สาระน่ารู้ประจำวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

เจาะ 4 ทำเล ‘ศูนย์การค้าเซ็นทรัล’ ดัน ‘ราคาที่ดินนนทบุรี’ บูมไม่หยุด

  • เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เปิด 4 ศูนย์การค้าใน 4 ทำเลสำคัญของนนทบุรี (รัตนาธิเบศร์, แจ้งวัฒนะ, บางใหญ่, ราชพฤกษ์) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กระตุ้นให้ราคาที่ดินในพื้นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
  • การเชื่อมต่อโดยตรงกับโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสายสีชมพู เป็นตัวเร่งสำคัญที่เพิ่มศักยภาพของทำเลและส่งผลให้มูลค่าอสังหาริมทรัพย์โดยรอบพุ่งสูงขึ้น
  • การลงทุนของเซ็นทรัลทำหน้าที่เป็นแม่เหล็กดึงดูดการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียมและบ้านหรู รวมถึงธุรกิจอื่นๆ ให้เกิดขึ้นตามมาในพื้นที่

ที่ดินในจังหวัดนนทบุรี กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง และเป็นหมุดหมายสำคัญของเมืองที่อยู่อาศัย โดยพิจารณาจากโครงสร้างพื้นฐานรัฐ สิ่งอำนวยความสะดวก ศูนย์การค้าขนาดใหญ่  ที่บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN  สร้างอาณาจักร ศูนย์การค้า ในพื้นที่มากถึง 4แห่ง4ทำเลสร้างมูลค่าให้กับที่ดินโดยรอบอย่างมหาศาล

ล่าสุด ได้เปิดให้บริการ“เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์”เมื่อวันที่3 กรกฎาคมที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาไม่น้อยสำหรับคนพื้นที่และขาช้อป โดยศูนย์การค้าแห่งนี้ ถูกเนรมิตขึ้นบนที่ดินเดิม ของเซ็นทรัล รัตนาธิเบศร์ โดยทุบทิ้งสร้างใหม่ พลิกโฉมเป็นบิ๊กโปรเจ็กต์มิกซ์ยูส และศูนย์การค้าบนที่ดินผืนใหญ่กว่า59ไร่

 “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์” แลนด์มาร์กใหม่ย่านรัตนาธิเบศร์

สร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้กับย่านรัตนาธิเบศร์ ของจังหวัดนนทบุรี  โดยมีโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีม่วง คอยวิ่งรับส่งผู้โดยสาร และโครงข่ายถนนที่น่าจับตา เพิ่มมูลค่าให้กับพื้นที่พร้อมกับ ชูไฮไลต์ Outdoor-in-Indoor สวนป่าในร่มแห่งแรกของไทย พร้อมขนทัพ 300 แบรนด์ดังอัดแน่นพื้นที่ มุ่งเจาะกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูง คนรักสุขภาพ หวังดันทราฟฟิกพุ่ง 30,000 คนต่อวัน

สำหรับการเดินทางหากให้เกิดความคล่องตัว แนะนำให้ใช้ MRT สายสีม่วง ลงสถานีแยกนนทบุรี 1 ทางออก 4 เชื่อมเข้าสู่ใจกลางศูนย์การค้าได้ทันที โดยศูนย์การค้าแห่งนี้จะเจาะกำลังซื้อกรุงเทพฯตอนเหนือ และเข้ามา สนับสนุนศูนย์การค้า ของเซ็นทรัลในระแวกเดียวกัน แต่ต่างกันที่ไลฟ์สไตล์

ขณะเดียวกันยังส่งเสริมให้พื้นที่ใกล้กันมีสีสันคึกคักขึ้นท่ามกลางเศรษฐกิจซบเซา อย่างตลาดนัดนกฮูก ที่อยู่บริเวณ ถนนเลี่ยงเมืองนนท์ ซึ่งอยู่ห่างจาก  “เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์”  (Central Northville) เพียง 1.1กิโลเมตร

คอนโด-คอมมูนิตี้มอลล์ –ศูนย์วัสดุก่อสร้างรับอานิสงส์

มากไปกว่านั้น โครงการคอนโดมิเนียม คอมมูนิตี้มอลล์ คาเฟ่ ศูนย์วัสดุก่อสร้าง ขยับปักหมุดรองรับความเจริญที่แผ่มาถึง

ขณะราคาที่ดินขยับสูง โดยรัตนาธิเบศร์เชื่อมเข้ากรุงเทพมหานครและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นถนนสายหลักสำคัญของนนทบุรี ราคาที่ดินอยู่ที่กว่า3แสนบาทต่อตารางวา เพราะมีรถไฟฟ้าพาดผ่านและมีโครงการรูคอนโดมิเนียมและบ้านจัดสรรหรูเกิดขึ้นอย่างหนาตา

เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ –สายสีชมพู ดันราคาที่ดินพุ่ง

มาต่อกันที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ตลอดระยะเวลาเกือบ 20 ปี ศูนย์การค้าแห่งนี้ไม่เป็นเพียงสถานที่ช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ได้เติบโตมาพร้อมกับย่านแห่งนี้ ผู้คนในย่าน และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนหลากหลายช่วงวัย ที่สำคัญ ยังเป็นย่านสำคัญเจาะกลุ่มกำลังซื้อในแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นอีกย่านสำคัญของจังหวัดนนทบุรี

โดยมี  รถไฟฟ้าสายสีชมพู คอยวิ่งรับส่งผู้โดยสาร ที่สามารถนั่งมาลงที่ สถานีแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 28 (PK08) ซึ่งจะมีทางเดินเชื่อม (Skywalk) เข้าสู่ตัวศูนย์การค้าแห่งนี้ได้ทันที

โดยเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะแห่งนี้  เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูงในย่าน แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด และกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ครอบคลุมศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หมู่บ้านระดับไฮเอนด์ และที่พักอาศัยของ ต่างชาติแบ่งเป้าหมายชัดเจนตามช่วงเวลา วันธรรมดา (Weekday) เจาะกลุ่มคนทำงานออฟฟิศ ข้าราชการจากกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐในศูนย์ราชการ และนักเรียน-นักศึกษา วันหยุดสุดสัปดาห์ (Weekend)เจาะกลุ่มครอบครัวกำลังซื้อสูงและชาวต่างชาติ  ซึ่งรวมถึงกลุ่ม Wealth ที่มียอดใช้จ่ายสูง

หากเดินทางมาจากเส้นทางอื่น สามารถเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้าได้ดังนี้ หากมาจาก รถไฟฟ้าBTS สายสีเขียว สุขุมวิท ลงที่ สถานีวัดพระศรีมหาธาตุ (PK16) เพื่อเปลี่ยนขบวนเป็นรถไฟฟ้าสายสีชมพู มาจาก MRT สายสีน้ำเงิน  เปลี่ยนมาเชื่อมต่อกับ BTS สายสีเขียวที่สถานีสวนจตุจักร หรือ ห้าแยกลาดพร้าว เพื่อนั่งไปลงสถานีวัดพระศรีมหาธาตุ หรือจะเปลี่ยนไปใช้ MRT สายสีม่วงที่สถานีเตาปูนก็ได้ มาจาก MRT สายสีม่วง ลงที่ สถานีศูนย์ราชการนนทบุรี เพื่อเปลี่ยนเป็นรถไฟฟ้าสายสีชมพู c]tw,j;jk

ทั้งนี้เพื่อดึงดูดกำลังซื้อในย่านดังกล่าว เซ็นทรัล พัฒนา ได้รีโนเวทครั้งใหญ่ เพื่อทำให้ยังคงเป็น หัวใจของย่านแห่งนี้ เพราะเชื่อว่าศูนย์การค้าที่ดีที่สุด มีความหมายกับผู้คน แม้กาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม

จึงตอกย้ำการเป็น “The Real  Heart of Chaengwattana” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Life Extraordinaire” ประกอบด้วย 3 แกนคือ Affluent | Vibrant | Art พร้อมยกระดับบทบาทสู่การเป็น “Multi-Generation Center of Life” พื้นที่การใช้ชีวิตจริงของคนแจ้งวัฒนะในทุกเจนเนอเรชัน ขณะราคาที่ดินขยับสูง เชื่อมการเดินทางเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้อย่างสะดวก และมีคอนโดมิเนียมเกิดขึ้นหนาตารองรับกำลังซื้อกลุ่มข้าราชการและคนทำงานในกรุงเทพฯ ที่ใช้รถไฟฟ้าเชื่อมต่อเข้าเมือง รวมถึงคนพื้นที่    

เซ็นทรัล เวสต์เกต ห้างยักษ์ระดับภูมิภาคเจาะกำลังซื้อ3แสนคน

อีกศูนย์การค้าสำคัญ ในจังหวัดนนทบุรี ของ เซ็นทรัลพัฒนา ที่น่าจับตา คือ “เซ็นทรัล เวสต์เกต” กว่า10ปีที่ปักหมุด ในทำเลย่านบางใหญ่ ได้สร้างมูลค่าให้กับที่ดินในพื้นที่ และสร้างความเจริญ และมีโครงข่ายคมนาคมรองรับอย่างมาก ไม่เพียงแต่มีโครงการที่อยู่อาศัย เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีโครงการขนาดใหญ่เกิดขึ้นในระแวกศูนย์การค้าแห่งนี้กันอย่างคึกคัก  

ย้อนไปก่อนหน้านี้ที่ทำให้ย่านบางใหญ่ นนทบุรี คึกคักมาจนถึงปัจจุบัน เกิดจากการมาของศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ของเซ็นทรัลพัฒนาศูนย์การค้าขนาดใหญ่ระดับภูมิภาครองรับกลุ่มกำลังซื้อในพื้นที่และพื้นที่ใกล้เคียงไม่ต่ำกว่า 2-3 แสนคน

ขณะราคาที่ดินอยู่ที่ตารางวาละ 1 แสนบาท และแนวโน้มขยับไปที่ 2-3 แสนบาทต่อตารางวาจากความเคลื่อไหวของโครงการที่อยู่อาศัยเกิดขึ้นโดยรอบรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆมีผลต่อการปรับขึ้นของราคาที่ดินแทบทั้งสิ้นและนำมาซึ่ง การเข้ามาลงทุน แหล่งช้อปปิ้งบริเวณใกล้เคียงจำนวนมากขณะการTop of Formเดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วง ลง สถานีตลาดบางใหญ่ ออกทางออก 4 แล้วเดินผ่านทางเชื่อม (Skywalk) เข้าสู่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสต์เกตได้ทันที 

หากเดินทางมาจากสายสีน้ำเงิน สามารถเปลี่ยนขบวนได้ที่ สถานีเตาปูน เพื่อเชื่อมต่อไปยังสายสีม่วงได้ทันที  นอกจากนี้ยัง มีโครงข่ายของทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์) M81บางใหญ่-กาญจนบุรี เชื่อมโยงรองรับกำลังซื้อจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้าสู่พื้นที่ได้สะดวกมากขึ้น

เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ เจาะกำลังซื้อย่านราชพฤกษ์

อีกศูนย์การค้า สำคัญที่น่าจับตามองอีกแห่ง คือ เซ็นทรัล เวสต์วิลล์ (Central Westville) เดสติเนชันการช้อปปิ้งแห่งใหมย่านราชพฤกษ์ ตั้งอยู่บนถนนราชพฤกษ์ ตำบลมหาสวัสดิ์ อำเภอบางกรวย นนทบุรี ศูนย์การค้าแห่งนี้เปิดให้บริการในรูปแบบกึ่งกลางแจ้ง (Semi-Outdoor) จุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่ต้องการพาสัตว์เลี้ยงมาเดินเล่น

โดยเนรมิตพื้นที่กว่า 19,000 ตร.ม.ภายใต้ภาพลักษณ์ใหม่ครั้งแรกของห้างเซ็นทรัลกับดีไซน์ที่โดดเด่นที่ให้ความรู้สึกมากกว่าห้าง ในคอนเซ็ปต์การออกแบบ “Eco-conscious West-tination” ด้วยการประยุกต์ใช้โครงสร้างและวัสดุที่มีอยู่ มาสานต่อให้คงประโยชน์อย่างสวยงาม พร้อมตระหนักถึงเทรนด์โลกในด้านการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อสานต่อพันธกิจรักษ์โลก และการเติบโตควบคู่ไปพร้อมกับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน

ขณะเดียวกัน นอกจากไฮไลต์ของ ถนนราชพฤกษ์ ที่เป็นเส้นเลือดใหญ่เชื่อมโยงทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และปทุมธานีแล้ว ในอนาคต จะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยาย ช่วง บางหว้า-ตลิ่งชัน และการปรับปรุงผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่ เพิ่มการใช้ประโยชน์ที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลทำให้เป็นทำเลขยายเชื่อมโยงถึงกัน  

ขณะเดียวกันยังรายล้อมไปด้วยโครงการบ้านอยู่อาศัย ศูนย์วัสดุก่อสร้าง โชว์รูมต่างๆ ที่กระจุกตัวจำนวนมากขณะราคาที่ดิน อยู่ที่กว่า1แสนบาทต่อตารางวา ขณะในกรุงเทพมหานคร ย่านตลิ่งชันราคา 2แสนบาทต่อตารางวาจากอานิสงส์ของการปรับร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครฉบับใหม่  

อย่างไรก็ตาม ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขนาดใหญ่ 4 แห่ง  แต่ละโครงการไม่เป็นเพียงศูนย์การค้า แต่ยังทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็ก” ดึงดูดการลงทุน สร้างแลนด์มาร์กใหม่ และยกระดับศักยภาพของทำเลโดยรอบอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยหนุนสำคัญยังมาจากโครงข่ายรถไฟฟ้าที่ครอบคลุมพื้นที่ ทำให้นนทบุรีก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ปริมณฑล ส่งผลให้มูลค่าที่ดินและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน การเข้ามาของศูนย์การค้าเซ็นทรัลแต่ละแห่งยังจุดประกายการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ทั้งคอนโดมิเนียม บ้านเดี่ยว และโครงการบ้านระดับลักชัวรี ให้ทยอยเปิดตัวตามมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของหลายพื้นที่สู่การเป็น “ทำเลทอง” แห่งใหม่ที่รองรับการขยายตัวของเมืองและการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

ขอบคุณข้อมูลจาก thansettakij.com


เปิดศึกชิงแลนด์แบงก์ ‘อสมท.’ 50 ไร่ เดิมพันโปรเจกต์หมื่นล้าน!

  • อสมท. เตรียมเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาที่ดินแปลงใหญ่ขนาด 50 ไร่ บนถนนเทียมร่วมมิตร ซึ่งเป็นที่ดินใจกลางเมืองที่หาได้ยาก
  • โครงการดังกล่าวคาดว่าจะเป็นโครงการมิกซ์ยูสขนาดใหญ่ มูลค่าการลงทุนอาจสูงถึงระดับหลายหมื่นล้านบาท
  • ที่ดินมีศักยภาพสูงจากทำเลย่านรัชดาฯ-พระราม 9 ซึ่งจะกลายเป็นจุดเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีส้มในอนาคต
  • ผังเมืองใหม่รองรับการพัฒนาโครงการได้หลากหลายประเภท ทำให้ที่ดินแปลงนี้เป็นที่สนใจของกลุ่มทุนขนาดใหญ่จำนวนมาก

เมื่อที่ดินใจกลางกรุงเทพฯ หาได้ยากขึ้นทุกปี “แลนด์แบงก์” ขนาดใหญ่ขององค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ กลายเป็น “สินทรัพย์ยุทธศาสตร์” ที่นักลงทุนรายใหญ่จับตา! โดยเฉพาะที่ดิน 50 ไร่ของ อสมท บนถนนเทียมร่วมมิตร ที่เริ่มขยับอีกครั้งหลังเปิดรับฟังความเห็นภาคเอกชน สะท้อนการเปิดฉากศึกชิงทำเลมูลค่าหมื่นล้าน ซึ่งอาจเป็นหมากสำคัญในการเปลี่ยนโฉมย่านรัชดาฯ-พระราม 9 รอบใหม่

สุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา บริษัท คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจุบันที่ดินผืนใหญ่ในกรุงเทพมหานครเหลือน้อยลง เจ้าของที่ดินจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะหน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรขนาดใหญ่ ไม่ได้เลือกพัฒนาโครงการด้วยตนเองอีกต่อไป แต่หันมาใช้โมเดลเปิดให้ภาคเอกชนเข้าร่วมลงทุนผ่านการเช่าระยะยาวหรือการร่วมพัฒนา เพื่อเปลี่ยนสินทรัพย์ที่เคยสร้างรายได้จำกัด ให้กลายเป็นแหล่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาว

โมเดลนี้พิสูจน์ความสำเร็จมาแล้วจากหลายโครงการแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็น วันแบงค็อก (One Bangkok) ดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค (Dusit Central Park) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์  เซ็นทรัล ลาดพร้าว หรือโครงการมิกซ์ยูสบนที่ดินสำนักงานจัดการทรัพย์สินจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ล้วนเริ่มต้นจาก “ที่ดินของเจ้าของรายใหญ่” ที่เปิดทางให้เอกชนเข้ามาปลดล็อกศักยภาพ

รัชดาฯ-พระราม 9 สมรภูมิสุดท้ายแลนด์แบงก์ใจกลางเมือง

ทั้งนี้ “สุขุมวิท” และ “สีลม” แทบไม่เหลือพื้นที่ขนาดใหญ่ให้พัฒนา วันนี้สายตาของนักลงทุนกำลังหันมาที่แนวถนน “รัชดาภิเษก-พระราม 9” ซึ่งยังคงมีแลนด์แบงก์ผืนใหญ่กระจายอยู่ทั้งในมือรัฐวิสาหกิจและเอกชนตลอดหลายปีที่ผ่านมา พื้นที่แห่งนี้ทยอยเปลี่ยนผ่านจากย่านสำนักงานสู่ศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ที่ดินหลายแปลงถูกพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม และโครงการมิกซ์ยูส 

ขณะที่อีกหลายแปลงยังคง “รอเวลา” เพื่อสร้างมูลค่าในจังหวะที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือ แลนด์แบงก์เอกชนขนาดใหญ่หลายแปลง ล้วนถูกจับตาในฐานะโอกาสการลงทุนที่หาได้ยากในเมืองหลวง

 50 ไร่ ‘อสมท’ ไพ่ใบใหญ่ที่เริ่มถูกเปิด

หนึ่งในที่ดินที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ที่ดินของ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) บนถนนเทียมร่วมมิตร เนื้อที่ประมาณ 50 ไร่ แม้แนวคิดเปิดให้เอกชนร่วมพัฒนาจะถูกพูดถึงมาหลายปี แต่เพิ่งกลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง หลัง อสมท เปิดรับฟัง Market Sounding เมื่อวันที่ 11 ก.พ. 2569 เพื่อสำรวจความสนใจของนักลงทุนและแนวทางการพัฒนาโครงการ

สำหรับวงการอสังหาริมทรัพย์ นี่ไม่ใช่เพียงการเปิดพื้นที่แปลงใหม่ แต่คือการเปิดโอกาสของ “แลนด์แบงก์หายาก” ที่มีขนาดใหญ่เพียงไม่กี่แปลงในกรุงเทพฯ ซึ่งสามารถรองรับการพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสมูลค่าระดับหลายหมื่นล้านบาท

จุดแข็งของที่ดินแปลงนี้ไม่ได้อยู่เพียงขนาดพื้นที่ แต่คือศักยภาพของทำเล ปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อกับถนนรัชดาภิเษกและสถานีรถไฟฟ้าศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยได้สะดวก และเมื่อรถไฟฟ้าสายสีส้มเปิดให้บริการในปี 2570 ซึ่งจะเชื่อมต่อกับสายสีน้ำเงิน ณ สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย พื้นที่โดยรอบจะกลายเป็นจุดตัดของโครงข่ายรถไฟฟ้าสายสำคัญ เพิ่มทั้งมูลค่าที่ดินและศักยภาพเชิงพาณิชย์อย่างมีนัยสำคัญ

ผังเมืองใหม่ เปิดทางพัฒนาแทบทุกประเภท

อีกหนึ่งแรงหนุนสำคัญ คือ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร (ปรับปรุงครั้งที่ 4) ที่กำหนดให้พื้นที่ของ อสมท เป็นพื้นที่สีแดง ประเภทพาณิชยกรรม (พ.7) ข้อกำหนดดังกล่าวเปิดโอกาสให้พัฒนาโครงการได้หลากหลาย ทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม ที่พักอาศัย ศูนย์การค้า ศูนย์ประชุม ศูนย์แสดงสินค้า หรือโครงการมิกซ์ยูส 

โดยมีข้อจำกัดหลักอยู่ที่อัตราส่วนพื้นที่อาคารรวม (FAR) ไม่เกิน 8 เท่าของขนาดที่ดิน รวมถึงข้อกำหนดด้านการก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับแนวเส้นทางรถไฟฟ้านั่นหมายความว่า ที่ดินแปลงนี้มีความยืดหยุ่นสูงในการออกแบบโครงการ รองรับการลงทุนได้หลายโมเดล

เดิมพันระดับหมื่นล้าน เกมที่ไม่ใช่ทุกคนจะเล่นได้

อย่างไรก็ตาม ศักยภาพสูงย่อมมาพร้อมต้นทุนที่สูงเช่นกัน! แม้จะเป็นการเช่าระยะยาว ไม่ใช่การซื้อกรรมสิทธิ์ แต่ด้วยราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียงซึ่งขยับเกิน 1 ล้านบาทต่อตารางวา ในหลายแปลง ทำให้มูลค่าการพัฒนาโครงการ ทั้งค่าเช่าสิทธิที่ดินและค่าก่อสร้าง มีโอกาสแตะระดับหลายหมื่นล้านบาท 

นั่นทำให้ผู้เล่นที่สามารถเข้าสู่เกมนี้ได้ อาจเหลือเพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ทั้งผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ บริษัทโฮลดิ้ง นักลงทุนสถาบัน หรือการร่วมทุนระหว่างทุนไทยกับต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มศักยภาพด้านเงินลงทุน

จากแลนด์แบงก์สู่แลนด์มาร์กใหม่ของกรุงเทพฯ

การขยับตัวของที่ดิน อสมท อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปลดล็อกแลนด์แบงก์ขนาดใหญ่ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกรุงเทพฯ ในยุคที่ “ที่ดินผืนใหญ่” กลายเป็นทรัพยากรหายาก การแข่งขันจึงไม่ได้อยู่ที่การซื้อที่ดินอีกต่อไป แต่คือการแย่งสิทธิในการพัฒนา เพราะผู้ที่คว้าโอกาสได้ก่อน อาจเป็นผู้กำหนดโฉมหน้าศูนย์กลางธุรกิจแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 8 ก.ค.69 ‘อ่อนค่า‘ ตะวันออกกลางกลับมาร้อนแรง

  • เงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 8 ก.ค. อ่อนค่าลงเล็กน้อยที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์
  • ปัจจัยหลักมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรง หลังอิหร่านโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน
  • เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น และหนุนให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น
  • ตลาดเพิ่มการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) อาจขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันเงินบาท

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 33.30 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.25-33.50 บาทต่อดอลลาร์ 

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลง (แกว่งตัวในกรอบ 33.23-33.41 บาทต่อดอลลาร์) ท่ามกลางความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง หลังเรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่ง LNG ถูกโจมตีโดยอิหร่านในพื้นที่บริเวณช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้สหรัฐฯ โจมตีตอบโต้อิหร่าน และยกเลิกใบอนุญาตการขายน้ำมันดิบของอิหร่านอีกครั้ง (หลังกลับมาอนุญาต ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงหยุดยิง) ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น พร้อมกับหนุนการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ และการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ (ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ของ FED ในปีนี้ เป็น 38% จากราว 20% ในวันก่อน) นอกจากนี้ ภาพดังกล่าวยังได้กดดันให้ ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาปรับตัวลดลงสู่โซน 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มแรงกดดันด้านอ่อนค่าต่อเงินบาท

แนวโน้มค่าเงินบาท

เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ การปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED ซึ่งจะขึ้นกับพัฒนาการของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ และ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง

ในช่วงระหว่างวัน เรามองว่า เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ Sideways เนื่องจากผู้เล่นในตลาดอาจยังคงประเมินว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้นมากและลุกลามบานปลาย จนอาจทำให้ ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอีกครั้ง และทั้งสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจกลับมาเจรจากันอีกครั้งได้ เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมุมมองของผู้เล่นต่อความคาดหวังดังกล่าว อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ ตลาดการเงินยังไม่ได้ตอบสนองต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุด มากนัก (ตลาดไม่ได้ปิดรับความเสี่ยงรุนแรง) และที่สำคัญ จากการติดตามข้อมูลการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ของเราล่าสุด พบว่า การเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ยังอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี เรามองว่า ยังคงต้องติดตาม พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน และการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz จากแหล่งข้อมูลต่างๆ 

ทั้งนี้ ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน รวมถึงการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ระยะยาวทั่วโลก อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินบาท ผ่านแรงขายสินทรัพย์ไทย ทั้งหุ้นและบอนด์ (โดยเฉพาะ บอนด์ระยะยาว ที่เกิดแรงขายทำกำไรขึ้นจริง ตามที่เราประเมินไว้ในวันก่อนหน้า) ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจยังคงจำกัดแถวโซนแนวต้านสำคัญ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ จนกว่า ผู้เล่นในตลาดจะปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งในระยะสั้น ก่อนรับรู้ รายงานอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ เรามองว่า ภาพดังกล่าวจะเกิดขึ้นได้จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ต้องรุนแรงขึ้นมาก จนหนุนการพุ่งขึ้นต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ ส่วนการแข็งค่าขึ้นของเงินบาทที่อาจเกิดขึ้นบ้าง จะเป็นไปอย่างจำกัด จนกว่าตลาดจะปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ทำให้ เงินบาทอาจติดแถวโซนแนวรับ 33.20-33.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับสำคัญ 33.00 บาทต่อดอลลาร์)

และที่สำคัญ เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดควรจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) หลังเงินเยนญี่ปุ่นได้อ่อนค่าลงเหนือโซน 162 เยนต่อดอลลาร์ อีกครั้ง และอาจมีความเสี่ยงที่เงินเยนญี่ปุ่นพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น เร็ว แรง ในระยะสั้น เหมือนที่ได้เกิดขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ โดยอาจเป็นการปรับสถานะถือครองของผู้เล่นในตลาด มากกว่าที่จะเป็นการเข้าแทรกแซงจากฝั่งทางการญี่ปุ่น (รวมถึงฝั่งทางการสหรัฐฯ) ได้ โดยเรามองว่า ทางการญี่ปุ่นอาจเข้ามาแทรกแซงอย่างจริงจัง หากธีม Macro อย่างแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED เปลี่ยนเป็น FED คงดอกเบี้ย แต่เงินเยนญี่ปุ่นยังคงอ่อนค่าแถวโซน 162 เยนต่อดอลลาร์ ซึ่งอาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ จนกว่าตลาดจะทยอยรับรู้ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ 

เราคงประเมินว่า เงินบาทจะยังคงเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่า ตามโมเมนตัมการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ที่ยังมีอยู่ จนกว่าผู้เล่นในตลาดจะปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ซึ่งอาจต้องอาศัยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับเงินเฟ้อ ซึ่งควรสะท้อนแนวโน้มการชะลอตัวลงของเงินเฟ้อสหรัฐฯ หรือช่วยคลายกังวลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อสหรัฐฯ หลังสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีพัฒนาการที่ดีขึ้นตามที่เราประเมินไว้ แต่ปัจจัยดังกล่าวได้เป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้แล้วไปพอควร (ซึ่งทำให้ต้องระวัง หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางพลิกกลับมาร้อนแรงขึ้น พร้อมการปรับตัวขึ้นของราคาพลังงาน ที่จะยิ่งหนุนโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED และกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงต่อเนื่องได้) 

เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ (หากมองใน Time Frame รายวัน การแข็งค่าขึ้นของเงินบาททะลุโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นการเปลี่ยนแนวโน้มในระยะสั้นได้) เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง 

มุมมองการลงทุนทั่วโลก

บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ พลิกกลับมาอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยงอีกครั้ง ท่ามกลางแรงขายบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor ตอบรับการปรับตัวลงแรงของหุ้นกลุ่มดังกล่าวในฝั่งเอเชีย หลัง Samsung Electronics รายงานผลประกอบการที่เติบโตแข็งแกร่ง แต่ยังไม่สามารถทำให้นักลงทุนพอใจได้ นอกจากนี้ หุ้นกลุ่มดังกล่าวยังเผชิญแรงกดดันจากกระแสข่าว DeepSeek อาจพัฒนา ชิป AI ท่ามกลางความพยายามของจีนที่จะลดการพึ่งพาชิปจากบริษัทอื่นๆ ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้น ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด -0.45% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวลง -1.16% 

ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวลงต่อเนื่อง -0.65% ท่ามกลางแรงขายหุ้นกลุ่ม AI/Semiconductor ที่รุนแรงไม่ต่างกับฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ อาทิ ASML -7.3% นอกจากนี้ การปรับตัวลงของราคาแร่โลหะในช่วงนี้ ยังเพิ่มแรงกดดันต่อราคาหุ้นกลุ่มเหมืองแร่ อย่าง Rio Tinto -3.0% ทว่า ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้างจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน นำโดย Shell +3.3% รวมถึงการรีบาวด์ขึ้นของหุ้นกลุ่ม Defensive ทั้งกลุ่ม Healthcare และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค หลังบรรยากาศในตลาดยังคงอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง อีกทั้ง สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครนที่กลับร้อนแรงขึ้นในช่วงนี้ 

ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พลิกกลับมาปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4.50% สู่ระดับ 4.55% อีกครั้ง ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ ตามการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้น โดยจะเห็นได้ว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ นั้นสอดคล้องกับมุมมองของเราที่ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ จะขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ  ที่จะส่งผลต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED รวมถึงบรรยากาศในตลาดการเงิน อย่างไรก็ตาม เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) โดยเฉพาะเมื่อบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นเหนือโซน 4.50% เนื่องจาก เราคงมุมมองว่า FED มีโอกาส “คงดอกเบี้ย” ในปี 2026 ก่อนที่จะทยอยเดินหน้าลดดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปี 2027 (ไตรมาสที่ 2 และ ไตรมาสที่ 4) ซึ่งสวนทางกับคาดการณ์ของ FED ใน Dot Plot ล่าสุด และยังคงสวนทางกับคาดการณ์ของผู้เล่นในตลาดในปัจจุบัน โดยเฉพาะสถาบันการเงินรายใหญ่ ส่วน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า ทว่าบอนด์ยีลด์ 10 ปี ไทย ได้ปรับตัวลงมาพอสมควรสู่ระดับ 1.90%-2.00% ซึ่งเป็นโซน Fair Value ที่เราได้ประเมินไว้ ทำให้ บอนด์ 10 ปี ไทย มีความน่าสนใจลดลงมากและเน้นย้ำให้ทยอยเข้าซื้อ เมื่อบอนด์ยีลด์ปรับตัวขึ้นเท่านั้น (เรามองว่า บอนด์ 20 ปี ไทย มีความน่าสนใจกว่า โดยเฉพาะเมื่อมองในแง่ของความชันยีลด์เคิร์ฟ)

ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์พลิกกลับมาแข็งค่าขึ้น ท่ามกลางภาวะปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลางและแรงขายหุ้นธีม AI/Semiconductor รวมถึงการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ในปีนี้ ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 101.1 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 100.8-101.2 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ ความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ซึ่งได้หนุนการปรับเพิ่มโอกาสการขึ้นดอกเบี้ยของ FED จนนำไปสู่การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน ส.ค. 2026) ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง ก่อนที่จะแกว่งตัวแถวโซน 4,100-4,120 ดอลลาร์ต่อออนซ์   

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานการประชุม FOMC ล่าสุด (FOMC Meeting Minutes) ที่จะรับรู้ในช่วงราว 1.00 น. ของเช้าวันพฤหัสฯ นี้ ตามเวลาประเทศไทย เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของ FED 

ส่วนในฝั่งเอเชีย-แปซิฟิก บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) อาจขึ้นดอกเบี้ย 25bps สู่ระดับ 2.50% เพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเงินเฟ้อที่สูงขึ้น จากผลกระทบของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจนิวซีแลนด์ยังสามารถรองรับการขึ้นดอกเบี้ยได้บ้าง  

และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่กลับมาร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม การเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นเทคฯ โดยเฉพาะหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินและสร้างความผันผวนได้พอควร

ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com


โปรแกรมถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 ประจำวันที่ 8 ก.ค. 69

การแข่งขันวอลเลย์บอลหญิง เนชันส์ลีก 2026 รายการใหญ่สุดแห่งปีของ สหพันธ์วอลเลย์บอลนานาชาติ (FIVB) กลับมาแข่งขันในสัปดาห์ที่สอง ช่วงระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569

โดยในสัปดาห์ที่สาม ศึกลูกยางเนชันส์ลีก 2026 จะทำการแข่งขันกันทั้งหมด 3 สนาม ประกอบด้วย เซอร์เบีย, ฮ่องกง และ ญี่ปุ่น ช่วงระหว่างวันที่ 8-12 กรกฎาคม 2569

โปรแกรมวอลเลย์บอลหญิงเนชันส์ลีก 2026 วันนี้

วันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569

เวลา 10.00 น. โปแลนด์ พบ ตุรกี (ถ่ายทอดสด : Monomax)
เวลา 10.30 น. เบลเยียม พบ สาธารณรัฐโดมินิกัน (ถ่ายทอดสด : Monomax Sports ช่อง 29, Monomax)
เวลา 13.30 น. ไทย พบ สหรัฐอเมริกา (ถ่ายทอดสด : Monomax)
เวลา 16.00 น. ยูเครน พบ อิตาลี (ถ่ายทอดสด : Monomax)
เวลา 17.20 น. ญี่ปุ่น พบ บราซิล (ถ่ายทอดสด : Monomax)
เวลา 18.00 น. ฝรั่งเศส พบ เนเธอร์แลนด์ (ถ่ายทอดสด : Monomax)
เวลา 19.30 น. จีน พบ แคนาดา (ถ่ายทอดสด : Monomax Sports ช่อง 29, Monomax)
เวลา 21.30 น. สาธารณรัฐเช็ก พบ เยอรมนี (ถ่ายทอดสด : Monomax)

โดยแฟนกีฬาชาวไทย สามารถรับชมแบบฟรีๆ ได้เฉพาะคู่ที่ถ่ายทอดสดทาง Monomax Sports ช่อง 29 เท่านั้น ขณะที่หากอยากรับชมแบบครบทุกคู่จะต้องสมัครทาง Monomax แบบเสียเงินรายเดือน

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ปวดท้องข้างขวา บอกโรคอะไรได้บ้าง? เช็กสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

ปวดท้องข้างขวาแบบไหนอันตราย? รู้ตำแหน่งปวด ช่วยสังเกตโรคได้เบื้องต้น

อาการ ปวดท้องข้างขวา เป็นปัญหาสุขภาพที่หลายคนเคยพบเจอ บางครั้งอาจเกิดจากอาหารไม่ย่อย กล้ามเนื้ออักเสบ หรือแก๊สในลำไส้ แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคที่ต้องได้รับการรักษาโดยเร็ว เช่น ไส้ติ่งอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี หรือนิ่วในไต

ตำแหน่งของอาการปวดถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยบอกได้ว่าอวัยวะส่วนใดกำลังมีความผิดปกติ หากมีอาการปวดต่อเนื่อง ปวดรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัย

ปวดท้องข้างขวาบน (บริเวณชายโครงขวา)

หากมีอาการปวดบริเวณชายโครงขวา โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง อาจเกี่ยวข้องกับโรคของอวัยวะในช่องท้องส่วนบน ได้แก่

  • นิ่วในถุงน้ำดี
  • ถุงน้ำดีอักเสบ
  • โรคตับ

หากมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง คลื่นไส้ หรือคลำพบก้อนร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที

ในกรณีที่ปวดลามไปด้านหลัง หรือปวดบริเวณลิ้นปี่ร่วมกับคลื่นไส้อาเจียน โดยเฉพาะผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ อาจเป็นสัญญาณของ ตับอ่อนอักเสบ

ปวดท้องข้างขวาล่าง

ตำแหน่งนี้เป็นบริเวณที่หลายคนนึกถึงโรคไส้ติ่งอักเสบมากที่สุด โดยอาการมักเริ่มปวดรอบสะดือ ก่อนจะย้ายมาปวดบริเวณท้องน้อยด้านขวา

หากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปโรงพยาบาล

  • ปวดต่อเนื่องและรุนแรงขึ้น
  • กดแล้วเจ็บมาก
  • มีไข้
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • เบื่ออาหาร

แต่หากมีอาการปวดแบบบิดๆ ร่วมกับท้องอืดหรือมีลมในท้อง อาจเกิดจากลำไส้ทำงานผิดปกติได้เช่นกัน

ปวดใต้ซี่โครงขวา

หากมีอาการปวดแสบหรือเสียดใต้ซี่โครงขวา ร่วมกับจุกแน่นท้อง อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของลำไส้เล็ก เช่น ภาวะแพ้กลูเตน (Gluten Intolerance) ซึ่งทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี

หากปล่อยไว้นาน อาจเกิดอาการท้องเสียเรื้อรัง ท้องอืด หรือเสี่ยงต่อภาวะลำไส้อักเสบได้

ปวดท้องน้อยข้างขวา

อาการปวดบริเวณนี้อาจมีสาเหตุแตกต่างกันระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย

อาจเกี่ยวข้องกับ

  • นิ่วหรือความผิดปกติของกรวยไต
  • ปีกมดลูกอักเสบ
  • ถุงน้ำรังไข่
  • โรคทางนรีเวชอื่นๆ

หากมีไข้สูง หนาวสั่น ตกขาวผิดปกติ หรือคลำพบก้อน ควรรีบพบสูตินรีแพทย์หรือแพทย์ทันที

ปวดท้องข้างขวาส่วนกลาง (บริเวณบั้นเอว)

หากปวดบริเวณด้านข้างลำตัวหรือบั้นเอวด้านขวา อาจเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินปัสสาวะหรือทางเดินอาหาร เช่น

  • นิ่วในไต
  • กรวยไตอักเสบ
  • ลำไส้ใหญ่อักเสบ
  • เนื้องอกในลำไส้ใหญ่

หากมีอาการปัสสาวะขุ่น ปัสสาวะเป็นเลือด ไข้สูง หรือหนาวสั่นร่วมด้วย ควรรีบเข้ารับการรักษา

ปวดท้องข้างขวาระหว่างตั้งครรภ์ อันตรายหรือไม่?

สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ อาการปวดท้องด้านขวาเล็กน้อยในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ อาจเกิดจากการฝังตัวของตัวอ่อนหรือการขยายตัวของมดลูก ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

แต่หากมีอาการดังต่อไปนี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ

  • ปวดรุนแรง
  • ปวดต่อเนื่องไม่หาย
  • มีเลือดออกทางช่องคลอด
  • มีไข้
  • หน้ามืดหรือเป็นลม

ควรรีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น

5 สัญญาณเตือนที่อาจเป็น “ไส้ติ่งอักเสบ”

  • เริ่มปวดรอบสะดือ ก่อนย้ายมาปวดท้องขวาล่าง
  • กดบริเวณท้องขวาแล้วเจ็บมาก
  • ปวดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเดินหรือยืนลำบาก
  • มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน และเบื่ออาหาร
  • ปวดร่วมกับท้องเสียหรือท้องผูกผิดปกติ

หากมีอาการดังกล่าว ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เพราะไส้ติ่งอักเสบหากปล่อยไว้จนแตก อาจทำให้ติดเชื้อในช่องท้องและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เมื่อไรควรรีบไปพบแพทย์?

ควรรีบไปโรงพยาบาลหากมีอาการดังต่อไปนี้

  • ปวดท้องรุนแรงหรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ
  • ปวดนานเกิน 6-12 ชั่วโมง
  • มีไข้สูง
  • อาเจียนตลอดเวลา
  • ถ่ายเป็นเลือดหรืออาเจียนเป็นเลือด
  • ตัวเหลือง ตาเหลือง
  • หมดสติ หรือหน้ามืด

สรุป

อาการปวดท้องข้างขวาไม่ได้มีสาเหตุเดียว แต่สามารถเกิดได้จากหลายอวัยวะ ไม่ว่าจะเป็นตับ ถุงน้ำดี ลำไส้ ไต หรืออวัยวะสืบพันธุ์ การสังเกตตำแหน่งของอาการปวด ลักษณะความเจ็บ และอาการร่วม จะช่วยให้สามารถประเมินเบื้องต้นได้ว่ามีความเสี่ยงต่อโรคใด

อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดไม่ดีขึ้น ปวดรุนแรง หรือมีอาการผิดปกติร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม เพราะการรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


95 แคปชั่นฮีลใจ ภาษาอังกฤษ คิดบวก ให้กำลังใจตัวเอง แจกรอยยิ้มให้คนรอบข้าง

แคปชั่นฮีลใจ ภาษาอังกฤษ คิดบวก คำคมให้กำลังใจ

  • Your love helps your heart to heal.
    ให้ความรักของคุณเยียวยา รักษาหัวใจของคุณ
  • The journey of a thousand miles begins with one step.
    การเดินทางนับพันไมล์ เริ่มต้นได้ด้วยก้าวเดียวเสมอ
  • Our greatest glory is not in never falling, but in rising every time we fall.
    ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเรา ไม่ได้อยู่ที่การไม่เคยล้ม แต่อยู่ที่การลุกขึ้นมาได้ทุกครั้งที่ล้ม
  • Don’t cry because it is over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้กับสิ่งที่จบไปแล้ว แต่จงยิ้มกับสิ่งที่เกิดขึ้น
  • Smile on, Chin up.
    ยิ้มไว้ เชิดไว้
  • Try and fail but never fail to try.
    พยายามและล้มเหลว แต่อย่าล้มเหลวโดยที่ยังไม่พยายาม
  • Life isn’t as easy as it seems, but it’s not as difficult as we think.
    ชีวิตไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราเห็น แต่มันก็ไม่ได้ยากเหมือนที่เราคิด
  • You can get through this.
    คุณจะผ่านมันไปได้
  • It is better to walk alone, then with a crowd going in the wrong direction.
    เดินไปคนเดียว ดีกว่าเดินกับผู้คนมากมายที่เดินผิดทาง 
  • Turn your wounds into wisdom.
    เปลี่ยนบาดแผลของคุณให้กลายเป็นปัญญา
  • When you cease to dream you cease to live.
    เมื่อคุณหยุดฝัน ก็เท่ากับคุณหยุดมีชีวิต
  • Every day may not be good but there is something good in every day.
    ทุกวันอาจจะไม่ดีเท่าไหร่ แต่มันต้องมีสิ่งดีๆ เข้ามาในทุกๆ วัน
  • Learn from the past, but don’t get stuck in it.
    เรียนรู้จากอดีต แต่อย่าจมอยู่กับมัน
  • Be you, not them
    จงเป็นตัวเอง ที่ไม่เหมือนใคร
  • Confidence is sexy.
    ความมั่นใจคือความเซ็กซี่
  • Learning to love myself unconditionally.
    จงเรียนรู้ที่จะรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไข 
  • Self-love is the greatest revolution.
    การรักตนเองคือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  • Too many of us are not living our dreams because we are living our fears.
    หลายๆ คน ไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างที่ฝัน เพราะมัวแต่ใช้ชีวิตกับความกลัว
  • As we grow old, we learn that life is not always easy.
    เมื่อเราโตขึ้น เราได้เรียนรู้ว่าชีวิตไม่ได้ง่ายเสมอไป
  • Mindfulness is the key to inner peace.
    สติเป็นกุญแจสู่ความสงบสุขภายในใจ
  • Life is like riding a bicycle. To keep your balance, you must keep moving.
    ชีวิตก็เหมือนกับการปั่นจักรยาน เพื่อประคองการทรงตัว คุณจะต้องปั่นต่อไปข้างหน้า
  • If you have the ability to love, love yourself first.
    ถ้าคุณเก่งกาจในเรื่องรัก จงรักตัวเองเป็นอันดับแรก
  • Beauty starts from within.
    ความสวยเริ่มจากภายใน
  • You’re allowed to scream, you’re allowed to cry, but do not give up.
    คุณกรีดร้องได้ ร้องไห้ได้ แต่อย่ายอมแพ้
  • The only person who can pull me down is myself.
    คนเดียวที่สามารถทำให้ฉันอ่อนแอได้ คือตัวฉันเอง
  • Hope is the only thing stronger than fear.
    ความหวังเป็นสิ่งเดียวที่แข็งแกร่งกว่าความกลัว
  • You are enough just as you are.
    คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นก็พอ
  • It’s never too late to start over, never too late to be happy.
    ไม่มีคำว่าสายเกินไปที่จะเริ่มต้นใหม่ และไม่สายเกินไปที่จะมีความสุข
  • Set your goals high , and don’t stop till you get there.
    ตั้งเป้าหมายให้สูงและอย่าหยุด จนกว่าคุณจะไปถึงจุดนั้น
  • Don’t cry because it’s over, smile because it happened.
    อย่าร้องไห้เพราะมันจบลง แต่จงยิ้มที่มันเคยเกิดขึ้น
  • I’m not perfect, but I’m still damn sexy.
    ฉันไม่ได้สมบูรณ์แบบ แต่ฉันโคตรจะเซ็กซี่เลยล่ะ
  • If you want to be happy, do not dwell in the past.
    ถ้าคุณอยากมีความสุข ก็อย่าจมอยู่กับอดีต
  • Life becomes easier and more beautiful when we can see the good in other people.
    ชีวิตจะง่ายขึ้นและสวยงามขึ้น เมื่อเรามองเห็นสิ่งที่ดีในตัวคนอื่น
  • A bad day doesn’t mean you have a bad life.
    วันที่แย่ไม่ได้หมายความว่าคุณนั้นมีชีวิตที่แย่
  • Winners are losers who got up and gave it one more try.
    ผู้ชนะคือผู้แพ้ที่ลุกขึ้นและลองอีกครั้ง
  • I am more than just a pretty face.
    ฉันมีดีมากกว่าแค่ใบหน้าสวย ๆ
  • Do what makes you feel alive and happy.
    จงทำในสิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวาและมีความสุข
  • Mindfulness is the anchor that keeps me grounded amidst life’s storms.
    การมีสติเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวฉันให้ยืนหยัด ท่ามกลางมรสุมแห่งชีวิต
  • Love is a journey, not a destination.
    ความรักคือการเดินทางไม่ใช่จุดหมายปลายทาง

แคปชั่นกำลังใจ คิดบวก สู้ชีวิต 

  • No one can make you feel inferior without your consent.
    ไม่มีใครสามารถทำให้คุณรู้สึกต่ำต้อยได้ หากคุณไม่ยอมรับมัน
  • Life is too short to be shy. 
    ชีวิตมันสั้นเกินกว่าจะมานั่งเขินอาย
  • Life isn’t about finding yourself. Life is about creating yourself.
    ชีวิตไม่ได้เกี่ยวกับการค้นหาตัวเอง ชีวิตคือการสร้างตัวคุณเอง
  • Life is better when you’re laughing.
    ชีวิตดีขึ้นเมื่อคุณหัวเราะ
  • Happiness is not having what you want. It is appreciating what you have.
    ความสุขไม่ใช่การได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่คือการเห็นคุณค่าในสิ่งที่มี
  • Tough situations build strong people in the end.
    สถานการณ์ที่ยากลำบาก จะสร้างคนที่แข็งแกร่งในที่สุด
  • You are never too old to be cute. 
    คุณไม่ได้แก่เกินไปที่จะน่ารัก
  • Growing and glowing.
    จงเติบโตและเปล่งประกาย
  • Even with a broken crayon, I can still draw a rainbow.
    แม้ว่าดินสอสีจะหัก ฉันก็ยังวาดสายรุ้งได้
  • It is never too late to be what you might have been.
    ไม่เคยมีคำว่าสายเกินไปที่จะเป็นในสิ่งที่คุณอยากจะเป็น
  • Cute is the new cool.
    น่ารัก คือความเท่แบบใหม่
  • Believe you can and you’re halfway there.
    เชื่อว่าคุณทำได้ คุณก็มาถึงครึ่งทางแล้ว
  • No one is perfect – that’s why pencils have erasers.
    ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ – นั่นคือเหตุผลว่าทำไมดินสอจึงมียางลบ
  • Turning wounds into wisdom and pains into gains.
    เปลี่ยนบาดแผลให้เป็นปัญญา และเปลี่ยนความเจ็บปวดให้เป็นกำไร
  • Keep your head up, things will get better.
    ยืนหยัดเข้าไว้ เดี๋ยวอะไรๆ ก็จะดีขึ้น
  • You can always start again.
    คุณสามารถเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ
  • It’s okay not to be okay.
    ถึงจะไม่โอเค แต่ก็ไม่เป็นไร 
  • You’re stronger than you know.
    คุณแข็งแกร่งกว่าที่คุณรู้
  • If you ever want to love someone, love yourself unconditionally first.
    ถ้าคุณอยากจะรักใครสักคน จงรักตัวเองอย่างไม่มีเงื่อนไขเสียก่อน
  • What’s meant to be will always find a way 
    สิ่งที่เราตั้งใจไว้ จะหาทางได้เสมอ
  • Life lesson to learn is… sometimes the good guys don’t win.
    บทเรียนชีวิตที่ต้องเรียนรู้คือ… บางครั้งคนดีก็ไม่ชนะเสมอไป
  • No matter what you’re going through, there’s a light at the end of the tunnel.
    ไม่ว่าคุณจะเจออะไรก็ตาม มีแสงที่ปลายอุโมงค์เสมอ
  • Tough times don’t last, tough people do. 
    ช่วงเวลาที่มันแย่ๆ มันจะไม่อยู่กับเรานาน แต่คนที่เข็มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่ได้นาน
  • Happiness is the secret to all beauty.
    ความสุขเป็นเคล็ดลับของทุกความงาม
  • Success is not the key to happiness, happiness is the key to success.
    ความสำเร็จไม่ใช่กุญแจสู่ความสุข ความสุขคือกุญแจสู่ความสำเร็จ
  • You’re not alone, we’re in this together. 
    คุณไม่ได้อยู่คนเดียว เราจะผ่านไปด้วยกัน
  • I’m the best you’ll never ever get.
    ฉันเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ที่คุณไม่มีทางได้ครอบครอง
  • Sun is alone too, but still shines.
    ดวงอาทิตย์ก็โดดเดี่ยวเหมือนกัน แต่ก็ยังส่องแสงอยู่
  • Forgive yourself for your faults and move on.
    จงให้อภัยตัวเองสำหรับความผิดพลาดและก้าวต่อไป
  • Don’t look for happiness, Create it.
    อย่าพยายามมองหาความสุข แต่จงหาทางสร้างมันขึ้นมา
  • Beauty begins the moment you decide to be yourself.
    ความงามเริ่มต้นในชั่วขณะที่คุณตัดสินใจเป็นตัวของตัวเอง
  • The Best way to be loved is to love yourself.
    วิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ใครมารัก คือ การรักตัวเอง
  • Face challenges with confidence.
    จงเผชิญกับความท้าทายด้วยความมั่นใจ
  • Love is all around you. You just have to take the time to feel it.
    ความรักอยู่รอบตัวคุณ คุณเพียงแค่ต้องใช้เวลาในการรู้สึกมัน
  • Inner beauty will always be in fashion.
    ความงามจากภายในจะคงอยู่ในแฟชั่นเสมอ
  • Stars don’t shine without darkness.
    ดวงดาวไม่ส่องแสงโดยปราศจากความมืด
  • Be a shining star in the darkest of nights.
    จงเป็นดาวที่ส่องแสงในคืนที่มืดมนที่สุด
  • Happiness is not by chance, but by choice.
    ความสุขไม่ใช่เกิดโดยบังเอิญ แต่เป็นทางเลือก
  • There are beautiful days ahead.
    มีวันที่สวยงามรออยู่ข้างหน้า
  • The best thing to hold onto in life is each other.
    สิ่งที่ดีที่สุดที่จะยึดมั่นในชีวิต คือกันและกัน
  • What you believe, remember, you can achieve.
    สิ่งที่คุณเชื่อจำไว้ว่า คุณทำได้
  • Motivation gets you moving, but determination keeps you going.
    แรงบันดาลใจทำให้คุณเคลื่อนไหวได้ แต่ความมุ่งมั่นจะทำให้คุณก้าวต่อไป
  • The future belongs to those who believe in the beauty of their dreams.
    อนาคตเป็นของคนที่เชื่อในความฝันของตัวเอง
  • You don’t need to see the whole staircase, just take the first step.
    คุณไม่จำเป็นต้องเห็นขั้นบันไดทั้งหมด ขอแค่เริ่มต้นที่ก้าวแรก
  • Sometimes the heart sees what is invisible to the eye.
    บางครั้งหัวใจจะมองเห็น สิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตา
  • Don’t give up the beginning is always the hardest.
    อย่าเพิ่งยอมแพ้ จุดเริ่มต้นนั้นมักจะยากที่สุดเสมอ
  • Our attitude toward life determines life’s attitude towards us.
    ทัศนคติของเรา เป็นตัวกำหนดชีวิตของเรา
  • Believe in yourself
    เชื่อมั่นในตัวเองเข้าไว้
  • We failed, we cried, we lost but then we will rise and strong again.
    เราล้มเหลว เราร้องไห้ เราแพ้พ่าย แต่เราจะลุกขึ้นและกลับมาเข้มแข็งอีกครั้ง
  • Don’t be the same. Be better!
    อย่ามัวแต่เป็นเหมือนเดิม เราต้องดีกว่าเดิม!
  • Don’t be afraid to choose a different path than others.
    อย่ากลัวที่จะเลือกเส้นทางของตัวเอง ถึงแม้มันจะแตกต่างจากคนอื่น
  • Life always offers you a second chance.
    ชีวิตจะให้โอกาสคุณครั้งที่สองเสมอ
  • No matter how much it hurts, you have to hold your head up and keep going.
    ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหน จงเชิดหน้าขึ้น.. และก้าวต่อไป
  • If you get tried, learn to rest not to quit
    ถ้าคุณรู้สึกเหนื่อย จงเรียนรู้ที่จะพัก แต่อย่าล้มเลิก
  • A smile is happiness you’ll find right under your nose.
    รอยยิ้มคือความสุข ที่คุณหาพบได้ แค่ใต้ปลายจมูก
  • It’s hard to beat a person who never gives up.
    มันยากที่จะเอาชนะคนที่ไม่เคยยอมแพ้

ขอบคุณข้อมูลจาก women.trueid.net


Panasonic เตือนปลั๊กพ่วงที่คุณใช้ มีอายุสั้นกว่าที่คิด ควรเปลี่ยนทุก 3-5 ปี

อุปกรณ์หนึ่งที่มักจะขึ้นชื่อว่า ใช้ลากยาวเสมอคือ ปลั๊กพ่วง หรือรางปลั๊กที่ใช้กันมานานจนจำไม่ได้ว่าเริ่มใช้ตั้งแต่เมื่อไร บางอันอยู่ใต้โต๊ะทำงาน บางอันวางหลังทีวี หรือเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้นไว้ตลอดเวลาโดยแทบไม่เคยถอดออก แต่รู้หรือไม่ว่าอุปกรณ์ชิ้นเล็ก ๆ นี้ไม่ได้ถูกออกแบบให้ใช้งานได้ตลอดชีวิต

ล่าสุด Panasonic Japan ได้ออกมาให้คำแนะนำผ่าน X ว่า ปลั๊กพ่วงหรือสายต่อพ่วงไฟฟ้าควรมีระยะเปลี่ยนโดยประมาณอยู่ที่ 3-5 ปี เพื่อความปลอดภัยด้านไฟฟ้า โดยเฉพาะกรณีที่ไม่รู้ว่าใช้งานมานานแค่ไหน ให้ลองตรวจดูปีผลิตที่อาจระบุไว้บริเวณสายไฟ

ทำไมต้องเปลี่ยนปลั้กพ่วง

ข้อมูลจาก Panasonic Japan ระบุว่า ระยะเวลาที่แนะนำสำหรับการเปลี่ยนปลั๊กพ่วงหรือสายต่ออยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี โดยเป็นคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยด้านไฟฟ้า เนื่องจากสภาพแวดล้อมและวิธีใช้งานอาจทำให้วัสดุภายในเสื่อมสภาพได้ แม้ภายนอกจะดูยังใช้งานได้ตามปกติก็ตาม

Panasonic ยังระบุในหน้าสนับสนุนของญี่ปุ่นว่า ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์ที่มีอายุการใช้งาน และควรเปลี่ยนเมื่อใช้งานมา 3-5 ปี ซึ่งเป็น “ระยะเวลาแนะนำในการเปลี่ยน” ไม่ใช่ระยะรับประกันหรืออายุใช้งานแบบตายตัว :contentReference[oaicite:1]{index=1}

สาเหตุที่ทำให้ปลั้กพ่วงเสื่อม

แม้ปลั๊กพ่วงจะไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น แต่ภายในมีทั้งสายไฟ จุดเชื่อมต่อ ขั้วโลหะ ฉนวน พลาสติก และหน้าสัมผัสที่ต้องรับกระแสไฟอยู่ตลอด หากใช้งานต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือใช้งานในสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม ก็อาจเสื่อมสภาพได้

ปัจจัยที่ทำให้ปลั๊กพ่วงเสื่อมเร็วขึ้น เช่น เสียบโหลดหนักเกิน, ใช้งานกับอุปกรณ์กินไฟสูง, วางในที่ร้อนหรืออับชื้น, โดนฝุ่นสะสม, สายถูกพับงอ ดึง กระแทก หรือถูกเหยียบซ้ำ ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อความร้อนสะสม ไฟรั่ว ไฟช็อต หรือไฟไหม้ได้

ไม่รู้ว่าใช้มานานแค่ไหน ต้องเช็กตรงไหน?

คำแนะนำจาก Panasonic Japan คือ หากจำไม่ได้ว่าเริ่มใช้ปลั๊กพ่วงตั้งแต่เมื่อไร ให้ลองตรวจสอบบริเวณ สายไฟ เพราะบางรุ่นอาจมีการระบุปีผลิตเอาไว้บนตัวสายหรือฉนวนสายไฟ

หากพบว่าเป็นปลั๊กพ่วงที่ผลิตมาหลายปีแล้ว หรือสภาพเริ่มเก่า แม้ยังเสียบใช้งานได้อยู่ ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนใหม่ โดยเฉพาะปลั๊กพ่วงที่ใช้กับคอมพิวเตอร์ ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชิ้น หรือจุดที่เสียบไฟค้างไว้เป็นประจำ

เคล็ดลับง่าย ๆ กันลืมเปลี่ยนปลั๊กพ่วง

Panasonic แนะนำว่า เมื่อเปลี่ยนปลั๊กพ่วงใหม่ ควรจด เดือนและปีที่เริ่มใช้งาน ไว้บนสายไฟหรือบริเวณที่มองเห็นได้ง่าย เพื่อช่วยเตือนว่าอุปกรณ์นี้เริ่มใช้งานตั้งแต่เมื่อไร และลดโอกาสลืมเปลี่ยนในอนาคต

วิธีนี้เหมาะมากกับบ้านที่มีปลั๊กพ่วงหลายจุด เช่น โต๊ะทำงาน ห้องนั่งเล่น มุมทีวี หลังตู้เย็น หรือโต๊ะคอมพิวเตอร์ เพราะปลั๊กพ่วงมักเป็นอุปกรณ์ที่คนใช้งานจนลืมว่าเป็นของสิ้นเปลืองด้านความปลอดภัย

7 สัญญาณอันตรายที่ควรเปลี่ยนปลั๊กพ่วงทันที

  • สายไฟแข็ง กรอบ หรือแตกลายงา อาจเป็นสัญญาณว่าฉนวนเสื่อมแล้ว
  • ปลั๊กหลวม เสียบแล้วไม่แน่น อาจทำให้เกิดประกายไฟหรือความร้อนสะสม
  • มีรอยไหม้ รอยดำ หรือกลิ่นไหม้ ควรหยุดใช้งานทันที
  • ตัวปลั๊กพ่วงร้อนผิดปกติ โดยเฉพาะเมื่อเสียบใช้งานไม่นาน
  • สายไฟถูกบิด งอ ดึง หรือโดนทับเป็นประจำ อาจเกิดความเสียหายภายใน
  • สวิตช์เปิด-ปิดติด ๆ ดับ ๆ หรือไฟแสดงสถานะทำงานผิดปกติ
  • ใช้งานเกิน 5 ปีและไม่เคยตรวจสภาพ ควรเปลี่ยนใหม่เพื่อความสบายใจ

ปลั๊กพ่วงแบบไหนไม่ควรใช้?

นอกจากเรื่องอายุการใช้งานแล้ว การเลือกปลั๊กพ่วงก็สำคัญไม่แพ้กัน ควรหลีกเลี่ยงปลั๊กพ่วงราคาถูกผิดปกติ ไม่มีมาตรฐานรองรับ ตัวพลาสติกบาง สายไฟเล็กเกินไป หรือไม่มีข้อมูลกำลังไฟที่รองรับอย่างชัดเจน

สำหรับประเทศไทย ควรเลือกปลั๊กพ่วงที่มีมาตรฐาน มอก. ระบุค่ากำลังไฟชัดเจน มีม่านนิรภัย มีเบรกเกอร์หรือระบบตัดไฟเกิน และควรเลือกความยาวสายให้เหมาะกับการใช้งาน ไม่ใช้วิธีต่อพ่วงหลายชั้นจนกลายเป็นความเสี่ยง

อย่าเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟสูงกับปลั๊กพ่วง

สิ่งสำคัญก่อนใช้ปลั้กพ่วงคือ เครื่องใช้ไฟฟ้าบางประเภทใช้กำลังไฟสูงและไม่ควรเสียบผ่านปลั๊กพ่วงเป็นเวลานาน เช่น เตารีด, หม้อทอดไร้น้ำมัน, ไมโครเวฟ, กระติกน้ำร้อน, เครื่องทำน้ำอุ่น, ฮีตเตอร์ หรืออุปกรณ์ทำความร้อนต่าง ๆ

อุปกรณ์เหล่านี้ควรเสียบกับเต้ารับผนังโดยตรงมากกว่า เพราะการใช้งานผ่านปลั๊กพ่วงที่รับโหลดไม่พอ อาจทำให้สายไฟร้อน หน้าสัมผัสไหม้ หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรได้

ใช้ปลั๊กพ่วงอย่างไรให้ปลอดภัยขึ้น?

  • อย่าเสียบอุปกรณ์หลายชิ้นจนเกินกำลังไฟที่ปลั๊กพ่วงรับได้
  • อย่าต่อปลั๊กพ่วงซ้อนปลั๊กพ่วง
  • อย่าวางปลั๊กพ่วงใต้พรม ใต้โซฟา หรือจุดที่ระบายความร้อนไม่ดี
  • อย่าให้ปลั๊กพ่วงโดนน้ำ ความชื้น หรือฝุ่นสะสมมากเกินไป
  • ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้งานนาน ๆ โดยเฉพาะก่อนออกจากบ้านหลายวัน
  • ตรวจดูรอยไหม้ ความร้อน กลิ่นผิดปกติ และความแน่นของช่องเสียบเป็นประจำ
  • เปลี่ยนทันทีเมื่อพบความผิดปกติ อย่าซ่อมเองหากไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้า

ปลั๊กพ่วงเป็นอุปกรณ์ใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วมีอายุการใช้งานและควรตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ โดย Panasonic Japan แนะนำให้เปลี่ยนปลั๊กพ่วงหรือสายต่อทุก 3-5 ปี เพื่อความปลอดภัยด้านไฟฟ้า

หากไม่แน่ใจว่าใช้มานานแค่ไหน ให้ลองดูปีผลิตที่สายไฟ และเมื่อซื้อใหม่ควรจดเดือนปีที่เริ่มใช้งานไว้บนสาย เพื่อป้องกันการลืมเปลี่ยน ที่สำคัญ หากปลั๊กพ่วงมีรอยไหม้ ร้อนผิดปกติ ช่องเสียบหลวม หรือสายไฟเริ่มแข็งกรอบ ควรหยุดใช้งานและเปลี่ยนใหม่ทันที เพราะค่าเปลี่ยนปลั๊กพ่วงอาจถูกกว่าความเสียหายจากไฟฟ้าลัดวงจรมากนัก

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


มะระ vs มะระขี้นก ประโยชน์ต่างกันอย่างไร กินแบบไหนดีกว่ากัน?

มะระ vs มะระขี้นก ประโยชน์ต่างกันอย่างไร กินแบบไหนดีกว่ากัน?มะระจีน vs มะระขี้นก: สองพี่น้องรสขม เลือกกินอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด?

หลายคนอาจสับสนระหว่าง “มะระจีน” (มะระลูกใหญ่) และ “มะระขี้นก” (มะระลูกเล็ก) ว่าจริงๆ แล้วแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกทานแบบไหนดี? แม้ทั้งคู่จะอยู่ในวงศ์เดียวกันและมีคุณค่าทางโภชนาการคล้ายคลึงกัน แต่ก็มีจุดเด่นที่เหมาะกับการใช้งานต่างกัน

เจาะลึกความต่าง: เลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์

เปรียบเทียบมะระจีน (ลูกใหญ่)มะระขี้นก (ลูกเล็ก)
ลักษณะเด่นผลใหญ่ สีเขียวอ่อน รสขมน้อยผลเล็ก สีเขียวเข้ม รสขมจัด
ความนิยมผักหลักในเมนูประจำวันผักพื้นบ้าน/สมุนไพร
เหมาะสำหรับต้มจืด, มะระยัดไส้, มะระผัดไข่ลวกจิ้มน้ำพริก, แกงพื้นเมือง
ความง่ายในการทานทานง่าย เหมาะกับทุกคนเหมาะกับผู้ที่ชอบรสขมเข้มข้น

ประโยชน์ในฐานะผักโภชนาการ

มะระทั้งสองชนิดถือเป็น “ผักพลังงานต่ำแต่สารอาหารแน่น” ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายในหลายมิติ

  • เพิ่มใยอาหาร: ช่วยเรื่องระบบขับถ่ายและความอิ่ม
  • อัดแน่นด้วยวิตามินและแร่ธาตุ: มีทั้งวิตามินซี, เอ, แคลเซียม, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม และสังกะสี ที่ช่วยสนับสนุนภูมิคุ้มกันและระบบต่างๆ ของร่างกาย
  • มีสารต้านอนุมูลอิสระ: ช่วยดูแลสุขภาพโดยรวมและลดความเสียหายของเซลล์
  • ดูแลระดับน้ำตาล: มะระมีสารที่อาจช่วยส่งเสริมการทำงานของอินซูลินและการเผาผลาญน้ำตาล อย่างไรก็ตาม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยังมีข้อจำกัด และไม่สามารถใช้แทนยาเบาหวานได้

ข้อควรระวังสำคัญ

แม้จะเป็นผักที่มีประโยชน์ แต่ควรทานอย่างระมัดระวังในกรณีต่อไปนี้:

  1. ผู้ป่วยเบาหวานที่ใช้ยาหรือฉีดอินซูลิน: ห้าม ทานในรูปแบบน้ำคั้น, สารสกัดเข้มข้น หรือแคปซูลโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะอาจเกิดภาวะ “น้ำตาลในเลือดตก” จนเป็นอันตรายได้
  2. กลุ่มเสี่ยงที่ควรเลี่ยง: หญิงตั้งครรภ์, ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD, ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำง่าย และผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาหลายชนิด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทานเป็นประจำ

เคล็ดลับการเตรียมให้ทานง่าย

หากกังวลเรื่องรสขม ลองนำเทคนิคนี้ไปใช้

  • เลือก: เลือกมะระจีนลูกที่สีเขียวอ่อน ผิวตึงใส ไม่เหลือง และหนามนิ่ม
  • จัดการไส้: สำหรับมะระจีน ให้ควักไส้สีขาวด้านในออกให้สะอาดที่สุดก่อนนำไปปรุง
  • ลดความขม: แช่น้ำเกลือประมาณ 20 นาทีแล้วล้างออก จะช่วยดึงความขมออกมาได้มาก
  • เทคนิคต้ม: สำหรับมะระจีน อย่าเปิดฝาหม้อขณะต้ม (เพราะความร้อนจะขับความขมออกมา) ส่วนมะระขี้นก แนะนำให้ต้มทั้งผลในน้ำเกลือเล็กน้อยจะช่วยให้กรอบและขมน้อยลง

สรุป: หากคุณต้องการเพิ่มผักในเมนูมื้ออร่อยประจำบ้าน “มะระจีน” คือคำตอบที่ตอบโจทย์ที่สุด ส่วน “มะระขี้นก” เปรียบเสมือนสมุนไพรพื้นบ้านที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบรสขมจัดและต้องการเสริมสุขภาพ ซึ่งมะระขี้นกถือว่าเป็นอาหารหลักของชาวโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น ที่ถูกขนานนามว่าเป็นดินแดนของคนอายุยืน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ให้หลากหลาย และรู้จักข้อจำกัดทางร่างกายของตนเอง หากมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์

ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com


ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 8/7/2569

ชนิดทองราคารับซื้อ กรัมละราคารับซื้อ บาทละราคาขาย บาทละ
ทองคำแท่ง 96.5%n/a65,000.0065,200.00
ทองรูปพรรณ 96.5%4,202.0063,702.3266,000.00
ทองรูปพรรณ 90%3,781.8057,332.09n/a
ทองรูปพรรณ 80%3,361.6050,961.86n/a
ทองรูปพรรณ 50%1,890.9028,666.04n/a
ทองรูปพรรณ 40%1,470.7022,295.81n/a
ทองรูปพรรณ 99.99%4,354.4066,012.70n/a

ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 8/7/2569


ปตท.

บางจาก

เชลล์

คาลเท็กซ์
ราคาน้ํามันไออาร์พีซี irpc
ไออาร์พีซี

พีที
ราคาน้ํามันซัสโก้ susco
ซัสโก้
ราคาน้ํามันเพียว PURE
เพียว
ราคาน้ํามันพรุ่งนี้
พรุ่งนี้
แก๊สโซฮอล์ 9534.9434.9435.4434.9434.9434.9434.9434.9434.94
แก๊สโซฮอล์ 9134.5734.5735.0734.5734.5734.5734.5734.5734.57
แก๊สโซฮอล์ E2029.9429.9430.1429.9429.9429.9429.9429.94
แก๊สโซฮอล์ E8528.3925.8828.39
แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม47.7948.4449.8447.79
เบนซิน 9543.9348.4144.4344.0843.93
ดีเซล34.9434.9434.9434.9434.9434.9434.9434.9434.94
ดีเซล B2029.9429.9429.9429.9429.9429.9429.9429.94
ดีเซลพรีเมี่ยม50.0549.2549.8449.2550.05
แก๊ส NGV16.6616.66
About the Author

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า