อสังหาฯ ฉะเชิงเทราสต็อกรอระบาย6 ปี ‘มารวย’ สวนตลาดลุย 2 โครงการใหม่

- ภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในฉะเชิงเทรามีสต็อกคงค้างจำนวนมาก ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เวลาระบายถึง 6 ปี
- บริษัท มารวย เรียลเอสเตท มียอดขายสวนทางกับตลาด สามารถปิดการขายโครงการเก่าจนหมดสต็อก
- มารวยฯ เดินหน้าเปิด 2 โครงการใหม่ คือ “โสธร 5” และ “บ้านมารวย บางนา–บางปะกง” เพื่อรองรับกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่สูง
นวณัฐ สุขะมงคล รองประธานกรรมการบริหาร แพทโก้ กรุ๊ป และ บริษัท มารวย เรียลเอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า ยอดขายในไตรมาส 1 และไตรมาส 2 ของปีนี้ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้บริษัทมองเห็นโมเมนตัมเชิงบวกต่อเนื่องไปยังไตรมาส 3 และไตรมาส 4
หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ฉะเชิงเทรายังมีโอกาสในตลาดแนวราบ คือบทบาทของจังหวัดในฐานะพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และชลบุรี ทั้งด้านการเดินทาง การทำงาน และการอยู่อาศัย ขณะที่ราคาที่อยู่อาศัยยังมีช่องว่างจากจังหวัดข้างเคียง โดยเฉพาะชลบุรีที่ราคาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้บ้านในฉะเชิงเทรายังตอบโจทย์กลุ่มผู้ซื้อที่ต้องการบ้านในระดับราคาจับต้องได้
“ภาพที่เห็นชัดคือ บ้านแฝดชั้นเดียวในฉะเชิงเทรายังเปิดขายในระดับราคา 2 ล้านบาทขณะที่ในหลายพื้นที่ ราคาดังกล่าวอาจซื้อได้เพียงทาวน์เฮาส์”
โจทย์ของตลาดจึงไม่ได้อยู่ที่ “ไม่มีดีมานด์” แต่คือการออกแบบสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อจริง และทำเลที่สามารถเชื่อมโยงกับแหล่งงานโดยรอบได้
สต็อกใช้เวลาระบาย 6 ปี
ข้อมูลตลาดสะท้อนภาพที่สวนทางกันอย่างน่าสนใจ เพราะสต็อกที่อยู่อาศัยรวมในจังหวัดฉะเชิงเทราต้องใช้เวลาราว 6 ปีจึงจะดูดซับหมด หากพิจารณาจากอัตราการขายในภาพรวม แต่ในฝั่งของมารวย เรียลเอสเตท สามารถปิดการขายจนหมดสต็อก ทำให้บริษัทต้องเร่งเดินหน้าก่อสร้างบ้านเฟสใหม่เพื่อรองรับลูกค้า
โดยดีมานด์ไม่ได้มาจากคนฉะเชิงเทราเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงผู้ซื้อที่ย้ายถิ่นฐานมาจากชลบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพฯ ปัจจัยสำคัญที่บริษัทมองว่าเป็นฐานของความเชื่อมั่น คือการทำตลาดในพื้นที่มายาวนานกว่า 20 ปี ผ่านโครงการอย่างโสธร 23 โสธร 4 และโสธร 5 จนเกิดฐานลูกค้าที่คุ้นเคยกับแบรนด์
เปิด 2 โครงการใหม่ รับแรงซื้อบ้านแนวราบ
จากสัญญาณดังกล่าว มารวย เรียลเอสเตท เตรียมเปิดตัว 2 โครงการใหม่ เพื่อขยายพอร์ตสินค้าและรองรับความต้องการในพื้นที่ โครงการแรกคือ “โสธร 5” โครงการขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 55 ไร่ พัฒนาในรูปแบบบ้านเดี่ยวและบ้านแฝด มูลค่า 1,500 ล้านบาท โครงการที่สอง “บ้านมารวย บางนา–บางปะกง” พื้นที่ 25 ไร่ 175 ยูนิต เจาะตลาดตั้งแต่กลุ่มบ้านหลังแรกไปจนถึงครอบครัวที่ต้องการขยายพื้นที่อยู่อาศัยไฮไลต์อยู่ที่บ้านแฝดชั้นเดียว 94 ยูนิต ที่ดินเริ่มต้น 37 ตารางวา ราคาเริ่มต้น 2 ล้านบาทต้นๆ ยูนิตที่เหลือเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ที่ดินสูงสุด 126 ตารางวา
“กลยุทธ์ดังกล่าวสะท้อนการวางสินค้าให้ครอบคลุมตั้งแต่ตลาดแมสที่ต้องการบ้านราคาเข้าถึงได้ ไปจนถึงกลุ่มครอบครัวที่มีกำลังซื้อสูงขึ้น”
เมิน‘สงครามราคา’ชูฟังก์ชันและคุณภาพ
อีกด้านหนึ่ง ตลาดฉะเชิงเทรากำลังเผชิญการแข่งขันด้านราคามากขึ้น โดยผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เป็นบริษัทมหาชนเข้ามาเปิดโครงการแข่งขันโดยตรง และใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อดึงกำลังซื้อ
“แม้แนวทางนี้อาจทำให้บริษัทมีกำไรต่ำกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ใช้งบการตลาดและการสร้างแบรนด์ในระดับสูง แต่บริษัทมองว่าเป็นต้นทุนเพื่อรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว”
‘ดอกเบี้ยต่างกัน’ ระหว่างรายใหญ่-ท้องถิ่น
ประเด็นที่ผู้ประกอบการท้องถิ่นต้องเผชิญไม่ได้มีเพียงการแข่งขันในตลาด แต่รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ผู้บริหารมารวย เรียลเอสเตท สะท้อนข้อเสนอไปยังสถาบันการเงินเกี่ยวกับการให้อัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่บริษัทมหาชน ซึ่งอาจทำให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นเสียเปรียบด้านต้นทุน
“การประเมินความเสี่ยงไม่ควรพิจารณาเพียงสถานะการเป็นบริษัทมหาชน แต่ควรประเมินจากประวัติการดำเนินธุรกิจ ฐานลูกค้า และความสามารถในการดูแลโครงการด้วย”
ขณะเดียวกัน ฐานลูกค้าของมารวยจำนวนมากเป็นผู้ประกอบการและแม่ค้าออนไลน์ ซึ่งอาจใช้เวลาในการจัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารทางการเงินนานกว่าพนักงานประจำ แต่บริษัทระบุว่าส่วนใหญ่สามารถผ่านการอนุมัติสินเชื่อได้ โดยมีกรณีถูกปฏิเสธสินเชื่อในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตามนอกจากตลาดบ้านระดับราคา 2 ล้านบาทต้นๆ แล้ว มารวยยังเดินหน้าตลาดลักชัวรีในฉะเชิงเทรา บนพื้นที่ 35 ไร่ 103-125 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 7.99 ล้านบาท ไปจนถึง 35 ล้านบาทปัจจุบันทำยอดขายแล้ว 30 หลัง คิดเป็นมูลค่าเกือบ 350 ล้านบาทคาดว่าจะปิดการขายโครงการทั้งหมดภายใน 2 ปี
มารวย เรียลเอสเตท ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 450 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทำได้ราว 300 ล้านบาท ขณะที่เป้าหมายรวมของแพทโก้ กรุ๊ป อยู่ที่ 800-1,000 ล้านบาท
ท่ามกลางตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังต้องใช้เวลาในการดูดซับสต็อก กลยุทธ์ของมารวยจึงไม่ใช่การเร่งแข่งขันด้วยราคา แต่เป็นการเลือกทำเลที่ยังมีช่องว่างด้านราคา พัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับกำลังซื้อ และใช้ฐานลูกค้าในพื้นที่เป็นแรงส่ง
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
HBA เผยยอดจองรับสร้างบ้าน EXPO 2026 พุ่ง 1,643 ล้าน โต 6.5%

- งาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026” สร้างยอดจองปลูกสร้างบ้านรวม 1,643 ล้านบาท เติบโตขึ้น 6.5% จากปีก่อน
- ปัจจัยความสำเร็จมาจาก 4 ด้านหลัก ได้แก่ กองทุนประกันผู้บริโภค การตรึงราคาบ้าน สินเชื่อเงื่อนไขพิเศษ และการตลาดเชิงรุก
- สมาคมฯ คาดว่าจะมียอดขายจากการติดตามลูกค้าหลังจบงานเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาท ทำให้ยอดขายรวมจากงานแตะ 2,643 ล้านบาท
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (Home Builder Association : HBA) เผยผลการจัดงาน “รับสร้างบ้านและวัสดุ EXPO 2026”ระหว่างวันที่ 16-20 กันยายน 2569 ณ อิมแพ็ค ฮอลล์ 8 เมืองทองธานี สามารถสร้างยอดจองปลูกสร้างบ้านรวม 1,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,543 ล้านบาทในปีก่อน หรือเติบโตประมาณ 6.5% ขณะที่มีผู้เข้าชมงานประมาณ 8,500 คน เพิ่มขึ้นจาก 7,500 คน หรือประมาณ 13.3%
นายอนันต์กร อมรวาที นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า แม้ก่อนการจัดงานบริษัทสมาชิกจะมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว แต่ผลตอบรับตลอด 5 วันสะท้อนว่าตลาดรับสร้างบ้านโดยผู้ประกอบการมืออาชีพยังมีศักยภาพ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองและมีความพร้อมด้านงบประมาณ
4 ปัจจัยหนุนยอดจองรับสร้างบ้าน
สำหรับปัจจัยที่สนับสนุนความสำเร็จของงานปีนี้ HBA ระบุว่ามี 4 ด้านหลัก เริ่มจากการสร้างความเชื่อมั่นผ่าน “กองทุนประกันผู้บริโภค” ซึ่งให้วงเงินคุ้มครองสูงสุด 1 ล้านบาทต่อบริษัทสมาชิก และเริ่มให้สิทธิ์คุ้มครองแก่ผู้ที่จองสร้างบ้านภายในงาน โดยกลไกดังกล่าวช่วยลดความกังวลของผู้บริโภคเกี่ยวกับความเสี่ยงจากการทิ้งงานและงบประมาณก่อสร้างที่อาจบานปลาย
ปัจจัยที่สองคือ ความร่วมมือของบริษัทสมาชิกในการตรึงราคาสร้างบ้าน โดยยังคงราคาแบบบ้านในระดับเดิม เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้บริโภค ท่ามกลางความผันผวนของต้นทุนก่อสร้าง และเพิ่มความคุ้มค่าในการตัดสินใจสร้างบ้าน
ปัจจัยที่สามคือ สินเชื่อเงื่อนไขพิเศษจากสถาบันการเงิน โดย HBA ได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรสถาบันการเงินในการนำเสนออัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อสำหรับผู้ที่ต้องการปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อและสนับสนุนการตัดสินใจของผู้บริโภค
ส่วนปัจจัยที่สี่คือ การสื่อสารและการตลาดเชิงรุก โดยสมาคมฯ วางแผนประชาสัมพันธ์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์อย่างต่อเนื่อง ทั้งโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มดิจิทัล ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการสร้างบ้านจริง หรือ Real Demand ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีที่ดินและมีความพร้อมด้านงบประมาณ
นายอนันต์กร ยังกล่าวว่า ยอดจองสร้างบ้าน 1,643 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความท้าทาย สะท้อนศักยภาพของตลาดรับสร้างบ้านและผู้ประกอบการมืออาชีพ ขณะเดียวกันมาตรฐานการให้บริการ นวัตกรรม และมาตรการคุ้มครองผู้บริโภค เป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการตัดสินใจของลูกค้า
ลุ้นปิดยอดขายหลังงานแตะ 2,643 ล้านบาท
นอกจากยอดจองที่เกิดขึ้นภายในงานแล้ว บริษัทสมาชิกยังได้รับรายชื่อลูกค้าที่มีศักยภาพเพื่อนำไปติดตามและต่อยอดการขายภายหลังงาน โดย HBA คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายจากการติดตามลูกค้าหลังงานได้อีกประมาณ 1,000 ล้านบาท
หากรวมกับยอดจองภายในงาน 1,643 ล้านบาท จะทำให้มียอดขายรวมประมาณ 2,643 ล้านบาท ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ 3,000 ล้านบาท ขณะเดียวกัน HBA ยังตั้งเป้าผลักดันยอดขายรวมของบริษัทสมาชิกตลอดปี 2569 ให้อยู่ที่ 10,000 ล้านบาท
“ผลตอบรับจากงานครั้งนี้ช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นว่า HBA และบริษัทสมาชิกจะสามารถขับเคลื่อนยอดขายรวมทั้งปีให้เป็นไปตามเป้าหมาย พร้อมรักษามาตรฐานการให้บริการและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง” นายอนันต์กรกล่าวทิ้งท้าย
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 366 จุด พุ่ง 0.71% แตะ 52,048 จุด น้ำมันร่วง-ยีลด์หลุด 5%

- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 366.19 จุด หรือ +0.71% ที่ระดับ 52,048.83 จุด
- ตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลง
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 5% มาอยู่ที่ 4.951% ช่วยคลายความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืม
- ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (21 ก.ย.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากการร่วงลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ซึ่งรวมถึงหุ้น Advanced Micro Devices (AMD)
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,048.83 จุด เพิ่มขึ้น 366.19 จุด หรือ +0.71%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,764.70 จุด เพิ่มขึ้น 114.20 จุด หรือ +1.49%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 27,122.09 จุด เพิ่มขึ้น 599.55 จุด หรือ +2.26%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ร่วงหลุดจากระดับทางจิตวิทยาที่ระดับ 5% โดยปรับตัวลง 0.045% มาอยู่ที่ 4.951% ทั้งนี้ การลดลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทำให้ตลาดคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูง และช่วยกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง
ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 4.51% ปิดที่ 95.78 เหรียญ/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ร่วงลง 3.4% ปิดที่ 100.34 เหรียญ/บาร์เรล หลังมีรายงานว่าโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีlหรัฐฯ พร้อมที่จะเจรจากับอิหร่าน และเปิดกว้างที่จะพบกับประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ผู้นำอิหร่าน ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) ในสัปดาห์นี้
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่ม S&P500 ปิดแดนบวก
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารและกลุ่มเทคโนโลยี พุ่งขึ้น 3.86% และ 2.45% ตามลำดับ ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.57% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสาธารณูปโภคลดลง 0.43%
หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าการลงทุนในเทคโนโลยี AI ยังคงเติบโต แม้ว่าคำเตือนด้านความปลอดภัยจากบรรดาผู้นำบริษัท AI ยักษ์ใหญ่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจะทำให้เกิดแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลกในช่วงก่อนหน้านี้ตาม
ทั้งนี้ หุ้น Intel พุ่งขึ้น 12.2% และหุ้น Arm Holdings พุ่งขึ้น 17% ขณะที่หุ้น AMD พุ่งขึ้นประมาณ 10% ส่งผลให้มูลค่าตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ของบริษัทพุ่งขึ้นแตะระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก ส่วนดัชนีหุ้นเซมิคอนดักเตอร์ที่ตลาดหุ้นฟิลาเดลเฟียปรับตัวขึ้น 4.3%
หุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้น 11.4% ปิดที่ระดับ 741.25 ดอลลาร์ หลังจากนักวิเคราะห์ของ Wells Fargo ปรับเพิ่มเป้าหมายราคาหุ้นของ Meta Platforms ขึ้นเป็น 796 ดอลลาร์ จากเดิม 640 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากการที่บริษัทประกาศเปิดตัวผู้ช่วย AI ที่ชื่อ Muse ซึ่งสามารถส่งอีเมล ประกาศขายรถยนต์ และจองตั๋วเดินทางแทนผู้ใช้ได้เองโดยอัตโนมัติ
หุ้นสหรัฐฯลงทุนในกรีนแลนด์ปรับขึ้น
หุ้นของบริษัทสหรัฐฯ ที่เข้าไปลงทุนในกรีนแลนด์ ปรับตัวขึ้น ซึ่งรวมถึงหุ้น Greenland Mines และหุ้น Greenland Energy หลังจากมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานะของกรีนแลนด์ โดยทรัมป์จะลงนามในข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์กับผู้นำของเดนมาร์ก และกรีนแลนด์ในวันนี้ (22 ก.ย.) โดยข้อตกลงดังกล่าวจะทำให้ความมั่นคงในเขตอาร์กติกอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) แทนที่จะปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของสหรัฐฯ และเดนมาร์ก
หุ้นบริษัทคริปโทเคอร์เรนซีปรับตัวขึ้น รวมถึงหุ้น Coinbase และหุ้น Strategy หลังจากราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นกว่า 6% แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 7 เดือน
นักลงทุนจับตาการแสดงความเห็นของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 50% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในการประชุมเดือนหน้า
นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมสุดยอดระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ในวันพฤหัสบดีนี้ (24 ก.ย.) โดยคาดว่าการประชุมจะครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ เช่น การขยายเวลาพักรบทางการค้า, การกำกับดูแล AI, แร่ธาตุสำคัญ และสงครามอิหร่าน
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
"หุ่นยนต์สี่ขา' โตแรง ยอดส่งมอบปี 2569 จ่อทะลุ 9 หมื่นตัว

- Counterpoint Research คาดการณ์ว่ายอดส่งมอบหุ่นยนต์สี่ขาทั่วโลกในปี 2569 จะทะลุ 90,000 ตัวเป็นครั้งแรก
- การเติบโตของตลาดได้รับแรงหนุนจากการเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานเพื่อความบันเทิง ไปสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม เช่น การตรวจสอบโรงงาน การรักษาความปลอดภัย และโลจิสติกส์
- Unitree Robotics เป็นผู้นำตลาดโดยรวมด้วยส่วนแบ่ง 37% ในขณะที่ AGIQUAD เป็นผู้นำในตลาดสำหรับภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
Counterpoint Research เปิดเผยรายงานแนวโน้มอุตสาหกรรมหุ่นยนต์สี่ขา หรือ Quadruped Robot โดยระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ตลาดทั่วโลกมียอดส่งมอบเกือบ 35,000 ตัว สะท้อนการนำหุ่นยนต์ประเภทนี้ไปใช้งานเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ตลาดหุ่นยนต์สี่ขากำลังเปลี่ยนผ่านจากการใช้งานเพื่อความบันเทิง การศึกษา และการวิจัย ไปสู่การประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม ส่งผลให้การแข่งขันของผู้ผลิตไม่ได้จำกัดอยู่เพียงประสิทธิภาพด้านการเคลื่อนที่ แต่ขยายไปถึงความสามารถในการติดตั้งใช้งานจริง และการพัฒนาโซลูชันให้ตรงกับความต้องการของแต่ละอุตสาหกรรม

ภาคอุตสาหกรรมดันตลาดโต
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ประมาณ 40% ของยอดส่งมอบหุ่นยนต์สี่ขาทั่วโลกมาจากการใช้งานในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง คิดเป็นจำนวนประมาณ 14,000 ตัว
งานหลักที่มีการนำหุ่นยนต์สี่ขาไปใช้งาน ประกอบด้วย
- การตรวจสอบโรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม
- การลาดตระเวนและรักษาความปลอดภัย
- การตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบไฟฟ้า
- การดับเพลิงและปฏิบัติภารกิจกู้ภัย
- การขนส่งสินค้าและงานด้านโลจิสติกส์
ณะเดียวกัน ความต้องการหุ่นยนต์สี่ขาขนาดกลางและขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนว่าตลาดกำลังขยายจากหุ่นยนต์ขนาดเล็กสำหรับงานทั่วไป ไปสู่หุ่นยนต์ที่รองรับน้ำหนักมาก ทำงานในพื้นที่ซับซ้อน และปฏิบัติภารกิจในสภาพแวดล้อมที่มนุษย์เข้าถึงได้ยากหรือมีความเสี่ยงสูง
Unitree ครองตลาดรวม 37%
ข้อมูลส่วนแบ่งยอดส่งมอบหุ่นยนต์สี่ขาทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 จาก Counterpoint Research พบว่า Unitree Robotics ครองตำแหน่งผู้นำตลาดรวม โดยมีส่วนแบ่งสูงถึง 37%

ส่วนแบ่งตลาดรวมของผู้ผลิตรายสำคัญ ได้แก่
- Unitree Robotics ส่วนแบ่ง 37%
- AGIQUAD ส่วนแบ่ง 16.3%
- CENISOM AI ส่วนแบ่ง 12.6%
- DEEP Robotics ส่วนแบ่ง 10.4%
- ผู้ผลิตรายอื่นรวมกัน 23.7%
ความได้เปรียบของ Unitree Robotics มาจากการเข้าสู่ตลาดก่อนคู่แข่ง รวมถึงฐานลูกค้าในกลุ่มความบันเทิง การศึกษา และการวิจัย ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการหุ่นยนต์ขนาดเล็กและมีราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าหุ่นยนต์สำหรับงานอุตสาหกรรม
AGIQUAD ขึ้นนำตลาดอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะตลาดหุ่นยนต์สี่ขาสำหรับงานอุตสาหกรรม ซึ่งมียอดส่งมอบประมาณ 14,000 ตัว ภาพการแข่งขันแตกต่างจากตลาดรวมอย่างชัดเจน
ส่วนแบ่งตลาดหุ่นยนต์สี่ขาสำหรับภาคอุตสาหกรรม ประกอบด้วย
- AGIQUAD ส่วนแบ่ง 27.8%
- DEEP Robotics ส่วนแบ่ง 26%
- CENISOM AI ส่วนแบ่ง 18.9%
- Unitree Robotics ส่วนแบ่ง 17.6%
- ผู้ผลิตรายอื่นรวมกัน 9.7%
AGIQUAD ขึ้นเป็นผู้นำตลาดอุตสาหกรรมด้วยส่วนแบ่ง 27.8% แม้มีส่วนแบ่งในตลาดรวมเพียง 16.3% ขณะที่ DEEP Robotics ตามมาเป็นอันดับสองด้วยส่วนแบ่ง 26% จากการมุ่งพัฒนาหุ่นยนต์สำหรับงานเฉพาะทาง โดยเฉพาะการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและภารกิจดับเพลิงกู้ภัย
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า ผู้นำตลาดรวมอาจไม่ได้ครองความได้เปรียบในทุกกลุ่มการใช้งาน เนื่องจากลูกค้าอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับความทนทาน ความสามารถในการรับน้ำหนัก ระบบควบคุม ความแม่นยำของเซ็นเซอร์ และประสิทธิภาพการทำงานในพื้นที่เฉพาะ มากกว่าปัจจัยด้านราคาเพียงอย่างเดียว
ปี 2569 จ่อทะลุ 90,000 ตัว
Counterpoint Research คาดการณ์ว่า ตลาดหุ่นยนต์สี่ขาจะเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 โดยมีตัวเลขสำคัญ ได้แก่
- ยอดส่งมอบทั่วโลกตลอดปี 2569 จะทะลุ 90,000 ตัวเป็นครั้งแรก
- รายได้ของอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
- มูลค่าตลาดทั่วโลกมีแนวโน้มทะลุ 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573
การเติบโตดังกล่าวจะได้รับแรงหนุนจากการลงทุนในระบบอัตโนมัติ โรงงานอัจฉริยะ โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ระบบรักษาความปลอดภัย ธุรกิจโลจิสติกส์ และงานที่มีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยของมนุษย์
จากหุ่นยนต์ลาดตระเวนสู่การทำงานอัตโนมัติ
ทิศทางการพัฒนาหุ่นยนต์สี่ขาในระยะต่อไปจะมุ่งไปสู่การทำงานอัตโนมัติมากขึ้น โดยเทคโนโลยีสำคัญประกอบด้วย
- ระบบรับรู้และวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
- ระบบนำทางอัตโนมัติ
- การตัดสินใจด้วยปัญญาประดิษฐ์
- การวิเคราะห์และระบุความผิดปกติ
- ความสามารถในการปฏิบัติภารกิจด้วยตนเอง
- การเชื่อมต่อเซ็นเซอร์ กล้อง และแขนกลเข้ากับตัวหุ่นยนต์
การผสานเซ็นเซอร์ โมเดล AI ระบบประมวลผล และแขนกล จะทำให้หุ่นยนต์สี่ขาไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเดินตรวจสอบพื้นที่หรือส่งภาพกลับมายังศูนย์ควบคุม แต่สามารถตรวจจับความผิดปกติ วิเคราะห์ปัญหา ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติงานในพื้นที่ได้ทันที
พัฒนาการดังกล่าวจะทำให้หุ่นยนต์สี่ขาเปลี่ยนสถานะจาก “แพลตฟอร์มเคลื่อนที่” ไปเป็นแรงงานอัตโนมัติสำหรับภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะงานที่มีความซ้ำซ้อน งานในพื้นที่อันตราย และงานที่ต้องปฏิบัติต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
แนะนำตัวเองภาษาอังกฤษ ตั้งแต่สัมภาษณ์งาน การนำเสนอ ไปจนถึงประชุมกับ ชาวต่างชาติ

ทำไมการแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษถึงสำคัญในโลกการทำงาน?
การแนะนำตัวเองเป็นภาษาอังกฤษไม่ใช่แค่การบอกชื่อ งาน และบริษัท แต่คือการสร้างความประทับใจแรกที่จะส่งผลต่อความสัมพันธ์และโอกาสต่าง ๆ ที่ตามมา ในโลกที่บริษัทข้ามชาติและการทำงานร่วมกับทีม International กลายเป็นเรื่องปกติ การแนะนำตัวได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรมชาติคือข้อได้เปรียบที่เห็นได้ชัด
การวิจัยพบว่าการตัดสินใจในการจ้างงานหรือการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจมักเกิดขึ้นภายใน 30–90 วินาทีแรกของการพบกัน ซึ่งเป็นเวลาที่คุณกำลังแนะนำตัวเองอยู่พอดี การแนะนำตัวที่ดีจึงไม่ใช่แค่เรื่องการไหว้ แต่เป็นการวางรากฐานของความสัมพันธ์ทั้งหมดที่จะตามมา
สถานการณ์ที่ต้องใช้การแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษ
การสัมภาษณ์งานกับบริษัทต่างชาติหรือบริษัทไทยที่มีสภาพแวดล้อมการทำงานโดยใช้ภาษาอังกฤษ คำถามแรกที่ HR มักถามคือ ‘Tell me about yourself’ หรือ ‘Please introduce yourself’ — นี่คือโอกาสทองที่ต้องใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การประชุมกับลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ต่างประเทศ ทั้งแบบ Online Meeting ผ่าน Zoom/Teams และแบบ Face-to-face ที่ต้องแนะนำตัวเองในฐานะตัวแทนบริษัท งาน Networking Event หรือ Conference ที่ต้องทำความรู้จักกับผู้คนใหม่ ๆ และการส่ง Email แนะนำตัวเองเมื่อเริ่มงานใหม่หรือติดต่อธุรกิจครั้งแรก
โครงสร้างการแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษที่ใช้ได้จริง
การแนะนำตัวเองที่ดีมีโครงสร้างชัดเจน ไม่ว่าจะในสถานการณ์ไหน ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ชื่อและตำแหน่ง พื้นหลังและประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญหรือจุดแข็ง และการเปิดโอกาสสนทนาต่อ โดยปรับสัดส่วนให้เหมาะกับเวลาที่มีและสถานการณ์
โครงสร้าง 30 วินาที — สำหรับ Networking และการพบปะแบบเร็ว
Hi, I’m [ชื่อ]. I work as a [ตำแหน่ง] at [บริษัท]. I specialize in [ความเชี่ยวชาญ]. It’s great to meet you!
ตัวอย่าง: Hi, I’m Ploy. I work as a Marketing Manager at a tech startup in Bangkok. I specialize in digital marketing and SEO. It’s great to meet you!
โครงสร้าง 1–2 นาที — สำหรับการประชุมและการนำเสนอ
Good morning/afternoon. My name is [ชื่อ], and I’m the [ตำแหน่ง] at [บริษัท]. I’ve been working in [อุตสาหกรรม] for [จำนวนปี] years, focusing mainly on [ความเชี่ยวชาญ]. In my current role, I’m responsible for [หน้าที่หลัก]. I look forward to working with you all.
โครงสร้างสำหรับ ‘Tell me about yourself’ ในการสัมภาษณ์งาน
โครงสร้างที่แนะนำสำหรับการสัมภาษณ์งานคือ Present–Past–Future: เริ่มจากปัจจุบัน (ตำแหน่งและหน้าที่ปัจจุบัน) → อดีต (ประสบการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้อง) → อนาคต (เป้าหมายและทำไมถึงสนใจตำแหน่งนี้) โครงสร้างนี้ทำให้คำตอบมีทิศทางและแสดงให้เห็นพัฒนาการที่ชัดเจน
ตัวอย่างโครงสร้าง Present–Past–Future: ‘Currently, I’m a Digital Marketing Specialist at XYZ Company, where I manage our social media campaigns and SEO strategy. Before this, I worked at ABC Agency for three years, handling e-commerce accounts across Southeast Asia. I’m now looking to grow into a more strategic role, which is why I’m excited about this Marketing Manager position at your company.’
ประโยคสำเร็จรูปสำหรับแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษ — แยกตามสถานการณ์
การแนะนำตัวเองในการสัมภาษณ์งาน (Job Interview)
| สถานการณ์ | ประโยคภาษาอังกฤษ |
|---|---|
| เปิดการสัมภาษณ์ | Thank you for having me. My name is [ชื่อ], and I’m very excited about the opportunity to join your team. |
| แนะนำพื้นหลัง | I have [จำนวน] years of experience in [อุตสาหกรรม/ทักษะ], primarily focusing on [ความเชี่ยวชาญ]. |
| พูดถึงความสำเร็จ | In my previous role at [บริษัท], I successfully [ความสำเร็จ], which resulted in [ผลลัพธ์]. |
| แสดงความกระตือรือร้น | I’m particularly drawn to this role because [เหตุผล ที่สอดคล้องกับตำแหน่ง]. |
| จุดแข็ง | One of my key strengths is [ทักษะ]. I believe this would be valuable in this position because [เหตุผล]. |
| การทำงานเป็นทีม | I work well both independently and as part of a team. I enjoy collaborating and sharing ideas to achieve common goals. |
| ปิดท้าย | I’m confident that my background and skills align well with what you’re looking for, and I’m eager to contribute to your team. |
การแนะนำตัวในการประชุม (Business Meeting)
Hello everyone, I’m [ชื่อ] from the [แผนก] team. I’ll be joining today’s meeting to discuss [หัวข้อ]. I’m looking forward to our collaboration.
สำหรับการประชุมออนไลน์: Good morning. Before we begin, I’d like to quickly introduce myself for those I haven’t met yet. I’m [ชื่อ], the [ตำแหน่ง] here at [บริษัท]. I’m responsible for [หน้าที่]. Nice to meet you all.
การแนะนำตัวในงาน Networking
Hi there! I’m [ชื่อ]. I’m a [ตำแหน่ง] at [บริษัท]. We work on [สิ่งที่บริษัทหรือตัวเองทำ]. What about you — what brings you to this event?
เทคนิค: หลังจากแนะนำตัวสั้น ๆ ให้ถามคำถามต่อทันที เพื่อเปิดการสนทนา คนส่วนใหญ่ชอบพูดเรื่องตัวเอง การถามว่า ‘What do you do?’ หรือ ‘How did you get into this field?’ จะช่วยให้บทสนทนาดำเนินต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ
คำศัพท์และวลีสำคัญสำหรับ Career English
คำศัพท์อธิบายตำแหน่งงานและหน้าที่
| ภาษาอังกฤษ | ความหมาย | ตัวอย่างประโยค |
|---|---|---|
| I oversee / I manage | ฉันดูแล/จัดการ | I oversee the marketing team of 10 people. |
| I’m in charge of | ฉันรับผิดชอบเรื่อง… | I’m in charge of budget planning. |
| I collaborate with | ฉันทำงานร่วมกับ… | I collaborate with sales and design teams. |
| My role involves | หน้าที่ของฉันเกี่ยวข้องกับ… | My role involves client communication. |
| I specialize in | ฉันเชี่ยวชาญด้าน… | I specialize in data analysis. |
| I’m responsible for | ฉันรับผิดชอบด้าน… | I’m responsible for product launches. |
| I report to | ฉันรายงานให้กับ… | I report directly to the CEO. |
| My background is in | พื้นฐานของฉันคือ… | My background is in finance and accounting. |
วลีสำหรับอธิบายประสบการณ์และความสำเร็จ
I have X years of experience in… — ใช้เริ่มต้นการพูดถึงประสบการณ์
During my time at [บริษัท], I… — ใช้พูดถึงสิ่งที่ทำในบริษัทเดิม
I’ve worked with clients such as… — ใช้แสดงประสบการณ์กับลูกค้า
One of my key achievements was… — ใช้พูดถึงความสำเร็จที่โดดเด่น
I successfully led a project that… — ใช้แสดงความสามารถในการนำทีม
This experience gave me the opportunity to develop… — ใช้เชื่อมประสบการณ์กับทักษะที่ได้
Tell Me About Yourself — คำตอบตัวอย่างแบบสมบูรณ์
ตัวอย่างที่ 1: สำหรับผู้สมัครงานระดับเริ่มต้น (Entry Level)
My name is Natcha, and I recently graduated with a degree in Business Administration from Chulalongkorn University. During my studies, I completed an internship at a digital marketing agency, where I assisted in managing social media accounts and analyzing campaign performance. I also led a student project that won the university’s entrepreneurship competition. I’m passionate about marketing and data-driven strategies, and I’m excited to apply what I’ve learned in a professional environment. I believe this role at your company will give me the perfect opportunity to grow and contribute meaningfully to your team.
ตัวอย่างที่ 2: สำหรับผู้มีประสบการณ์ (Mid-Level)
I’m Krit, a Marketing Manager with seven years of experience in the FMCG sector. I started my career at Unilever Thailand, where I spent four years learning the fundamentals of brand management and consumer insights. I then moved to a startup where I built the marketing function from scratch, growing our social media following from zero to over two hundred thousand in eighteen months. In my current role, I lead a team of eight and manage an annual marketing budget of approximately twenty million baht. I’m now looking for a new challenge where I can apply my strategic thinking and team leadership skills at a larger scale.
ตัวอย่างที่ 3: สำหรับผู้เปลี่ยนสายงาน (Career Change)
My name is Pim. I spent the first six years of my career as an IT engineer, which gave me a strong foundation in data analysis and technical problem-solving. About two years ago, I discovered a passion for UX design through a personal project, and I’ve since completed a UX design certification and built a portfolio of eight projects. I believe my technical background gives me a unique advantage in understanding both the user experience and the technical constraints, making me a bridge between design and development teams. I’m excited about this UX Designer role because it combines everything I love about both fields.
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงในการแนะนำตัวภาษาอังกฤษ
ข้อผิดพลาดที่ 1: พูดยาวเกินไป — การแนะนำตัวที่ดีไม่ควรเกิน 2 นาทีในการสัมภาษณ์งาน และไม่ควรเกิน 30 วินาทีในการพบปะครั้งแรก การพูดยาวเกินไปอาจทำให้ผู้ฟังเบื่อและเสียโอกาสสร้างความประทับใจที่ดี
ข้อผิดพลาดที่ 2: ท่องจำประโยคมากเกินไปจนดูไม่เป็นธรรมชาติ — เตรียมโครงสร้างและ Key Points แต่อย่าท่องจำทั้งหมด ควรให้การแนะนำตัวฟังดูเป็นธรรมชาติเหมือนการสนทนา
ข้อผิดพลาดที่ 3: ใช้ภาษาที่ซับซ้อนเกินไป — โดยเฉพาะเมื่อพูดกับคนที่ภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ ควรใช้ภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย และตรงประเด็น
ข้อผิดพลาดที่ 4: ไม่ได้ปรับให้เหมาะกับสถานการณ์ — การแนะนำตัวในการสัมภาษณ์งานต่างจากการแนะนำตัวในงาน Networking ควรปรับเนื้อหา ความยาว และโทนให้เหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์
ข้อผิดพลาดที่ 5: ไม่ฝึกออกเสียงให้ชัดเจน — การออกเสียงที่ชัดเจนสำคัญกว่าการใช้ไวยากรณ์ที่ซับซ้อน ผู้ฟังจะพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่คุณพูด ดังนั้นความชัดเจนและ Pacing ที่เหมาะสมสำคัญมาก
การแนะนำตัวเองผ่าน Email ภาษาอังกฤษ
โครงสร้าง Email แนะนำตัวเองสำหรับการทำงาน
Subject: Introduction — [ชื่อของคุณ], [ตำแหน่ง/แผนก]
Dear [ชื่อผู้รับ],
I hope this email finds you well. My name is [ชื่อ], and I am the new [ตำแหน่ง] at [บริษัท/แผนก]. I have recently joined the team and wanted to reach out to introduce myself.
In my role, I will be responsible for [หน้าที่หลัก]. I look forward to working closely with you on [สิ่งที่จะทำร่วมกัน]. Please feel free to reach out if you have any questions or if there is anything I can help with.
Thank you for your time. I look forward to our collaboration.
Best regards, [ชื่อ] | [ตำแหน่ง] | [เบอร์โทร/อีเมล]
Email แนะนำตัวเมื่อติดต่อลูกค้าหรือพาร์ทเนอร์ใหม่
Subject: Introduction from [บริษัทของคุณ] — Exploring Collaboration Opportunities
Dear [ชื่อผู้รับ], I am writing to introduce myself on behalf of [บริษัท]. My name is [ชื่อ], and I serve as the [ตำแหน่ง]. I came across your company through [แหล่งที่พบข้อมูล] and was impressed by [สิ่งที่น่าสนใจ]. I believe there may be mutual benefits in exploring a potential partnership between our organizations. I would love to schedule a brief call at your convenience to discuss this further. Please let me know if that would work for you.
ฝึกพูดแนะนำตัวเองภาษาอังกฤษ: เทคนิคที่ใช้ได้จริง
การฝึกพูดแนะนำตัวภาษาอังกฤษด้วยตัวเองต้องอาศัยการฝึกซ้ำหลายครั้งในสภาวะต่าง ๆ เพื่อให้สามารถพูดได้อย่างคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติเมื่อถึงเวลาจริง ต่อไปนี้คือเทคนิคที่ใช้ได้จริงและเห็นผล
เทคนิคที่ 1: Mirror Practice — พูดหน้ากระจกและสังเกตภาษากาย การสบตา และการยิ้ม ภาษากายที่เปิดเผยและการสบตาที่มั่นใจช่วยให้การแนะนำตัวดูน่าเชื่อถือมากขึ้น
เทคนิคที่ 2: Record and Review — บันทึกเสียงหรือวิดีโอตัวเองขณะแนะนำตัว แล้วฟัง/ดูซ้ำเพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุง เช่น การออกเสียง ความเร็วในการพูด หรือคำเติมเต็มที่ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ
เทคนิคที่ 3: Shadowing — ฟังการแนะนำตัวของ Native Speaker หรือ Business English Content Creator แล้วพูดตาม เพื่อฝึก Pronunciation และ Intonation
เทคนิคที่ 4: Practice with a Native Speaker — การฝึกกับเจ้าของภาษาหรือครูที่เชี่ยวชาญจะช่วยให้ได้ Feedback ที่ตรงจุดและแก้ไขได้ทันที Speak Up มีคอร์สฝึกพูดกับ Native Teacher ที่ช่วยให้นักเรียนพัฒนาการแนะนำตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณข้อมูลจาก speakup.ac.th
ไทย VS เกาหลีใต้ : วอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026, เทียบสถิติ, ถ่ายทอดสด

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิงเอเชียนเกมส์ 2026 (Women’s volleyball Asian Games 2026) จะแข่งขันกันที่ไอจิ-นาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569
วันนี้ “ทัพนักตบลูกยางสาวไทย” จะลงสนามในนัดชิงเหรียญทองแดง พบกับ เกาหลีใต้ แฟนๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV ช่อง 36 และ AIS Play ในวันอังคารที่ 22 กันยายน 2569 เวลา 14.00 น.
ซึ่งจากสถิติที่พบกันที่ผ่านมา 5 ครั้งหลังสุด ต้องบอกว่า “สาวไทย” เหนือกว่าชนะได้ถึง 4 ครั้ง ขณะที่ “ทัพนักตบลูกยางแดนโสม” ชนะได้เพียงครั้งเดียว เราลองไปดูสถิติการพบกัน และผลงานของทั้งสองทีมก่อนหน้านี้กัน
เฮดทูเฮด 5 ครั้งหลังสุด : ไทย ชนะ 4, เกาหลีใต้ ชนะ 1 นัด
27 สิงหาคม 2569 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
20 พฤษภาคม 2567 : ไทย แพ้ เกาหลีใต้ 1-3 เซต (เนชั่นส์ลีก)
4 มิถุนายน 2567 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (เนชั่นส์ลีก)
23 กันยายน 2566 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (คัดโอลิมปิก)
3 กันยายน 2566 : ไทย ชนะ เกาหลีใต้ 3-0 เซต (ชิงแชมป์เอเชีย)
ผลงาน 5 นัดหลังสุดของทั้งสองทีม
ไทย
21 กันยายน 2569 : แพ้ จีน 2-3 เซต (เอเชียนเกมส์)
20 กันยายน 2569 : ชนะ อินโดนีเซีย 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
18 กันยายน 2569 : ชนะ ไต้หวัน 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
17 กันยายน 2569 : ชนะ คีร์กีซสถาน 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
16 กันยายน 2569 : ชนะ มองโกเลีย 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
เกาหลีใต้
21 กันยายน 2569 : แพ้ ญี่ปุ่น 0-3 เซต (เอเชียนเกมส์)
20 กันยายน 2569 : ชนะ คาซัคสถาน 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
18 กันยายน 2569 : ชนะ เวียดนาม 3-1 เซต (เอเชียนเกมส์)
17 กันยายน 2569 : ชนะ กาตาร์ 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
16 กันยายน 2569 : ชนะ ฮ่องกง 3-0 เซต (เอเชียนเกมส์)
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
รู้จัก ‘ลีเจียนแนร์’ โรคร้ายที่มากับละอองน้ำ 1 ใน 4 โรคเฝ้าระวังใหม่

- คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติมีมติให้ “โรคลีเจียนแนร์” เป็น 1 ใน 4 โรคติดต่อใหม่ที่ต้องเฝ้าระวัง
- เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่แพร่กระจายผ่านละอองน้ำในอากาศและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำ ทำให้เกิดอาการปอดอักเสบรุนแรง
- ไทยพบผู้ป่วยสะสมกว่า 371 ราย และเสียชีวิต 7 ราย (ข้อมูลปี 2556–2569) โดยพบทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ
คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ได้มีมติให้เพิ่มเติม 4 โรคเฝ้าระวังใหม่ ซึ่งประกอบด้วย โรคลีเจียนแนร์, ไข้ร่วมกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำชนิดรุนแรง (SFTS), โรคติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจจากเชื้อ RSV และโรคงูสวัด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่…) พ.ศ…..
สำหรับ โรคลีเจียนแนร์ หรือ ลีเจียนเนลโลสิส (Legionnaires Disease, Legionellosis) เป็นโรคที่หลายคนอาจยังไม่คุ้นชื่อมากนักแต่เป็นโรคที่ไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลยเนื่องจากเชื้ออาจปะปนอยู่กับละอองน้ำในอากาศและอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับน้ำซึ่งอยู่ใกล้ตัวเรา
ข้อมูลล่าสุด กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โรคลีเจียนแนร์ในประเทศไทย ระบุว่า ระหว่างปี พ.ศ. 2556 – 2569 มีจำนวนผู้ป่วยสะสม 371 ราย เสียชีวิต 7 ราย เฉพาะในปี 2569 พบผู้ป่วย 44 ราย เสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ข้อมูลของ สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย ได้อธิบายพร้อมระบุเกี่ยวกับลักษณะและอาการของ โรคลีเจียนแนร์ ไว้ ดังนี้
อาการของโรคลีเจียนแนร์
มีอาการเบื่ออาหาร อ่อนเพลียปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ และมีไข้สูง โดยทั่วไปมักพบอาการใน 2 – 5 วัน ปวดท้องและอุจจาระร่วงเกิดขึ้นตามมา
โรคลีเจียนแนร์ เป็นสาเหตุของโรคปอดบวมและมีอาการไอ ไม่มีเสมหะ ปอดมีการอักเสบเป็นปื้นหรือจุดขาว ถ้าเป็นมากอาจพบลุกลามได้ในปอดทั้งสองข้าง การป่วยค่อนข้างรุนแรงและอาจจะทำให้การหายใจล้มเหลว ส่วนผู้ป่วยไข้ปอนเตียกจะสามารถหายได้เองและไม่มีอาการปอดอักเสบหรือรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต
ประวัติ-ที่มาของชื่อ “Legionella pneumophila”
มีบันทึกการพบผู้ป่วยรายแรกใน พ.ศ. 2490 และการระบาดครั้งแรกใน พ.ศ. 2500 ที่รัฐมินนิโซตา มีการระบาดครั้งใหญ่ของโรคปอดอักเสบในหมู่ผู้ร่วมประชุมทหารอเมริกัน (American Legion Convention) ที่เมืองฟิลาเดลเฟียสหรัฐอเมริกาใน พ.ศ. 2519 มีผู้ป่วย 182 ราย เสียชีวิต29 ราย อีก 6 เดือนต่อมา McDade JE และคณะ จึงได้พบเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุจากปอดของผู้เสียชีวิต จึงเป็นที่มาของชื่อ “Legionella pneumophila”
ในต่างประเทศให้ความสนใจโรคลีเจียนแนร์เนื่องจากมีอัตราป่วยตายสูงโดยเฉพาะประเทศในแถบยุโรปมีระบบเฝ้าระวังและมีคณะทำงานสำหรับโรคนี้โดยเฉพาะเรียกว่า European Working Group for Legionella Infections (EWGLI) อัตราป่วยของโรคนี้โดยเฉลี่ยในยุโรปเท่ากับ 4.45 ต่อประชากรล้านคน ในปี พ.ศ. 2539
ไทยพบผู้ป่วยโรคลีเจียนแนร์ครั้งแรกปี 2527
ในประเทศไทยมีรายงานการพบผู้ป่วยโรคลีเจียนแนร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2527 เป็นผู้ป่วยชาวไทย ต่อมาพบผู้ป่วยชาวต่างชาติจากยุโรปที่ป่วยเป็นโรคลีเจียนแนร์เกือบทุกปีแต่มีจำนวนไม่มาก เช่น ในปี พ.ศ. 2542 พบผู้ป่วยจำนวน 3 ราย ที่จังหวัดเชียงใหม่ ในปี พ.ศ. 2553 พบผู้ป่วยเป็นนักท่องเที่ยวชาวสกอตแลนด์ ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีประวัติเป็นโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและสูบบุหรี่จัดร่วมด้วย
นอกจากนี้ยังมีข้อมูลการรายงานโรคจากหน่วยงานต่างประเทศ เช่น European Working Group for Legionella Infection (EWGLI) Network ซึ่งเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังและควบคุมโรคลีเจียนแนร์ในระหว่างกลุ่มสมาชิกรวม 29 ประเทศซึ่งเมื่อประเทศในกลุ่มสมาชิกพบผู้ป่วยตั้งแต่ 2 รายที่เดินทางมาท่องเที่ยวต่างประเทศ และพักอยู่โรงแรมเดียวกัน (โดยพิจารณาจากระยะฟักตัวของโรค) จะมีการดำเนินการแจ้งข้อมูลไปยังหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศที่เกิดเหตุและหน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละประเทศในเครือสมาชิก
จากข้อมูลการเฝ้าระวังของ EWGLI ระบุว่า ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อจากโรงแรมในประเทศไทย ระหว่างปี พ.ศ. 2536 – 2553 มีจำนวน 109 ราย ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจากภูมิภาคต่างๆ ได้ทั่วโลก
ดังนั้น จึงได้มีมาตรการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อโดยการแจ้งให้โรงแรมและบริษัทธุรกิจดูแลทำความสะอาดระบบเครื่องปรับอากาศ และนํ้าหล่อเย็น รวมถึงการเฝ้าระวังในกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้สูบบุหรี่ นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกวดขันเรื่องมาตรการการป้องกันควบคุมโรคอย่างเข้มแข็งกับธุรกิจโรงแรม สปา ให้มีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อในระบบนํ้าทั้งโรงแรมโดยเฉพาะในท่อส่งนํ้าเพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อ
ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com
เปิด 8 เครื่องดื่ม “คาเฟอีนสูงลิ่ว” อัดพลังแน่น ตาค้างยิ่งกว่ากาแฟดำ!

กาแฟดำยังเอาไม่อยู่! เปิดลิสต์ “8 เครื่องดื่มคาเฟอีนสูงลิ่ว” อัดพลังแน่น ตาค้างยิ่งกว่ากาแฟทั่วไป
สำหรับใครหลายคน การเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยกาแฟสักแก้วถือเป็นกิจวัตรที่ขาดไม่ได้ ทั้งจากความเคยชินและเพื่อเติมคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกาย ข้อมูลจาก VeryWell Health ระบุว่า กาแฟดำชงสดขนาดปกติ 8 ออนซ์ (ประมาณ 240 มล.) มีปริมาณคาเฟอีนเฉลี่ยอยู่ที่ 90–95 มิลลิกรัม หรือคิดเป็นประมาณ 11.5 มิลลิกรัมต่อออนซ์ ซึ่งโดยทั่วไปองค์การอาหารและยา (FDA) แนะนำว่าปริมาณคาเฟอีนที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่ไม่ควรเกิน 400 มิลลิกรัมต่อวัน
แต่ในวันที่ต้องปั่นงานข้ามคืน ติวหนังสือสอบหนัก หรือเผชิญกับภารกิจที่เหน็ดเหนื่อยเป็นพิเศษ กาแฟถ้วยเดิมอาจไม่เพียงพออีกต่อไป! เราได้รวบรวม 8 เครื่องดื่มอัดคาเฟอีนแน่นๆ ที่พกพาความเข้มข้นมาแบบจัดเต็ม บอกเลยว่าบางชนิดสูงกว่ากาแฟปกติหลายเท่าตัว!
คำเตือนเรื่องสุขภาพ: การบริโภคคาเฟอีนเกินปริมาณที่แนะนำต่อวันติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย รวมถึงผลข้างเคียงระยะสั้น เช่น อาการใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ และอารมณ์หงุดหงิดง่าย ควรบริโภคแต่พอดีและพิจารณาตามความชินของร่างกายตนเอง
8 เครื่องดื่มที่ปัดฝุ่นความง่วงด้วยคาเฟอีนขั้นสุด
1. ชามัทฉะแบบดั้งเดิม (Traditionally-prepared Matcha)
ชาเขียวมัทฉะจากญี่ปุ่นที่นำใบชามาบดละเอียด ให้คาเฟอีนตั้งแต่ 19 ถึง 44 มิลลิกรัมต่อออนซ์ (ขึ้นอยู่กับเกรดของมัทฉะและปริมาณผงชาที่ใช้) ยิ่งใช้ผงมัทฉะเข้มข้นต่อน้ำน้อย ปริมาณคาเฟอีนและรสชาติก็จะยิ่งเข้มข้น เหมาะสำหรับคนที่อยากได้พลังงานพร้อมประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระ
2. กาแฟ Death Wish (รุ่น Power Surge)
แบรนด์กาแฟที่ขึ้นชื่อเรื่องความเข้มระดับสุดยอด โดยเฉพาะรุ่น Power Surge (ใช้เมล็ดคั่วเข้มพันธุ์โรบัสต้า) ที่ให้คาเฟอีนสูงถึง 210 มิลลิกรัมในปริมาณแก้วเพียง 6 ออนซ์ หรือคิดเป็น 35 มิลลิกรัมต่อออนซ์ ซึ่งสูงกว่ากาแฟดำปกติถึง 3 เท่า!
3. เครื่องดื่มชูกำลัง Celsius
เครื่องดื่มอัดลมสร้างความสดชื่นพร้อมคาเฟอีนแบบอัดแน่น โดย Celsius หรือ Celsius Vibe กระป๋องขนาด 12 ออนซ์ ให้คาเฟอีน 200 มิลลิกรัม (16.7 มก./ออนซ์) ส่วนรุ่นเข้มข้นอย่าง Celsius Essentials ขนาด 16 ออนซ์ อัดแน่นด้วยคาเฟอีนถึง 270 มิลลิกรัม
4. กาแฟ Black Insomnia
ที่สุดของความเข้มข้นที่ต้องยกนิ้วให้ กาแฟ Black Insomnia แบบเมล็ดคั่วเข้มชงสดขนาด 8 ออนซ์ มีปริมาณคาเฟอีนสูงถึง 1,105 มิลลิกรัม! (หรือ 138.13 มก./ออนซ์) ซึ่งสูงกว่าปริมาณที่ FDA แนะนำต่อวันถึงเกือบ 3 เท่าเลยทีเดียว ส่วนแบบกระป๋องพร้อมดื่ม (8.45 ออนซ์) มีคาเฟอีนอยู่ที่ 210 มิลลิกรัม
5. เครื่องดื่มชูกำลัง Bang Energy
หนึ่งในเครื่องดื่มชูกำลังแบบกระป๋องที่ได้รับความนิยมสูงสำหรับคนที่ต้องการความดีดแบบฉับไว กระป๋องขนาด 16 ออนซ์ มาพร้อมรสชาติหลากหลายและให้คาเฟอีนสูงถึง 300 มิลลิกรัม (18.75 มก./ออนซ์) เหมาะกับคนที่ต้องการพลังงานเต็มสูบก่อนทำกิจกรรมหนักๆ
6. เครื่องดื่มชูกำลัง Ryse Energy
แบรนด์สายออกกำลังกายที่นอกจากจะมีไลน์ Fuel (คาเฟอีน 200 มก.) แล้ว ยังมีไลน์ Energy ขนาด 12 ออนซ์ ที่ให้คาเฟอีน 150 มิลลิกรัม (12.5 มก./ออนซ์) ซึ่งสูงกว่ากาแฟเล็กน้อย แต่ทีเด็ดคือการเสริมโปรตีน 8 กรัม และพรีไบโอติกส์ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารด้วย
7. ชา HiCAF จาก The Republic of Tea
ลบภาพจำว่าชาต้องคาเฟอีนต่ำไปได้เลย เพราะถุงชา HiCAF (โดยเฉพาะรส Breakfast Black) ให้คาเฟอีนสูงถึง 110 มิลลิกรัมต่อแก้วขนาด 6 ออนซ์ (18.3 มก./ออนซ์) ซึ่งเข้มข้นกว่ากาแฟปกติ เหมาะสำหรับสายดื่มชาที่ต้องการความตื่นตัวระดับสูง
8. กาแฟผสมเครื่องดื่มชูกำลัง Java Monster
การจับคู่กันระหว่างกาแฟจริงกับส่วนผสมของเครื่องดื่มชูกำลัง Monster Energy ให้คาเฟอีน 200 มิลลิกรัมต่อกระป๋องขนาด 15 ออนซ์ (13.3 มก./ออนซ์) มาพร้อมรสชาติสไตล์คาเฟ่นุ่มลึก เช่น วานิลลา (Mean Bean), ซอลเท็ดคาราเมล และไอริชครีม
เครื่องดื่มเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการพลังงานขั้นสุดในวันที่ภาระงานล้นมือ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมคำนวณปริมาณคาเฟอีนที่ร่างกายได้รับในแต่ละวัน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการนอนหลับพักผ่อนนะ
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 22/9/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 68,150.00 | 68,350.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,405.00 | 66,779.80 | 69,150.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 3,964.50 | 60,101.82 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,524.00 | 53,423.84 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 1,982.25 | 30,050.91 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,541.75 | 23,372.93 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,564.77 | 69,201.91 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 22/9/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 39.94 | 39.94 | 40.44 | 39.94 | 39.94 | 39.94 | 39.94 | 39.94 | 39.94 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 39.57 | 39.57 | 40.07 | 39.57 | 39.57 | 39.57 | 39.57 | 39.57 | 39.57 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 34.94 | 34.94 | 35.14 | 34.94 | – | 34.94 | 34.94 | 34.94 | 34.94 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 30.88 | 30.88 | – | – | – | – | – | – | 30.88 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 47.79 | 49.29 | 51.84 | – | – | – | – | – | 47.79 |
| เบนซิน 95 | 48.93 | – | – | 49.26 | – | 49.43 | 49.08 | – | 48.93 |
| ดีเซล | 40.69 | 40.69 | 40.69 | 40.69 | 40.69 | 40.69 | 40.69 | 40.69 | 40.69 |
| ดีเซล B20 | 35.69 | 35.69 | 35.69 | 35.69 | – | 35.69 | 35.69 | 35.69 | 35.69 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 50.05 | 49.25 | 51.84 | 49.80 | – | – | – | – | 50.05 |
| แก๊ส NGV | 16.66 | – | – | – | – | – | – | – | 16.66 |







