สาระน่ารู้ประจำวันที่ 22 เมษายน 2567

ทาวน์เฮ้าส์มีนบุรีหั่นราคาระบายสต็อกบางพลี-ลำลูกกา-สมุทรปราการราคาพุ่ง

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์เผยทำเลหั่นราคาระบายสต็อกมากสุดโซนมีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบังระดับราคา 2– 3ล้านสวนทางกับทำเลบางพลี-ลำลูกกา-สมุทรปราการเปิดตัวใหม่ราคาพุ่ง 4.1 % เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ เผยดัชนีราคาทาวน์เฮ้าส์ ในกรุงเทพฯ – ปริมณฑล ไตรมาส 1 ปี 2567 มีค่าดัชนีเท่ากับ 131.3 เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

เริ่มมีแนวโน้มกลับมาปรับตัวเพิ่มขึ้นหลังจากปรับตัวลงไตรมาสก่อนหน้า มีข้อสังเกตว่า การเพิ่มขึ้นของดัชนีราคาในไตรมาส 4 ปี 2567 เป็นผลจากที่เพิ่มขึ้นในกรณีที่เป็นการเปิดโครการใหม่ แต่หากเป็นโครงการเก่าตั้งแต่ปี 2564 และต้นทุนการผลิตยังเป็นต้นทุนเดิม และพบว่าบางโครงการยังคงมีการ”ลดราคา”เพื่อเป็นการกระตุ้นตลาดเร่งระบายสต๊อก

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของดัชนีราคาทาวเฮ้าส์ในพื้นที่กรุงเทพฯและในปริมณฑล พบว่า ในไตรมาส 1 ปี 2567 ยังคงมีการปรับตัวลดลงต่อเนื่องกันในไตรมาส 4 ปี 2566 และไตรมาส 1 ปี 2567  รวมลดลงต่อเนื่องกัน 2 ไตรมาส

โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 129.5 และทำเลที่มีการลดราคามากที่สุดในโซนมีนบุรี-หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง ในระดับราคา 2– 3ล้านบาท รองลงมาในโซนพระโขนง-บางนา-สวนหลวง-ประเวศ ในระดับราคา 3 – 5ล้านบาท และโซนราษฎร์บูรณะ-บางขุนเทียน-ทุ่งครุ-บางบอน-จอมทอง ในระดับราคา 2-3ล้านบาท 

ขณะที่ใน 3 จังหวัดปริมณฑล ประกอบด้วย นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ ดัชนีราคาทาวเฮ้าส์โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 133.8 ปรับเพิ่มขึ้น!ร้อย 4.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน หลังจากที่ลดลงในไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)

และพบว่า ส่วนใหญ่มีการเพิ่มราคามากที่สุดในโซนบางพลี-บางบ่อ-บางเสาธง  ในระดับราคา 2– 3ล้านบาท รองลงมาในโซนลำลูกกา-คลองหลวง-ธัญบุรี-หนองเสือ ในระดับราคา 2– 3ล้านบาท และโซนเมืองสมุทรปราการ-พระสมุทรเจดีย์-พระประแดง ในระดับราคา 2– 3ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ แตกไลน์ลุยอาหารเสริมจับซิลเวอร์ เอจ

เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ แตกไลน์ธุรกิจขยายน่านน้ำใหม่ ผุดบริษัทเฮลท์สเคปรุกตลาดอาหารเสริมแบรนด์“MADE BY SILVER”จับกลุ่มซิลเวอร์ เอจ วัย 50+ ตั้งเป้ารายได้ปีนี้กว่า 50 ล้าน

เพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เป็นที่จดจำในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชูรี และผู้นำคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ ด้วยแพชชั่นที่มุ่งสร้างสรรรค์ในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ และความทุ่มเทด้วยใจที่ต้องการเซตมาตรฐานใหม่ของวงการอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เรื่อง Pet-Friendly เพื่อให้ที่อยู่อาศัยในทุกโครงการทั้งโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียมสามารถเลี้ยงสัตว์ และสร้างคอมมูนิตี้คนรักสัตว์ได้อยู่ร่วมกัน

 สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของบริษัทที่ต้องการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นผู้พัฒนารูปแบบการใช้ชีวิต (Lifescape Developer) อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับการใช้ชีวิตของผู้บริโภคทุกมิติ ผ่านโรดแมพแผนธุรกิจ “Lifescape at a New Height” เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและศักยภาพการเติบโตธุรกิจรอบด้าน หนึ่งหมุดหมาย คือ Diversify Revenue การปรับสัดส่วนประเภทของธุรกิจหลัก ควบคู่กับการพัฒนาและผลักดันในการสร้างความแข็งแกร่งของธุรกิจใหม่เพื่อให้ครอบคลุมในทุกมิติการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค นั่นคือ TechScape และ HealthScape 

ล่าสุด เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ได้แนะนำบริษัทน้องใหม่ภายใต้โครงสร้างบริษัทฯ กับ บริษัท เฮลท์สเคปจำกัด อีกหนึ่งแพชชั่นสำคัญที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงด้าน สุขภาพที่ดี (Well-Being)  เฮลท์สเคป เป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้าน Well-Being โดยตั้งขึ้นจากแนวคิดเพื่อต่อยอดและเติมเต็มความมุ่งมั่นของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์เพื่อพัฒนารูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันภายใต้แนวคิด CRAFTING LIFESCAPE TO EXCELLENCE ตอบโจทย์ Lifescape ในทุกมิติ 

โดยเฉพาะด้าน “สุขภาพที่ดี ” ภายใต้เป้าหมายที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในด้านสุขภาพ เพื่อให้ทุกชีวิตสามารถมีความสุขทั้งร่างกายและจิตใจอย่างเต็มศักยภาพสูงสุด และมีอายุยืนยาวสง่างามสมวัย สะท้อนอัตลักษณ์ของบริษัทผ่านโลโก้ที่มีสัญลักษณ์ “H”มาจากเส้นสายของ “เทโลเมียร์ (Telomere)” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ส่วนหนึ่งในการสะท้อนลักษณะเซลล์ในร่างกาย

ศรายุทธ ทัฬหิกรณ์ Business Unit Director บริษัท เฮลท์สเคป จำกัด กล่าวว่า ภายใต้การบริหารธุรกิจ Well-being ของบริษัทฯ เราได้เตรียมแนะนำผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ช่วยตอบโจทย์ความต้องการด้านสุขภาพในแบบองค์รวม และเติมเต็มความต้องการของร่างกายที่แตกต่างกันไปเพื่อความสมบูรณ์สูงสุด ตามแนวทางศาสตร์ชะลอวัย โดยนำเสนอนวัตกรรมสุขภาพแบรนด์แรก “MADE BY SILVER ”  โดยเจาะกลุ่มเป้าหมายคนที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป 

   โดยบริษัทได้สร้างการรับรู้ผ่านภาพยนตร์โฆษณาภายใต้แนวคิด  “Aging Gracefully” ที่แสดงถึงการใช้ชีวิตของวัยซิลเวอร์ยุคใหม่ ผ่านทั้งประสบการณ์ ความคิด และการมีทัศนคติในด้านต่างๆ และยังคงมีไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ สง่างามสมวัย รวมถึงความต้องการมีสุขภาพที่ดีแบบองค์รวม คาดว่าจะสามารถสร้างกระแสการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าวัยซิลเวอร์ได้เป็นอย่างดี พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้กว่า 50 ล้านบาท 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้22เม.ย. “อ่อนค่าเล็กน้อย” ที่ระดับ 36.90 บาท/ดอลลาร์

ค่าเงินบาทยังมีโมเมนตัมอ่อนค่า จากปัจจัยกดดันทั้ง ทิศทางเงินดอลลาร์ แรงขายสินทรัพย์ไทย โฟลว์จ่ายปันผล จับตาทิศทางราคาทองคำ และราคาพลังงาน ท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้22เม.ย. 2567ที่ระดับ  36.90 บาทต่อดอลลาร์“อ่อนค่าลงเล็กน้อย”จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ที่ระดับ  36.86 บาทต่อดอลลาร์

นายพูน   พานิชพิบูลย์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทยระบุว่า ตั้งแต่ช่วงวันศุกร์ ที่ผ่านมา เงินบาทเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ sideways (แกว่งตัวในกรอบ 36.80-36.91 บาทต่อดอลลาร์) ไปตามทิศทางของเงินดอลลาร์ และราคาทองคำ ที่ยังคงแกว่งตัวในกรอบ เนื่องจากผู้เล่นในตลาดต่างก็รอลุ้นปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติมในสัปดาห์ที่จะถึงนี้ อาทิ รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE ของสหรัฐฯ และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ

อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ทั้งนี้ เงินบาทยังไม่สามารถอ่อนค่าทะลุโซนแนวต้านสำคัญ 36.90 บาทต่อดอลลาร์ ไปได้ไกล เนื่องจาก ผู้เล่นในตลาดบางส่วนก็ทยอยขายทำกำไรสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่า)

ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดอย่างฝั่งผู้ส่งออกต่างก็รอทยอยขายเงินดอลลาร์ในโซนดังกล่าวบ้าง แต่หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซนดังกล่าวได้ ก็มีโอกาสอ่อนค่าต่อเนื่องทดสอบระดับ 37.00 บาทต่อดอลลาร์ และระดับ 37.25 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนค่าสุดของเงินบาทในปี 2023 ที่ผ่านมาได้

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินผันผวนหนักและอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดและความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สำหรับสัปดาห์นี้ เราประเมินว่าสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา นอกจากนี้ ควรรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE สหรัฐฯ รวมถึงดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการ ของสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

▪ ฝั่งสหรัฐฯ – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ ทั้ง อัตราเงินเฟ้อ PCE (รอลุ้นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE จะชะลอลงต่อเนื่องได้หรือไม่) อัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในไตรมาสแรกของปี 2024 (ที่อาจขยายตัวราว +2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า เมื่อเทียบเป็นรายปี)

รวมถึง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตและภาคการบริการ โดย S&P Global (Manufacturing and Services PMIs) เดือนเมษายน เพื่อประเมินแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด ซึ่งล่าสุดผู้เล่นในตลาดต่างมองว่า เฟดมีโอกาสเพียง 56% ในการลดดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้

(Dot Plot ล่าสุดของเฟด ชี้ว่า เฟดอาจลดดอกเบี้ยได้ 3 ครั้งในปีนี้) นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตารายงานผลประกอบการในไตรมาสแรกของปี 2024 โดยเฉพาะบรรดาบริษัทเทคฯ ใหญ่ อย่าง Meta, Microsoft และ Alphabet เป็นต้น

 ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของยูโรโซนและอังกฤษ อย่าง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนเมษายน ที่อาจสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวที่ดีขึ้นของเศรษฐกิจฝั่งยุโรป ซึ่งอาจช่วยชะลอการอ่อนค่าลงของเงินยูโร (EUR) และเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ได้บ้าง

หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ออกมาดีกว่าคาด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประเมินแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของทั้ง ECB และ BOE

โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดประเมินว่า มีโอกาสราว 87% ที่ ECB จะเริ่มลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมิถุนายน (มีโอกาส 96% ที่จะลดดอกเบี้ยราว 3 ครั้ง ในปีนี้) และสำหรับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของ BOE ผู้เล่นในตลาดคาดว่า BOE จะเริ่มทยอยลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนสิงหาคม และอาจลดดอกเบี้ยได้ราว 2 ครั้งในปีนี้

ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จากทั้งรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของญี่ปุ่น และการประชุม BOJ เดือนเมษายน ซึ่งเราคาดว่า BOJ อาจยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในกรอบ 0.00%-0.10% ตามเดิม

ทว่า BOJ อาจส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ท่ามกลางแนวโน้มราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงและการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่อาจทำให้อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมายของ BOJ ที่ 2% ได้ โดย BOJ อาจส่งสัญญาณพร้อมเริ่มทำ Quantitative Tightening ด้วยการลดปริมาณการซื้อพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น

และอาจส่งสัญญาณได้ว่า การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายก็ยังมีความเป็นไปได้อยู่ ส่วนในฝั่งธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) เราคาดว่า BI อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 6.00% ตามเดิม

ทว่ามีความเสี่ยงที่ BI อาจขึ้นดอกเบี้ย +25bps สู่ระดับ 6.25% หากเงินรูเปียะห์ (IDR) ผันผวนอ่อนค่าลงต่อเนื่อง นอกจากนี้ อัตราเงินเฟ้ออินโดนีเซีย ก็มีแนวโน้มสูงขึ้น ตามราคาพลังงาน ราคาอาหาร และค่าขนส่งที่สูงขึ้น อีกทั้งเศรษฐกิจก็ยังขยายตัวได้ดี ซึ่งภาพดังกล่าวก็มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำหนักในการขึ้นดอกเบี้ยของ BI ได้

ฝั่งไทย – เรายังคงมองว่า โฟลว์ธุรกรรมจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติที่จะสูงราว 1.6 หมื่นล้านบาทในสัปดาห์นี้ อาจเป็นปัจจัยที่กดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงได้ ทั้งนี้ ควรรอติดตามการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจ

และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในงานสัมนา Monetary Policy Forum โดยต้องรอจับตาว่า ทาง ธปท. จะมีการส่งสัญญาณถึงโอกาสในการทยอยลดดอกเบี้ย ตั้งแต่การประชุมเดือนมิถุนายน อย่างที่ผู้เล่นในตลาดบางส่วนคาดหวังหรือไม่

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เรามองว่า โมเมนตัมฝั่งอ่อนค่ายังมีอยู่ โดยต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์และแรงขายสินทรัพย์ไทยจากนักลงทุนต่างชาติ นอกจากนี้ โฟลว์จ่ายปันผลให้กับนักลงทุนต่างชาติ (ราว 1.6 หมื่นล้านบาท) ก็สามารถกดดันให้เงินบาทผันผวนอ่อนค่าลงได้ ทั้งนี้ ควรจับตาทิศทางราคาทองคำ และราคาพลังงาน ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่พร้อมจะกลับมาร้อนแรงขึ้นได้ทุกเมื่อ

ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้นได้ หากตลาดยังคงปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หรือรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด ส่วนอัตราเงินเฟ้อ PCE ก็ไม่ได้ชะลอลงตามคาด จนทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดมากขึ้น (ล่าสุด ผู้เล่นในตลาดมองเฟดอาจลดดอกเบี้ยไม่ถึง 2 ครั้งในปีนี้)

เราคงคำแนะนำว่า ผู้เล่นในตลาดควรเลือกใช้เครื่องมือในการปิดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนที่หลากหลายมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเงินบาท รวมถึงสกุลเงินอื่นๆ ที่สูงขึ้นกว่าช่วงอดีตที่ผ่านมาพอสมควร โดยผู้เล่นในตลาดอาจเลือกใช้เครื่องมือเพิ่มเติม อาทิ Options หรือ Local Currency ควบคู่ไปกับการปิดความเสี่ยงผ่านการทำสัญญา Forward

มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 36.50-37.25 บาท/ดอลลาร์

ส่วนกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 36.80-37.00 บาท/ดอลลาร์

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


“วอลเลย์บอล เวิลด์” ประกาศ 25 รายชื่อลูกยางหญิงไทย ชุดลุยเนชันส์ ลีก 2024

รายชื่อ 25 นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชุดเตรียมทำศึกเนชันส์ ลีก 2024 ถูกเปิดเผยโดย วอลเลย์บอล เวิลด์

ความเคลื่อนไหวนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ชุดเตรียมลุยศึกวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ ลีก 2024 สนามแรก ที่บราซิล เก็บคะแนนสะสมอันดับโลกลุ้นตั๋วโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ล่าสุด วอลเลย์บอล เวิลด์ (Volleyballworld) ได้มีการประกาศรายชื่อ 25 นักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย ภายใต้การทำทีมของ “โค้ชยะ” นาวาอากาศโท ณัฐพนธ์ ศรีสมุทรนาค ออกมาแล้ว

รายชื่อ 25 ผู้เล่นทัพวอลเลย์บอลหญิงทีมชาติไทย

เซตเตอร์
พรพรรณ เกิดปราชญ์
ดลพร สินโพธิ์
กนกพร แสงทอง
ณัฏฐณิชา ใจแสน

ตัวตบหัวเสา
วิภาวี ศรีทอง
วริศรา สีทาเลิศ
ดาริน ปิ่นสุวรรณ
ศศิภาพร จันทรวิสูตร
สิริวัลย์ ดีแก้ว
ชัชชุอร โมกศรี
อัจฉราพร คงยศ
กัตติกา แก้วพิน

บอลเร็ว
ทัดดาว นึกแจ้ง

หัตถยา บำรุงสุข
กัญญารัตน์ ขุนเมือง
วารุณี การรัมย์
ฑิชากร บุญเลิศ
วิมลรัตน์ ทะนะพันธุ์
จรัสพร บรรดาศักดิ์

ตัวตบตรงข้ามหัวเสา
พิมพิชยา ก๊กรัมย์
ธนัชชา สุขสด
วิรัลยุพา อินทร์จันทร์

ตัวรับอิสระ
ปิยะนุช แป้นน้อย
จิดาภา นาหัวหนอง
สุพัตรา ไพโรจน์

โดยนักกีฬาทั้ง 25 คน เป็นชุดเดียวกับที่สมาคมกีฬาวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย เรียกเก็บตัวฝึกซ้อมอยู่ในเวลานี้ และรายชื่อยังสามารถปรับเปลี่ยนหมุนเวียนลงสนามในแต่ละสัปดาห์ได้ หากมีผู้เล่นที่ได้รับบาดเจ็บ หรือต้องการปรับเปลี่ยนแผน

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ ลีก 2024 ของ ทีมชาติไทย สัปดาห์แรก ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 14-19 พฤษภาคม 2024 ต่อด้วย สัปดาห์สอง ที่เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 2 มิถุนายน 2024 และ สัปดาห์สาม เขตบริหารพิเศษฮ่องกง ระหว่างวันที่ 11-16 มิถุนายน 2024

ทั้งนี้ เมื่อจบการแข่งขันทั้ง 3 สัปดาห์แล้ว ทาง FIVB จะประกาศยืนยัน 12 ทีมที่จะได้สิทธิ์ไปแข่งโอลิมปิก 2024 อีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ซีสต์ กับเนื้องอก ต่างกันอย่างไร? แบบไหนอันตรายกว่ากัน?

เมื่อผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัย 25 ไปจนถึง 40-50 ปลายๆ น่าจะเริ่มได้ยินคำว่า “ซีสต์” กับ “เนื้องอก” บ่อยขึ้น ไม่ว่าจะมาจากผลการตรวจสุขภาพประจำปีของตัวเอง หรือมาจากอาการเจ็บป่วยของเพื่อนฝูงรอบกายที่ทยอยต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อผ่าตัดไปทีละคน แต่สงสัยกันบ้างไหมคะ ทำไมบางคนเป็นซีสต์ บางคนบอกว่าเป็นเนื้องอก แล้วสองอย่างนี้มันเหมือน หรือต่างกันยังไง ไปหาคำตอบกับ Sanook! Health กันค่ะ

ซีสต์ คืออะไร?

ซีสต์ คืออาการแบ่งเซลล์อันผิดปกติของร่างกาย ก่อให้เกิดสิ่งผิดปกติที่มีลักษณะเป็นถุงน้ำคล้ายลูกโป่งใส่น้ำใสๆ อยู่บริเวณอวัยวะส่วนใดส่วนหนึ่งภายในร่างกาย เช่น ซีสต์ที่หลังใบหู คอ (เป็นซีสต์ในผิวหนังชั้นนอก) เต้านม รังไข่ และอื่นๆ

ส่วนใหญ่แล้ว ซีสต์ที่เป็นถุงน้ำมักไม่เป็นอันตรายร้ายแรง และไม่พัฒนาต่อไปเซลล์มะเร็ง หากมีขนาดเล็กๆ และไม่มีการเจ็บปวดอะไร แพทย์จะยังรอดูอาการต่อ แต่หากมีขนาดใหญ่เกิน 5 เซนติเมตร แพทย์จะแนะนำให้ผ่าตัดออกก่อนที่จะใหญ่ไปกว่าเดิม หรืออาจมีกรณีที่ถุงซีสต์บิดขั้วจากการเบียดกันของอวัยวะรอบๆ ทำให้เลือดไม่ไหลเวียนเข้าไปในถุง ทำให้ถุงซีสต์เน่า อักเสบ จนผู้ป่วยมีอาการปวดจนต้องผ่าตัดด่วน

อย่างไรก็ตาม ยังมีซีสต์ชนิดที่เป็นอันตรายกับร่างกาย นั่นคือ ช็อคโกแลตซีสต์ หรือเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เมื่อถึงเวลามีประจำเดือน เลือดจะแทรกตัวขังอยู่ในอวัยวะที่มันเกาะทำให้เป็นซีสต์เกิดขึ้น ทำให้เกิดอาการปวดท้องรุนแรง มดลูกโต หรือมีประจำเดือนมากผิดปกติ

เนื้องอก คืออะไร?

เนื้องอก เป็นเซลล์ที่เจริญผิดปกติเหมือนกับซีสต์ แต่มีลักษณะที่ต่างกัน คือเป็นก้อนเนื้อตันๆ จึงมีความเสี่ยงที่จะกลายเป็นเนื้อร้าย หรือเป็นเซลล์มะเร็งได้มากกว่าซีสต์ แต่ก็ยังมีบางส่วนที่หยุดการเจริญเติบโต เป็นแค่ก้อนเนื้อธรรมดา หากมีขนาดใหญ่แค่ผ่าตัดออกก็ไม่มีปัญหา หากมีขนาดเล็กอาจไม่มีความจำเป็นต้องผ่าตัดเช่นกัน

สาเหตุของซีสต์  และเนื้องอก

ปัจจุบันยังไม่ทราบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของซีสต์ และเนื้องอก หากสอบถามแพทย์ แพทย์จะตอบเราได้แค่ว่าเป็นความผิดปกติของร่างกายที่มันเกิดขึ้นเอง (คล้ายมะเร็ง ที่ไม่สามารถระบุสาเหตุได้อย่างชัดเจน) หากแต่พอจะมีปัจจัยเสี่ยงบางประการที่อาจเป็นตัวเร่งเร้าให้เกิดความผิดปกติของเซลล์ในร่างกายได้เช่นกัน

  • นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • เครียด
  • ขาดการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • ทานอาหารรสหวาน รสเค็ม หรือรสจัดมากเกินไป
  • ทานอาหารที่มีไขมันสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน
  • สูบบุหรี่
  • ดื่มแอลกอฮอล์
  • ทานอาหารที่ไม่สะอาด
  • อื่นๆ

วิธีการรักษาซีสต์ และเนื้องอก

เมื่อผู้ป่วยพบความผิดปกติ จนได้รับการตรวจจนแน่ชัดว่ามีซีสต์ หรือเนื้องอกในร่างกาย แพทย์จะทำการตรวจขนาดของก้อนนั้นๆ หากมีขนาดเล็ก และยังไม่มีอาการผิดปกติอะไร แพทย์จะทำการนัดตรวจเช็คเป็นระยะๆ อาจจะเจาะเอาบางส่วนของเนื้อเยื่อไปตรวจหาเซลล์มะเร็ง แต่หากมีขนาดใหญ่อาจต้องนัดผ่าตัดเพื่อนำซีสต์ หรือเนื้อเยื่อออกไปจากร่างกายถาวร ในกรณีที่เป็นซีสต์ในเต้านม หากมีขนาดไม่ใหญ่มาก และคนไข้เป็นวัยกลางคน อาจรอดูอาการจนกว่าจะประจำเดือนจะหมด เพราะซีสต์อาจยุบตัวลงเองได้เช่นกัน

ถึงจะฟังแล้วดูน่ากลัว แต่หากเราพบสิ่งผิดปกติกับร่างกายตั้งแต่ระยะแรกๆ อาจจะทำการรักษาได้ทันท่วงทีโดยไม่ต้องผ่าตัดก็ได้ค่ะ ทางที่ดีคือทานผักผลไม้มากๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และพักผ่อนให้เพียงพอ แค่ 3 ข้อง่ายๆ ก็ช่วยให้ห่างไกลจากซีสต์ และเนื้องอกได้ไม่มากก็น้อยได้แล้วค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ประโยค ขอความช่วยเหลือ ภาษาอังกฤษ

ประโยคขอความช่วยเหลือ ภาษาอังกฤษ

เราทุกคนจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือ มีวลีมากมายช่วยให้เราพูดได้อย่างเหมาะสม

การพูดขอความช่วยเหลือ (Asking for help)

การขอความช่วยเหลือภาษาอังกฤษ ที่เราพูดออกไปนั้น หลายคนคงสงสัยคำพูดที่ใช้สุภาพเพียงพอหรือไม่ อันที่จริงเเล้วการพูดให้สุภาพนั้น เป็นสิ่งที่สำคัญมากไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม โดยเฉพาะการพูดกับคนที่เราไม่รู้จัก เพื่อให้คนฟังรู้สึกดีและให้ความร่วมมือกับเรา

วันนี้ เอ็ด ดู เฟิร์สท์ จึงนำ ประโยคขอความช่วยเหลือ ภาษาอังกฤษ เพื่อการ “พูดขอความช่วยเหลือ อย่างสุภาพ” มาให้นำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันค่ะ

การขอความช่วยเหลือภาษาอังกฤษ

ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Can, Could และ Would กันก่อน

Can – ขอความช่วยเหลือ เพื่อนหรือคนสนิท

  • Can you help me?
    (แคน ยู เฮลพฺ มี)
    คุณสามารถช่วยฉันได้ไหม
  • Can you do me a favor please?
    (แคน ยู ดู มี อะ ฟะ’เวอะ พลีซ)
    คุณสามารถช่วยอะไรฉันสักนิดได้ไหม

Could – ขอความช่วยเหลือ อย่างสุภาพ

  • Could you help me?
    (คูด ยู เฮลพฺ มี)
    คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม
  • Could you please help me out with…..?
    (คูด ยู พลีซ เฮลพฺ มี เอาทฺ วิธ)
    คุณพอจะช่วยฉันเกี่ยวกับ..ได้ไหม

Would – ขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ เป็นทางการ

  • Would you help me?
    (วูด ยู เฮลพฺ มี)
    คุณยินดีที่จะช่วยฉันไหม
  • Would you mind helping me?
    (วูด ยู ไมน์ดฺ เฮล’พิง มี)
    คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม (ความหมายแบบเกรงใจมาก ๆ)
  • Would you please explain to me ……?
    (วูด ยู พลีซ เอคซฺ’เพลน ทู มี)
    คุณช่วยอธิบาย…ให้ฉันฟังหน่อยนะ

Would – ขอความช่วยเหลืออย่างสุภาพ เป็นทางการ

  • Would you help me?
    (วูด ยู เฮลพฺ มี)
    คุณยินดีที่จะช่วยฉันไหม
  • Would you mind helping me?
    (วูด ยู ไมน์ดฺ เฮล’พิง มี)
    คุณพอจะช่วยฉันได้ไหม (ความหมายแบบเกรงใจมาก ๆ)
  • Would you please explain to me ……?
    (วูด ยู พลีซ เอคซฺ’เพลน ทู มี)
    คุณช่วยอธิบาย…ให้ฉันฟังหน่อยนะ

ประโยคขอความช่วยเหลือภาษาอังกฤษ ง่ายๆ

สามารถใช้รูปแบบประโยคนี้ได้ กรณีที่เราขอความช่วยเหลือในเรื่องที่ไม่มากจนเกินไปนัก

  • Can you give me a hand for a minute?
    (แคน ยู กิฟว มี อะ แฮนดฺ ฟอร์ อะ มิน’นิท)
    คุณสามารถช่วยฉันสักพักได้ไหม
  • Could you lend me a hand?
    (คูด ยู เลนดฺ มี อะ แฮนดฺ)
    คุณพอให้ฉันยืมตัวหน่อยได้ไหม

ตัวอย่าง ประโยคขอความช่วยเหลือภาษาอังกฤษ ที่ควรรู้

  • Is there any chance you have time to …?
    คุณพอมีเวลาที่จะ….ได้ไหม
  • Please help me with ….. .
    โปรดช่วยฉันในเรื่อง
  • Is it possible for you to …….. ?
    คุณพอที่จะทำ…ได้ไหม
  • I was wondering if you could please show me how to ….. .
    ฉันไม่แน่ใจว่าคุณพอที่จะทำให้ฉันดูในวิธี…ได้ไหม
  • Do you have any free time on ….?
    คุณมีเวลาว่างที่จะ..ได้ไหม
  • Do you know anything about ….?
    คุณรู้อะไรเกี่ยวกับ .. หรือเปล่า
  • I was having a problem with ……. Do you think you can help me?
    ฉันกำลังมีปัญหาในเรื่อง… คุณคิดว่าคุณจะสามารถช่วยฉันได้ไหม

ตัวอย่าง ประโยคที่เราเข้าหาไปผู้อื่น และขอให้ช่วยเหลือ

  • If you don’t mind, I could really use your assistance with …. ?
    หากคุณไม่ว่าอะไร ฉันพอจะให้คุณช่วยในเรื่อง…ได้ไหม
  • If you don’t mind, I really need your help with …. .
    หากคุณไม่ว่าอะไร ฉันต้องการความช่วยเหลือจากคุณในเรื่อง….จริง ๆ
  • I know (that) you’re good at ….. , and I really could use some help.
    ฉันรู้ว่าคุณเก่งในเรื่อง …. และฉันพอที่จะขอความช่วยเหลือได้
  • I heard (that) you’re really good at …. . Is there any chance you could help me?
    ฉันได้ยินมาว่าคุณนั้นเก่งในเรื่อง…จริง ๆ คุณพอจะช่วยฉันบ้างได้ไหม
  • Is there any chance that you could give me a hand with ….?
    พอเป็นไปได้ไหมที่คุณจะช่วยฉันในเรื่อง…ได้
  • I heard that you have a lot of experience with ….. , and I could really use your help.
    ฉันได้ยินมาว่าคุณมีประสบการณ์อย่างมากในเรื่อง … ฉันน่าจะพอขอความช่วยเหลือจากคุณได้บ้าง

ประโยคเสนอความช่วยเหลือภาษาอังกฤษ

เมื่อเจอคนตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก แต่เราอยากแสดงความมีน้ำใจ ให้ความช่วยเหลือ ภาษาอังกฤษ พูดได้หลายแบบ ดังนี้

  • Let me help you. ให้ฉันช่วยคุณนะ
  • Do you want any help? คุณต้องการความช่วยเหลือไหม?
  • Do you need a hand? คุณต้องการให้ช่วยไหม
  • What can I do for you? มีอะไรให้ช่วยบ้างหรือเปล่า
  • Is there anything I can do for you? มีอะไรที่ฉันสามารถช่วยคุณได้บ้างไหม
  • If you want me to help, please let me know. ถ้าคุณอยากให้ช่วย บอกได้เลยนะ

ขอบคุณข้อมูลจาก edufirstschool.com


Earth Day วันคุ้มครองโลก 2024 : 10 ข้อเท็จจริงที่น่าแปลกใจ

วันที่ 22 เมษายน เป็นวันคุ้มครองโลก แต่รู้หรือไม่ว่าวันนี้มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและความหมายสำคัญอย่างไร? ทำความเข้าใจรากเหง้า เป้าหมาย เเละวิธีการที่สามารถมีส่วนร่วมในการเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลก 2024 อย่างมีความหมาย

Earth Day วันคุ้มครองโลกปี 2024 ธีมในปีนี้คือ “Planet vs. Plastics” ซึ่งเรียกร้องให้ ผู้นำรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนทั่วไปลดการผลิตพลาสติกลง 60% ภายในปี 2583 นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้เลิกใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวอย่างเต็มรูปแบบภายในสิ้นทศวรรษนี้

วันคุ้มครองโลก มีการเฉลิมฉลองในวันที่ 22 เมษายนของทุกปี เพื่อการสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ที่เป็นภัยคุกคามต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นอันตรายต่อโลก ไม่ว่าจะเป็น ระดับมลพิษที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การตัดไม้ทำลายป่า และภาวะโลกร้อน ประเทศและองค์กรต่างๆ จากทั่วโลกรวมตัวกันเพื่อส่งเสริมการตระหนักถึงความจำเป็นที่สำคัญในการรักษาสิ่งแวดล้อม

วันคุ้มครองโลก ครั้งที่ 54 ในวันที่ 22 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดมลพิษในระดับที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อน อุณหภูมิก็ทำลายสถิติทุกปี ผู้คนหลายพันคนทั่วโลกจัดแคมเปญและให้คำมั่นสัญญาว่า จะปรับปรุงสุขภาพของโลก ซึ่ง วันคุ้มครองโลกนี้ จะมีการเฉลิมฉลองผ่านการสัมมนา กิจกรรม และคอนเสิร์ตต่างๆ การเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่เหล่านี้ช่วยให้โลกตระหนักถึงความจำเป็นในการเลี้ยงดูโลกเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

Earth Day จึงเป็นทั้งเครื่องเตือนใจอันเลวร้ายถึงงานที่ต้องทำและเป็นการเฉลิมฉลอง ความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นในเรื่องความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ยังเป็นตัวเร่งให้เกิดการดำเนินการ รวมถึงการสร้างข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม

ต่อไปนี้เป็นข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ 10 ประการเกี่ยวกับวันคุ้มครองโลก

วันคุ้มครองโลกถูกสร้างขึ้นโดยวุฒิสมาชิก

เกย์ลอร์ด เนลสัน  สมาชิกวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครตจากวิสคอนซิน เริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมของสหรัฐฯ ในทศวรรษ 1960 หลังเหตุการณ์น้ำมันรั่วครั้งใหญ่ในซานตาบาร์บารา รัฐแคลิฟอร์เนีย ในเดือนมกราคม ปี 2512 เขามีความคิดที่จะเปิดตัวการสอนในวิทยาเขตของวิทยาลัยทั่วประเทศโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากขบวนการต่อต้านสงครามเวียดนามที่เกิดขึ้นในวิทยาเขตโดยรอบประเทศ โดยได้คัดเลือก เดนิส เฮย์ส นักเคลื่อนไหวรุ่นเยาว์ เพื่อช่วยนำแนวคิดนี้ออกสู่สาธารณะ

แนวคิดวันคุ้มครองโลกเกิดขึ้นหลังภัยพิบัติด้านสิ่งแวดล้อมหลายครั้ง

แนวคิดเบื้องหลังวันนี้เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ต่างๆ มากมายที่ดึงดูดความสนใจต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปิดตัวหนังสือ Silent Spring ของ ราเชล คาร์สัน ในปี 1962 และแม่น้ำ Cuyahoga ในปี 1969 ไฟ ขณะเดียวกันมีหลายกลุ่มในสหรัฐอฯ ทำงานเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น ลดมลพิษทางอากาศ ให้ความสนใจกับผลกระทบของยาฆ่าแมลงที่มีต่อคนงานในฟาร์ม และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งพวกเขาไม่เคยทำงานร่วมกันเลย

ผู้คนมากกว่า 20 ล้านคนเข้าร่วมในวันคุ้มครองโลกครั้งแรก

ผู้คนหลายล้านคนเข้าร่วมในการเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกครั้งแรกเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2513 งานดังกล่าวปิด “ฟิฟธ์ อเวนิว” ในแมนฮัตตัน บรรยากาศในวันนั้นมีสมาชิกของบริษัทสถาปัตยกรรมอย่าง Warner, Burns, Toan & Lunde มีการปูผ้าห่มสีเหลืองและสีขาวบนพื้นยางมะตอยใกล้กับถนน 57th Street นำทิวลิปใส่ในขวดไวน์ และสนุกกับการปิกนิกท่ามกลางแสงแดด ฝูงชนรวมตัวกันรอบๆ และร้องเพลง “Happy Earth Day to You” 

วันคุ้มครองโลกคือ วันที่ 22 เมษายน ตรงกับตารางเรียนของวิทยาลัย

วันที่ 22 เมษายน ตรงกับวันธรรมดาในระหว่างปีการศึกษา ซึ่งอยู่ระหว่างช่วงปิดเทอมฤดูใบไม้ผลิและการสอบปลายภาค เป็นช่วงที่อากาศอบอุ่นพอที่จะให้ผู้คนออกไปข้างนอกได้

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อมก่อตั้งขึ้นหลังวันคุ้มครองโลกครั้งแรก

สำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (EPA) ซึ่งควบคุมกลไกในการปกป้องสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2513 เพื่อเป็นการตอบสนองโดยตรงต่อวันคุ้มครองโลกครั้งแรก สภาคองเกรส ก่อตั้งหน่วยงานขึ้นหลังจากได้เห็นการมีส่วนร่วมอย่างมากในการประท้วงวันคุ้มครองโลกทั่วประเทศ 

วันคุ้มครองโลกเกิดขึ้นทั่วโลกในปี 1990

ผู้คนหลายล้านคนเข้าร่วมในขบวนการวันคุ้มครองโลกครั้งแรก ซึ่งนำไปสู่การผ่านกฎหมายสิ่งแวดล้อมที่สำคัญ รวมถึงพระราชบัญญัติการศึกษาสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พระราชบัญญัติความปลอดภัยและอาชีวอนามัย และพระราชบัญญัติอากาศสะอาดในสหรัฐฯในปลายปีนั้น

การเคลื่อนไหวดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่วโลกในปี 1990 หลังจากที่ผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมจัดแคมเปญสำคัญสำหรับโลกอีกครั้ง ซึ่งระดมผู้คน 200 ล้านคนใน 141 ประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป มุ่งเน้นไปที่การรณรงค์ต่อต้าน “ภาวะโลกร้อน” และในปี 2563 ผู้คนมากกว่า 1 พันล้านคนทั่วโลกได้เข้าร่วมในกิจกรรมวันคุ้มครองโลก

ข้อตกลงปารีสเปิดให้ลงนามในวันคุ้มครองโลก

ข้อตกลงปารีสซึ่งเป็นข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ เปิดให้ลงนามในวันคุ้มครองโลกในปี 2559 สนธิสัญญาดังกล่าวมีผู้ลงนามมากกว่า 190 ราย ทุกคนตกลงที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนและดำเนินการอื่น ๆ เพื่อลดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

สหภาพแรงงาน United Automobile Workers มีบทบาททำให้วันคุ้มครองโลกเกิดขึ้นได้

อดีตหัวหน้าสหภาพ United Automobile Workers (UAW) เป็นหนึ่งในผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของวันคุ้มครองโลก โดยบริจาคเงิน 2,000 ดอลลาร์ในปี 1970 (ซึ่งเทียบเท่ากับปัจจุบันมากกว่า 15,500 ดอลลาร์ในปัจจุบัน)

กิจกรรมวันคุ้มครองโลกที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ปี 2024

สำหรับการเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกในปีนี้ Earthday.org ทำงานร่วมกับองค์กรต่างๆ ในมาเลเซีย เพื่อเป็นเจ้าภาพจัดการทำความสะอาดครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์วันคุ้มครองโลก

เกาะปีนัง ซึ่งเป็นเกาะหลักของประเทศ ได้รับผลกระทบจากมลพิษพลาสติกจากการท่องเที่ยว อาสาสมัครอย่างน้อย 100,000 คน จะทำความสะอาดชายหาดและป่าไม้ในประเทศ ตามการระบุของผู้จัดงาน พวกเขาจะปลูกต้นไม้มากกว่า 1 ล้านต้น

มีการปลูกต้นไม้นับสิบล้านต้นในวันคุ้มครองโลก

ป่าประมาณ 18 ล้านเอเคอร์สูญเสียไปทุกปีเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่า ตามข้อมูลขององค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ เพื่อต่อสู้กับสิ่งนี้ Earthday.org ได้ก่อตั้ง โครงการ Canopy Project ในปี 2553 และกล่าวว่า ตั้งแต่นั้นมาได้ปลูกต้นไม้หลายสิบล้านต้นทั่วโลก

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


ผักผลไม้ 6 ชนิดช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เส้นผม ลดการขาดร่วงได้ดี

สาวๆ คนไหนที่มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือเส้นผมไม่แข็งแรง วันนี้เราจะชวนมารู้จักผักผลไม้ 6 ชนิดที่อุดมด้วยสารอาหารที่ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมโดยเฉพาะ ซึ่งผักผลไม้เหล่านี้จะช่วยลดปัญหาเส้นผมขาดร่วงได้ดีมากๆ มาดูกันค่ะว่ามีผักผลไม้ชนิดใดบ้าง

ผักผลไม้ 6 ชนิดช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้เส้นผม

1.มันเทศ

มันเทศอุดมด้วยสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการดูดซึมวิตามินเอ โดยวิตามินเอจัดเป็นสารอาหารที่มีความสามารถในการช่วยทำให้เส้นผมมีความหนาและแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งวิตามินเอยังช่วยในการผลิตซีบัม ซึ่งช่วยให้เส้นผมมีความชุ่มชื้นและสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

2.ปวยเล้ง

ปวยเล้งอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี โฟเลต และธาตุเหล็ก โดยสารอาหารเหล่านี้ส่งผลดีต่อการเจริญเติบโตของเส้นผม และยังช่วยป้องกันไม่ให้เส้นผมขาดร่วงได้ง่าย ทั้งนี้หากร่างกายของสาวๆ ขาดธาตุเหล็ก ย่อมเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมร่วงได้ง่าย ดังนั้นหากมีปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมขาดร่วงง่ายกว่าปกติ แนะนำให้กินปวยเล้ง เพื่อให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กและสารอาหารอื่นๆ เพื่อลดปัญหาการขาดร่วงของเส้นผมบ่อยๆ

3.แครอท

แครอทอุดมด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งสารอาหารชนิดนี้มีความสามารถช่วยในการทำให้เส้นผมมีความนุ่มและเงางามอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ในแครอทยังมีวิตามินเอและวิตามินอี ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตของเส้นผม และช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับรากผม จึงทำให้เส้นผมไม่หลุดร่วงได้ง่าย

4.อะโวคาโด

อะโวคาโดอุดมด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารอาหารที่ช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและยาวเร็วขึ้น อีกทั้งในอะโวคาโดยังมีวิตามินซี ไบโอติน และน้ำมันจากอะโวคาโด ซึ่งเป็นสารอาหารที่ล้วนช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและช่วยลดการขาดร่วง โดยเฉพาะน้ำมันจากอะโวคาโดช่วยลดการอุดตันของรูขุมขน พร้อมทั้งช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิต และช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมได้ดีมากๆ เลยทีเดียว

5.กีวี

กีวีอุดมด้วยวิตามินซี ซึ่งวิตามินชนิดนี้ช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นสารอหารที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม พร้อมทั้งช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ดีมากๆ นอกจากนี้วิตามินซียังช่วยผลิตคอลลาเจน ซึ่งเป็นสารที่มีความจำเป็นต่อการลำเลียงสารอาหารไปที่หนังศีรษะ ดังนั้นจึงทำให้เส้นผมเจริญเติบโตและแข็งแรงสุขภาพดีได้

6.ลูกพรุน

ลูกพรุนอุดมด้วยธาตุเหล็ก ซึ่งธาตุเหล็กถือเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยลดการขาดร่วงของเส้นผมได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ในลูกพรุนยังมีวิตามินบีและวิตามซี ซึ่งวิตามินทั้งสองชนิดนี้ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เส้นผมมีความหนานุ่มและแข็งแรงมากขึ้นอีกด้วย

สำหรับสาวๆ ที่กำลังเจอกับปัญหาเส้นผมขาดร่วง หรือรู้สึกว่าเส้นผมไม่แข็งแรง แนะนำให้หมั่นกินผักผลไม้ 6 ชนิดนี้บ่อยๆ กันดูค่ะ เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาการขาดร่วงของเส้นผมได้ดี แถมยังช่วยให้ร่างกายของสาวๆ ได้รับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายได้หลากหลายอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 22/04/2567

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a41,350.0041,450.00
ทองรูปพรรณ 96.5%2,678.0040,598.4841,950.00
ทองรูปพรรณ 90%2,410.2036,538.63n/a
ทองรูปพรรณ 80%2,142.4032,478.78n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,205.0018,267.80n/a
ทองรูปพรรณ 40%937.0014,204.92n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%2,775.0042,069.00n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 22/04/2567



ปตท.

บางจาก

เชลล์

เอสโซ่

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9540.3540.3540.9540.3540.3540.3540.3540.3540.3540.35
แก๊สโซฮอล์ 9138.8838.8839.4838.8838.8838.8838.8838.8838.8838.88
แก๊สโซฮอล์ E2038.2438.2438.8438.2438.2438.2438.2438.2438.24
แก๊สโซฮอล์ E8537.9937.9937.99
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม48.0449.4449.9449.4448.04
เบนซิน 9548.2449.4148.7448.3948.24
ดีเซล B730.4430.9431.3430.9430.9430.9430.9430.9430.9430.44
ดีเซล30.4430.9430.9430.9430.9430.9430.9430.9430.44
ดีเซล B2030.4430.9430.9430.44
ดีเซลพรีเมี่ยม42.4445.1445.9445.1445.1442.44
แก๊ส NGV19.5919.5919.59
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า