สาระน่ารู้ประจำวันที่ 2 กันยายน 2569

‘LHMH’ เล็งปักธงโรงแรมใหม่ ‘ริมเจ้าพระยา’ ชี้ Tomorrowland ดันตลาดราคาห้อง ‘พัทยา’ พุ่ง 3 เท่า

‘LHMH’ ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เล็งผุดโรงแรมใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา หลังเตรียมเปิดตัวโรงแรม ‘แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา’ เต็มรูปแบบ ต.ค. 2569 มูลค่าลงทุนกว่า 4,300 ล้านบาท และอยู่ระหว่างพัฒนา ‘แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ’ มูลค่าลงทุน 3,600 ล้าน คาดเปิดไตรมาส 2 ปี 2571 พร้อมประเมินทิศทางตลาดโรงแรมในกรุงเทพฯ และพัทยา คาด 4 เดือนสุดท้ายปีนี้ได้อานิสงส์ 2 บิ๊กอีเวนต์เต็มๆ รับไทยเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2026 รวมถึงเทศกาลดนตรี ‘Tomorrowland’ ชี้ราคาห้องพักของทุกโรงแรมใน ‘พัทยา’ ช่วงจัดงาน กระโดดขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า

หลังจากบริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เปิดตัวโรงแรม “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ วอยาจ พัทยา” (Grande Centre Point Voyage Pattaya) โรงแรมลำดับที่ 10 ของกลุ่มแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ เตรียมเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ต.ค. 2569 ด้วยมูลค่าการลงทุนรวมกว่า 4,300 ล้านบาท พัฒนาบนที่ดินกว่า 22 ไร่ ขนาดพื้นที่ใช้สอยรวม 110,000 ตารางเมตร

นับเป็นธีมโฮเทลขนาดใหญ่ มีห้องพักจำนวน 494 ห้อง ถูกวางตำแหน่งเป็น “Integrated Destination Hotel” ภายใต้แนวคิด “The Borderless Journey” ตอบโจทย์คนทุกเจเนอเรชัน ที่มองหาการพักผ่อนระดับพรีเมียม รวมถึงตลาดไมซ์ (MICE: ประชุม เดินทางเพื่อเป็นรางวัล สัมมนา และแสดงสินค้า) ระดับสากล โดยรวมการพักผ่อน สวนน้ำ “Time Traveller Water Park” ขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตารางเมตร แบ่งเป็นโซน Lost World (โลกการผจญภัยยุคดึกดำบรรพ์) และ Tomorrow Land (โลกแห่งอนาคต) รวมถึงความบันเทิง ร้านอาหาร เทคโนโลยี และพื้นที่จัดประชุมและอีเวนต์ไว้ในจุดหมายเดียว

โดยเป็นการขยายโครงการต่อเนื่องจากความสำเร็จของ 3 โครงการแรกในพัทยา ได้แก่ ศูนย์การค้า เทอร์มินอล 21 พัทยา โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ พัทยา และโรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ สเปซ พัทยา (ธีมอวกาศ) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในเชิงชื่อเสียงและกำไร

กิตติ วรบรรพต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล เอช มอลล์ แอนด์ โฮเทล จำกัด (LHMH) ซึ่งปัจจุบันมีโรงแรมหรูภายใต้แบรนด์ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์” (Grande Centre Point) ในกรุงเทพฯ และพัทยา เปิดให้บริการรวมแล้ว 10 แห่ง เปิดเผยว่า “บริการของเราก้าวข้ามผ่านตัวพื้นฐานของการทำโรงแรม 5 ดาวไปนานแล้ว แอร์เย็นมากทุกห้อง เตียงใหญ่ 8 ฟุตน่านอน น้ำร้อนจัดภายใน 5 วินาที ตอนนี้เราจึงไม่ได้ขายแค่ห้องพัก แต่เราขายประสบการณ์ เราไปไกลกว่านั้น ไม่ใช่แค่กินอิ่ม นอนหลับสบาย แต่เราต้องการให้ลูกค้าใจฟูกลับไป จากการสัมผัสประสบการณ์และสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) ภายในโรงแรมที่มารอบเดียว อาจเก็บกลับไปได้ไม่หมด”

ทุ่ม 3,600 ล้านบาท ปั้น “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ”

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาโรงแรมแห่งใหม่ลำดับที่ 11 ภายใต้ชื่อ “แกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพฯ” ปักหมุดย่านเยาวราช มูลค่าการลงทุน 3,600 ล้านบาท ตั้งอยู่บนที่ดินเช่าระยะยาว เนื้อที่เกือบ 4 ไร่ ติดถนนทั้ง 4 ด้าน ขนาด 351 ห้องพัก ความสูง 11 ชั้นบนดิน และมีชั้นใต้ดินลึกอีก 4 ชั้น พื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 40,000 ตารางเมตร คาดเปิดให้บริการไตรมาส 2 ปี 2571 จะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญในการย่านเศรษฐกิจและท่องเที่ยวของกรุงเทพฯหลังได้บริษัทสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง “Palmer & Turner” (P&T) ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอาคารประวัติศาสตร์ในย่าน “เดอะ บันด์” (The Bund) นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน มาร่วมดีไซน์สถาปัตยกรรมสไตล์ตะวันตกผสมกลิ่นอายจีนร่วมสมัย

นอกจากนี้ยังออกแบบลานจอดรถมาตรฐานใต้ดิน 4 ชั้น รองรับรถยนต์ได้หลายร้อยคัน พร้อมระบบไฟนำจอดอัจฉริยะ มีความสูงเพดานชั้นใต้ดินที่คำนวณมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับรถตู้ครอบครัว สอดรับกับเทรนด์การเดินทางกลุ่มเล็ก โดยรถตู้บริการนำเที่ยวสามารถเข้า-ออกและจอดรับส่งนักท่องเที่ยวได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วยแก้เพนพอยต์ (Pain Point) ของเยาวราชซึ่งไม่ค่อยมีจุดจอดรถ

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือจะติดตั้งจอ LED ขนาดยักษ์ 2 จอ ให้เป็นจุดเช็กอินใหม่เหมือนย่านท่องเที่ยวชื่อดังในต่างประเทศ ป้ายแรกจะหันหน้าเข้าถนนเยาวราช และอีกป้ายเป็นแนวตั้งเหมือนในไทม์สแควร์ สหรัฐ อยู่ฝั่งถนนเจริญกรุง

ขณะเดียวกัน ยังจัดเตรียมพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสำหรับร้านค้าระดับท็อปและร้านอาหารมิชลินไกด์รวมประมาณ 20 ร้านค้า ทุกร้านมีทางเข้าออกติดถนน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางกลุ่มชอบกินชอบเที่ยว สามารถลงมากินสตรีทฟู้ดได้ตลอดทั้งวัน ตอนนี้มีบรรดาแบรนด์ต่างๆ ติดต่อเข้ามามาก จึงต้องพิถีพิถันว่าจะดึงแบรนด์ไหนมาเพื่อให้โครงการออกมาสมบูรณ์ที่สุด ยิ่งโครงการนี้มีที่จอดรถเพอร์เฟกต์ ลุคของสถาปัตยกรรมเพอร์เฟกต์ สวยทั้งกลางวันกลางคืน ยิ่งทำให้หลายๆ แบรนด์ต้องการมาเปิดร้านในโครงการนี้

เล็งพัฒนาโรงแรมใหม่ริมน้ำเจ้าพระยา

“เราพยายามหาโลเกชันที่ไม่เหมือนเดิม เพราะในกรุงเทพฯ เรามีตรงถนนสุขุมวิท ย่านราชประสงค์ และย่านสีลมกับสาทรแล้ว จึงไปหาโลเกชันใหม่ๆ เช่น ย่านเยาวราช ที่ไม่ค่อยมีคู่แข่ง เราอยากไปสร้างความว้าวให้กับที่นี่ นอกจากนี้ยังมองการพัฒนาโรงแรมใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้วย ถ้าเลือกได้ เราอยากสร้างตึกใหม่ด้วยรูปแบบใหม่มากกว่าการรีโนเวตตึกเก่า และยึดนโยบายชัดเจนว่าจะไม่รับจ้างบริหารโรงแรมให้ใคร แม้ในช่วงหลังๆ จะมีคนเข้ามาเสนอให้เราไปร่วมทุนหรือเข้าไปบริหารโรงแรมก็ตาม”

Tomorrowland ดันราคาห้องพักทุกโรงแรมใน “พัทยา” พุ่ง 3 เท่า

กิตติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับแนวโน้มภาคการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยในช่วง 4 เดือนสุดท้าย (ก.ย.-ธ.ค.) ปี 2569 บริษัทประเมินว่าจะเติบโตอย่างโดดเด่นจากปัจจัยการจัด “อีเวนต์ใหญ่” ในช่วงปลายปี ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพประชุม “IMF-World Bank 2026” ระหว่างวันที่ 12-18 ต.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ คาดมีนักธุรกิจและผู้แทนนานาชาติเดินทางเข้ามาร่วมหลักหมื่นคน ส่งผลให้ความต้องการห้องพัก “โรงแรมระดับ 5 ดาว” ใจกลางกรุงพุ่งสูงจนไม่เพียงพอต่อความต้องการ และไม่ใช่พักแค่ 1-2 คืน แต่มีช่วงก่อนประชุม ระหว่างประชุม และหลังประชุม

“ทำให้โรงแรมในเครือแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ซึ่งมีทำเลตั้งอยู่รายรอบศูนย์การประชุมแห่งชาติฯ ได้อานิสงส์อย่างเต็มที่ มียอดจองเข้ามาต่อเนื่อง หนุนอัตราการเข้าพักดีมากในไฮซีซันนี้”

ฝั่งพัทยา ในช่วงจัดงานเทศกาลดนตรีระดับโลก “ทูมอร์โรว์แลนด์” (Tomorrowland) ระหว่างวันที่ 11-13 ธ.ค. 2569 ณ วิสดอม วัลเลย์ จ.ชลบุรี พบว่าภาพรวมราคาห้องพักของทุกโรงแรมใน “พัทยา” กระโดดขึ้นอย่างน้อย 3 เท่า ขณะเดียวกันยังมีงานเทศกาล “พลุนานาชาติเมืองพัทยา” จะจัดขึ้นในวันที่ 27-28 พ.ย. 2569 ซึ่งจัดขึ้นทุกปีอย่างดีเยี่ยม ลูกค้ามาจองห้องพักล่วงหน้าเป็นเรื่องเป็นราว และไม่ใช่แค่คนไทยเท่านั้น ต่างชาติก็สนใจจองเข้ามาจำนวนมากเช่นกัน

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


AWC เล่นใหญ่ จ่อเปิดโรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของไทยปี 2576 ปักหมุด Aquatique พัทยา

‘วัลลภา’ ทายาทเจ้าสัวเจริญ แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักร AWC ผนึกความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences เตรียมเปิดตัวโรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของไทย ที่โครงการแฟลกชิป Aquatique พัทยา มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2576

บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยที่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์แบบครบวงจร เดินหน้าสร้างสรรค์โรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของประเทศไทย ที่ Aquatique Pattaya สานต่อความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ Universal Destinations & Experiences อย่างต่อเนื่อง

โครงการนี้จะนำเรื่องราวและตัวละครอันเป็นที่รักของ DreamWorks Animation มาสู่การเข้าพักและการบริการระดับโลก พร้อมเติมเต็มความหลากหลายของบริการและการท่องเที่ยวของ Aquatique หนึ่งในจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์เรือธงของ AWC และสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่สำหรับกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เสริมศักยภาพพัทยาสู่การเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำด้านการท่องเที่ยวและความบันเทิงสำหรับครอบครัวในระดับโลก

โรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของไทย

โรงแรมระดับลักชัวรีแห่งใหม่มีกำหนดเปิดให้บริการในไตรมาส 1 ปี 2576 โดยมีแผนพัฒนาห้องพักประมาณ 300 ห้อง พร้อมแนวคิดการถ่ายทอดเรื่องราวของ DreamWorks Animation ผ่านประสบการณ์ตลอดการเข้าพัก ตั้งแต่พื้นที่ภายในโรงแรมไปจนถึงกิจกรรมและองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์และความบันเทิงสำหรับครอบครัวที่โดดเด่นและแตกต่างในประเทศไทย

นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาสวนน้ำแบบในร่มและกลางแจ้ง เพื่อเติมเต็มประสบการณ์การพักผ่อนและความบันเทิงริมหาด พร้อมนำเสนอประสบการณ์สันทนาการทางน้ำรูปแบบใหม่บนชายฝั่งของพัทยาอันเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา โดยเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของ Aquatique ที่จะช่วยสร้างสีสันและประสบการณ์ใหม่ให้กับจุดหมายปลายทางแห่งนี้

เสริมแกร่งกลุ่มโรงแรมใน Aquatique ด้วยประสบการณ์-ความบันเทิงรูปแบบใหม่

โรงแรมแห่งใหม่นี้ได้รับการวางแนวคิดภายใต้ AWC’s destination-led development model เพื่อเติมเต็มความหลากหลายของประสบการณ์ด้านการบริการและไลฟ์สไตล์ภายใน Aquatique โดยเชื่อมโยงที่พักระดับพรีเมียมเข้ากับความบันเทิง ร้านค้าปลีก ร้านอาหารริมชายหาด ประสบการณ์พักผ่อน และเวลเนสระดับลักชัวรีอย่างลงตัว สร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและ
นักเดินทางจากทั่วโลก พร้อมเสริมศักยภาพของ Aquatique ในการก้าวสู่จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์และความบันเทิงระดับโลกของพัทยา

นางวัลลภา ไตรโสรัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จํากัด (มหาชน) หรือ AWC กล่าวว่า จาก Jurassic World ที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น สู่ Aquatique ที่ AWC ร่วมกับ Universal Destinations & Experiences เตรียมนำเรื่องราวและประสบการณ์ระดับโลกที่ผู้คนชื่นชอบมาสร้างจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวของประเทศ ที่ Aquatique ด้วยการนำโรงแรมธีม DreamWorks Animation แห่งแรกของประเทศไทยเข้ามาเติมเต็มจุดหมายปลายทางแห่งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการรวมองค์ประกอบพิเศษไว้ด้วยกัน แต่คือการสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกันอย่างสมบูรณ์แบบ ตั้งแต่สวนน้ำเชื่อมต่อจากห้องพัก ด้วยธีม DreamWorks ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สู่ร้านอาหารริมชายหาด เวลเนส และพื้นที่กิจกรรมความประทับใจตลอดการเข้าพัก

ความร่วมมือกับ Universal Destinations & Experiences จะต่อเนื่องในการนำโรงแรมรูปแบบ DreamWorks Animation Themed Hotel เชื่อมต่อสวนน้ำที่ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เดสติเนชั่น พาประสบการณ์ความสนุกทั้งโรงแรมและกิจกรรมท่องเที่ยว (DreamWorks Water Play Experience) ดึงดูดกลุ่มครอบครัวจากทั่วโลกมาสู่กรุงเทพฯ เป็นครั้งแรก เชื่อมโยงเส้นทาง AWC Riverside Journey จากแม่น้ำสู่ทะเล

สะท้อนวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์จุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ พร้อมสร้างคุณค่าในระยะยาวให้กับกรุงเทพฯ พัทยา และโครงการ AWC Lifestyle Destinations เพื่อนำประสบการณ์ความบันเทิงสำหรับครอบครัวระดับโลกมาสู่ประเทศไทย พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวชั้นนำสำหรับกลุ่มครอบครัวจากทั่วโลก

นายเจอรัลด์ เรนส์ รองผู้อำนวยการ ฝ่าย Global Location Based Entertainment ของ Universal Destinations & Experiences กล่าวว่า “เรื่องราวและตัวละครจาก DreamWorks Animation เป็นที่ชื่นชอบของครอบครัวทั่วโลก ผ่านความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับ AWC เรากำลังร่วมกันค้นหาแนวทางใหม่ ๆ ในการนำเรื่องราวเหล่านี้มาสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นจริง ตั้งแต่ความสนุกและความตื่นเต้นของธีมสวนน้ำ ไปจนถึงโรงแรมที่ถ่ายทอดเรื่องราวอย่างต่อเนื่องตลอดประสบการณ์การเข้าพัก เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสและใกล้ชิดกับโลกแห่ง DreamWorks Animation”

สำหรับวิสัยทัศน์ของโครงการ Aquatique พัทยา ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Destination-led” ที่มุ่งผสานความเชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์และการบริการระดับโลกจาก Universal Destinations & Experiences เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาจุดหมายปลายทางไลฟ์สไตล์ของ AWC เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์แบบ 360 องศา ที่ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ ความบันเทิงสำหรับครอบครัวที่ขับเคลื่อนด้วยทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และการบริการระดับอัลตร้าลักชัวรีริมชายหาด

ด้วยทำเลใจกลางเมืองพัทยา ภายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) โครงการ Aquatique มีศักยภาพในการเชื่อมโยงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานระดับประเทศที่สำคัญ ทั้งรถไฟความเร็วสูงที่เชื่อมสามสนามบิน และสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา พร้อมร่วมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับพัทยา ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและนานาชาติ ควบคู่กับการร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสร้างคุณค่าในระยะยาวให้แก่ชุมชน

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


มันเกิดอะไรขึ้น? อันดับโลก “วอลเลย์บอลหญิงไทย” ขยับขึ้นอีกแม้ไม่ได้ลงแข่งขัน

ถือเป็นสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยมของ “ทัพนักตบลูกยางสาวไทย” หลังจากที่หยิบแชมป์วอลเลย์บอลหญิงเอเชีย 2026 ที่เมืองเทียนจิน ประเทศจีน มาครองได้แบบยิ่งใหญ่ พร้อมสร้างประวัตศาสตร์คว้าตั๋วลุยศึกโอลิมปิก 2028

จากความสำเร็จดังกล่าวที่ “ทัพลูกยางสาวไทย” เดินหน้าคว้าชัยรวดทุกนัดในทัวร์นาเมนต์ ทำให้ภายหลังจบรายการสามารถเก็บคะแนนสะสมโลกได้มากถึง 41.41 คะแนน ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 14 ของโลก จากการประกาศของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) ทันที

อย่างไรก็ตามล่าสุดมีความเคลื่อนไหวอันดับโลกอีกครั้งโดย ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย ขยับขึ้นไปอยู่อันดับที่ 13 โลก แม้จะมี 230.67 คะแนนเท่าเดิม สาเหตุเกิดจากการที่ ทีมชาติสาธารณรัฐเช็ก ที่กำลังลงเล่นในศึกชิงแชมป์ยุโรปเกิดแพ้ และทำให้อันดับหล่นไปอยู่ที่ 16 โลก

ขณะที่ในระดับทวีป วอลเลย์บอลหญิงไทย ยังคงรั้งอันดับ 3 ของเอเชีย เป็นรอง ญี่ปุ่น เบอร์ 1 ที่มี 323.69 คะแนน และ จีน อันดับ 2 ของเอเชีย ที่มี 311.83 คะแนน ขณะที่อันดับ 4 เกาหลีใต้ มี 142.73 คะแนน

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


อัปเดต สถานการณ์โรคโควิด 19  ผู้ป่วยพุ่ง แต่ความรุนแรงไม่เพิ่ม 10 จ.มากสุด

กรมควบคุมโรคเผยสถานการณ์โรคโควิด 19  ช่วงผู้ป่วยพุ่ง แต่ความรุนแรงไม่เพิ่ม อัตราป่วยตายลดลงอยู่ที่ 0.02 % ต่ำกว่า 3 ปีก่อนหน้า   ส่วน 10 จังหวัดพบมากสุด กลุ่มเด็กเล็กป่วยสุด แต่สูงอายุเสียชีวิตมากสุด

เมื่อวันที่ 1 ก.ย.2569 ที่กรมควบคุมโรค มีการแถลงข่าว  สถานการณ์โรคโควิด 19 ในประเทศไทย พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกรมควบคุมโรค ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค.2569 พบผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย อัตราป่วย 151.34 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต  15 ราย อัตราป่วยตาย 0.02 %และเมื่อดูย้อนหลัง 3 ปี ตั้งแต่ปี 2566 -2568 พบว่า จำนวนผู้ป่วยในปี  2569 ยังน้อยกว่ามาก

  • ปี  2566 ผู้ป่วย  618,793 ราย เสียชีวิต  852 ราย อัตราป่วยตาย 0.14 %
  • ปี  2567 ผู้ป่วย  777,730 ราย เสียชีวิต  219ราย อัตราป่วยตาย 0.03 %
  • ปี  2568 ผู้ป่วย  614,601 ราย เสียชีวิต  274ราย อัตราป่วยตาย 0.04 %

“สถานการณ์ตอนนี้ผู้ป่วยโควิด 19 กำลังเพิ่มขึ้นและยังมีแนวโน้มที่จะยังเพิ่มขึ้นอยู่ เพราะเป็นช่วงของการเข้าสู่ฤดูฝน ส่งผลให้โรคติดเชื้อทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ป่วยยังน้อยกว่าเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมาและความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น และดูเหมือนจะลดลงเห็นจากอัตราป่วยตายที่อยู่ที่ 0.02 %”พญ.จุไรกล่าว

10 จังหวัดที่มีอัตราป่วยโควิด 19 สูงสุด

1.กรุงเทพ 643.65 ต่อประชากรแสนคน

2.ชลบุรี 530.52 ต่อประชากรแสนคน

3.ภูเก็ต 514.85 ต่อประชากรแสนคน

4.ลำพูน 345.10 ต่อประชากรแสนคน

5.นนทบุรี 304.06 ต่อประชากรแสนคน

6.นครปฐม 301.07 ต่อประชากรแสนคน

7.ระยอง 236.68 ต่อประชากรแสนคน

8.สระบุรี 227.90 ต่อประชากรแสนคน

9.เชียงใหม่ 216.75 ต่อประชากรแสนคน

10.อ่างทอง 215.01 ต่อประชากรแสนคน

เด็กเล็กป่วยมากสุด แต่สูงอายุเสียชีวิตมากสุด

เมื่อจำแนกตามช่วงอายุจะเจอผู้ป่วยทุกช่วงอายุ แต่ที่พบจำนวนป่วยมากที่สุด 3 อันดับแรก  คือ กลุ่มเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 1 ปี  มากที่สุด 686.33 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาเป็นอายุ 1-4 ปี ,30-39 ปี และ20-29 ปี  ตรงนี้สะท้อนว่า การระบาดเป็นในลักษณะที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง ออกไปทำงานอาจจะมีการติดเชื้อจากในชุมชนแต่อาการไม่มาก หรือพี่ที่ไปโรงเรียนแล้วนำเชี้อเข้ามาสู่ในบ้าน ส่งผลให้กลุ่มเด็กเล็กที่ไม่ค่อยได้ออกไปนอกบ้านมีการป่วย  

ทว่า  กรณีผู้เสียชีวิต 15 ราย  มากสุดที่จ.นครราชสีมา 3 ราย พิษณุโลก,กรุงเทพฯ จังหวัด 2 ราย ส่วนแพร่ นครนายก สมุทรสงคราม ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กระบี่ สุราษฎร์ธานีและตรัง จังหวัดละ 1 ราย  โดยพบว่า  14 ราย เป็นผู้สูงอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป รวมถึง ผู้มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคไตวายเรื้อรัง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง และโรคมะเร็ง 

ระบาดแบบกลุ่มก้อน 20 คลัสเตอร์

ในปี 2569 กรมควบคุมโรค ได้รับรายงานการระบาดแบบกลุ่มก้อน จำนวน 20 คลัสเตอร์ ในเดือนมิ.ย. 1 เหตุการณ์ ก.ค. 7 เหตุการณ์ และส.ค. 12 เหตุการณ์ แยกเป็น

  • เรือนจำ 8 เหตุการณ์ ผู้ป่วยสะสม 761 ราย
  • สถานศึกษา 5  เหตุการณ์ ป่วยสะสม 400 ราย
  • โรงพยาบาล 2 เหตุการณ์ ป่วยสะสม 37 ราย
  • ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ 2 เหตุการณ์ 32 ราย
  • สถานประกอบการ 2 เหตุการณ์ 52 ราย
  • ค่ายทหาร 1 เหตุการณ์ 27 ราย

ถามว่าเด็กเล็กอายุน้อยกว่า 1 ปี ไม่มีภูมิคุ้มกันจะทำอย่างไร พญ.จุไร กล่าวว่า  ทารกทั่วไปจะมีภูมิคุ้มกันใน 6 เดือนแรกจากแม่ โดยหากแม่มีภูมิคุ้มกันจากการเคยป่วยหรือฉีดวัคซีน ก็จะมีภูมิคุ้มกันถ่ายทอดไปยังลูกได้ ช่วง 6 เดือนแรกจะไม่มีปัญหา  แต่หาก 4 เดือน 6 เดือน พ่อแม่ไม่เคยเป็นก็ป่วยได้ เมื่อเด็กมารักษาที่ รพ. ก็จะพบว่า รุนแรงไม่มาก จริงๆ อาร์เอสวี รุนแรงสำหรับเด็กเล็กมากกว่า 

เมื่อเด็กเล็กป่วยมารพ. จะมียาฟาวิพิราเวียร์ ให้ตลอด 5 วัน แต่ส่วนใหญ่ไม่ต้องอยู่ครบ 5 วัน อาการดีขึ้นก็กลับบ้าน ไปพักฟื้นที่บ้านได้ ซึ่งไม่พบเด็กเล็กเสียชีวิตจากโควิด สิ่งสำคัญ คือ โรคระบบทางเดินหายใจที่มียารักษา ณ ปัจจุบัน คือ โควิด และไข้หวัดใหญ่ ยังมีไวรัสอีกมากที่ไม่มียา แต่รักษาตามอาการ

“ขอย้ำว่าจากกระแสข่าวที่มีการแชร์ในโลกออนไลน์ระบุว่าโควิด-19 กลับมาระบาดหนักนั้น พบว่าเป็นข้อมูลเก่า ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก และปฏิบัติตามมาตรการสุขอนามัย” พญ.จุไรกล่าว

สายพันธุ์หลักในไทย

ขณะที่ นพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกรมควบคุมโรค กล่าวว่า อัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.02 % เมื่อเทียบกับ 2-3 ปีก่อนหน้าจะเห็นได้ว่าลดลง สะท้อนถึงความรุนแรงของโรคว่าไม่ได้เพิ่มขึ้นด้วยสายพันธุ์ในปัจจุบัน  โดยได้มีการติดตามรหัสพันธุกรรมของไวรัส ตั้งแต่ 1 ม.ค.2568- 21 ส.ค.2569 พบว่า  ตั้งแต่ 21 ก.ค.-21 ส.ค.2569 ประมาณ 50 % เป็นสายพันธุ์โอมิครอน NB.1.8.1 ที่เริ่มมีการระบาดเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2568

 รองลงมาเป็น JN.1 และBA.3.2 ที่เป็นสายพันธุ์เดิม  และสายพันธุ์ที่ต้องเฝ้าระวังต่อ คือ  PQ.16.1.1  ซึ่งเป็นสายพันธุ์ลูกหลานของโอมิครอน โดยไทยพบ 1 ราย แต่ยังไม่ใช่สายพันธุ์หลัก ขณะที่ภาพรวมทั่วโลก ระหว่าง 24 พ.ค.- 21 มี.ค.2569 พบ NB.1.8.1 และ JN.1 เป็นสายพันธุ์ที่มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น   

“สายพันธุ์ NB.1.8.1นี้ อาจจะทำให้มีการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น แต่ความรุนแรงไม่ได้เพิ่มขึ้น เห็นได้จากอัตราการเสียชีวิต ”นพ.วีรวัฒน์กล่าว

อาการ จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ลดลง

ส่วนอาการก็ยังคล้ายคลึงกับที่ผ่านมา แต่ในส่วนของจมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส  อาจจะลดน้อย แต่ยังเป็นอาการของระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไข้ต่ำๆ อาการเหมือนกับไข้หวัดทั่วไป หรือไข้หวัดใหญ่ในบางคน โดยแต่ละคนอาการจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับสุขภาพ ระยะฟักตัวโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 2-3 วันเป็นหลัก ทั้งนี้ ถ้าเป็นกลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง ควรหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีการรวมตัวของคนจำนวนมาก อากาศถ่ายเทไม่สะดวก

ภาวะแทรกซ้อนหลังป่วยน้อยลง

ถามถึงผลข้างเคียงหลังป่วยโควิด 19  ที่น่ากังวล นพ.วีรวัฒน์ กล่าวว่า ไวรัสมีความรุนแรงน้อยลง ภาวะแทรกซ้อนจึงน้อย ทำให้ภาวะปอดอักเสบรุนแรงน้อยลงไปด้วย แต่ภาวะที่กลัวตามมา คือ ลิ่มเลือดอุดตันในปอด จึงต้องระวัง  แต่ปัจจุบันเหตุการณ์นี้พบน้อยลง ส่วนภาวะลองโควิด เจอไม่บ่อย แต่ก่อนเจอ 30-50% ขณะนี้น้อยลงมาก

“ภาวะแทรกซ้อนระยะสั้น อย่างระบบทางเดินหายใจล้มเหลว ลิ่มเลือดอุดตันน้อยลง ส่วนภาวะแทรกซ้อนระยะปานกลางหรือยาว หลังป่วย 3 เดือนไปแล้วก็พบน้อยลงเช่นกัน”นพ.วีรวัฒน์กล่าว 

นอกจากนี้ ในช่วงฤดูฝนยังมีอีก 2 เชื้อที่ตีคู่กันมา คือ โรคไข้หวัดใหญ่ โดยตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันมีผู้ป่วยสะสม 333,032 ราย เสียชีวิต 48 ราย อัตราป่วยตาย0.014 % มีแนวโน้มการพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเช่นกัน รวมถึง ไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในปี  2569 พบผู้ป่วย 7,020 ราย ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็กอายุ 0-4 ปีมากที่สุด และ5-9 ปี  ไม่พบผู้เสียชีวิต  ในจำนวนนี้ต้องรักษาตัวในรพ. 2,762 ราย หรือ 39.34 %  แนวโน้มผู้ป่วยเพิ่มสูงขึ้น แต่ยังต่ำกว่าปี 2568 ในช่วงเวลาเดียวกัน 

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ภาษาอังกฤษในการสนทนาทางโทรศัพท์

จริงอยู่ว่าเวลาที่เราทำงาน การติดต่อด้วยทางอีเมลนับว่าเป็นวิธีหลักที่หลายๆ บริษัทยังคงใช้งานกันอยู่จนถึงปัจจุบัน แม้ว่าเราจะมีโปรแกรมแชทที่รวดเร็วอยู่แล้วก็ตาม แต่วิธีการติดต่อผ่านทางโทรศัพท์ ยังถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีการติดต่อหลายๆ แห่งยังนิยมใช้อยู่ เนื่องจากรวดเร็ว ตอบโต้ได้ทันที ทันใจ เอ๋ แบบนี้มีภาษาอังกฤษอะไรบ้างนะ ที่เราควรเรียนรู้ไว้บ้างถ้าต้องใช้ติดต่อระหว่างการสนทนาผ่านโทรศัพท์บ้าง ? มาดูกันดีกว่า! 

Hello, this is / it’s  (ชื่อผู้พูด) from (ชื่อบริษัท/ชื่อหน่วยงาน)

หากคุณเป็นคนที่ต้องโทรไปตามติดต่อ การเริ่มต้นทักทายควรเริ่มต้นด้วยการบอกว่าตนเองเป็นใคร มาจากที่ไหน บางคนอาจจะแนะนำเสริมเข้าไปด้วยก็ได้ว่ามีตำแหน่งอะไรบ้าง เพื่อให้ผู้รับสายเราได้ข้อมูลเบื้องต้น จะได้ให้ความช่วยเหลือ หรือตอบโต้บทสนทนาได้ถูกต้อง แต่ในทางกลับกัน ในกรณีที่คุณต้องรับสาย และเป็นผู้แนะนำตัวก่อน อาจจะใช้ประโยคที่คล้ายคลึงกัน อย่างเปลี่ยนตอนเริ่มต้นด้วยชื่อบริษัท หรือหน่วยงานของคุณ แล้วใช้ may I help you? ต่อท้ายประโยคก็เป็นอันเรียบร้อย

ตัวอย่าง : 

ABC Company, may I help you? (บริษัทเอบีซี มีอะไรให้ช่วยเหลือบ้าง ครับ / คะ )

Hello, ABC Travel, Somying speaking. How can I help you? (สวัสดีค่ะ เอบีซีทราทราเวล ดิฉันสมหญิงรับสาย มีอะไรให้ช่วยเหลือคะ)

Could / May / Can I speak to (ชื่อคนที่ต้องการขอสาย), please?

แหม โทรศัพท์มาแบบนี้ ยังไงก็ต้องการต่อสายถึงคนที่ต้องการจะพูดคุย ติดต่องานด้วยแน่นอน และสำหรับสูตรการขอสายถึงบุคคลที่ต้องการ เพียงแต่เติม Could / May ขึ้นหน้าประโยค ก็ดูสุภาพมากขึ้นแล้ว และสำหรับใครที่อยากให้ดูสุภาพมากขึ้นไปอีก ก็สามารถต่อ please ท้ายประโยคก็ได้เช่นกัน หรือใครที่อยากจะลองใช้ประโยคอื่นๆ  ก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่าง : 

I’d like to speak to (ชื่อผู้ที่ต้องการจะติดต่อ) , please. (ฉันขอพูดสายกับ …… ได้รึเปล่า?)

Could you put me through to ชื่อผู้ที่ต้องการจะติดต่อ)  , please? (รบกวนต่อสายถึง……..ได้ไหม?)

Hello, This is Amorn from DFG Company. May I speak to Tony? (สวัสดีครับ นี่อมร จากบริษัทดีเอฟจีนะครับ ผมขอสายคุณโทนี่ได้รึเปล่า?) 

Sorry, my English is not good. Could you speak a little slower? 

(ขอโทษ ค่ะ/ครับ ภาษาอังกฤษของฉันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ รบกวนพูดช้าๆ ได้ไหม คะ / ครับ?) ระหว่างที่คุยเกิดติดขัดปัญหา อาจจะด้วยภาษาอังกฤษที่ไม่ชำนาญนัก อย่าอายที่จะบอกอีกฝ่ายให้ทราบ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณฟังจับใจความได้ครบถ้วนแล้ว ยังป้องกันการได้รับข้อมูลผิดๆ ซึ่งอาจจะทำให้เกิดปัญหากับเนื้องานได้ นอกจากปัญหาเรื่องภาษาอังกฤษแล้ว คุณอาจจะเจอปัญหาที่ยังไม่เข้าใจ ต้องการให้อธิบายทวนซ้ำ หรือ อธิบายเพิ่มเติม รวมถึงรบกวนให้คู่สนทนาพูดเสียงให้ดังขึน ก็อาจจะใช้ประโยคด้านล่างต่อไปนี้ควบคู่ได้เช่นกัน

ตัวอย่าง : 

I’m sorry, Could you repeat that, please?  (ขอโทษ ครับ / ค่ะ รบกวนอธิบายอีกครั้งได้ไหม ครับ / คะ?)

Could you speak up a little, please? (รบกวนคุณพูดดังขึ้นอีกนิดได้ไหม?)

He/She is not available at the moment.

(ตอนนี้เขาไม่ว่างเลย ค่ะ/ครับ ) ในกรณีที่คนที่ผู้สนทนาขอสายไม่ว่าง  คุณสามารถบอกคู่สนทนาได้ง่ายๆ ตามประโยคข้างบนได้เลย ส่วนใครที่อยากจะให้สุภาพ เป็นทางการมากขึ้น ลองใช้คำว่า I’m afraid  / I’m sorry ขึ้นหน้าประโยค ก็จะช่วยให้ประโยคดูสุภาพมากขึ้น

ตัวอย่าง :

I’m sorry , she/he’s in a meeting at the moment. (ขอโทษ ค่ะ/ครับ ตอนนี้เขากำลังประชุมค่ะ/ครับ)

I’m afraid she/he’s on another line at the moment. (ฉันเกรงว่าตอนนี้เขากำลังติดสายอื่นอยู่ ค่ะ/ครับ)

Could you ask him/her to call me back?

(กรุณาบอกให้เขาโทรกลับหาฉันด้วยได้ไหม ครับ/คะ ) ในกรณีที่อีกฝ่ายไม่ว่าง และเราต้องการให้คนที่เราต้องการติดต่อโทกลับ คุณสามารถใช้ประโยคเหล่านี้เพื่อแจ้งจุดประสงค์ต่างๆ ได้ และถ้าหากต้องการบอกเวลาด้วย ก็เติม  call at + เวลา ต่อท้ายประโยค เพื่อบอกว่าถึงเวลาที่สะดวกรับสาย หรือเวลาที่ต้องการให้อีกฝ่ายติดต่อกลับ สำหรับใครที่กลัวว่าจะจำประโยคยาวๆ ไม่ได้ อาจจะใช้ please ตามด้วยการแจ้งให้อีกฝ่ายโทรกลับก็ได้เช่นกัน

ตัวอย่าง : Please tell him /her  to call me back later. (รบกวนบอกเขาหน่อยว่าฉันโทรมา ช่วยโทรกลับด้วยนะ ครับ/ค่ะ)จะสังเกตได้ว่าในบทสนทนาหลักๆ จะเน้นการใช้ Could I …. หรือ May I …..  ตามท้ายด้วย please ในประโยคเยอะเป็นพิเศษ เพราะการติดต่อทางโทรศัพท์ โดยเฉพาะเรื่องงานต้องการลักษณะประโยคที่เป็นทางการ แสดงความนอบน้อมเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราต้องการขอร้องให้ใครช่วยเหลือ ศัพท์เหล่านี้นับว่าจำเป็นมากๆ และใช้ได้แทบทุกโอกาส

ขอบคุณข้อมูลจาก wallstreetenglish.in.th


ผลออกแล้ว! การใช้ “ฟอยล์ห่ออาหาร” มาห่อมือถือ ช่วยกันสัญญาณ 5G ได้ไหม?

เกิดอะไรขึ้นถ้าเอา “ฟอยล์ห่ออาหาร” มาห่อโทรศัพท์? สรุปผลทดลองจริง ช่วยกันสัญญาณ 5G ได้ไหม?

เคยสงสัยกันไหมว่า ถ้าเราลองเอา “แผ่นฟอยล์อลูมิเนียม” ที่ใช้ห่ออาหารในครัว มาห่อสมาร์ทโฟนไว้ทั้งเครื่อง จะเกิดอะไรขึ้น? สัญญาณมือถือจะขาดหายไปเลยจริงหรือไม่ และมันมีประโยชน์ในแง่ความปลอดภัยหรือการป้องกันรังสีอย่างที่มีคนพูดกันจริงหรือเปล่า?

ผู้สื่อข่าวสายเทคโนโลยีจาก How-To Geek ได้ลงมือทดสอบทฤษฎีนี้ด้วยตัวเอง เพื่อหาคำตอบทางวิทยาศาสตร์ว่าฟอยล์อลูมิเนียมส่งผลต่อการทำงานของมือถืออย่างไรบ้าง

Highlight: การห่อฟอยล์สามารถบล็อกสัญญาณ Wi-Fi, 5G, และ Bluetooth ได้จริงตามหลักกลศาสตร์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Faraday Cage) แต่ในชีวิตประจำวันแทบไม่มีประโยชน์ในการป้องกันการแฮกหรืออันตรายจากรังสี ควรเก็บฟอยล์ไว้ใช้ห่ออาหารตามเดิมดีที่สุด!

วิทยาศาสตร์เบื้องหลัง: ทำไมฟอยล์ถึงตัดสัญญาณไร้สายได้?

สัญญาณไร้สายทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Wi-Fi, สัญญาณมือถือ 5G, Bluetooth หรือ GPS แท้จริงแล้วคือ “คลื่นวิทยุ” (Radio Waves) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

เนื่องจากโลหะอย่างอลูมิเนียมมีคุณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้า เมื่อคลื่นวิทยุมาตกกระทบ ผิวโลหะจะทำการดูดซับหรือสะท้อนคลื่นเหล่านั้นออกไป ส่งผลให้คลื่นไม่สามารถทะลุผ่านเข้าไปหาเสาอากาศภายในตัวเครื่องได้นั่นเอง

ทดลองจริง! ผลลัพธ์หลังห่อมือถือด้วยฟอยล์ 2 ชั้น

ประเภทการทดสอบสถานะการเชื่อมต่อผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
โทรเข้าผ่าน WhatsApp (Wi-Fi/Data)ถูกบล็อกตัดขาดเครื่องไม่ติด ไม่มีเสียงเรียกเข้า
โทรเข้าผ่านเครือข่ายมือถือปกติถูกบล็อกตัดขาดไม่สามารถติดต่อได้ ติดสัญญาณฝากข้อความ
การรับข้อความ SMS / การแจ้งเตือนถูกบล็อกตัดขาดไม่มีข้อความเข้า จนกว่าจะแกะฟอยล์ออก

ไขข้อข้องใจ: ต้องห่อฟอยล์กันรังสี 5G หรือกันโดนแฮกไหม?

1. ช่วยป้องกันอันตรายจาก 5G หรือ Wi-Fi ได้จริงหรือ?

คำตอบคือ: ไม่จำเป็นเลย หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ในปัจจุบันยังไม่พบว่าคลื่น 5G หรือ Wi-Fi ในระดับใช้งานทั่วไปส่งผลเสียต่อสุขภาพ อีกทั้งคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าก็มีอยู่ทุกที่ในธรรมชาติ ทั้งจากแสงอาทิตย์ เสาวิทยุ และเสาโทรทัศน์ ดังนั้นการห่อมือถือเพื่อกันรังสีจึงไม่มีประโยชน์ในทางปฏิบัติ

2. ช่วยป้องกันการถูกแฮกขโมยข้อมูลได้ไหม?

แม้การห่อฟอยล์จะตัดการเชื่อมต่อไร้สายชั่วคราว ทำให้แฮกเกอร์เจาะข้อมูลระยะไกลไม่ได้ในขณะนั้น แต่มัน ไม่ใช่แนวทางที่สมเหตุสมผลในการใช้งานจริง และหากเครื่องติดไวรัสหรือมัลแวร์อยู่ก่อนแล้ว การห่อฟอยล์ก็ไม่ได้ช่วยลบล้างข้อมูลฉ้อโกงใดๆ ออกไปได้

วิธีป้องกันมัลแวร์ที่ถูกต้อง: ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย, เปิดใช้งานการยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA), หมั่นอัปเดตระบบปฏิบัติการ Android/iOS ให้เป็นปัจจุบัน และหลีกเลี่ยงการกดลิงก์สงสัยในอีเมล

ประโยชน์ที่แท้จริงของการห่อฟอยล์ (กรงฟาราเดย์ – Faraday Cage)

เทคนิคการใช้โลหะบล็อกสัญญาณนี้ มีการใช้งานจริงในทางกฎหมายและนิติวิทยาศาสตร์ดิจิทัล (Digital Forensics) โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมักจะนำสมาร์ทโฟนของกลางใส่ไว้ใน “ถุงฟาราเดย์” (Faraday Bag) หรือซองบุฟอยล์ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาแอบสั่งลบข้อมูลระยะไกล (Remote Wipe) ผ่านอินเทอร์เน็ตได้

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ “เตาไมโครเวฟ” ในบ้านก็มีหลักการทำงานแบบกรงฟาราเดย์เช่นกัน (ตะแกรงโลหะที่กระจกหน้าตู้มีไว้เพื่อกันไม่ให้คลื่นไมโครเวฟรั่วไหลออกมา) นอกจากนี้ กระเป๋าตังค์หรือซองใส่บัตร ATM ที่กันการโจรกรรมข้อมูล RFID ก็ใช้หลักการทางวิทยาศาสตร์แบบเดียวกันนี้เช่นกัน

แหล่งอ้างอิง (References):

• บทความทดสอบและเรียบเรียงโดย Lucas Gouveia / How-To Geek

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


หมอชี้ช่อง 3 เครื่องดื่มบ้านๆ ช่วย “หนี” จากมะเร็งลำไส้ใหญ่ ไม่ใช่แค่นม-กาแฟ!

3 เครื่องดื่มหาซื้อง่าย อาจช่วยลดความเสี่ยง “มะเร็งลำไส้ใหญ่” หมอเผยมีติดร้านสะดวกซื้อ

ใครจะคิดว่าเครื่องดื่มใกล้ตัวที่หาซื้อได้จากร้านสะดวกซื้อ อาจมีส่วนช่วยดูแลสุขภาพลำไส้ได้มากกว่าที่คิด เพราะนอกจากการตรวจคัดกรองตามคำแนะนำของแพทย์แล้ว การเลือกอาหารและเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

นพ.หวง หยู่ชุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จากไต้หวัน แนะนำว่า มีเครื่องดื่ม 3 ชนิดที่พบได้ทั่วไปและมีข้อมูลจากงานวิจัยว่าสารอาหารบางชนิดอาจมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของโรคได้ เมื่อรับประทานอย่างเหมาะสมและสม่ำเสมอ

อย่างไรก็ตาม เครื่องดื่มเหล่านี้ไม่ใช่ยาป้องกันหรือรักษามะเร็ง แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวม ซึ่งควรทำควบคู่กับการรับประทานอาหารสมดุล ออกกำลังกาย และตรวจสุขภาพตามช่วงวัย

1. นมและผลิตภัณฑ์จากนม ตัวช่วยจาก “แคลเซียม”

เครื่องดื่มชนิดแรกคือ “นม” ซึ่งจุดสำคัญไม่ได้อยู่แค่ตัวนม แต่เป็นสารอาหารอย่างแคลเซียมที่มีบทบาทต่อสุขภาพลำไส้

งานวิจัยขนาดใหญ่พบว่า การได้รับแคลเซียมจากอาหารในปริมาณที่เหมาะสม มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ลดลง โดยนักวิจัยตั้งสมมติฐานว่า แคลเซียมอาจช่วยจับกับกรดน้ำดีและกรดไขมันบางชนิดในลำไส้ ทำให้ลดโอกาสที่สารเหล่านี้จะก่อความเสียหายต่อเซลล์เยื่อบุลำไส้

นอกจากนมสดแล้ว ผลิตภัณฑ์จากนมอย่างโยเกิร์ตก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะมีทั้งแคลเซียมและจุลินทรีย์ที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร

แต่ควรเลือกสูตรที่มีน้ำตาลไม่สูงเกินไป เพราะเครื่องดื่มรสหวานจัดอาจเพิ่มปริมาณน้ำตาลส่วนเกินในร่างกาย ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพในระยะยาว

2. กาแฟดำ อีกหนึ่งเครื่องดื่มที่มีสารสำคัญจากเมล็ดกาแฟ

สำหรับคอกาแฟ ข่าวดีคือ กาแฟก็เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่มีการศึกษาถึงความสัมพันธ์กับสุขภาพลำไส้ โดยเฉพาะสารประกอบธรรมชาติในเมล็ดกาแฟ เช่น กรดคลอโรจีนิก (Chlorogenic acid) และสารกลุ่มโพลีฟีนอล

งานวิจัยบางส่วนพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำอาจมีความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ลดลง รวมถึงมีข้อมูลเกี่ยวกับการกลับเป็นซ้ำของโรคในผู้ป่วยบางกลุ่ม แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่ากาแฟสามารถป้องกันโรคได้โดยตรง

สำหรับผู้ที่ไวต่อคาเฟอีน อาจเลือกกาแฟแบบไม่มีคาเฟอีน (Decaf) หรือจำกัดปริมาณให้เหมาะสม เพราะการดื่มกาแฟมากเกินไปอาจส่งผลต่อการนอนหลับและระบบประสาทได้

3. น้ำผักผลไม้ เลือกแบบน้ำตาลต่ำ ยิ่งดี

น้ำผักและน้ำผลไม้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยเพิ่มสารอาหารจากพืช โดยเฉพาะวิตามิน สารต้านอนุมูลอิสระ และสารประกอบจากพืชหลายชนิด

อย่างไรก็ตาม หากเลือกซื้อแบบบรรจุขวด ควรอ่านฉลากให้ละเอียด โดยเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัดส่วนของน้ำผักผลไม้สูง และมีน้ำตาลเติมแต่งต่ำ

แม้น้ำผลไม้จะสะดวก แต่ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า การรับประทานผลไม้ทั้งลูกเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะร่างกายจะได้รับใยอาหารครบถ้วน ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการทำงานของจุลินทรีย์ในลำไส้

ใยอาหารจากผักและผลไม้สามารถถูกแบคทีเรียดีในลำไส้นำไปสร้างเป็นกรดไขมันสายสั้น (Short-chain fatty acids) ซึ่งมีบทบาทต่อสมดุลของระบบทางเดินอาหาร

ดูแลลำไส้ ไม่ใช่แค่เลือกเครื่องดื่ม แต่ต้องดูทั้งพฤติกรรม

แม้เครื่องดื่มบางชนิดจะมีสารอาหารที่อาจช่วยสนับสนุนสุขภาพลำไส้ แต่การลดความเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอาหารหรือเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้เน้นการรับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ลดอาหารแปรรูป เนื้อแดง และอาหารที่มีน้ำตาลสูง รวมถึงหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป

นอกจากนี้ การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ตามคำแนะนำของแพทย์ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะโรคนี้ในระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน การตรวจพบความผิดปกติเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุป 3 เครื่องดื่มที่ควรเลือกอย่างฉลาด

  • นมและโยเกิร์ต : ได้แคลเซียมที่มีข้อมูลเชื่อมโยงกับสุขภาพลำไส้
  • กาแฟ : มีสารจากพืชหลายชนิดที่อยู่ระหว่างการศึกษาเรื่องประโยชน์ต่อสุขภาพ
  • น้ำผักผลไม้ : เลือกสูตรน้ำตาลต่ำ หรือรับประทานผักผลไม้สดจะดีที่สุด

การดูแลสุขภาพไม่ได้เกิดจากอาหารชนิดเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำต่อเนื่องในทุกวัน

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 2/9/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a67,700.0067,900.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,376.0066,340.1668,700.00
ทองรูปพรรณ 90%3,938.4059,706.14n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,500.8053,072.13n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,969.2029,853.07n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,531.6023,219.06n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,534.7268,746.36n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 2/9/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9538.2938.2938.7938.2938.2938.2938.2938.2938.29
แก๊สโซฮอล์ 9137.9237.9238.4237.9237.9237.9237.9237.9237.92
แก๊สโซฮอล์ E2033.2933.2933.4933.2933.2933.2933.2933.29
แก๊สโซฮอล์ E8529.2329.2329.23
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม47.7949.2949.8447.79
เบนซิน 9547.2849.2647.7847.4347.28
ดีเซล39.1439.1439.1439.1439.1439.1439.1439.1439.14
ดีเซล B2034.1434.1434.1434.1434.1434.1434.1434.14
ดีเซลพรีเมี่ยม50.0549.2549.8449.8050.05
แก๊ส NGV16.6616.66
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า