายโยเกิร์ตที่มีโปรตีน แคลเซียม และแบคทีเรียชนิดดีที่เรียกว่า “โพรไบโอติกส์” (Probiotics)
งานวิจัยชี้ว่าอาหารและเครื่องดื่มหมักอย่างคีเฟอร์อาจช่วยส่งเสริมไมโครไบโอมในลำไส้ (Gut Microbiome) ให้สมดุลและแข็งแรงยิ่งขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจในความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพลำไส้และสุขภาพไต (แกนลำไส้-ไต หรือ Gut-Kidney Axis)
ในขณะนี้ งานวิจัยพบว่าการบริโภคโยเกิร์ต โพรไบโอติกส์ หรืออาหารอื่นๆ ที่มีจุลินทรีย์ที่มีชีวิตในปริมาณที่มากขึ้น มีความสัมพันธ์กับโอกาสการเกิดโรคไตเรื้อรังที่ลดลง
เครื่องดื่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือจำกัด
งานวิจัยชี้ว่าการดื่มเครื่องดื่มเติมน้ำตาลเป็นประจำมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคไตเรื้อรังที่สูงขึ้น ควรพยายามลดเครื่องดื่มต่อไปนี้ให้ได้มากที่สุด:
- น้ำอัดลม น้ำผลไม้ และเครื่องดื่มเติมน้ำตาลอื่นๆ
- ชาและกาแฟปรุงรสหวาน
- เครื่องดื่มชูกำลัง
- สมูทตี้ที่มีการเติมน้ำตาล หรือใส่น้ำผลไม้ในปริมาณมาก
ข้อควรระวัง: หากคุณมีภาวะโรคไตเรื้อรัง ความต้องการด้านน้ำและสารอาหารของคุณอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนปรับเปลี่ยนปริมาณการดื่มน้ำหรือเครื่องดื่มต่างๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 15/10/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 65,650.00 | 65,850.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,244.00 | 64,339.04 | 66,650.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 3,819.60 | 57,905.14 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,395.20 | 51,471.23 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 1,909.80 | 28,952.57 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,485.40 | 22,518.66 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,397.93 | 66,672.62 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 15/10/2569
| ประเภทน้ำมัน | ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 41.44 | 41.44 | 41.94 | 41.44 | 41.44 | 41.44 | 41.44 | 41.44 | 41.44 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 41.07 | 41.07 | 41.57 | 41.07 | 41.07 | 41.07 | 41.07 | 41.07 | 41.07 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 35.69 | 35.69 | 35.89 | 35.69 | – | 35.69 | 35.69 | 35.69 | 35.69 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 31.63 | 31.63 | – | – | – | – | – | – | 31.63 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 47.79 | 49.29 | 51.84 | – | – | – | – | – | 47.79 |
| เบนซิน 95 | 50.43 | – | – | 50.01 | – | 50.93 | 50.58 | – | 50.43 |
| ดีเซล | 42.94 | 42.94 | 42.94 | 42.94 | 42.94 | 42.94 | 42.94 | 42.94 | 42.94 |
| ดีเซล B20 | 37.19 | 37.19 | 37.19 | 37.19 | – | 37.19 | 37.19 | 37.19 | 37.19 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 50.05 | 50.05 | 51.84 | 50.05 | – | – | – | – | 50.05 |
| แก๊ส NGV | 20.00 | – | – | – | – | – | – | – | 20.00 |







