SHR ฟันกำไรนิวไฮ รับไฮซีซันดันโรงแรมไทย-มัลดีฟส์พุ่ง

- SHR ทำกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลการดำเนินงานได้แรงหนุนหลักจากธุรกิจโรงแรมในไทยและมัลดีฟส์ที่เติบโตแข็งแกร่งในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ซึ่งมีความต้องการจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังซื้อสูง
- โรงแรมในไทยมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 87% และปรับราคาห้องพักเฉลี่ยขึ้น 9% ขณะที่มัลดีฟส์มีอัตราเข้าพัก 89% และปรับราคาห้องพักขึ้น 18%
ไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR ผู้ประกอบธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในเครือสิงห์ เอสเตท เปิดผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ด้วยกำไรสุทธิ 264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นับเป็นกำไรไตรมาสแรกสูงสุดตั้งแต่ดำเนินธุรกิจมาแรงหนุนสำคัญมาจากฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของโรงแรมหลักในประเทศไทยและสาธารณรัฐมัลดีฟส์ ซึ่งยังคงมีดีมานด์แข็งแกร่งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มกำลังซื้อสูงขณะที่รายได้จากธุรกิจโรงแรมและบริการรวมอยู่ที่ 2,634 ล้านบาท สะท้อนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่ยังเดินหน้า แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น
โรงแรมไทยแกร่ง ดันค่าห้องพักทะลุ 1.3 หมื่น
ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยยังคงเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ของ SHR โดยไตรมาสแรกสามารถรักษาอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในระดับสูงถึง 87%พร้อมกันนี้ บริษัทยังสามารถปรับเพิ่มราคาห้องพักเฉลี่ย (ADR) ได้อีก 9% แตะระดับ 13,951 บาท สะท้อนกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวระดับบนที่ยังแข็งแรงหนึ่งในดาวเด่นคือ “ทราย ลากูน่า ภูเก็ต” ที่สร้างรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) เพิ่มขึ้นถึง 19% อยู่ที่ 13,114 บาท พร้อมครองอันดับ 1 ด้านดัชนีการสร้างรายได้ (RGI) ต่อเนื่อง
มัลดีฟส์โตสวนความเสี่ยงสงคราม
ฝั่งมัลดีฟส์ยังคงเป็นอีกตลาดที่สร้างผลตอบแทนโดดเด่น โดยมีอัตราการเข้าพักสูงถึง 89% และสามารถปรับขึ้นราคาห้องพักเฉลี่ยได้ถึง 18% แตะระดับ 532 ดอลลาร์สหรัฐแม้ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์จะเริ่มเกิดความตึงเครียดจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการเดินทางทั่วโลกในเดือนมีนาคม แต่ SHR ยังสามารถรักษาระดับรายได้ได้อย่างแข็งแกร่งสะท้อนว่าตลาดลักชัวรีและนักท่องเที่ยวระดับพรีเมียมยังคงเดินทางต่อ แม้ต้นทุนและความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์จะเพิ่มขึ้น

ฟิจิฝ่ามรสุม ดึงลูกค้าจีนดัน RevPAR โต
นอกจากตลาดหลัก SHR ยังเร่งใช้กลยุทธ์การตลาดเชิงรุกในโรงแรมที่อยู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยวโดยโรงแรม Castaway Island, Fiji สามารถขยายฐานลูกค้าชาวจีนได้มากขึ้น ส่งผลให้ RevPAR เพิ่มขึ้น 5% อยู่ที่ 740 ฟิจิดอลลาร์ แม้อยู่ในช่วงฤดูมรสุม
ภาพดังกล่าวสะท้อนยุทธศาสตร์ “กระจายตลาดลูกค้า” ที่เริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นในปีนี้
คุมต้นทุน-ลดดอกเบี้ย ดันมาร์จิ้นพุ่ง
ไมเคิล เดวิด มาร์แชล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SHR ระบุว่า ผลประกอบการไตรมาสแรกสะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์สร้างแบรนด์ เจาะนักท่องเที่ยวกลุ่ม High-Spending รวมถึงการเพิ่มความหลากหลายของฐานลูกค้าขณะเดียวกัน บริษัทสามารถยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นสู่ 40.9% จาก 39.6% ในปีก่อน
อีกปัจจัยสำคัญคือการบริหารต้นทุนทางการเงิน หลังบริษัทเดินหน้าเจรจากับสถาบันการเงินอย่างต่อเนื่อง จนสามารถลดค่าใช้จ่ายทางการเงินลงได้อีก 16% จากปีก่อน
จับตาไตรมาส 2 รับแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม SHR ยอมรับว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อภาคท่องเที่ยวโลก โดยไตรมาส 2 อาจเริ่มเห็นแรงกดดันต่อค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวมากขึ้น
บริษัทประเมินว่า โรงแรมในฟิจิและสหราชอาณาจักรจะได้รับผลกระทบจำกัด เนื่องจากฐานลูกค้าหลักยังเป็นนักท่องเที่ยวระยะใกล้ (Short-haul) และตลาดภายในประเทศจึงยังมีโอกาสรักษาการเติบโตของ RevPAR ได้ต่อเนื่อง
เร่งรีแบรนด์โรงแรมอังกฤษ รับเทรนด์นักเดินทางยุคใหม่
อีกหนึ่งหมากสำคัญของ SHR คือการยกระดับพอร์ตโรงแรมในสหราชอาณาจักรล่าสุด โรงแรม The Grand Hotel Leicester by The Unlimited Collection กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังปรับปรุงและรีแบรนด์ เพื่อขยับฐานะทางการตลาดให้สูงขึ้นขณะที่ Mount Royal Hotel Edinburgh by The Unlimited Collection สามารถดัน RevPAR โตมากกว่า 50% ในไตรมาสแรก แตะระดับ 73 ปอนด์
นอกจากนี้ โรงแรมในเมือง Manchester และ Glasgow ยังอยู่ระหว่างปรับปรุงและเปลี่ยนแบรนด์เป็น “lyf” ซึ่งเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ โดยยังเปิดให้บริการบางส่วนควบคู่การรีโนเวต
เดินเกมระวังตัว รักษาเป้ารายได้ทั้งปี
SHR ระบุว่า บริษัทจะเดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกควบคู่ความระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลกทั้งการหาตลาดทดแทน การเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ และการควบคุมต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาเสถียรภาพธุรกิจและผลักดันผลประกอบการปี 2569 ให้เติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ ท่ามกลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกที่ยังเต็มไปด้วยโจทย์ท้าทายใหม่ ๆ
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
แสนสิริเผยQ1 กำไร 864 ล้านโต 6% ไตรมาส2เร่งเปิด6 โครงการใหม่

- แสนสิริเผยผลประกอบการไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 864 ล้านเติบโตขึ้น 6% จากปีก่อนหน้า โดยมียอดขายรวม 13,300 ล้าน
- ความสำเร็จในไตรมาสแรกได้รับแรงหนุนจากโครงการลักชัวรี “นาราสิริ” และคอนโดแบรนด์ใหม่ที่ทำยอดขายช่วงพรีเซลล์ได้ดี
- ในไตรมาสที่ 2 บริษัทมีแผนเร่งเปิดตัว 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียม
- บริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) ในมือกว่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องตลอดทั้งปี
นายวิชาญ วิริยะภูษิต ประธานผู้บริหารสายการเงิน บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ยังเติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้เศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์จะมีความท้าทายหลายด้านโดยบริษัทมียอดขายรวม 13,300 ล้านบาท รายได้รวม 6,691 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทั้งนี้ แสนสิริยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่อง จากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมหลายโครงการที่พร้อมรับรู้รายได้ในปีนี้
“นาราสิริ” ปิดพรีเซลล์แรง ดันยอดทะลุ 1,500 ล้าน
ในตลาดแนวราบที่มีการแข่งขันสูง แสนสิริยังสร้างยอดขายได้โดดเด่น โดยเฉพาะแบรนด์ลักชัวรี “นาราสิริ” ที่โครงการกรุงเทพกรีฑาและบรมราชชนนี สามารถปิดการขายเฟสแรกได้ทันทีในช่วงพรีเซลล์ กวาดยอดขายรวมกว่า 1,500 ล้านบาท จนต้องเร่งเปิดเฟสใหม่รองรับความต้องการขณะเดียวกัน โครงการ “เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ” ก็ได้รับกระแสตอบรับดี ปิดการขายเฟสแรกได้รวดเร็ว ส่วนคอนโดแบรนด์ใหม่ “เลิฟ เจริญนคร” ทำยอดขายช่วงพรีเซลล์กว่า 1,500 ล้านบาท
แบ็คล็อกแกร่ง 2.4 หมื่นล้าน หนุนรายได้ทั้งปี
ปัจจุบันแสนสิริมียอดขายรอโอน (Backlog) มากกว่า 24,000 ล้านบาท และคาดว่าจะสามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีนี้ได้ประมาณ 50%นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้จากคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่หลายโครงการ อาทิ Via 34, Via 61, เดอะ เบส เชิงทะเล และเดอะ เบส ศรีจันทร์-ขอนแก่น รวมถึงธุรกิจใหม่ “Crafted by Sansiri” ธุรกิจรับสร้างบ้านที่เข้ามาเสริมพอร์ตธุรกิจ

ไตรมาส 2 เดินหน้าเปิด 6 โครงการใหม่
สำหรับแผนธุรกิจไตรมาส 2/2569 แสนสิริเตรียมเปิดใหม่ 6 โครงการ มูลค่ารวม 13,360 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งบ้านเดี่ยวและคอนโดมิเนียมโครงการสำคัญ ได้แก่ “เศรษฐสิริ เกรท วงแหวน-จตุโชติ”, “เมเบิล ประชาอุทิศ 90” บ้านเดี่ยวแบรนด์ใหม่ ราคาเริ่มต้น 5 ล้านบาท รวมถึงคอนโดมิเนียมอย่าง XT 10 เอกมัย, Via 34 และ Dcondo Vite
อานิสงส์ดอกเบี้ยต่ำ-มาตรการรัฐ
แสนสิริมองว่า ปัจจัยสนับสนุนตลาดในช่วงต่อจากนี้ คืออัตราดอกเบี้ยนโยบายระดับต่ำ และมาตรการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ชั่วคราว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นกลุ่มเรียลดีมานด์
ล่าสุด บริษัทจับมือธนาคารไทยพาณิชย์และกรุงไทย จัดโปรโมชั่น “ไม่ต้องผ่อนสูงสุด 48 เดือน” สำหรับบ้าน คอนโดมิเนียม และทาวน์โฮมที่ร่วมรายการ เพื่อช่วยลดภาระลูกค้าและเร่งการตัดสินใจซื้อ
ล็อกต้นทุน รับมือวัสดุก่อสร้างขาขึ้น
นายวิชาญกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ครึ่งปีหลังต้นทุนพลังงานและวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับสูงขึ้น แต่บริษัทได้วางแผนล็อกราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าบางส่วนไว้แล้ว เพื่อลดผลกระทบต้นทุนพร้อมกันนี้ ยังมองเห็นโอกาสจากกลุ่มต่างชาติที่มองหา “สินทรัพย์ปลอดภัย” ท่ามกลางความผันผวนเศรษฐกิจโลก ซึ่งอาจต่อยอดจากการเช่าไปสู่การซื้อที่อยู่อาศัยในไทยในอนาคต
แสนสิริยังเชื่อมั่นว่า จุดแข็งด้านแบรนด์ คุณภาพสินค้า ดีไซน์ และบริการหลังการขาย จะช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้ตามเป้าหมาย แม้ตลาดอสังหาฯ จะยังแข่งขันรุนแรงตลอดปีนี้ก็ตาม
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ 15 พ.ค.69 ‘อ่อนค่า‘ หลังดอลลาร์แข็งค่า

- ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันที่ 15 พ.ค. อ่อนค่าลงมาอยู่ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ จากวันก่อนหน้าที่ปิดที่ 32.33 บาทต่อดอลลาร์
- ปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) 10 ปีของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) อาจขึ้นอัตราดอกเบี้ย
- เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าของเงินปอนด์อังกฤษและราคาทองคำที่ปรับตัวลดลง โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์กรอบค่าเงินบาทวันนี้ไว้ที่ 32.30-32.65 บาทต่อดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า “ค่าเงินบาทวันนี้“เปิดเช้านี้ ที่ระดับ 32.44 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลง” จากระดับปิดของวันก่อนหน้า ณ ระดับ 32.33 บาทต่อดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทวันนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 32.30-32.65 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนที่ผ่านมา เงินบาท(USDTHB) พลิกกลับมาทยอยอ่อนค่าลงเข้าใกล้โซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แกว่งตัวในกรอบ 32.30-32.45 บาทต่อดอลลาร์) กดดันโดยการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์ และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ได้แรงหนุนจากการปรับเพิ่มความคาดหวังของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED โดยล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาส 50% ที่ FED อาจขึ้นดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปีนี้ ท่ามกลางรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ยังคงออกมาสดใส ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่สูง
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนเพิ่มเติมจากการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) ท่ามกลางความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองอังกฤษ ที่สร้างแรงกดดันต่อทั้งเงินปอนด์อังกฤษและบอนด์ระยะยาวของอังกฤษในช่วงนี้ แม้ว่าโดยรวมรายงานข้อมูลเศรษฐกิจอังกฤษล่าสุดจะออกมาดีกว่าคาดก็ตาม (เศรษฐกิจขยายตัว +1.1%y/y ในไตรมาสแรก ดีกว่าคาด) อีกทั้งผู้เล่นในตลาดยังคงประเมินว่า ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยราว 2-3 ครั้ง ในปีนี้
ทั้งนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากการปรับตัวลงของราคาทองคำ (XAUUSD) สู่โซน 4,650 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ รวมถึงบรรยากาศเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม
แนวโน้มค่าเงินบาท
แนวโน้มค่าเงินบาท เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทเสี่ยงเผชิญ Two-way risk ในช่วงระยะสั้น ขึ้นกับ พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่มีความไม่แน่นอนอยู่สูง ทำให้ ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ในการป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะกลยุทธ์ Options ที่จะช่วยเสริมประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากค่าเงินได้เป็นอย่างดีในสภาวะที่ตลาดเผชิญความไม่แน่นอนสูง
แม้ว่า โมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาทจะมีกำลังมากขึ้น ตามการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์และการปรับตัวลงของราคาทองคำ ซึ่งอาจทำให้เงินบาทอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ไม่ยาก ทว่า การอ่อนค่าของเงินบาทอาจถูกชะลอลงแถวโซนแนวต้านดังกล่าวได้บ้าง หลังในช่วงนี้ บรรดานักลงทุนต่างชาติได้ทยอยกลับเข้าซื้อหุ้นไทย (แต่ยังคงทยอยขายบอนด์ไทยอยู่) ต่อเนื่องสวนทางกับการประเมินของเราในช่วงต้นจสัปดาห์
นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดบางส่วน อย่างฝั่งผู้ส่งออกและผู้เล่นที่มีสถานะ Short THB (มองเงินบาทอ่อนค่าลง) อาจรอจังหวะทยอยขายเงินดอลลาร์ หรือขายทำกำไรสถานะ Short THB แถวโซนดังกล่าวได้ และที่สำคัญ หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ได้ทวีความร้อนแรงมากขึ้นในระยะสั้น เรามองว่า การอ่อนค่าของเงินบาท หากสามารถทะลุโซนแนวต้าน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้ อาจถูกจำกัดไว้ไม่เกินโซน 32.75-32.85 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นโซนแนวต้านถัดไป
เนื่องจากเรายังคงมีความหวังต่อแนวโน้มการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ที่อาจนำไปสู่สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่จะทยอยคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาสที่ 2 นี้
ทำให้ ยอมรับว่า เรามีมุมมองเอนเอียงไปในฝั่งที่เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง ในกรณีที่ การเจรจา Trump-Xi summit มีความชัดเจนในประเด็นสงครามในตะวันออกกลาง และอาจนำไปสู่พัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ในทางกลับกัน หาก ผลการเจรจา Trump-Xi summit ครั้งนี้ กลับไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ในตะวันออกกลางและการเจรจาหยุดยิง อาจทำให้ผู้เล่นในตลาดจะยังคงกังวลต่อแนวโน้มสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หรืออาจกังวลมากขึ้นว่า สถานการณ์อาจเสี่ยงทวีความร้อนแรงมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าเพิ่มเติม สอดคล้องกับภาพการแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ การปรับตัวลงของราคาทองคำและการปรับตัวสูงขึ้นมากของราคาน้ำมันดิบที่อาจเกิดขึ้นได้ในกรณีดังกล่าว
เราคงมองว่า สถานการณ์ตะวันออกกลางยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะขับเคลื่อนตลาดการเงินได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับพัฒนาการของสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ เงินบาท (รวมถึงสินทรัพย์อื่นๆ) จะยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk บนความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ซึ่งผู้เล่นในตลาดควรใช้การประเมินสถานการณ์แบบ Scenario Analysis และควรใช้กลยุทธ์ Options เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ในช่วงที่ตลาดการเงินผันผวนสูง และแม้ว่า เงินบาทจะพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นบ้าง แต่เราจะยังไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองต่อแนวโน้มการเคลื่อนไหวของเงินบาท ที่ยังอยู่ในแนวโน้ม “อ่อนค่าลง” หรืออย่างน้อยแกว่งตัวไร้ทิศทางที่ชัดเจน เมื่อประเมินในเชิงเทคนิคัล ตามกลยุทธ์ Trend-Following จนกว่า จะเห็นเงินบาทพลิกกลับมาแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 32.00 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ใน Time Frame รายสัปดาห์ เราถึงจะปรับมุมมองใหม่ว่า เงินบาทมีโอกาสกลับเข้าสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง
มุมมองการลงทุนทั่วโลก
บรรยากาศในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความหวังต่อแนวโน้ม การเจรจา Trump-Xi summit ที่นอกจากจะช่วยให้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางอาจทยอยคลี่คลายลงได้ ยังอาจส่งผลดีต่ออุตสาหกรรม AI/Semiconductor ของสหรัฐฯ หลังล่าสุดมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ ได้อนุมัติให้ Nvidia +4.4% สามารถขายชิป H200 ซึ่งเป็น High Performance Chip ให้กับบริษัทจีน 10 แห่ง ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงได้แรงหนุนจากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่ส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ทำให้โดยรวม ดัชนี S&P500 ปิดตลาด +0.77% ส่วนดัชนีหุ้นเทคฯ Nasdaq ปรับตัวขึ้น +0.88%
ทางฝั่งตลาดหุ้นยุโรป ดัชนี STOXX600 ของยุโรป ปรับตัวขึ้น +0.76% หนุนโดยการปรับตัวขึ้นของบรรดาหุ้นเทคฯ ธีม AI/Semiconductor อาทิ ASML +3.0% ตอบรับข่าวสหรัฐฯ ผ่อนคลายการส่งออกชิป H200 ของ Nvidia ไปยังจีน ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นยุโรปยังพอได้แรงหนุนบ้างจากรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ที่ออกมาดีกว่าคาด อย่างไรก็ดี ความวุ่นวายของสถานการณ์การเมืองอังกฤษยังคงส่งผลกระทบต่อบรรดาหุ้นอังกฤษและกดดันให้ตลาดหุ้นอังกฤษปรับตัวขึ้นได้แย่กว่าตลาดหุ้นยุโรปอื่นๆ (FTSE100 ของอังกฤษ ปรับตัวขึ้น +0.46%)
ในส่วนตลาดบอนด์ บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทยอยปรับตัวขึ้น ทดสอบโซน 4.50% อีกครั้ง หลังผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของ FED นอกจากนี้ บรรยากาศในตลาดการเงินสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ลดทอนความน่าสนใจในการถือครองบอนด์ระยะยาว ทั้งนี้ เรามองว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-way risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับผลการเจรจา Trump-Xi summit และการเจรจาหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยหากการเจรจา Trump-Xi summit ได้หนุนให้พัฒนาการของการเจรจาหยุดยิงดีขึ้น อาจช่วยจำกัดการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ หรือทำให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ย่อลงได้บ้าง (ซึ่งน่าจะเห็นการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบบ้าง และการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED) อนึ่ง เราประเมินว่า บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ระดับแถว 4.50% หรือสูงกว่านั้น มีความน่าสนใจชัดเจน และมีระดับ Break-Even Yield ที่สูงพอควร (บอนด์ยีลด์ สามารถปรับตัวขึ้นได้อีกอย่างน้อย +55bps เมื่อประเมินจาก Duration ของบอนด์ 10 ปี สหรัฐฯ ที่ราว 8.1 ปี และ Convexity ราว 0.70) ซึ่งสามารถรองรับในกรณีเลวร้าย ไม่ว่าจะสถานการณ์ในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น หรือ ตลาดตอบสนองเชิงลบในกรณีที่ FED ภายใต้ประธาน FED คนใหม่ Kevin Warsh ตัดสินใจลดดอกเบี้ยลง (Political Rate Cut) ที่อาจกดดันให้บอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ พุ่งขึ้นแตะระดับ 5.00% ทำให้เราคงคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดสามารถทยอยเข้าซื้อบอนด์ระยะยาวสหรัฐฯ (และไทย) โดยเฉพาะหากบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นตั้งแต่ระดับ 4.46% เป็นต้นไป เนื่องจาก หากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทยอยคลี่คลายลงได้ภายในไตรมาส 2 ตามที่เราประเมินไว้จริงและอัตราเงินเฟ้อ รวมถึงอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางของสหรัฐฯ ไม่ได้เร่งตัวสูงขึ้นต่อเนื่องชัดเจน เราจะยังคงมุมมองเดิมว่า FED มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง ในปลายปีนี้ (และอีก 1 ครั้ง ในต้นปีหน้า) ส่วน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อาจคงดอกเบี้ยตลอดปีนี้และปีหน้า
ทางด้านตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์ทยอยแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง สอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ตามการปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ขณะเดียวกัน เงินดอลลาร์ยังได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) จากความวุ่นวายของการเมืองอังกฤษในช่วงนี้ ทั้งนี้ การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงบ้าง ตามภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินและความหวังต่อแนวโน้มการเจรจา Trump-Xi summit ส่งผลให้โดยรวม ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 99 จุด (ดัชนีเงินดอลลาร์ DXY แกว่งตัวแถวโซน 98.5-99 จุด) ในส่วนของราคาทองคำ การปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ กอปรกับภาวะเปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินโดยรวม ได้กดดันให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2026) ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เข้าใกล้โซน 4,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ มากขึ้นอีกครั้ง
สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจที่สะท้อนภาวะภาคอุตสาหกรรมการผลิต อาทิ ดัชนีภาคการผลิตโดย NY FED (NY FED Empire Manufacturing Index) เดือนพฤษภาคม และยอดผลผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) เดือนเมษายน
และนอกเหนือจากปัจจัยข้างต้น บรรดาผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามการเจรจา Trump-Xi summit ควบคู่ไปกับการติดตามพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ที่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่สูง พร้อมทั้งรอลุ้น รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
ขอบคุณข้อมูลจาก bangkokbiznews.com
ดูบอลสด พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลลา พบ ลิเวอร์พูล คืนนี้ เวลา 02:00 น.

ห้ามพลาด! LIVE ถ่ายทอดสด ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ระหว่าง แอสตัน วิลลา พบ ลิเวอร์พูล เวลา 02:00 น. รวมลิ้งดูบอลสด ดูบอลสดออนไลน์ ดูบอลสดวันนี้ ผลบอลสด สามารถดูสดได้ช่องทางไหนบ้าง
เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2025/26 สัปดาห์ที่ 37 คืนนี้! ดูบอลสด แอสตัน วิลลา พบ ลิเวอร์พูล ชมการถ่ายทอดสดส่งตรงจากสนามวิลลา พาร์ก วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2569 เวลา 02:00 น.
รับชม LIVE โปรแกรมถ่ายทอดสด แอสตัน วิลลา พบ ลิเวอร์พูล วันนี้
วิเคราะห์บอล สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด : แอสตัน วิลลา พบ ลิเวอร์พูล
- 2025/11/02 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-0 แอสตัน วิลลา
- 2025/02/20 พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลลา 2-2 ลิเวอร์พูล
- 2024/11/10 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 2-0 แอสตัน วิลลา
- 2024/05/14 พรีเมียร์ลีก แอสตัน วิลลา 3-3 ลิเวอร์พูล
- 2023/09/03 พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล 3-0 แอสตัน วิลลา
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ดูหูก็รู้โรค! เปิด 9 ลักษณะ “หู” ที่กำลังฟ้อง “ปัญหาสุขภาพ” เช็กเลยแบบไหนผิดปกติ?

หูบอกโรคได้? เปิด 9 สัญญาณผิดปกติที่หลายคนมองข้าม บางอาการอาจโยงถึงหัวใจ เบาหวาน และมะเร็ง
หลายคนอาจมองว่า “หู” มีหน้าที่แค่รับเสียงหรือใช้เกี่ยวแว่นเท่านั้น แต่ในความจริงแล้ว อวัยวะเล็กๆ ข้างศีรษะนี้อาจกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่างเกี่ยวกับสุขภาพโดยที่เราไม่รู้ตัว
แพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินระบุว่า ลักษณะของหู อาการผิดปกติ รวมถึงความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่เกิดขึ้นกับหู อาจเชื่อมโยงกับโรคบางชนิดได้ ตั้งแต่ปัญหาเส้นเลือดหัวใจ เบาหวาน โรคไต ไปจนถึงภาวะทางระบบประสาทบางอย่าง
แม้อาการหลายอย่างอาจไม่อันตราย แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ก็ควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียด
9 สัญญาณจาก “หู” ที่อาจกำลังเตือนปัญหาสุขภาพ
1. ติ่งหูมีรอยพับเฉียง
หากสังเกตเห็นรอยพับเฉียงบริเวณติ่งหู อาจเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า “Frank’s sign” ซึ่งมีงานศึกษาเชื่อมโยงกับโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเชื่อว่าเกิดจากความเสื่อมของหลอดเลือดขนาดเล็ก
อย่างไรก็ตาม รอยพับที่ติ่งหูไม่ได้แปลว่าจะเป็นโรคหัวใจเสมอไป เพราะอาจเกิดจากการนอนทับหรืออายุที่เพิ่มขึ้น แต่หากมีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย หรือหายใจลำบากร่วมด้วย ควรรีบพบแพทย์ทันที
2. การได้ยินลดลง
การสูญเสียการได้ยินไม่ได้เกี่ยวกับหูเพียงอย่างเดียว เพราะงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Johns Hopkins พบว่า ผู้ที่มีปัญหาการได้ยินระดับปานกลาง มีความเสี่ยงภาวะสมองเสื่อมสูงกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
นอกจากนี้ ปัญหาการได้ยินยังอาจสัมพันธ์กับโรคเบาหวาน โรคไต หรือความผิดปกติของระบบไหลเวียนเลือดได้เช่นกัน
หากสูญเสียการได้ยินเฉพาะข้างเดียวแบบเฉียบพลัน อาจเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ ของเหลวในหู หรือเนื้องอกประสาทหู ซึ่งควรรีบตรวจโดยเร็ว
3. หูอื้อหรือมีเสียงดังในหู
เสียงวิ้ง เสียงหึ่ง หรือเสียงฟู่ในหู อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะอาการหูอื้อสามารถเกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเมเนียร์ หรือความผิดปกติของฮอร์โมนได้
ในบางราย อาการหูอื้อเรื้อรังยังส่งผลต่อคุณภาพชีวิต ทำให้นอนไม่หลับ เครียด และวิตกกังวลมากขึ้น
4. คันหูผิดปกติ
อาการคันในช่องหูอาจเกิดจากผิวหนังอักเสบ เชื้อรา หรือการติดเชื้อบางชนิด หากมีสะเก็ดขาว ช่องหูแดง หรือมีของเหลวไหลออกมา ควรเข้ารับการตรวจ
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ควรใช้ของแคะหูหรือเกาบริเวณช่องหูแรงๆ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้
5. ปวดหูทั้งที่ไม่ได้เป็นหวัด
อาการปวดหูในผู้ใหญ่บางครั้งอาจไม่ได้มาจากหูโดยตรง แต่อาจเป็นอาการปวดที่ส่งต่อมาจากฟัน ข้อต่อขากรรไกร ลำคอ หรือแม้แต่เนื้องอกบางชนิด
หากปวดต่อเนื่อง หรือมีอาการร่วม เช่น กลืนลำบาก เวียนศีรษะ หรือมีไข้ ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทาง
6. ขี้หูเหนียวผิดปกติ
ขี้หูมีหน้าที่ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกและเชื้อโรค แต่หากขี้หูมีลักษณะเหนียวผิดปกติหรือเปลี่ยนไปมาก อาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของยีน ABCC11 ซึ่งมีบางการศึกษาพบความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านม ควรสังเกตความผิดปกติและปรึกษาแพทย์หากกังวล
7. หูแดงบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ
หูแดงอาจเกิดจากอากาศร้อน ความเขินอาย หรือการโดนแดด แต่ในบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับภาวะ “Red Ear Syndrome” ซึ่งทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหู และอาจสัมพันธ์กับไมเกรนหรืออาการปวดศีรษะบางชนิด
ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน อาการหูแดงยังอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนได้ด้วย
8. ชาหรือรู้สึกเสียวที่หู
อาการชาที่หูร่วมกับหน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง หรือพูดไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งต้องรีบพบแพทย์ฉุกเฉินทันที
แต่หากมีอาการชาร่วมกับเวียนศีรษะ หูอื้อ หรือสูญเสียการได้ยิน อาจเกี่ยวข้องกับโรคเมเนียร์ หรือปัญหาระบบประสาทส่วนปลายที่พบได้ในผู้ป่วยเบาหวาน
9. ติ่งเนื้อที่ผิวหนัง
หูที่มีรูปร่างผิดปกติแ ละมีติ่งเนื้อจำนวนมาก อาจบ่งชี้ถึงโรคไตได้
เมื่อไหร่ควรไปพบแพทย์?
แม้อาการหลายอย่างเกี่ยวกับหูจะไม่ได้รุนแรงเสมอไป แต่หากเกิดขึ้นต่อเนื่อง มีอาการร่วมอื่นๆ หรือส่งผลต่อชีวิตประจำวัน ก็ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน
เพราะบางครั้ง “หู” อาจกำลังส่งสัญญาณเตือนโรคที่ร่างกายพยายามบอกเราอยู่เงียบๆ ก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นในอนาคต
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
คำคมภาษาอังกฤษ รวมประโยคฮีลใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ชีวิต

เคยไหมครับที่บางวันรู้สึกหมดไฟ หรือต้องการกำลังใจสั้นๆ เพื่อให้ก้าวต่อไปได้? บางครั้งประโยคภาษาไทยอาจจะสื่อสารได้ตรงใจ แต่การใช้ คำคมภาษาอังกฤษ มักจะให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งและดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบครับ นอกจากจะช่วยปลอบประโลมจิตใจแล้ว การอ่านคำคมยังเป็นหนึ่งในวิธีที่สนุกที่สุดในการสะสมคลังคำศัพท์และสำนวนใหม่ๆ ที่หาไม่ได้ในตำราเรียนทั่วไปอีกด้วย
วันนี้ EngDuo Thailand ได้รวบรวมเหล่าคำคมที่คัดสรรมาแล้วว่าความหมายดีเยี่ยม ครอบคลุมทุกความรู้สึก ตั้งแต่เรื่องความรัก การทำงาน ไปจนถึงการให้กำลังใจตัวเองในวันที่ท้อแท้ รับรองว่านอกจากจะได้พลังงานบวกแล้ว คุณยังจะได้เทคนิคการใช้ภาษาอังกฤษที่ดูแพงและเป็นธรรมชาติไปใช้ในชีวิตประจำวันแน่นอนครับ
ทำไม คำคมภาษาอังกฤษ ถึงมีพลังต่อความรู้สึกและการเรียนรู้
คำคมภาษาอังกฤษ มักจะถูกกลั่นกรองมาจากประสบการณ์ชีวิตของนักคิด นักเขียน หรือบุคคลสำคัญระดับโลก ทำให้ประโยคเหล่านั้นมีความคมคายและสื่อถึงความจริงสากลที่คนทุกวัฒนธรรมเข้าถึงได้ การที่เราอ่านประโยคเหล่านี้ซ้ำๆ จะช่วยให้สมองจดจำโครงสร้างประโยค (Sentence Structures) ได้โดยอัตโนมัติ ทำให้การเรียนรู้ภาษาอังกฤษไม่ใชเรื่องน่าเบื่ออีกต่อไปครับ
ในแง่ของจิตวิทยา การใช้คำคมภาษาอังกฤษยังช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวก (Growth Mindset) ได้ดีมาก เพราะคำศัพท์ที่ใช้มักจะเป็นคำที่ให้พลังงานสูง เมื่อเรานำไปตั้งเป็นแคปชั่นหรือจดไว้ในสมุดบันทึก มันจะทำหน้าที่เป็นเครื่องเตือนใจเล็กๆ ที่ช่วยให้เรามีสติและมีแรงฮึดในทุกๆ วันครับ
คำคมภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับความรักที่อบอุ่นหัวใจ
ความรักเป็นสิ่งที่สวยงามและมีหลากหลายแง่มุมครับ คำคมภาษาอังกฤษ ที่เกี่ยวกับความรักมักจะใช้ภาษาที่ละเมียดละไม เช่น Love is not about how much you say I love you, but how much you can prove that it is true. ประโยคนี้เตือนใจเราว่าการกระทำสำคัญกว่าคำพูดเสมอ เป็นวิธีสื่อสารที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมั่นคงครับ
สำหรับคนที่กำลังแอบชอบหรืออยู่ในความสัมพันธ์ การเลือกใช้ประโยคอย่าง You are my sunshine ในวันธรรมดาๆ จะช่วยสร้างรอยยิ้มให้กับคู่สนทนาได้ทันทีครับ การใช้คำขยายที่เรียบง่ายแต่จริงใจคือเสน่ห์ของการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อความรักที่ได้ผลลัพธ์ดีที่สุดเสมอมา
คำคมภาษาอังกฤษ สำหรับคนทำงานที่ต้องการพลังใจ
ในวันที่งานหนักหรือเจออุปสรรคถาโถม การมี คำคมภาษาอังกฤษ ดีๆ สักประโยคบนหน้าจอคอมพิวเตอร์อาจจะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ของคุณได้ครับ ประโยคอย่าง Believe you can and you are halfway there ของ Theodore Roosevelt ยังคงเป็นคลาสสิกที่ใช้ได้ผลเสมอ เพราะความเชื่อมั่นคือจุดเริ่มต้นของความสำเร็จทุกอย่างครับ
ประโยคเด็ดเรื่องความสำเร็จที่คุณต้องจำ
ความสำเร็จไม่ได้มาจากการโชคดีครับ แต่มันมาจากความพยายามที่ไม่หยุดหย่อน ประโยคที่ว่า Success is the sum of small efforts, repeated day in and day out สื่อถึงวินัยในการทำงานได้ดีเยี่ยมที่สุด หากคุณต้องการสื่อสารถึงความมุ่งมั่นในที่ทำงาน การใช้สำนวนที่เน้นความสม่ำเสมอจะช่วยให้คุณดูเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงครับ
คำคมสั้นๆ สำหรับสายมินิมอล
บางครั้งความน้อยคือความมากครับ คำคมภาษาอังกฤษ สั้นๆ เพียง 2-3 คำสามารถสื่อความหมายได้ครอบจักรวาล เช่น Keep it simple หรือ Be yourself ประโยคเหล่านี้เหมาะมากสำหรับตั้งเป็น Bio ในโซเชียลมีเดีย เพราะนอกจากจะเท่แล้ว ยังบอกตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องพูดเยอะครับ
คำคมภาษาอังกฤษ เกี่ยวกับการก้าวข้ามอุปสรรค
อุปสรรคคือครูที่ดีที่สุดครับ คำคมอย่าง Tough times never last, but tough people do ช่วยเตือนสติว่าความยากลำบากนั้นอยู่กับเราไม่นาน แต่ความแข็งแกร่งที่เราได้จากมันจะอยู่กับเราตลอดไป การเรียนรู้ภาษาอังกฤษก็เช่นกันครับ ช่วงแรกอาจจะยาก แต่ความพยายามจะทำให้คุณกลายเป็นนักสื่อสารที่ยอดเยี่ยมครับ
การเริ่มต้นใหม่คือโอกาสที่สวยงามเสมอ
อย่ากลัวที่จะเริ่มใหม่ครับ เพราะทุกครั้งที่เริ่มต้น เราไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เราเริ่มจากประสบการณ์ ประโยคที่ว่า Every sunset is an opportunity to reset สื่อถึงความหวังในวันพรุ่งนี้ได้เป็นอย่างดี เป็นคำคมภาษาอังกฤษที่ให้พลังใจในวันที่เราอาจจะทำผิดพลาดไป เพื่อให้เรากลับมาฮึดสู้อีกครั้งครับ
วิธีการนำ คำคมภาษาอังกฤษ ไปใช้พัฒนาทักษะการพูด
การเรียนรู้จากคำคมไม่ใช่แค่การอ่านผ่านๆ ครับ แต่คือการนำมาใช้งานจริงเพื่อให้ลิ้นของเราคุ้นเคยกับสำเนียงและจังหวะการพูดแบบเจ้าของภาษา ลองเลือกคำคมที่โดนใจที่สุดมาสัก 3 ประโยคแล้วลองพูดหน้ากระจกทุกเช้าดูครับ วิธีนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการออกเสียง (Pronunciation) ได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ฝึกออกเสียงตามประโยคที่ชอบ
การเลียนแบบเสียง (Shadowing) จากคลิปวิดีโอที่มี คำคมภาษาอังกฤษ จะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องการเน้นหนักเบาของคำ (Word Stress) ได้ดีขึ้น ลองสังเกตว่าเจ้าของภาษาเว้นวรรคตรงไหน และใส่อารมณ์ลงไปในคำไหนบ้าง จะทำให้การพูดของคุณดูมีเสน่ห์และดึงดูดใจผู้ฟังมากขึ้นครับ
จดบันทึกคำศัพท์จากคำคม
ในคำคมมักจะมีคำศัพท์ระดับสูงหรือสำนวน (Idioms) ที่น่าสนใจซ่อนอยู่ครับ การจดคำศัพท์เหล่านั้นพร้อมบริบทการใช้งานจะช่วยให้คุณจดจำได้แม่นยำกว่าการท่องจำเป็นคำๆ การมีสมุดบันทึกคำคมส่วนตัวจะกลายเป็นขุมทรัพย์ความรู้ภาษาอังกฤษที่คุณสามารถหยิบมาใช้ได้ทุกครั้งที่ต้องการครับ
ตารางรวมคำคมระดับตำนานและความหมาย
เพื่อให้คุณเลือกนำไปใช้งานได้ง่ายขึ้น ผมได้รวบรวม คำคมภาษาอังกฤษ ที่ทรงพลังและมีความหมายลึกซึ้งแยกตามหมวดหมู่มาให้ในตารางด้านล่างนี้ครับ
| หมวดหมู่ (Category) | คำคมภาษาอังกฤษ (English Quote) | คำแปล/ความหมาย (Meaning) |
|---|---|---|
| การใช้ชีวิต | Life is short, make it sweet. | ชีวิตมันสั้น จงทำให้มันงดงามและมีความสุข |
| แรงบันดาลใจ | Everything you can imagine is real. | ทุกอย่างที่คุณจินตนาการได้ มันสามารถเป็นจริงได้ |
| ความสำเร็จ | Don’t stop until you’re proud. | อย่าหยุดจนกว่าคุณจะรู้สึกภูมิใจในตัวเอง |
| ความรัก | Love starts with a smile. | ความรักเริ่มต้นด้วยรอยยิ้ม |
| ความล้มเหลว | Failure is the opportunity to begin again. | ความล้มเหลวคือโอกาสในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง |
| ความกล้าหาญ | Courage is being scared and doing it anyway. | ความกล้าคือการที่คุณกลัวแต่ก็ยังลงมือทำมันอยู่ดี |
มารยาทการนำคำคมของบุคคลสำคัญไปใช้
การแชร์ คำคมภาษาอังกฤษ เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ในแง่ของมารยาทและความถูกต้อง (EEAT) เราควรระบุชื่อผู้พูด (Credit) เสมอหากทราบชื่อบุคคลนั้น การให้เกียรติเจ้าของความคิดไม่เพียงแต่แสดงถึงความรอบรู้ของคุณ แต่ยังช่วยให้ผู้รับสารสามารถไปสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวคิดของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้องครับ
เทคนิคการแปลคำคมไม่ให้เสียความหมายเดิม
การแปลคำคมจากอังกฤษเป็นไทยไม่ใช่การแปลคำต่อคำครับ แต่เป็นการแปล “อารมณ์” (Sense) ของประโยค บางครั้งคำในภาษาอังกฤษอาจจะเรียบง่ายแต่มีความหมายแฝงที่ลึกซึ้ง การทำความเข้าใจบริบททางวัฒนธรรมจะช่วยให้คุณแปลออกมาได้สละสลวยและเข้าถึงใจคนอ่านได้มากที่สุดครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ คำคมภาษาอังกฤษ
เราควรเลือกคำคมที่ยาวหรือสั้นในการตั้งแคปชั่นดี?
ขึ้นอยู่กับความต้องการครับ หากต้องการความเท่แบบมินิมอล คำคมสั้นๆ 3-5 คำจะดูโดดเด่นกว่า แต่ถ้าต้องการเล่าเรื่องราวที่กินใจ คำคมที่ยาวขึ้นจะช่วยสื่อสารอารมณ์ได้ดีกว่าครับ
การใช้คำคมภาษาอังกฤษในอีเมลธุรกิจทำได้หรือไม่?
ทำได้ครับ โดยเฉพาะในส่วนท้ายของอีเมลหรือในสไลด์พรีเซนต์งานเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีม แต่ควรเลือกคำคมที่ดูเป็นมืออาชีพและเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของงานครับ
เราสามารถแต่งคำคมภาษาอังกฤษขึ้นมาเองได้ไหม?
ได้แน่นอนครับ! การแต่งประโยคที่สะท้อนความคิดของคุณเองคือการฝึกภาษาอังกฤษที่ดีที่สุด ลองใช้โครงสร้างประโยคง่ายๆ ที่คุณเรียนรู้มา แล้วขัดเกลาคำศัพท์ให้ดูน่าสนใจขึ้นครับ
คำคมที่มีคำแสลง (Slang) ควรนำมาใช้เมื่อไหร่?
ควรใช้ในบริบทที่ไม่เป็นทางการ เช่น การพูดคุยกับเพื่อนสนิทหรือลงในโซเชียลมีเดียส่วนตัว เพราะคำแสลงจะช่วยให้คุณดูเป็นกันเองและทันสมัยครับ
จะรู้ได้อย่างไรว่าคำแปลของคำคมนั้นถูกต้อง?
แนะนำให้ตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาครับ เพราะคำคมบางประโยคมีความหมายแฝงทางวัฒนธรรมที่การแปลตรงตัวอาจจะทำให้ความหมายผิดเพี้ยนไปได้ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก engduothailand.com
เช็กด่วน! Chrome แอบกินพื้นที่เครื่อง? พร้อมวิธีเช็กและลบไฟล์ ที่หลายคนไม่เคยรู้

ใครที่ใช้ Mac แล้วเริ่มรู้สึกว่า “พื้นที่เครื่องหายไปไหน?” ทั้งที่ไม่ได้โหลดไฟล์ใหญ่ ไม่ได้ติดตั้งแอปเพิ่ม อาจต้องลองเช็ก Google Chrome ดูให้ดี เพราะมีรายงานว่า Chrome บางเวอร์ชันอาจดาวน์โหลดไฟล์ AI ขนาดใหญ่เก็บไว้ในเครื่องแบบที่ผู้ใช้ไม่ทันสังเกต
ไฟล์ดังกล่าวมีชื่อว่า weights.bin ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบ AI ภายใน Chrome และอาจกินพื้นที่สูงถึงประมาณ 4GB โดยเฉพาะบน Mac รุ่นความจุ 256GB หรือ 512GB ที่พื้นที่ว่างถือว่าสำคัญมากในการใช้งานประจำวัน
ไฟล์ weights.bin คืออะไร ทำไมกินพื้นที่เยอะ?
ไฟล์ weights.bin คือไฟล์โมเดล AI ที่ใช้สำหรับระบบ Gemini Nano หรือ AI แบบประมวลผลบนอุปกรณ์ (On-device AI) ภายใน Google Chrome
AI ลักษณะนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ Chrome สามารถประมวลผลบางอย่างได้บนเครื่องโดยตรง โดยไม่ต้องส่งข้อมูลขึ้นคลาวด์ตลอดเวลา ซึ่งช่วยให้ทำงานเร็วขึ้น และเพิ่มความเป็นส่วนตัวในบางฟีเจอร์ เช่น
- ระบบช่วยตรวจจับเว็บอันตราย
- ฟีเจอร์ Help Me Write
- ระบบแนะนำ Autofill
- ฟีเจอร์ AI อื่นๆ ภายใน Chrome
แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ โมเดล AI มักมีขนาดใหญ่มาก และไฟล์นี้อาจใช้พื้นที่ราว 4GB แบบเงียบๆ
ใครบ้างที่อาจเจอไฟล์ AI นี้ในเครื่อง?
รายงานระบุว่า ปัญหานี้เริ่มถูกพบใน Chrome เวอร์ชัน 148.0.7778.97 โดยระบบจะดาวน์โหลดโมเดล AI เฉพาะเครื่องที่ผ่านเงื่อนไขฮาร์ดแวร์ขั้นต่ำของ Chrome เท่านั้น
ดังนั้น ไม่ใช่ทุกเครื่องที่จะมีไฟล์นี้อยู่ในระบบ หากค้นหาแล้วไม่พบ ก็แปลว่า Chrome ยังไม่ได้โหลดโมเดล AI ลงมาในเครื่องของคุณ
วิธีเช็กว่า Chrome โหลดไฟล์ AI 4GB ลง Mac แล้วหรือยัง
สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ผ่าน Finder ตามขั้นตอนนี้
- เปิด Finder
- คลิกเมนู Go บนแถบด้านบน
- กดปุ่ม Option ค้างไว้ แล้วเลือก Library
- เข้าโฟลเดอร์ Application Support
- เลือก Google > Chrome > Default
- มองหาโฟลเดอร์ชื่อ OptGuideOnDeviceModel
หากพบโฟลเดอร์นี้ ให้เปิดเข้าไปแล้วมองหาไฟล์ชื่อ weights.bin
จากนั้นคลิกขวา > เลือก Get Info เพื่อตรวจสอบขนาดไฟล์ หากมีขนาดประมาณ 4GB ก็หมายความว่า Chrome ได้ดาวน์โหลดโมเดล AI ลงเครื่องเรียบร้อยแล้ว
ไม่เจอโฟลเดอร์นี้ ต้องกังวลไหม?
ถ้าไม่พบโฟลเดอร์ OptGuideOnDeviceModel ก็ถือว่าเป็นข่าวดี เพราะแปลว่า Chrome ยังไม่ได้ดาวน์โหลดไฟล์ AI ดังกล่าวลงในเครื่อง
แต่ในอนาคต หาก Chrome มีการอัปเดต หรือเปิดใช้งานฟีเจอร์ On-device AI เพิ่มเติม ระบบก็อาจดาวน์โหลดไฟล์นี้มาได้เช่นกัน
ลบไฟล์ weights.bin อย่างเดียวพอไหม?
แม้การลบไฟล์ weights.bin จะช่วยคืนพื้นที่ได้ทันที แต่หลายคนอาจเจอปัญหาว่า Chrome โหลดกลับมาใหม่ภายหลัง โดยเฉพาะหลังอัปเดตหรือเปิดใช้งานฟีเจอร์ AI อีกครั้ง
ดังนั้น หากต้องการป้องกันไม่ให้ไฟล์ AI กลับมากินพื้นที่อีก ควรปิดฟีเจอร์ On-device AI ควบคู่ไปด้วย
วิธีปิด On-device AI ใน Google Chrome
ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
- เปิด Google Chrome
- คลิกเมนู 3 จุด มุมขวาบน
- เลือก Settings
- เข้าเมนู System
- ปิดสวิตช์ On-device AI
เมื่อปิดฟีเจอร์นี้แล้ว Chrome จะหยุดดาวน์โหลดโมเดล AI เพิ่มเติม และอาจลบไฟล์ AI เดิมออกจากระบบในภายหลัง
อย่างไรก็ตาม ฟีเจอร์ AI บางอย่างใน Chrome อาจใช้งานไม่ได้ เช่น Help Me Write หรือระบบช่วยแนะนำบางประเภท

ถ้าไม่เห็นเมนู On-device AI ต้องทำยังไง?
บางเครื่องอาจยังไม่แสดงเมนู On-device AI เพราะ Google กำลังทยอยเปิดใช้งาน
ในกรณีนี้ สามารถเข้าไปที่
chrome://flags
จากนั้นค้นหาฟีเจอร์ที่เกี่ยวข้องกับ AI แล้วปิดการทำงาน ก่อนจะลบไฟล์ weights.bin ผ่าน Finder ด้วยตัวเอง
ควรลบไหม หรือปล่อยไว้ดีกว่า?
ถ้าคุณใช้งานฟีเจอร์ AI ของ Chrome เป็นประจำ การเก็บไฟล์นี้ไว้ก็อาจช่วยให้ระบบทำงานได้เร็วขึ้น และประมวลผลบนเครื่องได้ดีขึ้น
แต่ถ้าแทบไม่ได้ใช้ฟีเจอร์ AI และกำลังเจอปัญหาพื้นที่เครื่องเหลือน้อย โดยเฉพาะ Mac รุ่นเริ่มต้น การลบไฟล์ AI และปิด On-device AI ก็ถือเป็นวิธีคืนพื้นที่ที่คุ้มค่าไม่น้อย เพราะอาจได้พื้นที่กลับมาถึงประมาณ 4GB เลยทีเดียว
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
นิโคตินซองคืออะไร? เป็นทางเลือกหรือความเสี่ยงใหม่ที่ต้องรู้ก่อนใช้

เคยเป็นไหม บางครั้งที่คุณกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุม แล้วการประชุมยาวเกินกว่าที่คุณคิดไว้ ความอยากสูบมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่คุณออกไปจากที่นี่ไม่ได้ หรือบางครั้งที่คุณนั่งบนเครื่องบินยาว 7 ชั่วโมง คุณไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากต้องอดทนต่อไปเรื่อย ๆ
ซึ่งในความเป็นจริง คุณไม่ได้อยากอดทน แค่คุณไม่สามารถทำอะไรได้นั่นแหละ คือ ปัญหาที่สามารถแก้ได้ด้วย “นิโคตินซอง”
ขอเน้นย้ำว่า ไม่ได้มีไว้สำหรับคนที่ไม่เคยใช้นิโคตินมาก่อน รวมถึงเด็กและวัยรุ่น หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่มีโรคหัวใจ

นิโคตินซองคืออะไร
นิโคตินซอง หรือ Nicotine Pouch คือผลิตภัณฑ์ขนาดเล็กคล้ายซองชา ภายในบรรจุนิโคติน เส้นใยจากพืช และมีสารแต่งกลิ่นหรือรสชาติ วิธีใช้สามารถนำซองไปวางไว้ระหว่างเหงือกกับริมฝีปาก เพื่อให้นิโคตินค่อยๆ ซึมผ่านเยื่อบุในช่องปากเข้าสู่ร่างกาย ข้อดีที่ทำให้นิโคตินซองได้รับความนิยม คือ ไม่ต้องจุดไฟ, ไม่มีควันไม่มีกลิ่นให้คนรอบข้างเดือดร้อน, พกพาง่ายใช้งานสะดวก, ไม่ทิ้งเถ้า และไม่มีใครรู้ว่าคุณใช้อยู่ หลายคนจึงมองว่านิโคตินซองถือเป็นเป็นทางเลือกใหม่ของคนสูบบุหรี่ที่ยังเลิกไม่ได้ แต่ก็ไม่อยากสร้างมลพิษให้คนรอบข้าง ซึ่งเหมาะกับ
- ในออฟฟิศและห้องประชุม — อยากสูบแต่ออกไปไม่ได้ แค่ใช้ก่อนเข้าประชุม ก็สามารถนั่งประชุมได้ยาวนาน ไม่ต้องอดทนจนประชุมจบ
- บนเครื่องบินหรือในรถ — ไฟลท์ข้ามคืน เดินทางไกล เป็นที่ทรมานที่สุดสำหรับคนติดสูบ และใช้นิโคตินซองแก้ปัญหานี้ได้เลยไม่ต้องรอลงจากเครื่อง
- ที่ที่มีป้ายห้ามสูบ — โรงพยาบาล ห้างฯ โรงหนัง สถานที่ราชการ เมื่อคุณต้องไปจัดการธุระเป็นเวลานาน แต่คุณอยู่ใรที่เหล่านี้ ก็สามารถใช้ได้โดยที่ไม่มีใครรู้
ปัจจุบันนิโคตินซองมีการพัฒนาตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกได้ตามความต้องการ โดยแบ่งระดับและประเภทได้ตามนี้
- ระดับนิโคติน แต่ละแบรนด์จะมีระดับความเข้มของนิโคตินหลายระดับ ตั้งแต่ระดับเบาไปจนถึงระดับเข้มข้น
- รสชาติและกลิ่น ที่มีให้เลือกหลากหลายตามความชอบของแล่ละคน เช่น กลิ่นมิ้นต์ กลิ่นเมนทอล กลิ่นเย็นสดชื่น กลิ่นผลไม้
- ขนาดของซอง บางแบรนด์มีแบบซอง Slim หรือ Mini เพื่อเวลาใช้จะดูแนบเนียนและไม่ให้คนอื่นเห็นง่าย
ในตลาดมีอะไรบ้าง? : ตอนนี้ในไทยมีหลายยี่ห้อให้เลือก แต่ละเจ้าให้ฟีลไม่เหมือนกัน แม้ mg เท่ากัน
- Velo — ซองแบบ slim มีความชื้นเล็กน้อย รสชาติออกตัวไวและชัดเจนกว่า เหมาะคนที่อยากได้ผลเร็ว รสฮิตคือ Mighty Peppermint และ Arctic Grapefruit
- ZYN — ผลิตและนำเข้าจากสวีเดน ขึ้นชื่อเรื่องการใช้งานที่สะดวก พกพาง่าย และมีรสชาติที่นุ่มนวล ซองแบบ dry ปล่อยนิโคตินช้าแต่อยู่ได้นาน มีให้เลือกหลายรส เช่น Cool Mint, Spearmint, Coffee และ Peach
- Clew — น้องใหม่ที่เน้นความคุ้มค่า เข้าถึงง่าย รสชาติหลักๆ เป็นแนวเย็นสดชื่น เช่น Mint และ Blueberry Ice
- Après — สายคราฟต์จากสวีเดน ถ้าชอบรสชาติที่แปลกและซับซ้อน แบรนด์นี้น่าลอง มีรสอย่าง Cola, Lemon Curd และ Ice Tea Peach
เลือก mg ยังไงดี? เทียบกับที่สูบอยู่ได้เลย
- 1–3 mg — สูบบุหรี่ แต่ไม่เคยใช้ Nicotine Pouch
- 4–6 mg — ระดับกลาง นิยมสุด หลังจากชินกับความซ่า
- 7–12 mg — สายติดจัด
นิโคตินเสพติดสูง (15 mg+ ) มีผลต่อหัวใจและสมอง ถึงไม่มีควัน
ทางเลือกใหม่ที่กำลังเติบโต
ปัจจุบันกระแสนิโคตินซองกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศ เพราะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการความสะดวกและความเป็นส่วนตัวในการใช้งาน แต่อย่างก็ตาม นิโคตินซองถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกเท่านั้น หากคุณยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ และไลฟ์สไตล์ไม่เอื้อต่อการออกไปสูบ ก็ให้นิโคตินซองเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคุณ สามารถใช้ได้ทันที คุณไม่จำเป็นต้องรอหรือเสียเวลาออกไปสูบ และที่สำคัญ ไม่มีกลิ่นไม่มีควัน ไม่รบกวนคนรอบข้างหรือสร้างมลพิษทางอาการให้กับสังคม
สุดท้ายนี้ ผู้บริโภคควรศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์ให้รอบด้าน และใช้อย่างเหมาะสม รวมถึงเลือกใช้ผลิตภัณฑ์นิโคตินที่นำเข้าไทยอย่างถูกกฎหมาย
ขอบคุณข้อมูลจาก sanook.com
ราคาทองตามประกาศของสมาคมค้าทองคำ ประจำวันที่ 15/5/2569
| ชนิดทอง | ราคารับซื้อ กรัมละ | ราคารับซื้อ บาทละ | ราคาขาย บาทละ |
|---|---|---|---|
| ทองคำแท่ง 96.5% | n/a | 70,850.00 | 71,050.00 |
| ทองรูปพรรณ 96.5% | 4,580.00 | 69,432.80 | 71,850.00 |
| ทองรูปพรรณ 90% | 4,122.00 | 62,489.52 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 80% | 3,664.00 | 55,546.24 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 50% | 2,061.00 | 31,244.76 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 40% | 1,603.00 | 24,301.48 | n/a |
| ทองรูปพรรณ 99.99% | 4,746.11 | 71,951.03 | n/a |
ราคาน้ำมันประจำวัน ราคาน้ำมันประจำวันที่ 15/5/2569
ปตท. | บางจาก | เชลล์ | คาลเท็กซ์ | ไออาร์พีซี | พีที | ซัสโก้ | เพียว | พรุ่งนี้ | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| แก๊สโซฮอล์ 95 | 44.05 | 44.05 | 44.55 | 44.05 | 44.05 | 44.05 | 44.05 | 44.05 | 44.05 |
| แก๊สโซฮอล์ 91 | 43.68 | 43.68 | 44.18 | 43.68 | 43.68 | 43.68 | 43.68 | 43.68 | 43.68 |
| แก๊สโซฮอล์ E20 | 37.05 | 37.05 | 37.55 | 37.05 | – | 37.05 | 37.05 | 37.05 | 37.05 |
| แก๊สโซฮอล์ E85 | 32.99 | 32.99 | – | – | – | – | – | – | 32.99 |
| แก๊สโซฮอล์ 95 พรีเมี่ยม | 51.54 | 55.09 | 49.84 | – | – | – | – | – | 51.54 |
| เบนซิน 95 | 53.64 | – | – | 55.06 | – | 54.14 | 53.79 | – | 53.64 |
| ดีเซล | 41.45 | 41.45 | 41.45 | 41.45 | 41.45 | 41.45 | 41.45 | 41.45 | 41.45 |
| ดีเซลพรีเมี่ยม | 61.25 | 61.25 | 49.84 | 61.25 | – | – | – | – | 61.25 |
| แก๊ส NGV | 16.69 | – | – | – | – | – | – | – | 16.69 |







