สาระน่ารู้ประจำวันที่ 1 กันยายน 2569

‘ดิ เอราวัณ กรุ๊ป’ ดันแบรนด์ ‘ฮ็อป อินน์’ โตต่อ ขยายเน็ตเวิร์ก ‘ไทย-ฟิลิปปินส์-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้’

บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า แผนการพัฒนาในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 บริษัทฯ มีแผนเปิดให้บริการ “โรงแรมบัดเจ็ท” แบรนด์ “ฮ็อป อินน์” (HOP INN) ในประเทศไทยเพิ่มเติมอีก 6 โรงแรม

โดย ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 บริษัทฯ มีโรงแรมที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในประเทศไทยและต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 14 โรงแรม ซึ่งรวมถึงการพัฒนาโรงแรมระดับกลางถึงระดับประหยัดบริเวณแนวรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีพร้อมพงษ์และสถานีอโศก ที่บริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญาเช่าที่ดินระยะยาวเรียบร้อยแล้ว

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าปรับปรุงโรงแรมระดับ 5 ดาวถึงระดับประหยัด เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป การลงทุนในโรงแรมระดับกลางถึงระดับประหยัด รวมถึงโรงแรมระดับบัดเจ็ท ยังคงเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์การเติบโตของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มสัดส่วนรายได้และกำไรที่เกิดจากฐานลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นการสนับสนุนการเติบโตที่มีเสถียรภาพในระยะยาว

อภิญญา งามอภิชน รองกรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่การเงิน ERW รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยด้วยว่า สำหรับผลการดำเนินงานเฉพาะโรงแรมในเครือฮ็อป อินน์ ในไตรมาส 2/69 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น 1% เมื่อไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเพิ่มขึ้น 1% และ 2% ตามลำดับ สะท้อนถึงดีมานด์พื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระดับที่ดีของกลุ่มโรงแรม อย่างไรก็ตาม ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักตามที่รายงานปรับลดลง 3% และ 2% ตามลำดับ อันเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินท้องถิ่น

ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานได้รับแรงสนับสนุนจากความต้องการเดินทางภายในประเทศที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น ขณะที่ดีมานด์จากนักท่องเที่ยวต่างชาติในเกาหลีใต้ยังคงแข็งแกร่ง และช่วยสนับสนุนให้โรงแรมฮ็อป อินน์ เกาหลีใต้ มีผลการดำเนินงานดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ในไตรมาส 1 ที่เปิดให้บริการเต็มไตรมาส

เมื่อเจาะแต่ละจุดหมายปลายทาง พบว่ากลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ใน “ประเทศไทย” ไตรมาส 2/69 เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีที่แล้ว มีอัตราการเข้าพักทรงตัว ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกภูมิภาค ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโตในระหว่างไตรมาส โดยภาคใต้เป็นภูมิภาคที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่นที่สุด และเติบโตในทุกตัวชี้วัดหลัก

ทั้งนี้โรงแรมที่เปิดให้บริการใหม่ยังคงมีผลการดำเนินงานเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ โดยมีอัตราการเข้าพักอยู่ในระดับใกล้เคียงกับโรงแรมที่เปิดดำเนินงานเต็มรูปแบบแล้ว แม้อัตราการเข้าพักจะได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนด้าน “ภูมิรัฐศาสตร์” ในเดือน เม.ย. แต่ความต้องการเดินทางได้ทยอยฟื้นตัวขึ้นตลอดช่วงที่เหลือของไตรมาส

กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ในประเทศ “ฟิลิปปินส์” ไตรมาส 2/69 มีอัตราการเข้าพักอยู่ในระดับทรงตัว ขณะที่ ค่าห้องพักเฉลี่ยในสกุลเงินท้องถิ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในทุกพื้นที่ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักเติบโต โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากการเดินทางภายในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อน ซึ่งช่วยชดเชยความต้องการที่อ่อนตัวลงจากกลุ่มลูกค้าองค์กร และกลุ่ม MICE (ประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า)

ภาคการท่องเที่ยวของฟิลิปปินส์ยังคงปรับตัวได้ดีในระหว่างไตรมาส โดยจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติยังคงเพิ่มขึ้น ขณะที่กลุ่มโรงแรมได้รับประโยชน์จากการเติบโตของนักท่องเที่ยวจีนและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ความต้องการเดินทางเริ่มชะลอตัวลงในช่วงปลายไตรมาส จากค่าโดยสารเครื่องบินที่ปรับตัวสูงขึ้นและความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันบรรยากาศการท่องเที่ยว ส่งผลให้ผลการดำเนินงานในเดือน มิ.ย. อ่อนตัวลง เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. และ พ.ค. ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักที่รายงานได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับเงินเปโซฟิลิปปินส์

ด้านกลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ใน “ญี่ปุ่น” ไตรมาส 2/69 มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าห้องพักเฉลี่ยปรับตัวลดลง ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักลดลง แม้เมื่อพิจารณาในสกุลเงินท้องถิ่น ทั้งนี้ค่าห้องพักเฉลี่ยและรายได้เฉลี่ยต่อ ห้องพักที่รายงานปรับลดลงเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าของเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินบาท การเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพักได้รับแรงสนับสนุนจากกลยุทธ์การสร้างดีมานด์อย่างมีประสิทธิภาพของบริษัทฯ ซึ่งมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศมากขึ้น ขณะที่ความต้องการจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติอ่อนตัวลง โดยเฉพาะจากประเทศไทย ออสเตรเลีย และสิงคโปร์ แม้จะได้รับแรงสนับสนุนจากฤดูกาลท่องเที่ยวฤดูใบไม้ผลิ แต่ความต้องการในเดือน เม.ย. กลับอ่อนตัวลงจากปีก่อน

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การมุ่งเน้นลูกค้าภายในประเทศช่วยสนับสนุนให้ผลการดำเนินงานในเดือน พ.ค. และ มิ.ย. ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตราการเข้าพักโดยรวมเติบโตในระหว่างไตรมาส นอกจากนี้การอ่อนตัวอย่างต่อเนื่องของจำนวน “นักท่องเที่ยวจีน” ยังส่งผลให้การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้นและจำกัดการเติบโตของค่าห้องพักเฉลี่ย

ขณะที่กลุ่มโรงแรม ฮ็อป อินน์ ใน “เกาหลีใต้” ไตรมาส 2/69 ได้เปิดดำเนินงานเต็มไตรมาสเป็นครั้งแรก และมีอัตราการเข้าพักและค่าห้องพักเฉลี่ยสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักของความต้องการเข้าพัก และมี “นักท่องเที่ยวจีน” เป็นกลุ่มลูกค้าหลัก รองลงมาคือ ญี่ปุ่น ฮ่องกง และไต้หวัน

จากผลการดำเนินงานสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติของประเทศเกาหลีใต้ โดยมีแรงหนุนจากการขยายระยะเวลาการยกเว้น K-ETA ไปจนถึงสิ้นปี 2569 การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวแบบกลุ่มจากประเทศจีนและตลาดหลักในเอเชีย รวมถึงความนิยมของกระแสวัฒนธรรมเกาหลี “K-Culture” ที่ยังคงต่อเนื่อง ซึ่งช่วยให้โรงแรมมีผลการดำเนินงานดีกว่าที่บริษัทฯ คาดการณ์ไว้

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


สิงห์ เอสเตทจับมือ UOB ปั้นบ้านหรู สู่เกมสร้าง-ส่งต่อความมั่งคั่ง

  • สิงห์ เอสเตท ร่วมมือกับธนาคาร UOB เปิดตัวแคมเปญ “Legacy Wealth Edition” เพื่อเชื่อมโยงการซื้อบ้านหรูกับการบริหารและส่งต่อความมั่งคั่ง
  • มอบสิทธิประโยชน์ทางการเงินแก่ลูกค้า เช่น อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านพิเศษ 1.90% ใน 3 ปีแรก เครดิตเงินคืนสูงสุด 500,000 บาท และโอกาสยกระดับสู่ลูกค้า UOB Privilege Banking
  • มีเป้าหมายเปลี่ยนการซื้อบ้านให้เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว สร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตั้งแต่การอยู่อาศัยไปจนถึงการส่งต่อมรดก
  • สะท้อนการแข่งขันในตลาดอสังหาฯ ลักชัวรีที่เปลี่ยนจากการขาย “ตัวบ้าน” ไปสู่การสร้าง “Ecosystem” ที่ตอบโจทย์ชีวิตและความมั่งคั่งของลูกค้า

ตลาดอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีกำลังขยับจากการแข่งขันด้วย “ตัวบ้าน” ไปสู่การแข่งขันด้วย “ประสบการณ์และบริการหลังการขาย” โดยเฉพาะในวันที่ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งไม่ได้มองบ้านเพียงในฐานะสินทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตความมั่งคั่งและแผนชีวิตในระยะยาว

ภาพดังกล่าวสะท้อนผ่านความร่วมมือระหว่าง สิงห์ เอสเตท และ ธนาคารยูโอบี ที่เปิดตัวแคมเปญ “Singha Estate x UOB Wealth: Legacy Wealth Edition” ภายใต้แนวคิด “Elevating Wealth. Defining Legacy.” โดยนำจุดแข็งของธุรกิจที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรีมาผสานเข้ากับความเชี่ยวชาญด้าน Wealth Management

โจทย์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มยอดขายบ้าน แต่คือการเปลี่ยน “ลูกค้าซื้อบ้าน” ให้กลายเป็น “ลูกค้าระยะยาว” ที่ได้รับการดูแลทั้งด้านการอยู่อาศัย การเงิน การลงทุน และการส่งต่อความมั่งคั่ง

จากบ้านสู่ Wealth & Legacy Experience

ณัฐวุฒิ มัธยมจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการพัฒนาธุรกิจพักอาศัย บริษัท สิงห์ เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นการต่อยอดจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยสู่ “Wealth & Legacy Experience” เปิดโอกาสให้ลูกค้าของทั้งสององค์กรเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงทั้งการอยู่อาศัยและการบริหารความมั่งคั่งกลุ่มเป้าหมายไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะผู้ซื้อบ้านรายใหม่ แต่ครอบคลุมลูกบ้านปัจจุบันของสิงห์ เอสเตท รวมถึงลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของ UOB

นัยสำคัญจึงอยู่ที่การขยายเส้นทาง Customer Journey จากเดิมที่ความสัมพันธ์อาจสิ้นสุดลงหลังการโอนกรรมสิทธิ์ ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องตลอดช่วงเวลาที่ลูกค้าเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ระดับบน โมเดลนี้สะท้อนการแข่งขันรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้วัดกันเพียงทำเล ดีไซน์ หรือคุณภาพโครงการ แต่รวมถึงความสามารถในการสร้าง Ecosystem ที่ตอบโจทย์ “ชีวิตและความมั่งคั่ง” ของลูกค้าไปพร้อมกัน

3 แกนยุทธศาสตร์ เชื่อม “บ้าน-เงิน-มรดก”


แคมเปญ “Legacy Wealth Edition” ถูกวางผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่ Wealth Access, Beyond Living และ Legacy Community ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมประสบการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์เข้ากับบริการทางการเงินอย่างเป็นระบบ

  • Wealth Access เปิดประตูสู่ Wealth Management

แกนแรกมุ่งทำให้ลูกค้าเข้าถึงบริการบริหารความมั่งคั่งได้ง่ายขึ้น โดยลูกค้าที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยหรือสินเชื่อรีไฟแนนซ์กับ UOB และมีสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหาร (AUM) ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด สามารถรับสิทธิ์ยกระดับเป็นสมาชิก UOB Privilege Banking หรือ UOB Wealth Banking

มิติที่น่าสนใจคือ การนำ “สินเชื่อบ้าน” ซึ่งเป็นธุรกรรมขนาดใหญ่ของลูกค้า มาต่อยอดสู่ความสัมพันธ์ด้านการบริหารสินทรัพย์ ทำให้การซื้อบ้านไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงธุรกรรมครั้งเดียว แต่เป็นประตูไปสู่บริการทางการเงินในระดับที่ลึกขึ้น

  • Beyond Living เติมมูลค่าให้มากกว่าตัวบ้าน

อีกแกนสำคัญคือการเชื่อมสิทธิประโยชน์ด้านสินเชื่อเข้ากับการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย 

ลูกค้า UOB Privilege Banking ที่ซื้อบ้านหรือรีไฟแนนซ์กับสิงห์ เอสเตท จะได้รับอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านเฉลี่ย 3 ปีแรก 1.90% ต่อปีครอบคลุมโครงการที่อยู่อาศัยของสิงห์ เอสเตท พร้อมสิทธิ์สมัครบัตรเครดิต UOB Infinite เมื่อได้รับอนุมัติวงเงินสินเชื่อซื้อบ้านหรือรีไฟแนนซ์ตั้งแต่ 30 ล้านบาทขึ้นไป ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ขณะเดียวกัน ลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของ UOB ที่เลือกซื้อโครงการของสิงห์ เอสเตท จะได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น เครดิตเงินคืนสูงสุด 500,000 บาท และฟรีค่าส่วนกลางสูงสุด 3 ปี รวมถึงการดูแลจากทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินและการลงทุนส่วนบุคคล

สิทธิประโยชน์เหล่านี้สะท้อนแนวคิด “Beyond Living” ที่ต้องการขยายคุณค่าจากตัวสินค้าไปสู่บริการและประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในมิติการเงิน

  • Legacy Community สร้างความสัมพันธ์จากรุ่นสู่รุ่น

แกนสุดท้ายคือการวางฐานความสัมพันธ์ในระยะยาว ตั้งแต่สินเชื่อเพื่อซื้อบ้านสำหรับลูกค้าใหม่ ไปจนถึงโอกาสในการรีไฟแนนซ์สำหรับลูกบ้านเดิมพร้อมเชื่อมต่อบริการ Wealth Management ทั้งทีมที่ปรึกษาการลงทุนส่วนบุคคล โซลูชันทางการเงินระดับสากล และเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้ากลุ่มมั่งคั่งของ UOB

เมื่อมองในมุมธุรกิจ “Legacy Community” จึงไม่ได้หมายถึงเพียงชุมชนของลูกบ้าน แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่สามารถดูแลลูกค้าได้ต่อเนื่อง และมีโอกาสขยายความสัมพันธ์ไปสู่การบริหารความมั่งคั่งและการส่งต่อทรัพย์สินในอนาคต

บ้านกลายเป็น “สินทรัพย์ตั้งต้น” ของแผนความมั่งคั่ง

นายยุทธชัย เตยะราชกุล กรรมการผู้จัดการ บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนแนวทางการดูแลลูกค้าแบบองค์รวมที่เชื่อมโยงการใช้ชีวิตกับการบริหารความมั่งคั่งในมุมของธนาคาร ที่อยู่อาศัยไม่ได้เป็นเพียงทรัพย์สินสำคัญของชีวิต แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนความมั่งคั่งระยะยาว โดย UOB ต้องการสนับสนุนลูกค้าในทุกช่วงชีวิตผ่านโซลูชันทางการเงินและการบริหารสินทรัพย์ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล

แนวคิดนี้ทำให้ความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีความหมายมากกว่าการจับคู่เพื่อทำสินเชื่อบ้าน เพราะสามารถเชื่อมตั้งแต่การ “สร้างความมั่งคั่ง” ไปจนถึง “รักษาและส่งต่อความมั่งคั่ง”

เกมใหม่ของอสังหาฯ ลักชัวรี แข่งขันด้วย Ecosystem

สำหรับสิงห์ เอสเตท การขยับครั้งนี้สะท้อนทิศทางการขยายบทบาทจาก “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์” ไปสู่การเป็นผู้สร้างประสบการณ์ตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของบ้านโดยเฉพาะในตลาดลักชัวรีที่ฐานลูกค้ามีศักยภาพทางการเงินสูง การสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวอาจมีมูลค่ามากกว่าการปิดการขายโครงการหนึ่งครั้ง

ความร่วมมือกับ UOB จึงเป็นการนำฐานลูกค้าของสององค์กรมาเชื่อมต่อกัน ขณะเดียวกันก็เปิดช่องให้สิงห์ เอสเตท ดูแลลูกบ้านเดิมต่อเนื่อง และสร้างโอกาสเข้าถึงกลุ่มลูกค้ามั่งคั่งของธนาคาร

เป้าหมายสุดท้ายคือการทำให้ “Home Ownership” ไม่ใช่ปลายทางของการซื้ออสังหาริมทรัพย์ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ยาวกว่าเดิม ตั้งแต่การอยู่อาศัย การจัดการสินทรัพย์ ไปจนถึงการวางแผนส่งต่อความมั่งคั่ง


สำหรับแคมเปญ “Singha Estate x UOB Wealth: Legacy Wealth Edition” ลูกค้าสามารถติดต่อรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษและสิทธิประโยชน์จากโครงการได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธันวาคม 2569 และจดจำนองภายใน 29 มกราคม 2570 โดยสิทธิประโยชน์ ผลิตภัณฑ์ และบริการต่างๆ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ธนาคารและบริษัทกำหนด

ทั้งนี้ ผู้กู้ควรกู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว โดยอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญาปัจจุบันอยู่ระหว่าง 4.614%-4.696% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าแต่ละรายอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไขการกู้ยืม ขณะที่อัตราดอกเบี้ยลอยตัวสามารถปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ก.ล.ต. จ่อเปิดทางลงทุน “อนุพันธ์คริปโท” ต่างประเทศ วางเกณฑ์คุมเสี่ยง

  • ก.ล.ต. เปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์การลงทุนในอนุพันธ์สินทรัพย์ดิจิทัล (DA derivatives) ในต่างประเทศ
  • กำหนดเงื่อนไขสำหรับนักลงทุนทั่วไปและรายใหญ่ โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีลักษณะคล้ายกับที่ซื้อขายในไทย และต้องเทรดผ่านศูนย์ซื้อขายที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ
  • อนุพันธ์ฯ ที่มีความเสี่ยงสูงหรือซับซ้อนซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ข้างต้น จะจำกัดการให้บริการเฉพาะนักลงทุนสถาบันเท่านั้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการปรับปรุงหลักเกณฑ์การพาลูกค้าไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อรองรับการให้บริการสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นสินค้าอ้างอิง (Digital Asset Derivatives) หรือ “DA derivatives” ให้เหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ

ตามที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนดให้สินทรัพย์ดิจิทัล ได้แก่ คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัล เป็นสินค้าและตัวแปรอ้างอิงเพิ่มเติมภายใต้พระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546* เพื่อยกระดับการพัฒนาตลาดอนุพันธ์ของไทย และผู้ประกอบธุรกิจให้บริการภายใต้การกำกับดูแลที่เหมาะสม

โดย ก.ล.ต. อยู่ระหว่างหารือร่วมกับบริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (TFEX) เพื่อกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนดของสัญญา (contract specifications) สำหรับ DA derivatives ให้เหมาะสม สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ และเพื่อรองรับการพาลูกค้าไปลงทุน DA derivatives ในต่างประเทศ  

ทั้งนี้ ในปัจจุบันผู้ประกอบธุรกิจสามารถพาลูกค้า ได้แก่ ผู้ลงทุนทั่วไป (retail investor) และผู้ลงทุนรายใหญ่ (High Net Worth : HNW) ไปลงทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่างประเทศได้เฉพาะกรณีที่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีลักษณะและเงื่อนไขทำนองเดียวกับที่สามารถซื้อขายในประเทศไทยได้

อย่างไรก็ดี DA derivatives ในต่างประเทศมีรูปแบบที่หลากหลายและมีระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน ก.ล.ต. จึงเห็นควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การพาลูกค้าไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อรองรับ DA derivatives เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะของผลิตภัณฑ์และคุ้มครองผู้ลงทุนอย่างเพียงพอ

โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้

(1) กำหนดลักษณะและเงื่อนไขสำหรับการให้บริการ DA derivatives ต่างประเทศแก่ผู้ลงทุนทั่วไป ผู้ลงทุนรายใหญ่ และผู้ลงทุนรายใหญ่พิเศษ (Ultra High Net Worth : UHNW) โดยผลิตภัณฑ์ต้องมีลักษณะและเงื่อนไขสำคัญสอดคล้องกับ DA derivatives ที่ซื้อขายในประเทศไทย เช่น สินทรัพย์ดิจิทัลที่ใช้อ้างอิง อายุสัญญา อัตราทด (leverage) และวิธีการส่งมอบหรือชำระราคา

รวมทั้งต้องซื้อขายผ่านศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ ที่มีการชำระหนี้ผ่านสำนักหักบัญชีกลาง (Central Counterparty : CCP) และศูนย์ซื้อขายสัญญาฯ ดังกล่าวต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานกำกับดูแลที่เป็นสมาชิกของ International Organization of Securities Commissions (IOSCO) โดยต้องเป็นพหุภาคีประเภท Signatory A หรือเป็นสมาชิกของ World Federation of Exchanges (WFE) 

(2) กรณี DA derivatives ต่างประเทศที่มีลักษณะนอกเหนือจากข้อ (1) ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการได้เฉพาะผู้ลงทุนสถาบัน (Institutional Investor : II) เท่านั้น เนื่องจากเป็นผู้ลงทุนที่มีศักยภาพในการประเมินและบริหารความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูงได้มากกว่า

ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่เอกสารรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักการดังกล่าวไว้บนเว็บไซต์ ก.ล.ต. และระบบกลางทางกฎหมาย โดยผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่เว็บไซต์ หรือทาง e-mail : sukritta@sec.or.th หรือ ekarit@sec.or.th จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

หมายเหตุ : * ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 2/2569 เรื่อง การกำหนดประเภทสินค้าและตัวแปรเพิ่มเติม ลงวันที่ 5 มีนาคม 2569

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


วาระแห่งชาติ! “ตำนานกัปตันทีมจีน” ยอมรับชี้จุดเด่น “ทีมสาวไทยชุดนี้” ทำแพ้คาบ้าน

ถือเป็นเกมที่สร้างความสั่นสะเทือนในวงการลูกยางแดนมังกรทีเดียวกับความพ่ายแพ้ของ ทีมวอลเลย์บอลหญิงจีน ที่มีให้กับ “ทัพนักตบลูกยางสาวไทย” 2-3 เซต พลาดคว้าแชมป์เอเชีย 2026 ทั้งที่ลงเล่นในบ้านตัวเอง

จากความพ่ายแพ้ในเกมดังกล่าวยังทำให้ “ทัพนักตบลูกยางสาวจีน” พลาดคว้าตั๋วเข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2028 แบบอัตโนมัติ ถือเป็นความผิดหวังครั้งใหญ่ของแฟนทั่วประเทศ

ภายหลังจบเกม ฮุย รั่วฉี อดีตนักวอลเลย์บอลสาวทีมชาติจีน ได้ออกมาวิเคราะห์ความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ พร้อมทั้งชี้ว่า ทีมสาวไทยชุดนี้แข็งแกร่งมาก พร้อมทั้งชี้ถึงจุดเด่นที่ทำให้เอาชนะทีมชาติของพวกเขาได้

“ทีมไทย เตรียมตัวมาอย่างดีโดยมีเป้าหมายเพื่อคว้าตั๋วโอลิมปิก พวกเขาทำผลงานได้ดีตลอดทัวร์นาเมนต์ พวกเขาต่อสู้อย่างดุเดือด และแข็งแกร่งกว่าเราชัดเจน”

“จุดเด่นของทีมไทยชุดนี้คือมีการเล่นที่หลากหลาย โจมตีหลายทิศทางเพื่อเจาะบล็อกเรา ทำให้ ทีมจีน เสียเปรียบบริเวณหน้าเน็ต การเล่นแรลลี่ที่ยาวนานของพวกเขา ทำให้ทีมจีนนั้นเหนื่อยล้ามาก พวกเขาวางแผนทางยุทธวิธีได้เหนือกว่าเรา”

พร้อมกันนี้ อดีตลูกยางสาววัย 35 ปี ชี้ว่าเกมนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับวงการวอลเลย์บอลจีน ที่จะต้องมีการปรับปรุงในเรื่องของการฝึกซ้อม และการสร้างทีมในอนาคตวอลเลย์บอลหญิงจีนวอลเลย์บอลหญิงจีน

“เกมนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่าง ทั้งทางด้านเทคนิค และความแข็งแกร่ง ต่อจากนี้่เราต้องปรับโครงสร้างทีม การฝึกซ้อมในอนาคตจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มข้น และการตอบสนอของการแข่งขันจริง” อดีตกัปตันลูกยางเปิดใจกับ เทนเซนต์ สปอร์ตส์

สำหรับ ฮุย รั่วฉี อดีตกัปตันทีมชาติจีน ได้รับการยกย่องให้เป็นนางฟ้าลูกยางของประเทศ ถือเป็นผู้เล่นประวัติศาสตร์พาทีมคว้าแชมป์เอเชีย 2 สมัย และคว้าเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ เมื่อปี 2016 ก่อนประกาศเลิกเล่นแบบช็อกวงการในปีเดียวกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจพุ่ง แพทย์ชี้พฤติกรรม-บุหรี่ คือตัวร้ายเบอร์ 1

  • สถานการณ์ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดและหัวใจในไทยมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพบในกลุ่มคนอายุน้อยมากขึ้น
  • แพทย์ชี้ ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งคือการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ร่วมกับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น กินเกิน นอนน้อย และความเครียด
  • ความเชื่อที่ว่าการออกกำลังกายหนักจะช่วยป้องกันโรคอาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะการออกกำลังกายที่หักโหมเกินไปอาจทำลายระบบหลอดเลือดฝอยซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของโรคได้

ข้อมูลกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ในปี 2568 ประเทศไทยมีผู้ป่วยสะสมด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดประมาณ 2.6 แสนคน และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับกรมอนามัย รายงานว่า กลุ่มคนอายุ 18-34 ปีมีความชุกของโรคความดันโลหิตสูง โดยมีปัจจัยสำคัญจากพฤติกรรม “กินเกิน-นอนน้อย-เนือยนิ่ง” รวมถึงภาวะอ้วนและการบริโภคโซเดียมเกินมาตรฐาน ทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

นายแพทย์รัตนพันธุ์ อินเจริญศักดิ์ แพทย์ทางด้านโรคหัวใจและหลอดเลือด Longa Heart Health Medical Center (ลองกา อาร์ต เฮลท์ เมดิคัล เซ็นเตอร์) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า สถิติโรคหลอดเลือดและหัวใจ (ส่วนหนึ่งของโรค NCDs) ในปัจจุบันคือวิกฤตการณ์ในประเทศไทย อัตราการเกิดโรคเป็นอันดับ 1 แต่อัตราการเสียชีวิตเป็นอันดับ 2 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยโรคนี้ไม่จำกัดอยู่แค่ในผู้สูงอายุ แต่คนหนุ่มสาวก็ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งความเสี่ยงของเพศชายจะสูงกว่าเพศหญิง เพราะภาวะฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ที่ตกลงไปตามอายุในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพของหลอดเลือดฝอย

ปัจจัยกระตุ้นหลักคือ “ตัวกระตุ้นโรค” 

ตัวการร้ายอันดับหนึ่ง (หัวแถว) ในการเกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจ คือบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า นับได้ว่ามีความรุนแรงและสม่ำเสมอมากกว่าฝุ่น PM 2.5 ถัดมาคือไขมันทรานส์และอาหารแปรรูป (Processed Food) แม้เป็นเพียงส่วนย่อย แต่เรื่อง “การกินเกิน” (ปริมาณอาหาร) และกระบวนการปรุงอาหารล้วนมีส่วนสำคัญ

“โรคนี้หลายคนหลงประเด็น ทั้งสังคมและนโยบายสาธารณะส่วนใหญ่ไปเพ่งเล็งเรื่องคอเลสเตอรอลและไขมัน จนละเลยภาพใหญ่และสาเหตุหลักอย่างบุรี่ ที่ส่งผลต่อคนสูบและคนสูดดม ตลอดจนพฤติกรรมต่างๆ ของคนยุคใหม่ก็พังทลายของระบบซ่อมแซมตัวเอง ยังมี “ความเครียด” ในฐานะตัวการร้ายเงียบที่ทำลายและปิดกั้นการซ่อมแซมร่างกายด้วย”

ออกกำลังกายสุดโต่ง ทำลายรากฐานที่มองไม่เห็น

นายแพทย์รัตนพันธุ์ กล่าวว่า ความเชื่อเดิมที่ว่า “ยิ่งออกกำลังกายเยอะยิ่งแข็งแรง” ป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ ในปัจจุบันอาจตั้งคำถามย้อนกลับไปว่า อดีตนักกีฬาดังและผู้ที่ซ้อมกีฬาหนักเกินไป เช่น มาราธอน หรือกีฬาที่หนักเกินขีดจำกัดของมนุษย์ อาจมีผลกระทบถึงขั้นเสียชีวิต

เพราะบางคนหากมองกายภาพภายนอกจะดูแข็งแรง แต่ระบบซ่อมแซมภายในพังทลายจากการซ้อมที่ฝืนธรรมชาติทำให้ระบบเส้นเลือดฝอย ซึ่งเป็นรากฐานที่มองไม่เห็นขาดการป้องกันและฟื้นฟู กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโรค NCDs ทั้งหมด เช่น เส้นเลือดสมองตีบ หัวใจตีบ เบาหวาน ความดัน ที่มีจุดเริ่มต้นจากความเสียหายสะสมในระดับ “เส้นเลือดฝอย” ก่อนจะแสดงอาการในเส้นเลือดใหญ่

ทั้งนี้ ระบบเส้นเลือดฝอยสามารถสร้างใหม่ งอกใหม่ และซ่อมแซมได้ หากได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอแต่ข้อบกพร่องของการตรวจคัดกรองโรคในปัจจุบันตามมาตรฐานโรงพยาบาลทั่วไปยังไม่สามารถตรวจเชิงลึกได้ ผู้ป่วยที่ดูภายนอกสมบูรณ์แข็งแรงจะไม่แสดงอาการ ดังนั้น ทางเดียวที่จะป้องกันได้ต้องตรวจเฉพาะทาง และหากสงสัยหรือมีพฤติกรรมตามความเสี่ยงควรเร่งตรวจคัดกรองให้เร็วที่สุด เพราะปล่อยไว้และตรวจไม่พบโรคอาจสายเกินไป

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ลอง ‘B20’ ยุคน้ำมันแพง สมรรถนะ การทำงานเครื่องยนต์ ไม่ต่าง B7

ยุคที่น้ำมันมีราคาแพง และผันผวน หลายภาคส่วนมีความพยายามผลักดันให้ลดการใช้พลังงาน รวมถึงการหาพลังงานใหม่ ๆ มาทดแทน รวมถึงไบโอดีเซล B20

ในแวดวงยานยนต์ที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่ดำเนินการกันมากคือ การเน้นการใช้งานรถพลังงานไฟฟ้า หรือ อีวี (EV) ซึ่งก็เป็นหนึ่งในแนวนโบายภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการใช้งานมากขึ้นด้วยเช่นกัน

แต่ก็ทำให้หลายส่วนออกมาติงอยู่บ้างเหมือนกันว่า จริง ๆ แล้ว การประหยัดพลังงาน การลดการพึ่งพาการนำเข้า ไม่จำเป็นต้องเป็น อีวี เสมอไป แต่รถยนต์ระบบเดิม ๆ ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ก็มีความสามารถในการสนับสนุนแนวคิดนี้เช่นกัน

เพราะเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้ดีขึ้น ประหยัดพลังงานมากขึ้น และลดการปล่อยมลพิษลง 

รวมถึงยังสามารถสนับสนุนการใช้พลังงานในประเทศ และเกษตรกรได้อีกทางหนึ่ง ผ่านการใช้แก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอล หรือว่าไบโอดีเซล ที่มาจากผลผลิตภาคการเกษตร

จริง ๆ แล้ว บ้านเราใช้ทั้ง 2 พลังงานนี้มายาวนาน และมีหลายสูตร แต่ช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวในฝั่งของไบโอดีเซลมากกว่า จากทั้งภาครัฐที่ต้องการสนับสนุนการใช้งานดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมากขึ้น ปัจจุบันสูงสุดคือ 20% หรือสูตร B20 

โดยฝั่งผู้จำหน่ายน้ำมันก็มีสถานีที่ให้บริการแล้ว 1,259 สถานี จากข้อมูลของกรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน

ขณะที่ภาคเอกชนก็ขานรับ เห็นได้จากการประกาศรับรองความสามารถในการใช้งานของผลิตภัณฑ์ของกลุ่มรถเครื่องยนต์ดีเซล

ด้านอีซูซุ ก็อออกมาประกาศรับรองทั้งรถปิกอัพ พีพีวี และรถบรรทุก มีทั้งที่ใช้ได้เลย และบางรุ่นต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนบางรายการ 

โดยปิกอัพ ดีแมคซ์ รุ่นปี 2024 ถึงปัจจุบัน ที่เป็นรถมาตรฐานยูโร 5 (Euro 5) สามารถเติมได้ทันที ไม่ต้องทำอะไร

ส่วนใครที่ใช้รถรุ่นปี 2012-2024 มาตรฐานยูโร 3 และ 4 ให้ดูว่ามีสติกเกอร์ดีเซล B20 หรือไม่ ถ้าไม่มีให้จัดการกับ 3 ชิ้นส่วนคือ 

  • เปลี่ยนท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิง 
  • เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิง 
  • ตรวจสอบท่อยางน้ำมันเชื้อเพลิง ถ้าจำเป็นก็ให้เปลี่ยน 

แต่ถ้ามีสติกเกอร์ ไม่ต้องเปลี่ยนท่อไหลกลับที่ถังน้ำมันเชื้อเพลิง

ส่วนรุ่นก่อนปี 2012 ที่เป็นยูโร 1-3 ไม่ต้องไปทำอะไรกับมันครับ ใช้ B20 ไม่ได้

พีพีวี มิว-เซเว่น (MU7) ไม่สามารถใช้ได้ ส่วน มิว-เอ็กซ์​ (MU-X) รุ่นปี 2014-2024 ที่เครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ไม่ว่าจะมีสติกเกอร์หรือไม่ ให้เปลี่ยนกรองน้ำมันเชื้อเพลิง และตรวจสภาพท่องยางน้ำมันเชื้อเพลิง และเปลี่ยนถ้าจำเป็น 

รุ่นปี 2025 ขึ้นไปที่เป็นมาตรฐานยูโร 5 สามารถใช้งานได้ทันที 

ทั้งนี้ปัจจุบัน ราคา B20 ที่ถูกกว่า B7 ลิตรละ 5 บาท (ราคาวันที่ 28 สิงหาคม) น่าจะเป็นสิ่งที่จูงใจผู้ใช้รถดีเซลไม่น้อย และคงไม่เฉพาะกับผู้ใช้งานเชิงพาณิชย์ที่แต่ละวันใช้งานระยะทางไกล ซึ่งจะประหยัดแบบเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนเท่านั้น แต่ผู้ที่ใช้รถในชีวิตประจำวันที่อาจจะใช้งานแต่ละวันไม่มากนัก ก็คงมองอย่างสนใจเช่นกัน 

แต่เข้าใจว่าก็น่าจะมีอยู่ไม่น้อยที่ยังลังเล ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพและสุขภาพของเครื่องยนต์ ซึ่งอันหลังนี้น่าจะมีผลต่อการลังเลมากกว่า 

เพื่อจัดการกับความลังเลนี้ แบรนด์ต่าง ๆ ก็ออกมาให้ข้อมูลด้านต่าง ๆ และในส่วนของอีซูซุ ล่าสุดจัดกิจกรรมทดลองใช้งาน โดยจะวัดความแตกต่างกันทั้งการจับด้วยความรู้สึก และด้วยเครื่องมือ ที่มีชื่อว่า “G-IDSS” ซึ่งเป็นเครื่องมือเฉพาะของอีซูซุที่ใช้สำหรับตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องยนต์ในภาพรวม โดยสามารถตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ได้อย่างละเอียด

การทดลองมีทั้ง ดีแมคซ์ และ มิว-เอ็กซ์ ในส่วนของผมขับ มิว-เอ็กซ์ อาร์เอส ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE

  • กำลังสูงสุด 163 แรงม้า
  • แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร 
  • เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด

มาพร้อมโหมด Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ค่าตัว 1,624,000 บาท (สีเมทัลลิค) และ 1,636,000 บาท (สีขาวมุก)

เส้นทาง “กรุงเทพฯ-แก่งกระจาน เพชรบุรี-กรุงเทพฯ” รวมแล้วกว่า 560 กม. เพราะซอกแซกแถวแก่งกระจาน และรอบ ๆ ซึ่งก็ทำให้ได้เส้นทางที่หลากหลาย ทั้งในเมือง ทางด่วนระหว่างเมือง M81 จากบางใหญ่ไปออกนครปฐม และเส้นทางผ่านป่า ทางเขา ทางโค้ง ทางเนิน ให้เหมือนกับการใช้งานจริง 

จากความรู้สึกในการขับขี่นะครับ ผมว่ามันไม่รู้สึกแตกต่างกับการใช้ B7 โดยเฉพาะเมื่อต้องการพละกำลัง อัตราเร่ง เรียกมาได้แบบไม่มีจังหวะหน่วง คิดช้าทำช้าแต่อย่างใด ยังตอบสนองกับแป้นคันเร่ง และเท้าขวาได้ดี

ดังนั้นจังหวะเร่งแซงก็เป็นไปตามธรรมชาติ และมื่อขับเส้นทางภูเขาก็เช่นกัน การเรียกกำลังหรือเพิ่มความเร็วช่วงปีนไต่ ก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างหรือหน่วงแต่อย่างใด ยังไล่ความเร็วได้เนียน 

ขณะที่ความรู้สึกจากการขับขี่ทั่วไประยะ 560 กม.ทั้งความเร็วสูง ความเร็วต่ำ หรือ ช่วงคลาน ๆ ในสภาพจราจรหนาแน่น และการจอดหยุดนิ่ง เครื่องยนต์ก็เดินได้เรียบร้อยดี ไม่มีอะไร 

ส่วนอัตราสิ้นเปลืองที่ได้ อยู่ที่ 14 กม./ลิตร ถือว่าโอเคครับ 

G-IDSS ที่ตรวจสอบและวิเคราะห์การทำงานของเครื่องยนต์ในภาพรวม โดยอีซูซุ ระบุว่าการทำงานของเครื่องยนต์เป็นปกติ

โดยเครื่องมือนี้สามารถตรวจสอบค่าพารามิเตอร์ต่าง ๆ สามารถดูได้จากส่วนหลัก คือ ความดันน้ำมันเชื้อเพลิงในท่อเรล (FRP) และแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิงในท่อเรลที่ต้องการ หากใกล้เคียงกันหมายความว่าการกรองเชื้อเพลิงปกติดี ไม่เกิดการอุดตัน การชดเชยน้ำมันเชื้อเพลิงทั้ง 4 กระบอกสูบ เพื่อแสดงการชดเชยการทำงานหัวฉีดขณะรอบเดินเบาจังหวะการฉีดน้ำมัน ปริมาณการฉีดน้ำมันเชื้อเพลิง และปริมาณการฉีดน้ำมันของหัวฉีดสถานะของพารามิเตอร์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบ DPD เช่นความดันส่วนต่างของไอเสีย สถานะการกักเก็บ PM อุณหภูมิไอเสีย เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดไม่ผิกปกติแต่อย่างใด

และนี่ก็คงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่อีซูซุจะสื่อสารไปยังลูกค้าเพื่อเปิดใจให้กับทางเลือกที่ประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้มาก แต่ก็มีข้อแนะนำสองสามข้อ 

  • ควรร่นเวลาเปลี่ยนกรองน้ำมันจากทุก 4 หมื่น กม.เป็น 2 หมื่น กม. Zกรองน้ำมันเชื้อเพลิงราคา 410 บาท) 
  • ไม่ควรจอดรถไว้เฉย ๆ นานเกินไป เช่น เกิน 2 เดือน เพราะอาจทำให้เป็นไขได้ และหากใช้งานในพื้นที่ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา มีความเสี่ยงเป็นไขได้เช่นกัน 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


60 แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ ใช้เป็นแคปชั่นไอจี แคปชั่นเฟสบุ๊กเก๋ๆ

แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ สั้นๆ

  • When you’re feeling downie, eat a brownie.

เมื่อคุณรู้สึกหดหู่ ให้กินบราวนี่

  • I am not weird. I’m limited edition.

ฉันไม่ได้แปลก ก็แค่ลิมิเต็ดอิดิชั่นเท่านั้นเอ๊งงง

  • Good food = Good mood.

อาหารอร่อย = อารมณ์ดี

  • Confidence level: Selfie with no filter.

ระดับความมั่นใจ: เซลฟี่แบบไม่มีฟิลเตอร์

  • Life is too short for boring hair.

ชีวิตสั้นเกินไปสำหรับผมที่น่าเบื่อ เปลี่ยนทรงผมใหม่ดีกว่า!

  • Shopping is cheaper than therapy.

การไปช้อปปิ้งถูกกว่าไปหาหมอบำบัดความเครียดอีกจ่ะ

  • Short hair, don’t care.

ผมสั้นอย่าได้แคร์

  • When in doubt, wear red lipstick.

เมื่อไหร่ที่รู้สึกกังวล ทาปากแดงไปเลย

  • Messy bun and having fun.

ผมยุ่งๆ และความสนุกสนาน

  • Food before dudes.

อาหารมาก่อนเพื่อนจ่ะ

  • Caffeine Queen.

ราชินีแห่งวงการคาเฟอีน

  • Just chillin’

แค่ทำใจให้สบาย

  • Age is just a hashtag.

อายุเป็นเพียงแฮชแท็ก

  • Life isn’t perfect. But my Hair is!

ชีวิตไม่เพอร์เฟ็กต์แบบได้ แต่ผมฉันต้องเพอร์เฟ็กต์!

  • Worry less, smile more.

กังวลน้อยลง ยิ้มให้มากขึ้น

  • Keep the Smile On!

ยิ้มเข้าไว้!

  • Current status: Single. Taken. Hungry

สถานะปัจจุบัน: โสด. กิน. หิว

  • Believe in your #selfie.

เชื่อมั่นใน #เซลฟี่ ของคุณ

  • Dance first, think later.

เต้นก่อน คิดทีหลัง

  • Donut worry be happy.

ไม่ต้องกังวล มีความสุข (กับการกินโดนัท) เถอะ เลียนเสียง Donut กับ Don’t

แคปชั่นภาษาอังกฤษสั้นๆ น่ารักๆ

  • Half coffee, half human.

ฉันคือครึ่งกาแฟ ครึ่งคน

  • Game of (ice cream) cones.

นี่มันเกมของไอศครีมโคน (ช่วงเวลาของไอศครีม!)

  • In the mood for noods.

อยู่ในอารมณ์ที่อยากกินก๋วยเตี๋ยว

  • Donut kill my vibe.

เลียนเสียงมาจาก Don’t kill my vibe ใช้ลงกับรูปโดนัทได้เลย!

  • I loaf you so much.

ฉันรักเจ้าขนมปังนี้มาก เลียนเสียง loaf กับ love

  • Today’s the best kind of day.

วันนี้เป็นวันที่ดีที่สุด

  • I believe in pink.

ฉันเชื่อในสีชมพู

  • Dogs are my favorite people.

สุนัขคือคนที่ฉันชอบ

  • Their name is spelled, C – U – T – E.

ชื่อเค้าสะกดว่า คิ้ – ว – ท์

  • Keep calm and party on!

ทำใจร่มๆ และปาร์ตี้ต่อไป!

  • Nobody is perfect. I’m nobody!

ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และฉันคือคนนั้นแหละ!

  • Weekend ready.

พร้อมสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์แล้วจ้า

  • Picture perfect.

รูปที่สมบูรณ์แบบ

  • Another day, another slay.

อีกหนึ่งวันที่ขี้เกียจ

  • Vacation mode: activated.

โหมดวันหยุด: เปิดใช้งาน

  • Home is wherever the food is.

ทุกที่ที่มีอาหารคือบ้าน

  • Weekend, please don’t leave me.

วันหยุดสุดสัปดาห์ ได้โปรดอย่าทิ้งฉันไป

  • Happiness is a new lipstick.

ความสุขก็คือลิปสติกแท่งใหม่นั่นล่ะ

  • Life isn’t perfect but your outfit can be.

ชีวิตไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ชุดของคุณเป๊ะได้

  • The happiest girls always have the prettiest nails.

ผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดมักจะมีเล็บที่สวยที่สุดเสมอ

แคปชั่นน่ารักๆ ภาษาอังกฤษ สำหรับรูปคู่ รูปแฟน

  • Home is where bae is.

บ้านคือที่ที่มีที่รักอยู่ไง

  • You make me hap-pea.

คุณทำให้ฉันมีความสุข

  • You matter to me.

คุณมีความสำคัญกับฉัน

  • Every moment matters.

ทุกช่วงเวลามีความสำคัญ

  • Always better together.

อยู่ด้วยกันดีกว่าเสมอ

  • I love you a latte.

ฉันรักคุณมาก (เลียนเสียงคำว่า a lot เป็น a latte)

  • I love you, even when Im hungry.

ฉันรักคุณแม้ว่าฉันจะหิวแค่ไหนก็ตาม

  • You make my heart skip a beat.

คุณทำให้หัวใจฉันเต้นรัว

  • Falling in love all over again.

ตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า

  • Nothing can replace you!

ไม่มีอะไรมาแทนที่คุณได้!

  • We go together like COPY & PASTE.

เราจะก้าวไปด้วยกัน เหมือนการก้อปและวางนั่นล่ะ

  • My favorite place is inside your hug.

สถานที่โปรดของฉันอยู่ในอ้อมกอดของคุณ

  • One soul, two bodies.

หนึ่งวิญญาณ สองร่าง

  • 50% savage, 50% sweetheart.

50% อาจจะดุหน่อย แต่อีก 50% ก็รักน้า

  • You’re my cutie 🥧

เธอคือแฟนที่น่ารักของฉัน (Cutie pie ใช้เรียกแทนที่รัก น่ารัก)

  • We 🐝-long together.

เราเป็นของกันและกัน (We belong together)

  • The 🍎 of my 👁️ 

คุณคือสิ่งอันเป็นที่รัก แก้วตาดวงใจของฉัน (The apple of my eyes)

  • I love you to the 🌙 and back.

ฉันรักเธอมาก เท่ากับระยะทางจากตรงนี้ไปดวงจันทร์แล้วก็กลับมาอีกรอบเลยล่ะ (I love you to the moon and back)

  • You 💡 up my life.

คุณทำให้ชีวิตฉันสดใส (You light up my life)

  • Every 🍕 me loves every 🍕 you.

ฉันรักทุกอณู ทุกชิ้นส่วนของเธอเลย (Every part of me loves every piece of you)

ขอบคุณข้อมูลจาก women.trueid.net


อยากลดน้ำหนัก ดื่มอะไรดี เครื่องดื่มที่ช่วยคุมแคลอรีได้ง่ายกว่าที่คิด

เวลาพูดถึงการลดน้ำหนัก หลายคนมักให้ความสำคัญกับอาหารจานหลัก แต่สิ่งหนึ่งที่อาจทำให้พลังงานรวมในแต่ละวันเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัวคือ “เครื่องดื่ม”

น้ำหวาน ชานม กาแฟใส่น้ำตาล น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่เติมไซรัป อาจมีน้ำตาลและพลังงานไม่น้อย แม้จะไม่ได้ทำให้รู้สึกอิ่มเท่ากับการกินอาหารเป็นมื้อ

ดังนั้น หากกำลังลดน้ำหนัก การเปลี่ยนจากเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลไปเป็น เครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาลหรือมีพลังงานต่ำ เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องตัดอาหารทุกอย่างออกจากชีวิต

แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า ไม่มีเครื่องดื่มชนิดใดที่ดื่มแล้วทำให้น้ำหนักลดได้เองโดยไม่เกี่ยวกับพลังงานรวมและพฤติกรรมการกิน เป้าหมายสำคัญคือเลือกเครื่องดื่มที่ช่วยให้ควบคุมพลังงานได้ง่ายขึ้น

1. น้ำเปล่า ตัวเลือกแรกที่ควรนึกถึง

ถ้าถามว่า “ลดน้ำหนักควรดื่มอะไร?” คำตอบที่เรียบง่ายที่สุดคือน้ำเปล่า

น้ำเปล่าไม่มีพลังงาน และช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำเพียงพอโดยไม่เพิ่มน้ำตาลหรือแคลอรีจากเครื่องดื่ม

ที่สำคัญ หากเคยดื่มน้ำหวานเป็นประจำ การเปลี่ยนบางแก้วในแต่ละวันเป็นน้ำเปล่า สามารถช่วยลดพลังงานส่วนเกินได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนอาหารมื้อหลักทั้งหมด

เคล็ดลับ: หากไม่ชอบน้ำเปล่า ลองดื่มแบบเย็น หรือเพิ่มกลิ่นรสจากมะนาวหรือสมุนไพรโดยไม่เติมน้ำตาล

2. ชาไม่หวาน ทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้รสชาติมากกว่าน้ำเปล่า

ชาเขียว ชาดำ หรือชาสมุนไพรที่ ไม่เติมน้ำตาลและครีม สามารถเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

จุดสำคัญไม่ได้อยู่ที่ชาเป็น “เครื่องดื่มเผาผลาญไขมัน” แต่เป็นเพราะเมื่อไม่เติมน้ำตาล เครื่องดื่มเหล่านี้มีพลังงานต่ำมากหรือแทบไม่มีพลังงาน

ดังนั้น หากปกติดื่มชาหวาน การเปลี่ยนเป็นชาไม่หวานจึงเป็นวิธีลดแคลอรีที่ทำได้ง่าย

จำไว้ว่า “ชาเขียว” ไม่เท่ากับ “ชาเขียวหวาน”

ชื่อเครื่องดื่มเหมือนกัน แต่ปริมาณน้ำตาลและพลังงานอาจแตกต่างกันมาก

3. กาแฟดำ อาจเหมาะกว่ากาแฟหวานในช่วงลดน้ำหนัก

คนที่ดื่มกาแฟทุกวันไม่จำเป็นต้องเลิกกาแฟเพียงเพราะกำลังลดน้ำหนัก

สิ่งที่ควรพิจารณาคือ สิ่งที่เติมลงไปในกาแฟ

กาแฟดำไม่เติมน้ำตาลและครีมมีพลังงานต่ำมากเมื่อเทียบกับกาแฟที่ใส่น้ำตาล นมข้นหวาน ครีม หรือไซรัปหลายชนิด

ดังนั้น การเปลี่ยนจากกาแฟหวานเป็นกาแฟดำ หรือค่อย ๆ ลดความหวานลง อาจช่วยลดพลังงานจากเครื่องดื่มในแต่ละวันได้

อย่างไรก็ตาม คาเฟอีนอาจไม่เหมาะกับทุกคน และไม่ควรใช้กาแฟแทนน้ำหรือใช้เพื่อฝืนไม่กินอาหาร

4. น้ำโซดาแบบไม่เติมน้ำตาล ช่วยเพิ่มความหลากหลาย

สำหรับคนที่เบื่อน้ำเปล่า โซดาเปล่าหรือ sparkling water ที่ไม่มีน้ำตาล อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ

ความซ่าช่วยให้รู้สึกแตกต่างจากการดื่มน้ำธรรมดา โดยไม่ต้องเพิ่มน้ำตาลและพลังงาน

แต่ควรอ่านฉลากให้ดี เพราะเครื่องดื่มที่มีคำว่า “โซดา” หรือ “sparkling” ไม่ได้หมายความว่าไม่มีน้ำตาลทุกชนิด

5. น้ำมะนาวไม่เติมน้ำตาล ดื่มได้ แต่ไม่ได้เผาผลาญไขมัน

น้ำมะนาวเป็นเครื่องดื่มที่หลายคนเข้าใจผิดว่า ช่วยสลายไขมันโดยตรง

ความจริงคือ หากนำน้ำมะนาวมาเติมน้ำเปล่าโดยไม่ใส่น้ำตาล ก็เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานต่ำและช่วยเพิ่มรสชาติให้น้ำดื่มง่ายขึ้น

ประโยชน์สำหรับคนลดน้ำหนักจึงอยู่ที่ การใช้แทนเครื่องดื่มหวาน มากกว่าการคาดหวังว่าจะช่วยเผาผลาญไขมัน

และถ้าเติมน้ำตาล น้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อมจำนวนมาก เครื่องดื่มที่ดูเหมือนสุขภาพดีก็สามารถเพิ่มแคลอรีได้เช่นกัน

6. นมและนมทางเลือก ต้องดูฉลากก่อนเลือก

นมมีสารอาหารที่มีประโยชน์ เช่น โปรตีนและแคลเซียม แต่สำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนักควรพิจารณา พลังงานและน้ำตาลที่เติมเพิ่ม

นมรสหวานหรือนมปรุงแต่งบางชนิดอาจมีน้ำตาลมากกว่าที่คิด

ส่วนเครื่องดื่มจากพืช เช่น นมถั่วเหลืองหรือนมอัลมอนด์ ควรเลือกสูตร ไม่เติมน้ำตาล และดูข้อมูลโภชนาการประกอบ เพราะแต่ละผลิตภัณฑ์มีส่วนประกอบและพลังงานแตกต่างกัน

7. น้ำผลไม้ไม่ได้เท่ากับ “ผลไม้ทั้งผล”

นี่เป็นจุดที่คนลดน้ำหนักควรระวัง

แม้น้ำผลไม้จะมาจากผลไม้ แต่เมื่อผ่านการคั้นหรือแปรรูปแล้ว เราอาจได้รับน้ำตาลจากผลไม้ในปริมาณมากโดยดื่มได้ง่าย และมักได้รับใยอาหารน้อยกว่าการกินผลไม้ทั้งผล

ถ้าเป้าหมายคือควบคุมพลังงานและเพิ่มความอิ่ม การกินผลไม้ทั้งผลมักเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการดื่มน้ำผลไม้ในปริมาณมาก

โดยเฉพาะน้ำผลไม้ที่เติมน้ำตาล ยิ่งควรจำกัดปริมาณ

8. เครื่องดื่ม 0 แคลอรี ดื่มได้ไหม?

เครื่องดื่มที่ระบุว่า 0 แคลอรีหรือไม่มีน้ำตาล อาจเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการลดการบริโภคน้ำตาลจากเครื่องดื่ม

สรุป: ลดน้ำหนัก ไม่ต้องหา “น้ำวิเศษ” แค่เลือกให้เป็น

หากกำลังลดน้ำหนัก เครื่องดื่มที่ดีที่สุดไม่ได้จำเป็นต้องเป็นเครื่องดื่มที่โฆษณาว่าช่วยเผาผลาญไขมัน แต่ควรเป็นเครื่องดื่มที่ช่วยให้ได้รับน้ำเพียงพอและไม่เพิ่มพลังงานโดยไม่จำเป็น

น้ำเปล่า ชาไม่หวาน กาแฟดำ และเครื่องดื่มที่ไม่เติมน้ำตาล จึงเป็นตัวเลือกที่ช่วยให้ควบคุมแคลอรีได้ง่าย

ส่วนเครื่องดื่มหวานไม่จำเป็นต้องงดตลอดไป แต่ควรลดความถี่ ลดขนาด และดูปริมาณน้ำตาลให้เป็นนิสัย

เพราะบางครั้งการลดน้ำหนักอาจไม่ต้องเริ่มจากการ “อดอาหาร” แต่อาจเริ่มง่าย ๆ จากการเปลี่ยนว่า “วันนี้เราดื่มอะไร” แทนค่ะ

แต่ไม่ควรเข้าใจว่า “0 แคลอรี = ดื่มได้ไม่จำกัด”

สิ่งสำคัญคือดูภาพรวมของอาหารทั้งวัน และไม่ใช้เครื่องดื่มเหล่านี้เป็นข้ออ้างในการกินอาหารพลังงานสูงมากขึ้น

น้ำเปล่ายังคงเป็นตัวเลือกพื้นฐานที่ดีที่สุดสำหรับการดื่มน้ำ

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 1/9/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a69,550.0069,750.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,496.0068,159.3670,550.00
ทองรูปพรรณ 90%4,046.4061,343.42n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,596.8054,527.49n/a
ทองรูปพรรณ 50%2,023.2030,671.71n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,573.6023,855.78n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,659.0770,631.50n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 1/9/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9537.6937.6938.1937.6937.6937.6937.6937.6937.69
แก๊สโซฮอล์ 9137.3237.3237.8237.3237.3237.3237.3237.3237.32
แก๊สโซฮอล์ E2032.6932.6932.8932.6932.6932.6932.6932.69
แก๊สโซฮอล์ E8528.6328.6328.63
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม47.7949.2949.8447.79
เบนซิน 9546.6849.2647.1846.8346.68
ดีเซล38.3938.3938.3938.3938.3938.3938.3938.3938.39
ดีเซล B2033.3933.3933.3933.3933.3933.3933.3933.39
ดีเซลพรีเมี่ยม50.0549.2549.8449.2550.05
แก๊ส NGV16.6616.66
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า