รฟท.นัดถก CP พรุ่งนี้ ชี้ขาด “ไฮสปีดเทรน 3 สนามบิน” หยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์

- กลุ่มซีพี (บริษัท เอเชีย เอราวัน) ได้ยื่นหนังสือขอยกเลิกสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และเตรียมหยุดเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ เนื่องจากข้อขัดแย้งเรื่องการขอเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินจากรัฐ
- รฟท. เตรียมเจรจาหาข้อสรุปชี้ขาดกับซีพีในวันพรุ่งนี้ โดยมีประเด็นสำคัญคือการเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ และการแก้ปัญหาพื้นที่ก่อสร้างทับซ้อนกับโครงการรถไฟไทย-จีน
- ภาครัฐมีแผนสำรองหากซีพีหยุดเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ โดยเตรียมให้บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. (ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง) เข้ามาบริหารจัดการแทนชั่วคราวเพื่อไม่ให้กระทบประชาชน
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ภายหลังการหารือร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการดำเนินงานโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ขณะนี้บริษัทเอเชีย เอราวัน จำกัด (กลุ่มซีพี) ได้มีการทำหนังสือขอใช้สิทธิสิ้นสุดสัญญาโครงการฯและสิ้นสุดการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มายัง รฟท.ในครั้งแรก เป็นเหตุให้ทางรฟท.ได้เชิญเอกชนร่วมหารือเพื่อขอให้ถอนหนังสือยกเลิกสัญญาออกไปก่อน
แต่ทางเอกชนกลับมีการส่งหนังสือเพื่อยืนยันความประสงค์ในการขอเลิกสัญญาอีกครั้ง ฉบับที่ 2 ตามมาในระยะเวลาเพียง 1-2 วัน โดยระบุว่าเป็นการส่งหนังสือเพื่อรักษาสิทธิ์ของตนเอง แม้ในเนื้อความจะมีความหมายชัดเจนว่าต้องการยุติสัญญาและไม่ไปต่อก็ตาม เบื้องต้นทาง รฟท. ยังไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกสัญญาดังกล่าว
สำหรับปัญหาอุปสรรคสำคัญในการเจรจาจนนำมาสู่สถานการณ์ในปัจจุบันที่ยังไม่ได้ข้อสรุป คือ ข้อเสนอของเอกชนที่ต้องการให้ภาครัฐแก้ไขสัญญาจากเดิมที่เป็นรูปแบบการจ่ายเงิน เมื่อโครงการเสร็จสิ้นก่อสร้างแล้วเสร็จค่อยจ่าย เป็นรูปแบบการจ่ายเงินตามความคืบหน้าของงานสร้างไปจ่ายไป ซึ่งในทางปฏิบัติถือเป็นเรื่องที่ดำเนินงานได้ยากภายใต้กรอบข้อตกลงเดิม
ทั้งนี้จากประเด็นดังกล่าวกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รฟท.ไปเจรจากับเอกชนเพื่อให้ได้ข้อสรุปในวันพรุ่งนี้ 2 ประเด็น ประกอบด้วย ประเด็นแรก การเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ซึ่งตามสัญญาจะสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนนี้ โดยเอกชนมีท่าทีว่าจะหยุดการเดินรถดังกล่าว ทั้งนี้ทางบริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด หรือผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง ยืนยันว่ามีความพร้อมที่จะเข้าดำเนินการต่อได้ทันที หรืออาจจะพิจารณาจ้างเอกชนรายอื่นเข้ามาบริหารจัดการเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) เป็นการชั่วคราวเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน
“ความชัดเจนทั้งหมดในเรื่องแนวโน้มท่าทีของเอกชนว่าจะยอมรับเงื่อนไขใหม่หรือยืนยันหยุดเดินรถ คาดว่าจะได้ทราบผลจากการเจรจาครั้งสำคัญในวันพรุ่งนี้” นายสิริพงศ์ กล่าว
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ภาครัฐยังคงเห็นว่าการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หากให้เอกชนรายเดิมยอมเดินรถต่อไปจนกว่าการเจรจาจะสิ้นสุดลงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด เพราะจะทำให้การบริการมีความต่อเนื่องไร้รอยต่อ แต่หากเอกชนตัดสินใจหยุดเดินรถโดยพลการทั้งที่สัญญายังผูกพันอยู่อาจถือเป็นการผิดสัญญาที่นำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าปรับและค่าเสียหายตามกระบวนการทางกฎหมายแพ่งในอนาคต
ส่วนอีกประเด็น คือ การเร่งรัดงานก่อสร้างสัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง ของโครงการรรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีด) ไทย-จีน ซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนร่วมกับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หากยังหาข้อยุติไม่ได้จะส่งผลให้โครงการรถไฟไทย-จีน ที่ดำเนินการมานานกว่า 10 ปี ไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดได้
รฟท.เตรียมนำข้อเสนอการปรับลดเนื้อเนื้องานบางส่วนออกจากสัญญาเดิมมาเจรจากับเอกชน เพื่อช่วยลดภาระทางการเงินและลดความซับซ้อนของโครงการลง ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เอกชนยอมรับเงื่อนไขและดำเนินงานส่วนนี้ต่อได้
ทั้งนี้รัฐบาลพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อนทั้งในเรื่องการปรับรูปแบบสัญญาและการหาทางออกรอยต่องานก่อสร้าง เพื่อนำข้อสรุปทั้งหมดเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC เพื่อประกอบการตัดสินใจในระดับนโยบายต่อไป
สำหรับหลักการของภาครัฐในการบอกเลิกสัญญา มีเงื่อนไขสำคัญ 4 ประการ ประกอบด้วย 1. ยกเลิกสัญญาโดยความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย 2. ยกเลิกสัญญาโดยการสิ้นสุดครบสัญญา 50 ปี 3. ศาลมีมติสั่งให้ยกเลิกสัญญา และ 4. ภาครัฐเป็นฝ่ายขอยกเลิกสัญญาเอง ซึ่งในขณะนี้ทางกฎหมายยังไม่เข้าข่ายเงื่อนไขการยกเลิกสัญญาฝ่ายเดียวจากเอกชนได้ทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ตลาดสำนักงานกรุงเทพฯ รับอุปทานใหม่ เปลี่ยนจากแข่งพื้นที่สู่แข่งคุณค่า

- ตลาดสำนักงานกรุงเทพฯ มีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดในปริมาณสูง ทำให้การแข่งขันเปลี่ยนจากการเน้นเรื่องพื้นที่และราคา ไปสู่การสร้าง “คุณค่า” เพื่อตอบโจทย์ผู้เช่า
- ผู้เช่าให้ความสำคัญกับอาคารคุณภาพสูงที่มีมาตรฐานด้านความยั่งยืน (ESG) ซึ่งกลายเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกพื้นที่ ไม่ใช่แค่ทางเลือกเสริม
- แนวโน้มการเลือกอาคารคุณภาพสูง (Flight to Quality) ขยายตัวไปยังพื้นที่นอกศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) โดยผู้เช่ามองหาอาคารที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุดโดยไม่จำกัดทำเล
- ความต้องการพื้นที่สำนักงานที่ตกแต่งพร้อมใช้งาน (Fully Fitted) และพร้อมเข้าอยู่ (Ready-to-Occupy) เพิ่มสูงขึ้น เพื่อช่วยผู้เช่าลดต้นทุนและระยะเวลาในการย้ายสำนักงาน
ตลาดสำนักงานกรุงเทพฯ กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ หลังมีอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดในปริมาณสูง ขณะที่ความต้องการเช่ายังคงมีทิศทางแข็งแกร่ง สะท้อนว่าการแข่งขันของตลาดไม่ได้มุ่งอยู่ที่การเพิ่มหรือลดพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่กำลังขยับไปสู่การแข่งขันด้านคุณภาพ ความยืดหยุ่น ความยั่งยืน และความสามารถในการตอบโจทย์ผู้เช่ามากขึ้น
รายงาน Office Property Market Q2 2026 โดย Knight Frank Thailand ระบุว่า ไตรมาส 2 ปี 2569 มีอาคารสำนักงานสร้างเสร็จใหม่เข้าสู่ตลาดพร้อมกัน 5 อาคาร คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 207,000 ตารางเมตร ส่งผลให้อุปทานสำนักงานรวมในกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเป็น 6.75 ล้านตารางเมตร
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีพื้นที่ใหม่เข้าสู่ตลาดจำนวนมาก แต่ประมาณ 39% ของพื้นที่สำนักงานใหม่ได้รับการเช่าล่วงหน้าก่อนเปิดให้บริการ ส่งผลให้การดูดซับพื้นที่สำนักงานสุทธิ (Net Absorption) ในไตรมาสดังกล่าวอยู่ที่ประมาณ 76,000 ตารางเมตร ซึ่งเป็นระดับสูงที่สุดในรอบหลายปี
ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่สำนักงานรวม (Occupancy Rate) ปรับลดลงมาอยู่ที่ 76.4% จากการที่อุปทานใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาดในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ Knight Frank มองว่า การลดลงของอัตราการเช่าไม่ได้สะท้อนว่าความต้องการพื้นที่สำนักงานชะลอตัวลง แต่เป็นผลจากฐานอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะสั้น
อาคารคุณภาพสูงยังได้เปรียบ ความยั่งยืนกลายเป็นปัจจัยจำเป็น
ท่ามกลางอุปทานที่เพิ่มขึ้น ความต้องการของผู้เช่ายังคงมุ่งไปสู่อาคารสำนักงานคุณภาพสูง โดยเฉพาะโครงการที่มีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและได้รับการรับรองด้านความยั่งยืน ซึ่งยังสามารถสร้างการดูดซับพื้นที่เช่าในระดับที่แข็งแกร่ง
ในทางกลับกัน อาคารสำนักงานที่ไม่ได้รับการรับรองด้านสิ่งแวดล้อมยังคงมีการดูดซับพื้นที่เช่าในระดับติดลบ สะท้อนถึงพฤติกรรมของผู้เช่าที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติที่ให้ความสำคัญกับเป้าหมายด้าน ESG รวมถึงประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

แนวโน้มดังกล่าวทำให้มาตรฐานด้านความยั่งยืนของอาคารสำนักงานไม่ได้เป็นเพียงองค์ประกอบเสริมเพื่อสร้างภาพลักษณ์อีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ผู้เช่านำมาใช้ประกอบการตัดสินใจเลือกพื้นที่สำนักงาน
Flight to Quality ขยายตัวสู่ทำเล Non-CBD
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ การเติบโตของความต้องการพื้นที่สำนักงานคุณภาพสูงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะย่านศูนย์กลางธุรกิจ (CBD) อีกต่อไป แม้อาคารสำนักงานใน CBD ยังคงมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง แต่การเพิ่มขึ้นของอาคารสำนักงานมาตรฐานสูงในพื้นที่นอกศูนย์กลางธุรกิจ (Non-CBD) กำลังเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เช่า
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้แนวโน้ม Flight to Quality ขยายขอบเขตจากเดิมที่ผู้เช่ามุ่งย้ายเข้าสู่อาคารสำนักงานใหม่หรือคุณภาพสูงใน CBD ไปสู่การเลือกอาคารที่สามารถตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจได้ดีที่สุดในทุกทำเล โดยไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้เช่าจะย้ายออกจาก CBD
ปัจจัยสำคัญจึงอยู่ที่ความสามารถของอาคารในการนำเสนอคุณภาพและความคุ้มค่าในระดับที่เหมาะสมกับความต้องการของผู้เช่า ไม่ว่าจะตั้งอยู่ใน CBD หรือ Non-CBD

ผู้เช่าต้องการพื้นที่พร้อมใช้ ลดต้นทุน-เวลา
การเปลี่ยนแปลงของความต้องการยังส่งผลโดยตรงต่อรูปแบบการแข่งขันของเจ้าของอาคาร โดยผู้เช่าให้ความสนใจกับพื้นที่สำนักงานที่ตกแต่งพร้อมใช้งาน (Fully Fitted) และพื้นที่ที่สามารถเข้าใช้งานได้ทันที (Ready-to-Occupy Space) มากขึ้น เนื่องจากช่วยลดเงินลงทุนเริ่มต้น (Upfront Capital Expenditure) และลดระยะเวลาในการย้ายสำนักงาน
เจ้าของอาคารจึงเริ่มปรับรูปแบบการนำเสนอจากการให้เช่าพื้นที่เปล่าไปสู่โซลูชันที่ตอบโจทย์มากขึ้น ทั้งรูปแบบ Turnkeyและ Built-to-Suit รวมถึงการทำงานร่วมกับบริษัทออกแบบและก่อสร้าง (Design & Build) เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินธุรกิจของผู้เช่า
รูปแบบดังกล่าวกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน เพราะผู้เช่าไม่ได้พิจารณาเพียงขนาดพื้นที่หรือระดับค่าเช่า แต่ยังให้ความสำคัญกับต้นทุนรวม ระยะเวลาในการเริ่มใช้งาน และความยืดหยุ่นของพื้นที่สำนักงานมากขึ้น
Knight Frank ชี้การแข่งขันวัดกันที่ “คุณค่า” ไม่ใช่แค่ค่าเช่า
นายปัญญา เจนกิจวัฒนาเลิศ หุ้นส่วนและกรรมการบริหาร หัวหน้าฝ่ายพื้นที่สำนักงาน บริษัท ไนท์ แฟรงค์ ประเทศไทย กล่าวว่า ภาพการแข่งขันของตลาดสำนักงานในปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระหว่างอาคารใหม่กับอาคารเก่า หรือระหว่าง CBD กับ Non-CBD แต่เป็นการแข่งขันระหว่างอาคารที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าได้ กับอาคารที่ยังไม่สามารถปรับตัวให้ทันกับความต้องการของตลาด
ผู้เช่าไม่ได้มองหาพื้นที่สำนักงานเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการสภาพแวดล้อมการทำงานที่ช่วยสนับสนุนธุรกิจ ลดต้นทุน เพิ่มความยืดหยุ่น และตอบโจทย์เป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร
นายปัญญากล่าวเพิ่มเติมว่า ในระยะต่อไป การแข่งขันของตลาดจะไม่ได้วัดกันที่ระดับค่าเช่าเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถของอาคารในการสร้างคุณค่าให้กับผู้เช่า โดยอาคารที่สามารถผสานคุณภาพ ความยั่งยืน ความพร้อมในการใช้งาน และประสบการณ์ที่ดีของผู้ใช้อาคารเข้าด้วยกัน จะเป็นกลุ่มที่มีความได้เปรียบ แม้ตลาดยังมีอุปทานใหม่เข้าสู่ระบบอีกจำนวนหนึ่ง

ครึ่งปีหลังจ่อเพิ่มอีก 1.97 แสนตร.ม. ตลาดยังแข่งสูง
สำหรับแนวโน้มครึ่งหลังปี 2569 Knight Frank Thailand คาดว่าจะมีอุปทานสำนักงานใหม่เข้าสู่ตลาดเพิ่มเติมอีกประมาณ 197,000 ตารางเมตร ทำให้การแข่งขันในตลาดยังอยู่ในระดับสูงในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม ปริมาณอุปทานสำนักงานที่อยู่ระหว่างการพัฒนาในอนาคตเริ่มมีแนวโน้มลดลง ขณะที่เศรษฐกิจมีทิศทางทยอยฟื้นตัว ซึ่งเป็นปัจจัยที่อาจช่วยให้ตลาดสำนักงานกรุงเทพฯ ค่อย ๆ ปรับเข้าสู่ภาวะสมดุลมากขึ้น
ภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว อาคารสำนักงานที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้เช่าได้ครบทั้งด้าน คุณภาพ ความยั่งยืน ความยืดหยุ่น และความพร้อมในการใช้งาน มีแนวโน้มเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด ขณะที่การแข่งขันของตลาดในระยะต่อไปจะเปลี่ยนจากการขาย “พื้นที่” ไปสู่การนำเสนอ “คุณค่า” ที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับผู้เช่าได้อย่างแท้จริง
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
หุ้นไทยเปิดตลาดวันนี้ บวก 7.55 จุด รับอานิสงส์ Nvidia-Thailand Focus หนุนหุ้นใหญ่

- ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq 100 ที่พุ่งขึ้นกว่า 1%
- ปัจจัยหลักมาจากหุ้น Nvidia ที่ทะยานขึ้นมากกว่า 4% หลังบริษัทรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
- Nvidia มีรายได้ในไตรมาสล่าสุดเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และคาดการณ์การเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต ซึ่งส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
- หุ้นเทคโนโลยีอื่น ๆ เช่น Salesforce และ Okta ก็ปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งจากผลประกอบการที่ดีเช่นกัน
ฟิวเจอร์สหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นในคืนวันพุธ ขณะที่นักลงทุนประเมินรายงานผลประกอบการล่าสุดของ Nvidia และบริษัทเทคโนโลยีชื่อดังรายอื่น ๆ
ฟิวเจอร์สดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 242 จุด หรือ 0.5% ฟิวเจอร์สดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.6% ขณะที่ฟิวเจอร์สดัชนี Nasdaq 100 พุ่งขึ้น 1.07%
ในเอเชีย ดัชนีนิกเคอิ 225 ของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น 0.49% ขณะที่ดัชนี Topix เพิ่มขึ้น 0.15% ดัชนี Kospi เพิ่มขึ้น 2.48% และดัชนี Kosdaq ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นขนาดเล็ก เพิ่มขึ้น 1.06% ส่วนดัชนี S&P/ASX 200 ซึ่งเป็นดัชนีอ้างอิงของออสเตรเลีย ปรับตัวลดลงเล็กน้อย
หุ้น Nvidia เพิ่มขึ้นมากกว่า 4% หลังบริษัททำผลประกอบการได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และคาดการณ์การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งในอนาคต รายได้ในไตรมาส 2 ของปีงบการเงินเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัว และสูงกว่าคาดการณ์ในระดับที่มากที่สุดในรอบ 2 ปี
Nvidia มีแนวโน้มทำลายรูปแบบการเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งราคาหุ้นมักปรับตัวลดลงแม้บริษัทจะรายงานผลประกอบการที่แข็งแกร่งกว่าคาด อย่างไรก็ตาม หุ้น Nvidia ลดลงมากกว่า 1% ในการซื้อขายวันพุธ ขณะที่นักลงทุนรอการเปิดเผยผลประกอบการ ส่งผลให้หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่รายนี้ปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 8 ในช่วง 9 วันทำการที่ผ่านมา
หุ้น Salesforce พุ่งขึ้น 13%
หลังรายได้ในไตรมาส 2 สูงกว่าที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ หุ้น Okta ทะยานขึ้นมากกว่า 20% หลังทำผลประกอบการได้ดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ และรายงานความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากปัญญาประดิษฐ์แบบตัวแทน หรือ agentic AI
ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดการซื้อขายวันพุธแทบไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากรายงานผลประกอบการจำนวนมากแล้ว บรรดานักลงทุนกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นการประชุมประจำปีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่เมืองแจ็กสัน โฮล รัฐไวโอมิง ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันพฤหัสบดี
นักลงทุนจะจับตาผลประกอบการของ Best Buy ซึ่งมีกำหนดประกาศก่อนตลาดเปิดในวันพฤหัสบดี ตามด้วยรายงานผลประกอบการที่คาดว่าจะมาจาก Workday, Affirm และ Gap หลังตลาดปิด
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ไทย VS เกาหลีใต้ : วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย 2026, เทียบสถิติ, ถ่ายทอดสด

การแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2026 (AVC Volleyball Continental Championship 2026) ที่เมืองเทียนจิน สาธารณรัฐประชาชนจีน รับหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ระหว่างวันที่ 21-30 สิงหาคม 2569
เกมนี้จะเป็นการแข่งขันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย “ทัพนักตบลูกยางสาวไทย” ทีมอันดับ 17 โลก ที่คว้าชัยรวดในรอบแรก จะพบกับ เกาหลีใต้ ทีมอันดับ 28 โลก ที่มีผลงานชนะ 2 แพ้ 1 นัด
ซึ่งจากสถิติที่พบกันที่ผ่านมา 5 ครั้งหลังสุด “สาวไทย” ทำได้เหนือกว่าเป็นฝ่ายเก็บชัยได้ 4 เกม ขณะที่ เกาหลีใต้ ชนะ 1 ครั้ง เราลองไปดูสถิติการพบกัน 5 ครั้งหลังสุดของทั้งสองทีมก่อนหน้านี้กัน
เฮดทูเฮด 5 ครั้งหลังสุด : ไทย ชนะ 4, เกาหลีใต้ ชนะ 1 นัด
20 พฤษภาคม 2567 : ไทย แพ้ เกาหลีใต้ 1-3 เซต (เนชั่นส์ลีก)
4 มิถุนายน 2567 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (เนชั่นส์ลีก)
23 กันยายน 2566 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (คัดโอลิมปิก)
3 กันยายน 2566 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
29 กันยายน 2565 : เกาหลีใต้ แพ้ ไทย 0-3 เซต (ชิงแชมป์โลก)
ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม
ไทย
25 สิงหาคม 2569 : ชนะ คาซัคสถาน 3-1 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
24 สิงหาคม 2569 : ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
21 สิงหาคม 2569 : ชนะ ออสเตรเลีย 3-0 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
9 สิงหาคม 2569 : ชนะ เวียดนาม 3-0 เซต (ซี วี คัพ)
8 สิงหาคม 2569 : ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 เซต (ซี วี คัพ)
เกาหลีใต้
26 สิงหาคม 2569 : ชนะ ฮ่องกง 3-1 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
23 สิงหาคม 2569 : แพ้ ญี่ปุ่น 0-3 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
22 สิงหาคม 2569 : ชนะ เวียดนาม 3-1 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
14 มิถุนายน 2569 : ชนะ ไต้หวัน 3-0 เซต (เอวีซี เนชันส์คัพ)
13 มิถุนายน 2569 : ชนะ เวียดนาม 3-0 เซต (เอวีซี เนชันส์คัพ)
สำหรับ แฟนๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิง ชิงแชมป์เอเชีย 2026 คู่นี้ได้ทาง Monomax Sports ช่อง 29 แบบฟรีๆ ในวันพฤหัสบดีที่ 27 สิงหาคม 2569 เวลา : 13:00 น. หรือรับชมแบบทุกคู่ทาง MONOMAX แบบเป็นสมาชิกชำระเงินรายเดือน
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
กรมวิทย์ฯ เปิดผลตรวจ ‘พอตเค’ พบลักลอบผสมยาเสพติดสูตรใหม่ อันตรายถึงชีวิต

- กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตรวจพบ “พอตเค” ซึ่งเป็นน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่ลักลอบผสมยาเสพติดสูตรใหม่เป็นครั้งแรก
- ผลการตรวจพิสูจน์พบส่วนผสมของสารออกฤทธิ์ 2 ชนิด คือ เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์ และเอโทมิเดต
- การใช้สารผสมดังกล่าวมีความเสี่ยงอันตรายร้ายแรง อาจทำให้หมดสติ หัวใจวายเฉียบพลัน และถึงขั้นเสียชีวิตได้
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เตือนภัยนักสูบบุหรี่ไฟฟ้าหลังตรวจพบของกลางน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าชนิดพอตมีการลักลอบผสมสารออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท 2 ชนิดเข้าด้วยกัน ทั้งเมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์ และเอโทมิเดต ถือเป็นการตรวจพบสูตรผสมลักษณะนี้เป็นครั้งแรก เสี่ยงได้รับอันตรายรุนแรงถึงขั้นหมดสติ หัวใจวายเฉียบพลัน และเกิดอาการรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต
ดร.นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน 2569 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดย สำนักยาและวัตถุเสพติด ได้รับตัวอย่างของกลางประเภทหัวพอตบรรจุน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า เพื่อส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการ โดยตัวอย่างมีลักษณะเป็นของเหลวใสสีส้มบรรจุในพอต
ผลการตรวจพบ เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์ (Methamphetamine Hydrochloride) มีปริมาณสารบริสุทธิ์ ร้อยละ 3.56 และพบ เอโทมิเดต (Etomidate) วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ปัจจุบันถูกลักลอบนำมาผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า หรือ ที่เรียกว่า “พอตเค” (K-Pod) หรือ “บุหรี่ไฟฟ้าซอมบี้”
การตรวจพบยาเสพติดดังกล่าวนับเป็นครั้งแรกที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ตรวจพบการนำสารทั้งสองชนิดมาผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า สะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบใหม่ของการนำยาเสพติดมาใช้และเพิ่มความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อร่างกาย
ดร.นพ.สราวุฒิ กล่าวต่อว่า การนำสารทั้งสองชนิดมาผสมในน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า แล้วสูดเข้าสู่ร่างกายอาจก่อให้เกิดอันตรายรุนแรงและอาจถึงแก่ชีวิตได้อย่างฉับพลัน เนื่องจาก เอโทมิเดต มีฤทธิ์กดการหายใจและการทำงานของสมอง อาจทำให้หมดสติได้ ขณะที่ เมทแอมเฟตามีน ไฮโดรคลอไรด์ มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทและการทำงานของหัวใจ อาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
เปิด OpenThai 2.0 โมเดล AI ไทย 27B เก่งภาษาไทย-เอกสาร-สร้างเอเจนต์

- เปิดตัว OpenThai 2.0 โมเดล AI โอเพนซอร์สขนาด 27B ที่พัฒนาต่อยอดเพื่อรองรับการใช้งานภาษาไทยโดยเฉพาะ
- มีความสามารถโดดเด่นด้านภาษาไทย ทำคะแนนทดสอบได้สูง และเชี่ยวชาญการประมวลผลเอกสารไทยหลากหลายรูปแบบ เช่น เอกสารราชการและลายมือ
- รองรับการทำงานแบบ AI Agent และ Function Calling ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการทำงานที่ซับซ้อนหลายขั้นตอน
- เปิดให้ใช้งานฟรีภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0 เอื้อให้ภาคธุรกิจนำไปพัฒนาต่อยอดและติดตั้งในระบบของตนเองเพื่อความปลอดภัยของข้อมูล
iApp Technology ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) เปิดตัว OpenThai 2.0 โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) โอเพนซอร์สของไทย ขนาด 27B ต่อยอดจาก Qwen3.8-27B โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานภาษาไทย ครอบคลุมทั้งงานด้านความรู้ เอกสาร และการทำงานในรูปแบบ AI Agent
ชูคะแนนภาษาไทยสูงสุด 0.842
หนึ่งในจุดเด่นของ OpenThai 2.0 คือความสามารถด้านภาษาไทย โดยผลทดสอบ OpenThaiEval อยู่ที่ 0.842 ซึ่งผู้พัฒนาระบุว่าสูงกว่าโมเดลฐานอย่าง Typhoon 2.5 และ Pathumma

ขณะที่ด้านการประมวลผลเอกสารภาษาไทย OpenThai 2.0 รองรับทั้งหนังสือ ราชกิจจานุเบกษา เอกสารราชการ และลายมือภาษาไทย โดยระบุว่าสามารถลดข้อผิดพลาดจากโมเดลฐานได้ถึง 60% และทำผลงานได้ดีในการทดสอบ DocBench, SEA-DocBench และ ThaiOCRBench
ดัน AI Agent ทำงานหลายขั้นตอน
อีกความสามารถสำคัญคือการทำงานแบบ AI Agent และ Function Calling โดย OpenThai 2.0 ทำคะแนน Berkeley Function-Calling (BFCL) ได้ 0.820 และผู้พัฒนาระบุว่าสูงกว่าโมเดลไทยโอเพนซอร์สที่นำมาเปรียบเทียบ พร้อมจุดเด่นด้านการทำงานหลายขั้นตอน ซึ่งมีคะแนนทิ้งห่าง Typhoon มากกว่า 22 คะแนน
ด้านประสิทธิภาพการประมวลผล OpenThai 2.0 นำเทคโนโลยี Multi-Token Prediction มาใช้ โดยผู้พัฒนาระบุว่าช่วยเพิ่มความเร็วได้ประมาณ 1.5 เท่า และรองรับการใช้งาน 5 ฟอร์แมต ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ MacBook ไปจนถึงระบบระดับ Data Center
เปิดฟรี Apache 2.0 เจาะตลาดองค์กร
สำหรับการนำไปใช้งาน OpenThai 2.0 เปิดให้ใช้งานฟรีภายใต้สัญญาอนุญาต Apache 2.0 ซึ่งเปิดทางให้ภาคธุรกิจและองค์กรสามารถนำโมเดลไปใช้งานและพัฒนาต่อยอดได้
จุดสำคัญของการเป็นโมเดลโอเพนซอร์สคือองค์กรสามารถนำไปติดตั้งและประมวลผลภายในระบบของตัวเอง เหมาะกับการใช้งานที่ต้องจัดการข้อมูลภาษาไทยและข้อมูลภายในองค์กร โดยไม่จำเป็นต้องส่งข้อมูลออกไปยังบริการ AI ภายนอก

การเปิดตัว OpenThai 2.0 จึงเป็นอีกความเคลื่อนไหวของการพัฒนา AI ภาษาไทยที่มุ่งยกระดับโมเดลโอเพนซอร์สให้รองรับการใช้งานจริง ทั้งด้านความรู้ การจัดการเอกสาร และการสร้าง AI Agent สำหรับภาคธุรกิจและองค์กร
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
เมื่อใดควรใช้ ‘how much’ ในภาษาอังกฤษ และเมื่อใดควรใช้ ‘how many’

เมื่อใดควรใช้ ‘how much’ V ‘how many’?
เราใช้ how much และ how many (จำนวนเท่าไร) เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปริมาณของสิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการระบุจำนวนที่แน่นอนหรือกล่าวแบบรวมๆ:
- How much aspirin shall I give the patient? (ฉันจะต้องให้ยาแอสไพรินแก่ผู้ป่วยจำนวนเท่าไร) 400 milligrams (400 มิลลิกรัม)
- How many times has she been late to class? (เธอเข้าเรียนสายกี่ครั้งแล้ว) Oh, often! (โอ้ บ่อยมาก)
กฎสำหรับการใช้งาน ‘how much’ vs ‘how many’?
เราเลือก how much or how many (จำนวนเท่าไร) โดยขึ้นอยู่กับคำนามที่กำลังพูดถึงอยู่ว่าเป็นคำนามนับได้หรือคำนามนับไม่ได้
สำหรับคำนามที่นับได้ เราใช้ how many:
- How many episodes of that TV show have you seen? (คุณเคยดูรายการทีวีเรื่องนั้นมากี่ตอนแล้ว)
- How many chairs do we need? (เราต้องการเก้าอี้กี่ตัว)
สำหรับคำนามที่นับไม่ได้ เราใช้ how much:
- How much traffic was on the road? (การจราจรหนาแน่นมากแค่ไหน)
- How much time do we have left? (เรามีเวลาเหลือเท่าไร) (เพราะนาทีสามารถนับได้ แต่เวลานั้นมีมากจนไม่สามารถนับได้ เราจะอธิบายเรื่องนี้เพิ่มเติมในภายหลัง)
เราสามารถสร้างคำถามที่ต้องการคำตอบว่า ใช่/ไม่ใช่ ได้ด้วย much และ many โดยที่ไม่ต้องมี how:
- Have you seen many episodes? (คุณเคยดูมาหลายตอนแล้วใช่ไหม)
- Was there much traffic on the road? (เคยมีการจราจรหนาแน่นบนถนนใช่หรือไม่)
ในข้อความปฏิเสธ เราก็ไม่ใช้ how เช่นกัน:
- I haven’t seen many episodes. (ฉันเคยดูแค่ไม่กี่ตอน)
- There wasn’t much traffic on the roads (การจราจรบนถนนไม่หนาแน่นมากนัก)
ข้อยกเว้นและรูปแบบอื่นๆ
เราสามารถใช้คำถาม “How much is this?” เพื่อถามเกี่ยวกับราคาของบางอย่างได้ เราไม่จำเป็นต้องพูดถึงเงินหรือสกุลเงินในคำถาม ตัวอย่างเช่น:
- How much was the price of your car? (รถยนต์ของคุณราคาเท่าไร)
- How much is a plane ticket to London? (ตั๋วโดยสารเครื่องบินไปกรุงลอนดอนราคาเท่าไร)
อีกทั้งเรายังสามารถใช้ how much and how many ในประโยคบอกเล่าและปฏิเสธได้อีกด้วย ไม่ใช่แค่ในประโยคคำถาม:
- Affirmative: I’m sorry you didn’t get the job. I know how much it meant to you.
(ในที่นี้ much ไม่ได้หมายถึงคำนาม เช่น เงินหรือเงินเดือน แต่หมายถึงระดับความสำคัญแบบนามธรรม)
- Negative: I’ve don’t know how many times I’ve told you to lock the door!
ข้อผิดพลาดทั่วไปในการใช้ much or many
สิ่งที่นับได้กับสิ่งที่นับไม่ได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในการใช้คำเหล่านี้ก็คือจำสิ่งที่นับไม่ได้ผิดเป็นสิ่งที่นับได้ ตัวอย่างเช่น ในภาษาอังกฤษ คุณสามารถนับรถยนต์ รถประจำทาง หรือรถแท็กซี่ได้ แต่คำว่า traffic นั้นนับไม่ได้ เหมือนกับมหาสมุทรที่ไม่มีที่สิ้นสุด ในภาษาอังกฤษ คุณสามารถนับสกุลเงิน เช่น เยน ดอลลาร์ หรือปอนด์ได้ แต่คำว่า money นั้นนับไม่ได้
- It depends how many money you want to spend X
- It depends how much money you want to spend ✔
- Was there much people at the concert? X
- Were there many people at the concert? ✔
หากคุณไม่แน่ใจว่าคำนามนั้นนับได้หรือนับไม่ได้ ให้ลองนับในใจดู ตัวอย่างเช่น “1 เงิน 2 เงิน 3 เงิน…” ถ้ารู้สึกว่าไม่ถูกต้อง คำนั้นก็เป็นนามนับไม่ได้ หากคุณยังไม่แน่ใจ คุณก็สามารถตรวจสอบพจนานุกรมออนไลน์ได้
Much/many vs lots of
แม้ว่าเราจะสามารถใช้ how much/many ในประโยคบอกเล่าได้ แต่บางครั้งเราก็ไม่ใช้ much or many. ซึ่งตามปกติแล้วจะใช้ a lot of or lots of แทน
- There were many people at the picnic X
- There were lots of people at the picnic ✔
- There was much rain. X
- There was a lot of rain ✔
A lot of and lots of สามารถใช้ได้ทั้งกับคำนามที่นับได้และนับไม่ได้ ไม่มีความแตกต่างระหว่างสองคำนั้นเท่าใดนัก แต่ lots of ถือว่าเป็นคำที่ไม่เป็นทางการกว่าเล็กน้อย
ตัวอย่างที่เป็นที่รู้จักของ much / many
เพลงดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงในภาษาอังกฤษ กล่าวว่า:
How much is that doggie in the window? (ลูกหมาตัวนั้นที่อยู่ข้างในหน้าต่างราคาเท่าไร)
The one with the waggly tail (ตัวที่หางมันแกว่งไปมา)
How much is that doggie in the window? (ลูกหมาตัวนั้นที่อยู่ข้างในหน้าต่างราคาเท่าไร)
I do hope that doggie’s for sale! (ฉันหวังว่าลูกหมาตั้วนั้นจะมีไว้ขายนะ)
ในเพลง Blowin’in the Wind ของ Bob Dylan กล่าวว่า:
How many roads must a man walk down (มีถนนกี่่สายที่คนหนึ่งต้องก้าวเดินไป)
Before you call him a man? (ก่อนที่คุณจะเรียกเขาได้ว่าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง)
How many seas must a white dove sail (มีทะเลกี่แห่งที่นกพิราบขาวต้องโบยบินผ่าน)
Before she sleeps in the sand? (ก่อนที่มันจะหลับใหลบนผืนทราย)
Mini quiz
จงหาและแก้ไขจุดผิดในประโยคเหล่านี้ให้ถูกต้อง:
- Was there many traffic on the road?
- How much money was your coat?
- There wasn’t much people at the beach.
- There were many children at the party.
- Does she earn many money?
เฉลย:
- Was there much traffic on the road?
- How much was your new coat?
- There were not many people at the beach festival.
- There were lots of / a lot of children at the party.
- Does she earn much / a lot of money?
ขอบคุณข้อมูลจาก britishcouncil.or.th
เข้าใจผิดมานาน! กาแฟคั่วอ่อน vs คั่วเข้ม แบบไหนคาเฟอีนเยอะกว่า

เวลาเดินเข้าคาเฟ่แล้วต้องเลือกสั่งกาแฟ ระหว่าง “กาแฟคั่วอ่อน” รสชาติเปรี้ยวสดชื่น หอมกลิ่นผลไม้ กับ “กาแฟคั่วเข้ม” รสชาติขมเข้ม บอดี้แน่นๆ แก้วไหนกันแน่ที่จะช่วยให้เรา “ตื่นเต็มตา” และได้รับคาเฟอีนมากกว่ากัน
หลายคนมักมีความเชื่อว่า “กาแฟยิ่งขม กาแฟยิ่งเข้ม แปลว่าคาเฟอีนต้องยิ่งเยอะ” แล้วความจริง แบบไหนมีปริมาณคาเฟอีนมากกว่ากัน
คั่วอ่อน vs คั่วเข้ม แบบไหนคาเฟอีนเยอะกว่า?
คำตอบคือ ปริมาณคาเฟอีนไม่ได้ขึ้นอยู่กับระดับความขม แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีการวัดปริมาณกาแฟ” ที่คุณใช้ชง
- วัดด้วยน้ำหนัก (ชั่งเป็นกรัม): “คั่วเข้ม” มีคาเฟอีนมากกว่า เพราะเมล็ดคั่วเข้มสูญเสียความชื้นจนน้ำหนักเบาลง ทำให้ต้องใช้จำนวนเมล็ดกาแฟมากกว่าคั่วอ่อนเพื่อให้ได้น้ำหนักเท่ากัน
- วัดด้วยปริมาตร (ตักเป็นช้อน): “คั่วอ่อน” มีคาเฟอีนมากกว่า เพราะเมล็ดคั่วอ่อนมีขนาดเล็กและหนาแน่นกว่า เมื่อตักด้วยช้อนขนาดเท่ากัน จะได้จำนวนเมล็ดกาแฟที่แน่นกว่า
- นับเป็นเมล็ดต่อเมล็ด: “คั่วอ่อน” มีคาเฟอีนสูงกว่าเล็กน้อย เนื่องจากความร้อนสะสมที่สูงเกิน 240°C ในกระบวนการคั่วเข้ม จะสลายโมเลกุลคาเฟอีนในเมล็ดออกไปบางส่วน
ทิ้งท้าย ไม่ว่าจะชอบคั่วอ่อนหรือคั่วเข้ม หัวใจสำคัญคือการเลือกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมต่อร่างกาย เพื่อให้คุณได้ลิ้มรสชาติกาแฟแก้วโปรดพร้อมรับวันใหม่อย่างสดชื่นและมีสุขภาพดีในทุกๆวัน
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 27/8/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 71,650.00 | 71,850.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,632.00 | 70,221.12 | 72,650.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,168.80 | 63,199.01 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,705.60 | 56,176.90 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,084.40 | 31,599.50 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,621.20 | 24,577.39 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,800.00 | 72,768.00 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 27/8/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 37.69 | 37.69 | 38.19 | 37.69 | 37.69 | 37.69 | 37.69 | 37.69 | 37.69 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 37.32 | 37.32 | 37.82 | 37.32 | 37.32 | 37.32 | 37.32 | 37.32 | 37.32 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 32.69 | 32.69 | 32.89 | 32.69 | – | 32.69 | 32.69 | 32.69 | 32.69 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 28.63 | 28.63 | – | – | – | – | – | – | 28.63 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 47.79 | 49.29 | 49.84 | – | – | – | – | – | 47.79 |
| เบนซิน 95 | 46.68 | – | – | 49.26 | – | 47.18 | 46.83 | – | 46.68 |
| ดีเซล | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 | 38.39 |
| ดีเซล B20 | 33.39 | 33.39 | 33.39 | 33.39 | – | 33.39 | 33.39 | 33.39 | 33.39 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 50.05 | 49.25 | 49.84 | 49.25 | – | – | – | – | 50.05 |
| แก๊ส NGV | 16.66 | – | – | – | – | – | – | – | 16.66 |







